นิตยสารรายสะดวก  Fiction  ๑๒ มกราคม ๒๕๕๕
เวลาที่หายไป #42
ดอยสะเก็ด
...คืนนั้น​กว่าคริส​จะหลับลง​ได้เวลาก็ล่วงเข้า​ไปเกือบสองนาฬิกา ​เขา​กำลังหลับสนิทตอน​ที่มีเสียงเคาะประตูห้อง เสียงนั้น​เคาะติดต่อกัน​ไปเรื่อยๆ​จน​เขารู้สึกตัวต...

ตอน : เลือดเข้าตา

คืนนั้น​กว่าคริส​จะหลับลง​ได้เวลาก็ล่วงเข้า​ไปเกือบสองนาฬิกา ​เขา​กำลังหลับสนิทตอน​ที่มีเสียงเคาะประตูห้อง เสียงนั้น​เคาะติดต่อกัน​ไปเรื่อยๆ​จน​เขารู้สึกตัวตื่นขึ้น​มา ชายหนุ่มรีบลุกลงจากเตียงเดิน​ไปเปิดประตู แล้ว​ก็​ต้องตกใจ​เมื่อเห็นลลิตายืนอยู่​ตรงนั้น​ด้วยท่าทางเหมือนเด็กหลงทาง หญิงสาว​ที่อยู่​ในชุดนอนเสื้อแขนยาว​และกางเกงขายาวเนื้อหนา ​ที่​เขารู้ว่าเธอเพิ่ง​จะซื้อมาจากห้างสรรพสินค้าก่อนถึงบ้าน ​กำลังร้องไห้คร่ำครวญอย่างหนักน้ำตานองหน้า ​เมื่อเห็น​เขา เธอก็โผเข้ากอดจนแน่น

"พี่คริส! พี่คริส! ลิตานอนไม่หลับ ลิตาคิดมากเรื่อง​​ที่เราพูดกัน​เมื่อตอนหัวค่ำ ลิตาทำใจไม่​ได้ ปวดหัว​ไปหมดแล้ว​ พี่ช่วยลิตาด้วย"

ชายหนุ่มกอดตอบเธออย่างแสนสงสาร โธ่เอ๋ย ลิตา! ตั้งแต่รู้จักคบหากันมานานหลายปี ​เขาไม่เคยเห็นเธอร้องไห้ปานใจ​จะขาดขนาดนี้เลย​ คริสพาเธอลลิตาเข้า​ไปในห้อง ​ซึ่งตอนนี้มีไฟโคมหัวเตียงเปิดอยู่​ดวงหนึ่ง​ รุนตัวเธอให้นั่งลงบนเตียงแล้ว​นั่งลงข้างๆ​เธอ ลลิตาโผเข้ากอด​เขาไว้อีกครั้งหนึ่ง​ ซบหน้าลงบนอก​เขา​และยังร้องไห้อยู่​เช่นนั้น​จนน้ำตาเปียกชุ่มอกเสื้อ​เขา คริสทอดถอนใจอย่างหนักอก ​เขากอดตอบเธอ​เพราะไม่อาจใจดำปล่อยให้ผู้หญิง​ซึ่งคง​กำลังเสียขวัญอย่างหนัก คิดว่า​เขาไม่สนใจใยดีต่อ​ความรู้สึกของเธอเลย​

หลังจากนั่งกอดกันอยู่​เฉยๆ​อย่างนั้น​​ได้เพียงครู่เดียว หญิงสาวในอ้อมแขนของ​เขาก็เงยหน้าขึ้น​มอง​เขาผ่านม่านน้ำตา​ที่ยังไหลริน โอบคอ​เขาลงมาจนใบหน้าของ​เขา​และเธอแนบชิดกัน กระซิบ​กับ​เขาด้วยเสียง​ที่แผ่วเบา​แต่ดังกึกก้องเข้า​ไปในหัวใจของคริส ทำให้​เขาสะดุ้งเฮือกอย่างตกใจ

"พี่คริส ลิตาตัดสินใจแล้ว​ คืนนี้ลิตา​จะอยู่​​กับพี่ ลิตา​จะไม่หวงตัวเองอีกแล้ว​" พูดจบเธอก็หลบตา ก้มหน้าลงซบอก​เขาอย่างเอียงอาย

ชายหนุ่ม​ที่​กำลังใจเต้นระทึกด้วย​ความตกใจ อึ้ง​ไปครู่ใหญ่ก่อน​จะค่อยๆ​เชยคางของลลิตาขึ้น​ มองลึกลง​ไปในดวงตาคู่งาม ​ซึ่งขณะนี้แดงช้ำจากการร้องไห้ไม่หยุด ​เขาเห็นแววตาเด็ดเดี่ยว​ที่บอก​เขาว่า เธอ​กำลังนำชีวิต​และอนาคตของตัวเองมาวาง​เป็นเดิมพัน ​เขารู้มาตลอดว่าลลิตาไม่ใช่ผู้หญิง​ที่ปล่อยตัว เธอยอมให้​เขากอดจูบตามประสาคนรักก็จริง ​แต่ก็คงไม่ยอม​ถ้า​เขา​จะรุกล้ำก้ำเกินมากกว่านั้น​ สิ่ง​ที่เธอพูดออกมานั้น​​เขาเข้าใจดี ว่าเธอ​กำลังเสียขวัญอย่างหนัก​และคงกลัวว่า​เขา​จะทิ้งเธอ​ไป เธอคงเชื่อใจ​เขาว่า​ถ้ามีอะไร​เกิดขึ้น​ถึงอย่างไร​เขาก็​ต้องรับผิดชอบ การ​แต่งงาน​ระหว่าง​เขา​กับเธอก็​ได้กำหนด​เอาไว้แล้ว​ในเดือนกรกฏาคม ​ซึ่งก็เลื่อนมาก่อนหน้านี้สองครั้งแล้ว​​และไม่มีเหตุผล​ที่​จะเลื่อนต่อ​ไปอีก

​และ​เขาก็รู้อีกด้วยว่าคำพูดแบบนี้​จะไม่มีวันหลุดออกมาจากปากลลิตา ​ถ้าไม่เกิดเหตุการณ์ในวัน นี้ การ​ได้พบ​เขา​กับทิพย์สุรางค์อยู่​ด้วยกันตามลำพังในบ้าน​ที่เงียบสงัดปราศจากบุคคล​ที่สาม ทำให้​ความมั่นใจในตัว​เขา​และตัวเธอเองล่มสลายลง จึงจำ​เป็นอย่างยิ่ง​ที่เธอ​จะ​ต้องพยายามกอบกู้​ความมั่นใจของเธอให้กลับคืนมา​โดยเร็ว​ที่สุด ด้วยวิธี​ที่เธอคงคิดว่า​ได้ผล​ที่สุด ​เมื่อรู้เช่นนี้ชายหนุ่มก็ยิ่งนึกสงสารลลิตามากขึ้น​​ไปอีก ​ที่เธอยอมทำทุกอย่าง​แม้​จะขัด​กับหลักการของตัวเอง​เพื่อดึง​เขา​เอา ไว้ ​เขารู้ว่าเธอรัก​เขามาก มากยิ่งกว่ารักตัวเองเสียอีก ​แต่​เขาก็ยังทำร้ายเธอไม่จบไม่สิ้น

​แต่ก็​เพราะคำพูดของลลิตานั่นเอง ​ที่ปลุกชายหนุ่มให้ตื่นขึ้น​จาก สถานการณ์​ที่หมิ่นเหม่ในขณะนั้น​ ​เขา​และเธอนั่งกอดกันอยู่​บนเตียงนอนในเวลาดึกสงัดปราศจากผู้คน ​ทั้งสภาพแวดล้อม​และสภาพจิตใจ​ทั้งของ​เขา​และของเธอในขณะนั้น​ก็วุ่นวายสับสนไม่แพ้กัน จิตใจของเธอ​กำลังอ่อนแอสับสน​และเธอรัก​เขามาก ​ส่วนจิตใจของ​เขาตอนนั้น​ก็คงอ่อนแอด้วย​ความสงสาร​และสำนึกผิดต่อเธอ รวม​ทั้ง​ความรักต่อเธอ​ที่ยังมีอยู่​มากมาย​

คริส​กำลังกลัวอำนาจฝ่ายต่ำ​ที่มีอยู่​คู่​กับมนุษย์ทุกคน ​ถ้ายังอยู่​ด้วยกันในสภาพแวดล้อม​และสถานการณ์ดังกล่าวนี้ต่อ​ไป ​เขาเองก็​เป็นผู้ชายธรรมดา​ที่มีเลือดมีเนื้อ ​เขา​จะยับยั้งชั่งใจไว้​ได้นานแค่ไหน ​เมื่อมีร่าง​ที่งดงามเปล่งปลั่งเต่งตึงด้วยวัยสาวแนบอยู่​​กับอก สัญชาตญาณทางเพศ​ที่ไม่เข้า​ใครออก​ใคร ​ความสงสาร​และ​ความรัก​ที่มีต่อเธอ รวม​ทั้ง​ความยินยอม​พร้อมใจของเธอ อาจ​จะทำให้​เขาทำร้ายลลิตาให้เสียหาย​ไปอีกคน แล้ว​เรื่อง​ต่างๆ​​จะมิยิ่งอีรุงตุงนังมากขึ้น​​ไปอีกหรือ? ควรแล้ว​หรือ​ที่​จะสร้างปัญหาใหม่ซ้ำซ้อนขึ้น​มาอีก ปัญหาเก่ายังแก้ไม่​ได้แล้ว​อยู่​ๆ​ก็​จะยอมให้อำนาจฝ่ายต่ำ ลากจูง​ไปสร้างปัญหาใหม่ขึ้น​มาอีกอย่างนั้น​หรือ?

ชายหนุ่มค่อยๆ​ดันร่างของลลิตา​ที่แนบอยู่​​กับอกออกห่าง รวบมือ​ทั้งสองของเธอไว้ในมือ​เขา ดึงเธอให้ยืนขึ้น​ ในขณะเดียวกันลลิตาก็จ้องมอง​เขาอย่างไม่เข้าใจ ​เขายิ้มให้เธออย่างอ่อนโยน

"ลง​ไปข้างล่างกันดีกว่า ลิตาปวดหัวมากใช่ไหม? พี่​จะ​ไปหายาให้ ทานยาแล้ว​ค่อยเข้านอน ​ถ้าลิตายังอยากคุย พรุ่งนี้เรา​จะคุยกันต่อ ดีไหมจ๊ะ​?"

​เขาเห็นหน้าของลลิตาแดงก่ำ เธอคงอายมาก​ที่​เขาทำเหมือนปฎิเสธสิ่ง​ที่เธอเสนอ ​เพื่อหาทางออกให้​กับปัญหาชีวิต​ระหว่าง​เขา​กับเธอ คริสพาลลิตาออกประตูลงบันได​ไปข้างล่าง เปิดไฟในห้องจนสว่างแล้ว​พาเธอ​ไปนั่ง​ที่เก้าอี้นวมตัวยาว ตลอดเวลาดังกล่าวลลิตาไม่​ได้พูดอะไร​อีกเลย​ เดินตามมือ​ที่​เขาจูง​ไปราว​กับหุ่นกระบอก

​เมื่อ​เขาเข้า​ไปหยิบยาแก้ปวด​และน้ำมาส่งให้เธอหญิงสาวก็รับประทา นยานั้น​เงียบๆ​ หลังจากนั้น​คริสก็นั่งลงเคียงข้าง จับมือ​ที่เย็นเฉียบของลลิตา​เอาไว้ มองหน้างาม​ที่ยังมีคราบน้ำตา​ที่ก้มงุดไม่ยอมสบตา​เขาอย่างเข้าใจดี ว่าเธออายจนไม่รู้ว่า​จะสู้หน้า​เขา​ได้อย่างไร ​เขานึกสงสาร​และเห็นใจเธออย่างมาก ​และ​จะปล่อยให้เธอ​ต้องรู้สึกอับอายหรือ​แม้​แต่​จะคิดเลย​เถิด​ไปไกลถึงขั้นว่าเธอ​เป็นหญิง​ที่จืดชืดไร้เสน่ห์ทางเพศ เสียจนถูกฝ่ายชายเมินเฉยไม่​ได้

"ลิตา ฟังพี่หน่อย​นะคนดี พี่เข้าใจว่าทำไมลิตาพูดยังงั้น​กับพี่ พึ่รู้ว่ามัน​เป็นการตัดสินใจ​ที่ยาก​ที่สุดในชีวิตของลิตา พี่รู้ว่าลิตารักพี่มาก ยอมเสียสละทุกอย่าง​ได้​เพื่อพี่ พี่ซาบซึ้ง​และเห็นค่าของลิตาอย่าง​ที่สุด พี่ทำร้ายลิตามามากแล้ว​ ​และ​จะไม่ยอมให้ลิตาทำร้ายตัวเอง​เพื่อพี่อีกต่อ​ไป พี่รัก​และถนอมลิตามาตลอด พี่ก็ไม่​ได้วิเศษมาจากไหน ​เป็นเพียงผู้ชายธรรมดาคนหนึ่ง​​ที่​เมื่อรักแล้ว​ก็ย่อมอยากครอบครอง​เป็นเจ้าของผู้หญิง​ที่พี่รัก ลิตาไม่รู้บ้างเลย​หรือว่าตลอดเวลาหลายปี​ที่ผ่านมา พี่​ต้องหักห้ามใจตัวเองขนาดไหน​ที่​จะไม่ทำให้คน​ที่พี่รัก​ต้องมีมลทินก่อนเวลาอันควร พี่รอลิตามานานแล้ว​ ทำไม​จะรอต่ออีกหน่อย​ไม่​ได้ จริงไหม? เรา​จะ​แต่งงานกันตามกำหนดหรือเร็วกว่านั้น​ก็​ได้แล้ว​​แต่ลิตา"

หญิงสาวไม่แน่ใจว่า​เขารู้สึกอย่าง​ที่พูดจริงๆ​ หรือเพียง​แต่ปลอบ​เพื่อไม่ให้เธออาย ​แต่อย่างน้อยมันก็ทำให้เธอรู้สึกดีขึ้น​บ้าง ​แต่แล้ว​หลังจาก​ที่คริสพากลับ​ไปส่งเข้าห้องนอน ลลิตาก็นอนกระสับกระส่ายพลิก​ไปพลิกมา ไม่อาจข่มตาให้หลับลง​ได้ นาทีหนึ่ง​เธอนึกถึงคำสัญญาของคน​ที่เธอรักแล้ว​รู้สึกสบายใจขึ้น​ อีกนาที​ต่อมา​เมื่อนึกถึงคำสารภาพของ​เขา​ที่บอกว่ารักผู้หญิงคนนั้น​ด้วยเหมือนกัน เธอก็ทนไม่ไหวจนแทบ​จะกรีดร้องออกมา แล้ว​พอพยายามสงบใจไม่คิดอะไร​​เพื่อ​จะ​ได้หลับๆ​​ไปเสีย หญิงสาวก็เห็นภาพ​และคำพูดของตัวเอง ​ที่เสนอตัวให้​เขาราว​กับผู้หญิงหน้าด้านไร้ยางอาย ​และ​ที่ทำ ร้ายเธออย่างหนักหนาสาหัส​ที่สุด​คือการปฏิเสธของ​เขา !!

นี่เธอ​เป็นอะไร​​ไปแล้ว​ เธอทำเรื่อง​น่าเกลียดน่าอายแบบนี้​ได้อย่างไร ? ลลิตาคิดทบทวนอย่างรวดเร็วว่าเกิดอะไร​ขึ้น​​กับเธอ ตอนนี้ขณะ​ที่​กำลังนอนน้ำตาไหลรินอยู่​นี้ เธอพยายามบอกตัวเองว่าไม่มีอะไร​หรอก เธอแค่​จะลองใจ​เขาเท่านั้น​ ว่ายังยกย่องให้เกียรติเธอเหมือนเดิมอยู่​หรือเปล่า ​ถ้าคริส คล้อยตาม​ไป​เพราะนึกว่าเธอยินยอม​พร้อมใจ เธอก็​จะปฏิเสธ​โดยบอกว่าเธอเพียง​ต้องการลองใจ ว่า​เขา​จะถือโอกาส​กับเธอขณะ​ที่เธอ​กำลังอ่อนแอหรือไม่

​แม้​จะพยายามแก้ต่างให้ตัวเอง ​แต่ลึกลง​ไปในหัวใจ​ที่​กำลังเจ็บช้ำระส่ำระสาย ลลิตา​ต้องยอมรับว่า​ความหวาดกลัวว่า​จะ​ต้องสูญเสีย​เขา​ไปให้ผู้หญิงคนนั้น​ ผลักดันเธอให้​ต้องต่อสู้ทุกรูปแบบ​โดยไม่คำนึงถึงผล​ที่​จะเกิดขึ้ น เธอผิดด้วยหรือใน​เมื่อการต่อสู้ชิงชัยไม่ว่าในเรื่อง​อะไร​ ก็ย่อม​ต้องมุ่งหมายให้​ได้ชัยชนะด้วยกัน​ทั้งนั้น​ กลยุทธใดๆ​​ที่คิดว่าน่า​จะ​ได้ผลก็​ต้องถูกนำมา​ใช้​เพื่อพิชิตศึก รอยข่วน​ที่หน้า​เขานั่นไม่ใช่หรือ​ที่​เป็นต้นเหตุสำคัญ.​ที่ทำให้เธอคิดเตลิดเปิดเปิง​ไปไกล ว่า​เขาอาจ​จะมีอะไร​เกินเลย​​กับเจ้าหล่อนคนนั้น​​ไปแล้ว​ก็​ได้ ​และก็​เพราะเธอรู้จักคริสดีน่ะสิว่า​ความ​เป็นคนมี​ความรับผิดชอบสูงของ​เขา อาจ​จะทำให้​เขา​ต้องตัดสินใจเลือก ​ระหว่างผู้หญิงสองคน​ที่​เขาหลุดปากว่ารัก​ทั้งคู่ ​แม้คนหนึ่ง​​จะ​เป็นคู่หมั้น​แต่ก็ไม่มีอะไร​เกินเลย​ ​กับผู้หญิงอีกคน​ที่​แม้​จะรู้จักกันไม่นาน​แต่มีอะไร​กันแล้ว​ ​จะ​เป็น​ไปไม่​ได้เลย​เชียวหรือ​ที่​เขา​จะสงสาร..จน​ต้องเลือก​ที่​จะรับ ผิดชอบผู้หญิงคนหลัง​ที่​เขาทำให้เสียหาย?

เรื่อง​นี้หรือเปล่า​ที่ทำให้จิตใจ​ที่วุ่นวายสับสนของเธอวิปริต​ไป ชั่วคราว จนยอม​ที่​จะ​เอาตัวเข้าแลก ​เพื่อ​ที่​จะเข้า​ไปอยู่​ในวงจรเดียว​กับผู้หญิงคนนั้น​ ​โดยเชื่อแบบเข้าข้างตัวเองว่า​เมื่อเหตุการณ์​เป็นเช่นนั้น​จริง คริสย่อมไม่มีทาง​ที่​จะไม่เลือกเธอ ผู้​เป็น​ทั้งคู่หมั้น​และผู้เสียหาย ในขณะ​ที่ผู้หญิงอีกคนหนึ่ง​ ​แม้​จะ​เป็นผู้เสียหายเหมือนกัน​แต่ก็​เป็นคนอื่น!!!

คิด​ไปคิดมาแล้ว​ลลิตาก็แทบ​จะร้องกรี้ดออกมา ​ทั้งนึกทุเรศสมเพชตัวเอง ​ทั้งอับอายขายหน้า​ที่บ้าพอ​จะทำอะ ไรแบบนั้น​ลง​ไป ด้วย​ความคิดเพียงชั่ววูบ​ที่​จะ​เอาชนะผู้หญิงอีกคนหนึ่ง​ ​ที่บังอาจหาญกล้า​จะมาแย่งของรัก ลลิตาถามตัวเองว่าแล้ว​เธอรู้แน่แล้ว​หรือ ว่า​เขาสองคนมีอะไร​กันลึกซึ้งอย่าง​ที่เธอกลัว เธอคิดมาก​ไปเองหรือเปล่า ยิ่งคิดก็ยิ่งอาย​กับการกระทำของตัวเอง ​แม้คริส​จะพยายามกลบเกลื่อนไม่ให้เธออาย ​แต่เธอก็ยังรู้สึกอับอายจนไม่อยาก​จะสู้หน้า​เขาอยู่​ดี

แล้ว​​เมื่อนึกถึงคริสลลิตาก็นึกโกรธ​เขาขึ้น​มาอีก ​เขาคิดอย่างไร​กับเธอกันแน่ ? ​เขาไม่รู้สึกปลาบปลื้มยินดีบ้างเลย​หรือ​ที่ผู้หญิง​ที่แสน​จะเพียบ​พร้อม​ไปเสียทุกอย่างๆ​เธอ รัก​เขามากจนยอมตัดสินใจเช่นนั้น​? ​เขาเห็นเธอ​เป็นอะไร​จึง​ได้ปฏิเสธสิ่ง​ที่เธอเสนอให้ ทำให้เธอ​ต้องอับอายแทบแทรกแผ่นดินหนีเช่นนี้ หรือว่าในสายตาของ​เขา เธอ​เป็นผู้หญิง​ที่จืดชืดไร้รสชาติ.ขาดเสน่ห์ทางเพศ อย่างนั้น​หรือ? มิน่าเล่า..ช่วงเวลา​ที่รักกันมาเนิ่นนานหลายปี ​เขาจึงไม่เคย​แม้​แต่​จะพยายามล่วงเกินเธอ ให้เธอ​ได้มีโอกาส​เป็นฝ่ายปฎิเสธ​เขาว่า ให้ใจเย็นรอวันวิวาห์ ไม่ใช่ให้​เขา​เป็นฝ่ายพูดคำนั้น​ในคืนนี้ !!

ลลิตาคิดทบทวนอย่างเจ็บปวดอยู่​หลายชั่วโมง จิตใจ​ที่ตึงเครียดวุ่นวายสับสนทำให้ร่างกายอ่อนล้าอยากพักผ่อน ​แต่สมองของเธอไม่ยอมให้เธอพัก มันเจ้ากี้เจ้าการช่วยขุดคุ้ย​ความระแวงสงสัย ​ทั้งเก่า​และใหม่​ที่เพิ่งเกิดขึ้น​สดๆ​ร้อนๆ​ขึ้น​มา ให้กลาย​เป็นเชื้อเพลิงสุมไฟให้ใจเธอ จนร้อนรุ่มเกินกว่า​จะหลับลง​ได้ ใน​ที่สุดหญิงสาวก็ลงบันได​ไปชั้นล่าง เข้า​ไปค้นตู้ยา​ที่เห็นคริสเข้า​ไปหยิบยาแก้ปวดมาให้เธอ​เมื่อตอนดึก หยิบยาขวดนั้น​ขวดนี้มาดูฉลาก ​และใน​ที่สุดพบขวด​ที่ระบุว่า​เป็นยากล่อมประสาทอ่อนๆ​ ​ที่เธอคิดว่าคง​จะช่วยให้หลับ​ได้ ลลิตาถือยาขวดนั้น​ติดมือกลับขึ้น​​ไป​ที่ห้องนอน ส่งยาสองเม็ดเข้าปาก ไขน้ำจากก๊อกในอ่างล้างหน้าในห้องน้ำลงในถ้วยแก้ว ​ที่คว่ำอยู่​บนถาดแถวนั้น​แล้ว​ดื่มตามเข้า​ไป บอกตัวเองว่าเลิกคิด​ได้แล้ว​ ​ถ้าอยาก​จะคิดก็ค่อยคิดต่อพรุ่งนี้ ตอนนี้ขอหลับสักงีบหนึ่ง​ก่อน

​เมื่อเวลาผ่าน​ไปเรื่อยๆ​​และยังนอนตาค้างอยู่​ ลลิตาก็กินยาเข้า​ไปอีกสองเม็ด แล้ว​ก็อีกสองเม็ด แล้ว​ก็อีกสองเม็ด ตอนนี้เธอ​เอาขวดยา​และแก้วน้ำ​ไปวางไว้บนโต๊ะข้างเตียงแล้ว​ กะว่า​ถ้ายังนอนไม่หลับอีก​จะ​ได้หยิบมัน​ได้ง่ายๆ​ ไม่​ต้องเดินเข้าเดินออกห้องน้ำอีก ต่อจากนั้น​ก็ไม่รู้ตัวเลย​ว่าลุกขึ้น​มากินยาเพิ่มอีกหรือเปล่าแล ะหลับลง​ไป​เมื่อไหร่

วันรุ่งขึ้น​คริสตื่นสายเกือบเก้านาฬิกา ​เขาเพิ่ง​จะหลับ​ไป​เมื่อตอนใกล้รุ่งนี่เอง อาบน้ำเปลี่ยนเสื้อผ้าเสร็จชายหนุ่มก็ลง​ไปข้างล่าง เห็นอาหารเช้า​วางเตรียมไว้แล้ว​บนโต๊ะอาหารสำหรับสองคน ตอนแรก​เขาคิดว่าลลิตาคงตื่นนอนลงมาข้างล่างนานแล้ว​ ​แต่​เมื่ออาหารบนโต๊ะยังไม่มีรอยแตะ​เขาจึงเดินตามหา คิดว่าเธอคง​จะอยู่​​ที่ใด​ที่หนึ่ง​ข้างล่างนี้ ​เพราะ​เขารู้ว่าเธอ​เป็นคนตื่นเช้า​ คริสเดินออก​ไปหน้าตึกเห็ นรถของลลิตายังจอดอยู่​ตรง​ที่เดิม ​ซึ่งแสดงว่าเธอยังอยู่​ในบ้าน

ใน​ที่สุด​เขาก็ขึ้น​​ไปเคาะเรียกลลิตา​ที่ห้องนอน​ที่พาเธอ​ไปส่งเมื่ อคืนนี้ ​เมื่อเคาะอยู่​หลายครั้ง​แต่ไม่มีเสียงตอบรับ ชายหนุ่มจึงเปิดประตูเข้า​ไป ​เขาพบว่าเธอยังไม่ตื่น หญิงสาวนอนหลับอยู่​บนเตียงมีผ้าห่มคลุมอยู่​ตั้งแต่อกลง​ไป คริสเข้า​ไปยืนมองเธอใกล้ๆ​ เห็นดวงหน้าเผือดสี​และรอยหมองคล้ำใต้ตา​ที่ไม่เคยเห็นมาก่อน ​เขารู้สึกสงสารลลิตาจับใจ​และนึกด่าตัวเอง​ที่ใจร้ายใจดำต่อเธอ ทรยศต่อ​ความรัก​ความไว้ใจของเธอ

หลังจากยืนดูอยู่​นาน​แต่ลลิตาก็ไม่มีทีท่าว่า​จะตื่น คริสเห็นว่าสายมากแล้ว​จึงก้มตัวลงจับมือเธอมากุมไว้ ร้องเรียกเธอให้ตื่นลง​ไปรับประทานอาหารเช้า​ ​ซึ่ง​เขารู้ว่าเลย​เวลา​ที่เธอเคยทานมานานแล้ว​

"ลิตา! ตื่นเถอะ ตื่นเร็ว ลง​ไปทานข้าวกัน พี่หิวแล้ว​นะ"

​แต่หญิงสาวก็ยังนอนเฉยไม่กระดุกกระดิก คริสเริ่มกังวลแล้ว​เลย​เขย่าตัวเธอ ​แต่ก็เหมือนเดิม ​เขาเริ่มตกใจว่าเธอ​เป็นอะไร​​ไปหรือเปล่า ขณะ​ที่เหลียวหน้าเหลียวหลัง​ไปรอบๆ​ห้องนั้น​เอง ​ที่​เขาเห็นขวดยากล่อมประสาท​ที่วางอยู่​บนโต๊ะหัวเตียง ​พร้อมแก้ว​ที่มีน้ำเหลือติดก้นอยู่​เพียงเล็กน้อย ชายหนุ่มรีบร้อนหยิบขวดยาขึ้น​มาอ่านฉลาก หมุนฝาเกลียวเปิดออกดูจำนวนยาในขวด ยังมียาเหลืออยู่​อีกหลายเม็ด ใจของ​เขาเต้นแรงด้วย​ความกลัว กลัวว่าเธอ​จะ​เป็นอะไร​​ไป

"โธ่ ลิตา! ทำไมทำแบบนี้ !!" ​เขาคร่ำครวญอยู่​ในใจอย่างเสียใจ​และสำนึกผิดอย่างถึง​ที่สุด

คริสนั่งกุมขมับอยู่​บนเก้าอี้ยาวหน้าห้องไอซียู ตอน​ที่คุณลักษณากระหืดกระหอบมาถึง เธอปราดเข้ามายืนจังก้าตรงหน้า​เขา หน้า​ที่ตามปกติ​ได้รับการตกแต่งเสริมสวยไม่แพ้สาวๆ​ของเธอ ขณะนี้ซีดเซียวปราศจากเครื่องสำอาง

"เกิดอะไร​ขึ้น​? ทำไมลิตาถึงทำแบบนี้? ไหนบอกมาซิว่ามีเรื่อง​อะไร​กัน" คุณลักษณาส่งเสียงดังจนผู้ชายสองสามคน ​ที่นั่งอยู่​บนเก้าอี้ไกลออก​ไปหันมามอง ​แต่เธอไม่สนใจ

"คุณน้าครับ​" ชายหนุ่มรีบลุกขึ้น​ยืน "นั่งก่อนเถิดครับ​ ตอนนี้ลิตาอยู่​ในห้องไอซียู หมอ​กำลังล้างท้องให้"

คุณลักษณานั่งแปะลงบนเก้าอี้ใกล้ๆ​อย่างหมดเรี่ยวแรง เธอตกใจมาก​เมื่อคริสโทรศัพท์​ไปบอก พยายามซักถามรายละเอียดเกี่ยว​กับโรงพยาบาล ​เพราะกลัวว่า​จะ​เป็นข่าวกระทบกระเทือน​ไปถึงชื่อเสียงหน้าตาของสามี สิ่งแรก​ที่เธอทำหลังจากรู้เรื่อง​​คือโทรศัพท์​ไปหาคุณปราโมช ขอให้ส่งคนสนิท​ไปติดต่อผู้อำนวยการโรงพยาบาลเอกชนขนาดเล็กแห่งน ั้น ให้ช่วยปิดข่าว หลังจากนั้น​ก็ดิ่งตรงมาโรงพยาบาลทันที ไม่สนใจ​แม้​แต่​จะ​แต่งหน้า​แต่งตาให้สวยงามเหมือนอย่างเคย

คริสมองหน้า​ที่ซีดขาวของคุณลักษณาอย่างเห็นใจ ​เขารู้สึกผิดอย่างมาก​ที่​เป็นต้นเหตุของเรื่อง​​ทั้งหมด ถึงคุณลักษณา​จะโกรธแค้นเกรี้ยวกราด​เขาอย่างไร ชายหนุ่มก็ตั้งใจ​เอาไว้แล้ว​ว่า​จะน้อมรับทุกอย่าง ​เขาไม่มีทางเดินอื่นเหลือให้เลือกอีกต่อ​ไป ไม่ว่า​จะอย่างไร​เขาก็​จะ​ต้องรับผิดชอบลลิตา!!!

"เธอสองคนมีเรื่อง​อะไร​กัน ไหนเล่ามาซิ" เธอสั่งเสียงแข็ง
"ก็ไม่มีอะไร​มากหรอกครับ​ คุณน้า เราแค่มีปากมีเสียงกันนิดหน่อย​" ​เขาตอบไม่เต็มปากเต็มคำ
"นิดหน่อย​งั้นหรือ? เรื่อง​นิดหน่อย​ยังขนาดนี้ ​ถ้าทะเลาะกันเรื่อง​ใหญ่กว่านี้ล่ะ ไม่ฆ่ากันตาย​ไปเลย​หรือ?"

เธอกราดเกรี้ยวด้วย​ความตกใจ​และ​เป็นห่วงลูกสาว ​เมื่อคืนตอน​ที่ลลิตาโทรศัพท์​ไปบอกว่า​จะค้าง​ที่บ้านของคริส เธอยังทักท้วงถึง​ความไม่เหมาะสม ​แต่ลลิตาไม่ฟังเสียง บอก​แต่เพียงว่ามีเรื่อง​บางอย่าง​ต้องคุย​กับคริส ​ที่ผ่านมาคุณลักษณาไม่เคย​เอาชนะหรือควบคุมลูกสาว ให้ทำตาม​ความ​ต้องการของเธอ​ได้เลย​ ลลิตานั้น​ถึง​จะดูเหมือนคนอ่อนๆ​ ​แต่​ความจริงเธอแข็งกว่าชนะชัยพี่ชายของเธอ ​ซึ่งอยู่​ในโอวาท​และมัก​จะทำตามคำสั่งเธอ​เป็น​ส่วนใหญ่ ใน​ที่สุดเธอก็เลย​​ต้องยอมแพ้วางโทรศัพท์ลงเงียบๆ​

แล้ว​นี่แค่​ไปค้างบ้านเดียวกัน​ได้คืนเดียว ก็มีเรื่อง​ร้ายแรงขนาดนี้เกิดขึ้น​แล้ว​หรือ? คุณลักษณาคิดอย่างกลัดกลุ้ม หรือว่าคริสมาติดใจผู้หญิงคนไหน​ที่เมืองไทยนี่อีก นังเด็ กผู้หญิง​ที่เคยเห็นยื้อยุดอยู่​​กับคริส​ที่หน้าลิฟต์นั่นก็อยู่​ไกลถึงอเมริกา คงไม่ตามมาถึงกรุงเทพฯหรอก งั้นก็แปลว่าคริส​ที่เธอเคยชื่นชมนักหนาว่า​เป็นคนดี ไม่เจ้าชู้​และรักลูกสาวของเธออย่างจริงใจ กลาย​เป็นผู้ชายเจ้าชู้จีบผู้หญิงไม่เลือกหน้าเหมือนสามีของเธอต ั้ง​แต่​เมื่อไรกัน คุณลักษณาคิด​ไปต่างๆ​นานาอย่างกลุ้มใจ ​ต้องมีเรื่อง​ร้ายแรงอะไร​เกิดขึ้น​อย่างแน่นอน ไม่อย่างนั้น​ลลิตาคงไม่คิดฆ่าตัวตายหรอก เธอรู้จักลูกสาวของเธอดีว่า​เป็นคนเข้มแข็ง ​ทั้งๆ​​ที่ดูจากภายนอก​เป็นคนอ่อนๆ​ก็เถิด

หลังจากนั่งรออยู่​ด้วยกันอย่างเงียบๆ​ ​แต่ร้อนรุ่มกลุ้มใจด้วยกัน​ทั้งสองคนอยู่​สองสามชั่วโมง ใน​ที่สุดลลิตา​ซึ่งแพทย์ผู้รักษาบอกว่าพ้นขีดอันตรายแล้ว​ ก็ถูกเข็นออกจากห้องไอซียู​ไปห้องพักพิเศษ ​ซึ่งคริสติดต่อจองไว้ให้ล่วงหน้าแล้ว​ คุณลักษณา​และคริสเดิ นตามเข้า​ไปในห้อง

ทันที​ที่พยาบาล​และพนักงาน​ที่เข็นเตียง จัดการให้ลลิตาขึ้น​​ไปนอนบนเตียงคนไข้เรียบร้อย​​และออกจากห้อง​ไปแ ล้ว คุณลักษณาก็ปราดเข้า​ไปข้างเตียง รำพันว่า "ลูกแม่! ทำไมคิดสั้นแบบนี้ มีเรื่อง​อะไร​ทำไมไม่บอกให้พ่อแม่รู้" แล้ว​เธอก็เริ่มร้องไ ห้

ลลิตา​ซึ่งมีเข็มน้ำเกลือปักคาอยู่​​ที่แขน เหลือบมองคริส​ซึ่งยืนอยู่​ข้างหลังคุณลักษณา หน้าของ​เขาซีดขาว​และกังวล ​เมื่อเห็นคุณลักษณาร้องไห้คร่ำครวญสีหน้าของ​เขายิ่งแย่หนักขึ้น​ ​ไปอีก

"แม่คะ​ หมอ​ที่ล้างท้องบอกว่าลิตากินยาเกินขนาด​ไปหน่อย​เท่านั้น​ ไม่​ได้กินมากมาย​​เพื่อฆ่าตัวตาย ลิตาไม่​ได้อยากตายนะคะ​ ลิตานอนไม่หลับก็เลย​ลุกขึ้น​มากินเข ้า​ไปสองสามครั้งเท่านั้น​"

เธอพยายามอธิบายด้วยเสียงอ่อนๆ​​เพราะหมดแรง ​แต่มารดาของเธอก็ยังไม่เลิกตีโพยตีพาย

"ทำไมถึงนอนไม่หลับ? เราสองคนมีเรื่อง​กันใช่ไหม?" คุณลักษณาหัน​ไปค้อนคริ ส​ที่ยืนอยู่​เงียบๆ​ข้างหลัง
"เปล่าหรอกค่ะ​แม่ เราไม่​ได้มีเรื่อง​อะไร​กัน" แล้ว​เธอก็ตัดบ​ทว่า "แม่คะ​ไว้ค่อยคุยกันทีหลัง ตอนนี้ลิตาอยากพักแล้ว​ละค่ะ​"

หลังจากนั้น​หญิงสาวก็หลับตาลง​เพื่อให้มารดาหยุดพูดเสียที ด้วย​ความ​เป็นห่วงลูกคุณลักษณาก็ยอมเงียบเสียงลง ควักผ้าเช็ดหน้าในกระเป๋าออกมาซับน้ำตาป้อยๆ​ แล้ว​อีกพักเดียวเธอก็​ต้องออก​ไปทำธุระ​ส่วนตัว เธอหันมาพูดเมินๆ​​กับคริสก่อน​จะออก​ไปว่า "ช่วยอยู่​​เป็น​เพื่อนลิตาด้วย หวังว่าเธอคง​จะไม่บังอิญมีธุระด่วนขึ้น​มาตอนนี้หรอกนะ"

 

F a c t   C a r d
Article ID S-3352 Article's Rate 44 votes
ชื่อเรื่อง เวลาที่หายไป --Series
ชื่อตอน เลือดเข้าตา --อ่านตอนอื่นที่ตีพิมพ์แล้ว คลิก!
ผู้แต่ง ดอยสะเก็ด
ตีพิมพ์เมื่อ ๑๒ มกราคม ๒๕๕๕
ตีพิมพ์ในคอลัมน์ เรื่องยาว ซีรีส์
จำนวนผู้เปิดอ่าน ๒๔๘ ครั้ง
จำนวนความเห็น ๓ ความเห็น
จำนวนดอกไม้รวม ๒๑๓
| | | |
เชิญโหวตให้เรตติ้งดอกไม้แก่ข้อเขียนนี้  
R e a d e r ' s   C o m m e n t
ความเห็นที่ ๑ : นาม อิสรา [C-18002 ], [110.49.193.80]
เมื่อวันที่ : ๐๓ ม.ค. ๒๕๕๔, ๐๗.๑๓ น.

โอ กลับมาแล้ว​​ ​​เป็นห่วงแทบแย่

แจ้งลบข้อความ


ความเห็นที่ ๒ : iti [C-18003 ], [125.24.6.133]
เมื่อวันที่ : ๐๓ ม.ค. ๒๕๕๔, ๑๕.๒๘ น.

แจ้งลบข้อความ


ความเห็นที่ ๓ : รจนา เจนีวา [C-18005 ], [110.77.146.38]
เมื่อวันที่ : ๐๖ ม.ค. ๒๕๕๔, ๑๕.๒๔ น.

เข้ามาให้​​กำลังใจผู้เขียนค่ะ​​

แจ้งลบข้อความ


สั่งให้ระบบส่งเมลแจ้งการเพิ่มเติมความเห็น
 ศาลานกน้อย พร้อมบริการเสมอ และยินดีรับฟังข้อเสนอแนะจากทุกท่าน  ติดต่อเว็บมาสเตอร์ได้ทางคอลัมน์ คุยกับลุงเปี๊ยก หรือทางอีเมลได้ที่ uncle-piak@noknoi.com  พัฒนาระบบ : ธีรพงษ์ สุทธิวราภิรักษ์  โลโกนกน้อย : สุชา สนิทวงศ์  ภาพดอกไม้ในนกแชท : ณัฐพร บุญประภา  ลิขสิทธิ์งานเขียนในนิตยสารรายสะดวก เป็นของผู้เขียนเรื่องนั้น  ข้อความที่โพสบนเว็บไซต์แห่งนี้ เป็นความคิดเห็นส่วนตัวของผู้โพสทั้งสิ้น