นิตยสารรายสะดวก  Fiction  ๐๗ กุมภาพันธ์ ๒๕๕๔
แล้วจะหาว่าคุย (เหมืองป่าภาค 2) #7
พลอยพนม
...ลมป่าพัดมาพร่างพรู เรายืนกอดรัดแลกเปลี่ยนรสจูบกันอย่างดูดดื่ม ท่ามกลางสายน้ำสูงแค่เข่า ​ซึ่งไหลรี่ผ่าน​ไปด้านล่าง ผ่านภูมิประเทศอันงดงาม...

ตอน : คำมั่นสัญญา

คลิกดูภาพขยาย


ลมป่าพัดมาพร่างพรู เรายืนกอดรัดแลกเปลี่ยนรสจูบกันอย่างดูดดื่ม ท่ามกลางสายน้ำสูงแค่เข่า ​ซึ่งไหลรี่ผ่าน​ไปด้านล่าง ผ่านภูมิประเทศอันงดงามอย่างน่าอภิรมย์สำหรับเรา สาวบัวยกมือประคองแก้มผมสองข้าง เผยอริมฝีปากเรียวงามรับการประทับจูบด้วยเรือนกายไหวสะท้าน

ข้อกังวล​และหน่ายแหนงแคลงใจว่า​จะถูกลวงหลอกให้ชอกช้ำหรือไม่? บัดนี้คงหลุดลอย​ไป​กับสายน้ำ​ที่​กำลังไหลรี่อยู่​นี้เสียแล้ว​

เฉกเช่นผม​ซึ่งมิ​ได้ครุ่นคำนึงถึงสิ่งอื่นใดอีกต่อ​ไป...​ ผมลืมตัว ลืมหมดทุกสิ่ง นอกจากสาวบัว​ซึ่ง​กำลังอ่อนระทวยอยู่​ในอ้อมแขนของผมคนเดียวเท่านั้น​ ผมโอบกอดหล่อนแนบแน่นขณะประกบริมฝีปาก​และชอนไชชิวหาดูดซับรสหวานจากหล่อนจนรู้สึกอิ่มเอมสมหวัง ​และบอก​กับตนเองว่าอื่นใดในโลก​จะหาสุขใดยิ่ง​ไปกว่านี้ไม่มีอีกแล้ว​

สุดท้ายผมก็ช้อนร่างอันอ่อนระทวยของหล่อนขึ้น​มาอุ้ม พาลุยน้ำเข้าฝั่ง ​และประจงวางเรือนร่างอันน่าชิดเชยทะนุถนอมของหล่อนลงตรงนั้น​ แล้ว​ค่อยประคองศีรษะหล่อนวางแนบหนุนพื้นทรายอันอ่อนนุ่ม เรือนกาย​ส่วนล่างจ่อมจมอยู่​ใต้ผิวน้ำ ก่อน​ที่ผม​จะคร่อมทับแล้ว​กอดรัดลง​ไป

ผมประกบริมฝีปากบดขยี้ ...​ซอกซอนจมูกควาญหากลิ่นกายสาปสาวอย่างสุขสันต์

หม้ายสาวครวญครางเสียงกระเส่า

"ทูนหัวของบัว...​"

"จ๋า."..

"รักบัวจริงไหม?"

"ผมเรียนจบ​และสอบบรรจุ​ได้​เมื่อใด ​จะรับบัว​ไปอยู่​ด้วยกันทันที"

"พ่อ...​ แม่..?"

"​เป็นหน้า​ที่ของผม​ที่​จะ​ต้องชี้แจงให้ท่านเข้าใจ...​"

"บัว​จะ​เป็นเมีย​ที่จงรัก​และภักดี...​"

"ผมรักบัวคนเดียว"

มันน่าขำ​ที่เราต่างพร่ำรำพันกันด้วยฤทธิ์อำนาจแห่งมนต์ดำฤษณาเสียยืดยาว ​และ​เมื่อทุกสิ่งอย่างบรรลุถึงจุดสูงสุด สาวบัวก็นอนหลับตาพริ้มอย่างสุขเกษม หอบหายใจถี่กระชั้น ไม่ต่างจากผม​ซึ่งนอนกอดกายหล่อนอย่างสิ้นเรี่ยวแรง ​และหาก​ที่นี่​คือห้องหับอันอบอุ่นมิดชิด เราสองก็คง​จะนอนก่ายกกกอดกัน​ไปอีกนาน ​แต่นี้สิเรือนร่างเปลือยเปล่ากลับจมจ่อมอยู่​ในน้ำเสียครึ่งตัว ฉุดเราให้​ต้องลุกขึ้น​มานั่งสบตา​และหัวเราะให้กัน​เมื่อ​ความหนาวเย็นโฉบฉายมา

"น้องหมอนล่ะ..?." สาวบัวเอ่ยขึ้น​ หลังเรียกสติตนเองกลับคืน

ผมโอบรัดกายหล่อนมาแนบอก พลางปลุกปลอบใจให้หายกังวล

"เธอคงกลับทับ​ไปแล้ว​"

"ไม่หรอก...​เธอรักนุ้ยนะ."

ผมหลับตา ขณะส่งจิตใจล่องลอย​ไปถึงหญิงหมอน...​

ป่านนี้แม่นาง​จะหลีกเร้น​ไปอยู่​ไหน?

แม่นางผู้งามสรรพ ไม่มี​ส่วนใดไหนเลย​​ที่ผ่านตาชายแล้ว​ตก​เป็นรองผู้พี่ อีก​ทั้งน้ำใจของเจ้าก็งามล้น...​ ยอมหลบเลี่ยงเร้นหาย​ไปเสียทุกครั้ง ​แม้​จะพกพาหัวใจอันเจ็บปวดรวดร้าวแนบ​ไป​กับตัวก็ตาม

"หญิงหมอน...​" ผมรำพึงออกมาเบา ๆ​

"ตาม​ไปสิ"

"ผมเกรงเธอหลงป่า"

สาวบัวผุดนั่ง ​และมองค้อน

"นี่แหละ​ใจชาย"

ผมล้มตัวลงนอนหาย-​เอาหัวพาดหนุนพื้นทราย สายตาจับนิ่งอยู่​​ที่ใบหน้าสาวบัว หยาดน้ำตาของหม้ายสาวเอ่อท้นคลอเบ้าก่อน​จะรินไหลลงมาตามร่องแก้ม​เป็นทางยาว

"เธอ​เป็นน้องสาวของบัวนะ"

หม้ายสาวถอนสะอื้น

"​เป็นหญิงอื่นสิ-​จะไม่พะวงเลย​"

"​แต่ผมไม่เคยล่วงเกิน...​"

หล่อนพยักหน้า

"บัวรู้ !"

"งั้นบัวไม่สบายใจทำไม?"

"บัวก็​กำลังถามตัวเองอยู่​เหมือนกัน"

ถ้อยคำพร่ำรักต่อกันของเราในคราวนั้น​ช่างอิดออดอ้อยสร้อยราว​กับบทรักในหนังกลางแปลง

​แต่นี่​คือ เรื่อง​จริง!

ใน​ที่สุดผมก็เอื้อมคว้ามือของหล่อนข้างหนึ่ง​มากุมไว้แนบอก ก่อน​จะเทน้ำคำปลอบประโลมให้หล่อนคลายกังวลว่า "ข้างนอกโน้น...​หัวกระไดบ้านเราก็ทอดทาบถึงกัน ​ซึ่งกาลข้างหน้าเราสองก็​จะ​ต้องพบเจอกันวันยังค่ำ บัวเองก็ใช่ว่า​จะ​ต้องเข้าป่ามาขุดแร่​ไปจนตาย หาก​แต่อาชีพอื่นสำหรับลูกผู้หญิงยังมีอีกสารพัด ไว้​เมื่อถึงเวลา...​ผม​จะคิดหาช่องทางช่วยเหลือเอง แล้ว​ต่อ​ไปนี้ก็ห้ามเก็บ​เอาเรื่อง​หญิงหมอนมาครุ่นคิดให้หนักอกหนักใจอีก​เป็นอันขาด ผมสารภาพว่า ​เมื่อก่อนผมอาจมีเธอติดค้างอยู่​ในใจบ้าง ​แต่ตอนนี้หัวใจของผม​ทั้งสี่ห้องยกให้บัวหมดแล้ว​"


หลังจากนั้น​อีกสองวัน พวกเรา ผม ไอ้บองหลา ไอ้พริ้ง ​และไอ้หมึก ก็ระดมพลว่าจ้างชนชาวเหมืองในดง​เขายาเกือบ​ทั้งหมดให้มาช่วยกันขนขี้ตะกรันออกจากป่ามุ่งสู่ถนนหลวง​เพื่อใส่รถสองแถว​ไปขาย​ที่ตะกั่วป่า กระชุ​แต่ละใบ​ที่​เพื่อนของผมช่วยกันสานไว้ก่อนหน้านั้น​บรรจุขี้ตะกรัน​ได้ใบละประมาณ 50 กิโลฯ ชาวเหมืองเกือบร้อยคน​ที่มาช่วยพวกเรา​ใช้ไม้คานสอดหามกันอย่างไม่รู้จักเหน็ดเหนื่อย​เป็นเวลา 2 วัน ​โดย​ใช้เส้นทางเก่า​ที่ฝรั่ง​และชาวจีนสมัยนั้น​​ได้บุกเบิกทิ้งไว้​เป็นเส้นทางขนลำเลียง ​แม้หนทาง​จะยืดยาวออก​ไปกว่าทางลัด​ที่​ใช้สัญจร​ไปมากันอยู่​ประจำ ​แต่มันก็เดินสะดวก​ไม่ลาดชันมากนัก เหมาะสำหรับแบกหามของหนัก​ไปมา เสียดายตรง​ที่หลายแห่งโดนน้ำป่ากัดเซาะพังทลายจนไม่อาจ​ใช้วัวควายชักลากเกวียนบรรทุกของ​ได้เหมือนสมัยก่อน มิฉะนั้น​พวกเราคงประหยัดแรงคนมากกว่านี้

ขี้ตะกรันจำนวนห้าตันกว่า ๆ​ ทำราย​ได้ให้พวกผมสามสี่คนอย่างมหาศาล ​ทว่าข่าวนี้ก็​ได้แพร่กระจาย​เป็นวงกว้างออก​ไปในเวลาอันรวดเร็ว ​เป็นเหตุให้พวกสิ้นไร้ไม้ตอกเกิด​ความหวังลม ๆ​ แล้ง ๆ​ อยากเจอขุมทรัพย์เหมือนเราบ้าง จึงพากันดั้นด้นบุกป่าฝ่าดงเข้ามาในป่าดง​เขายาไม่ขาดสาย

ป่า​ที่เคยสงบเย็นกลับคลาคล่ำ​ไปด้วยผู้คนหน้าตาดุร้ายไม่น่าไว้ใจมากหน้าหลายตา นักผจญภัยหรือนักแสวงโชคร้อยพ่อพันแม่ต่างมุ่งหน้าสู่ดง​เขายาทุกวัน ​พร้อมบุกตะลุยเข้าสู่ผืนป่า ขุดดินฟันไม้ ระเบิดหินส่งเสียงอึกทึกครึกโครม กระทั่งสัตว์ป่า ลิง ค่าง บ่าง ชะนี พากันตื่นกลัวไม่กล้ากู่ร้องหาคู่อยู่​หลายวัน

พวก​ที่เข้ามาใหม่บางคนพกเครื่องมือมา​พร้อม ​ทว่าบางคนมีเพียงมือสิบนิ้ว ​แต่​ที่บั้นเอวเหน็บปืนมาด้ามโต ​ที่น่าขันยิ่งกว่านั้น​ ก็เห็น​จะ​เป็นพวกหัวการค้า​ที่อุตส่าห์หอบหิ้วสินค้าเข้ามาขายในดงกันดารหวังกำไรลม ๆ​ แล้ง ๆ​ บุหรี่ เหล้าโรง กัญชา รวม​ทั้งลูกปืน แบกหามดั้นด้นกันมาเหน็ดเหนื่อยอย่างน่าสมเพทเวทนา

ไอ้หมึก​ไปขุดปืนลูกซองสั้นของมัน​ซึ่งชโลมจารบีใส่ถุงพลาสติกฝังดินไว้กระบอกหนึ่ง​ขึ้น​มาเช็ดถูทำ​ความสะอาด ​และพกติดสะเอว​เพื่อ​ความอุ่นใจอยู่​เสมอ ​ส่วนปืนแก๊ป​ที่มีไว้ล่าสัตว์​เป็นอาหาร ​เมื่อไม่​ใช้ก็​ต้องนำ​ไปแอบซ่อน ​เพราะมีคนมาขอยืมบ่อย กำมะถัน​และดินประสิวสำหรับ​เอามาผสมทำดินปืน ​พร้อม​ทั้งเม็ดตะกั่วทำลูกกระสุนก็ไม่ซื้อมา​ใช้ให้ อาศัยยืมอย่างเดียว ​แต่ละคนหัวนอนปลายเท้าไม่รู้อยู่​ไหน ​แต่ชอบทำกางหลาง(ฟอร์มโต) เดินวางก้ามคับป่า ​ซึ่งคล้อยหลังเพียงแค่วันสองวัน​ที่นักแสวงโชคกลุ่มแรกย่างก้าวมาถึงดง​เขายา ก็มีการเปิดศึกแย่งชิงขี้ตะกรัน​ที่พบเจอเพียงไม่กี่เม็ดกระทั่งยิงกันตายเกิดขึ้น​ แพทย์ประจำตำบล​กับตำรวจท้อง​ที่​ที่รับผิดชอบสองสามนายถูกตามให้ขึ้น​มาพลิกศพ พวก​เขาแบกปืนย่ำคอมแบตขึ้น​​เขาลงเนินสาวเท้าตามหลังกันมาตีนแทบพลิก

สิบกรีคนหนึ่ง​บ่นขึ้น​อย่างฉุนเฉียว

"ทีหลังพวกมึงฆ่าแกงกันเสร็จแล้ว​ กูขอร้อง-ช่วยกันเผาให้​เป็นขี้เ​ถ้าเสียด้วย กูขี้คร้านเดินปีน​เขาเข้ามา​ที่นี่เว้ย! ยัดแม่-ง ไกลชิบ"

วันนั้น​ไอ้บองหลายืนมองศพชายกลางคนผู้​ซึ่งถูกยิงด้วยปืนลูกซองสั้นเข้า​ที่หน้าอกนอนหงายจมกองเลือดอยู่​ตรงหน้าแล้ว​หันมาถามผม

"มึงเห็นฤทธิ์เดชเจ้าป่าเจ้า​เขาในป่าดง​เขายาแล้ว​หรือยัง?"

ผมพยักหน้า

"อือม์ เหมือนมึงพูดไว้ไม่ผิด...​"

มันยิ้ม...​ แล้ว​เตือนว่า

"อย่าลืมบอกอีบัว​กับอีหมอนให้ระวังตัวกันบ้าง ต่อ​ไปนี้อย่าออก​ไปร่อนแร่ใน​ที่ลับตาคนเหมือนคราวก่อน"

คำเตือนของไอ้บองหลาทำให้วัวหลังเปื่อยอย่างผมสะดุ้งโหยง...​ ‘อย่าออก​ไปร่อนแร่ใน​ที่ลับตาคนเหมือนคราวก่อน...​’

‘ไอ้บองหลา-ไอ้ชิบหาย- ท่าทางวันนั้น​มึงคงตาม​ไปแอบดูละซิท่า-ไอ้อุบาท​ว์’ ผมยืนด่ามันในใจ


หลังจากย้อนกลับเข้าป่า​และหยุดพักเหนื่อยจากการเดินทางออก​ไปขายขี้ตะกรันในครั้งนี้เสียวันหนึ่ง​ พวกเราก็ออกสำรวจหาขี้ตะกรันกันใหม่ แร่ดีบุก​ที่ขุดคุ้ยใส่ไว้ในราง​ที่หน้าเหมืองเก่าก็ปล่อยทิ้งไว้ชั่วคราว ​โดย​ใช้​ใช้หิน​และทรายโรยหน้าปิดทับไว้ ​แต่​เนื่องจากขณะนี้มีผู้คนแห่เข้ามาบุกรุกค้นหาโชคลาภ​ที่พวก​เขาวาดหวังกัน​เป็นจำนวนมาก การ​ที่​จะบุกตะลุยขุดค้น​ไปตามท้องร่อง​และหุบเนิน​เพื่อค้นหาสิ่งปรารถนาให้พบเจอ​เป็นรายแรกเหมือนคราวก่อนจึงไม่ใช่เรื่อง​หมู ๆ​ อีกแล้ว​ ​แม้​จะฟลุ๊ค​ไปเจอเข้าบ้าง ก็มัก​จะอยู่​ใน​ที่​ที่ห่างไกล ​และมีอยู่​น้อยนิด ​ซึ่ง​ที่นั่นอาจเคย​เป็นโรงถลุงแร่โรงเล็ก ๆ​ หรือไม่ก็​เป็นเตาถลุงดีบุก​ที่มีธาตุแทนทาไลท์ผสมอยู่​น้อยนิดก็​ได้ ​แต่เราก็ชวนกันเสาะหา​ไปเรื่อย วันแล้ว​วันเล่า ​ได้นิด​ได้หน่อย​ก็นำมาแอบขุดหลุมฝังไว้​ที่ริมทับ กะว่าพอคุ้มค่าโสหุ้ยก็​จะขุดขึ้น​มาล้างแล้ว​นำ​ไปขาย ​ทว่าวัน​ที่รอ...​ก็ดูเหมือน​จะยังอยู่​อีกไกล

เย็นวันหนึ่ง​ผมพลิกแผ่นปฏิทิน​ที่แปะอยู่​ข้างฝาทับเปิดดูก็รู้สึกใจหาย ​เพราะเหลือเวลาอีก 11 วัน ​ที่ทางวิทยาลัย​จะเปิดเรียนในภาคการศึกษาใหม่ ​ซึ่งหมายถึงภาคแรกสำหรับปีการศึกษาปีสุดท้ายของหลักสูตร ป.กศ.ต้น ​จะ​ได้เริ่มขึ้น​ ​และ​เป็นปี​ที่ผม​จะจบออกมาสอบบรรจุ​เป็นครูสอนนักเรียนในระดับประถมศึกษา​ได้

เหลือเวลาอีกสิบเอ็ดวันเท่านั้น​​กับการ​ได้อยู่​ใกล้ชิดหญิงคนรัก ​ความเหว่ว้าอาวรณ์​และรู้สึก​เป็นห่วงพวกหล่อนก็พลันบังเกิดขึ้น​ทันที

​แม้​จะหวนคิดถึงภาระ​ที่​จะ​ต้องกลับ​ไปศึกษาปฏิบัติให้สำเร็จลุล่วงตาม​ความมุ่งหวัง ​และเตรียมรับมือ​กับภาระก่อนถึงวันเปิดเรียนนั้น​ ไม่ว่าเรื่อง​ปัจจัยชำระค่าหอพัก ค่าอาหาร​ที่โรงอาหารของวิทยาลัย ค่าลงทะเบียนเรียน ​และค่าอะไร​ต่อมิอะไร​จิปาถะ ก็ล้วนไม่​เป็นปัญหาสำหรับผม ​เพราะเปิดเทอมนี้ผมมีเงิน​ส่วนตัวจากการขายขี้ตะกรันเ​ที่ยวนั้น​​เป็นทุนสำรองอยู่​แล้ว​อย่างเหลือเฟือ ​โดยไม่​ต้องรบกวนพ่อแม่สักบาท​เดียวก็ว่า​ได้ หาก​แต่ปัญหาการจากพรากหญิงคนรักนี่สิมันสั่นคลอนจิตใจผมเหลือเกิน ​เพราะผม​จะ​ต้องออกจากป่าแห่งนี้ก่อนถึงกำหนดเปิดภาคเรียนอย่างน้อย 4-5 วัน

​ซึ่งบัดนี้เวลา​ที่ว่านั้น​ก็ขยับเข้ามาใกล้ยิ่งขึ้น​ทุกที!

"ไอ้​เพื่อนรัก- -ตั้งแต่พรุ่งนี้​เป็นต้น​ไป เห็นทีกู​จะ​ต้องงดออก​ไปทำเหมือง​กับพวกมึงแล้ว​ล่ะ" ผมพูด​กับบองหลา "ยังเหลือเวลาอีกสามสี่วัน​ที่กู​จะอยู่​​ที่นี่ กูขอ​ไปอยู่​​เป็น​เพื่อนสาวบัว​กับหญิงหมอน"

ไอ้บองหลาหัวเราะ

"นี่แหละ​คนเรา—​เมื่อเข้ามาหมกตัวเงียบเหงาอยู่​ในป่า ​แม้​แต่ ลิง ค่าง บนต้นไม้ บางครั้งก็ยังรู้สึกว่า​พวกมันช่างยิ้มสวย ​แต่มึงเชื่อกูไหมล่ะ? เดี๋ยวพอเปิดภาคเรียนกลับ​ไปวิทยาลัย-พักเดียวมึงก็ลืม"

"ม่ายหรอก-อยู่​​ที่โน่นกูก็เคยมีกะ​เขามาบ้างแล้ว​...​ ​แต่เยื่อใยมันต่างกัน" ผมพยายามพูดให้​เพื่อนรักเข้าใจถึง​ความรู้สึก​ที่แท้จริงของผม ​ซึ่งแน่นอนว่าบัดนี้ผมหลงรักหม้ายสาวเข้าแล้ว​เต็มทรวง.."แล้ว​พวกมึงก็ไม่​ต้อง​เป็นห่วงในเรื่อง​​ส่วนแบ่ง...​ ​เพราะขายขี้ตะกรันเ​ที่ยว​ที่แล้ว​พวกมึงก็แบ่งให้กูจนมากเกินพอ...​ ​เพราะฉะนั้น​​ที่หามา​ได้ในเ​ที่ยวนี้ ใน​ส่วนของกูกูก็ยกให้พวกมึงหมดเลย​ รวม​ทั้งแร่ในก้นราง​ที่หน้าเหมืองเก่านั้น​ด้วย ​แต่ยังไง ๆ​ พวกมึงก็​ต้องระวังไอ้พวก​ที่เข้ามาใหม่กันด้วยนะเว้ย...​"

ลงท้ายผมเอ่ยปากเตือน​เพื่อนรักด้วย​ความ​เป็นห่วง...​

​และหลังจากนั้น​ผมก็เก็บข้าวของเครื่อง​ใช้​และผ้าผวยผ้าห่มมากินอยู่​หลับนอน​ที่ทับทองทุกวัน ​ซึ่ง​ทั้งลุงทอง​และป้าพัวก็ไม่​ได้ตั้งข้อรังเกียจรังงอนผม​แต่อย่างใด มีเพียงหญิงหมอนคนเดียว​ที่ดูเมินเฉย​และเย็นชา​กับผมผิด​ไปจากเดิม ​ซึ่งผมก็พอ​จะเข้าใจว่า​เป็น​เพราะเหตุใด ผมจึง​ได้พยายามหาช่องทางพูดคุยทำ​ความเข้าใจ​กับหล่อนอยู่​บ่อยครั้ง ​แต่ไม่สำเร็จ ​เพราะหล่อนไม่ยอมเปิดโอกาสให้เลย​

กระทั่งวันสุดท้ายก่อน​ที่ผม​จะอำลาเหมืองป่าในรอบนี้ โอกาส​ที่ผมรอคอยก็มาถึง...​

ขณะออก​ไปร่อนแร่ตามลำธารด้วยกันสามคนในตอนเช้า​ ​โดยมีผม​เป็นบอดี้การ์ด​และช่วยขุดคุ้ยก้อนหินก้อนใหญ่ ๆ​ ออกจากแนวกระสระ​ที่พวกหล่อน​จะกวาดใส่เรียง​เอามาร่อนหาเม็ดแร่ สาวบัวเกิดปวดหัว​และบอก​จะกลับ​ไปกินยา​ที่ทับ ​แม้ผม​จะอาสาขอกลับ​ไป​เอายามาให้หล่อนก็ไม่ยอม

"นุ้ยอยู่​​เป็น​เพื่อนน้องหมอนเถอะ นาน ๆ​ ​จะพบเจอกระสะดี ๆ​ อย่างนี้ ​ต้องรีบร่อนให้หมด ชักช้าประเดี๋ยว​ใครรู้เข้าก็​จะมาแย่ง"

"อ้าว! ก็เราหาเจอ พวก​เขา​จะมาชุบมือเปิบ​ได้ไง?" ผมว่า

"ทรัพย์ในดินไม่มี​ใคร​เป็นเจ้าของ ทัน​ใคร​ใคร​ได้" หม้ายสาวพูดจบก็​เอาเรียงตั้งไว้​กับพื้น เดินลิ่วจาก​ไป​โดยเร็ว ​แม้หญิงหมอน​จะร้องตามหลังว่าหล่อน​จะ​เป็นคน​ไป​เอายามาให้เอง สาวบัวก็ไม่หันมาพูดด้วย

แวบเดียวหล่อนก็หายลับ​ไปจากสายตา...​ ทิ้งผม​กับหญิงหมอนไว้ข้างหลังสองคน ​แม้ผม​จะรู้สึกกระอักกระอ่วนใจอยู่​บ้าง ​แต่​เมื่อสบโอกาสผมก็ถามหญิงหมอนว่า

"ทำไมพักนี้ หมอนถึง​ได้เปลี่ยน​ไป...​ ทำไม่ถึงเย็นชา​กับผมราว​กับคนไม่เคยรู้จักมาก่อน ผมทำผิดอะไร​? หรือว่ารังเกียจผม?"

แทนคำตอบ หญิงสาวกลับปล่อยเรียงร่อนแร่​ซึ่งกวาดก้อนกระสะใส่ไว้เต็มแปล้ทิ้งไว้ในน้ำ เดินฝ่าสายน้ำมาหยุดยืนอยู่​ตรงหน้าผม นัยน์ตาสองข้างแดงเรื่อ หยาดน้ำตาคลอเบ้า ริมฝีปากสั่นระริกด้วย​ความข่มกลั้น



******************************************************************************

 

F a c t   C a r d
Article ID S-3346 Article's Rate 41 votes
ชื่อเรื่อง แล้วจะหาว่าคุย (เหมืองป่าภาค 2) --Series
ชื่อตอน คำมั่นสัญญา --อ่านตอนอื่นที่ตีพิมพ์แล้ว คลิก!
ผู้แต่ง พลอยพนม
ตีพิมพ์เมื่อ ๐๗ กุมภาพันธ์ ๒๕๕๔
ตีพิมพ์ในคอลัมน์ เรื่องยาว ซีรีส์
จำนวนผู้เปิดอ่าน ๓๘๖ ครั้ง
จำนวนความเห็น ๒ ความเห็น
จำนวนดอกไม้รวม ๑๙๔
| | | |
เชิญโหวตให้เรตติ้งดอกไม้แก่ข้อเขียนนี้  
R e a d e r ' s   C o m m e n t
ความเห็นที่ ๑ : นาม อิสรา [C-17856 ], [110.49.205.85]
เมื่อวันที่ : ๐๕ พ.ย. ๒๕๕๓, ๐๖.๕๓ น.

ขอเชิญติดตามอ่านบทต่อ​​ไป​​ได้เลย​​นะครับ​​ ไม่อย่างนั้น​​​​จะขาดรสชาติ ​​เพราะ​​เป็นตอน​​ที่​​จะผูกยึดอารมณ์​​ความรู้สึกของผู้อ่านให้ติดต่อสัมพันธ์กัน (ด้วย​​ความปรารถนา​​และ​​ความตั้งใจของผม​​ที่​​ต้องการ​​จะให้มัน​​เป็นอย่างนั้น​​)

หากมีข้อผิดพลาดอย่างไรก็ขอ​​ความกรุณาช่วยติเตือนกันด้วยนะครับ​​

ขอบคุณครับ​​

แจ้งลบข้อความ


ความเห็นที่ ๒ : นาม อิสรา [C-17858 ], [110.49.205.36]
เมื่อวันที่ : ๐๕ พ.ย. ๒๕๕๓, ๑๑.๓๖ น.

เกิดข้อผิดพลาดทางเทคนิคขึ้น​​เล็กน้อยครับ​​ท่านผู้ชม...​​ ฮา ฮา

บทต่อ​​ไป​​ซึ่งน่า​​จะอยู่​​ด้านล่างถัดลง​​ไป กลับแผล่ขึ้น​​​​ไปอยู่​​ด้านบนติด​​กับบท​​ที่ 2 เสียแล้ว​​ครับ​​

บทนั้น​​ชื่อ "ไข่นุ้ยบ่งหนาม" นะครับ​​ ก็ขอบอกกันไว้ เผื่อหน้ากระดานเสวนา​​จะพลิก​​ไปหน้าอื่น ไม่มีชื่อนิยายตอนใหม่ของผม​​ที่เพิ่งโพสต์โผล่ขึ้น​​มาโชว์ ประเดี๋ยว​​จะพากันงุนงงสับสน

ขอบคุณ​​ที่กรุณาติดตามอ่านอีกครั้งครับ​​ผม

แจ้งลบข้อความ


สั่งให้ระบบส่งเมลแจ้งการเพิ่มเติมความเห็น
 ศาลานกน้อย พร้อมบริการเสมอ และยินดีรับฟังข้อเสนอแนะจากทุกท่าน  ติดต่อเว็บมาสเตอร์ได้ทางคอลัมน์ คุยกับลุงเปี๊ยก หรือทางอีเมลได้ที่ uncle-piak@noknoi.com  พัฒนาระบบ : ธีรพงษ์ สุทธิวราภิรักษ์  โลโกนกน้อย : สุชา สนิทวงศ์  ภาพดอกไม้ในนกแชท : ณัฐพร บุญประภา  ลิขสิทธิ์งานเขียนในนิตยสารรายสะดวก เป็นของผู้เขียนเรื่องนั้น  ข้อความที่โพสบนเว็บไซต์แห่งนี้ เป็นความคิดเห็นส่วนตัวของผู้โพสทั้งสิ้น