นิตยสารรายสะดวก  Fiction  ๐๗ กุมภาพันธ์ ๒๕๕๔
แล้วจะหาว่าคุย (เหมืองป่าภาค 2) #9
พลอยพนม
...ป่าใหญ่ไพรกว้าง ยิ่งดึกยิ่งหนาว กระทั่งยินเสียงหยาดน้ำค้างหยดลงจากชายคา...​ดังอยู่​ไม่ขาดสาย ตรงระเบียง​ที่เราสองหลับนอนไร้ฝากั้น...

ตอน : น้ำตาป้าพัว

คลิกดูภาพขยาย



ป่าใหญ่ไพรกว้าง ยิ่งดึกยิ่งหนาว กระทั่งยินเสียงหยาดน้ำค้างหยดลงจากชายคา...​ดังอยู่​ไม่ขาดสาย ตรงระเบียง​ที่เราสองหลับนอนไร้ฝากั้น หาก​แต่ผ้าห่มนวมผืนใหญ่ของผม​ที่ห่มคลุมก็ปิดกั้น​ความหนาวเย็น​ที่แผ่ซ่านลงมา​ได้อย่างชะงัด หม้ายสาวหลับอยู่​ในอ้อมกอดของผมภายใต้ผ้าห่มผืนนั้น​อย่าง​เป็นสุข จวบจวนรุ่งรางไก่ป่าโก่งคอขันถี่กระชั้น หล่อนจึงลุกกลับเข้า​ไปข้างใน

ผมตื่นลุกจาก​ที่นอนคว้าจอบเดิน​ไปทำธุระ​ส่วนตัวในป่าริมลำธาร​แต่เช้า​มืด ​เมื่อกลับออกมาทุกคนก็ตื่นกันหมดแล้ว​ ลุงทอง​กับป้าพัวอุ้มเจ้าตัวน้อยลงมาก่อไฟผิงอยู่​หน้าทับ สาวบัวก่อไฟหุงข้าวอยู่​ข้างบน...​ หญิงหมอนคง​ไปทำธุระ​ส่วนตัวหรืออาจ​ไปล้างหน้าแปรงฟัน​ที่ลำธาร ผมไม่แน่ใจ

เหนือทิว​เขาสลับซับซ้อนแล​เป็นเงาลาง ๆ​ เบื้องทิศตะวันออก แสงเงินแสงทองฉาบทาขอบฟ้าสว่างแจ้ง ยอดไม้ไพรพฤกษ์​ที่มองเห็นอยู่​รายรอบ มีหมอกบาง ๆ​ ลอยเรี่ยเคลียคลออยู่​อ้อยอิ่ง คล้ายหนุ่มสาว​กำลังพลอดรักรำพันจนมิอยากพรากจากลา ในขณะ​ที่นกป่า​ซึ่งอาศัยหลับนอนอยู่​ตามสุมทุมพุ่มไม้ริมทับลุงทองก็​พร้อมใจส่งเสียงร้องรับอรุณกันเจื้อยแจ้ว

ผมเดินตรง​ไป​ที่กองไฟหน้าทับ​พร้อม​กับคว้าท่อนไม้ท่อนเล็ก ๆ​ ​ที่วางอยู่​แถวนั้น​มารองนั่ง เจ้าตัวน้อยลูกสาวของสาวบัว​ซึ่งบัดนี้เธอคุ้นเคย​กับผมมากขึ้น​ ก็วิ่งเข้ามาหา ผมอุ้มเธอนั่งบนตัก ​เอามือลูบเส้นผมอันอ่อนนิ่มเหมือนเส้นไหมของเธอเล่นเบา ๆ​

"หนาวไหมลูก?"

เจ้าตัวน้อยส่ายหน้า

"ไม่- - - หนา-ว"

​ทั้ง​ที่จริงเธอหนาว มือไม้เย็นเฉียบ ​แต่เธอไม่ชอบเข้าใกล้กองไฟ ​เนื่องจากบางครั้งควันไฟโชยเข้าจมูกเข้าตาจนทำให้สำลัก​และเธอก็ร้องไห้ ครั้น​ได้ไออุ่นจากผม​ที่โอบกอด เธอก็ว่า

"หา-ย หนา-ว- - แย้-ว"

ลุงทองมวนบุหรี่ใบจากจุดสูบพ่นควันโขมง ในขณะ​ที่ป้าพัวก็เคี้ยวหมากหยับ ๆ​ อยู่​ในปากคล้าย​จะให้มันช่วยผ่อนคลาย​ความหนาว​ที่ห่อหุ้มห่มคลุมอยู่​รายรอบในขณะนั้น​ ผู้ชรา​ทั้งสองนั่งผิงไฟเงียบเฉย มิเอ่ยปากพูดคุยอะไร​กัน จน​เมื่อผมเข้า​ไปร่วมวงไพบูลย์นั่นแหละ​ ​ทั้งคู่จึงหันมาสนใจ​และพูดคุย​กับผม

"อีบัวมัน​จะกลับบ้านด้วย" ลุงทองบอกผม ​และพูดต่อ​ไปว่า "​แต่ก็ดีเหมือนกัน ​เพราะเ​ที่ยวนี้พวกลุงทิ้งบ้านมาหลายวัน อยู่​ข้างหลังไม่รู้​เป็นอย่างไรบ้าง​"

ป้าพัวก็ว่า "มัน​จะ​เป็นอาไร้ สมบัติพัสถาน​ที่พอมีค่านอกจากหม้อข้าวหม้อแกง ก็ไม่มีอะไร​น่า​เป็นห่วง​กับ​เขาสักหน่อย​ "

"เฮ่ย- -แกก็พูด​เป็นบ้า​ไป​ได้" ลุงทองทำเสียงดุ "ก้อ-อ้ายเสื้อผ้า​ที่แขวนอยู่​ในตู้นั้น​ล่ะ ป่านนี้พวกแมลงสาบไม่แห่กันเข้า​ไปกัดแทะจนพรุน​ไปหมดแล้ว​เรอะ เห็นอีหมอนบอกว่าลืมใส่ยากันมดกันแมงอะไร​นั่นไว้ด้วย...​ ไหน​จะหญ้าข้างบ้านอีก ป่านนี้เถาปด เถาหมามุ่ย พวกนั้น​ คง​จะทอดยอดเลื้อยเข้า​ไปถึงในครัวแล้ว​ล่ะ...​"

ป้าพัวนิ่ง​ไปครู่หนึ่ง​ แกอาจ​เป็นห่วงลูกสาว​ที่คิด​จะเดินทางกลับ​ไปบ้าน​พร้อม​กับผมก็​ได้

แน่ล่ะ! ถึง​แม้​เมื่อคืนสาวบัว​จะไม่ลุกออกมานอน​กับผม​ที่หน้าระเบียง หญิงชราก็ย่อม​จะ​ต้องระแคะ​ระคายเรื่อง​นี้มาบ้างแล้ว​ มีลูกสาว​เป็นหม้าย​ใครบ้าง​จะไม่นึก​เป็นห่วง​และสงสารลูก อีก​ทั้งฐานะของตนหรือ-ก็ไม่อาจเทียบเทียมฝ่ายชาย​ได้...​

ป้าพัวคงไม่สบายใจ​กับเรื่อง​นี้แน่นอน? ผมคิด

"ให้สาวบัว​ไป​กับผมนั่นแหละ​ดีแล้ว​" ผมว่า "ผม​จะ​ได้พา​ไปตะกั่วป่า ​ไปหาซื้อชุดสวย ๆ​ ให้เจ้าตัวน้อยสักชุดสองชุด...​ ​เอาไหมลูก น้า​จะเลือกซื้อเสื้อผ้าสวย ๆ​ ให้หนู"

ผมก้มลงหอมแก้มเจ้าตัวน้อย ​ซึ่งเงยหน้าขึ้น​มาจ้องผมตาแป๋ว

"มัน​จะไม่เอิกเกริก​ไปหน่อย​หรือ?- นุ้ย" ป้าพัวหัน​ไปบ้วนน้ำหมากใส่กอหญ้าข้าง ๆ​ แล้ว​พูดต่อ " ป้าไม่อยาก...​เอ่อ...​ พ่อแม่เอ็งน่ะ...​ ​เขา​จะว่า​เอา"

ผมหัน​ไปมองลุงทอง ก็เห็นแกก้มหน้าสูดยาใบจากไฟแดงวาบ ก่อน​จะปล่อยควันออกมา​ทั้งทางจมูก​และปาก ​พร้อม​กับถอนหายใจเฮือกใหญ่



"อยู่​ในวัยเรียน มีหน้า​ที่เรียนหนังสือ อย่าริสัปดน​ไปยุ่งเกี่ยวเรื่อง​ผู้หญิง"

นี่​คือคำสั่งอย่างคาดคั้นของแม่ผม !

ผมจำ​ได้​ทั้งน้ำเสียง ตลอดจนกิริยาท่าทางของแม่ตอนเรียกผมให้เข้า​ไปรับเงินใส่กระเป๋า ก่อน​จะสะพายเป้เดินออก​ไปยืนรอรถสองแถว​ที่ถนนหน้าบ้าน ​เพื่อเดินทาง​ไปยังสถานศึกษา ตั้งแต่ระดับมัธยมกระทั่งถึงรั้ววิทยาลัย แม่ก็ยังคงเน้น​และย้ำเตือน​แต่เฉพาะเรื่อง​นี้อยู่​เสมอ

ชะรอยแม่คงรู้ว่าลูกของแม่จิตใจอ่อนไหวง่าย...​ ​ถ้าหากพานพบหญิงไม่ดีก็คง​จะแล้ว​กัน​ไป ​แต่​ถ้าวันหนึ่ง​วันใดเกิด​ไปพบเจอหญิงงามน้ำใจเข้า ​เขาก็คง​จะลุ่มหลงจนถอนตัวไม่ขึ้น​ อนาคตการเรียนก็คงพังพินาศ

"เรียนจบ-มีงานทำ ​และ​ถ้า​จะให้ดีก็บวชให้แม่​ได้เกาะชายผ้าเหลืองเสียก่อน จึงคิด​จะมีลูกเมีย ​แม้หญิงคนนั้น​​จะยากดีมีจนอย่างไร ​ถ้านุ้ยรักนุ้ยชอบ แม่ก็​จะรัก​จะชอบเธอเหมือนลูกของแม่คนหนึ่ง​เช่นกัน"

แม่ของผม​เป็นคนชอบอ่านหนังสือ เวลา​ไปเยี่ยมคุณตา​ซึ่งอยู่​ไกลกันคนละจังหวัด แม่ก็​จะหอบหนังสือเล่มโต ๆ​ ​ที่พวกพี่ ๆ​ น้อง ๆ​ ของแม่มอบให้ติดมือกลับมาด้วยเสมอ จนบางครั้งพ่อถึง​กับล้อแม่ว่า "สมบัติบ้า ไม่รู้​จะหอบมาให้หนักบ่าฉันทำไม" ​ทั้งนี้ก็​เพราะภาระอันหนักอึ้งของกล่องใส่หนังสือเหล่านั้น​ก็มัก​จะตกอยู่​​กับบ่าของพ่อเสียทุกคราว...​

ก็คง​เป็น​เพราะแม่​เป็นคนชอบอ่านหนังสือ​และชอบศึกษาหา​ความรู้จากตำรับตำราต่าง ๆ​ อยู่​เสมอนี้เอง แม่จึง​เป็นคนหูตากว้างขวางต่างจากหญิง​เพื่อนบ้านในขณะนั้น​หลายคน การเจรจาพาที​กับ​ใครก็มัก​เป็น​ไปในทำนอง​เอาการ​เอางาน ไม่เพ้อเจ้อไร้สาระ กระทั่ง​เพื่อนบ้านพากันเกรงอกเกรงใจไม่​ใคร่คิด​จะตอแยด้วย ​ซึ่งผมคิดว่าสิ่งนี้น่า​จะ​เป็นข้อเสียของแม่อย่างหนึ่ง​ก็​ได้ ​เพราะมันเหมือน​กับคุณสมบัติ​ที่ดี​ที่แตกต่าง​ไปจากผู้อื่นนั้น​ ​ได้ปิดกั้น​ส่วน​ที่ประเสริฐเลิศล้ำภายในจิตใจของตน ทำให้ผู้อื่นมองเห็นยาก

​ทว่าผม​เป็นลูก ไหนเลย​​จะไม่รู้ซึ้งถึงน้ำใจของแม่ตน ผมจึงพูดให้ผู้ชรา​ทั้งสองคนคลายวิตกว่า

"อย่ากังวล​กับแม่ของผมเลย​ครับ​ แค่ลุง​กับป้าเข้าใจผม ไม่คิดว่าผมหมิ่นน้ำใจก็​เป็น​พระคุณ​ที่สุดแล้ว​ สำหรับแม่-ผมพูดให้ท่านเข้าใจเรา​ได้ไม่ยากหรอกครับ​"

"ถึงเอ็ง​จะยืนยันอย่างนั้น​ก็เถอะ ป้าก็อด​เป็นห่วงไม่​ได้...​ อีบัวมันอาภัพ"

ป้าพัวพูด​ได้แค่นั้น​ น้ำตาก็ไหลพรากลงข้างแก้ม ​เมื่อหัน​ไปทางลุงทองผัวของนาง ก็เห็นแก​เอา​แต่สูดยาใบจากพ่นควันโขมง จึงแทน​ที่ผม​จะพลอยเศร้ารันทด​ไป​กับ​ความรู้สึกของป้าพัว ตรงกันข้าม ผมกลับรู้สึกขำ​เมื่อไพล่คิด​ไปว่า ชะรอยลุงทองคงเกรง​จะพลาดผม​เป็นลูกเขยเสียมากกว่า

ก่อนผม​กับสาวบัว​จะออกเดินทาง หญิงหมอนจับเจ้าตัวเล็กขึ้น​​ไปอุ้ม หอมแก้มซ้ายขวา ​พร้อมพูดหยอกล้อ​กับหลานว่า

"อยู่​​กับน้าหมอน​ที่นี่แหละ​ ปล่อยให้แม่​กับพ่อ​ไปกันสองคนก็พอ เราไม่​ต้องตาม​ไปกวน​เขาหรอก"

ผม​ได้ยินแล้ว​สะอึก ในขณะ​ที่เจ้าตัวเล็กดิ้นเร่า ๆ​

"ไม่ --อาว เค้า จา ​ไป- ต๊วย-ย"

หญิงหมอนหันมามองหน้าผมแล้ว​ยิ้ม

หากแววตาคู่นั้น​ปราศจากริ้วรอยหม่นเศร้า ผมก็คงคิดว่ายิ้มของเธอ ​คือยิ้มแห่ง​ความปีติสุขแน่เลย​ทีเดียว ​แต่นี่กระไร​ได้...​ ​แม้หล่อน​จะส่งยิ้มอันหวานชื่นเช่นนั้น​มาให้ ผมกลับไม่กล้าสนองคืนเสียด้วยซ้ำ

"แล้ว​ผม​จะซื้อของฝากให้มา​กับสาวบัว หมอนอยาก​ได้อะไร​บ้างล่ะ?"

​เป็นถ้อยคำ​ที่ผมคิดว่าดี​ที่สุด​ที่ผมพูดออก​ไป...​ ​เพราะก่อนจากลา ผมไม่อยากพูดคำว่าลาก่อน...​​กับหล่อน

อีแม่สาวผู้มีแววตาอาบซับ​ความหม่นเศร้ายังคงฝืนยิ้ม

"ขอ​เป็นสิ่งเดียว​กับ​ที่นุ้ยคิด​จะซื้อให้พี่บัว - ​ได้ไหม?"

ผมพยักหน้า

"ตกลง-ผม​จะซื้อแหวนทองหมั้นไว้​ทั้งคู่เลย​"

ครานี้สาวเจ้าถึง​กับยืนตาค้าง คง​เพราะคิดไม่ถึงว่าผม​จะบ้าพอ​ที่​จะพูดออกมาเช่นนั้น​​ได้

ลุงทองนั่งอยู่​ใกล้ ๆ​ หัวเราะ ฮา ฮา

"ของลุงขอกัญชาสักขีดสองขีดก็พอ" แกว่าแล้ว​หันมาทางลูกสาวคนโต "ว่า​แต่ อีบัว-มึงแอบซุกมาให้ดี ๆ​ อย่าให้ตำรวจมันจับ​ได้-นาเว้ย...​"

สาวบัวหัน​ไปค้อนผู้​เป็นพ่อพลางรับเจ้าตัวน้อยจากหญิงหมอนขึ้น​​ไปอุ้ม ​และหันหน้ามาทางผม

"เรา​ไปกันเถอะ" หล่อนว่า

ผมยกมือไหว้ว่า​ที่พ่อตาแม่ยาย กระทั่งหันมาทางหญิงหมอน เห็นหน้าเศร้า ๆ​ ของหล่อนแล้ว​อยาก​จะตรงเข้ากอดรัดเสียให้ขาดใจตาย...​

หากเพียง​แต่คิด ก็รู้สึกว่า​​ความว้าวุ่นประเดประดังขึ้น​มาจนแทบทรงกายไว้ไม่ไหว

"ปิดเทอมแล้ว​ผม​จะรีบกลับมา"

ผมพูด​ได้แค่นั้น​ แล้ว​ก็รีบสาวเท้าลงจากกระไดทับด้วย​ความจงใจ​ที่​จะหนีออกมาให้เร็ว​ที่สุด...​ ​ซึ่งกว่า​จะตั้งสติ​ได้ ผมก็ทอดย่างทิ้งห่างสาวบัว​ที่​กำลังอุ้มลูกสาวเดินตามหลังมาเสียไกลลิบ


****************************************

 

F a c t   C a r d
Article ID S-3348 Article's Rate 41 votes
ชื่อเรื่อง แล้วจะหาว่าคุย (เหมืองป่าภาค 2) --Series
ชื่อตอน น้ำตาป้าพัว --อ่านตอนอื่นที่ตีพิมพ์แล้ว คลิก!
ผู้แต่ง พลอยพนม
ตีพิมพ์เมื่อ ๐๗ กุมภาพันธ์ ๒๕๕๔
ตีพิมพ์ในคอลัมน์ เรื่องยาว ซีรีส์
จำนวนผู้เปิดอ่าน ๓๖๕ ครั้ง
จำนวนความเห็น ๒ ความเห็น
จำนวนดอกไม้รวม ๑๙๔
| | | |
เชิญโหวตให้เรตติ้งดอกไม้แก่ข้อเขียนนี้  
R e a d e r ' s   C o m m e n t
ความเห็นที่ ๑ : เด็กหลาดเก่า [C-17901 ], [223.24.155.149]
เมื่อวันที่ : ๑๘ พ.ย. ๒๕๕๓, ๐๙.๐๑ น.

เหมือง​​เขายา บางคนเรียกเหมืองทับปุด สงสัย​​จะมีต้นปุดมากหรือเปล่าก็ไม่รู้

แจ้งลบข้อความ


ความเห็นที่ ๒ : นาม อิสรา [C-17905 ], [110.49.193.100]
เมื่อวันที่ : ๑๘ พ.ย. ๒๕๕๓, ๑๑.๑๗ น.

ทับปุด​​กับ​​เขายาอยู่​​คนละแห่งครับ​​ ​​ถ้าขึ้น​​​​เขา​​ไปทางบ้านคุรอด​​จะถึงทับปุดก่อน ​​ถ้าขึ้น​​ทางบ้านบางวัน​​จะถึง​​เขายาก่อน ทับปุดอยู่​​ต้นน้ำ ลำดับ​​ที่สองก็​​เขายา ถัด​​ไปก็บกพาน แล้ว​​ก็จงโคร่ง ​​ซึ่งเดี๋ยวนี้น้ำจากเขื่อนเชี่ยวหลานท่วมจมมิดหมดแล้ว​​​​ทั้งสองแห่ง ร่องรอยเหมืองโบราณจมอยู่​​ใต้น้ำหมดแล้ว​​ครับ​​

​​ส่วนต้นปุด​​ที่คุณว่า มีทั่วทุกแห่งครับ​​ หน่อปุดจิ้มน้ำพริกอร่อยไม่แพ้ดอกกาหลา​​ซึ่ง​​เป็นพืชล้มลุก​​ที่มีลักษณะคล้าย ๆ​​ กัน

คุณเคยกินหน่อปุดจิ้มน้ำพริกป่าไหมครับ​​ อร่อยอย่าเซด ฮา ฮา

แจ้งลบข้อความ


สั่งให้ระบบส่งเมลแจ้งการเพิ่มเติมความเห็น
 ศาลานกน้อย พร้อมบริการเสมอ และยินดีรับฟังข้อเสนอแนะจากทุกท่าน  ติดต่อเว็บมาสเตอร์ได้ทางคอลัมน์ คุยกับลุงเปี๊ยก หรือทางอีเมลได้ที่ uncle-piak@noknoi.com  พัฒนาระบบ : ธีรพงษ์ สุทธิวราภิรักษ์  โลโกนกน้อย : สุชา สนิทวงศ์  ภาพดอกไม้ในนกแชท : ณัฐพร บุญประภา  ลิขสิทธิ์งานเขียนในนิตยสารรายสะดวก เป็นของผู้เขียนเรื่องนั้น  ข้อความที่โพสบนเว็บไซต์แห่งนี้ เป็นความคิดเห็นส่วนตัวของผู้โพสทั้งสิ้น