นิตยสารรายสะดวก  Fiction  ๑๒ มกราคม ๒๕๕๕
เวลาที่หายไป #43
ดอยสะเก็ด
...ทันที​ที่มีเสียงประตูปิด​ซึ่งแสดงว่ามารดาของเธอกลับออก​ไปแล้ว​ ลลิตาก็ลืมตาขึ้น​มองคริส ​ที่เดินเข้ามานั่งลงบนเก้าอี้ข้างเตียง​ที่เธอนอนอยู่​ ​เขาเอื้อมมือ...

ตอน : ความจริงที่เจ็บปวด

ทันที​ที่มีเสียงประตูปิด​ซึ่งแสดงว่ามารดาของเธอกลับออก​ไปแล้ว​ ลลิตาก็ลืมตาขึ้น​มองคริส ​ที่เดินเข้ามานั่งลงบนเก้าอี้ข้างเตียง​ที่เธอนอนอยู่​ ​เขาเอื้อมมือมากุมมือเธอ​เอาไว้ หน้าของ​เขาซีดขาว ​ทั้งเศร้าหมอง​และกังวล

"ลิตา ​เป็นยังไงบ้าง? ดีขึ้น​แล้ว​ใช่ไหม? หมอว่ายังไงบ้าง?"
"ไม่​เป็นอะไร​แล้ว​ละค่ะ​ อีกวันสองวันคงกลับบ้าน​ได้" เธอตอบอ่อยๆ​ รู้สึกใจชื้นขึ้น​มาบ้าง ​เมื่อเห็นว่า​เขา​เป็นห่วง​เป็นใยเธอจากใจจริง
"ลิตา พี่เสียใจมาก​กับเรื่อง​​ที่เกิดขึ้น​ ต่อ​ไปอย่าทำแบบนี้อีกนะ พี่คงเสียใจ​ที่สุดในชีวิต​ถ้าลิตา​เป็นอะไร​​ไป"
" ลิตาไม่​ได้กินยา​เพื่อฆ่าตัวตายหรอกนะคะ​ ลิตาเพียง​แต่อยากนอนให้หลับเท่านั้น​ ไม่นึกว่ามัน​จะ​เป็นยังงี้"
"ต่อ​ไปอย่ากินยาพวกนี้อีกเลย​นะ ​ถ้ากินมากเกิน​ไปก็อาจ​เป็นอันตราย​ได้" อึ้ง​ไปอึดใจหนึ่ง​ก่อน​จะพูดต่อว่า "ลิตา..พี่อยากให้ลิตาเลิกคิดมากเรื่อง​นั้น​ ให้อภัยพี่ แล้ว​ลืมมันเสียให้หมด​ได้ไหม? ​ถ้าลิตาอภัยให้พี่​ได้ เราก็​จะเริ่มต้นกันใหม่"

หญิงสาวพยายามยิ้มให้​เขา ​ทั้งๆ​​ที่น้ำตา​กำลังคลออยู่​ในดวงตา​เมื่อตอบว่า " ก็อย่าง​ที่ลิตาบอกพี่​เมื่อคืน ​ถ้าพี่สัญญาว่า​จะลืม​เขาให้หมด ไม่มีเงาของ​เขาอยู่​ในหัวใจพี่อีกต่อ​ไป ลิตาก็​จะอภัยให้พี่ ​จะช่วยพี่ลบ​ความทรงจำของพี่​ที่เคยมีต่อ​เขาให้หมดสิ้น​ไปเหมือนไม่เคยเกิดขึ้น​ ช่วงเวลา​ที่พี่หายตัว​ไปก็​จะถูกลบทิ้ง​ไปด้วย เหมือนเราไม่เคยจากกัน"

ชายหนุ่มจับมือ​ที่อยู่​ในมือ​เขาขึ้น​แตะริมฝีปาก "ขอบใจมากนะลิตา​ที่เข้าใจพี่ พี่สัญญาว่า​จะพยายามลืม​เขาให้​ได้" ​เขาตั้งใจอย่างนั้น​จริงๆ​ ตอนนี้​เขารู้สึกเหมือนถูกต้อนด้วยสถานการณ์ต่างๆ​ให้​ต้องจนมุม ​เขาไม่มีทางเลือกอื่นใด นอกจากเดิน​ไปตามทางนั้น​

"พี่คริส ​ความจริงลิตาก็ไม่อยาก​จะรื้อฟื้นอะไร​อีกแล้ว​ ​แต่ไหนๆ​เราก็พูดถึงมันขึ้น​มา ลิตาก็อยาก​จะบอกพี่ว่าลิตารู้สึกยังไง ​เมื่อพี่บอกว่าพี่รักผู้หญิงคนนั้น​เหมือนกัน พี่รู้ไหมว่าลิตาเสียใจมากแค่ไหน ​ที่อยู่​ๆ​ก็​ต้องกลายมา​เป็นตัวเลือกหนึ่ง​ในสองของพี่ ​ทั้งๆ​​ที่พี่เองก็รู้ดีว่าลิต้าไม่จำ​เป็น​ต้อง​เป็นตัวเลือกของ​ใคร ​โดยเฉพาะพี่​ที่เคยรักลิตา​แต่เพียงคนเดียวมาก่อน"

ลลิตาหยุดสังเกตสีหน้าของคริส เห็นแววตา​ที่เต็ม​ไปด้วย​ความสงสาร​และสำนึกผิดของ​เขา อย่าง​ที่เธอ​ต้องการ​จะเห็น ​แต่หญิงสาวก็ยังพูดต่อ​ไปด้วยเสียง​ที่เจือสะอื้น เธอ​ต้องการ​ความมั่นใจมากกว่านั้น​

"มันเจ็บปวดมากนะคะ​พี่ ​ที่จู่ๆ​คน​ที่เคย​เป็นหนึ่ง​เดียวในหัวใจพี่ กลับถูกลดระดับ​ความสำคัญลง​ไป​เป็นเพียงตัวเลือกหนึ่ง​ในสอง มันเกิดอะไร​ขึ้น​? ลิตามีทุกสิ่งทุกอย่าง​ที่ลิตาภูมิใจ ​สามารถอยู่​​ได้​โดยไม่มีพี่ ​แต่..​แต่..ลิตาก็พูดไม่​ได้เต็มปากว่า​จะไม่เจ็บปวด ชีวิต​ที่ปราศจากคน​ที่ลิตารัก​และรักลิตามานานถึงสิบปี คง​จะ​เป็นชีวิต​ที่ว่างเปล่า เจ็บปวดทุกข์ทรมานจนสุด​จะทน"
"โธ่..ลิตา ! พี่เสียใจ​ที่ทำให้ลิตา​ต้องรู้สึกอย่างนั้น​" คริสรู้ว่า​เขาหมาย​ความตามนั้น​จริงๆ​ ไม่​ได้พูดเพียง​เพื่อ​เอาใจเธอ "อภัยให้พี่ ให้โอกาสพี่​ได้แก้ตัวสักครั้งเถิดนะ ลิตา"
"ลิตา​จะให้โอกาสพี่ อภัยให้พี่ ​เพราะลิตายังหวังอยู่​ลึกๆ​ว่า​ความรัก​ที่ยาวนานของเรา เหมือนต้นไม้ใหญ่​ที่หยั่งรากลึกลง​ไปในดิน มันอาจ​จะสั่นคลอน​ไปบ้าง​เป็นครั้งคราวจากลมพายุ​ที่พัดกระหน่ำ ​แต่มันก็​จะไม่ล้มครืนลง​ไปง่ายๆ​ ​ถ้าเรา​จะจับมือกัน ยืนหยัดต่อสู้พายุ​ไปด้วยกัน"

หญิงสาวบีบมือของ​เขา​ที่ยังประสานอยู่​​กับมือเธอเบาๆ​ ยิ้มให้​เขาอย่างเศร้าสร้อย​เมื่อพูดต่อ​ไปว่า "​แต่ลิตาอยากเล่าให้พี่ฟังว่า​เมื่อคืนนี้ลิตานอนไม่หลับเลย​ คิดหนักมากจน​ต้องลุกขึ้น​มาหายากินจนเกิดเรื่อง​ขึ้น​มา ใจหนึ่ง​ก็คิด​จะเสียสละหลีกทางให้พี่​กับ​เขา ​เพราะพี่บอกเองว่าพี่ก็รัก​เขาด้วย...​" เธอพูดช้าๆ​ คอยสังเกตสีหน้าแววตาของ​เขา​ไปด้วย
ลลิตาพูดยังไม่ทันจบ ชายหนุ่มก็พูดขัดขึ้น​อย่างร้อนรนว่า "ลิตาไม่จำ​เป็น​ต้องทำอะไร​แบบนั้น​เลย​ ​เมื่อคืนนี้พี่ก็บอกแล้ว​ไม่ใช่หรือว่าเรา​จะ​แต่งงานกัน แล้ว​​ถ้าลิตาอยากเลื่อนให้เร็วขึ้น​พี่ก็ไม่ขัดข้อง"

"พี่ฟังลิตาก่อน ลิตา​กำลัง​จะบอกพี่ว่าถึง​แม้​จะอยากเสียสละ หลีกทางให้พี่​ไปหา​เขา ​แต่คิด​ไปคิดมาแล้ว​ลิตาก็ทำใจไม่​ได้ ​เพราะลิตารักพี่มาก ขาดพี่ไม่​ได้ พี่เองก็เคยบอกลิตาว่าขาดลิตาไม่​ได้ จำ​ได้ไหมคะ​? เรากลาย​เป็นชีวิต​ส่วนหนึ่ง​ของกัน​และกัน​ไปตั้งนานแล้ว​ ลิตาจึงอยากบอกพี่เสียเลย​ตอนนี้ แล้ว​ก็อยากฝากบอก​ไปถึงผู้หญิงคนนั้น​ด้วยว่า ไม่ว่าอะไร​​จะเกิดขึ้น​ ลิตา​จะไม่​เป็นฝ่ายเสียสละเดินจากพี่​ไปเสียเอง ​โดยไม่ทัน​ได้ทดสอบหัวใจพี่ ลิตาไม่​ได้​เป็นคนดีขนาดนั้น​"

หญิงสาวหยุดพูด​เมื่อเห็นดวงตา​ที่แดงก่ำของคริส หน้าของ​เขาหม่นหมอง เห็นหน้าตา​ที่เต็ม​ไปด้วย​ความสำนึกผิดของ​เขาแล้ว​ ลลิตาก็นึกสงสารอยากจบคำพูดลงเพียงแค่นั้น​ ​แต่ยังหรอก เธอ​จะ​ต้องพูดต่อ​ไปอีกหน่อย​ เธอยังมีบางอย่าง​ที่​เป็นเหมือนไม้สุดท้ายของเกมวิ่งผลัด ​ที่​เขา​จะ​ต้อง​เป็นฝ่ายรับ​ไปแล้ว​พามันวิ่งเข้าสู่เส้นชัย​ที่มีเธอ ยืนรออยู่​แล้ว​ เธอ​จะไม่ยอม​เป็นคนถือไม้วิ่ง​ไปหา​เขาอีกต่อ​ไป

"​เมื่อคืนนี้ลิตานอนคิดถึงเรื่อง​การ​แต่งงานของเรา แล้ว​รู้สึกว่า​ ​ที่ผ่านมาพ่อแม่ของลิตา​เป็นฝ่ายเร่งรัดมากกว่าฝ่ายพี่ ท่านคง​เป็นห่วงไม่อยากให้ลูกสาวถูกคนนินทาว่าร้ายว่าทำไมยังไม่ ​แต่งงานเสียที ​ทั้งๆ​​ที่ทุกอย่างก็​พร้อมแล้ว​ ​พร้อมมานานแล้ว​ด้วย ตอนแรกลิตาก็ไม่​ได้คิดอะไร​มาก ​แต่หลังจาก​เมื่อวานนี้​ที่รู้ว่าพี่มีคนอื่น ลิตาก็จำ​เป็น​ต้องคิดใหม่"

คริส​ซึ่งนิ่งอั้นตาตกลงมองพื้น ฟังคำพูดของลลิตาอยู่​เงียบๆ​ เงยหน้าขึ้น​มองหญิงสาวเหมือนสงสัยว่าเธอหมาย​ความว่าอย่างไร

"พี่คริส ลิตาไม่อยาก​จะทำเหมือนยัดเยียดตัวเองให้พี่ ต่อ​ไปนี้ลิตา​จะอยู่​เฉยๆ​ไม่ทำอะไร​เลย​ พี่​จะ​ต้อง​เป็นฝ่ายตัดสินใจด้วยตัวพี่เองแล้ว​มาบอกลิตาหรือคุณป้าก็​ได้ ลิตา​จะอยู่​ตรง​ที่​ที่เคยอยู่​ ​จะรอพี่เหมือน​ที่เคยรอ ​ส่วนการตัดสินใจว่า​จะ​แต่งงาน​กับลิตาหรือไม่ ​จะ​แต่ง​เมื่อไรหรือ​แม้​แต่​จะเลื่อนต่อ​ไปอีกเรื่อยๆ​ ​โดยไม่มีกำหนด​เป็นของพี่ นี่​คือการทดสอบหัวใจของพี่​ที่​แม้ลิตา​จะ​ต้อง​เป็นฝ่ายเสี่ยง ​แต่ลิตาก็​พร้อม​ที่​จะเสี่ยง​โดยมีหัวใจของพี่​เป็นเดิมพัน"

พูดจบหญิงสาวก็ชำเลืองดูผลจากคำพูดของเธอจากสีหน้า​เขา ​ได้เห็น​ความละอายใจ​และสำนึกผิดอย่างยิ่งอย่าง​ที่เธอ​ต้องการ ​แต่ลลิตายังไม่ยอมจบเพียงแค่นั้น​ "การตัดสินใจครั้งนี้อาจ​จะทำให้พี่เจ็บปวดมาก ​แต่พี่ก็​ต้องทำ อย่าทำเหมือนผู้ชายบางคน​ที่รักพี่เสียดายน้อง จนพยายาม​ที่​จะเก็บผู้หญิงสองคนไว้ มันไม่ยุติธรรม พี่​ต้องไม่เห็นแก่ตัว พี่​ต้องปล่อยเราคนใดคนหนึ่ง​​ไป ลิตาเชื่อว่าชีวิตเริ่มต้นใหม่​ได้เสมอ ​แม้ตอนนี้เราอาจ​จะคิดว่า​เป็น​ไปไม่​ได้ ​แต่​เมื่อเวลานั้น​มาถึง เราก็​จะรู้ว่ามัน​เป็นเรื่อง​​ที่เกิดขึ้น​​ได้เสมอ แล้ว​เราก็​จะหายเจ็บปวด แผล​ที่เกิดขึ้น​ก็​จะตกสะเก็ดกลาย​เป็นแผล​เป็น ​ที่​ถ้าไม่มองเราก็อาจ​จะลืม​ไปแล้ว​ว่ามันอยู่​ตรงนั้น​ แล้ว​เราก็​จะ​ใช้ชีวิตของเรา​ได้ต่อ​ไป"

ลลิตา​กำลังคิดว่าตอนนี้คริสเปรียบเหมือนม้า ​ที่เจ้าของคอกเผลอเรอปล่อยให้หลุดออก​ไป มัน​ได้รับอิสรภาพ​ที่ไม่ค่อย​จะเคยมี มันอาจ​จะคึกคะนองวิ่งหนี​ไปเรื่อยๆ​ ไม่ยอมกลับเข้าคอก ​ถ้าเธอ​เป็นเจ้าของม้าตัวนั้น​แล้ว​​ใช้แซ่กระหน่ำไล่ตีมัน ​โดยหวังว่า​จะทำให้มันจำนนยอมกลับเข้าคอก​แต่​โดยดีมันก็อาจ​จะยิ่งเตลิด สิ่ง​ที่เธอควรทำก็​คือ​เอาหญ้า​ไปยื่นล่อให้มัน ค่อยๆ​ตบแผงคอของมันอย่างปลอบประโลม​และให้อภัย ใน​ที่สุดมันก็​จะยอมเดินกลับเข้าคอกเอง แล้ว​เธอก็ยิ้มเศร้าๆ​​ที่ทำให้หัวใจของชายหนุ่มแทบแตกสลาย ด้วย​ความสงสาร​และเห็นใจ จนลืมนึกถึงหัวใจของตัวเอง​ไปเสียสนิท

​เมื่อลลิตาพ้นขีดอันตราย​และหมออนุญาตให้กลับบ้าน​ได้แล้ว​ คุณลักษณาก็มารับบุตรสาวด้วยตัวเอง ลลิตาตกลงใจ​จะอยู่​พักฟื้น​ทั้งร่างกาย​และจิตใจ​ที่บอบช้ำ​ที่เมืองไทยต่อ​ไปอีกระยะหนึ่ง​ ​ส่วนคริสนั้น​​จะเดินทางกลับ​ไปก่อน ​เพราะ​ต้องกลับ​ไปทำงาน

ทันที​ที่คริส​ซึ่งตามมาส่งถึงบ้าน​และนั่งพูดคุย​เอาอก​เอาใจเธออยู ่พักหนึ่ง​กลับ​ไปแล้ว​ ลลิตาก็ถามมารดาว่า "แม่มีวีดีโองานหมั้นของลิตาใช่ไหมคะ​?"
​เมื่อคุณลักษณา​ซึ่งยังไม่เข้าใจเจตนาของบุตรสาว พยักหน้ารับว่ามีหญิงสาวก็ขอร้องว่า " ช่วยหาให้ลิตาหน่อย​​ได้ไหมคะ​? ลิตาอยากดูอะไร​หน่อย​"

สองแม่ลูกนั่งดูวีดีโองานหมั้นด้วยกัน ตอนแรกคุณลักษณาคิดว่าบุตรสาวของเธอคง​จะอยากดู ​เพื่อนึกถึง​ความสุข​ความสมหวังของเธอในวันนั้น​ ในขณะ​ที่ลลิตาเกิด​ความสงสัยขึ้น​มาอย่างปัจจุบันทันด่วน ว่าอาจ​จะ​ได้เบาะแสอะไร​บางอย่างจากวีดีโอม้วนนั้น​ เธอจำ​ได้ว่าแว่บแรก​ที่เห็นผู้หญิงคนนั้น​​ที่บ้านพักตากอากาศของคุณธัญญา เธอรู้สึกเหมือนว่าเคยเห็นหรือเคยพบเจ้าหล่อนมาก่อน ​แต่ก็นึกไม่ออกว่า​ที่ไหนอย่างไร แล้ว​ก็เลิกสนใจเพียงเท่านั้น​ ​แต่ตอนนอนอยู่​​ที่โรงพยาบาล มีเวลาคิดทบทวนเหตุการณํต่างๆ​​และเกิด​ความคิดว่า ​จะ​ต้องทำอะไร​บางอย่าง​กับเรื่อง​​ที่เกิดขึ้น​ ​เพราะรู้แน่ชัดแล้ว​ว่ามีคู่แข่ง​ซึ่ง​เป็นคู่แข่ง​ที่น่ากลัว ​เพราะคริสหลุดปากสารภาพออกมาแล้ว​ว่ารักผู้หญิงคนนั้น​ด้วย ​แม้​จะอ้างว่ายังรัก​และ​จะ​แต่งงาน​กับเธออยู่​เหมือนเดิมก็ตาม

​และแล้ว​ลลิตาก็​ได้เห็นผู้หญิงคนนั้น​ในชุดราตรียาวสวยหรู หน้าตาอย่างนั้น​รูปร่างอย่างนั้น​​จะ​เป็น​ใครอื่น​ไปไม่​ได้เลย​ ผู้หญิง​ที่คริสบอกอย่างไม่เต็มใจนักว่าชื่อทิพย์สุรางค์ ​กำลังเดินอยู่​ในห้องด้านหน้า​เพื่อผ่านเข้า​ไปในห้องจัดงานด้านใน หลังจากนั้น​อีกพักใหญ่ก็เห็นเจ้าหล่อน​กำลังเดินแกมวิ่งผ่านบริเวณจัดงานออก​ไป ​โดยมีผู้ชายคนหนึ่ง​​ซึ่งเห็นหน้าไม่ชัด​เพราะแสงไฟไม่สว่างพอวิ่งตาม​ไปด้วย เพียงแค่นี้ลลิตาก็รู้แล้ว​ว่าผู้หญิงคนนั้น​อยู่​​ที่อเมริกาเหมือ นกัน แล้ว​​ที่เธอเห็น​ที่พัทยาเล่าหมาย​ความว่าอย่างไร? หรือว่าผู้หญิงคนนี้อยู่​​ที่เมืองไทย ​เมื่อรู้ว่าคริส​กำลัง​จะหมั้นก็เลย​ตาม​ไป​เพื่อพบปะตกลง​กับ​เขาหรือ อย่างไร? ​ถ้าเช่นนั้น​​เขาพูดจาตกลงอะไร​กัน ?

คุณลักษณาก็เห็นภาพเดียวกันในวีดีโอม้วนนั้น​​และเข้าใจคล้ายๆ​​กับบุตรสาวของเธอ ​แต่​สามารถ​จะโยงเรื่อง​​ได้ชัดเจนกว่าลลิตา ​ความจริงเธอไม่คิด​จะเล่าเรื่อง​​ที่พบเห็น​ที่หน้าลิฟต์ในคืนนั้น​ ​และ​แม้​แต่เรื่อง​​ที่เธอ​ไปพบ​เพื่อเจรจา​ความ​กับหญิงสาวคนนั้น​ให้ลลิตาฟังเลย​ คิดว่าเรื่อง​​ระหว่างคริส​กับผู้หญิงคนนั้น​คง​จะจบ​ไปแล้ว​​เพราะ​เขาคงเกรงใจเธอ ​ส่วนผู้หญิงคนนั้น​​เมื่อเจอฤทธิ์เดชของเธอเข้า ก็คงไม่กล้ามาวุ่นวาย​กับคริสอีกต่อ​ไป นอกจากนี้​ที่ไม่กล้าบอกลลิตาก็​เพราะบุตรสาวของเธอไม่ค่อย​จะฟังเ ธอ บางครั้งยังแสดง​ความไม่พอใจออกมา เวลา​ที่เธอเข้า​ไปวุ่นวาย​กับเรื่อง​​ที่ลลิตาเห็นว่า​เป็นเรื่อง​​ส่วนตัว​ระหว่างเธอ​กับคริส

​แต่ลลิตา​ซึ่งจิตใจ​กำลังอ่อนแอ​ต้องการ​ใครสักคนหนึ่ง​ ​ที่​สามารถ​จะระบาย​ความในใจให้ฟัง​ได้​โดยไม่​ต้องรู้สึกเสียหน้า นั่งหลับตาน้ำตาค่อยๆ​ไหลรินออกมา เธอคิดว่าเดาไม่ผิดว่าผู้ชาย​ที่วิ่งตามผู้หญิงคนนั้น​​ไป​คือคริส นี่ขนาดอยู่​ในงานประกาศหมั้นของตัวเอง ต่อหน้าต่อตาพ่อแม่​ทั้งของ​เขา​และของเธอรวม​ทั้งแขกเหรื่ออีกมากม าย ควรหรือ​ที่​เขา​ซึ่งเพิ่งสวมแหวนหมั้นวง​ที่​เป็นทางการให้เธอ​จะทำเ ช่นนั้น​ ​เขาคงรัก​และแคร์ผู้หญิงคนนั้น​มาก มากเสียจนไม่สนใจสายตาของ​ใครใน​ที่นั้น​เลย​หรือ?

คุณลักษณาลืม​ความตั้งใจเดิม​ไปทันที ​เมื่อเห็นน้ำตา​และสีหน้า​ที่เจ็บปวดของลูก เธอทนนิ่งเงียบอยู่​ไม่​ได้อีกต่อ​ไป "ลิตาเห็นผู้หญิงคนนั้น​แล้ว​ใช่ไหม ? คน​ที่ลูกกดวีดีโอให้ค้างไว้น่ะ ​ความจริงแม่มีเรื่อง​อยาก​จะบอกลูกตั้งแต่คืนนั้น​แล้ว​ ​แต่แม่ยังไม่แน่ใจเลย​ยังเงียบอยู่​ อีกอย่าง..แม่ก็ไม่อยากให้ลูก​กับคริสมีปัญหากันด้วย แม่สงสัยตั้งแต่ตอน​ที่ลูกขอดูวีดีโอนี่แล้ว​ละว่าคง​จะ​ต้องมีอะไร​ เกิดขึ้น​แน่"

หญิงสาวลืมตาขึ้น​มองมารดาอย่างแปลกใจ "มีอะไร​หรือคะ​?"

"คืนนั้น​ตอน​ที่แม่ขึ้น​​ไปหยิบผ้าพันคอ​ที่ห้องชุดน่ะ ขากลับลงมาแม่เห็นคริสอยู่​​กับผู้หญิงคนนั้น​​ที่หน้าลิฟต์" เธอหยุดคิดว่าควร​จะพูดต่อ​ไปหรือไม่ ​แต่ใน​ที่สุดก็ตัดสินใจ "แม่เห็น​เขา​กำลังยื้อยุดฉุดมือกันอยู่​ คริสน่ะ..ทำหน้าเหมือนวิงวอนขอร้องอะไร​สักอย่างจาก​เขา ​ส่วนแม่คนนั้น​ก็​กำลังพูด​กับ​เขา ​แต่แม่ไม่ทันฟัง พอเห็นแม่​เขาก็สะบัดหลุดจากคริสวิ่งเข้าลิฟต์​ไป" แล้ว​เธอก็เสริม​ความเห็นของตัวเองต่ออีกหน่อย​ว่า "​ถ้าแม่ไม่​ได้อยู่​ตรงนั้น​ คริสคงวิ่งตามแม่คนนั้น​​ไปแล้ว​"

"แม่น่า​จะบอกลิตาตั้งแต่ตอนนั้น​แล้ว​" ลลิตาตัดพ้อ
คุณลักษณา​ซึ่งไวในการจับแพะชนแกะ ถามทันทีอย่างร้อนใจว่า "นี่แปลว่าคริส​กับลูกมีปากมีเสียงกันจนถึงขั้นลูกกินยาฆ่าตัวตาย ก็​เพราะเรื่อง​ผู้หญิงคนนี้ใช่ไหม?"
"โธ่! แม่คะ​ ลิตาก็บอกแล้ว​ว่าไม่​ได้คิด​จะฆ่าตัวตาย ลิตากินยา​เพื่อให้หลับเท่านั้น​ ​แต่อาจ​จะกินมาก​ไปหน่อย​จนเกิดเรื่อง​"
"นั่นแหละ​..นั่นแหละ​ มันก็​ต้องมีสาเหตุ​ที่ทำให้นอนไม่หลับใช่ไหมล่ะ? จู่ๆ​ลูก​จะลุกขึ้น​มากินยากล่อมประสาทให้หลับทำไม ​ถ้าไม่มีเรื่อง​​ที่ทำให้เครียดจนนอนไม่หลับ" เธอออก​ความเห็นอย่างผู้ชำนาญ​เพราะมีประสบการณ์มาก่อน
คุณลักษณาค่อยๆ​ตะล่อมถามว่า "แปลว่าคริสยังติดต่อ​กับผู้หญิงคนนั้น​อยู่​ใช่ไหม? เท่า​ที่แม่รู้ แม่คนนั้น​ยัง​เป็นนักเรียนอยู่​เลย​"
คราวนี้ลลิตามองมารดาเขม็งอย่างสงสัย "แม่รู้​ได้ยังไงคะ​? หรือจ้างนักสืบ?"

​ที่หญิงสาวถามอย่างนั้น​ก็​เพราะรู้ว่ามารดาของเธอ เคยว่าจ้างนักสืบเอกชนให้คอยติดตามพฤติกรรมของบิดา ​และบางครั้งก็ของผู้หญิง​ที่เธอ​ได้ข่าวว่าคุณปราโมชเข้า​ไปพัวพัน ด้วย

คุณลักษณาหน้าเจื่อน อ้อมแอ้มแก้ตัวว่า "เปล่า ไม่ใช่ยังงั้นหรอกน่า ทำไมแม่​จะ​ต้องลงทุนถึงขนาดนั้น​"
​แต่ลลิตาไม่ยอมปล่อยให้ผ่าน​ไปง่ายๆ​ คาดคั้นถามว่า "งั้นทำไมแม่รู้ว่า​เขายังเรียนหนังสืออยู่​?"

​เมื่อเลี่ยงต่อ​ไปไม่​ได้แล้ว​ คุณลักษณาก็จำใจ​ต้องเล่าให้บุตรสาวฟัง​โดยละเอียด เรื่อง​​ที่เธอ​ไปพบ​และเจรจา​กับผู้หญิงคนนั้น​ ฟังจบแล้ว​ลลิตาก็ยิ้มนิดๆ​ อย่างเยาะหยัน​ความโง่เขลาของตัวเอง ​และยังคิดต่อ​ไปด้วยว่า​แม้​แต่มารดาผู้ฉลาดปราดเปรื่อง​กับเรื่อง​แบบนี้ของเธอ ยังถูกหลอก​ได้เลย​

"แม่รู้ไหมคะ​ว่าผู้หญิงคนนี้​เป็น​ใคร มี​ความสัมพันธ์อะไร​​กับพี่คริส? ลิตาเองก็เพิ่งรู้​เมื่อไม่กี่วันมานี้เองว่า​เขาก็​คือคน​ที่เคยช่ วยชีวิตพี่คริส ตอน​ที่พี่​เขาหายตัว​ไปเกือบหนึ่ง​ปีนั่นน่ะ"
"ฮ้า?" คุณลักษณาร้องออกมาอย่างตกใจ​และไม่เชื่อหูตัวเอง "ลูกรู้​ได้ยังไง? ​ใคร​เป็นคนบอก?"
หญิงสาวยิ้มฝืนๆ​ "ลิตา​ได้ยินจากปากพี่คริสนั่นแหละ​ค่ะ​ แล้ว​​เขายังสารภาพอีกด้วยว่า​เขารักผู้หญิงคนนั้น​เหมือนกัน อาจ​จะไม่น้อย​ไปกว่า​ที่รักลิตาก็​ได้"

คุณลักษณา​ทั้งๆ​​ที่​กำลังตกใจ​กับเรื่อง​​ที่​ได้ยิน ก็ยังไม่วายลอบสังเกตสีหน้าของบุตรสาว ​ได้เห็นแววตา​ที่เจ็บปวดรวดร้าว​และคั่งแค้นของเธอ "​เขากล้าพูดอย่างนั้น​เลย​หรือ? แม่ไม่นึกไม่ฝันเลย​นะ ว่าคริส​จะทำ​กับลูก​ได้ขนาดนี้"

เธอรู้สึกคั่งแค้นชายหนุ่ม​ที่เธอเห็นมา​แต่อ้อน​แต่ออก ผวา​ไป​ที่โทรศัพท์​ซึ่งอยู่​ใกล้มือ "ไม่​ได้แล้ว​ แม่​ต้องคุย​กับธัญญาให้รู้เรื่อง​เดี๋ยวนี้"
ลลิตาจับมือของมารดา​ที่​กำลังยกหูโทรศัพท์ "อย่าค่ะ​ อย่าให้คุณป้ารู้เรื่อง​นี้​เป็นอันขาด"
คุณลักษณาไม่เข้าใจ "ทำไม? ​เขาทำขนาดนี้แล้ว​ยัง​จะให้แม่นั่งเฉย ไม่ทำอะไร​เลย​งั้นรึ?"
"แม่คะ​ แม่ก็รู้นี่คะ​ว่าคุณป้า​เป็นยังไง ท่านไม่กล้าเสียงแข็ง​กับพี่คริสหรอกค่ะ​ บางครั้งพี่คริสก็ไม่ฟัง​ใครเลย​​แม้​แต่คุณป้า ลิตารู้จัก​เขาดีว่าเวลา​ที่​เขาดื้อขึ้น​มา​ใครก็​เอาไม่อยู่​ ลิตาไม่อยากให้คนอื่น​แม้​แต่คุณพ่อรู้เรื่อง​นี้ ลิตาอาย คน​เขา​จะคิดว่าลิตาไม่มีน้ำยา​เอาพี่คริสไว้ไม่อยู่​ ขนาดหมั้นกันจนคนรู้​ไปทั่วแล้ว​"

​เมื่อเข้าใจเหตุผลของบุตรสาว คุณลักษณาก็ยอมวางโทรศัพท์ลง​โดยดี นั่งทอดถอนใจด้วย​ความกลัดกลุ้ม สมองของเธอทำงานอย่างหนัก คิดหาวิธีว่า​จะช่วยลูก​ได้อย่างไร เธอรู้ว่าลลิตารักคริสมาก ไม่เคยมีผู้ชายคนอื่นในชีวิต ​แม้​จะมีผู้ชายอีกหลายคน​ทั้งคนไทย​และต่างชาติ​ที่สนใจเธอ

"อ้อ! ลิตายังไม่​ได้เล่าให้แม่ฟังเลย​เรื่อง​ทะเลาะ​กับคริสน่ะ แม่เข้าใจไม่ผิดใช่ไหมว่า​เพราะเรื่อง​ผู้หญิงคนนั้น​" ใน​ที่สุดคุณลักษณาก็นึก​ได้แล้ว​วกกลับมา​ที่เรื่อง​เดิม

​ความจริงลลิตาไม่​ได้คิด​จะเล่าเรื่อง​​ที่พัทยาให้​ใครฟัง ​แต่​เนื่องจากเธอ​กำลังสับสนวุ่นวายใจ ​ต้องการคน​ที่​จะช่วยคิดว่า​จะทำอย่างไรต่อ​ไป ประกอบ​กับการ​ที่คุณลักษณา​เป็นมารดาของเธอ ​ซึ่ง​ต้องรัก​และหวังดีต่อเธอมาก​ที่สุดอยู่​แล้ว​ จึงน่า​จะ​เป็น​ที่พึ่งช่วยคิดอ่าน​ได้ ​และไหนๆ​คุณลักษณาก็รู้เรื่อง​มามากพอควรแล้ว​ หญิงสาวจึงตัดสินใจเล่าเรื่อง​​ทั้งหมดให้มารดาฟัง ​แต่แน่นอน..​ที่เธอไม่​ได้แย้มพรายถึงเหตุการณ์ในห้องนอนของคริส

พอฟังจบคุณลักษณาก็กล่าวว่า "​ถ้าผู้หญิงคนนี้​เป็นคน​ที่ช่วยชีวิตคริสจริง ​เป็นลูกสาวเจ้าของบ้าน​ที่​เขา​ไปอยู่​ด้วยตั้งเกือบปี แล้ว​ก็ดูจากพฤติกรรม​ที่เราเห็น ลูกไม่คิดบ้างหรือว่า​เขาอาจ​จะมีอะไร​กันลึกซึ้งกว่า​ที่มองเห็น" เธอไม่​ได้คิดแบบ​จะหาเรื่อง​ให้ผู้หญิงคนนั้น​เสื่อมเสียหรอก ​แต่เธอคิดแบบผู้มีประสบการณ์​และผ่านโลกมายาวนานต่างหาก

ลลิตานิ่งคิดแล้ว​ตอบมารดาอย่างพยายามปกป้องคู่หมั้นของเธอ ​เพื่อกันไม่ให้มารดามอง​เขาแย่ยิ่งกว่าเก่าว่า "​ความจริงลิตาก็เคยคิดเหมือนกัน ​แต่เท่า​ที่รู้จักพี่คริส ​เขาไม่ใช่คนเจ้าชู้แล้ว​ก็ไม่ใช่คนมักง่าย ทำให้ลิตาไม่ค่อยเชื่อเท่าไรว่า​เขา​จะทำแบบนั้น​​ได้"

​แต่มารดาของเธอผ่านโลกมานาน​และฉลาดกว่า​ที่เธอคิด "ทำไม​จะไม่​ได้? อย่าลืมสิว่าตอนนั้น​คริสจำเรื่อง​เก่าๆ​ไม่​ได้เลย​ คงจำไม่​ได้ด้วยซ้ำว่ามีลูก​และรักอยู่​​กับลูก ​เมื่อ​เขาเจอผู้หญิงคนนี้ สนิทสนมกัน อยู่​บ้านเดียวกัน ​ถ้า​เขาเองก็คิดว่าหัวใจยังว่างอยู่​ ​เขาก็อาจ​จะเผลอใจ​ไปรัก​ไปมีอะไร​กันก็​ได้นี่ พูดก็พูดเถอะนะ ​เขาเองก็สวยเสียขนาดนั้น​"

สีหน้า​ที่เจ็บปวดของลูกสาว ทำให้คุณลักษณา​ต้องรีบพูดต่ออย่างรวดเร็วว่า "ถึง​จะสวยสู้ลูกไม่​ได้ก็เถิด"
"​ถ้า​เขาเคยมีอะไร​กันจริง ลิตาควร​จะทำยังไงคะ​ แม่ ?"
"ไม่เห็น​จะ​ต้องทำอะไร​เลย​ ​ถ้า​เขา​จะเคยมีอะไร​กันจริงก็ไม่ใช่เรื่อง​ใหญ่​ที่ลูก​จะ​ต้อง​เอามา​เป็นอารมณ์ ​ถ้าผู้หญิงมันตื๊อ​จะให้เสียอย่างผู้ชายคนไหนมัน​จะไม่​เอาล่ะ ไม่​ต้องคิดเรื่อง​นี้เลย​นะลิตา ​ถ้า​จะคิดก็ควรคิดเหมือน​เขา​ไปเ​ที่ยวผู้หญิงสักคน เสียเงินแล้ว​ก็หมดเรื่อง​กัน​ไป ลูก​ต้องทำเฉยๆ​ ไม่​ต้อง​ไปซักไซ้ไล่เลียงคริสแล้ว​รีบ​แต่งงาน​กับ​เขา​โดยเร็ว ผู้ชายน่ะพอ​แต่งงานมีลูกมีเมียแล้ว​ก็ลืมผู้หญิง​ที่เคยผ่านๆ​มาได ้ แค่ระวังอย่าให้แอบ​ไปมีคนใหม่ก็พอแล้ว​ เชื่อแม่เถิดนะลิตา"

คุณลักษณาพยายาม​ใช้วาทศิลป์กล่อม​เพื่อให้บุตรสาวของเธอสบายใจขึ้น​ เธอบอกให้ลลิตาอยู่​เฉยๆ​ไม่​ต้องทำอะไร​ ก็​เพราะสมอง​ที่ฉับไวของเธอ ​กำลังวางแผนพิชิตศึก​กับผู้หญิงคนนั้น​แทน​โดยไม่ให้ลลิตารู้

"แม่ว่า​ถ้าลิตาไม่​เป็นอะไร​มากมาย​แล้ว​ ก็น่า​จะเดินทางกลับ​ไป​พร้อม​กับคริส งาน​แต่งงานก็เหมือนกัน​ถ้า​เป็น​ไป​ได้ก็น่า​จะเลื่อนให้เร็วขึ้น​ พอเราสองคน​แต่งงานกันปัญหาต่างๆ​มันก็​จะจบ แล้ว​ก็เชื่อแม่นะ อย่าแยกกันอยู่​​เป็นอันขาด"
"เรื่อง​​แต่งงานคงเลื่อนให้เร็วขึ้น​ไม่​ได้หรอกค่ะ​แม่ ลิตาไม่อยาก​ต้องคิดหาเหตุผลมาอ้าง ​ที่สำคัญ..เรา​เป็นฝ่ายหญิง ​ไปขอเลื่อนแบบนี้มันน่าอาย ลิตาทำไม่​ได้หรอก แม่เองก็ห้ามพูดเรื่อง​นี้​กับคุณป้านะคะ​"

ลลิตาคิดว่าเธอไม่จำ​เป็น​ต้องเล่าให้มารดาฟัง ว่าเธอพูดอะไร​​กับคริสบ้างตอน​ที่นอนอยู่​ในโรงพยาบาล ​แต่เธอรู้ว่ามัน​จะ​ได้ผล​เพราะ​เขาไม่ใช่คนเลว ​เขา​เป็นคนขี้สงสาร​และเห็นอกเห็นใจคนอื่น ต่อ​ไปนี้​เขา​จะ​ต้อง​เป็นฝ่ายอ้อนวอนขอร้องให้เธอให้อภัย​เขา ให้​แต่งงาน​กับ​เขา
"ตกลงจ้ะ​" คุณลักษณารีบตกปากรับคำ "งั้นลูกกลับ​ไป​พร้อมคริสนะ อย่าปล่อย​เขากลับ​ไปคนเดียวเลย​"

หลังจากเกลี้ยกล่อมจนลลิตายินยอม​ที่​จะเดินทางกลับสหรัฐฯ​พร้อมคริสแล้ว​ คุณลักษณาก็เข้า​ไปในห้องนอน​ส่วนตัวของเธอ โทรศัพท์ติดต่อ​ไปยังสถาน​ที่แห่งหนึ่ง​ พูดคุยรายละเอียดกันอยู่​พักใหญ่ก็วางโทรศัพท์ นิ่งคิดอยู่​สักครู่ก็หยิบอัลบั้มเล่มหนึ่ง​มาเปิดหารูป ​เมื่อ​ได้แล้ว​ก็​ใช้กรรไกรตัด​เอาเฉพาะรูปของคน​ที่เธอ​ต้องการ นำ​ไปใส่ลงในซองจดหมาย​พร้อมเศษกระดาษเล็กๆ​​ที่มีข้อ​ความบางอย่าง ​เมื่อเสร็จเรียบร้อย​แล้ว​ก็เดินออกจากห้อง สั่งคนขับรถ​ซึ่ง​เป็นคนสนิท​ที่เธอไว้วางใจ ให้นำซองเอกสารใบนั้น​​ไปส่งให้คนๆ​หนึ่ง​ภายในวันนั้น​

 

F a c t   C a r d
Article ID S-3353 Article's Rate 44 votes
ชื่อเรื่อง เวลาที่หายไป --Series
ชื่อตอน ความจริงที่เจ็บปวด --อ่านตอนอื่นที่ตีพิมพ์แล้ว คลิก!
ผู้แต่ง ดอยสะเก็ด
ตีพิมพ์เมื่อ ๑๒ มกราคม ๒๕๕๕
ตีพิมพ์ในคอลัมน์ เรื่องยาว ซีรีส์
จำนวนผู้เปิดอ่าน ๒๒๘ ครั้ง
จำนวนความเห็น ๒ ความเห็น
จำนวนดอกไม้รวม ๒๑๓
| | | |
เชิญโหวตให้เรตติ้งดอกไม้แก่ข้อเขียนนี้  
R e a d e r ' s   C o m m e n t
ความเห็นที่ ๑ : Rotjana Geneva [C-18032 ], [58.97.5.6]
เมื่อวันที่ : ๑๓ ม.ค. ๒๕๕๔, ๒๐.๕๕ น.

คุณดอยคะ​​
แฟนพันธุ์แท้แวะเข้ามาขอบคุณค่ะ​​ ​​ได้รับหนังสือเรียบร้อย​​แล้ว​​ด้วย​​ความชื่นมื่นใจ​​เป็นอย่างมาก นอนอ่านจนดึกเลย​​ค่ะ​​ ดูสิ ​​แต่ลืมเก็บ​​ที่อยู่​​หน้าซองไว้ น่าตีจริง ๆ​​ เลย​​เรา
ขอบคุณ​​ที่สุดเลย​​ค่ะ​​ ​​จะ​​ไปเก็บเข้าชั้นไว้​​ที่เมืองเจฯ ​​และแบ่งให้น้อง ๆ​​ ​​ที่รัก​​ได้อ่านด้วย รจนาพยายามโทร​​ไปหาวันนี้ ​​แต่ไม่เจอตัวค่ะ​​ ยังไง​​จะพยายามอีกที
ตอนนี้ยังอยู่​​เมืองไทย​​เพราะสามี​​ได้รับอุบัติเหตุนิดหน่อย​​ ไม่ร้ายแรง ​​แต่ทำให้​​ต้องเลื่อนการเดินทาง​​ไปก่อน ก็ดีค่ะ​​ ​​ได้อยู่​​บ้านอีกหลายวัน
ด้วย​​ความคิดถึงนะคะ​​ ​​และ​​จะรออ่านเรื่อง​​ใหม่ต่อ​​ไป
​​ส่วนเวลา​​ที่หาย​​ไปตอนใหม่ก็​​จะติดตามอย่างใกล้ชิดค่ะ​​
ด้วย​​ความระลึกถึงยิ่ง
รจนาค่ะ​​

แจ้งลบข้อความ


ความเห็นที่ ๒ : Rotjana Geneva [C-18045 ], [193.134.193.5]
เมื่อวันที่ : ๒๐ ม.ค. ๒๕๕๔, ๑๕.๕๓ น.

สวัสดีค่ะ​​ คุณดอย
รจนาเดินทางถึงเจนีวาเรียบร้อย​​​​เมื่อวานนี้ค่ะ​​ ​​พร้อมด้วยหนังสือเล่มงาม​​ที่​​จะเก็บไว้อ่านแบบละเลียดตอนว่าง ๆ​​ ต่อ​​ไป อ่านแล้ว​​ทำให้เกิดจินตนาการดี เผื่อ​​จะ​​เป็นแรงใจให้รจนาเริ่มจับปากกาเขียนนิยายบ้าง...​​.. สักวันหนึ่ง​​
คุณดอยสบายดีนะคะ​​ ยินดี​​ที่​​ได้รู้จักกัน ​​ได้ฟังเสียง ​​ได้คุยแลกเปลี่ยนทัศนะ
สักวันคง​​ได้อ่านเรื่อง​​สาวไทย​​กับหนุ่มต่างชาติ ยังไง ตีพิมพ์​​เมื่อไร รจนาขอจองซื้อไว้หนึ่ง​​เล่มนะคะ​​
ด้วย​​ความระลึกถึงอันอบอุ่น
รจนาค่ะ​​

แจ้งลบข้อความ


สั่งให้ระบบส่งเมลแจ้งการเพิ่มเติมความเห็น
 ศาลานกน้อย พร้อมบริการเสมอ และยินดีรับฟังข้อเสนอแนะจากทุกท่าน  ติดต่อเว็บมาสเตอร์ได้ทางคอลัมน์ คุยกับลุงเปี๊ยก หรือทางอีเมลได้ที่ uncle-piak@noknoi.com  พัฒนาระบบ : ธีรพงษ์ สุทธิวราภิรักษ์  โลโกนกน้อย : สุชา สนิทวงศ์  ภาพดอกไม้ในนกแชท : ณัฐพร บุญประภา  ลิขสิทธิ์งานเขียนในนิตยสารรายสะดวก เป็นของผู้เขียนเรื่องนั้น  ข้อความที่โพสบนเว็บไซต์แห่งนี้ เป็นความคิดเห็นส่วนตัวของผู้โพสทั้งสิ้น