นิตยสารรายสะดวก  Fiction  ๐๗ กุมภาพันธ์ ๒๕๕๔
แล้วจะหาว่าคุย (เหมืองป่าภาค 2) #11
พลอยพนม
...ฟ้ามืดยามค่ำ หมู่ดาวน้อยใหญ่กระจัดกระจาย กระพริบแสงพร่างพรายระยิบระยับอยู่​เต็มท้องฟ้า เดือนรูปเคียวหงายลอยเด่นอยู่​เหนือทิว​เขาเบื้องทิศตะวันตก...

ตอน : น้ำใจนาง

คลิกดูภาพขยาย


ฟ้ามืดยามค่ำ หมู่ดาวน้อยใหญ่กระจัดกระจาย กระพริบแสงพร่างพรายระยิบระยับอยู่​เต็มท้องฟ้า เดือนรูปเคียวหงายลอยเด่นอยู่​เหนือทิว​เขาเบื้องทิศตะวันตก บ้านไม้ชั้นเดียวหลังนั้น​อยู่​ลึกจากถนนเข้า​ไปหน่อย​หนึ่ง​ สองข้างทาง​เป็นดงหญ้าคา ใบเรียวแหลมของมันไหวระริก​ไป​กับการโลมไล้ของสายลมค่ำ แสงไฟรถมอเตอร์ไซค์อีแก่ของผมส่องสว่าง​ไปข้างหน้า มองเห็นเส้นทางแคบๆ​ สีขาวทอดตัวอยู่​​ระหว่างกอหญ้าคาสองข้างทาง​ไปยังบ้านหลังนั้น​ถนัดชัดเจน

เสียงท่อไอเสียมอเตอร์ไซค์ครางหึ่ง ๆ​ ​ไปตลอด มือ​ที่จับแฮนด์สองข้างสั่นสะเทือน​ไปตามแรงกระเด้งกระดอนของสปริงโช้ค ​แต่กระนั้น​ผมกลับรู้สึกว่า​ หัวใจของผม​ที่เต้นรัวตึ๊ก ๆ​ อยู่​ในอกสั่นสะเทือนยิ่งกว่า

"นุ้ย​เป็นอะไร​​ไป? แหม-ดูซิหน้าตื่นมาเชียว!" สาวบัวพูดขึ้น​หลังเปิดประตูบ้านให้ผมเดินเข้า​ไปข้างใน

ภายในบ้านของสาวบัวสว่างรำไร​กับแสงตะเกียงน้ำมันก๊าด ​ซึ่งหล่อนจุดตั้งไว้บนเตียงไม้ปูเสื่อตรงหน้าห้องนอนของหล่อน ผมเดิน​ไปนั่งลงบนขอบเตียงหลังนั้น​ สาวบัว​ซึ่งเดินตามมาข้างหลังชะโงกหน้า​ไปมองเจ้าตัวน้อย ลูกสาวของหล่อน​ซึ่งนอนหลับปุ๋ยอยู่​ในห้องนอนตั้งแต่หัวค่ำ ​เพราะเธออ่อนเพลีย​กับการเดินทาง

"ผม​จะมาบอกบัวว่า พรุ่งนี้ผม​จะพาสาวเล็ก​กับสาวหมา​ไปตะกั่วป่าด้วยกัน​กับเรา"

"​ต้องการมาบอกแค่นี้เองหรือ?" หม้ายสาวผุดเสียงขึ้น​มาอย่างน้อยใจ ใบหน้า​ที่อาบแสงตะเกียงน้ำมันก๊าดดูหม่นเศร้า

"โธ่ --ผมอุตส่าห์เข็นรถเครื่อง​ไปแอบจอดไว้หลังบ้าน แล้ว​ ไม่เห็นหรือ" ผมย้อน

"ก็​ใคร​จะ​ไปรู้ล่ะ เห็นพอมาถึงก็พูดเหมือน​กับว่ามีธุระเพียงแค่นั้น​" หม้ายสาวค้อนหน้าคว่ำ นี่​ถ้าหล่อนรู้ว่าขณะนี้จิตใจของผม​กำลังระส่ำระสายอยู่​​กับเรื่อง​ของเรา หล่อน​จะเสียใจสักขนาดไหนหนอ...​

​ที่บอกลุงทองว่า​จะพูด​กับแม่ก็เห็นท่า​จะเหลว ​ความรักแม่กลาย​เป็นม่านกั้นขวางเสียแล้ว​

สาวบัวคงเห็นผมนั่งเงียบ​ไปนานจึงเอ่ยขึ้น​ด้วยน้ำเสียง​ที่บ่งบอกถึง​ความห่วงใย

"เดินท่องภูเขากันมา​ทั้งวัน ท่าทางคง​จะยังไม่ทันหายเหนื่อยละซี-นุ้ย? นอนพักเสีย​ที่นี่ก่อนดีไหม ตื่นแล้ว​ค่อยกลับบ้าน ตอนนี้ยังหัวค่ำอยู่​เลย​ หลับให้สบายซักงีบก็คงไม่ดึกหรอก...​ หรือยังไง? "

ผมสอดสายตาจ้องลึกลง​ไปในดวงตาของหล่อน พบ​ความว้าเหว่เปลี่ยวเศร้าผุดพรายอยู่​ในดวงตาคู่นั้น​ กระทั่งรู้สึกรันทดจนแทบก้มกราบไหว้ขอขมาลงบนตักหล่อน

​เพราะ​ความคึกคะนอง​และย่ามใจอย่างโง่บัดซบแท้ ๆ​ ​ที่บังอาจสร้าง​ความริยำประทับรอยราคีให้หญิงหม้ายผู้น่าสงสารผู้นี้​ต้องรับทุกข์อย่างแน่นอน ​ถ้าหากเรื่อง​ของเรารู้​ไปถึงแม่​และท่านเกิดไม่เห็นชอบขึ้น​มา

ไอ้ไข่นุ้ยลูกผู้ชายชื่อไอ้แผนผู้​ซึ่งเคยมี​แต่​ความรื่นเริงในหัวใจ ​กำลัง​จะอกแตกตาย!

โน่นก็แม่ผู้​ซึ่ง​เป็น​ที่เคารพบูชาอย่างหา​ที่เปรียบมิ​ได้

แล้ว​หญิงหม้ายผู้น่าสงสารคนนี้เล่า​จะไล่ต้อนผลักไสออก​ไปจากใจ​ได้อย่างไร ?

อนิจจา !

​ถ้าวันนี้ไอ้ไข่นุ้ยมันเรียนจบ​และมีงานทำแล้ว​ มันก็คง​จะไม่ใส่ใจใยดีต่อสิ่งใดเลย​

"...​​เมื่อมีงานทำแล้ว​...​ หรือ​ถ้า​จะให้ดี บวชให้แม่​ได้เห็นชายผ้าเหลืองเสียก่อน...​ แล้ว​นุ้ย​จะรักชอบผู้หญิงคนใด ​และเธอคนนั้น​​จะยากดีมีจนอย่างไร แม่ก็​จะรักเธอเหมือนลูกของแม่เช่นกัน"

คำเตือนของแม่อันเปรียบเสมือน​พระเครื่อง​ซึ่งแขวนห้อยอยู่​​ที่คอ ยังคงย้ำก้องอยู่​สองข้างหู ทำให้ผมอยากกลั้นใจตาย​ไปเสียจากปัญหา​ที่ก่อขึ้น​

​แต่​ทว่ามีเรื่อง​แปลกสำหรับผมอยู่​เรื่อง​หนึ่ง​ ก็​คือ ​ถ้าหากไม่มีสิ่งใดมาบีบคั้นจิตใจให้ว้าวุ่นจนกระทั่งคิดหาทางออกไม่​ได้ ผมก็มัก​จะไม่​ใคร่คิดถึงพ่อ ​แต่คราใด​ที่ตีบตัน​และถึงตาอับเข้าจริง ๆ​ ใบหน้า​ที่อาบรอยยิ้มหัวอยู่​​เป็นนิตย์ของพ่อก็​จะผุดพรายขึ้น​มาให้ผม​ได้เห็นทันที

ใช่แล้ว​ หากมีอะไร​​ที่ทำให้แม่​จะ​ต้องพุ่งหอกเข้ามาใส่ผม มีเพียงพ่อผู้เดียวเท่านั้น​​ที่​จะแอ่นกอรับแทน​ได้ เพียง​แต่ผม​ต้องแย้มพรายให้พ่อรู้ตัวเสียก่อนเท่านั้น​เอง!

"พ่อ" ผมร้องออกมา​ได้แค่นั้น​ น้ำตาแห่ง​ความตื้นตันใจของลูกผู้ชายร่วงพรู

สาวบัวพลอยตื่นตกใจ​ไป​กับอารมณ์อันแปรปรวนของผม หล่อนนั่งตัวแข็ง จ้องมองมา​ที่ผมอย่างไม่ยอมกระพริบตา กระทั่งใน​ที่สุดผมก็รวบกายหล่อนมาสวมกอด​และร่ำไห้อย่างไม่อาย

"นุ้ย -- นุ้ย ​เป็นอะไร​​ไป? มีอะไร​หนักใจ หรือคิด​จะบอกอะไร​​กับบัวก็บอกมาเถอะ" หม้ายสาวโอบไหล่ผม พลอยร่ำไห้สะอึกสะอื้นตาม​ไปด้วย

"ผมขอโทษ"

พอนึกถึงตัวช่วยขึ้น​มา​ได้ ลูกผู้ชายชื่อไอ้แผนก็เปิดรอยยิ้มท่ามกลางม่านน้ำตา คลายอ้อมแขนกอดรัดชู้รัก​และเล่า​ความนัยให้ฟังจนเสร็จสิ้นกระบวน​ความ แถม...​ หลับนอนด้วยกัน​ที่นั่นจนค่อนดึกจึงลุกออก​ไปเข็นมอเตอร์ไซค์อีแก่ของพ่อออกมาวาดเท้าขึ้น​คร่อม สตาร์ท​และขับกลับบ้านตัวเองด้วยอารมณ์เบิกบานสำราญใจ ​แต่ก็ร่ำ ๆ​ ​จะชนหมา​ที่วิ่งตัดหน้าเสียหลายคราว ​เนื่อง​เพราะอาการเมารักยังไม่สร่างจางจร ยังเคลิบ ๆ​ เคลิ้ม ๆ​ กระทั่งถึงบ้านไม่ทันรู้ตัว


รุ่งเช้า​ สาวเล็ก​กับสาวหมาน้องสาวของผมดีใจจนเนื้อเต้น เธอ​ทั้งสองลุกขึ้น​อาบน้ำ​แต่งตัวตั้งแต่เช้า​มืด ​เพื่อเตรียมตัว​ไปเ​ที่ยวตลาดตะกั่วป่า​กับผม...​

"ไอ้เด็กสองคนนี้ท่าทาง​เมื่อคืนฝันหวานจนไม่​ได้หลับ​ได้นอน" พ่อหยอกล้อลูกสาวตัวเล็ก ๆ​ ​ทั้งสองของท่านขณะนั่งขัดตะหมาดล้อมวงกินข้าวมื้อเช้า​ด้วยกัน​ที่ในครัว "กินให้อิ่มนะ ประเดี๋ยวนั่งรถ​ไปตามทางเกิดหิวข้าว​เป็นลม​เป็นแล้งขึ้น​มา อาย​เขาตาย" พ่อว่า

ถึงกระนั้น​ ​ทั้งสองสาวก็ดีใจจนกินข้าวไม่ลง ผมนั่งสังเกต เธอ​ทั้งสองขย้อนกลืนก้อนข้าวจนคอยืด แล้ว​ตามด้วยน้ำเย็นในขัน ​เป็นการฝืนกินแบบข้าวคำน้ำคำ กระทั่งใน​ที่สุดก็ทิ้งจานข้าวแล้ว​ชวนกันลง​ไปรอนั่งผมอยู่​บนแคร่ใต้ถุนเรือน​ทั้งสองคน

"นุ้ย​จะซื้ออะไร​บ้าง?" แม่ถาม

ผมเหลือบมองพ่อ ก็เห็นพ่อนั่งบดเอื้องเคี้ยวข้าวในปากเฉย ​แต่ผมเชื่อว่าหูของพ่อคงรอฟังเสียงแม่ ​พร้อม​กับรอฟังคำตอบจากผมด้วย

"ยังบอกไม่ถูกครับ​" ผมตอบยิ้ม ๆ​

แม่มองผมตาเขียว

"เอ็งอย่าเล่นลูกไม้​กับแม่"

ผมกลืนน้ำลายลงคอ ใจขาด ๆ​ หาย ๆ​ ​เพราะแม่จ้องอยู่​
"จริงครับ​- - นอกจากเสื้อผ้านักเรียนของสาวหมา​กับหนังสือของเธอแล้ว​ ผมยังไม่รู้​จะซื้ออะไร​ให้ตัวเอง​กับสาวเล็กเหมือนกัน"

ผมร่ายยาว​เพื่อกลบเกลื่อน​ความรู้สึกพรั่นพรึง​กับเรื่อง​​ที่คิด​จะซื้อแหวนให้หญิงคนรัก​กับน้องสาวของหล่อน ก็​พอดี​ได้ยินเสียงตัวช่วยของผมเอ่ยขึ้น​ว่า

"ตังค์ของมัน - มันหาของมันเอง ​จะซื้ออะไร​ก็ช่างมันซี้ แหม-เธอก้อ" พ่อตำหนิแม่อย่างนิ่มนวล

"วันนี้วันเสาร์ " แม่ยกข้ออ้างขึ้น​มาทันที "​จะมีธนาคารไหนเปิดทำการให้เราถอนเงินนอกจากออมสิน ​ซึ่งเราไม่มีสมุดฝาก แล้ว​​ที่เธอล่ะ มีเงินกะ​เขาบ้างหรือเปล่า?"

"งูเห่ายังมีเบี้ย" พ่อว่า-เบี้ย ก็หมายถึงเงิน "คนอย่างฉันเรอะ​จะไม่มี...​ เอ็ง​จะ​เอาเท่าไหร่-ไข่นุ้ย"

"ผมคิดว่า...​น่า​จะซักสามพันละครับ​"

"เฮ้ย!" พ่อร้องดังลั่น "พ่อ​จะ​เอามาจากไหน นึกว่าสามสี่ร้อย"

แม่หันกลับ​ไปมองพ่ออีกครั้ง ​พร้อมหัวเราะออกมาจนเกือบสำลักข้าว

"ก้อไหนโม้นักว่ามีเบี้ย. . . หึ หึ" แม่เย้ยเยาะพ่อด้วยสีหน้ายิ้มแย้ม

"​ถ้าแน่จริง ก็อย่าล้วงกระเป๋าของฉันให้มันบ่อยนักซี" พ่อแปะบาก "ฉัน​จะ​ได้มีสมุดเงินฝากให้เธอดูมั่งปะไร...​"

พ่อ​กับแม่ยังคงเกทับกัน​ไปมากระทั่งอิ่มข้าวอิ่มน้ำด้วยกันหมดทุกคน แม่ก็เดินหายเข้า​ไปในห้องนอนของท่าน ​และกลับมา​พร้อม​กับเงินสดในมือสามพันบาท​ตาม​ที่ผม​ต้องการ

"เงินทองของยาก อย่า​ใช้จ่ายเกินตัว"

ผมยกมือไหว้รับคำพร่ำสอนใส่ไว้ในใจ ​และรับเงินจำนวนนั้น​ยัดใส่กระเป๋าสตางค์


ตาม​ที่​ได้นัดแนะ​กับสาวบัวไว้เสร็จสรรพตั้งแต่​เมื่อคืน...​ สาวบัวก็โบกรถสองแถวขึ้น​มาจากปากทางหน้าบ้านหล่อน เสร็จแล้ว​บอกโชว์เฟอร์รถสองแถวคันนั้น​จอดรับผม​กับน้องสาวสองคน​ที่นั่งรออยู่​​ที่ริมถนนหน้าบ้านผมด้วย ​และ​เมื่อเราสามคนพี่น้องขึ้น​​ไปนั่งบนรถกันเสร็จ รถ​โดยสารคันนั้น​ก็เคลื่อนตัวออก​ไปช้า ๆ​ มุ่งสู่ตลาดตะกั่วป่า ​ไปตามเส้นทาง​ที่ผม​กับสาวบัว​และเจ้าตัวน้อยนั่งกันมาจากปากทางเหมือง​เมื่อวานนั่นเอง

ขณะนั้น​ภายในรถมีผู้​โดยสารเจ็ดแปดคน รวม​ทั้งเจ้าตัวน้อย ลูกสาวของสาวบัวด้วย ​โดยเฉพาะเจ้าตัวน้อย​เมื่อเธอเห็นหน้าผมก็แสดงอาการดีอกดีใจ​เป็นการใหญ่

สาวบัวอุ้มเธอนั่งอยู่​ตรงข้าม​กับผม

"น้า นุ้ย น้า นุ้ย"

เธอกวักมือเรียกจนผม​ต้องเอื้อมมือ​ไปรับมาอุ้ม ​และหอมแก้มอันน่ารักของเธอเสียทีหนึ่ง​

"มาให้น้าอุ้มมั่ง"

สาวเล็ก​ที่นั่งติด​กับผมยื่นมือมาขออุ้ม ​แต่ผมบอกเธอว่า เธออุ้มน้องไม่ไหวหรอก ​เพราะน้องตัวโตจ้ำม่ำออกอย่างนี้ ประเดี๋ยวน้องดิ้นหลุดมือพลัดตกลง​ไปเจ็บตัวเปล่า ๆ​

สาวหมานั่งถัด​ไปจากสาวเล็ก เธอหันมาส่งยิ้มให้​กับเจ้าตัวน้อย​พร้อม​เอามือมาจับแก้มบีบเบา ๆ​ จนเจ้าตัวน้อยจั๊กจี้ หัวเราะคิกคักออกมา

​เมื่อรถ​โดยสารคันนั้น​แล่นเลย​มาครึ่งค่อนทาง ก็มีผู้​โดยสาร​ที่ยืนคอยโบกอยู่​​ระหว่างทางเพิ่มมากขึ้น​เรื่อย ๆ​ จนแน่น ​และตอนนั้น​เจ้าตัวน้อยก็ร้องกลับ​ไปอยู่​​กับแม่ของเธอแล้ว​ ​ทว่าตักผมแทน​ที่​จะว่าง กลับมีสาวเล็ก​ซึ่งเกิดการเมารถก้มลงซบหน้าฟุบอยู่​บนนั้น​อย่างหมดเรี่ยวแรงเข้ามาแทน

"บ่าว- -น้อง​จะอ๊วก" เธอพูด​พร้อม​กับยันกายลุกขึ้น​นั่ง ค้อมตัว​ไปข้างหน้า แล้ว​อ้าปากคายของเก่าออกมาคาวคลุ้ง ​และ​ทั้งหมดก็พุ่งลง​ไปกองอยู่​กลางพื้นกระดานห้อง​โดยสาร เฉียดเฉี่ยวหัวรองเท้าผ้าใบสีขาวของผม​ไปนิดเดียว

ผู้​โดยสารบนรถหันมองเธอ​เป็นตาเดียวกัน บางคนก็ส่งสายตามองเศษอาหาร​ที่น้องสาวคนเล็กของผมสำรอกออกมากองไว้ด้วย​ความสะอิดสะเอียด บางคนก็มองผิวเผินเหมือนไม่มีอะไร​เกิดขึ้น​ ​และ​ใครคนหนึ่ง​ร้องบอกผมว่า หาเศษกระดาษหรืออะไร​ก็​ได้ซับมันทิ้งเสีย ​เพราะประเดี๋ยวกลิ่นคาว​ที่โชยขึ้น​มา​จะทำให้ผู้อื่น​ต้องพลอยเมารถตาม​ไปด้วย

​เมื่อ​ได้ยินอย่างนั้น​สาวบัวก็รีบยื่นเจ้าตัวน้อยมาทางผม

"นุ้ย- -อุ้มลูกสาวซิ บัว​จะซับซากอาเจียนของน้องเล็ก"

ผู้​โดยสารบนรถมองผม​กับสาวบัวด้วยสีหน้าแปลก ๆ​ หลังจากผมรับเจ้าตัวน้อยมาอุ้ม ​และสาวบัวล้วงกระดาษหนังสือพิมพ์เก่า ๆ​ ออกมาจากย่ามใบเล็ก ๆ​ ของหล่อน จัดการกวาดซับเช็ดถูกเศษอาหาร​ที่ถูกขับออกมาจากกระเพาะน้องสาวคนเล็กของผมจนสะอาดเกลี้ยง ไม่เหลือ​แม้​แต่เศษเสี้ยวร่องรอยบนพื้นกระดานนั้น​เลย​

"บัวก็กลัวอีสาว​จะเมารถเหมือนกัน จึงเตรียมกระดาษมา"

หม้ายสาวพูดจบก็ส่งยิ้มให้ผม

​เป็นรอยยิ้ม​ที่ผมยังคงจารึกไว้ใน​ความทรงจำไม่ลืมเลือน...​. ​เพราะมันช่าง​เป็นยิ้ม​ที่แสนหวาน- ​และหวานเสียจนไอ้หนุ่มคนนี้​ต้องหลั่งน้ำตาให้ทุกคราว​ที่คิดถึง...​


****************************************

 

F a c t   C a r d
Article ID S-3350 Article's Rate 41 votes
ชื่อเรื่อง แล้วจะหาว่าคุย (เหมืองป่าภาค 2) --Series
ชื่อตอน น้ำใจนาง --อ่านตอนอื่นที่ตีพิมพ์แล้ว คลิก!
ผู้แต่ง พลอยพนม
ตีพิมพ์เมื่อ ๐๗ กุมภาพันธ์ ๒๕๕๔
ตีพิมพ์ในคอลัมน์ เรื่องยาว ซีรีส์
จำนวนผู้เปิดอ่าน ๓๕๔ ครั้ง
จำนวนความเห็น ๒ ความเห็น
จำนวนดอกไม้รวม ๑๙๔
| | | |
เชิญโหวตให้เรตติ้งดอกไม้แก่ข้อเขียนนี้  
R e a d e r ' s   C o m m e n t
ความเห็นที่ ๑ : ทิดอินทร์ [C-17895 ], [124.122.156.174]
เมื่อวันที่ : ๑๓ พ.ย. ๒๕๕๓, ๒๓.๐๙ น.

อ่านถึงตอนนี้แล้ว​​ ผมนึกถึงผู้หญิงคนหนึ่ง​​ ​​ซึ่งเคยประทับใจในช่วงวัยสะรุ่นเลย​​ครับ​​
​​ทั้งๆ​​​​ที่ลืม​​ไปตั้งนานแล้ว​​ สนุกจังครับ​​ แอบโรแมนติคเล็กๆ​​ด้วยเลย​​ครับ​​พี่นามฯ

แจ้งลบข้อความ


ความเห็นที่ ๒ : นาม อิสรา [C-17897 ], [110.49.205.89]
เมื่อวันที่ : ๑๕ พ.ย. ๒๕๕๓, ๑๐.๒๐ น.

คิดว่าคุณเธอคงมีอะไร​​ดีอยู่​​บ้าง จึงทำให้คุณประทับกระทั่งย้อนรำลึก​​ได้​​เมื่อมีบางสิ่งบางอย่างกระตุ้นเตือน

​​ความทรงจำ​​ที่ดี​​เป็นยาอายุวัฒนะครับ​​

​​และดีใจด้วยครับ​​​​ที่​​ความรักของชาวเหมืองป่า ​​ได้มี​​ส่วนช่วยกระตุ้น​​ความทรงจำนั้น​​หวนคืนสู่คุณ

ขอบคุณ​​ที่ติดตามอ่านนะครับ​​

แจ้งลบข้อความ


สั่งให้ระบบส่งเมลแจ้งการเพิ่มเติมความเห็น
 ศาลานกน้อย พร้อมบริการเสมอ และยินดีรับฟังข้อเสนอแนะจากทุกท่าน  ติดต่อเว็บมาสเตอร์ได้ทางคอลัมน์ คุยกับลุงเปี๊ยก หรือทางอีเมลได้ที่ uncle-piak@noknoi.com  พัฒนาระบบ : ธีรพงษ์ สุทธิวราภิรักษ์  โลโกนกน้อย : สุชา สนิทวงศ์  ภาพดอกไม้ในนกแชท : ณัฐพร บุญประภา  ลิขสิทธิ์งานเขียนในนิตยสารรายสะดวก เป็นของผู้เขียนเรื่องนั้น  ข้อความที่โพสบนเว็บไซต์แห่งนี้ เป็นความคิดเห็นส่วนตัวของผู้โพสทั้งสิ้น