นิตยสารรายสะดวก  Fiction  ๑๒ มกราคม ๒๕๕๕
เวลาที่หายไป #40
ดอยสะเก็ด
...คริสตกใจ​ที่เห็นลลิตา​โดยไม่คาดฝัน ​ส่วนทิพย์สุรางค์​เมื่อเห็นสีหน้า​ที่ตกใจของคริส เธอก็มองตาม​เขา​ไป​และเห็นผู้หญิงคนนั้น​ คน​ที่ยืนคู่​กับ​เขาบนเวทีคืนนั้น​ ค...

ตอน : คาหนังคาเขา

คริสตกใจ​ที่เห็นลลิตา​โดยไม่คาดฝัน ​ส่วนทิพย์สุรางค์​เมื่อเห็นสีหน้า​ที่ตกใจของคริส เธอก็มองตาม​เขา​ไป​และเห็นผู้หญิงคนนั้น​ คน​ที่ยืนคู่​กับ​เขาบนเวทีคืนนั้น​ คน​ที่​เขาบรรจงสวมแหวนหมั้นวงงามลงบนนิ้วนางข้างซ้าย ​และสบตาเธอด้วยแววตา​ที่อ่อนหวานเปี่ยมล้น​ไปด้วย​ความรัก ​ความสุข​และ​ความสมหวัง

ทันที​ที่เดินเข้ามาถึงตัวคริส ลลิตาก็สอดแขนข้างหนึ่ง​ของเธอเข้า​กับแขน​เขา ยิ้มเยื้อนอย่างอ่อนหวานน่ารักแล้ว​หัน​ไปมองทิพย์สุรางค์เต็มตา "สวัสดีค่ะ​! คุณคง​เป็น​เพื่อนของพี่คริส" เธอหัน​ไปฉอเลาะคริส​ที่ยังยืนงงอยู่​ว่า "พี่​จะไม่แนะนำ​เพื่อนของพี่ให้ลิตารู้จักบ้างหรือคะ​?"

​เมื่อเห็น​เขายังยืนเฉย นัยน์ตาจับอยู่​​ที่ใบหน้าของผู้หญิงอีกคนหนึ่ง​อย่างว้าวุ่นใจ ลลิตาก็หัน​ไปพูด​กับทิพย์สุรางค์​โดยตรง "ฉันชื่อลลิตา ​เป็นคู่หมั้นของผู้ชายคนนี้" เธอแนบแก้มเข้า​กับต้นแขนของคริส พลางจับตามองสีหน้าของผู้หญิง คน​ที่เธอแน่ใจแล้ว​ว่า​เป็นคู่แข่ง "เอ๊ะ..เราเคยพบกันมาก่อนหรือเปล่าคะ​? หน้าคุณดูคุ้นๆ​จัง"

ทิพย์สุรางค์​ที่เพิ่งหายจากการตกตะลึง เดินแกมวิ่งอย่างรวดเร็วจากตรง​ที่ยืนอยู่​​ไปตามถนน​ที่นำ​ไปสู่ประ ตูบ้าน ​เมื่อถึงประตูบานเล็กก็ผลักให้เปิดออก พาตัวผ่านออก​ไปอย่างรวดเร็ว กลัวว่าคริส​จะตามมา หน้าของเธอชาแล้ว​ชาอีกด้วย​ความละอาย หญิงสาวเดินออก​ไปไม่ไกลก็เจอร้านมินิมาร์ทเล็กๆ​ เธอรีบผลักประตูกระจกเข้า​ไปข้างใน เลือกซื้อของสองสามอย่างพอ​เป็นพิธี ใจ​ที่​กำลังร้อนรนเหมือนโดนไฟลวกคิดอย่างรวดเร็วว่า​ต้อง​ไปจาก​ที่ ตรงนี้ ​ต้องหาทางกลับ​ไปบ้านด้วยตัวเอง

ขณะ​ที่​กำลังชำระเงินค่าสินค้าตรงเคาเตอร์แคชเชียร์ หญิงสาวถามผู้ชายวัยกลางคนท่าทางดี​ที่​กำลังคิดเงินให้เธออยู่​ว่ า "ขอโทษค่ะ​ ฉันอยาก​จะหารถกลับกรุงเทพฯหน่อย​ ไม่ทราบว่าแถวนี้มีแท็กซี่ผ่านไหมคะ​?"

ผู้ชาย​ซึ่งคง​เป็นเจ้าของร้านมองลอดแว่นออกมาดูเธอ "แถวนี้หาแท็กซี่ยาก ​ส่วนใหญ่​เป็นบ้านพัก​ส่วนตัว​ที่มีรถกันทุกบ้าน ​แต่เลย​ตรงนี้​ไปนิดหนึ่ง​มีโรงแรม คุณลองเข้า​ไปติดต่อ​เขาดูก็แล้ว​กัน ​เขามีรถโรงแรมหลายคัน​พร้อมคนขับ ราคาอาจ​จะแพงกว่าแท็กซี่ทั่ว​ไปเล็กน้อย ​แต่ก็ปลอดภัยดี"

ทิพย์สุรางค์ขอบคุณ​เขาแล้ว​รีบออกจากร้านตรง​ไป​ที่โรงแรม​ที่​เขาบอ ก อีกประมาณสองชั่วโมง​ต่อมา เธอก็ถึงบ้าน​ที่ซอย​พร้อมพงศ์​โดยสวัสดิภาพ

​ส่วนคริสนั้น​​เมื่อเห็นทิพย์สุรางค์เดินแกมวิ่งผ่านหน้า​เขา​และลล ิตา​ไป ก็ขยับตัว​จะวิ่งตามเธอ​ไปด้วย​ความร้อนใจ ​แต่ลลิตากอดแขน​เขาไว้แน่น ไม่ยอมให้วิ่ง​ไป​ได้ "พี่คริส! ลิตาขอเตือนว่าพี่อย่าหักหน้าลิตามาก​ไปกว่านี้ ด้วยการวิ่งตาม​เขา​ไป ลิตา​เป็นคู่หมั้นของพี่ พี่​ต้องให้เกียรติลิตาบ้าง" เธอพูดด้วยเสียงเรียบๆ​ ​แต่แววตาของเธอนั่นสิ​ที่​ทั้งเจ็บปวดรวดร้าว​และผิดหวังอย่างถึงท ี่สุด

ชายหนุ่มยืนนิ่งอยู่​ครู่เดียวก็บอกเธอ​โดยไม่มองหน้าว่า "กลับเถอะ ลิตาจอดรถไว้ข้างนอกไม่ใช่หรือ? งั้นเดี๋ยวพี่ขับรถตาม​ไป"

​แต่หญิงสาวคนนั้น​กลับยิ้มให้​เขาเหมือนไม่มีอะไร​เกิดขึ้น​ แววตา​ที่ร้าวรานของเธอกลับมา​เป็นปกติอย่างรวดเร็ว ​ซึ่งคริสไม่รู้หรอกว่าเธอ​ต้องข่มใจอย่างหนักหนาสาหัสเพียงไร "พี่ทิ้งรถไว้​ที่นี่แหละ​ ค่อยให้นายพรมาขับกลับ​ไปทีหลัง พี่ช่วยขับรถให้ลิตาหน่อย​ พี่ก็รู้ว่าลิตาไม่ชอบขับรถทางไกล "

แล้ว​เธอก็ดึงแขน​เขาให้เดินตามเธอออกประตู ​ไปขึ้น​รถของเธอ​ที่จอดแอบไว้ใกล้บริเวณหน้าบ้าน คริสขับรถอย่างรวดเร็ว ​เขาไม่ปริปากพูดอะไร​เลย​ตลอดทาง ตอน​ที่รถวิ่งออกจากหน้าบ้าน​ไป ลลิตาสังเกตว่า​เขาเหลียวซ้ายแลขวาอยู่​หลายครั้ง เธอคิดว่าคงเดาไม่ผิดว่า​เขามองหาผู้หญิงคนนั้น​ ​เขาคง​เป็นห่วงว่าเจ้าหล่อน​จะกลับอย่างไร ​แต่หญิงสาวทำไม่รู้ไม่ชี้ เหลือบมองหน้า​ที่เครียด คิ้ว​ที่ขมวดมุ่นของ​เขาอย่างน้อยใจ รู้สึกเจ็บแค้นแน่นในอกจนเกิน​จะพรรณา ​และยิ่งกว่านั้น​ เธอมองเห็นรอยยาวๆ​สองรอยบนแก้มข้าง​ที่หันมาทางเธอ มัน​เป็นรอย​ที่ลลิตาแน่ใจว่าเพิ่งเกิดขึ้น​เร็วๆ​นี้ ​และคิดต่อ​ไปอีกด้วยว่าคง​เป็นรอยเล็บ​ที่ผู้หญิงคนนั้น​ฝากไว้บนหน ้า​เขา รอยนั้น​ทำให้เธอคาดเดาต่อ​ไป​ได้อย่างไม่กลัวผิด ว่า​เขาสองคนคงไม่ใช่แค่คนรู้จักกันธรรมดา ​แต่​ต้อง​เป็นคน​ที่เคยมี​ความสัมพันธ์กันอย่างใกล้ชิด...​แบบถึงเนื ้อถึงตัว!!!

​เมื่อรถเข้าถึงกรุงเทพฯ​และคริสทำท่า​จะขับตรง​ไป​ที่บ้านเธอ ลลิตา​ซึ่งเตรียมคำพูดไว้แล้ว​ บอก​เขาด้วยเสียงอ่อนๆ​ตามปกติว่า "พี่ไม่​ต้อง​ไปส่งลิตา​ที่บ้าน คืนนี้ลิตา​จะค้าง​ที่บ้านพี่"

ชายหนุ่มหันขวับมามองหน้าเธออย่างไม่เชื่อหูตัวเอง "ว่าไงนะ? ลิตา​จะค้างบ้านพี่? ทำไม​จะ​ต้องทำแบบนั้น​?"

ท่าทาง​เขาหงุดหงิด ​แต่ลลิตาทำ​เป็นไม่สนใจ ตอบ​เขาด้วยเสียงเรียบๆ​ว่า "​เพราะเรามีเรื่อง​​ต้องคุยกัน"

"​เอาไว้วันหลัง​ได้ไหม? ตอนนี้พี่อยากอยู่​คนเดียว" ​เขาพูดห้วนๆ​ บางครั้ง​เขาก็ทำตามใจตัวเองขึ้น​มาเฉยๆ​อย่างนี้แหละ​

หญิงสาวแค่นยิ้ม "ลิตาก็อยาก​จะทำอย่าง​ที่พี่ว่า ​แต่คืนนี้ลิตาอยู่​คนเดียวไม่​ได้ ลิตาไม่อยากทำร้ายตัวเองมากกว่านี้ ​ถ้าอยู่​คนเดียวลิตาก็คง​จะคิดมาก ลิตาคง​จะคิด​เอาเองว่าพี่​กับผู้หญิงคนนั้น​มีอะไร​กัน ​ซึ่งพูดจริงๆ​แล้ว​ ลิตาไม่เชื่อว่าพี่​จะทำแบบนั้น​​กับลิตา​ได้ พี่ไม่เหมือนผู้ชายคนอื่น ​และ​เขา..ลิตาหมายถึงผู้หญิงคนนั้น​ ลิตาเห็นท่าทาง​เขาแล้ว​ เชื่อว่า​เขาคงไม่ใช่ผู้หญิงหน้าด้านชั้นต่ำ​ที่คอยจ้อง​จะแย่งแฟน ​ใคร"

คริสนิ่งอึ้งพูดอะไร​ไม่ออก แล้ว​ใน​ที่สุด​เขาก็​ต้องตามใจเธอ ​ระหว่างทางลลิตาขอให้​เขาจอดรถ​ที่ห้างสรรพสินค้าเล็กๆ​แห่งหนึ่ง​ ปล่อยให้​เขานั่งคอยอยู่​ในรถ ​ส่วนเธอเข้า​ไปเลือกซื้อ​ได้ชุดนอนหนึ่ง​ชุด เสื้อตัวยาวหลวมๆ​หนึ่ง​ตัว เสื้อ​กับกางเกงยีนส์อย่างละตัว เครื่องชั้นในรวม​ทั้งผ้าเช็ดตัว​และแปรงสีฟัน ​เมื่อกลับมา​ที่รถ เธอพบคริสปรับเก้าอี้คนขับให้เอนนอนลงเล็กน้อย แล้ว​นั่งกอดอกหลับตาอยู่​ตรงนั้น​ ​แต่ลลิตารู้ว่า​เขาไม่​ได้หลับ​และยังสงสัยอีกด้วยว่า​เขาคงพยายามต ่อโทรศัพท์​ไปหาผู้หญิงคนนั้น​แล้ว​ ​เพราะเธอเห็น​เขากำโทรศัพท์มือถือเครื่องเล็กๆ​ของ​เขาไว้ในมือข้า งหนึ่ง​

​เมื่อถึงบ้าน​และจอดรถเสร็จ ชายหนุ่มก็คว้าถุงใส่ของ​ที่ลลิตาซื้อมา เดินขึ้น​ตึก​ไป​พร้อม​กับเธอ วางของลงบนโต๊ะเล็กๆ​แล้ว​เดินขึ้น​บันได​ไปชั้นบนเข้า​ไปในห้องนอนโ ดยไม่พูดไม่จา หญิงสาวเดินตาม​เขาขึ้น​​ไป บอก​เขาว่า "พี่อาบน้ำแล้ว​นอนพักเสียหน่อย​ดีไหมคะ​? เดี๋ยวลิตา​จะทำอาหารให้พี่ทาน พี่คงหิว ลิตาเองก็หิวแล้ว​"

คริสหันมามองเธอ "ไม่​ต้องทำเองหรอก เรียกแดงมาทำให้ก็​ได้"

​เขาหมายถึงนางสาวแดง หลานของญาติห่างๆ​ของคุณธัญญา​ซึ่ง​ได้รับอนุญาตให้นำครอบครัว เข้ามาพักอาศัยอยู่​ในเรือนไม้หลังย่อมๆ​ ตรงมุมสุดด้านหลังของตัวตึก ​และมีหน้า​ที่ดูแลบ้านให้ด้วย

ลลิตาเดินลงมาข้างล่าง เข้า​ไปในครัว เปิดตู้เย็นออกสำรวจของสด​ซึ่งเธอคิดว่าคงมีติดบ้านอยู่​บ้าง ​เพราะทุกครั้ง​ที่คริสมาเมืองไทย คนในบ้าน​จะจัดเตรียมของสดของแห้ง​ที่​ใช้ปรุงอาหารสดใส่ตู้เย็นเอ าไว้ เผื่อ​เขามาพัก​ที่บ้าน แดง..หญิงรุ่นสาวอายุประมาณสิบหกสิบเจ็ดปี ​ซึ่งทำอาหารเก่งพอควร​จะมาช่วยทำอาหารง่ายๆ​ให้ ​ถ้านางสอางค์ผู้​เป็นป้าของเจ้าหล่อนไม่อยู่​หรือไม่ว่าง

หญิงสาวเปิดช่องแช่แข็งหยิบกล่องพลาสติก ​ที่มีหมูสับ​และกุ้งสด​ที่ปอกเปลือกแล้ว​บรรจุอยู่​ ออกมาวางไว้บนโต๊ะกลางห้อง​ซึ่ง​เป็น​ที่เตรียมอาหาร เปิดกล่องใส่ผักมองหาผัก​ที่​จะ​ใช้ทำอาหาร เลือก​ได้มะเขือเทศลูกใหญ่สองลูก ต้นหอมสามสี่ต้น เธอคิดว่า​จะทำข้าวผัดกุ้ง​และแกงจืดอะไร​สักอย่าง มอง​ไปมองมา​เมื่อเห็นเต้าหู้ขาว​กับแตงกวา ลลิตาก็หยิบออกมา​เพื่อทำแกงจืดเต้าหูขาวบะช่อ ​เมื่อเด็กสาว​ที่ชื่อแดงเดินเข้ามาในครัว หญิงสาวก็สั่งให้หุงข้าวสำหรับผัดข้าวผัด กำชับไม่ให้ใส่น้ำมากเหมือนปกติ ​ส่วนตัวเองนำมะเขือเทศ​กับต้นหอม​ไปล้างน้ำจนสะอาด หั่นมะเขือเทศออก​เป็นชิ้นเล็กๆ​ ​ส่วนต้นหอมเธอหั่น​เป็นสองแบบ ​เป็นท่อนสั้นๆ​ประมาณหนึ่ง​นิ้ว​เพื่อใส่แกงจืด ​และ​เป็นชิ้นเล็กๆ​อีกจำนวนหนึ่ง​​เพื่อผัดลงในข้าวผัด

แดง​ซึ่งซาวข้าวลงหม้อไฟฟ้า กดสวิชต์หม้อหุงข้าวให้ทำงานเรียบร้อย​แล้ว​ บอกลลิตาว่า "คุณลิตา​ไปคุย​กับคุณคริสเถอะค่ะ​ เดี๋ยวหนูจัดการเรื่อง​อาหารเอง ข้าวผัดกุ้ง​กับแกงจืดเต้าหู้ขาวบะช่อเท่านั้น​ใช่ไหมคะ​?"

ลลิตา​ซึ่งตอนนี้​กำลังพยายามหาอะไร​ทำให้ไม่ว่าง​เพื่อทำใจให้สงบ บอกเด็กสาวคนนั้น​ว่า "ไม่​เป็นไรหรอก ​ถ้าแดงอยากช่วยก็​เอาผลไม้ในตู้เย็นออกมาปอกแช่เย็นไว้ ทำน้ำปลาพริกสักถ้วย อย่าลืมเตรียมแตงกวา​กับต้นหอม​ที่​จะกิน​กับข้าวผัดให้ด้วย เดี๋ยวฉัน​จะมาผัดข้าวผัดทำแกงจืดเอง"

สั่งงานเด็กรับ​ใช้เสร็จลลิตาก็เดินออก​ไปจากห้องครัว เข้า​ไปนั่งสงบสติอารมณ์อยู่​ในห้องโถงใหญ่ ​ซึ่งจัด​เป็น​ที่รับรองแขก​ไปด้วย​พร้อมๆ​กัน

​ส่วนคริสนั้น​​เมื่อลลิตาลง​ไปข้างล่างแล้ว​ ก็พยายามต่อโทรศัพท์​ไป​ที่บ้านของวุฒิเลิศอีกครั้งหนึ่ง​ ก่อนหน้านี้​เขาโทรศัพท์​ไปทีหนึ่ง​แล้ว​ตอน​ที่นั่งรอลลิตาลง​ไปซื้อ ของ ​แต่​เมื่อขอพูด​กับทิพย์สุรางค์ เด็กรับ​ใช้​ที่รับสายก็บอกว่าเธอออก​ไปข้างนอกยังไม่กลับ ​เขากระสับกระส่ายด้วย​ความ​เป็นห่วง ​เป็นทุกข์ว่าเธอ​จะกลับกรุงเทพฯอย่างไร ​เขาไม่อยากให้เธอนั่งรถแท็กซี่กลับมาคนเดียว แล้ว​ตอนนี้​เมื่อ​เขาโทรศัพท์​ไปถามว่าทิพย์สุรางค์กลับถึงบ้านหรื อยัง เด็กสาวคนเดิม​ที่มารับสายก็บอกว่าเธอกลับมา​ได้พักใหญ่แล้ว​ ทำให้คริสรู้สึกโล่งอก ​แต่​เมื่อ​เขาขอพูด​กับเธอ เด็กคนนั้น​ก็ตอบราว​กับท่องจำทันทีว่าเธอขึ้น​ห้องนอน​ไปแล้ว​​และคง ไม่รับโทรศัพท์ ชายหนุ่มรู้ว่าเธอคงสั่งเด็ก​เอาไว้ล่วงหน้าให้พูดเช่นนั้น​

คริสล้มตัวลงนอนบนเตียง​โดยไม่คิด​จะเลิกผ้าคลุมเตียงออก ​เมื่อลลิตา​ซึ่งทำอาหารเสร็จ​และให้แดงจัดโต๊ะเรียบร้อย​แล้ว​ เดินขึ้น​มาตาม​เขาลง​ไปรับประทานอาหาร เธอเห็น​เขา​ซึ่งยังอยู่​ในเสื้อผ้าชุดเดิม นอนตะแคงข้างหันหลังให้เธอ

"พี่คริสคะ​ อาหารเสร็จแล้ว​ ลง​ไปทานกันเถอะ"

คริสนอนนิ่งอยู่​อีกครู่หนึ่ง​ก็ลุกขึ้น​นั่ง "ลิตาลง​ไปก่อนแล้ว​กัน ขอพี่อาบน้ำเปลี่ยนเสื้อผ้าก่อน"

หญิงสาว​ซึ่งตอนนี้ดวงตากลมโตคู่งามของเธอแห้งผาก มอง​เขาอย่างตัดพ้อ​แต่​เขาไม่เห็น ​เขาไม่กล้ามองหน้าเธอเต็มตานัก ​เพราะรู้สึกผิดต่อเธอ​และละอายใจ​กับเรื่อง​​ที่เกิดขึ้น​ ​เมื่อชายหนุ่มเดินหายเข้า​ไปในห้องน้ำแล้ว​ ลลิตาก็เปิดตู้เสื้อผ้าแบบติดฝา หยิบเสื้อกางเกงนอนชุดหนึ่ง​ออกมาวางเตรียมไว้ให้​เขาตรงปลายเตีย ง แล้ว​เดินออกจากห้องลง​ไปข้างล่าง

สิบห้านาที​ต่อมา คริสลงมา​ที่ห้องโถงใหญ่​ที่ลลิตานั่งอยู่​คนเดียวเงียบๆ​ ตอนนี้หน้าตา​เขาผ่องใสขึ้น​กว่าเดิมเล็กน้อย ​เขาเดินเข้ามาหยุดตรงหน้าเธอ "​ไปทานข้าวเถอะ ลิตา นี่ก็เกือบสามทุ่มแล้ว​ ผิดเวลามากๆ​เดี๋ยว​จะไม่สบาย"

น้ำเสียงของ​เขาอ่อนโยนเหมือน​ที่เคยพูด​กับเธอ ​แต่ใจ​ที่หวาดระแวงจนถึงขีดของเธอ ไม่ยอมเชื่อว่า​เขา​เป็นห่วง​เป็นใยเธอตาม​ที่พูด ​ทั้งๆ​​ที่เคยเชื่อมาตลอด ​ระหว่างนั่งรับประทานอาหารมื้อค่ำด้วยกัน หนุ่มสาว​ทั้งสองแทบไม่​ได้พูดอะไร​กันเลย​ ลลิตาทานข้าว​ไปเพียงครึ่งจานก็รวบช้อน ​แต่คริสยิ่งแย่กว่าเธอ ​เขาทานข้าว​ได้เพียงสองสามคำเท่านั้น​ ​และปฎิเสธ​แม้​แต่ผลไม้​ที่ลลิตาเลื่อน​ไปให้

หลังอาหารคริสคว้าซองบุหรี่​และไฟแช็คลง​ไปนั่ง​ที่เก้าอี้สนาม ลลิตาสังเกตว่าระยะหลังนี้​เขาสูบบุหรี่จัดขึ้น​กว่าเดิม ​ซึ่งปกตินานๆ​จึง​จะสูบสักครั้งหนึ่ง​ หญิงสาวถือโอกาสนั้น​ขึ้น​​ไปอาบน้ำในห้องนอนแขก ​ที่คริสเรียกแดงมาสั่งให้จัดให้เธอ​เป็น​ที่พักนอนคืนนี้ เปลี่ยนเสื้อผ้า​เป็นชุดอยู่​​กับบ้านตัวยาว​ที่เพิ่งซื้อมา ​เมื่อมองหน้าตัวเองในกระจกเห็น​ความซูบซีดหม่นหมอง เธอก็หยิบตลับแป้งในกระเป๋าถือออกมาผัดหน้าให้สดชื่นขึ้น​ เติมลิปสติกสีอ่อนลงบนริมฝีปากคู่บางงาม

ลลิตายังไม่​พร้อม​ที่​จะลง​ไปพบ​เพื่อพูดคุย​กับคริสถึงเรื่อง​​ที่เกิ ดขึ้น​ เธอนั่งลงบนเก้าอี้ปลายเตียงนอน คิดทบทวนถึง​ความรู้สึกของตัวเอง เริ่มตั้งแต่ตอน​ที่​ได้รับโทรศัพท์จาก​เพื่อนสนิทคนหนึ่ง​​ที่ชื่อส ุรีย์ ​ซึ่งเคยเรียนหนังสืออยู่​ด้วยกัน​ที่อเมริกา​และรู้จักคริสดี

"นี่ลิตา! มัว​ไปทำอะไร​อยู่​​ที่ไหน? รู้ไหมว่า​เมื่อกี้ฉันเจอ​ใคร?"

"สุรีย์หรือ? ​เมื่อกี้เธอว่าอะไร​นะ ฉันไม่ทันฟัง"

"ฉันเจอ​ใครบางคน​ที่นี่"

ลลิตา​ซึ่งพยายามโทรศัพท์ติดต่อคริสอยู่​หลายครั้งหลังจากเลย​กำหน ดนัด ​แต่ก็ไม่​สามารถติดต่อ​ได้ถามว่า "เจอ​ใครหรือ?" ​ความจริงเธอไม่อยากเสียเวลาพูดคุยเลย​ ​เพราะคิดว่าคริสอาจ​จะโทรกลับมาหาเธอในนาทีใดนาทีหนึ่ง​นี้ แล้ว​โทรไม่​ได้​เพราะสายไม่ว่าง

"ฟังแล้ว​เธอ​ต้องใจเย็นๆ​นะ ฉันอาจ​จะเข้าใจผิดก็​ได้" ​เพื่อน​ที่ชื่อสุรีย์รีบออกตัวไว้ก่อน

ลลิตาฟังแล้ว​ก็ยังไม่เข้าใจ "เข้าใจผิดเรื่อง​อะไร​?"

"​เมื่อกี้นี้ฉันเจอคริส...​."

พูดยังไม่ทันจบลลิตาก็ขัดขึ้น​ว่า "พี่คริสหรือ? นี่ฉันก็​กำลังรอ​เขาอยู่​ เธอเจอ​เขา​ที่ไหนล่ะ?"

สุรีย์นิ่ง​ไปครู่ใหญ่ ก่อน​จะพูดต่ออย่างไม่ค่อยแน่ใจนักว่าควร​จะบอก​เพื่อนให้รู้ดีหรื อไม่ "ฉันมาพัทยา​กับทางบ้าน พัก​ที่รอยัลคลิฟฟ์ ตอนบ่ายก็ลงมาหาอะไร​กิน​ที่ห้องอาหารในโรงแรม แล้ว​ก็เห็นพี่คริสของเธอเข้ามา​กับผู้หญิงคนหนึ่ง​ ​แต่​เขาไม่เห็นฉันหรอก"

ลลิตาฟังแล้ว​อึ้ง​ไปพักใหญ่ นี่มันอะไร​กัน? เธอคิดอย่างงุนงง ก็​เขานัด​กับเธอ​เอาไว้นี่นา ทำไมสุรีย์จึงบอกว่าพบ​เขา​ที่พัทยา แล้ว​ยังมีผู้หญิง​ไป​กับ​เขาด้วย ​เมื่อคุมสติ​ได้แล้ว​เธอก็พยายามพูดเหมือนไม่มีอะไร​เกิดขึ้น​ว่า "เธอจำผิดหรือเปล่า? พี่คริสตอนนี้อยู่​​ที่บ้านในกรุงเทพฯ ​เขานัด​กับฉันไว้ ​เขาไม่เคยผิดนัด​กับฉันหรอก ​ถ้ามาไม่​ได้จริงๆ​​เขาก็​ต้องรีบโทร.บอกฉัน"

"นี่...​ลิตา เธอก็รู้ว่าฉันรู้จัก​เขาดี ไม่มีทางจำผิดหรอก" อีกฝ่ายชักเ​คือง

พอรู้สึกว่า​​เพื่อนไม่เชื่อคำพูดของเธอ สุรีย์ก็รีบขยาย​ความตาม​ที่เห็น​ซึ่งทีแรกไม่คิด​จะบอก "เธอรู้ไหมว่าผู้หญิง​ที่มา​กับ​เขาน่ะ สวยมากเลย​ ขนาดไม่​แต่งหน้า​แต่งตาเลย​นะ หน้าตาสวย รูปร่างก็สวย ผิวงี้ผ่องเลย​ละ"

ลลิตาหูอื้อ ตาพร่าพรายขึ้น​มาทันที นี่มันเกิดอะไร​ขึ้น​ คริสแอบ​ไปมีผู้หญิงอื่นจริงหรือนี่ เอ๊ะ.. หรือว่า​เป็นผู้หญิง​ที่เธอเพียงแค่ระแวง​แต่ยังไม่แน่ใจว่ามีตัวต นอยู่​จริงหรือไม่ ผู้หญิง​ที่เธอเคยนึก​เอาเองจากพฤติกรรมแปลกๆ​ของ​เขา หลังจากหายตัว​ไปเกือบหนึ่ง​ปี ​แต่ลลิตา​เป็นคน​ที่ไม่ค่อยแสดง​ความรู้สึก​ที่แท้จริงออกมาให้​ใครไ ด้ล่วงรู้ง่ายๆ​ เธอ​เป็นคนรักษาหน้าตัวเองอย่างมาก

หญิงสาวรีบตัดบ​ทว่า "อ๋อ อาจ​จะ​เป็นแฟนของ​เพื่อน​เขาก็​ได้นะ สุรีย์ ​เขาเคยเล่าให้ฉันฟังเหมือนกันว่า​เพื่อน​เขา​ที่มาฝึกด้วยกัน​ที่นี ่ เคยมาเ​ที่ยวเมืองไทยหลายครั้ง มาชอบผู้หญิงไทยอยู่​คนหนึ่ง​ เห็น​เขาว่าสวยมากเลย​"

ลลิตาไม่รู้ว่า​เพื่อนของเธอ​จะเชื่อเรื่อง​​ที่เธออ้างหรือไม่ ​แต่ก็​ได้ผลตรง​ที่ฝ่ายนั้น​พูดกลับมาอย่างลังเลว่า "อ้อ งั้นเหรอ? ​ถ้าไม่ใช่ผู้หญิง​ที่คริส​ไปติดพันก็ดีแล้ว​ละ เธอ​จะ​แต่งงาน​เมื่อไหร่ล่ะ ตกลงกัน​ได้หรือยังว่า​จะ​แต่ง​ที่โน่นหรือกลับมา​แต่ง​ที่นี่?"

หญิงสาวตอบคำถาม​เพื่อน​ไปแกนๆ​ ตอนนี้เธออยาก​จะวางสายเต็มทีแล้ว​ หญิงสาว​ทั้งสองพูดคุยกันอีกสองสามประโยคสุรีย์ก็วางสาย​ไป หลังจากนั้น​ลลิตาก็ต่อโทรศัพท์​ไปหาคริสอีกครั้งหนึ่ง​ ​แต่ก็ไม่มีสัญญาณตอบรับเหมือนเดิม หญิงสาวกำโทรศัพท์ไว้ในอุ้งมือ​ที่เปียกชื้น นั่งคิดอะไร​อยู่​เงียบๆ​เกือบสิบนาที ใน​ที่สุดก็คว้ากุญแจรถขับออกจากบ้านมุ่งหน้า​ไปพัทยา เธอรู้ว่า​ถ้าไม่พบคริส​ที่โรงแรมรอยัลคลิฟฟ์ตาม​ที่สุรีย์ให้ข้อม ูล ก็มี​ที่อีกแห่งหนึ่ง​ให้เธอตาม​ไปดู เธอรู้จัก​ที่แห่งนั้น​ดี​เพราะเคย​ไปพัก​กับคริส​พร้อมคุณธัญญา​และมา รดาของเธอ สองสามครั้ง​เมื่อหลายปี​ที่แล้ว​

ลลิตายังจำ​ได้ถึง​ความรู้สึกของตัวเอง ตอนเปิดประตูบานเล็ก​ที่อยู่​ริมรั้วเข้า​ไป ทัน​ได้เห็นภาพผู้ชาย​กับผู้หญิง​ที่วิ่งตามกันลงมาจากตัวบ้าน ถึง​จะนั่งทำใจอยู่​ในรถ​ที่จอดแอบเยื้องจากหน้าบ้านอีกหลายนาที ​แต่ภาพ​ที่เห็นก็ทำให้เธอหวั่นไหว​ได้มากอย่างไม่คาดคิด เธอพยายามระงับอารมณ์หึงหวง​ที่พุ่งพรวดขึ้น​มา เดินเข้า​ไปหาคน​ทั้งสอง​ที่ยืนอยู่​ด้วยกันด้วยสีหน้า​ที่ปั้นให้มี รอยยิ้ม ราว​กับว่าไม่รู้สึกรู้สมอะไร​​กับการ​ที่คู่หมั้นของเธออยู่​​กับผู้ หญิงแปลกหน้าสองต่อสอง ในบ้าน​ที่เงียบสงัดปราศจากบุคคล​ที่สาม ​เขา​จะทำอะไร​กันบ้างเธอไม่รู้​และไม่อยาก​จะรู้ ให้เจ็บช้ำมาก​ไปกว่า​ที่​กำลังเจ็บช้ำอยู่​

ตอน​ที่เธอสอดแขนเข้า​ไปกอดแขนคริสไว้อย่าง​เป็นเจ้าเข้าเจ้าของ ลลิตาสัมผัส​ได้ถึงอาการแข็งขืนนิดๆ​ของ​เขา เธอคิดว่า​เขาคงอาย​และอาจ​จะเกรงใจ ไม่อยากให้เจ้าหล่อนผู้นั้น​เห็นภาพ​ที่บาดใจ แล้ว​เธอก็​ต้องเจ็บปวดมากขึ้น​​ไปอีก ​เพราะคู่หมั้นของเธอขยับตัวทันที ​ที่หญิงสาวคนนั้น​เดินแกมวิ่งออก​ไปตามถนนในบ้านแล้ว​ผ่านประตูเล็ กออก​ไป ลลิตาแน่ใจว่า​ถ้าเธอไม่รั้งตัว​เขา​เอาไว้ คริสคงทิ้งเธอไว้ตรงนั้น​แล้ว​วิ่งตามเจ้าหล่อน​ไปแล้ว​ ท่าทาง​เขาแคร์ผู้หญิงคนนั้น​มาก แล้ว​ตลอดทาง​ที่นั่งรถมาด้วยกันจากพัทยาถึงกรุงเทพฯอีกล่ะ ​เขาแทบ​จะไม่พูดอะไร​​กับเธอเลย​ หน้าของ​เขาบึ้งอย่างไม่พอใจ​และคงโกรธเธอ ทำไม​ต้องโกรธ? เธอถาม​และตอบ​ได้เองว่าขาโกรธก็​เพราะเธอมาขัด​ความสุขของ​เขาน่ะสิ ​ถ้าไม่มีเธอมาขวางทาง​เขาสองคน​จะ​ไปทำอะไร​​ที่ไหนกันต่อหรือไม่ เธอก็ไม่อยากคิด

​แม้​แต่การมาค้าง​ที่บ้านหลังนี้ก็เหมือนกัน หญิงสาวดูออกว่าคริสไม่เต็มใจเลย​ มันทำให้เธออดคิดต่อ​ไปไม่​ได้ว่า​เขาไม่อยากให้เธออยู่​​ที่นี่ ​เขาอาจ​จะ​ต้องการ​ไปปลอบขวัญผู้หญิงคนนั้น​ เธอมาขวาง​เขาอยู่​อย่างนี้​เขา​จะไม่โกรธไหวหรือ คิด​ไปวาดภาพ​ไปน้ำตาของลลิตาก็เริ่มไหลออกมา ​เขาเปลี่ยน​ไป​เป็นผู้ชายหลายใจอย่างนี้​ได้อย่างไร ตั้งแต่​เมื่อไรกันนี่ รักกันมาเนิ่นนานหลายปี​เขาไม่เคยมีเรื่อง​ผู้หญิงอื่น​แม้สักครั้ ง มันทำให้เธอวางใจ​เขามาตลอด เฝ้ารอวัน​ที่​จะ​ได้เข้าพิธี​แต่งงาน​กับ​เขาอย่างสมเกียรติ

​เมื่อคิดทบทวนถึงรูปร่างหน้าตาของผู้หญิงคนนั้น​ ลลิตาก็ไม่อาจปฏิเสธ​ได้ว่า​แม้​จะเห็นเพียงแวบเดียว ​เพราะเจ้าหล่อนรีบลนลานเดินแกมวิ่งหนี​ไปเสียก่อน หญิงสาว​ที่คง​จะอายุน้อยกว่าเธอสักสองสามปีผู้นั้น​ จัดว่า​เป็นผู้หญิง​ที่สวยมาก​ทั้งหน้าตา​และรูปร่าง ขนาดตัวเธอเอง​ที่​ได้ชื่อว่า​เป็นคนสวยอย่างหาตัวจับ​ได้ยากคนหนึ่ ง ก็ยังไม่​ได้สวย​ไปกว่าผู้หญิงคนนั้น​ ลลิตาทอดถอนใจอย่างหนักอก คู่แข่งของเธอไม่​ได้​เป็นรองเธอเลย​ในเรื่อง​รูปร่างหน้าตา แล้ว​เรื่อง​อื่นๆ​คุณสมบัติอื่นๆ​อีกเล่า เธอตอบไม่​ได้​เพราะไม่เคยรู้มาก่อนเลย​ว่ามีคู่แข่ง เธอจำ​เป็น​ต้องยอมรับ​ความจริง ว่าเธอ​กำลังเผชิญ​กับศึกในอก​ที่หนักหน่วง​ที่สุดในชีวิต

แล้ว​คริสล่ะ? เธอดูออกว่า​แม้ว่า​เขา​จะตกใจ​ที่เธอจับ​เขา​ได้คาหนังคา​เขา ​แต่​เขาก็ยังกังวล​และ​เป็นห่วงผู้หญิงคนนั้น​จนออกนอกหน้า ​โดยไม่คำนึงถึง​ความรู้สึกของเธอเลย​ ​เขาคง​จะหลงผู้หญิงคนนั้น​มาก ก็คงแค่หลงเท่านั้น​แหละ​ ลลิตาพยายามคิดอย่างปลอบใจตัวเอง ​ถ้าแค่หลงเธอก็​จะพยายามทำใจให้อภัย​เขา​เพราะ​ความหลงไม่ใช่​ความรั ก ​ความหลงมีอายุอยู่​​ได้ไม่นานหรอก มันเทียบกันไม่​ได้เลย​​กับ​ความรัก ​โดยเฉพาะอย่างยิ่ง​ความรัก​ระหว่างเธอ​กับคริส​ที่รักกันมั่นคงมายา วนานถึงสิบปี ตั้งแต่เธออายุเพียงสิบแปดปี จนกระทั่งตอนนี้​ที่เธออายุ​ได้ยี่สิบแปดปีแล้ว​

 

F a c t   C a r d
Article ID S-3344 Article's Rate 44 votes
ชื่อเรื่อง เวลาที่หายไป --Series
ชื่อตอน คาหนังคาเขา --อ่านตอนอื่นที่ตีพิมพ์แล้ว คลิก!
ผู้แต่ง ดอยสะเก็ด
ตีพิมพ์เมื่อ ๑๒ มกราคม ๒๕๕๕
ตีพิมพ์ในคอลัมน์ เรื่องยาว ซีรีส์
จำนวนผู้เปิดอ่าน ๒๔๓ ครั้ง
จำนวนความเห็น ๑ ความเห็น
จำนวนดอกไม้รวม ๒๑๓
| | | |
เชิญโหวตให้เรตติ้งดอกไม้แก่ข้อเขียนนี้  
R e a d e r ' s   C o m m e n t
ความเห็นที่ ๑ : Rotjana Geneva [C-17908 ], [81.62.186.48]
เมื่อวันที่ : ๒๑ พ.ย. ๒๕๕๓, ๐๐.๓๒ น.

เข้ามาติดตามอ่านแล้ว​​นะคะ​​ ขอโทษ​​ที่เงียบหาย​​ไป ช่วงนี้ใจคอไม่ค่อยดีค่ะ​​ ยังไม่ค่อยสบายเท่าไร
​​แต่ยังคิดถึงคุณดอยฯเสมอนะคะ​​ หวังว่าคงสบายดี

แจ้งลบข้อความ


สั่งให้ระบบส่งเมลแจ้งการเพิ่มเติมความเห็น
 ศาลานกน้อย พร้อมบริการเสมอ และยินดีรับฟังข้อเสนอแนะจากทุกท่าน  ติดต่อเว็บมาสเตอร์ได้ทางคอลัมน์ คุยกับลุงเปี๊ยก หรือทางอีเมลได้ที่ uncle-piak@noknoi.com  พัฒนาระบบ : ธีรพงษ์ สุทธิวราภิรักษ์  โลโกนกน้อย : สุชา สนิทวงศ์  ภาพดอกไม้ในนกแชท : ณัฐพร บุญประภา  ลิขสิทธิ์งานเขียนในนิตยสารรายสะดวก เป็นของผู้เขียนเรื่องนั้น  ข้อความที่โพสบนเว็บไซต์แห่งนี้ เป็นความคิดเห็นส่วนตัวของผู้โพสทั้งสิ้น