นิตยสารรายสะดวก  Fiction  ๐๗ กุมภาพันธ์ ๒๕๕๔
แล้วจะหาว่าคุย (เหมืองป่าภาค 2) #16
พลอยพนม
..."​เมื่อคืน​ได้ข่าวว่าไม่​ได้นอน​ที่หอใน?" อาจารย์พิเชฐ พูดพลางจ้องจับพิรุธผม หอในหมายถึงหอพักของวิทยาลัย หอนอก​เป็นหอเอกชนหน้า วค.....

ตอน : คอมแกลบ

คลิกดูภาพขยาย

"​เมื่อคืน​ได้ข่าวว่าไม่​ได้นอน​ที่หอใน?" อาจารย์พิเชฐ พูดพลางจ้องจับพิรุธผม

หอในหมายถึงหอพักของวิทยาลัย หอนอก​เป็นหอเอกชน หน้า วค..

"ครับ​ อาจารย์"

"​ได้แจ้งไว้หรือเปล่าว่า​จะออก​ไปค้าง​ที่ไหน ​กับ​ใคร?"

คำถามนั้น​ทำให้ผมหูอื้อ ​แม้ใบพัดพัดลมเพดานเหวี่ยงวับ ๆ​ อยู่​เหนือหัว​จะส่งเสียงลั่น​ไป​ทั้งห้อง ผมกลับไม่​ได้ยิน...​ ​แต่ใน​ที่สุดก็ฉุกคิด​ได้ว่า การไม่แสดง​ที่อยู่​ให้ชัดแจ้งใน​ระหว่างเกิดเหตุฆ่ากันตาย​เป็นสิ่งไม่ดีสำหรับผมเลย​ ​โดยเฉพาะผู้ตาย​คือ ยามสุชาติ ​ที่เคยสาดใส่อารมณ์กันต่อหน้าอาจารย์ท่านนี้มาแล้ว​

"ผมค้างคืน​ที่หอน้าเจียร ครับ​"

หลังคำตอบของผม ปรากฏรอยยิ้มเย้ยหยันผุดพราย​ที่มุมปากของอาจารย์ผู้ทำการสอบสวนราว​กับผู้กำชัยชนะ

"ครูคิดไว้ไม่ผิด" อาจารย์พิเชฐเอนหลังพิงพนัก​เอามือข้างหนึ่ง​ลูบปลายคางถูไถ​ไปมา "พวกเธอหมกมุ่น​กับสิ่งไร้สาระเกิน​ไปเสียแล้ว​ รีบ​ไปตามตัวนายโสภาสมาหาครู แล้ว​ประเดี๋ยวเรา​จะ​ไปค่ายทหารด้วยกัน"

"หมาย​ความว่าอย่างไรครับ​อาจารย์"

"เธอไม่มีสิทธิ์มาย้อน" อาจารย์ฝ่ายปกครองขึ้น​เสียง "หรือเธอคิด​จะลองดี​กับครู"

"ผมเพียงแค่สงสัยครับ​ ทำไมอาจารย์​จะ​ต้องพาผม​กับพี่โสภาส​ไปยังค่ายทหาร"

ปลายนิ้วชี้มู่ทู่ของอาจารย์พิเชฐพุ่งเข้ามาเกือบถึงหน้าผากผม

"ครูเคยเตือน​และคาดคั้นเธอไว้บ้างแล้ว​ใช่ไหม? นายรัฐพล" น้ำเสียงของท่านแข็งกร้าว สม​กับ​เป็นอาจารย์ฝ่ายปกครอง ​แต่ในกรณี​ที่ผม​ต้องกลาย​เป็นผู้​ต้องสงสัยจากท่าน ผมกลับเชื่อใน​ความบริสุทธิ์ของตัวเอง...​ ​แม้ผม​จะสะใจ​ที่ยามสุชาติถูกยิงตาย ​เพราะผมเกลียดมันเหมือนขี้ ​แต่ผมไม่เคยคิดเกินเลย​​ไปกว่าอยากด่าแม่ หรือไม่ก็ขอกระแทกหน้ามันสักทีสองที พอให้หายหมั่นไส้-แค่นั้น​

ดัง​เมื่อสักครู่...​ ​ระหว่างเดินกลับมาจากหอพักของพี่โสภาส ผมก็​ได้ตั้งจิตอธิษฐานอโหสิกรรมให้มัน​ไปแล้ว​ ​ที่สำคัญสิ่ง​ที่เกิดขึ้น​ก็ยังไม่มี​ใครรู้สาเหตุแน่ชัด...​ ​แม้​จะมีการกล่าว ...​จงเจริญ จงเจริญ ออกมาจากปากมือปืนผู้ลั่นไกสังหารมันก็ตาม ​ทว่าของแบบนี้​สามารถ​ที่​จะวางแผนโยน​ความผิดใส่ผู้อื่นให้รับเคราะห์แทนอย่างแนบเนียนกัน​ได้​ทั้งนั้น​ หนุ่มสาวหลายคู่ถูกเรียก​ไปทำทัณฑ์บน ก็​เพราะฝีปากไอ้ชาติ อีก​ทั้งพวกคอกัญชา ขาไพ่ ​และการพนันอื่น ๆ​ ​ที่ถูกอาจารย์ฝ่ายปกครองเรียกพบ​และคาดโทษทำทัณฑ์บน ก็​เพราะมัน​เป็นคนคาบข่าว​ไปบอก ดังนั้น​การตายของมัน อาจารย์พิเชฐไม่ควร​ที่​จะด่วนปักใจ​ไป​ที่เรื่อง​หนึ่ง​เรื่อง​ใดอย่างรวดเร็ว ​และ​ที่สำคัญท่านไม่น่าวกมา​ที่ผมเลย​

"ผมว่า อาจารย์​กำลังเข้าใจพวกผมผิด ๆ​ นะครับ​" ผมพยายามชี้แจง

ฝ่ามือหนา ๆ​ ของอาจารย์พิเชฐตบโต๊ะปัง!

"หุบปากเดี๋ยวนี้- -ไอ้รัฐพล! กูให้เวลามึงหนึ่ง​ชั่วโมง กินข้าวกินน้ำเสร็จแล้ว​​ไปตามไอ้​เพื่อนของมึงคนนั้น​มาพบกู ไม่อย่างนั้น​กู​จะ​เอาเจ้าหน้า​ที่​ไปจัดการลากคอพวกมึง ​ไป๊- - กลับ​ไปจัดการตาม​ที่สั่ง"

ผมเดินตัวปลิวออกมาจากสำนักงานแผนกปกครอง​และควบคุม​ความประพฤตินักศึกษา หรือ​ที่เรียกสั้น ๆ​ ว่า "ฝ่ายปกครอง" ภายในสมองมี​แต่คำถามระคนน้อยใจ ​เพราะก่อนหน้านั้น​ผมคิดถึงสถานภาพของตนเองอย่างตื้น ๆ​ ​แต่เพียงว่า นอกเหนือ​ไปจากวิชา​ความรู้ในตำรับตำราเรียน ผมในฐานะนักศึกษาก็ควร​จะ​เป็นผู้เสาะแสวงหาสิ่งอื่นเพิ่มเติมไม่ใช่หรือ...​ สิ่งไหน​ที่ยังไม่รู้ ​และอยากรู้ ก็ควร​ที่​จะ​ต้องศึกษาค้นคว้าให้รู้แจ้งให้จง​ได้-ใช่ไหม? ​เพื่อ​จะ​ได้เก็บเกี่ยว​ความรู้นั้น​​เอามา​เป็นประสบการณ์ ​และนำ​ไปประยุกต์​ใช้ให้เกิดประโยชน์ต่อตนเองสังคมในอนาคต

หาก​แต่นี่...​ แค่เราสองคนชอบ​ที่​จะศึกษาค้นคว้าในสิ่ง​ที่เราสนใจ​ใคร่รู้​เพื่อนำมาประดับสติปัญญา เรากลับมี​ความผิด​และถูกเพ่งเล็งเชียวหรือ?

ผมคิดถึงหนังสือ​ต้องห้ามหลายเล่ม​ที่เคยผ่านสายตาผม นอกเหนือ​ไปจากสองเล่มของพี่โสภาส​ที่โดนยึด​ไป​โดยไม่​ได้เปิดดูข้างในดัง​ที่ท่าน​ได้ทราบกันมาแล้ว​ ก็อาจมี​ใครล่วงรู้...​ แล้ว​พาลคิดว่าผมฝ่าฝืนคำสั่ง ​และอาจจินตนาการเลย​เถิดกันต่อ​ไปว่า ผมฝักใฝ่ลัทธิ​ต้องห้ามจนกลาย​เป็นแนวร่วมของพลพรรคคอมมิวนิสต์​ไปแล้ว​ก็​ได้?

หรือว่าเหนือ​ไปจากนั้น​อาจารย์พิเชฐ​กำลังคิดอะไร​อยู่​ ทำไมอาจารย์ไม่ติดต่อ​ไปยังผู้ปกครองของพวกเรา แล้ว​เรียกมาทำทัณฑ์บน? ทำไมท่านไม่ขอ​ความร่วมมือ​ไปยังอาจารย์​ที่ปรึกษาของเรา ​เพื่อสอบถาม​ความประพฤติให้แน่ชัด? ​เพราะอาจารย์​ที่ปรึกษาก็เปรียบเสมือนครูประจำชั้นของนักเรียนชั้นประถม-มัธยม ท่านใกล้ชิด​กับเรามากกว่าอาจารย์แผนกใด ๆ​ หรือ​ถ้า​จะลงโทษกันจริง ๆ​ ทำไมไม่ทำหนังสือร้องเรียน​ไปยังสำนักอธิการบดีฯให้ลงโทษด้วยการสั่งพักการศึกษา หรือไล่ออกตามกฎระเบียบ​ถ้าเห็นว่าเราผิดจริง? จากนั้น​จึงค่อยลงโทษกันตามระบิลเมือง...​ ​แต่นี่อาจารย์กลับลัดขั้นตอน​จะส่งเรา​ไปให้​เขาสอบสวนยังค่ายทหารเสียทีเดียว ผมคิดว่า​เป็นสิ่ง​ที่ไม่ถูก​ต้อง

หรือว่ากระบวนการเคลื่อนไหวทางการเมืองจากภายนอก ​ได้รุกล้ำเข้าเขตสู่รั้ววิทยาลัยของเราแล้ว​จริง ๆ​ ?

ผมสงสัยเหลือเกิน



"​เมื่อ​เป็นเช่นนี้ เราสองคนเห็นท่า​จะ​ต้องขอดรอปกันสักเทอมครึ่งเทอมเสียแล้ว​ล่ะ ไข่นุ้ย"

ดรอป หรือ Drop หมายถึงขอพักการศึกษาชั่วคราว อาจ​เป็นรายวิชา หรือเหมาหมด​ไป​ทั้งเทอมก็​ได้​ถ้ามีเหตุจำ​เป็น

"เราไม่​ต้องเสียเวลา​ไปอีกสามสี่เดือนหรือ--กว่า​จะจบ?" ผมไม่เห็นด้วย​กับแนวทางขจัดปัญหาของพี่โสภาส

​จะลาพัก​ไปทำไม ใน​เมื่อใน​ที่สุดพอหมดเวลาก็​ต้องหวนกลับมาอีก?

"เรา​กำลังตกอยู่​ในอันตราย ถอย​ไปตั้งหลักสักเดือนสองเดือนก็ยังดี"

"ผมไม่เข้าใจ"

"อาจารย์พิเชษฐ​เป็นมือตีน กอ.รมน. ​เพราะฉะนั้น​ไม่ช้าก็เร็วในหมู่พวกเรา--ไม่คนใดก็คนหนึ่ง​" พี่โสภาส หมายถึง​เพื่อนฝูง​ที่สนิทสนม ​และมัก​ไปไหนมาไหนดัวยกัน หรือมักร่วมทำกิจกรรมด้วยกันประจำ "...​อาจ​เป็นไข่นุ้ย หรือพี่ หรือ​ใครก็​ได้​จะ​ต้องกลาย​เป็นไก่​ที่โดน​เขาจับเชือดให้ลิงดู"

"จริงหรือ?"

"พี่คิดว่าไข่นุ้ยระแคะ​ระคายบ้างแล้ว​"

"ขอโทษเถิดพี่" ผมว่า "สำหรับการเมืองในเวลานี้ ผมสนใจ​แต่ในตำรับตำราอย่างเดียว"

พี่โสภาสรีบใส่เสื้อติดกระดุม​และชวนผมเดินออกจากหอของแก บ่ายหน้าสู่สำนักงานฝ่ายปกครองภายใน วค. ด้วยกัน ​เมื่อเรา​ไปถึงก็พบว่าอาจารย์พิเชฐ​ได้นั่งรอเราอยู่​​ที่โต๊ะประจำตำแหน่งของท่านอยู่​ก่อนแล้ว​ ​พระบรมสาธิตลักษณ์ของ​พระบาท​สมเด็จ​พระเจ้าอยู่​หัว​และสมเด็จ​พระราชินีฯแขวนอยู่​​ที่ผนังเหนือศีรษะท่าน

อาจารย์พิเชฐนั่งพิงพนักเก้าอี้มองเราสองคนตั้งแต่ศีรษะจรดปลายเท้า ไม่รับไหว้ เพียง​แต่บอกให้นั่งบนเก้าอี้ฝั่งตรงข้าม พัดลมเพดานเหนือหัวเราหมุดปับ ๆ​ ๆ​ ไม่หยุดนิ่ง นอกจากเสียงพัดลม​ที่​กำลังหมุนดังก็ไม่มีเสียงอื่นสอดแทรกมา อาจารย์ปกครองมองเราสองคนสลับ​ไปมาอีกครั้ง แล้ว​ส่ายหน้าอย่างผิดหวัง ​ซึ่งผมไม่รู้ว่าท่าน​กำลังคิดอะไร​อยู่​

"นายโสภาส ครูว่าเธอ​กำลังตกอยู่​ใน​ที่นั่งลำบาก" สายตาของอาจารย์พิเชฐ จ้องเขม็ง​ไป​ที่ใบหน้าพี่โสภาสเหมือนโกรธแค้นเสียเต็มประดา หาก​แต่น้ำเสียงแปรเปลี่ยน​ไปจากเดิม คล้ายรันทดหมดหวัง "เธอก็รู้ว่าครูปกป้องพวกเธอมาตลอด ​แต่เ​ที่ยวนี้ มันข้ามขั้น​ไปแล้ว​ มันไม่ใช่การเคลื่อนไหวธรรมดาเสียแล้ว​ หาก​แต่มัน​เป็น​ความรุนแรง ​เป็นปฏิบัติการณ์จิตวิทยามวนชน​ที่สร้างแรงกดดันมาสู่สถาบัน​ซึ่งครูไม่อาจเพิกเฉย​ได้ ​เพราะฉะนั้น​ครูจำ​เป็น​ต้องพาเธอ​และนายรัฐพล ​ซึ่งอาจ​เป็นบุคคล​ที่ไม่เคยรับรู้อะไร​เลย​​ไปยังค่ายทหาร ​เพื่อให้​เขาสอบสวนล้างคราบคาวสกปรกให้สะอาด ​เพื่อให้เกิดผลดีแก่ตัวเธอ หวังว่าเธอคงเข้าใจ หลังจากนั้น​ก็แล้ว​​แต่เธอ​ทั้งสองคน​จะตัดสินใจอย่างไร"

ผมนั่งฟังอาจารย์พิเชฐพูด​กับพี่โสภาสอย่างตั้งอกตั้งใจ กระทั่งเริ่ม​จะมองเห็นอะไร​ขึ้น​มาราง ๆ​

เออหนอ---​​ความลึกลับซับซ้อนมันช่างมีอยู่​ทั่วทุกหนแห่ง?

ด้วย​ความสัตย์จริง! ​จะ​เอาผม​ไปสาบาน​ที่วัดไหนก็​ได้ ผมไม่เคยระแคะ​ระคายมาก่อนว่า ขณะนี้ภายใน วค. ของเรา​จะมีแนวร่วมกองทัพปลดแอกฯในคราบของคณาจารย์​และนักศึกษา คืบคลานเข้ามาแทรกซึมอยู่​บ้างแล้ว​ หรืออาจเต็ม​ไปหมดแล้ว​...​ ผมก็ไม่แน่ใจ ​แต่ถึงอย่างไรผมก็เริ่มคิด​ได้แล้ว​ว่า อาจ​เป็น​เพราะท่าทีของผม ​ที่ทำให้พวก​เขามิอาจแสดงตัว อีก​ทั้งหลายคนยังหายหน้าหายตา​ไปจากผม ​ที่ไม่ยอมพูดจาวิสาสะกันเหมือนก่อนเลย​ก็มี ​แต่​ที่แน่ ๆ​ พวก​เขาคงไม่คิดว่าผม​เป็นปฏิกิริยา ​เพราะไม่อย่างนั้น​-ไหนเลย​พี่โสภาส (​ซึ่งบัดนี้ผมเชื่อว่าแก​ต้อง​เป็นแนวร่วมให้​กับพวกเคลื่อนไหวทางการเมือง​ที่อยู่​บนภูเขาโน้น) ยัง​จะคบหา​กับผมอยู่​


"คุณไม่รู้จริง ๆ​ หรือว่าคำสั่งนั้น​มาจากเขตงานไหน?" นายพันตรีทหารบก- ผู้ทำหน้า​ที่สอบสวน ​ซึ่งประจำการอยู่​ ณ ฐาน​ที่มั่นภายในค่ายทหารแห่งนั้น​สอบถามพี่โสภาสด้วยน้ำเสียงเชื่อครึ่งไม่เชื่อครึ่ง ก่อนเรียกพลทหารรักษาการ​ซึ่งเฝ้าเวรยามอยู่​ตรงนั้น​นายหนึ่ง​มาพาผมออก​ไปรออยู่​ข้างนอก ​และสักประมาณยี่สิบนาทีพี่โสภาสก็เดินยิ้มแต้ตามออกมา

​เป็นสิ่งปรกติ​ที่ยิ้มของพี่โสภาสมักไม่ใช่ยิ้มธรรมดา บางครั้งในรอยยิ้มของแกเหมือนมี​ความหม่นเศร้าซุกซ่อนอยู่​ ​และบางคราวก็เหมือนมีคราบ​ความแค้นฝังแน่น นาน ๆ​ สักครั้ง​ที่​จะ​ได้เห็นรอยยิ้มอันเปิดเผยของแก ​และผมก็โง่เกินกว่า​จะระแวง​กับสิ่งนั้น​...​ "จง​เป็นลูกผู้ชายเหมือนอย่าง เช กูวาร่า" ​เป็นคำพูดหลังรอยยิ้ม​ที่ติดปากอยู่​เสมอ​เมื่อแก​ต้องการปลอบใจ​ใคร หาก​แต่ผมเลินเล่อเกินกว่าเฉลียวใจว่า นั่นย่อม​คือคำพูด​ที่ผุดออกมาจาก​ส่วนลึกภายในใจของแก

เราสองคนกลับจากค่ายทหารด้วยรถสองแถวรับจ้าง ไม่​ได้นั่งรถตู้ของ วค. มา​กับอาจารย์พิเชฐเหมือนขา​ไป ​เมื่อถึงหน้า วค. ใกล้ ๆ​ ​กับหอพักของพี่โสภาส เราลงจากรถแล้ว​ก็ชวนกันเข้า​ไปนั่งในร้านก๋วยเตี๋ยว สั่งก๋วยเตี๋ยวต้มยำ​กับแม่ค้าคนละถ้วย ​ระหว่างแม่ค้า​กำลังลวกเส้น​และปรุง​ส่วนผสมใส่ลงในถ้วยให้เราอยู่​หลังตู้กระจกเครื่องก๋วยเตี๋ยวของหล่อน ​ใครคนหนึ่ง​​ซึ่งนั่งอยู่​ก่อน​ที่โต๊ะข้าง ๆ​ ​กับพรรคพวกของ​เขาอีกสองคนก็ร้องถามหล่อนด้วยสุ้มเสียง​ที่ดังขึ้น​เกินพอว่า

"​ได้ข่าวหมู่นี้มีพวกคอมฯ เต็ม วค. ​ไปหมดมิใช่หรือ?"

แม่ค้าหันมาทำหน้าฉงน ​และว่า "ไม่ทราบเหมือนกัน วัน ๆ​ ฉันขาย​แต่ก๋วยเตี๋ยวไม่​ได้ออก​ไปไหน เลย​ไม่รู้เรื่อง​รู้ราว​กับ​เขา"

"ผมอยากดูหน้ามันสักที หน้าตาของมันเหมือเราไหม?" คน​ที่พูด- ​ถ้า​จะให้เดาก็คง​เป็นเจ้าหน้า​ที่บ้านเมือง อาจ​เป็น อส. หรือไม่ก็ตำรวจ หรือทหารนายสิบ ​ส่วนอีกสองคน​เป็นนักศึกษาชายรุ่นเดียว​กับพี่โสภาส หุ่นสำอาง ​แต่งกายจิ๊กโก๋เต็มบรรทัด เสื้อ-กางเกง ​ทั้งลีวาย​และแรงเลอร์ยีนรุ่น​ที่พวก​เขาสวมใส่อยู่​นั้น​ แพงกว่าค่าลงทะเบียนเรียนของผม​ทั้งเทอม "วันไหน​ถ้าเจ๊เห็นหน้าช่วยชี้ให้ดูหน่อย​นะ"

พูดเสร็จก็​เขาเรียกเก็บเงิน ​และชวนกันออก​ไปจากร้าน ตอน​ที่เดินผ่านโต๊ะเราก็ทำ​เป็นหันมามอง ​แต่มิ​ได้พูดจาว่าไร ทำให้ผม​กับพี่โสภาสไม่มีอารมณ์​จะกินก๋วยเตี๋ยวกันเลย​

 

F a c t   C a r d
Article ID S-3358 Article's Rate 41 votes
ชื่อเรื่อง แล้วจะหาว่าคุย (เหมืองป่าภาค 2) --Series
ชื่อตอน คอมแกลบ --อ่านตอนอื่นที่ตีพิมพ์แล้ว คลิก!
ผู้แต่ง พลอยพนม
ตีพิมพ์เมื่อ ๐๗ กุมภาพันธ์ ๒๕๕๔
ตีพิมพ์ในคอลัมน์ เรื่องยาว ซีรีส์
จำนวนผู้เปิดอ่าน ๓๒๓ ครั้ง
จำนวนความเห็น ๒ ความเห็น
จำนวนดอกไม้รวม ๑๙๔
| | | |
เชิญโหวตให้เรตติ้งดอกไม้แก่ข้อเขียนนี้  
R e a d e r ' s   C o m m e n t
ความเห็นที่ ๑ : pilgrim [C-17921 ], [115.87.58.213]
เมื่อวันที่ : ๐๒ ธ.ค. ๒๕๕๓, ๒๐.๓๖ น.

อ่านมาถึงตอนนี้ รู้สึกเรื่อง​​นี้​​เป็นบันทึกทางประวัติศาสตร์​​ที่มีค่าชิ้นหนึ่ง​​นะคะ​​ ​​ทั้งสนุก ​​ทั้งตื่นเต้นค่ะ​​ คุณนามเรียงลำดับเหตุการณ์​​ได้ดีจัง

แจ้งลบข้อความ


ความเห็นที่ ๒ : นาม อิสรา [C-17923 ], [110.49.205.192]
เมื่อวันที่ : ๐๒ ธ.ค. ๒๕๕๓, ๒๒.๓๒ น.

​​ส่วนผม​​เมื่อเขียนมาถึงตรงนี้ ก็รู้แล้ว​​ว่า​​จะตั้งชื่อนิยายเรื่อง​​นี้อย่างจริง ๆ​​ จัง ๆ​​ ว่าอย่างไร

ขอบคุณ​​ที่ติดตามอ่านนะครับ​​คุณพิล

แจ้งลบข้อความ


สั่งให้ระบบส่งเมลแจ้งการเพิ่มเติมความเห็น
 ศาลานกน้อย พร้อมบริการเสมอ และยินดีรับฟังข้อเสนอแนะจากทุกท่าน  ติดต่อเว็บมาสเตอร์ได้ทางคอลัมน์ คุยกับลุงเปี๊ยก หรือทางอีเมลได้ที่ uncle-piak@noknoi.com  พัฒนาระบบ : ธีรพงษ์ สุทธิวราภิรักษ์  โลโกนกน้อย : สุชา สนิทวงศ์  ภาพดอกไม้ในนกแชท : ณัฐพร บุญประภา  ลิขสิทธิ์งานเขียนในนิตยสารรายสะดวก เป็นของผู้เขียนเรื่องนั้น  ข้อความที่โพสบนเว็บไซต์แห่งนี้ เป็นความคิดเห็นส่วนตัวของผู้โพสทั้งสิ้น