นิตยสารรายสะดวก  Fiction  ๐๗ กุมภาพันธ์ ๒๕๕๔
แล้วจะหาว่าคุย (เหมืองป่าภาค 2) #12
พลอยพนม
...ตะกั่วป่า ​เป็นหนึ่ง​ใน 8 อำเภอของจังหวัดพังงา ตั้งอยู่​ชายฝั่งทะเลตะวันตก หรือฝั่งทะเลอันดามัน ห่างจากอำเภอเมืองพังงา​ไปทางเหนือประมาณ 60 กิโลเมตร...

ตอน : ย่ำเมืองโบราณ

คลิกดูภาพขยาย

ตะกั่วป่า ​เป็นหนึ่ง​ใน 8 อำเภอของจังหวัดพังงา ตั้งอยู่​ชายฝั่งทะเลตะวันตก หรือฝั่งทะเลอันดามัน ห่างจากอำเภอเมืองพังงา​ไปทางเหนือประมาณ 60 กิโลเมตร อยู่​ห่างจากกรุงเทพ ฯ ​โดยทางหลวงหมายเลข 4 (ถนนเพชรเกษม หรือ A 2) ประมาณ 800 กิโลเมตร ทิศเหนือติดต่อ​กับอำเภอคุระบุรี ทางตะวันออกติดต่อ​กับอำเภอกะปง ทิศใต้ติดต่อ​กับอำเภอท้ายเหมือง ​ส่วนทิศตะวันตก​เป็นทะเลอันดามัน มีเนื้อ​ที่ประมาณ 475 ตารางกิโลเมตร พื้น​ที่​ส่วนใหญ่​เป็นเนิน​เขาสลับซับซ้อน ไม่ค่อยมี​ที่ราบ แม่น้ำ​ที่สำคัญ​คือแม่น้ำตะกั่วป่า ​ซึ่งเกิดจากเทือก​เขาในอำเภอกะปง ไหลลงสู่ทะเลอันดามัน

ตะกั่วป่า เคย​เป็นเมือง​ที่มี​ความเจริญรุ่งเรืองมาตั้งแต่สมัยโบราณ ​เป็น​ที่รู้จักของชนหลายเชื้อชาติ ​ทั้งจีน อินเดีย อาหรับ ในชื่อเมือง "ตะโกลา" (Takola) ​เนื่องจาก​เป็นเมืองท่าจอดเรือ ​เป็นศูนย์กลางการค้าขาย ​และ​เป็นเส้นทางลัดขนสินค้าข้ามคาบสมุทรมลายู จากฝั่งทะเลอันดามัน​ไปยังอ่าวไทย ในสมัยรัตนโกสินทร์ ตะกั่วป่า ยังคงมี​ความสำคัญทางด้านเศรษฐกิจ ​สามารถผลิตแร่ดีบุก​ได้มาก​ที่สุดตลอดมา ​ทว่าสุดท้าย ด้วยเหตุผลทางด้านเศรษฐกิจ​และการเมือง "ตะกั่วป่า" ก็ถูกลดฐานะจากจังหวัดตะกั่วป่า ​เป็นอำเภอหนึ่ง​รวมเข้า​กับจังหวัดพังงาจนกระทั่งถึงปัจจุบัน




ประมาณ 9.30 น. รถสองแถวคันนั้น​ก็พาผู้​โดยสาร​ทั้งหมดมาถึงย่านยาว ​ซึ่ง​เป็นตลาดใหม่ ถือกำเนิดขึ้น​มาหลังจากมีตลาดตะกั่วป่าแล้ว​ ผู้คนแถบนั้น​​จะเรียกตลาดตะกั่วป่าว่า "หลาดเก่า" เรียกตลาดใหม่ว่า "ย่านยาว" ผม สาวบัว เจ้าตัวน้อย ​และน้องสาวของผมอีกสองคน พากันลงจากรถสองแถวคันนั้น​ใกล้ ๆ​ ปากซอยวัดย่านยาว ​เพื่อ​จะเดิน​ไปเข้าห้องน้ำภายในวัดกันเสียก่อน

"​ไปหลาด ​ไปหลาด ​ไปม่าย ​ไปหลาด ​ไปหลาด"

ทัน​ที่​ที่ก้าวลองจากรถสองแถวคันแรก สำเนียงตะกั่วป่าขนานแท้​ที่หลุดจากปากกระเป๋ารถสองแถว หรือเรียกขานกันตามสำเนียงฮกเกี้ยนของ​ที่นั่นว่า "โต้ยเชี้ย" ก็ลอยมาเข้าหู ​พร้อม​กับรถสองแถวสายใหม่ ​คือสาย ย่านยาว - ตะกั่วป่า คันของ​เขาก็คลานมาเอื่อย ๆ​ โชว์เฟอร์​ที่จับพวงมาลัยรถอยู่​ก็บีบแตร ปี้น ๆ​ ​เพื่อย้ำเตือนผู้​โดยสาร​ที่​ต้องการเดินทางต่อ​ไปยังเส้นทางสายนั้น​​ได้รู้​และโบกมือเรียกรถสองแถวรับจ้างของ​เขา

โต้ยเชี้ยชายร่างเล็ก ผิวขาวอย่างจีนบ้าบ๋า ยืนจับราวบันไดเหล็กอยู่​บนแผ่นกระดานรองเหยียบตรงท้ายรถคันนั้น​ ร้องตะโกน​พร้อม​กับชี้มา​ที่พวกเรา​ซึ่งเดินจูงมือกันอยู่​หน้าปากซอยวัดย่านยาวด้วยน้ำเสียงคนขี่เล่น ​และดังรัวจนฟังแทบไม่ทัน

"​ไปหลาด ​ไปหลาด- -โก โก พาลูกเมีย​ไปเ​ที่ยวหลาดเก่าไหม? ​ไปไหม ​ไปเ​ที่ยวหลาดเก่า?"

"ยังไม่แขบ-โกเหอ ​ไปก่อนต๊ะ"

ผมโบกมือ​และร้องบอก​เขา​เป็นภาษาถิ่นว่า ยังไม่รีบ ​ถ้า​เขารีบนักก็​ไปก่อนเถอะ...​ ​เขายิ้มแล้ว​หันกลับ​ไปชี้นิ้วร้องถามคนอื่น ๆ​ ​ที่เดินสวนกันขวักไขว่บนพื้นทางเท้าด้วยสุ้มเสียงแผดแหลมตามสำเนียงลูกตะกั่วป่าขนานแท้ของ​เขาต่อ​ไป

"​ไปหลาด ​ไปหลาด ​ไปม่าย โก-​ไปหลาดม่าย-จี้-​ไปหลาดม่าย"

​เขาเรียกคุณผู้ชายรุ่นพี่ว่าโก เรียกคุณผู้หญิงว่าจี้ อันหมายถึงพี่สาว

​ซึ่ง​ทั้งโก​และจี้​ที่ถูกร้องถามบางคนก็ส่ายหน้า บางคนก็เดินยิ้มเฉย บางคนทำสีหน้าบึ้งตึงเหมือนโกรธ​ใครมาสักร้อยปี...​ จนใน​ที่สุดเสียงเฮ้ว ๆ​ ของโต้ยเชี้ยร่างเล็กคนนั้น​ก็ค่อย ๆ​ แผ่วลง ๆ​ ​พร้อม​กับรถสองแถวของ​เขาก็ค่อย ๆ​ เคลื่อนห่างจากเรา​ไปจนลับหาย

"สาวเล็ก- ค่อยยังชั่วขึ้น​บ้างหรือยังล่ะ-น้อง?" ผมถามน้องสาวคนเล็ก​ที่ผมเดินจูงเธอมา​กับมือขวา เธอพยักหน้าเบา ๆ​ แทนคำตอบ ผมจึงว่า "เดี๋ยวเรา​จะเข้า​ไปล้างหน้าล้างตา​ที่ในวัดกันก่อน อดทนอีกสักนิดนะน้อง"

"ไม่​เป็นไรค่ะ​" น้องสาวคนเล็กเงยหน้าอันซีดเซียว​เพราะพิษเมารถ​และอาการแตกตื่นผู้คนขึ้น​มามองผม "น้องก็อยาก​จะ​ไปเข้าห้องน้ำอยู่​เหมือนกัน"

"ดีแล้ว​แหละ​" ผมว่า "เรา​จะรีบ​ไปเข้าห้องน้ำทำธุระกันให้เสร็จเสียก่อน แล้ว​สักประเดี๋ยวค่อยต่อรถ​ไปตลาดเก่า วันนี้วันเสาร์ มีหนังฉายรอบกลางวัน หาอะไร​กินกันเสร็จ เราก็​จะ​ไปดูหนังด้วยกัน"

สาวบัว​กับสาวหมาน้องสาวของผม หันมามองผม​พร้อมกันด้วยสีหน้ายิ้มแย้มเบิกบาน คง​เพราะอยากดูหนังด้วยกัน​ทั้งคู่

หลังจากเข้า​ไปทำธุระในห้องน้ำของวัดย่านยาวกันเสร็จแล้ว​ ผมก็หยอดเหรียญลงในกล่องบริจาค​ซึ่งวางอยู่​บนโต๊ะหน้าห้องน้ำนั่นเอง จากนั้น​ก็ชวนกันเดินกลับออกมาโบกรถสองแถว​ที่ปากซอย นั่งต่อ​ไปยังตลาดตะกั่วป่า ​ซึ่ง​เป็นตลาดโบราณเก่าแก่มากกว่า 100 ปี รถสองแถว​โดยสารคันใหม่พาเราวนเวียนหาผู้​โดยสารอยู่​ในตลาดย่านยาวสามสี่รอบ แล้ว​ก็บ่ายหน้าสู่ตลาดเก่า ​ซึ่งก็แล่น​ไปอย่างช้า ๆ​ ไม่รีบร้อนสักประมาณ 20 นาทีก็ถึง

น้องสาวของผม​ทั้งสองคน​แม้​จะเคยมาเ​ที่ยว​ที่นี่​กับพ่อ​และแม่กันบ้างแล้ว​ หาก​แต่ตึกรามบ้านช่อง​ที่มีรูปร่างแปลก ๆ​ ทำให้เธอ​ทั้งสองนั่งจ้องมองกัน​ได้ไม่เบื่อ ​และนั่งเงียบไม่ปริปากพูดอะไร​กันเลย​ กระทั่งรถแล่นเข้า​ไปจอดตรงหน้าร้านขายข้าวมันไก่​ที่ผมบอกให้โชว์จอดรถนั่นแหละ​ สาวเล็กจึงพูดออกมาอย่างตื่นเต้นว่า "แม่​กับพ่อก็เคยพาน้องมากิน​ที่ร้านนี้...​"

มัน​เป็นร้านขายข้าวมันไก่ ​และข้าวหมูกรอบ-หมูแดงเจ้าเก่า​ที่อร่อย​ที่สุดในตลาดตะกั่วป่า อยู่​เยื้อง ๆ​ ​กับโรงหนัง​ที่เราตั้งใจ​จะเข้า​ไปชมกันรอบเ​ที่ยงนั่นเอง

วันนี้ ภายในร้านดังกล่าว ลูกค้ายังคงอุดหนุนกันอย่างอุ่นหนาฝาคั่งเหมือนเดิม ​ที่​กำลังนั่งกินกันอยู่​ก็มี ​ที่​กำลังนั่งรอ ก็มีหลายโต๊ะ รวม​ทั้งพวกเราด้วย กลิ่นไก่นึ่ง กลิ่นหมูกรอบ หมูแดง ​และกลิ่นน้ำปรุง รวม​ทั้งกลิ่นต้นหอมผักชีรสฉุน ๆ​ ลอยมาจากในถาด​ที่พวกคนเสิร์ฟถือเดินผ่าน ทำให้ผม​ต้องแอบกลืนน้ำลายด้วย​ความหิวหลายรอบ ​เพราะ​เมื่อคืน​ได้พูดคุย​กับสาวบัวไว้ว่า มื้อเช้า​ก่อนออกจากบ้านก็ให้กินข้าวกันแค่รองท้องก็พอ ​เพราะเรา​จะมาหาอะไร​​ที่มันอร่อย ๆ​ กินกัน​ที่นี่ ​เมื่อ​ได้กลิ่นรสอาหารลอยเข้าจมูกก็เลย​หิว กระทั่งคนเสิร์ฟ​ซึ่งคง​จะ​เป็นเครือญาติกัน ​เพราะหน้าตาละม้ายคล้ายกันแทบทุกคน ก็ยกถาดใส่ข้าวมันไก่​และข้าวหมูแดงหมูกรอบ​ที่เราสั่งกันตามใจชอบมาวางให้บนโต๊ะตรงหน้าเรานั่นแหละ​ ผมจึงจัดการจั่วซะเรียบ​โดยไม่ยอมพูดคุย​กับ​ใคร​แม้​แต่คำเดียว

ต่อจากนั้น​ผมก็ชวนสาวบัว​และน้องสาว​ทั้งสองเดินชมตลาด ผมรับ​เอาเจ้าตัวน้อยมาอุ้ม เธอทำเสียงหัวร่อเอิ๊กอ๊ากชอบใจ ​พร้อม​กับชี้ให้ดูสิ่ง​ที่เธอรู้จักดังลั่น​ไปตลอดทาง

"รถ รถ น้า นุ้ย รถ" เธอชี้​ไป​ที่รถสองแถวรับจ้าง ​ที่โชว์เฟอร์ขับ​ไปช้า ๆ​ ​พร้อม​กับบีบแตรเรียกผู้​โดยสาร​ไปด้วย โต้ยเชี้ย​ที่ยืนห้อยท้ายอยู่​ก็ร้องปาว ๆ​ ว่า "ย่านยาว ๆ​ ย่านยาว ๆ​" ​เพราะ​เป็นรถ​โดยสารคัน​ที่​จะแล่นกลับ​ไปตลาดย่านยาว​ที่พวกเราผ่านมา​เมื่อสักครู่นั่นเอง

ครั้นพอมีรถสายอื่นผ่านมาเสียงเรียกผู้​โดยสารของโต้ยเชี้ยก็เปลี่ยน​ไป

"ปง ปง ปง- - ​ไปปงไหมโก? - ปง ค้างคาว ปากถัก บางไทร ​ไปม่าย ​ไปม่าย ปง ปง ปง"

รถสองแถวของโต้ยเชี้ยคันนี้​กำลัง​จะแล่น​ไปอำเภอกะปง ปากถัก ค้างคาว บางไทร ​เป็นตำบลเส้นทาง​ที่รถ​โดยสารของ​เขาแล่นผ่าน​ไป

เจ้าตัวน้อยมองรถสองแถวคันนั้น​แล้ว​ทำสีหน้างง ๆ​

"เดี๋ยวกลับบ้าน เราค่อยขี่มันอีกนะ" ผมพูด​กับเจ้าตัวน้อย เธอพยักหน้า ​และร้องว่า

"ขี่อีก เดี๋ยว ขี่อีกนะ"

"จ้า- -เดี๋ยวเรา​จะขี่มันด้วยกัน"

สาวบัว​ที่เดินชมตลาด​กับน้องสาวผมอยู่​ข้างหน้าหันมายิ้ม​และพูด​กับลูกสาวของหล่อนเสียงหวาน

"บัว!" ผมเรียกสาวบัว ​และบอกเธอว่า​เมื่อ​ไปถึงร้านทองข้างหน้าก็ให้หยุดแวะเข้า​ไป ผม​จะเลือกซื้อแหวนซัก 2 วง ​เพราะ​ต้องฝาก​ไปให้หญิงหมอนวงหนึ่ง​ด้วย

"บ่าวไม่ซื้อให้น้องด้วยหรือ?"

น้องสาวคนเล็กหยุดหันมาถามผม ​ทว่าผมยังไม่ทัน​ได้พูดอะไร​พี่สาวของเธอก็หันมาฉุดมือเธอเร่งให้เดินออก​ไปด้วยกันเสียก่อน

"เรายัง​เป็นเด็กกันอยู่​ ​จะสวมแหวนให้โจรมันปล้น​เอารึไง" สาวหมาพูด​กับน้อง ขณะเดินคู่​ไปด้วยกัน ​โดยมีสาวบัวเดินอยู่​ข้างหน้า

"ก้อ​เพื่อนอยากให้บ่าวซื้อให้ก่อนนี่ ไว้​เมื่อโตขึ้น​ค่อย​เอามาสวมก็ยัง​ได้" สาวเล็กเถียงพี่สาว "ตัวเองไม่อยาก​ได้ก็อยู่​เฉย ๆ​ ซี้ มายุ่งกะเค้าทำไม"

"อ้าว" พี่สาวขึ้น​เสียงบ้าง "​ใครว่า​เพื่อนไม่อยาก​ได้ล่ะ"

"ก้อตัวเองพูด​เมื่อกี้"

"​เพื่อนแค่บอกว่ากลัวโจรปล้นเท่านั้น​ ไม่​ได้พูดว่าไม่อยาก​ได้ซักหน่อย​"

แม่สาวน้อยสองคนนี้​เมื่อ​ได้ลงมือโต้แย้งกันละก้อมัก​จะไม่มี​ใครยอม​ใคร ผมเดินฟังอยู่​ข้างหลังก็อดหัวเราะไม่​ได้

"​เอาหละ ๆ​ ไม่​ต้องเถียงกัน" ผมห้าม แล้ว​แสร้งพูดว่า "ไว้ให้น้องสองคนโต​เป็นสาวกัน​เมื่อไหร่ บ่าว​จะซื้อให้ ตอนนี้พวกน้องยัง​เป็นเด็กซื้อ​ไปก็ไร้ประโยชน์ ​และแม่ก็คงไม่ยอมให้สวมออก​ไปเ​ที่ยววิ่งเล่นกันหรอก ​เพราะฉะนั้น​ ​ถ้าซื้อ​ไปเก็บไว้เฉย ๆ​ ก็ไม่รู้​จะซื้อ​ไปทำไม"

"เก็บไว้​เป็น​ที่ระลึกก็ยัง​ได้"

คราวนี้สาวหมาหันมาโต้แย้ง​เอาผมเสียเอง ​ซึ่งผมก็ค้านเธอไม่ขึ้น​ ​แต่​เมื่อหลับตาคำนวณเงินตราในกระเป๋า ก็รู้ว่าไม่พอแน่ รายจ่าย​ที่จ่อจมูกอยู่​ข้างหน้า คิดคร่าว ๆ​ สักห้าพันไม่รู้​จะพอหรือไม่ ​เพราะผมมีเงินอยู่​ในกระเป๋ารวมเบ็ดเสร็จ​ทั้งเงินสามพันบา​ที่แม่ให้มาด้วยก็คงไม่เกินห้าพัน แค่แหวนทองคำวงเล็ก ๆ​ สักสลึงก็ปาเข้า​ไปเกือบพันแล้ว​ ​เมื่อรวม​กับรายการอื่น​ที่รับปากน้องสาวสองคนไว้ ถึงอย่างไรมันก็ไม่พออยู่​ดี

​ความยุ่งยากภายในจิตใจเริ่มก่อตัว​เป็นรูป​เป็นร่างขึ้น​มาแล้ว​...​

เฮ้อ - ไม่น่าเลย​...​


****************************************

 

F a c t   C a r d
Article ID S-3351 Article's Rate 41 votes
ชื่อเรื่อง แล้วจะหาว่าคุย (เหมืองป่าภาค 2) --Series
ชื่อตอน ย่ำเมืองโบราณ --อ่านตอนอื่นที่ตีพิมพ์แล้ว คลิก!
ผู้แต่ง พลอยพนม
ตีพิมพ์เมื่อ ๐๗ กุมภาพันธ์ ๒๕๕๔
ตีพิมพ์ในคอลัมน์ เรื่องยาว ซีรีส์
จำนวนผู้เปิดอ่าน ๓๖๗ ครั้ง
จำนวนความเห็น ๒ ความเห็น
จำนวนดอกไม้รวม ๑๙๔
| | | |
เชิญโหวตให้เรตติ้งดอกไม้แก่ข้อเขียนนี้  
R e a d e r ' s   C o m m e n t
ความเห็นที่ ๑ : เด็กหลาดเก่า [C-17900 ], [223.24.155.149]
เมื่อวันที่ : ๑๘ พ.ย. ๒๕๕๓, ๐๘.๕๔ น.

ไม่​​ได้กลับบ้านนานแล้ว​​ เห็นภาพรถสองแถวคิดถึงบ้านจังเลย​​

แจ้งลบข้อความ


ความเห็นที่ ๒ : นาม อิสรา [C-17903 ], [110.49.193.100]
เมื่อวันที่ : ๑๘ พ.ย. ๒๕๕๓, ๑๑.๐๗ น.

ผมเด็กนางย่อนครับ​​

ขอบใจ​​ที่สนใจอ่านเรื่อง​​คนบ้านเรา

แจ้งลบข้อความ


สั่งให้ระบบส่งเมลแจ้งการเพิ่มเติมความเห็น
 ศาลานกน้อย พร้อมบริการเสมอ และยินดีรับฟังข้อเสนอแนะจากทุกท่าน  ติดต่อเว็บมาสเตอร์ได้ทางคอลัมน์ คุยกับลุงเปี๊ยก หรือทางอีเมลได้ที่ uncle-piak@noknoi.com  พัฒนาระบบ : ธีรพงษ์ สุทธิวราภิรักษ์  โลโกนกน้อย : สุชา สนิทวงศ์  ภาพดอกไม้ในนกแชท : ณัฐพร บุญประภา  ลิขสิทธิ์งานเขียนในนิตยสารรายสะดวก เป็นของผู้เขียนเรื่องนั้น  ข้อความที่โพสบนเว็บไซต์แห่งนี้ เป็นความคิดเห็นส่วนตัวของผู้โพสทั้งสิ้น