นิตยสารรายสะดวก  Fiction  ๑๒ มกราคม ๒๕๕๕
เวลาที่หายไป #41
ดอยสะเก็ด
...​เมื่อไม่เห็นคริสกลับเข้ามาในบ้านเสียทีลลิตาก็เริ่มวุ่นวายใจอีีก ​เขาลง​ไปอยู่​​ที่สนามนานมากแล้ว​ หรือ​เขาเจตนา​จะหลบหน้าเธอ​เพื่อไม่​ต้องคุยกันเรื่อง​ผู้หญิงคน...

ตอน : ความผิดที่จำต้องให้อภัย

​เมื่อไม่เห็นคริสกลับเข้ามาในบ้านเสียทีลลิตาก็เริ่มวุ่นวายใจอีีก ​เขาลง​ไปอยู่​​ที่สนามนานมากแล้ว​ หรือ​เขาเจตนา​จะหลบหน้าเธอ​เพื่อไม่​ต้องคุยกันเรื่อง​ผู้หญิงคนนั้น​ หญิงสาวรีรออยู่​พักใหญ่แล้ว​ใน​ที่สุดก็ตัดสินใจเดินลงจากตึก​ไปหา​เขา คริสยังนั่งอยู่​ตรง​ที่เดิม เธอเห็น​เขานั่งเอนๆ​พาดศรีษะ​เอาไว้​กับพนักพิง แขน​ทั้งสองประสานกันอยู่​กลางอก เธอไม่รู้ว่า​เขาหลับหรือเปล่า ​แต่​เมื่อเดินเข้า​ไปถึงตัว​เขาก็ลุกขึ้น​นั่งตัวตรง เอื้อมมือมาดึงตัวเธอให้นั่งลงข้างๆ​

"พี่ยังไม่ขึ้น​บ้านอีกหรือคะ​?" เธอถาม​เขาด้วยเสียงอ่อนๆ​ตามปกติ ​ทั้งๆ​​ที่ขัดแค้นในหัวใจเสียเหลือเกิน
"นั่งคุยกันตรงนี้ดีไหม ลิตา" ​เขาถามด้วยเสียงเนือยๆ​ ลลิตาไม่เห็นสีหน้าของ​เขา ​เพราะบริเวณนั้น​ค่อนข้างมืด
"​ได้ค่ะ​" แล้ว​หญิงสาวก็นั่งนิ่ง คอยให้​เขา​เป็นฝ่ายเริ่มต้น
หลังจากนั่งเงียบๆ​อยู่​ด้วยกันอย่างนั้น​ครู่ใหญ่ คริสก็​เป็นฝ่ายพูดก่อน
"ลิตาอยากรู้อะไร​ก็ถามมาแล้ว​กัน"
"​ถ้าลิตาถาม พี่สัญญา​ได้ไหมว่า​จะตอบตามจริงทุกเรื่อง​?"

ชายหนุ่มนิ่งอึ้ง หันมามองหน้าเธอ ใน​ความสลัว​เขาไม่เห็นสีหน้าของลลิตาชัดเจนนัก
"ลิตาแน่ใจหรือว่า​จะรับ​ได้"
"ลิตาขอฟังก่อน ถึง​จะตอบพี่​ได้" เสียงของเธอห้วนขึ้น​เล็กน้อย
"งั้นก็ถามมา" เสียงของ​เขาก็ห้วนไม่น้อย​ไปกว่าเธอเหมือนกัน
"ลิตาอยากรู้ว่าผู้หญิงคนนั้น​​เป็น​ใคร มี​ความสัมพันธ์อะไร​​กับพี่" นั่น​คือสิ่ง​ที่เธออยากรู้มาก​ที่สุด
คริสอึ้ง​ไปอีก ​แต่แล้ว​ก็ตอบ​โดยไม่มองหน้าเธอว่า "​เขา​เป็นคน​ที่เคยช่วยชีวิตพี่​เอาไว้"

ลลิตาใจหายวาบ ผู้หญิงสวยบุคลิกงามสง่าคนนี้น่ะหรือ​ที่ช่วยชีวิต​เขา มีบุญคุณ​กับ​เขา ​เขามีหนี้ชีวิต​ที่​จะ​ต้องชด​ใช้ให้เจ้าหล่อนอย่างนั้น​หรือ?

"​เขาทำงานอยู่​​ที่เวียงพุกามหรือคะ​?" ​ที่ถามเช่นนี้​เพราะเธอทราบจากมารดาว่า​ที่โน่นมีพนักงานผู้หญิงหลายคน ​แต่​ส่วนใหญ่อายุมากแล้ว​
"​เขา​เป็นลูกสาวเจ้าของเวียงพุกาม"

คริสรู้ว่าคำตอบนี้​จะทำให้ลลิตาไม่สบายใจมากขึ้น​ ​เพราะเดา​ได้จากคำถาม​เมื่อกี้ของเธอว่าเธอไม่​ได้คาดหมาย ว่าผู้หญิงคนนั้น​​จะอยู่​ในระดับสูงกว่าลูกจ้างของเวียงพุกาม

"ลูกสาวเจ้าของเวียงพุกาม?" หญิงสาวทวนคำ นึกในใจอย่างหมั่นไส้ว่า ‘อ้อ ลูกสาวเศรษฐีเสียด้วย’ "​แต่ลิตาจำ​ได้ว่า พี่เคยพูดถึง​แต่ลูกชายเจ้าของเวียงพุกาม​ที่พี่บอกว่าทำงานอยู่​ใ นกรุงเทพฯ พี่ไม่เคยพูดถึงลูกสาว​เขาเลย​ไม่ใช่หรือ?"

​เมื่อคริสไม่ตอบ ลลิตาก็ถามทันทีว่า "​เขาชื่ออะไร​คะ​? ลิตาหมายถึงผู้หญิงคนนั้น​"
"ทิพย์สุรางค์" ​เขาตอบสั้นๆ​

ลลิตารีรอ​ที่​จะถามคำถามต่อ​ไป เธอกลัวคำตอบ​ที่​จะ​ได้รับ คำตอบ​ที่​จะทำให้เธอรู้ว่า ตอนนี้เธอยังอยู่​ในหัวใจของ​เขา​แต่เพียงผู้เดียวอย่างเดิมหรือเปล่า

"พี่รัก​เขาหรือเปล่า?"

คราวนี้​เขานิ่ง​ไปนานจนลลิตาใจหาย แน่แล้ว​​เขาคงรักผู้หญิงคนนั้น​ !

"พี่​ต้องตอบ! ลิตาจำ​เป็น​ต้องรู้เรื่อง​นี้" เธอย้ำ หัวใจสั่นระริก ​ที่​เขาไม่ตอบ​เพราะไม่กล้าตอบน่ะสิ ​เขาคงยังเกรงใจเธออยู่​บ้างเท่านั้น​
"​ถ้าพี่บอกว่ารักล่ะ?" ​เขาพูดออกมา​ได้ใน​ที่สุด ​แต่ก็ไม่เต็มปากเต็มคำ

ลลิตามองคริสอย่างเจ็บปวด แทบ​จะร้องกรี้ดออกมา​เพราะทนไม่ไหว ​แต่เธอก็ทำ​ได้เพียงกล้ำกลืนมันลง​ไปในอก หัวใจของเธอเต้นรัวราว​กับ​จะหลุดออกมา จน​ต้อง​เอามือกดหน้าอก​เอาไว้

"พี่ตอบอย่างนี้ก็แปลว่าพี่รัก​เขา พี่หมดรักลิตาแล้ว​" เสียงของเธอแหบโหย
"ไม่จริงเลย​" คริสรีบค้านทันที มองอาการเจ็บปวดของเธออย่าง​เป็นห่วง
​เขาพยายาม​จะจับมือเธอ ​แต่หญิงสาวสะบัดมือ​เขาออก​ไป "พี่ยังรักลิตาเหมือนเดิม ไม่เคยเปลี่ยนแปลง"
"ไม่จริง! ลิตาไม่เชื่อว่าพี่ยังรักลิตาเหมือนเดิม ​ถ้าพี่ยังรักลิตาอยู่​พี่​จะ​ไปรักคนอื่น​ได้ยังไง" เสียงของเธอเองหรือนั่น​ที่กระด้าง​ได้ขนาดนั้น​

"ลิตาขอให้พี่พูด​ความจริงไม่ใช่หรือ? พี่ก็พูด​ความจริงแล้ว​ไง ​ที่บอกว่ายังรักลิตาอยู่​เสมอ" คริสท้วงด้วยเสียงอ่อนๆ​ ​เขารู้ว่าเธอ​กำลังเสียใจมาก​และ​เขาก็สงสารเธอเห็นใจเธอ ​เขาเองก็รู้ว่าไม่ว่าผู้หญิงหรือผู้ชาย ไม่มี​ใครไม่เสีย ใจหรอก ​ถ้ารู้จากปากคน​ที่เรารักว่า​เขารักคนอื่นด้วย

ลลิตาพยายามกลั้นน้ำตา ปรับเสียงให้อ่อนลง​เมื่อกล่าวว่า " สรุปว่าพี่ยอมรับว่าพี่รัก​เขา​และยังอ้างอีกด้วยว่ายังรักลิตาเท่าเดิม เหมือนเดิม ใช่ไหมคะ​?"
"ลิตา ขอให้เชื่อพี่เถิดนะ พี่เองก็ไม่​ได้อยากให้เกิดเรื่อง​แบบนี้ พี่ขอยืนยันว่าถึง​แม้ว่าพี่อาจ​จะรัก​เขาบ้าง ​แต่พี่ก็ยังรักลิตาเหมือนเดิม ไม่มีอะไร​หรือ​ใคร​ที่​จะมาเปลี่ยนแปลงมัน​ได้"
"ลิตาเชื่อพี่...​​ที่ว่าไม่มี​ใคร​จะมาเปลี่ยนแปลงมัน​ได้ ​แต่คน​ที่​จะทำให้เปลี่ยนแปลงไม่ใช่​ใคร​ที่ไหน พี่นั่นแหละ​​ที่​จะ​เป็นคนเปลี่ยนแปลงมันเสียเอง" เสียงของลลิตายิ่งเศร้าหนักขึ้น​
"โธ่ ลิตา !"
"​เอาเถิด ลิตา​จะข้ามเรื่อง​นี้​ไปก่อน ลิตาอยากรู้ว่าวันนี้พี่​ไปเจอ​เขาทำไม? ​เขาอยู่​ทางเหนือโน่นไม่ใช่หรือคะ​?"

ชายหนุ่มเริ่มอึดอัดใจมากขึ้น​ ถึง​จะรู้อยู่​เต็มอกว่าลลิตา​ต้องถามเรื่อง​นี้ ​แต่​เขา​จะบอกเธอ​ได้อย่างไรว่าทำไม​เขาจึง​ต้อง​ไปพบทิพย์สุรางค์ ​เขา​จะบอกเธอ​ได้อย่างไรว่า​ความสัมพันธ์ของ​เขา​กับหญิงสาวคนนั้น​ ​ไปไกลเกินกว่า​ที่ลลิตา​จะคาดคิดหรือยอมรับ​ได้ ​เขาไม่กล้าทำร้ายเธอถึงขนาดนั้น​ เพียงแค่นี้เธอก็แทบ​จะหัวใจสลายอยู่​แล้ว​ ​แต่​จะไม่ตอบก็ไม่​ได้

ใน​ที่สุด​เขาก็ตอบแบบเลี่ยงๆ​​เพื่อถนอมน้ำใจเธอ "ไม่มีอะไร​​ต้องกังวลหรอกลิตา เราเคยรู้จักกันมาก่อน ​เขาเคยมีบุญคุณ​กับพี่ เราบังเอิญเจอกันก็เท่านั้น​เอง"

หญิงสาวอึ้ง​ไปครู่หนึ่ง​ ปากบางๆ​ของเธอเม้มแน่น คริสรู้ว่าเธอไม่มีทางเชื่อหรอกว่าไม่มีอะไร​ ​แต่​เขายอมให้เธอไม่เชื่อ ดีกว่า​ที่​จะบอก​ความจริง​ที่​เขารู้ว่าไม่มีผู้หญิงคนไหนรับ​ได้

ลลิตาพยักหน้าช้าๆ​ "พี่เลี่ยงไม่พูด​ความจริง​กับลิตา ​แต่ก็​เอาเถิด ตอนนี้อะไร​ๆ​ก็ไม่สำคัญแล้ว​ละ ประเด็นสำคัญอยู่​ตรง​ที่ว่าพี่​กับ​เขารู้สึกยังไงต่อกันต่างหาก ​เมื่อกี้พี่บอกว่าพี่รัก​เขา แล้ว​​เขาล่ะ? ​เขารักพี่ด้วยหรือเปล่า?"

ชายหนุ่มมองหน้าลลิตา เห็นแววตากำสรด​ที่​กำลังมอง​เขาอยู่​อย่างคาดคั้น ​เขา​จะตอบเธอว่าอย่างไร? ใน​เมื่อ​เขาเองก็ไม่แน่ใจ ผู้หญิงคนนั้น​สงวนท่าทีอยู่​ตลอด บางครั้ง​เขาก็คิดว่าเธอรัก​เขา ​แต่หลายครั้ง​ที่​เขาคิดว่าเธอไม่เคยแคร์​เขาเลย​ มี​แต่​เขา​ที่เ​ที่ยววิ่งวุ่นเสนอตัวรับผิดชอบแล้ว​ถูกเธอปฏิเสธอย่างไม่มีเยื่อใย

​เมื่อยังไม่มีคำตอบจากคริส หญิงสาวก็กล่าวต่อว่า "ลิตาหวังว่าพี่​จะไม่ปิดบังเรื่อง​นี้ บอกลิตามาเถิด ขนาดพี่ยอมรับว่าอาจ​จะรัก​เขาด้วยลิตายังทนฟัง​ได้เลย​ ​แต่ฟังแล้ว​ลิตาก็เศร้า ​เพราะตั้งแต่รักกันมาพี่ไม่เคยมีเรื่อง​ผู้หญิงอื่นให้ลิตา​ต้องเสียใจ พี่ทำให้ลิตาคิดว่า​ความรักของเรามีค่าสูงส่ง ​เป็น​ความรัก​ที่มั่นคง ไม่มีอะไร​​จะมาทำลาย​ได้ ​แต่แล้ว​วันหนึ่ง​ลิตาก็​ได้รู้ว่าโลกนี้ไม่มีอะไร​แน่นอน ​โดยเฉพาะอย่างยิ่งหัวใจของคนเรา"

เสียงของเธอเศร้าจน​เขาใจหาย คริสรู้สึกสงสารลลิตา ​เขารู้ว่าเธอเจ็บปวดมาก ​เขาเองก็เสียใจ​ที่ทำให้เธอ​ต้องเจ็บปวด ชายหนุ่มจับมือ​ที่เย็นเฉียบของลลิตามากุมไว้ คราวนี้เธอยอมปล่อยมือเธอไว้ในมือ​เขา​โดยไม่สลัดปัดป้อง "ลิตา​จะเชื่อไหม​ถ้าพี่​จะบอกว่า พี่เองก็ไม่รู้ว่า​เขารักพี่บ้างหรือเปล่า พี่​กับ​เขาไม่เคยพูดกันเรื่อง​นั้น​"

หญิงสาวถอนใจยืดยาว กล่าวเหมือนรำพึงรำพัน​กับตัวเองว่า "ลิตาเองก็ไม่รู้ว่า​จะอยากรู้​ไปทำไม ​ที่จริงถึง​เขา​จะรักพี่หรือไม่​ได้รักพี่ก็ไม่สำคัญเลย​ ​ที่สำคัญ​คือพี่รัก​เขาหรือเปล่าเท่านั้น​ ลิตาไม่แคร์ว่า​เขา​จะรู้สึกยังไง​กับพี่ มันไม่ใช่เรื่อง​ของลิตา ​แต่ก็​เป็น​ไป​ได้​ที่​เขา​จะรักพี่ ​เพราะพี่​เป็นผู้ชาย​ที่ดี​และน่ารัก คงไม่แปลก​ถ้าพี่​จะมีผู้หญิงอื่นมารัก ลิตาเองก็ไม่ควร​จะตีโพยตีพาย ​แต่​ที่ลิตาแคร์ก็​คือ​ความรู้สึกของพี่เท่านั้น​"

"แล้ว​ลิตา​จะให้พี่ทำยังไง?" คริสถามเหมือนคนโง่ ​ซึ่ง​เขาก็รู้ตัวดี

"ก็บอกลิตามาสิคะ​ว่าพี่รัก​เขาหรือเปล่า ​ที่พี่พูดตอนแรกน่ะพี่พูดเหมือนยังไม่รู้ใจตัวเอง ตอนนี้พี่​จะตอบ​ได้ไหมว่าใจจริงของพี่น่ะ​เป็นยังไง รัก​เขาบ้างหรือเปล่า?" หญิงสาวพยายามคาดคั้นถาม ​ทั้งๆ​​ที่กลัวคำตอบ​ที่​จะ​ได้รับ

ชายหนุ่มอึกอัก ​เขาควร​จะปฎิเสธ​ไปเลย​​เพื่อลด​ความรุนแรงของปัญหาให้น้อยลง ​และ​เพื่อ​ความสบายใจของลลิตา ​เขารู้ว่าเธอคาดคั้นถาม​เขาอีกครั้ง ก็​เพราะอยากให้​เขาปฏิเสธว่าไม่เคยรักผู้หญิงอีกคนเลย​ รักเธอ​แต่เพียงคนเดียวเท่านั้น​ ​เขาก็อยาก​จะตอบ​เอาใจเธอเหมือนกันว่า​เขาไม่เคยสนใจรัก​ใคร่ทิพย์สุรางค์เลย​ ​แต่​ความซื่อสัตย์ต่อตัวเอง​และ​ความรู้สึก​ที่ว่า ​เขาไม่ควร​จะหลอกลลิตาให้มาก​ไปกว่านี้ ทำให้ชายหนุ่ม​ต้องตอบอย่างระมัดระวัง ​แต่อาจ​จะฟังเหมือนคำแก้ตัวว่า

"พี่เองก็ยังไม่แน่ใจว่าพี่รัก​เขาหรือเปล่า พี่อยู่​บ้าน​เขานานเกือบปี มันมีเหตุการณ์อะไร​หลายอย่าง​ที่ดึงเราเข้าหากัน ตอนนั้น​พี่เสีย​ความจำ พี่จำอะไร​​ที่ผ่านมาไม่​ได้เลย​ ไม่ว่า​จะ​เป็นลิตาหรือพ่อแม่ของพี่ พี่จำไม่​ได้ว่าพี่มีลิตาอยู่​แล้ว​​และ​กำลังคอยพี่อยู่​ พี่อยากให้ลิตาเข้าใจ​และเห็นใจพี่บ้าง ลิตาก็รู้ว่าพี่​เป็นคนอย่างไร ตลอดเวลา​ที่รักกันมาพี่ไม่เคยนอกใจลิตา ​แต่บางครั้งมันก็มีสถานการณ์บางอย่าง​ที่เราควบคุมไม่​ได้ ​ถ้าพี่ไม่ถูกทำร้ายจนลืมอดีต พี่ก็​ต้องจำ​ได้ว่าพี่มีลิตาอยู่​แล้ว​ คงไม่มีทาง​ไปรัก​ไปชอบผู้หญิงคนไหน​ได้ พี่คงกลับมาหาลิตาเสียตั้งแต่ตอนนั้น​ แล้ว​ก็คง​จะไม่มีเรื่อง​ให้เรา​ต้องมาพูดกันเหมือนตอนนี้"

คริสดึงตัวหญิงสาว​ที่นั่งฟัง​เขาอยู่​เงียบๆ​ เข้ามากอดด้วย​ความสงสาร เธอทำท่าเหมือนเด็กหลงทาง​ที่​กำลังมองหาทางกลับบ้าน บ้าน​ที่แสนสุขแสนอบอุ่น ​ที่เธอคุ้นชิน​และรู้สึกปลอดภัย เธอคงหวังว่า​เขา​จะ​เป็นคนจูงมือพาเธอกลับ​ไปสู่บ้านหลังนั้น​

​เมื่อชายหนุ่มพูดจบลงลลิตาก็พยักหน้าช้าๆ​ ทำท่าเหมือนคิดตก "พี่อาจ​จะรัก​เขาบ้างละมัง แล้ว​ลิตาควร​จะทำยังไงต่อ​ไป ควร​จะหลีกทางให้​เขาหรือเปล่า ตอนนี้ลิตาสับสนมาก คิดอะไร​ไม่ออกเลย​ ลิตาไม่เคยเตรียมใจ​กับเรื่อง​แบบนี้มาก่อน"

"ทำไมพูดยังงั้นล่ะ? ลิตาไม่จำ​เป็น​ต้องทำอะไร​​ทั้งนั้น​ ​เป็นหน้า​ที่ของพี่​ที่​จะ​ต้องแก้ไขเรื่อง​​ที่เกิดขึ้น​ ขอเพียง​แต่ลิตาอย่าคิดมาก ถึงยังไงพี่ก็​จะ​แต่งงาน​กับลิตา พี่ตัองรับผิดชอบต่อลิตา งานหมั้นก็ผ่าน​ไปแล้ว​ งาน​แต่งก็เตรียมทุกอย่างเสร็จเกือบหมดแล้ว​ ลิตา​จะเปลี่ยนใจไม่​แต่งงาน​กับพี่หรือไง"

​เขาพยายามปลอบเธอ ​ทั้งๆ​​ที่หัวใจตัวเองก็ใช่ว่า​จะมี​ความสุข มันยังมีอะไร​บางอย่าง ​ที่ทำให้​เขารู้สึกอึดอัดกลัดกลุ้ม​และห่วงหาอาวรณ์

"​ถ้าลิตา​แต่งงาน​กับพี่ ​ทั้งๆ​​ที่รู้ว่าหัวใจของพี่​ส่วนหนึ่ง​​เป็นของคนอื่น ลิตา​จะมี​ความสุขอยู่​​ได้ยังไง"
"โธ่...​ลิตา พี่ขอโทษ พี่เสียใจจริงๆ​​ที่ทำให้ลิตา​ต้องคิดมากขนาดนี้"

เธอส่ายหน้าเหมือนคิดอะไร​ไม่ออก ​แต่แล้ว​จู่ๆ​ก็ถามว่า "แล้ว​​เขารู้หรือเปล่า ว่าเรารักกันมานาน​และ​กำลัง​จะ​แต่งงานกันเร็วๆ​นี้?"
"​เขาเพิ่งรู้​เมื่อไม่นานมานี้" ​เขาตอบตามตรง
"อ้อ! รู้แล้ว​ แล้ว​ยังไงคะ​? รู้แล้ว​ๆ​ก็ยังมาพบพี่ มาอ้อนวอนขอร้องพี่ไม่ให้​แต่งงาน​กับลิตาหรือ? หรือ​เขามีเรื่อง​อะไร​​ที่แย่ยิ่งกว่านั้น​?" เธอทำเสียงเยาะอย่างอดไม่ไหว หัวใจร้อนผ่าวราว​กับอยู่​ในกองไฟ
" ไม่ใช่ยังงั้นหรอก ​เขาไม่​ได้เห็นพี่ดีวิเศษอะไร​นักหนา พี่อาจ​จะดูดีมีค่าในสายตาของลิตา ​แต่สำหรับ​เขาๆ​คงไม่​ได้คิดแบบนั้น​ ​เขาไม่เคยอยากให้พี่​ไป​เป็นอะไร​​กับ​เขาหรอก ลิตาไม่​ต้องห่วง"

หญิงสาวไม่รู้หรอกว่าคริส​กำลังพูด​ความจริง ​ที่​เป็น​ความรู้สึกน้อยใจของ​เขา​ที่มีต่อทิพย์สุรางค์

ลลิตาขยับตัวออกจากอ้อมแขน​เขา​ไปนั่งตัวตรงแล้ว​นิ่ง​ไปนาน จนชายหนุ่มคิดว่าเธอคงหมดเรื่อง​พูดแล้ว​ ​แต่เธอก็กลับพูดขึ้น​มาอีกว่า "ลิตาอดรู้สึกไม่​ได้ว่าพี่ปกป้อง​เขา พี่พูดคล้ายๆ​​กับว่า​เขา​กับลิตาอยู่​ในฐานะ​ที่ไม่แตกต่างกันนักในห ัวใจพี่"

เธอพูดเรียบๆ​ไม่เกรี้ยวกราดก็จริง​แต่คริสเกือบสะดุ้ง เธอพูดราว​กับอ่านหัวใจ​เขาออก ชายหนุ่มพยายามแก้ตัวว่า "ไม่ใช่ยังงั้นหรอก อย่าลืมว่าลิตา​เป็นคู่หมั้นของพี่ อีกไม่นานเราก็​จะ​แต่งงานกัน ​ที่สำคัญพี่ก็บอกลิตาแล้ว​ว่า​เขาไม่​ได้เห็นพี่อยู่​ในสายตา"

"​เขาเห็นพี่สำคัญสำหรับ​เขาหรือไม่ ไม่สำคัญเท่า​กับว่าพี่เห็น​เขาสำคัญเท่า หรือมากกว่าลิตาหรือไม่ต่างหาก มันถูก​ต้องหรือคะ​​ที่พี่​จะยกย่อง​เขาขึ้น​มาให้เท่าเทียมลิตา ​ซึ่ง​เป็นคู่หมั้นของพี่​ที่สังคมยอมรับ ​ส่วน​เขา​เป็น​ใครล่ะคะ​? ​เขาก็คง​เป็น​ได้แค่ผู้หญิงไร้คุณธรรม​ที่ไม่เคารพสิทธิของผู้อื่น" เธอยังยืนกราน​ความคิดของตัวเอง

ชายหนุ่มเริ่มรู้สึกอึดอัดมากขึ้น​เรื่อยๆ​ ​เขาไม่อยากให้ลลิตาพูดถึงทิพย์สุรางค์ในทำนองนั้น​ ถึงอย่างไรก็ไม่ใช่​ความผิดของเธอผู้นั้น​ ​เขาต่างหาก​ที่​เป็นฝ่ายสร้างปัญหาให้เธอมาตลอด ไม่ยอมเลิกรา

"ลิตา พี่ว่าเราเลิกพูดถึง​เขาดีกว่านะ พี่อยากให้ลิตาลืมเรื่อง​​ทั้งหมดนี้เสีย อีกไม่กี่วันเราก็​จะกลับบ้าน​ที่โน่น ​แต่งงานกันแล้ว​ก็​ใช้ชีวิตของเรา​ไป ​ส่วน​เขาๆ​ก็มีเส้นทาง​ที่​เขาเลือกแล้ว​เหมือนกัน" คริสรู้สึกเศร้าใจ​เมื่อพูดเช่นนั้น​

​ความจริงลลิตามีคำถามสำคัญ​ที่อยาก​จะถามคริส คำถาม​ที่ว่า​เขา​กับผู้หญิงคนนั้น​มี​ความสัมพันธ์กันถึงขั้นไหน รอยข่วนยาวสองสามรอยบนหน้า​เขา แสดงให้เห็นถึง​ความสนิทชิดเชื้อ​ที่ไม่ธรรมดา หญิงชาย​ที่คบหากันปกติ ไม่มีอะไร​หวือหวาถึงเนื้อถึงตัว อย่างน้อยก็กอดๆ​จูบๆ​ คงไม่เข้ามาทำร้ายร่างกายกันแบบนั้น​ ​เมื่อคิดมาถึงตรงนี้หญิงสาวก็ใจสั่นระริกด้วย​ความหึง ​โดยไม่​ต้องคิด​ไปถึงขั้น​ที่ไกลกว่านั้น​ ให้เจ็บปวดมากขึ้น​​ไปเสียด้วยซ้ำ ​แต่​เมื่อไตร่ตรอง​โดยรอบคอบแล้ว​ ​แม้​จะหึงเท่าหึงหวงเท่าหวง ลลิตาก็ไม่กล้า​จะเอ่ยปากคาดคั้นถาม​เขา เธอกลัวว่าคำตอบ​ที่​ได้รับอาจ​จะทำให้เธอถึงขั้นทนไม่​ได้ แล้ว​ทำอะไร​​ที่รุนแรงตัดรอน จนอาจนำ​ไปสู่การแตกร้าว​กับคริสจนยาก​ที่​จะประสาน

ลลิตามองหน้า​ที่​ทั้งเครียด​และเศร้าหมอง ของผู้ชายคน​ที่เธอทุ่มเท​ความรัก​ความภักดีให้มายาวนาน รู้ว่า​เขาอับอาย​และสำนึกผิดตามวิสัยของคน​ที่ไม่ค่อย​จะ​ได้ทำอะไร​ผิด ใจหนึ่ง​ก็นึกสงสารไม่อยาก​จะต่อว่าต่อขานหรือรุก​เขามากกว่านี้ ถึงอย่างไร​เขาก็​เป็นผู้ชายธรรมดาคนหนึ่ง​​ที่อาจ​จะวอกแวกหวั่นไหว ทำอะไร​ผิดพลาด​ไป​ได้บ้าง ​กับผู้หญิงอีกคนหนึ่ง​​โดยไม่​ได้ตั้งใจ ​ถ้าเธอรุก​เขาหรือประนามผู้หญิงคนนั้น​มากเกิน​ไป ​เขาอาจ​จะมุทะลุขึ้น​มา​เพราะ​ความโกรธบวก​กับ​ความอาย หันกลับ​ไปเห็นใจสงสารผู้หญิงคนนั้น​ขึ้น​มาก็​ได้ แล้ว​​จะเกิดอะไร​ขึ้น​​กับเธอ? เธอมิ​ต้องกลาย​เป็นนางมารร้ายขี้หึง ไร้เหตุผลจนน่ากลียดในสายตาของ​เขาหรือ?

​แต่อีกใจหนึ่ง​​ที่ทรนงในศักดิ์ศรีเชื่อดีในตัวเอง ​และสิทธิอันชอบธรรมของการ​เป็นคู่หมั้น สั่งเธอให้จัดการเสียให้เด็ดขาด ให้ตัดไฟเสีย​แต่ต้นลมอย่าให้ไหม้ลุกลามมาถึงตัว ด้วยการยื่นคำขาดให้​เขาเลือก​ระหว่างเธอ​กับผู้หญิงคนนั้น​ ​เพราะยังแน่ใจในตัวเองอยู่​มากว่าคริส​จะ​ต้องเลือกเธอ ​ความคิด​ที่สวนทางกันสองอย่างนี้ ​กำลังต่อสู้กันอย่างดุเดือดในใจของลลิตา

​แต่แล้ว​ใน​ที่สุด...​​เมื่อตกอยู่​ในภาวะคับขันปัญญาก็เกิด ปัญญา​ที่ทำให้ลลิตามีสติพอ​ที่​จะรู้ว่า​จะ​เอาอารมณ์เข้ามาทำให้เสียการไม่​ได้ ท่าทางฮึดฮัดไม่พอใจของคริส​เมื่อตอนบ่ายบอกให้รู้ว่า เธอ​จะบุ่มบ่ามทำหรือพูดอะไร​ตามใจชอบไม่​ได้ ผู้ชาย​ที่เคยยอมให้เธอมาตลอดคนนี้ อาจ​จะฮึดไม่ฟังเสียงเธอขึ้น​มา​เมื่อไหร่ก็​ได้ เธอไม่ควรประมาท

​แม้​จะเจ็บแค้นแสนสาหัสขนาดไหน ​แม้​จะอยากเกรี้ยวกราดอาละวาดประนามผู้หญิงคนนั้น​เสียๆ​หายๆ​ ​และยื่นคำขาด​กับคริสสักเพียงไร ​แต่สิ่ง​ที่เธอควรทำในขณะนี้​ที่จิตใจของ​เขา ​แม้​จะว้าวุ่นหวั่นไหว​แต่ก็ยังเกรงใจเธออยู่​ ​คือ​ใช้น้ำเย็นเข้าลูบ ประคับประคองสายใย​ที่​กำลังเปราะบาง​เอาไว้ แสดงให้​เขาเห็นว่า​แม้​เขา​จะทำผิดอย่างใหญ่หลวงต่อเธอ ​แต่เธอก็เข้าใจ..เห็นใจ..​และรัก​เขามากพอ​ที่​จะให้อภัย ควบคู่กัน​ไป​กับการสะกิดเตือน​เขาให้ตระหนักถึง​ความรัก​ความหลัง ​และจิตสำนึก​ความรับผิดชอบของ​เขาต่อเธอ

หญิงสาวคิดว่าเธอจำ​เป็น​ต้องแก้ปัญหาเฉพาะหน้าด้วยวิธีนี้​ไปก่อน ​เมื่อพ้นวิกฤติตรงนี้​ไป​ได้แล้ว​จึงค่อยมาตั้งสติประเมินสถานการณ์ พิจารณาให้รอบคอบอีกครั้งหนึ่ง​ว่า​จะตัดรากถอนโคนเรื่อง​นี้ ให้สำเร็จเด็ดขาดลง​ไป​ได้ด้วยวิธีใด

คริส​ซึ่งไม่รู้ว่าลลิตา​กำลังคิดอะไร​อยู่​ เห็นเธอนั่งฟัง​เขาอยู่​เงียบๆ​เหมือนเข้าใจทุกอย่าง ทำให้​เขารู้สึกผ่อนคลายลงบ้างเล็กน้อย ​แต่แล้ว​จู่ๆ​เธอก็โผเข้ากอด​เขาจนแน่น ร้องไห้สะอึกสะอื้นจนชายหนุ่มตกใจ น้ำตาของเธอไหลรินอาบแก้ม ​เมื่อพูดด้วยเสียง​ที่กะท่อนกระแท่น ขาด​เป็นช่วงๆ​ด้วยแรงสะอื้นว่า

"พี่คริส! ถึงอย่างไรลิตาก็รักพี่มาก รักจนอภัยให้พี่​ได้ทุกอย่าง ​เพราะลิตาคิดว่าคนเราทุกคนมีโอกาส​ที่​จะหลงผิด​ไป​ได้ชั่วครั้งชั่วคราว ​เมื่อรู้สึกตัวแล้ว​ก็สมควร​ได้รับ​ความเห็นใจ​และให้อภัย ลิตา​จะขอพี่อย่างเดียวเท่านั้น​ พี่สัญญา​ได้ไหมว่า​จะไม่ติดต่อเกี่ยวข้อง​กับ​เขาอีก? ​ถ้าพี่สัญญา​ได้ลิตาก็​จะเชื่อพี่ ​จะพยายามทำใจให้ลืมเรื่อง​​ที่เกิดขึ้น​นี้เสียให้หมด ​จะคิดว่าพี่เพียงหลงผิด​ไปชั่วคราว ​จะไม่มีผู้หญิงชื่อทิพย์สุรางค์มายืนกั้นกลาง​ระหว่างเรา แล้ว​เราก็​จะ​แต่งงานกัน"

เธอประคองใบหน้าของคริสไว้ในอุ้งมือ​ทั้งสอง บังคับให้​เขามองตาเธอ "พี่สัญญา​ได้ใช่ไหมคะ​?"

คริสนิ่งอั้นพูดไม่ออก​แต่​เขาก็ไม่มีทางเลือก ​เขารู้ว่าลลิตาเสียขวัญ​และ​ความมั่นใจในตัวเอง​ที่เกี่ยว​กับ​เขา​ไปจนหมดสิ้น ​เขาจำ​เป็น​ต้องช่วยเธอดึง​ความมั่นใจนั้น​กลับคืนมา ​แต่ในขณะเดียวกันชายหนุ่มก็อดคิดไม่​ได้ว่า​เขา​กำลังถูกลลิตากดดันอย่างหนัก ​และก็ไม่ใช่​แต่ลลิตาคนเดียวเท่านั้น​ ​แม้​แต่ทิพย์สุรางค์ก็​กำลังกดดัน​เขาหนักหน่วงไม่แพ้กัน

 

F a c t   C a r d
Article ID S-3345 Article's Rate 44 votes
ชื่อเรื่อง เวลาที่หายไป --Series
ชื่อตอน ความผิดที่จำต้องให้อภัย --อ่านตอนอื่นที่ตีพิมพ์แล้ว คลิก!
ผู้แต่ง ดอยสะเก็ด
ตีพิมพ์เมื่อ ๑๒ มกราคม ๒๕๕๕
ตีพิมพ์ในคอลัมน์ เรื่องยาว ซีรีส์
จำนวนผู้เปิดอ่าน ๒๔๒ ครั้ง
จำนวนความเห็น ๒ ความเห็น
จำนวนดอกไม้รวม ๒๑๓
| | | |
เชิญโหวตให้เรตติ้งดอกไม้แก่ข้อเขียนนี้  
R e a d e r ' s   C o m m e n t
ความเห็นที่ ๑ : Rotjana Geneva [C-17919 ], [193.134.193.5]
เมื่อวันที่ : ๒๙ พ.ย. ๒๕๕๓, ๒๒.๒๓ น.

เข้ามาลงชื่อว่า​​ได้อ่านแล้ว​​ค่ะ​​

ยิ่งอ่าน ก็ยิ่งหนักใจ​​กับ​​ไปสองหญิง​​และหนึ่ง​​ชายด้วยจริง ๆ​​

เฮ้อ เรื่อง​​ของ​​ความรัก เรื่อง​​ของหัวใจ ​​ใคร​​จะมาแย่งกัน​​ไปง่าย ๆ​​ ​​ได้อย่างไร

มีก็​​แต่บุญกรรมเท่านั้น​​​​ที่​​จะพรากรัก​​ไป​​ได้

(บ่นแบบคนแก่เลย​​นะ รจนา)

หวังว่าคุณดอยฯคงสบายดีนะคะ​​ รจนาอาการขึ้น​​ ๆ​​ ลง ๆ​​ ค่ะ​​ ​​ต้องรักษาตัวมากพอสมควร

​​ความด้วยคิดถึงค่ะ​​

แจ้งลบข้อความ


ความเห็นที่ ๒ : Rotjana Geneva [C-17944 ], [85.3.249.57]
เมื่อวันที่ : ๑๒ ธ.ค. ๒๕๕๓, ๒๑.๒๓ น.

คุณดอย หาย​​ไปนานเลย​​นะคะ​​ สบายดีหรือเปล่า ไม่รู้ว่าคุณดอยอยู่​​เมืองหนาวหรือเมืองร้อน (บ้านเรา) หากอยู่​​เมืองหนาว ก็รักษาตัวให้อบอุ่นนะคะ​​ ​​จะ​​ได้ไม่​​เป็นหวัด หากเจ็บไข้​​ได้ป่วยก็ขอให้ฟื้นตัว​​โดยเร็วนะคะ​​ ช่วงนี้อากาศพิกล คนพากันป่วย​​เป็นแถว ๆ​​

​​จะส่งข่าวว่า รจนา​​จะมาเมืองไทย 21 ธันวา ถึง 11 มกราคมค่ะ​​ ​​จะ​​ไปเชียงใหม่​​และเกาะสมุย

หากเราไม่​​ได้เจอกัน (ทางเว็บ) ก่อนปีใหม่ ก็ขอถือโอกาสอวยพรให้คุณดอยฯมีสุขภาพดี​​ทั้งกาย​​และใจ ​​ได้เจอ​​แต่คนดี ๆ​​ สิ่งดี ๆ​​ ​​ได้ทำ​​แต่สิ่งดี ๆ​​ ​​จะคิด​​จะเขียนอะไร​​ก็ให้คล่องแคล่ว คิดพล็อตออก ไม่ติดขัดนะคะ​​

​​และขอให้​​พระคุ้มครองเสมอ ​​และตลอด​​ไปค่ะ​​

แจ้งลบข้อความ


สั่งให้ระบบส่งเมลแจ้งการเพิ่มเติมความเห็น
 ศาลานกน้อย พร้อมบริการเสมอ และยินดีรับฟังข้อเสนอแนะจากทุกท่าน  ติดต่อเว็บมาสเตอร์ได้ทางคอลัมน์ คุยกับลุงเปี๊ยก หรือทางอีเมลได้ที่ uncle-piak@noknoi.com  พัฒนาระบบ : ธีรพงษ์ สุทธิวราภิรักษ์  โลโกนกน้อย : สุชา สนิทวงศ์  ภาพดอกไม้ในนกแชท : ณัฐพร บุญประภา  ลิขสิทธิ์งานเขียนในนิตยสารรายสะดวก เป็นของผู้เขียนเรื่องนั้น  ข้อความที่โพสบนเว็บไซต์แห่งนี้ เป็นความคิดเห็นส่วนตัวของผู้โพสทั้งสิ้น