นิตยสารรายสะดวก  Fiction  ๑๒ มกราคม ๒๕๕๕
เวลาที่หายไป #38
ดอยสะเก็ด
...ประสพชัย​กับคริสมาถึงบ้านของวุฒิเลิศ​ที่ซอย​พร้อมพงศ์ก่อนเวลานัดสิบห้านาที นายแพทย์หนุ่มพารถแล่นผ่านประตูอัลลอยด์เข้า​ไปตามถนน​ที่นำ​ไปสู่ ตึกหลังใหญ่ สอง...

ตอน : หนีไม่พ้น

ประสพชัย​กับคริสมาถึงบ้านของวุฒิเลิศ​ที่ซอย​พร้อมพงศ์ก่อนเวลานัดสิบห้านาที นายแพทย์หนุ่มพารถแล่นผ่านประตูอัลลอยด์เข้า​ไปตามถนน​ที่นำ​ไปสู่ ตึกหลังใหญ่ สองข้างทางมีดอกไม้ปลูกอยู่​​เป็นกลุ่มๆ​หลากสีหลายพันธ์ มีต้นไม้ใหญ่ปลูกรวมกัน​เป็นดงคล้ายๆ​​ที่เวียงพุกาม สนามหญ้าขนาดใหญ่​ซึ่งอยู่​ทางด้านขวาของถนน มีซุ้มกุหลาบเลื้อยปลูกอยู่​​เป็นช่วงๆ​ ​ระหว่างช่วงดังกล่าวมีเก้าอี้สนามสีขาวตั้งไว้​เป็นระยะ

นายแพทย์หนุ่มใหญ่ขับรถผ่านเทอเรสหน้าตึก​ไปจอดตรงลานกว้างข้างตัวบ้าน ​ซึ่ง​เป็น​ที่จอดรถสำหรับแขก ​ทั้งสองลงจากรถเดินย้อนกลับมา​ที่เทอเรส​ซึ่งมีบันไดสามขั้น ขณะ​ที่​กำลัง​จะก้าวขึ้น​บันไดคริสมอง​ไปทางขวามือสุดปลายสนาม​โดยไม่​ได้ตั้งใจ ​เขาเห็นชิงช้าสนามสีขาวแบบ​ที่มีหลังคา​และมี​ที่นั่ง​เป็นเก้าอี้ยาวสองตัวหันหน้าเข้าหากัน มีโต๊ะสำหรับวางของอยู่​ตรงกลาง บนชิงช้านั้น​มีผู้หญิงรุ่นสาวนั่งอยู่​ ​กำลังตักอาหารจากจาน​ที่วางอยู่​บนโต๊ะป้อนให้เด็กตัวเล็กๆ​​ที่นั่งอยู่​บนตัก ชายหนุ่มมองผ่านๆ​​โดยไม่​ได้สนใจอะไร​ ​เมื่อเด็กรับ​ใช้ออกมาต้อนรับ​เขาก็เดินตามประสพชัยขึ้น​​ไปบนตึก

วุฒิเลิศออกมาต้อนรับแขกของ​เขา​ที่ห้องโถงใหญ่ ​ซึ่งคง​เป็นห้องรับแขกด้วย ​เพราะมีชุดรับแขกสไตล์หลุยส์โก้หรูตั้งอยู่​มุมหนึ่ง​ของห้อง ห้อง​ที่มีขนาดใหญ่นี้ตกแต่งประดับประดาอย่างโอ่อ่าสวยงามสมฐานะ ​เมื่อคริสยกมือขึ้น​ไหว้ทำ​ความเคารพ ​เขาก็ทักว่า

"ดีใจมาก​ที่​ได้พบคุณอีกครั้งหนึ่ง​ เคน.เอ้อ.. คุณคริสใช่ไหม?" วุฒิเลิศมองสำรวจคริสทั่วตัว "คุณเปลี่ยน​ไปมากเลย​นะ นี่​ถ้าเจอคุณ​ที่อื่นผมคงจำไม่​ได้"

วุฒิเลิศคิดว่านายเคนคน​ที่​เขาเคยเห็นเพียงไม่กี่ครั้ง​ที่เวียงพุกาม ​กับผู้ชาย​ที่ประสพชัยบอกว่าชื่อคริสคนนี้ ถึง​จะ​เป็นคนเดียวกัน​แต่ก็ดูแตกต่างกันอย่างสิ้นเชิง นายคริสคนนี้ดูองอาจผึ่งผายหน้าตามีสง่าราศรี ท่าทางเชื่อมั่นในตัวเอง ​เขาอยู่​ในชุดกางเกงขายาวสีดำ​และเสื้อยืดแขนสั้นสีเดียวกัน ดูคล่องแคล่วปราดเปรียวมีชีวิตชีวา ไม่เงียบเชียบถามคำตอบคำ บางครั้งดูเซื่องซึม เหมือนตอน​ที่​เป็นนายเคน

ชายหนุ่มเพียง​แต่ยิ้มรับคำทักทายของวุฒิเลิศอย่างสุภาพ ใน​ระหว่าง​ที่วุฒิเลิศ​กับประสพชัยทักทายกัน ตา​ที่มองกวาด​ไปรอบๆ​ห้องของ​เขา​ไปสะดุดอยู่​​ที่รูปบนผนังใกล้ตัว ​เขาเห็นรูปสองรูป​ที่มีขนาดใหญ่เท่ากัน รูปแรก​เป็นรูปเด็กหนุ่มอายุประมาณสิบเจ็ดสิบแปดปี ​กำลังจูงมือเด็กผู้หญิงตัวเล็กๆ​อายุไม่เกินห้าขวบ ตัดผมม้าปิดลงมาเกือบถึงนัยน์ตากลมโต ​ส่วนอีกรูปหนึ่ง​​เขามองแว่บเดียวก็รู้ว่า​เป็นรูปของคุณดนัย ยืนอยู่​ตรงกลาง​ระหว่างวุฒิเลิศ​และทิพย์สุรางค์​ซึ่งเติบโต​เป็นหนุ่ม​เป็นสาวแล้ว​ คริสจ้องมองรูปของทิพย์สุรางค์อย่างเผลอไผล

วุฒิเลิศ​ซึ่งคงมองตามสายตา​เขาเดินเข้ามาหา อธิบายว่า "รูปนั้น​ผมถ่าย​กับน้องสาว ตอนวันเกิดอายุห้าขวบของ​เขา"
ชายหนุ่มทำหน้าเก้อๆ​ละสายตาจากรูป "อ้อ..ครับ​" ​เขา​กำลังคิดว่าทิพย์สุรางค์ฉายแวว​ความงามออกมาอย่างเด่นชัดตั้ง ​แต่ยังเด็กแล้ว​
พี่ชายของทิพย์สุรางค์บอกแขก​ทั้งสองว่า "เข้า​ไปในห้องนั่งเล่นกันเถอะ เด็ก​เขาจัดเหล้ายาปลาปิ้งไว้ให้แล้ว​"

พูดจบ​เขาก็เดินนำหน้าพาประสพชัย​และคริสเข้า​ไปในห้องนั่งเล่นขนาดใหญ่ ​ที่ผนังด้านหนึ่ง​กรุกระจกใสมองออก​ไปเห็นน้ำพุเล็กๆ​ กลางสวนดอกไม้​ที่​กำลังออกดอกสะพรั่ง ในห้องนั้น​มีเก้าอี้นวมนั่งสบายชุดใหญ่​และอุปกรณ์​เพื่อ​ความบันเทิงอยู่​ครบครัน บาร์เหล้าตั้งอยู่​ตรงมุมหนึ่ง​ของห้อง บนโต๊ะกลาง​ระหว่างเก้าอี้นวมมีขวดวิสกี้​ที่เปิดแล้ว​ ขวดโซดา ถังน้ำแข็งเล็กๆ​ น้ำเปล่า แก้วเหล้า​และของแกล้มเหล้าสองสามจาน วุฒิเลิศเชิญแขกของ​เขาให้นั่งลง​ที่เก้าอี้นวมชุดนั้น​ ทันที​ที่นั่งลงประสพชัยก็คว้าแก้วเปล่าสองใบมาคีบน้ำแข็งใส่ลงไ ปแก้วละสองสามก้อน หยิบขวดวิสกี้มาเปิด เทเหล้าลงในแก้ว ส่งแก้วหนึ่ง​ให้คริสแล้ว​ยกอีกแก้วหนึ่ง​ขึ้น​จิบ ​ส่วนเจ้าของบ้าน​ซึ่งคงนั่งจิบเหล้า​ไปพลางๆ​​ระหว่างรอแขก ก็ยกแก้วของ​เขา​ที่วางทิ้งไว้ตอนออก​ไปรับแขกขึ้น​มาดื่มต่อ

"คุณคริส ผมดีใจด้วยนะ​ที่คุณจำเรื่อง​เก่าๆ​​ได้ กลับ​ไปอยู่​​กับครอบครัวคุณ​ที่อเมริกาแล้ว​" วุฒิเลิศพูด​กับคริสตาม​ที่รู้จากประสพชัย แล้ว​​เขาก็ซักถามเกี่ยว​กับครอบครัว หน้า​ที่การงานของชายหนุ่มอยู่​พักหนึ่ง​

ตอนหนึ่ง​ของการสนทนาวุฒิเลิศพูด​กับคริสว่า "ผมยังไม่รู้เลย​ว่าคุณนามสกุลอะไร​"
"เลย​์ตัน ครับ​ คริส เลย​์ตัน"
วุฒิเลิศวางแก้วเหล้าลง ถามอย่างสนใจว่า "คุณ​เป็นอะไร​​กับจอห์น เลย​์ตัน?"
คริสมองวุฒิเลิศอย่างสงสัย "ท่าน​เป็นพ่อผม คุณใหญ่รู้จักหรือครับ​?"
"รู้จักสิ จอห์นถือหุ้นในบริษัทผมเกือบสิบเปอร์เซนต์ แล้ว​ก็ยังรู้จัก​กับคุณพ่อผมดีด้วย"

​ทั้งคริส​และประสพชัยมองหน้าวุฒิเลิศ​เป็นตาเดียวกัน ต่างก็รู้สึกตรงกันว่าโลกนี้ช่างแคบเสียจริง ​ไปๆ​มาๆ​ก็อยู่​ในแวดวงเดียวกันแทบ​ทั้งนั้น​

วุฒิเลิศพูดต่อ​ไปว่า "​ถ้าคุณ​เป็นลูกจอห์น คุณแม่คุณก็​เป็นคนไทยน่ะสิ คุณพ่อผมเคยเล่าว่าภรรยาของจอห์น​เป็นคนไทย"
"คุณใหญ่รู้จักแม่ผมด้วยหรือครับ​?" ชายหนุ่มถามอย่างตื่นเต้น
"ไม่รู้จักหรอก ผมไม่เคยพบเธอ เคยพบ​แต่คุณพ่อคุณเท่านั้น​"

วุฒิเลิศมองชายหนุ่มรุ่นน้อง​ที่นั่งอยู่​ตรงหน้าด้วย​ความสนใจมากขึ้น​ ​เขารู้จักฐานะ​และชื่อเสียงของจอห์น เลย​์ตันดี ว่า​เป็นนักบริหารการเงิน​ที่เก่งกาจ ​เป็นเศรษฐีเจ้าของธุรกิจหลายอย่าง รวม​ทั้งบริษัทเงินทุนหลักทรัพย์เลย​์ตันในนิวยอร์ค

นิ่งกัน​ไปครู่หนึ่ง​ประสพชัยก็ถามว่า "มาดามของนายไม่อยู่​หรือ?"
"เดี๋ยวออกมา ​กำลังคุมเด็กให้ทำ​กับแกล้มอยู่​"
"แล้ว​นี่นายชวน​ใครมาอีกหรือเปล่า?" ประสพชัยถามต่อ
"ก็มีไอ้เพ้งอีกคนแล้ว​ก็ชาคริต" แล้ว​​เขาก็หันมาถามคริสว่า "คุณคงจำชาคริต​ได้ ​แต่ก่อน​เขา​ไป​ที่เวียงพุกามบ่อยๆ​"
"ครับ​" ชายหนุ่มตอบเพียงแค่นั้น​ ยกแก้ววิสกี้ขึ้น​ดื่ม นึกในใจว่า​จะลืม​ได้ง่ายๆ​อย่างไรเล่า ก็หนุ่มหน้าตาดีคนนี้ไม่ใช่หรือ​ที่แวะเวียนมาหาทิพย์สุรางค์อยู่​บ่อยๆ​​เมื่อมีโอกาส

"อ้าว ​ถ้างั้นคุณหนูก็มาด้วยน่ะสิ" ประสพชัยร้องออกมา

คริสแทบสำลักเหล้า​ที่​กำลังดื่มอยู่​ ใจวูบลง​ไปทันที ทิพย์สุรางค์อยู่​ในนิวยอร์คไม่ใช่หรือ? เธอมาเมืองไทยตั้งแต่​เมื่อไหร่? แล้ว​ทำไม​จะมา​พร้อม​กับชาคริต! นี่หมาย​ความว่าอย่างไรกันแน่ หรือว่าเจ้าผู้ชาย​ที่เธอ​แต่งงานด้วย​คือนายชาคริตคนนี้เอง!! ชาคริตนี่น่ะหรือ​ที่ทิพย์สุรางค์ยกให้​เป็นพ่อของลูก​เขา!?

ประสพชัยพูดยังไม่ทันขาดคำ เด็กรับ​ใช้ก็พาหนุ่มใหญ่คนหนึ่ง​เข้ามาในห้อง ​เขาเดินลิ่วเข้ามา​ที่คน​ทั้งสามนั่งอยู่​ ​พร้อม​กับยกมือทักทาย

"อ้าว..เพ้ง ทำไมมาช้านักวะ? นึกว่า​จะไม่มาเสียแล้ว​"

ประสพชัยเอะอะทักทาย แล้ว​ชี้ให้นายเพ้งหรือสาทิต​เพื่อนสนิทของ​เขา​และวุฒิเลิศ นั่งลงบนเก้าอี้ตัวหนึ่ง​ใกล้​กับ​เขา

"ไม่มา​ได้ไงวะ" นายเพ้งพูดเสียงดัง ​เมื่อเหลือบเห็นชายหนุ่มแปลกหน้า​ที่นั่งตรงข้าม​กับวุฒิเลิศ ​เขาก็มองอย่างสงสัย ทำให้เจ้าของบ้านหนุ่มใหญ่​ต้องรีบแนะนำคน​ทั้งสองให้รู้จักกัน
"นี่คุณคริส นายทหารจากสหรัฐฯ มาร่วมฝึกคอบร้าโกลด์​ที่นี่" แล้ว​​เขาก็บอกคริสว่า "นี่​เพื่อนผม สาทิต ​แต่​เพื่อนๆ​เรียกมันว่าไอ้เพ้ง ​เป็นวิศวกรใหญ่อยู่​ปตท."

ผู้ชาย​ทั้งสองกล่าวคำทักทายกันแล้ว​ก็ร่วมดื่มเหล้ากันต่อ​ไป ​กับแกล้มเหล้าเริ่มทะยอยถูกส่งเข้ามาเรื่อยๆ​ คริสดื่มเหล้า​ไปสามสี่แก้วแล้ว​ตอน​ที่ชาคริตเดินเข้ามาในห้อง ชายหนุ่มผู้นั้น​รู้จักคุ้นเคย​กับทุกคนในห้องนั้น​​เป็นอย่างดี ​แม้​แต่สาทิตหรือนายเพ้ง ​เพราะ​เขาเอ่ยปากทักทายอย่างสนิทสนม

​เมื่อชาคริตนั่งลงใกล้ๆ​​กับคริส ประสพชัยก็ถาม​เขาว่า "จำเคน​ได้ไหม ชาคริต"

ชาคริต​ซึ่งเห็นคริสแล้ว​​แต่ไม่รู้ว่า​เป็น​ใคร หันขวับมามองคริส​ที่นั่งอยู่​ใกล้ๆ​ แล้ว​ก็คง​จะจำ​ได้​เพราะ​เขาพูดออกมาว่า "อ้าว เคนนี่เอง คุณเปลี่ยน​ไปมากจนผมจำแทบไม่​ได้" ​เขามองหน้าคริสอย่างพิศวงในสิ่ง​ที่​เขาเห็น ก่อน​จะยื่นมือออกมาให้จับ "ยินดีด้วยนะครับ​ เห็นพี่หมอบอกว่าคุณจำเรื่อง​เก่าๆ​ของคุณ​ได้หมดแล้ว​ เจอ​กับครอบครัวแล้ว​ด้วย"

ถึง​จะสะกิดใจเรื่อง​ทิพย์สุรางค์​กับชายหนุ่มผู้นี้ ​แต่คริสก็จับมือ​และพูดคุย​กับ​เขาอย่างสุภาพ ​เขาเคยชอบชาคริตสมัย​ที่อยู่​เวียงพุกาม ​เพราะเห็นว่าชายหนุ่มรุ่นราวคราวเดียว​กับ​เขาคนนี้​เป็นคนไม่ถือตัว มีอัธยาศัยไมตรี​ที่ดีต่อ​เขา​และคนทั่ว​ไป

นายแพทย์ประสพชัยถามชาคริตว่า "คุณหนูล่ะ ไม่​ได้มาด้วยกันหรือ?"
"มาครับ​ เธอ​เอาของ​ที่ซื้อมาเข้า​ไปให้พี่สิริมาในครัว เดี๋ยวคง​จะเข้ามา"

คำตอบของ​เขาทำให้คริสแน่ใจมากขึ้น​ ว่าชาคริตคง​เป็นคน​ที่ทิพย์สุรางค์​แต่งงานด้วย อีกสักครู่เธอคง​จะลงมาสมทบ​กับพี่ชาย​และสามีของเธอ แล้ว​​เขาล่ะ? ควร​จะนั่งทำไม่รู้ไม่ชี้อยู่​ตรงนี้อีกหรือเปล่า เธอรู้ล่วงหน้าหรือไม่ว่าพี่ชายเธอชวน​เขามากินเหล้าวันนี้ ​เขาไม่อยากเห็นเธอทำหน้าตื่นเต้นตกใจ​เมื่อเห็น​เขา ​ถ้าเธอไม่รู้มาก่อน

หลังจากนั้น​อีกเพียงสิบนาที สิริมาก็เดินเข้ามาในห้อง​พร้อม​กับทิพย์สุรางค์ คริสลอบมองเธออยู่​เงียบๆ​​ระหว่าง​ที่เธอทักทายประสพชัย​และสาทิต ​เขารู้สึกว่า​ทิพย์สุรางค์สดใสขึ้น​กว่าตอน​ที่พบกันครั้งสุดท้ายในอเมริกา เธอยิ้มแย้มแจ่มใสให้​กับคน​ที่เธอพูดด้วย เธอยังไม่เห็น​เขา

​แต่ทันที​ที่วุฒิเลิศพูด​กับภรรยาว่า "น้อย นี่ไงเคน จำ​ได้ไหม? ชื่อจริงของ​เขา​คือคริส" ทิพย์สุรางค์ก็หันขวับมาสบตา​เขา​พอดี คริสเห็นอาการตกตะลึงของเธอ หน้าของเธอเผือดสีลงจนเห็น​ได้ชัด ดี​ที่ไม่มี​ใครทันสังเกต​เพราะสิริมาหันมาทักทายต้อนรับ​เขา ด้วยมารยาท​ที่ดีของเจ้าของบ้าน

สิริมาลงนั่งคุย​กับแขกของสามี ​เขา​ได้ยินเธอถามสาทิตหรือนายเพ้งอย่างสนิทสนมว่า "คุณเพ้ง ​เมื่อไหร่​จะมีแฟน​กับ​เขาเสียทีล่ะคะ​"
นายเพ้งหัวเราะแหะๆ​ "​กำลังสนใจผู้หญิงอยู่​คนหนึ่ง​ กะว่าวันหลัง​จะพามาให้คุณน้อยช่วยดูหน่อย​"
"จริงหรือคะ​? ​ถ้าจริงก็พามาเลย​ อยากรู้จังว่าผู้หญิงคนไหนทำให้คุณเพ้งเลิก​เป็นฤาษี​ได้"
"คง​ต้องอีกสักพัก เพิ่งรู้จักกันไม่นาน ยังไม่รู้เลย​ว่า​เขาคิดยังไง​กับผม"
ประสพชัยหัวเราะก้าก แซว​เพื่อนว่า "โธ่..ไอ้บ้า แค่น​จะคุยว่า​จะพามาให้คุณน้อยดูตัว ผู้หญิง​เขายังไม่รู้เรื่อง​อะไร​ด้วยซักหน่อย​"

​ระหว่าง​ที่สิริมาพูดคุย​กับสาทิต คริสเห็นทิพย์สุรางค์ทำท่าอึดอัด เธอยืนก้มหน้าอยู่​หลังเก้าอี้ของประสพชัยเพียงครู่เดียวก็ขอตัวออก​ไปจากห้อง หลังจากอ้างอะไร​บางอย่าง​กับพี่ชายของเธอ ​ซึ่ง​เขาไม่​ได้ยิน

หลังจากนั้น​อีกประมาณยี่สิบนาที เจ้าของบ้านฝ่ายหญิงก็เชิญแขก​ทั้งหมดเข้า​ไปในห้องอาหาร​ซึ่งอยู่​ถัด​ไป บนโต๊ะอาหารยาว​ที่มีเก้าอี้สิบสองตัวล้อมรอบ มีอาหารมากมาย​หลายชนิดตั้งเรียงรายอยู่​อย่างสวยงาม​และ​เป็นระเบียบ วุฒิเลิศนั่งลง​ที่เก้าอี้หัวโต๊ะ ภรรยาของ​เขานั่งบนเก้าอี้ทางด้านขวามือของ​เขา ประสพชัยนั่งทางด้านซ้ายของวุฒิเลิศ ถัดมา​เป็นสาทิตแล้ว​ต่อด้วยคริส ​ส่วนชาคริตลงนั่งห่างจากสิริมา​โดยเว้นเก้าอี้ไว้หนึ่ง​ตัว ​ซึ่งคริสเข้าใจว่า​เขาคงเว้นไว้ให้ทิพย์สุรางค์ ​ซึ่งตอนนี้ไม่รู้ว่าหาย​ไปไหน

ขณะ​ที่คนรับ​ใช้​กำลังเตรียม​จะตักข้าวให้แขก​แต่ละคน วุฒิเลิศก็ถามขึ้น​มาว่า "น้องหนูทำไมยังไม่มา" แล้ว​​เขาก็ลุกขึ้น​ยืน "ทานกัน​ไปก่อนนะ ผมขอตัว​ไปดูหน่อย​"

วุฒิเลิศหายออก​ไปประมาณสองสามนาทีก็เดินกลับเข้ามา​พร้อมทิพย์สุรางค์ ​ซึ่งเดินเข้า​ไปนั่งบนเก้าอี้ตัว​ที่อยู่​​ระหว่างสิริมา​กับชาคริต เธอไม่มองหน้า​ใครเลย​ ​แต่คริสสังเกตเห็นว่าสีหน้าของเธอดูปกติกว่า​เมื่อครู่ก่อน

ทุกคนรับประทานอาหาร​และพูดคุยกันอย่างสนิทสนม​เป็นกันเอง ​ถ้ามีคนช่างสังเกต​จะเห็นว่ามีคนสองคนในห้องนั้น​ ​ที่แทบ​จะไม่​ได้พูดอะไร​เลย​ ทิพย์สุรางค์ก้มหน้าก้มตารับประทานอาหารอยู่​เงียบๆ​ คริสก็รับประทานเงียบๆ​เหมือนกัน ​แต่​เขาเห็นการ​เอาอก​เอาใจอย่างเปิดเผยของชาคริตต่อหญิงสาวผู้นั้น​ ​เขาคอยตักอาหารจากจานโน้นจานนี้ใส่ลง​ไปในจานข้าวของเธอ ​ซึ่งทิพย์สุรางค์ก็​จะเงยหน้าขึ้น​ยิ้มอ่อนๆ​​กับ​เขาแทนคำขอบคุณ

ชายหนุ่มรู้สึกเสียวปลาบในหัวใจ​เมื่อเห็นถ้อยทีถ้อย​เอาใจกันของคน​ทั้งสอง ถามตัวเองว่า​เป็นอะไร​​ไปอีกล่ะ ทำไมภาพ​ที่เห็นมันถึง​ได้บาดตาบาดใจ​ได้ขนาดนี้ ​เขาหึงชาคริตหรือ? ​เขามีสิทธิอะไร​​ที่​จะ​ไปหึงสามีของทิพย์สุรางค์ ก็ไหนว่าตัดใจลืมเธอ​ได้แล้ว​ไง? ​แต่แล้ว​​เขาก็อดค่อนขอดอย่างหมั่นไส้อยู่​ในใจไม่​ได้ว่า "​แต่งงานกันมากี่ปีแล้ว​นี่ อย่างน้อยก็คงปีกว่า ยังมาทำหวานอวดคนอื่นอยู่​​ได้"

หลังอาหาร เจ้าของบ้านเชิญแขกกลับเข้า​ไปในห้องนั่งเล่นอีกครั้งหนึ่ง​ ​ซึ่งตอนนี้คนรับ​ใช้​ได้นำชุดกาแฟกระเบื้องเคลือบลายทองเนื้อดีคร บชุด มาวางเตรียมไว้ให้แล้ว​บนเคาเตอร์บาร์

"​ใคร​จะดื่มกาแฟก็บริการตัวเอง ​ใคร​จะดื่มเหล้าต่อก็จัดการ​ได้เลย​"

วุฒิเลิศพูดแล้ว​ก็ลงนั่งบนเก้าอี้ตัวเดิม รินเหล้าแจกพวกผู้ชาย ทิพย์สุรางค์เดินมา​กับชาคริตแล้ว​ลงนั่งด้วยกันบนเก้าอี้นวมตัวยาว คริสคิดว่าเธอคงปรับอารมณ์​ได้แล้ว​ตอนนี้ ​เพราะเธอเริ่มพูดคุย​กับคนโน้นคนนี้บ้างแล้ว​ ​โดยไม่เหลือบแลมาทาง​ที่​เขานั่งอยู่​เลย​ ทำเหมือน​เขาไม่มีตัวตนอย่างนั้น​แหละ​ ชายหนุ่มคิดอย่างพาลๆ​

"น้องจ๋า " พี่ชายของเธอ​ซึ่งคงเริ่มมึนบ้างแล้ว​​เพราะดื่มเข้า​ไปหลายแก้วพูด​กับเธอ "ทำไมไม่คุย​กับคุณคริสบ้างล่ะ น้องยังไม่เคยพบ​เขาเลย​ไม่ใช่หรือ ตั้งแต่​ที่​เขาออกจากเวียงพุกาม​ไปน่ะ?"

​ทั้งคริส​และทิพย์สุรางค์หน้าเจื่อนพอๆ​กัน ​แต่แล้ว​ชายหนุ่ม​ซึ่งดื่มเข้า​ไปหลายแก้วแล้ว​เหมือนกัน ก็มองหน้าผู้หญิง​ที่นั่งอยู่​ตรงข้าม​กับ​เขา ​แต่เยื้องห่างออก​ไปอย่างท้าทาย

"คุณทิพย์สุรางค์อาจ​จะยังไม่หายโกรธผม ​ที่ทำเหมือนคนไม่รู้จักบุญคุณ ​ไปจากเวียงพุกาม​โดยไม่​ได้ร่ำลา​และไม่​ได้ขอบคุณเธอ ​ที่ช่วยให้​ที่พักพิงแก่ผมเกือบหนึ่ง​ปี"

​เขาพูดด้วยเสียง​และสีหน้า​ที่สุภาพ มีรอยยิ้มนิดๆ​บนริมฝีปากรูปงามของ​เขา ​แต่ทิพย์สุรางค์เห็น​ความคมดุของดวงตา​ที่จ้องหน้าเธอเขม็ง ราว​กับ​จะให้ทะลุ​ไปถึงหัวใจ หญิงสาวใจไม่ดีไม่รู้ว่า​เขา​จะมาไม้ไหน หรือว่า​เขา​จะเมา ​เพราะเธอเห็นหน้า​เขาค่อนข้างแดง

ประสพชัย​ซึ่งก็คง​จะมึนพอๆ​​กับวุฒิเลิศ เอะอะขึ้น​มาว่า "เออ คุณหนู ตอน​ที่คุณหนูอยู่​เมืองนอกน่ะ เคน เอ้อ..คริสน่ะ เคย​ไปหาผม​ที่โรงพยาบาลสองสามครั้ง ​ไปถามว่า​เขา​จะติดต่อ​กับคุณหนู​ได้ยังไง ​เขาอยาก​จะขอบคุณ​ที่เคยช่วยเหลือ​เขา ​ถ้า​จะโกรธเรื่อง​นี้ก็เลิกโกรธ​ได้แล้ว​ ผมยืนยัน​ได้ว่า​เขาพยายาม​จะมาขอบคุณคุณหนูจริงๆ​ ​แต่คุณหนูไม่​ได้อยู่​ให้​เขามีโอกาส​ได้ขอบคุณเองนี่นา"

คราวนี้​ทั้งคริส​และทิพย์สุรางค์ต่างก็ตีหน้าเก้อ​ไปตามๆ​กัน อึ้ง​ไปด้วยกันครู่หนึ่ง​ชายหนุ่มก็กล่าวว่า "ไม่​เป็นไรครับ​ ​ถ้างั้นวันนี้ผมขออนุญาตขอบคุณคุณทิพย์สุรางค์เสียเลย​ สำหรับ​ความกรุณาทุกอย่างของเธอต่อผม ถึง​แม้ตอนนั้น​ผม​จะ​เป็นเพียงคนพเนจรไร้อดีต ไม่มีหัวนอนปลายเท้า ​แต่เธอก็ยังให้​ความเมตตาผม​โดยไม่ถือเนื้อถือตัวเลย​" แล้ว​​เขาก็จ้องมองทิพย์สุรางค์ตรงๆ​​เมื่อพูดต่อว่า "ขอบคุณมากครับ​ คุณทิพย์สุรางค์"

เสียงของ​เขาสุภาพตามปกติก็จริง ​แต่แววตาของ​เขาดุ​และสีหน้ามีรอยยิ้มนิดๆ​​ที่ไม่มี​ใครเข้าใจ​ความหมายของมัน ยกเว้นทิพย์สุรางค์​ที่คิดว่าเธอเข้าใจว่า​เขาหมาย​ความว่าอย่างไร เลือดเริ่มฉีดขึ้น​หน้าจนแก้มของเธอแดงระเรื่อขึ้น​มาทันทีด้วย​ความโกรธ หญิงสาวรู้สึกอึดอัดอยาก​จะออก​ไปจากห้องนั้น​เต็มที ​แต่ก็กลัวว่า​จะส่อพิรุธให้คนอื่นเห็น ในขณะ​ที่วุฒิเลิศ​และภรรยาลอบสบตากันอย่างเริ่มคลางแคลงใจ ​แต่โชคดี​ที่สาทิต​ซึ่งไม่รู้อิโหน่อิเหน่อะไร​​กับเรื่อง​​ที่​กำลังพ ูดกันอยู่​ เปลี่ยน​ไปพูดถึงปัญหาเศรษฐกิจ​ที่​กำลังวิกฤติ ​ซึ่งสาเหตุหนึ่ง​มาจากราคาน้ำมันในตลาดโลก ​ที่ถีบตัวสูงขึ้น​เรื่อยๆ​​โดยไม่มีทีท่าว่า​จะหยุดยั้ง ทำให้ทุกคนเปลี่ยน​ไปพูดคุยกันในเรื่อง​ดังกล่าว

แล้ว​ใน​ที่สุดการเลี้ยงก็เลิกรา ประสพชัย​และคริส​เป็นคู่แรก​ที่ขอตัวกลับก่อน​เมื่อเวลาประมาณยี่สิบสี่นาฬิกา นายแพทย์หนุ่มใหญ่อาสา​จะ​ไปส่งคริสถึงบ้าน หลังจากสอบถามแล้ว​รู้ว่า​เขา​จะไม่กลับ​ไป​ที่หน่วยงาน ​แต่​จะกลับบ้านมารดาของ​เขา​ซึ่งอยู่​แถวถนนสาทร ถึง​แม้ชายหนุ่ม​จะเกรงใจ​และขอต่อแท็กซี่​ไปเองก็ตาม

​ระหว่างนั่งรถ​ไปด้วยกัน คริส​ซึ่งยังไม่ลืมภาพบาดตา​ที่บ้านของวุฒิเลิศ ถามประสพชัยว่า "คุณหนู​กับคุณชาคริต อยู่​บ้านเดียว​กับคุณวุฒิเลิศหรือครับ​?"

ประสพชัย​ซึ่ง​กำลังขับรถค่อนข้างเร็ว ผ่อนคันเร่งลง เหลียวมามองอีกฝ่ายด้วยท่าทางงงๆ​ "ว่าไงนะ? " ​เขาถามย้ำเหมือนไม่เข้าใจคำถาม ​แต่แล้ว​ก็ตอบว่า "คุณหนูน่ะอยู่​​กับเจ้าวุฒิ ​ส่วนชาคริตก็อยู่​บ้าน​เขาสิ ทำไมคุณถามยังงั้นล่ะ?"
คริสกลับ​เป็นฝ่ายงงบ้าง "ผมเข้าใจว่าคน​ที่​แต่งงานกันแล้ว​ก็น่า​จะอยู่​ด้วยกัน ไม่ใช่หรือครับ​?"

คราวนี้ประสพชัยถึง​กับเหยียบเบรคหยุดรถเลย​ ​เพราะขณะนั้น​รถวิ่งอยู่​บนเลนซ้ายสุด​และถนนในยามดึกมีรถวิ่งจำนวนน้อย "คุณหมาย​ความว่าไง ​ใคร​กับ​ใคร​แต่งงานกัน? หรือคุณคิดว่าคุณหนู​กับชาคริต...​" แล้ว​​เขาก็ทำหน้าว่าเข้าใจ "อ๋อ..คุณคงคิดว่า​เขาสองคน​แต่งงานกันแล้ว​ เปล่าหรอก..ยังไม่​ได้​แต่ง คุณหนูเธอคงไม่​แต่ง​กับ​ใครง่ายๆ​หรอก ชาคริตน่ะมันชอบคุณหนูมานานแล้ว​ละ เจ้าวุฒิมันก็ไม่รังเกียจ​ถ้า​จะมา​เป็นน้องเขย ​แต่คุณหนูน่ะดูยาก เธอวางตัวเฉยๆ​​กับเจ้าหนุ่มทุกคนแหละ​ ไม่​ได้มี​แต่ชาคริตคนเดียวหรอกนะ ​ที่เทียว​ไปเทียวมาบ้านเจ้าวุฒิน่ะ"

ประสพชัยร่ายยาวแล้ว​ขับรถต่อ​ไปเรื่อยๆ​ ไม่รู้หรอกว่าใจของคริสเต้นรัว รู้สึกราว​กับว่าหัวใจ​ที่ถูกกระชากออกจากอกตกลง​ไป​ที่พื้น กลับคืนเข้ามาใน​ที่ในทางของมันอีกครั้งหนึ่ง​ ชายหนุ่มดีใจ​ที่รู้​ความจริงว่าทิพย์สุรางค์ยังไม่​ได้​แต่งงาน​กับ​ใคร ​แต่แล้ว​ก็ถามตัวเองว่าแล้ว​ทำไมเธอจึงบอก​เขาว่าเธอ​แต่งงานแล้ว​ เธอมีเหตุผลอะไร​ ? เธอหลอก​เขางั้นหรือ? งั้นเรื่อง​ลูกล่ะ เธอพูด​ความจริงหรือเปล่า ? ​ถ้าจริงแล้ว​ตอนนี้เธอ​เอา​เขา​ไปไว้​ที่ไหน ?

​ถ้าประมวล​เอาเองจาก​ที่เธอเล่าในวันสุดท้าย​ที่พบกัน ก็หมาย​ความว่าเธอคลอดลูก​ที่อเมริกา แล้ว​เธอทำอย่างไร​กับเด็ก​ที่คลอดออกมา หรือว่า...​หรือว่า...​เธอยก​เขาให้​ใคร​ไปแล้ว​? ชายหนุ่มใจหายวูบทีเดียว​เมื่อนึกมาถึงตรงนี้ ​เขารู้ว่าในสหรัฐฯการยกเด็กให้ครอบครัวอื่นนำ​ไปอุปการะเลี้ยงดู ทำ​ได้ไม่ยาก หรือเธอยกลูกของ​เขาให้คนอื่น​ไปแล้ว​ แล้ว​ก็กลับมาทำตัว​เป็นสาวใหม่​ที่เมืองไทยนี่?

ทันใดนั้น​คริสก็นึกขึ้น​มา​ได้ถึงเด็กตัวเล็กๆ​ ​ที่พี่เลี้ยงหรือคนรับ​ใช้​กำลังป้อนข้าวให้บนชิงช้า ​ที่​เขาเห็นไกลๆ​ตอน​ที่​กำลัง​จะเดินขึ้น​​ไปบนตึก ​เขาตัดสินใจถามประสพชัย ​ทั้งๆ​​ที่คิดว่านายแพทย์หนุ่มใหญ่อาจ​จะสงสัย​ความสนใจของ​เขาต่อครอบครัวของวุฒิเลิศ

"คุณวุฒิเลิศ​กับคุณสิริมามีลูกไหมครับ​?"
ประสพชัยชะงักกึก ถามอย่างตะกุกตะกักคล้าย​จะถ่วงเวลาว่า "เอ้อ คุณถามทำไมหรือ?"
ท่าทางอึดอัดของประสพชัยทำให้ชายหนุ่มเริ่มรู้สึกว่า​ ​เขาเข้าใกล้​ความจริงเข้า​ไปแล้ว​ "ผมบังเอิญเห็นเด็กตัวเล็กๆ​คนหนึ่ง​​ที่บ้านนั้น​ คิดว่าอาจ​จะ​เป็นลูกของคุณวุฒิเลิศ ก็เลย​ถามดูเท่านั้น​เอง"
นายแพทย์หนุ่มทำท่าตกใจ​ที่ไม่รอดพ้นจากสายตาของคริส ​เขาอ้อมแอ้มอธิบายว่า "สองคนนั่น​เขา​แต่งงานกันหลายปีแล้ว​​แต่ยังไม่มีลูก เห็นว่าตอนนี้รับอุปการะหลาน​ที่​เป็นลูกของญาติห่างๆ​คนหนึ่ง​​เอาไว้ ​กำลังทำเรื่อง​ขอ​เป็นลูกบุญธรรมอยู่​ สงสัย​จะ​เป็นเด็กคน​ที่คุณเห็นนั่นแหละ​"

ใจของคริสเต้นรัวราว​กับตีกลอง​เมื่อเห็นท่าทางมีพิรุธของประสพชัย ​เป็น​ไป​ได้สูงทีเดียว​ที่หลังจากคลอดลูก​ที่อเมริกา ทิพย์สุรางค์ส่งลูกของเธอมาให้พี่ชาย​กับพี่สะใภ้เลี้ยงดู ​และคงตัดสินใจ​จะยก​เขาให้​เป็นลูกบุญธรรมของคน​ทั้งสองต่อ​ไป ​ถ้า​เป็นอย่างนั้น​จริงเด็กตัวเล็กๆ​อายุประมาณขวบกว่าๆ​​ที่​เขาเห็นวันนี้ก็​เป็นลูกของ​เขาน่ะสิ ตอนนี้คริสรู้สึกสับสนวุ่นวายใจมาก ​ความรู้สึกของ​เขาปะปนยุ่งเหยิงกัน​ไปหมด ​ทั้งตื่นเต้นดีใจ แค้นใจ​และแน่นอน...​โกรธ โกรธ​ใคร? ​จะมี​ใครเสียอีกล่ะ ก็ผู้หญิงแสนสวยแสนใจร้ายคนนั้น​นั่นแหละ​ แล้ว​นี่​เขา​จะทำอย่างไรต่อ​ไป?!!

 

F a c t   C a r d
Article ID S-3331 Article's Rate 44 votes
ชื่อเรื่อง เวลาที่หายไป --Series
ชื่อตอน หนีไม่พ้น --อ่านตอนอื่นที่ตีพิมพ์แล้ว คลิก!
ผู้แต่ง ดอยสะเก็ด
ตีพิมพ์เมื่อ ๑๒ มกราคม ๒๕๕๕
ตีพิมพ์ในคอลัมน์ เรื่องยาว ซีรีส์
จำนวนผู้เปิดอ่าน ๒๒๓ ครั้ง
จำนวนความเห็น ๓ ความเห็น
จำนวนดอกไม้รวม ๒๑๓
| | | |
เชิญโหวตให้เรตติ้งดอกไม้แก่ข้อเขียนนี้  
R e a d e r ' s   C o m m e n t
ความเห็นที่ ๑ : นาม อิสรา [C-17859 ], [110.49.193.231]
เมื่อวันที่ : ๐๕ พ.ย. ๒๕๕๓, ๑๖.๕๐ น.

ถึง​​จะอ่านซ้ำ​​เป็นรอบ​​ที่ 2 ก็รู้สึกว่า​​ลีลาการบรรยาย​​และเดินเรื่อง​​ก็ยังจับใจอยู่​​เหมือนเดิม ยิ่งผ่านการขัดเกลามาอย่างดีแล้ว​​อย่างนี้ ก็ยิ่งสดใสวาววับหารอยตำหนิไม่เจอเลย​​

ขอให้​​ได้รับการตีพิมพ์ในวันข้างหน้าด้วยนะครับ​​

แจ้งลบข้อความ


ความเห็นที่ ๒ : Rotjana Geneva [C-17861 ], [85.3.181.5]
เมื่อวันที่ : ๐๕ พ.ย. ๒๕๕๓, ๒๑.๑๓ น.

รจนากลับมาจากวอชิงตันแล้ว​​ค่ะ​​

เข้ามาลุ้นระทึกกันต่อ​​ไปว่า รัก​​ที่หาย​​ไป​​กับเวลานี้​​จะวุ่นวายแค่ไหน

เห็นด้วย​​กับคุณนามค่ะ​​ ว่า คุณดอยฯยิ่งเขียน​​ไปก็ยิ่งดีขึ้น​​เรื่อย ๆ​​

ทักทายเท่านี้ก่อนนะคะ​​ ตอนนี้ยังมึน ๆ​​ ​​กับการเปลี่ยนเวลาอยู่​​ค่ะ​​

แจ้งลบข้อความ


ความเห็นที่ ๓ : Rotjana Geneva [C-17873 ], [85.3.117.1]
เมื่อวันที่ : ๐๙ พ.ย. ๒๕๕๓, ๑๕.๑๒ น.

สวัสดีค่ะ​​ คุณดอยฯ สบายดีหรือเปล่าคะ​​ เห็นเงียบ​​ไป รจนาก็ป่วยกลับมาจากวอชิงตันเหมือนกัน ​​เป็นหวัดค่ะ​​ แล้ว​​ก็ตรากตรำงานมาก​​ไปหน่อย​​ เลย​​พับค่ะ​​

ยังคิดถึงอยู่​​เหมือนเดิมนะคะ​​ ​​จะรออ่านตอนต่อ​​ไปค่ะ​​

แจ้งลบข้อความ


สั่งให้ระบบส่งเมลแจ้งการเพิ่มเติมความเห็น
 ศาลานกน้อย พร้อมบริการเสมอ และยินดีรับฟังข้อเสนอแนะจากทุกท่าน  ติดต่อเว็บมาสเตอร์ได้ทางคอลัมน์ คุยกับลุงเปี๊ยก หรือทางอีเมลได้ที่ uncle-piak@noknoi.com  พัฒนาระบบ : ธีรพงษ์ สุทธิวราภิรักษ์  โลโกนกน้อย : สุชา สนิทวงศ์  ภาพดอกไม้ในนกแชท : ณัฐพร บุญประภา  ลิขสิทธิ์งานเขียนในนิตยสารรายสะดวก เป็นของผู้เขียนเรื่องนั้น  ข้อความที่โพสบนเว็บไซต์แห่งนี้ เป็นความคิดเห็นส่วนตัวของผู้โพสทั้งสิ้น