นิตยสารรายสะดวก  Fiction  ๑๒ มกราคม ๒๕๕๕
เวลาที่หายไป #36
ดอยสะเก็ด
...คืนนั้น​..บนเครื่องบิน​ที่มุ่งหน้า​ไปประเทศไทย ทิพย์สุรางค์นอนไม่หลับตลอดทาง มองเห็น​แต่สีหน้าแววตา​ที่เจ็บปวดร้าวราน​และสิ้นหวังของคริส ​แม้​จะใจแข็ง​และ...

ตอน : กรรมที่เกือบจะก่อ

คืนนั้น​..บนเครื่องบิน​ที่มุ่งหน้า​ไปประเทศไทย ทิพย์สุรางค์นอนไม่หลับตลอดทาง มองเห็น​แต่สีหน้าแววตา​ที่เจ็บปวดร้าวราน​และสิ้นหวังของคริส ​แม้​จะใจแข็ง​และอยากเห็น​ความทุกข์ทรมานของ​เขามากเพียงไรยาม​ที่​ได้ฟังเรื่อง​ราวจากปากเธอ ​และ​แม้​จะ​ได้วาดภาพ​ความเจ็บปวดของ​เขาอย่างสาสมใจ ​เอาไว้ล่วงหน้าหลายต่อหลายครั้งในช่วง​ที่ผ่านมา ​แต่หญิงสาวก็ไม่​ได้คาดคิดว่า​ความเจ็บปวดแทบใจสลายของ​เขา ​ที่แสดง ออกมาทางสีหน้า วาจา​และท่าทาง​จะมากมาย​ถึงเพียงนั้น​ ​เขาทำท่าราว​กับถูกกระสุนปืน​ที่ยิงจากมือเธอแล่นทะลุเข้า​ไป​ที่กลางหัวใจ มันแทบ​จะทำให้ทิพย์สุรางค์ยกเลิกแผนการขั้นต่อ​ไป​ที่วาง​เอาไว้แล้ว​

ท่าทาง​เขาราว​กับ​จะช็อค​เมื่อรู้ว่ามีลูก ตอนนี้​เขาคง​จะเกลียดเธอมาก​ที่กีดกันไม่ให้​เขาพบลูก เธอไม่รู้ว่า​เขาคิดอย่างไร​กับเธอ ​แต่สำหรับเธอ...​ตลอดเวลา​ที่ผ่านมาเธอพร่ำบอกตัวเองเสมอว่าเธอไม่เคยรัก​เขา​และไม่มีวัน​ที่​จะรัก เธอพลาด​ไป​เพราะ​ความอ่อนต่อโลก​และสถานการณ์​ที่พา​ไป ​แต่​ความซื่อสัตย์ต่อ​ความรู้สึกของตัวเองถามเธอว่า เธอไม่เคยนึกพอใจชายหนุ่มแสนสุภาพผู้คอยระแวดระวังดูแล​ความปลอดภัยให้เธอ เคยช่วยชีวิตเธอให้พ้นจากอันตรายมาแล้ว​หลายครั้งหลายคราบ้างเลย​หรือ? ชายผู้​ที่ดูเหมือนคนไม่มีหัวนอนปลายเท้า มีชาติกำเนิด​ที่ต่ำต้อยกว่าเธอคนนั้น​

ก็เธอเองมิใช่หรือ​ที่คอยติดตามถามไถ่เด็กชายกร ถึง​ความเคลื่อนไหวต่างๆ​ของ​เขาด้วย​ความสนใจ ไม่ใช่เธอหรอกหรือ​ที่มองเห็นอะไร​หลายอย่างในตัว​เขา​ที่ทำให้แปลกใจ​และสงสัย ​ความสงสัยเหล่านี้มิใช่หรือ​ที่ทำให้เธอ​ต้องพาตัวเข้า​ไปใกล้ชิด​เขา ​เพื่อค้นหา​ความจริงหรือตัวตนจริงๆ​ของ​เขา​ที่เธอเคยแอบหวัง ว่าชาย​ที่มีบุคลิกโดดเด่น​แม้ขณะอยู่​ในเครื่อง​แต่งกายมอซอ มีทักษะหลากหลาย​ที่น่าทึ่ง มีกิริยามารยาท​ที่ชวนให้สงสัยถึงพื้นฐาน​ที่แท้จริงของ​เขา ว่าน่า​จะ​เป็น​ใครสักคนหนึ่ง​​ที่ไม่​ได้ด้อย​ไปกว่าเธอ ตอนนี้​เมื่อ​ความจริงปรากฏออกมาแล้ว​ว่าฐานะ ชาติตระกูล​และสถานภาพทางสังคมของ​เขา​เป็น​ไปอย่าง​ที่เคยแอบหวัง ​แต่ทำไมเธอจึงไม่ดีใจ ทำไมเธอจึง​ต้องทำ​กับ​เขาแบบนั้น​?

ก็ยายคุณลักษณานั่นไง​ที่มากระตุ้นไฟแค้น​ที่เธอคิดว่ามอดดับ​ไปแล้ว​ ให้ลุกโชนขึ้น​มาใหม่จน​ต้องลงมือทำเรื่อง​นั้น​ขึ้น​มา เอ๊ะ..หรือนั่น​เป็นเพียงข้ออ้าง​ที่เธอบอกตัวเอง​และเจนนิเฟอร์ ​ถ้าอย่างนั้น​​เป็น​เพราะอะไร​ หรือ​ที่เธอทำลง​ไปก็​เพราะริษยา​ความสุขของหญิงชายคู่นั้น​ เธอรู้สึก​ทั้งบาดตา​และบาดใจไม่ใช่หรือ ตอน​ที่เห็นผู้ชายคนนั้น​บรรจงสวมแหวนเพชรเม็ดงาม ลงบนนิ้วนางข้างซ้ายของผู้หญิงแสนสวยคนนั้น​ แล้ว​จุมพิตเจ้าหล่อนอย่างอ่อนโยนทะนุถนอม ต่อหน้าสักขีพยานเต็มห้อง​ซึ่งรวมเธออยู่​ด้วย ​เมื่อคิดมาถึงตรงนี้ทิพย์สุรางค์ก็หน้าชาด้วย​ความละอายใจ ​แต่ก็ไม่อาจปฏิเสธ​ได้ว่า​ความรู้สึกบาดใจในตอนนั้น​ ผุดพลุ่งขึ้น​มา​โดยไม่รู้ตัว​และบังคับไม่​ได้ ​เพราะอย่างน้อย..​เขาก็บังเอิญ​เป็นพ่อของลูกเธอ!!

หญิงสาวพยายามสลัด​ความรู้สึก​ส่วนตัวนั้น​ออก​ไป บอกตัวเองว่า​ที่เธอทำเรื่อง​​เมื่อวานนี้ลง​ไป​เป็นสิ่ง​ที่ถูก​ต้องเหมาะสมแล้ว​ เธอเคยเชื่อเรื่อง​กฏแห่งกรรมมาแล้ว​ตอน​ที่คิดอโหสิกรรมให้​เขา ตอนนี้ก็ถึงเวลาแล้ว​​ที่​เขา​และคน​ที่เกี่ยวข้อง​กับ​เขา ​ต้อง​ได้รับผลของกรรม​ที่ทำ​กับเธอไว้เหมือนกัน ก็​เพราะ​เขาไม่ใช่หรือ​ที่​เป็นต้นเหตุทำให้เธอ​ต้องทุกข์ทรมาน อับอายขายหน้าจนแทบ​จะฆ่าตัวตายหนีอาย​ไปเสีย แล้ว​ทิพย์สุรางค์ก็หวนคิดย้อน​ไป ถึงช่วงเวลาแห่ง​ความทุกข์ทรมาน​และอัปยศอดสูนั้น​


​เมื่อรู้ตัวว่าตั้งครรภ์ทิพย์สุรางค์ก็แทบคลั่ง ​ทั้งตกใจหวาดกลัว​และเสียใจ หลังจากมาอยู่​​กับเจนนิเฟอร์​ได้ไม่นานเธอก็เริ่มรู้สึกถึง​ความผิดปกติในร่างกาย เธอกินอาหาร​ได้มากขึ้น​ อ่อนเพลียง่วงนอนอยู่​บ่อยๆ​​แม้ในตอนกลางวัน​ที่ตามปกติเธอไม่เคยนอน ​แต่เธอก็กลับนอน​ได้นอนดี บางครั้งก็เวียนหัวคลื่นไส้​โดยไม่มีสาเหตุ แล้ว​เธอก็คิดขึ้น​มา​ได้ว่าประจำเดือนของเธอ​ที่เคยมาอย่างสม่ำเสมอทุกยี่สิบแปดวัน ขาดหาย​ไปนับตั้งแต่คืนนั้น​ นี่ก็ล่วงเลย​มาหลายเดือนแล้ว​ ตอนแรกเธอคิดว่า​ความเครียด​กับเรื่อง​น่าอดสู​ที่เกิดขึ้น​ในคืนนั้น​ ซ้ำเติมด้วยการเสียชีวิตอย่างกระทันหันของบิดา อาจ​เป็นสาเหตุ​ที่ทำให้มันคลาดเคลื่อน​ไป ​แต่​เมื่อรอแล้ว​รอเล่ามันก็ยังเงียบหายเธอก็ปรึกษาเจนนิเฟอร์ หญิงสาวผู้นั้น​​ซึ่งรู้เรื่อง​​ทั้งหมด​ที่เกิด​กับเธอ อุตส่าห์​ไปซื้ออุปกรณ์ทดสอบการตั้งครรภ์ด้วยตัวเองมาให้

ทิพย์สุรางค์ทำตามขั้นตอนต่างๆ​​ที่ระบุไว้ ​เมื่อผล​ที่ออกมา​เป็นบวกเธอก็ยังไม่ยอมเชื่อ ร้อนถึงเจนนิเฟอร์​ต้องออก​ไปหาซื้ออุปกรณ์ทดสอบมาให้ใหม่อีกสองสามกล่อง ผลลัพธ์ออกมาเหมือนกันทุกครั้งยืนยันว่าเธอตั้งครรภ์ ​เมื่อเห็นสายตา​ที่ตื่นตระหนกไม่เชื่อถือของ​เพื่อนรัก เจนนิเฟอร์ก็รอดูอีกเกือบสัปดาห์จึงพาเธอ​ไปพบแพทย์หญิงคนหนึ่ง​​ที่รู้จักคุ้นเคยกันดี ให้ตรวจสอบอย่างละเอียด ผล​ที่ออกมาก็เหมือนเดิม​คือทิพย์สุรางค์ตั้งครรภ์​ได้สามเดือนกว่าแล้ว​

ทันที​ที่กลับถึงอพาร์ตเมนท์ทิพย์สุรางค์​ซึ่งนั่งอดกลั้นมาตลอดทาง​ระหว่าง​ที่อยู่​ในรถก็ กรีดร้องออกมาเต็มเสียง แล้ว​ต่อด้วยการร้องไห้คร่ำครวญอย่างหนัก รู้สึกเหมือนโลก​ทั้งใบถล่มลงมาบนหัว นี่เธอ​จะทำอย่างไรต่อ​ไป? ​ที่ผ่านมาทิพย์สุรางค์ไม่เคยนึกถึง​ความ​เป็น​ไป​ได้ของเรื่อง​นี้เลย​ เธอเฝ้า​แต่ทำใจให้ลืมเรื่อง​​ที่เกิดขึ้น​ ให้คิดเสียว่า​เป็นฝันร้าย​ที่เกิดขึ้น​ในคืนหนึ่ง​เท่านั้น​ เธอ​จะลืมมันเสียให้หมดแล้ว​เริ่มต้นชีวิตใหม่​ที่ปราศจากอดีต​ที่เ ลวร้าย เธอคิดว่า​กำลัง​จะทำใจยอมรับมัน​ได้แล้ว​ทีเดียว ​แต่แล้ว​สิ่ง​ที่เลวร้ายยิ่งกว่า​กำลังเกิดขึ้น​ มัน​จะทำลายชีวิตของเธอให้ย่อยยับ

ทิพย์สุรางค์ ธนากุล​จะท้องไม่มีพ่อ​ได้อย่างไร? พี่ชายของเธอ​จะรู้สึกอย่างไร​เมื่อรู้เรื่อง​นี้ แล้ว​หญิงสาวก็ตั้งคำถาม​กับตัวเองว่าเธอพลาดพลั้ง​ไปเพียงแค่ครั้งเดียวทำไมจึงตั้งครรภ์ ​เพราะเท่า​ที่เคย​ได้ยินมา ผู้หญิงบางคนมีเพศสัมพันธ์​กับคนรักไม่รู้กี่ครั้งต่อกี่ครั้ง​โดยไม่​ได้ป้องกัน ​แต่ก็ไม่ตั้งครรภ์ โชคชะตาเล่นตลกกลั่นแกล้งเธอใช่ไหม? สองวันหลังจากนั้น​ทิพย์สุรางค์ก็บอกเจนนิเฟอร์ว่าเธอ​ต้องการ​จะทำแท้งเด็กในครรภ์

​เพื่อนของเธอทำหน้าตกใจ มองเธออย่าง​จะค้นหาว่าเธอพูดจริงหรือเปล่า "เธอ​ต้องการแบบนั้น​หรือ ทิปปี้? แน่ใจแล้ว​หรือ?"

ทิพย์สุรางค์​ซึ่ง​กำลังอารมณ์พลุ่งพล่านอยู่​​กับการพยายามหาทางออก แทบ​จะร้องกรี้ดออกมา​กับคำถามนั้น​ "ฉันแน่ใจ ! ฉันไม่​ต้องการเด็กคนนี้ ฉันเกลียดพ่อมัน! ​ได้ยินไหม ฉันเกลียดมัน​ทั้งสองคนเลย​ !" เธอส่งเสียงดังจนอีกฝ่ายตกใจ กลัวคน​ที่พักอาศัยอยู่​ในห้องติดกัน​จะ​ได้ยิน

"ทิปปี้ ใจเย็นๆ​ก่อน" เจนนิเฟอร์เข้า​ไปกอดร่าง​ที่สั่นสะท้านจากแรงอารมณ์ของทิพย์สุรางค์อย่างสงสาร "​ถ้าเธออยาก​จะทำจริงๆ​ ฉันก็ไม่ห้ามเธอหรอก ฉันเพียงอยากให้เธอคิดให้รอบคอบเสียก่อน การทำแท้งในอเมริกาไม่ใช่เรื่อง​ยาก บางรัฐยังอนุญาตให้ทำ​ได้​โดยไม่ผิดกฏหมายเสียด้วยซ้ำ ​แต่ ทิปปี้...​ฟังนะ การทำแท้งมีอันตรายมาก ผู้หญิง​ที่ทำแท้งบางคนไม่​สามารถ​จะมีลูกใหม่​ได้อีกเลย​ ​ต้องตัดมดลูกทิ้ง ​เพราะติดเชื้อจากการทำแท้ง​ที่ไม่สะอาดพอ"

ทิพย์สุรางค์​ที่​กำลังเครียดจนแทบคลั่ง ร้องขัดขึ้น​มาว่า "นั่นอาจ​จะ​เป็นฝีมือของหมอเถื่อนราคาถูก ​แต่ฉันมีเงิน เธอก็รู้ว่าฉันมีเงินตั้งเท่าไหร่ในธนาคารของพ่อเธอนั่นแหละ​ ฉัน​จะหาหมอเก่งๆ​ ​จะแพงเท่าไหร่ก็ไม่เกี่ยง"

เจนนิเฟอร์น้ำตาคลอ มองอาการของ​เพื่อนรักอย่าง​เป็นห่วง ทิพย์สุรางค์เพิ่งเสียบิดา​ไป​ได้ไม่นาน ตอนนี้ก็​ต้องมาเผชิญ​กับเรื่อง​ร้ายแรงสำหรับผู้หญิงอีก ​โดยเฉพาะผู้หญิงแบบทิพย์สุรางค์

"​เอางี้ก็แล้ว​กันนะ ทิปปี้ ขอให้เธอคิดทบทวนให้ดีสักสองสามวัน ​ถ้าหลังจากนั้น​ เธอยังยืนยันอยาก​จะทำแท้งอีก ฉัน​จะถาม​เพื่อน​ที่รู้ว่าเคยทำแท้ง​กับหมอเก่งๆ​ ขอชื่อ​และ​ที่อยู่​มาให้เธอ แล้ว​เธอก็​ไปจัดการเสีย ฉัน​จะ​ไป​เป็น​เพื่อนเธอเอง ตกลงไหม?"

​ระหว่างสองสามวัน​ที่ตกลงกันไว้เจนนิเฟอร์กลับ​ไปพบแพทย์หญิงคนเดิม หลังการพูดคุยกันพักใหญ่เธอก็กลับออกมา​พร้อมด้วยหมายเลขโทรศัพท์ของสถาน​ที่แห่งหนึ่ง​ ​ที่​ซึ่งหลังจากนั้น​หญิงสาวโทรศัพท์​ไปพูดคุยรายละเอียดบางอย่าง รวม​ทั้งนัดหมาย​กับผู้หญิงคนหนึ่ง​

เช้า​วัน​ที่สามของข้อตกลง​ซึ่ง​เป็นวันหยุดของเจนนิเฟอร์ เธอปลุก​เพื่อนสาวตั้งแต่เช้า​ให้ลุกขึ้น​​แต่งตัวออก​ไปด้วยกัน ทิพย์สุรางค์​ซึ่งตื่นก่อนหน้านั้น​นานแล้ว​​แต่ยังไม่ยอมลุกจากเตียง ถามว่า "​จะ​ไปไหน? ฉันไม่​ไปหรอกนะ ไม่อยากทำอะไร​​ทั้งนั้น​" เธอยืนกราน แล้ว​พอนึกขึ้น​​ได้ก็รีบลุกขึ้น​นั่ง "วันนี้ครบสามวัน​ที่เธอขอฉันไว้ ฉันตัดสินใจแล้ว​ว่า​จะ...​"

พูดยังไม่ทันจบประโยคเจนนิเฟอร์ก็ดึงแขนเธอให้ลุกขึ้น​จากเตียง "​ไป​แต่งตัวก่อน ค่อยบอกฉันในรถว่าเธอตัดสินใจยังไง"

ทิพย์สุรางค์มองตามหลัง​เพื่อน​ที่รีบเดินจาก​ไปอย่างรวดเร็วอย่างไม่เข้าใจ ​แต่ใน​ที่สุด..เธอก็จำใจ​ต้องลุกขึ้น​​แต่งตัว นั่งรถออก​ไป​กับเจนนิเฟอร์​โดยไม่รู้ว่า​จะถูกพา​ไปไหน

"ขอร้องนะ ทิปปี้ อย่าเพิ่งบอกอะไร​ฉัน ขอให้​ไป​ที่แห่งหนึ่ง​​กับฉันก่อน ​ไปคุย​กับ​ใครบางคน หลังจาก​ที่เธอคุย​กับ​เขา​และดูอะไร​ๆ​​ที่นั่นเรียบร้อย​แล้ว​ ค่อยบอกฉันว่าเธอตัดสินใจยังไง" เจนนิเฟอร์รีบขอร้อง​เอาไว้ก่อน

ทิพย์สุรางค์มองหน้า​เพื่อนอย่างเบื่อๆ​ ตอนนี้เธอรู้สึกเบื่อโลก​เป็นอย่างมาก บางครั้งนึกอยากฆ่าตัวตายให้พ้นๆ​​ไปจาก​ความทุกข์​ที่โหมประดังเข้ามา​โดยไม่มีทางออกให้ ไม่แน่นะ​ถ้าไม่มีเจนนิเฟอร์อยู่​เคียงข้าง ​เอาใจใส่ดูแลอย่างใกล้ชิดราว​กับ​เป็นมารดา เธออาจ​จะคิดสั้น​ไปแล้ว​ก็​ได้

หลังจากขับรถกัน​ไปประมาณสองชั่วโมง ใน​ที่สุดเจนนิเฟอร์ก็พารถเลี้ยวผ่านเข้า​ไปในประตูบานใหญ่​ที่เปิดกว้างอยู่​ แล่น​ไปตามถนนแคบๆ​ ผ่านตึกเล็กๆ​สองสามตึก​ไปจนถึงตึกหลังใหญ่ แล้ว​ขับเลย​เข้า​ไปจอดในลานจอดรถ​ที่อยู่​ใกล้ๆ​ ​ซึ่งมีรถจอดอยู่​แล้ว​ห้าหกคัน

ทิพย์สุรางค์เหลียวมอง​ไปรอบๆ​ เห็นสนามหญ้ากว้างใหญ่​ที่มีดอกไม้หลากสีหลายพันธ์ปลูกอยู่​​เป็นกลุ่มๆ​ มีต้นโอ๊ค​และต้นมะฮอกกานีปลูกอยู่​​เป็นแถว​เป็นแนวถัดออก​ไป อีกด้านหนึ่ง​มีสระว่ายน้ำกว้างใหญ่น้ำสีฟ้าใสแจ๋ว ถัดจากสระนี้​เป็นสวนกุหลาบออกดอกดารดาษ เก้าอี้สนามหลายตัวตั้งกระจัดกระจายอยู่​ตามสุมทุมพุ่มไม้​และริมสนามเขียวขจี ทั่วบริเวณดูร่มรื่นสบายตา

"นี่มัน​ที่ไหนน่ะ เจนนี่? พาฉันมา​ที่นี่ทำไม ? " เธอถามอย่างสงสัย
"ลงมาก่อนเถอะ ทิปปี้" เจนนิเฟอร์เปิดประตูรถให้ทิพย์สุรางค์ลง ​แต่หญิงสาวคนนั้น​ยังนั่งเฉย
"ไม่​เอาละ ฉันรออยู่​ในรถดีกว่า เธอมีธุระ​จะ​ไปคุย​กับ​ใครก็​ไปเถอะ ฉันรอ​ได้" ทิพย์สุรางค์ยืนกราน
"ลงมาก่อนน่า ฉันอยากให้เธอคุย​กับ​ใครบางคน ​เขา​กำลังรอเธออยู่​นะ ฉันนัด​เขาให้เธอแล้ว​"

ทิพย์สุรางค์ชักหงุดหงิด ผลักมือของเจนนิเฟอร์​ที่พยายาม​จะดึงแขนเธอให้ลุกออกจากรถ พูดเสียงแข็งอย่างไม่พอใจว่า "นี่ เจนนี่ เลิกยุ่ง​กับฉันเสียที ฉันไม่อยากพบอยากเจอพูดคุย​กับ​ใคร​ทั้งนั้น​ ฉันเบื่อรู้ไหม เบื่อมาก" แล้ว​หญิงสาวก็ทำท่าเหมือน​จะร้องไห้

ขณะ​ที่เจนนิเฟอร์​กำลังจนปัญญา ไม่รู้​จะทำให้ทิพย์สุรางค์ยอมลงจากรถ​ได้อย่างไร ผู้หญิงอเมริกันผิวดำอายุประมาณห้าสิบปี​แต่งกายภูมิฐาน ก็เดินลงจากตึกเข้ามา​ที่รถ ถามเจนนิเฟอร์​ซึ่งยังยืนอยู่​ข้างรถว่า "มีอะไร​ให้ช่วยไหมคะ​? ฉัน​เป็นผู้อำนวยการสถาบันแห่งนี้ ซูซานน์ แพคเกอร์"

เจนนิเฟอร์รู้สึกโล่งอกขึ้น​มาทันที รีบยื่นมือออก​ไปสัมผัสมือ​ที่ยื่นส่งมาให้ แนะนำตัวเองว่า "เจนนิเฟอร์ โฮเวิร์ด ​ที่นัด​กับคุณไว้น่ะค่ะ​" แล้ว​เธอก็ผายมือ​ไป​ที่ทิพย์สุรางค์​ที่นั่งมองอยู่​ในรถ "นี่​คือมิสทิพย์สุรางค์​ที่ฉันอยากให้คุณช่วยคุย​กับเธอหน่อย​ เรียกเธอว่าทิปปี้ก็​ได้ค่ะ​ ทิปปี้จ๊ะ​ นี่คุณซูซานน์ ผู้อำนวยการสถาบันแห่งนี้"

"ฮัลโหล มิสทิปปี้ ดีใจ​ที่คุณมาวันนี้" ซูซานน์ก้มลงพูด​กับทิพย์สุรางค์ "ลงมาเดินเล่นดูอะไร​รอบๆ​ก่อนดีไหมคะ​? ดอกไม้​ที่นี่สวยมาก ข้างหลังตึกนี่ยังมีดอกไม้สวยๆ​อีกแยะ"

ทิพย์สุรางค์ยังทำหน้าเบื่อโลกอยู่​เหมือนเดิม ​แต่ท่าทางฉุนเฉียวตอน​ที่พูด​กับเจนนิเฟอร์หาย​ไป "ขอโทษนะคะ​​ที่เสียมารยาท ​แต่ฉันเบื่อไม่อยากดูอะไร​เลย​" เธอยังยืนกราน ​แต่น้ำเสียงคลาย​ความกระด้างลง​ไปมาก

ซูซานน์ยิ้มให้ทิพย์สุรางค์ด้วยรอยยิ้ม​ที่อ่อนโยน "ฉันคงไม่ขัดใจคุณหรอก ​แต่ท่าทางคุณไม่ค่อยสบายใจนัก ฉันเพียง​แต่อยาก​จะบอกคุณว่าปัญหาทุกอย่างมีทางออกเสมอ ​ถ้าเราพยายามแก้แล้ว​​แต่แก้ไม่​ได้ก็ยังมีคนอีกมากมาย​​ที่อาจ​จะช่วยแก้ให้เรา​ได้ เพียง​แต่เปิดใจเล่าปัญหาให้​เขาฟัง แล้ว​คุณ​จะรู้ว่ามีทางออกหลายทาง​ที่นึกไม่ถึงให้คุณเลือก ​ส่วน​ที่ว่าคุณ​จะทำตามคำแนะนำของ​เขาหรือไม่ ​เป็นสิทธิของคุณคนเดียวเท่านั้น​"

อาจ​จะ​เป็นท่าทาง​ที่​เป็นมิตร คำพูด​ที่อ่อนโยนมีเหตุมีผล​และแววตา​ที่แสดง​ความเห็นใจของซูซานน์ก็​ได้ ​ที่ทำให้ทิพย์สุรางค์ยอมลงจากรถ เดินตามเธอ​และเจนนิเฟอร์เข้า​ไปในตึกใหญ่ ​ที่ชั้นล่างตกแต่งในลักษณะสำนักงาน​และ​ส่วนรับแขก​ที่โอ่โถงโปร่ง สบาย ซูซานน์พาหญิงสาว​ทั้งสองเข้า​ไปในห้องทำงานของเธอ ​ที่อยู่​ลึกเข้า​ไปทางด้านหลัง นั่งลงด้วยกันบนเก้าอี้นวมตัวนุ่มนั่งสบาย​ที่จัดไว้​เป็นชุดตรงมุมหนึ่ง​ของห้อง

เจนนิเฟอร์ถามทิพย์สุรางค์ว่า "ฉันออก​ไปรอข้างนอกดีไหม? เธอ​จะ​ได้คุย​กับคุณซูซานน์​ได้สะดวก​"
"ไม่​ต้องหรอก เจนนี่ อยู่​นี่แหละ​ ฉันอยากให้เธออยู่​ด้วย"

หลังจากพนักงาน​ที่​แต่งเครื่องแบบสีเขียวอ่อน หน้าตายิ้มแย้มแจ่มใส นำกาแฟ​และบิสกิตชิ้นเล็กๆ​เข้ามาเสิร์ฟ ซูซานน์ก็พูด​กับทิพย์สุรางค์​โดยตรงว่า "มิสทิปปี้ คุณคงพอ​จะเดาออกว่าสถาน​ที่แห่งนี้​คืออะไร​ ใช่ไหมคะ​? ​แต่ฉันก็อยากอธิบายเพิ่มเติม​เพื่อ​ที่คุณ​จะ​ได้เข้าใจมากขึ้น​ก่อนตัดสินใจว่า​จะทำอะไร​ต่อ​ไป ​ที่นี่​เป็นสถาบันเอกชน​ที่ให้บริการผู้หญิง​ที่ตั้งครรภ์​โดยไม่​ได้​แต่งงาน"

แล้ว​เธอก็หยิบโบรชัวร์​และเอกสารหลายแผ่น​ที่วางอยู่​บนโต๊ะกลางขึ้น​มาเปิด "มีผู้หญิง​ที่มีปัญหาอยู่​​กับเรา​ที่นี่ตอนนี้ประมาณสิบคน ปัญหา​ที่เราพบหลังจากพูดคุยกัน​คือตั้งครรภ์​โดยไม่​ได้ตั้งใจ​และไม่​ได้​แต่งงาน บางคน​เป็นนักเรียนนักศึกษา หลายคนทำงานแล้ว​ เกือบทุกคนก่อนมา​ที่นี่เคยคิด​จะ​ไปทำแท้งกันมาแล้ว​​ทั้งนั้น​"

​เมื่อเห็นทิพย์สุราง์​ที่ยังมีสีหน้าเคร่งเครียดอยู่​ ฟังเฉยๆ​​โดยไม่พูดไม่ถามอะไร​ เจนนิเฟอร์ก็ถามแทนว่า "​ที่นี่ให้บริการอะไร​มั่งคะ​?"

"เรามีทีมแพทย์คอยดูแลสุขภาพของคุณแม่​และพัฒนาการของเด็กในครรภ์ จิตแพทย์​ที่​จะมาพูดคุย​กับคุณแม่​เป็นครั้งคราวหรือในกรณี​ที่คุณแม่มี​ความเครียด มีห้องคลอด​พร้อมสูติแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ​และกุมารแพทย์ บริการพยาบาล ห้องสมุด ห้องสันทนาการ ห้องออก​กำลังกายหลังคลอด สระว่ายน้ำ​ที่คุณเห็นตอนเดินเข้ามา สวนดอกไม้​และอื่นๆ​อีกหลายอย่าง นอกจากนี้เรายังเก็บข้อมูลของคุณแม่​แต่ละคน​เป็น​ความลับ ​ทั้งตอน​ที่เข้ามารับบริการ​ที่นี่ ​และออกจาก​ที่นี่กลับ​ไป​ใช้ชีวิตตามปกติ" ซูซานน์อธิบายอย่างละเอียด

"​ที่นี่รับดูแลเฉพาะช่วงก่อนคลอดเท่านั้น​หรือคะ​" เจนนิเฟอร์ซัก
"เราให้บริการ​ทั้งก่อนคลอด​และคลอดแล้ว​ไม่เกินสามเดือนค่ะ​ แล้ว​​แต่คนไข้​จะเลือกว่า​ต้องการแบบไหน" แล้ว​เธอก็อธิบายต่อว่า "คุณแม่บางคนพอคลอดแล้ว​สักหนึ่ง​เดือนก็กลับบ้าน ​แต่บางคนมี​ความจำ​เป็นก็อาจ​จะอยู่​ต่อ จนเด็กอายุประมาณสามเดือนถึง​จะ​ไป"

"มีบ้างไหมคะ​​ที่ออกเลย​หลังคลอด?" เจนนิเฟอร์ช่วยซัก

ซูซานน์ชำเลืองดูทิพย์สุรางค์ก่อนให้คำตอบ "มีเหมือนกันค่ะ​ ​แต่​ส่วนมาก​เป็นประเภท​ที่ไม่ประสงค์​จะเลี้ยงดูบุตรต่อ​ไป"
ทิพย์สุรางค์หันมามองเจนนิเฟอร์ เธอมีท่าทางสนใจ​และ​เป็นคนถามว่า "หมาย​ความว่ายังไงคะ​?"
"​คือตอนกรอกใบสมัครเข้ารับบริการ​จะมีคำถามให้กรอกว่า ในกรณี​ที่มีปัญหาครอบครัว​จะ​สามารถนำเด็กกลับ​ไปเลี้ยงดู​ได้หรือไม่ ​ถ้าไม่​ได้​จะทำอย่างไรต่อ​ไป ​ซึ่งเรา​จะมีช่องให้กรอกว่า​จะยกเด็กให้คนอื่นนำ​ไปเลี้ยงดู​เป็นบุตรบุญธรรมหรือไม่" ซูซานน์หยิบแบบฟอร์มมากางออก ชี้ให้หญิงสาว​ทั้งสองดูข้อ​ความ​ที่ว่านั้น​

"​คือเรามีการติดต่อ​กับหน่ายงาน​ทั้งราชการ​และเอกชน ​ที่มีหน้า​ที่จัดหาผู้ปกครองอุปถัมภ์หรือครอบครัวใหม่ให้เด็ก ในกรณี​ที่คุณแม่ไม่​ต้องการหรือมี​ความจำ​เป็น ไม่​สามารถเลี้ยงดูลูก​ได้ ​แต่แน่นอนค่ะ​ ทุกอย่าง​จะ​เป็น​ความลับสุดยอด"

"หมาย​ความว่า​ถ้าไม่​ต้องการเด็กไว้ ​จะ​ต้องแสดง​ความจำนงค์ไว้ในใบสมัครนี่ ตั้งแต่แรกเลย​หรือคะ​?" สาวอเมริกันตั้งคำถาม

"ค่ะ​ ​แต่นั่น​เป็นเจตน์จำนงค์ขั้นต้นเท่านั้น​ค่ะ​ ก่อนถึงกำหนดคลอดหนึ่ง​เดือน เรา​จะมีทีมงาน​ไปคุย​กับคุณแม่อีกครั้งหนึ่ง​​เป็นครั้งสุดท้าย ว่ายัง​ต้องการยกลูกให้คนอื่นเหมือน​ที่เคยแจ้ง​ความประสงค์ไว้หรือเปล่า มีเหตุผลสองข้อ​ที่เรา​ต้องทำแบบนี้ ​คือเรา​ต้องมีเวลาอย่างน้อยหนึ่ง​เดือน ​เพื่อเลือกครอบครัวใหม่​ที่เหมาะสมให้เด็ก ​และอีกข้อ​ที่สำคัญ​คือมีคุณแม่หลายราย ​ที่ตอนแรกแจ้ง​ความจำนงค์​ที่​จะไม่เก็บเด็กไว้ ​แต่​ต่อมาเปลี่ยนใจ เราจึง​ต้องเพิ่มเติมเงื่อนไข ​เพื่อให้โอกาสคุณแม่​ได้มีเวลาตรึกตรองให้รอบคอบ"

ซูซานน์มองหน้าหญิงสาว​ทั้งสองก่อนอธิบายต่อว่า "สำหรับคุณแม่​ที่ยืนยัน​กับทีมงานหนึ่ง​เดือนก่อนกำหนดคลอดว่าไม่ประสงค์​จะเก็บเด็กไว้ ​จะ​ต้องเซ็นข้อตกลง ยอมสละสิทธิ์ทุกอย่าง​ที่เกี่ยว​กับเด็กคนนั้น​ ​และทันที​ที่เด็กคลอดออกมาเราก็​จะแยก​เขาออก​ไป"

เจนนิเฟอร์ทำท่าตกใจ "แยกเด็กออก​ไป? หมาย​ความว่าไงคะ​?" เธอเห็นจากหางตาว่าทิพย์สุรางค์ ​กำลังตั้งใจฟังคำตอบอย่างใจจรดใจจ่อ

"หมาย​ความว่าทันที​ที่เด็กคลอดคุณแม่​จะไม่​ได้เห็น​เขาเลย​ ​แม้​แต่​จะให้นม​เขาก็ไม่​ได้ ​เขา​จะถูกแยก​ไปเลี้ยงดู​ที่อื่นหรือส่งมอบให้ครอบครัวใหม่ทันที แล้ว​​แต่​จะตกลงกัน"

คำตอบของซูซานน์ทำให้หญิงสาว​ทั้งสองหน้าซีดเผือด ด้วย​ความตกใจคาดไม่ถึง​ไปตามๆ​กัน เจนนิเฟอร์รีบถามทันทีว่า "มีเหตุผลอะไร​หรือคะ​ถึง​ต้องทำแบบนั้น​?"

"​เมื่อคุณแม่ตัดสินใจแล้ว​ว่าไม่​ต้องการเลี้ยงดู​เขา เราก็จำ​เป็น​ต้องตัด​ความผูกพัน​ที่อาจ​จะเกิดขึ้น​ ​เมื่อคุณแม่​ได้เห็นหน้าลูกหรือโอบอุ้มให้นมลูก ฉันขออธิบายหน่อย​นะคะ​ว่าข้อตกลง​ทั้งหมดในกรณีนี้ ​ต้องทำ​เป็นสัญญา​ซึ่งมีผลตามกฏหมาย ​ถ้าคุณแม่​ที่เซ็นสัญญาแล้ว​เกิดเปลี่ยนใจหลังจาก​ได้เห็นหน้าลูก ก็อาจ​จะมีการฟ้องร้องกันเกิดขึ้น​​ได้ภายหลัง"

หญิงสาว​ทั้งสองนิ่งอั้น ทิพย์สุรางค์เริ่มมีสีหน้าเครียดขึ้น​มาอีก ท่าทางครุ่นคิดอย่างหนัก สีหน้าของเธอเปลี่ยน​ไปเปลี่ยนมาจากเคียดขึ้งเหมือนโกรธแค้นโชตชะตาในนาทีหนึ่ง​ ​ไป​เป็นเวทนาสงสาร​และหมองเศร้าในอีกนาทีหนึ่ง​

"เรื่อง​เก็บรักษา​ความลับล่ะคะ​ มีวิธีอย่างไร?" เจนนิเฟอร์เปลี่ยนเรื่อง​ เธอ​ต้องการให้ทิพย์สุรางค์รู้เรื่อง​​ทั้งหมด​โดยละเอียด เผื่อเธอ​จะตัดสินใจเลิกทำแท้ง หันมา​ใช้บริการ​ที่สถาบันแห่งนี้แทน

"เรามีแฟ้มประวัติคุณแม่​ที่​เป็นคนไข้ทุกคน ​แต่ในแฟ้ม​จะไม่​ใช้ชื่อ​และ​ที่อยู่​จริง ​จะมี​แต่ชื่อสมมติ​ที่เราตั้งให้ ​เพื่อป้องกันไม่ให้​ใครสืบย้อนหลังหา​ความจริง​ได้ คนไข้​แต่ละคน​จะรู้จักกันในชื่อ​ที่เราตั้งให้ การเยี่ยมก็​จะอนุญาตให้เฉพาะผู้​ที่คนไข้ให้ชื่อไว้ในแบบฟอร์มนี่เท่านั้น​"

ซูซานน์อธิบาย​และสังเกตเห็นว่าหญิงสาวชาวเอเซีย ให้​ความสนใจในสิ่ง​ที่เธออธิบายมากขึ้น​กว่าในตอนแรก สีหน้า​ที่เคร่งเครียดของเธอเริ่มคลายลง

เจนนิเฟอร์ถามต่อว่า "​ส่วนมากคนไข้​จะเข้ามาอยู่​​ที่นี่ตอนตั้งครรภ์กี่เดือนคะ​?"

"​ส่วนมากก็ตอน​ที่ตั้งครรภ์ไม่เกินสามเดือน พูดง่ายๆ​​คือก่อน​ที่​จะมองเห็นครรภ์​ได้ชัดเจนน่ะค่ะ​ ​เพราะหลังจากสามเดือนครรภ์​จะเริ่มโตขึ้น​เรื่อยๆ​จนเห็น​ได้ชัด คนไข้ของเราทุกคน​เป็นผู้หญิง​ที่ตั้งครรภ์​โดยไม่​ได้ตั้งใจ ไม่​ได้​แต่งงาน​และไม่​ต้องการให้​ใครรู้ จึงจำ​เป็น​ที่​จะ​ต้องเก็บตัวอยู่​ใน​ที่​ที่​จะไม่มี​ใครพบเห็นตั้งแต่เนิ่นๆ​"

เจนนิเฟอร์สบตา​กับทิพย์สุรางค์ก่อนถามซูซานน์ว่า "​ถ้าเกินสามเดือนสักเล็กน้อยล่ะคะ​ ทางคุณ​จะมีปัญหาอะไร​ไหม"

ซูซานน์ชำเลืองมองหน้าท้อง​ที่ยังมองไม่เห็นชัดเจนของทิพย์สุรางค์อย่างรวดเร็ว " ปัญหาทางเราไม่มีหรอกค่ะ​ กี่เดือนเราก็ยินดีต้อนรับ ​ที่บอกว่าอายุครรภ์ไม่ตวร​จะเกินสามเดือน ก็​เพื่อประโยชน์ต่อตัวคุณแม่เองเท่านั้น​ ​เพราะ​ถ้ารอจนเห็นถนัดแล้ว​ว่าตั้งครรภ์ ก็อาจ​จะไม่​เป็น​ความลับอย่าง​ที่​ต้องการ" แล้ว​เธอก็หัน​ไปพูด​กับทิพย์สุรางค์​โดยตรงว่า "ในกรณีของคุณ ​ถ้าตั้งครรภ์เกินสามเดือนแล้ว​​แต่ท้องคุณก็ยังเล็กมาก คงยังไม่มี​ใครสังเกตเห็น ไม่น่า​จะมีปัญหาอะไร​นี่คะ​"

คราวนี้หญิงสาว​ทั้งสองมีสีหน้าดีขึ้น​ เจนนิเฟอร์ซักต่อว่า "คนไข้อยู่​กันยังไงคะ​ มีห้อง​ส่วนตัวหรือเปล่า"

"​ต้องอยู่​ห้องละสองคนค่ะ​ เราไม่​ต้องการให้คุณแม่​ที่เครียดจากปัญหา​ส่วนตัวอยู่​คนเดียวตามลำพัง ​เพราะ​จะยิ่งเครียดมากขึ้น​ วันๆ​ไม่​ได้พูดคุย​กับ​ใครเลย​ การ​ได้พูดคุยอยู่​ห้องเดียว​กับคน​ที่มีปัญหาเหมือนกัน ​จะทำให้​สามารถเปิดอกคุยกัน​ได้ ไม่​ต้องปิดบังแล้ว​เก็บปัญหาไว้คนเดียว"

ตอนนี้เจนนิเฟอร์หมดคำถามแล้ว​ เธอมองหน้า​เพื่อนแล้ว​ถามว่า "มีอะไร​อยาก​จะถามเพิ่มเติมไหม ทิปปี้?"

ทิพย์สุรางค์ส่ายหน้า ​แต่แล้ว​ก็ถามซูซานน์หลังจากอึ้ง​ไปอึดใจหนึ่ง​ว่า "​ถ้าสนใจ​จะ​ใช้บริการ​ที่นี่ ​จะ​ต้องสมัครวันนี้เลย​หรือเปล่าคะ​?"

"กลับ​ไปคิดก่อนก็​ได้ค่ะ​ ​แต่อย่านานนัก ​เพราะ​ถ้าคุณตั้งครรภ์เกินสามเดือนแล้ว​ ถึงตอนนี้​จะยังมองไม่ค่อยเห็น ​แต่ต่อ​ไปก็​จะโตมากขึ้น​เรื่อยๆ​ ​จะไม่​เป็น​ความลับอีกต่อ​ไป"

ใน​ที่สุดหลังจากนั้น​อีกสามวัน ทิพย์สุรางค์ก็ตัดสินใจเข้ารับบริการ​ที่สถาบันเอกชน ​ที่ให้บริการดูแลมารดา​ที่มีปัญหาชีวิตแห่งนั้น​ ​โดยระบุเจตน์จำนงค์ในใบสมัครว่าไม่ประสงค์​จะเก็บเด็กไว้หลังคลอด ยินยอมให้ทางสถาบันฯ ติดต่อหาครอบครัวใหม่ให้เด็ก​ที่​จะเกิดมา

 

F a c t   C a r d
Article ID S-3318 Article's Rate 44 votes
ชื่อเรื่อง เวลาที่หายไป --Series
ชื่อตอน กรรมที่เกือบจะก่อ --อ่านตอนอื่นที่ตีพิมพ์แล้ว คลิก!
ผู้แต่ง ดอยสะเก็ด
ตีพิมพ์เมื่อ ๑๒ มกราคม ๒๕๕๕
ตีพิมพ์ในคอลัมน์ เรื่องยาว ซีรีส์
จำนวนผู้เปิดอ่าน ๒๓๒ ครั้ง
จำนวนความเห็น ๑ ความเห็น
จำนวนดอกไม้รวม ๒๑๓
| | | |
เชิญโหวตให้เรตติ้งดอกไม้แก่ข้อเขียนนี้  
R e a d e r ' s   C o m m e n t
ความเห็นที่ ๑ : Rotjana Geneva [C-17797 ], [193.134.193.5]
เมื่อวันที่ : ๒๖ ต.ค. ๒๕๕๓, ๑๕.๐๓ น.

สวัสดีค่ะ​​ คุณดอยฯ

ขาประจำหนึ่ง​​เดียวมาแล้ว​​ค่ะ​​ ​​เอาบุญมาฝากเยอะ ๆ​​ เลย​​นะคะ​​ เพิ่ง​​ไปทอดกฐินวัดป่ามาค่ะ​​ วัดป่าเมืองสวิส รู้สึกดีมาก ๆ​​ ทีเดียว

ขอโทษที​​ที่ไม่​​ได้เข้ามาเขียน​​โดยพลัน ​​ความจริง​​ได้อ่านแล้ว​​ตั้งแต่​​ที่คุณดอยฯเข้ามาอัพค่ะ​​ ​​แต่ว่าเย็นนั้น​​​​ไปดินเนอร์ พอมาวันจันทร์ก็ยุ่งอีนุงตุงนัง​​ทั้งวัน เลย​​ทำให้คุณดอยฯ​​เป็นห่วง

อยาก​​จะบอกว่าตอนนี้เขียน​​ได้ดีจริง ๆ​​ เลย​​ค่ะ​​ ในเรื่อง​​หัวอกของลูกผู้หญิง​​ที่ท้องไม่มีพ่อ ไหน​​จะอับอาย ไหน​​จะคับแค้น ไหน​​จะชิงชังคนก่อเรื่อง​​

​​และทำให้เห็นว่ากลไกในการปลอบโยนอย่างหน่วยงานของซูซานน์นั้น​​มี​​ความสำคัญมากแค่ไหนในหัวเลี้ยวหัวต่อของชีวิตลูกผู้หญิงคนหนึ่ง​​

ชอบมาก ๆ​​ ค่ะ​​ อยากเขียนคุยมากกว่านี้

​​ส่วนแฟนนิยาย​​ที่​​เป็นชายหนุ่ม​​ทั้งหลายก็​​ไปติดตามเหมืองป่าเรท(เกือบ)อาร์กันหมด

รจนาลงชื่อว่า​​ได้อ่านตอน​​ที่คุณดอยฯลืมโพสต์ก่อน​​ที่สองหนุ่มสาว​​จะเจอกัน​​ที่ออฟฟิซของเจนนี่แล้ว​​ค่ะ​​

เขียนต่อ​​ไปอย่า​​ได้ท้อนะคะ​​

เสาร์-อาทิตย์นี้ รจนา​​จะ​​ไปเบอร์ลินเรื่อง​​งาน อาทิตย์หน้า​​ไปวอชิงตันค่ะ​​ ​​ถ้าล็อคอิน​​ได้ก็​​จะเข้ามาติดตามนะคะ​​

ดังนั้น​​หากหายเงียบ​​ไป ไม่​​ต้องกังวลค่ะ​​ ยัง​​เป็นแฟนพันธุ์แท้ของ "เวลา​​ที่หาย​​ไป" เสมอค่ะ​​ วันไหนไม่​​ได้อ่าน ใจ​​จะขาดรอน ๆ​​ (แฮ่ม แกล้งออดอ้อน​​เอาใจคนเขียนค่ะ​​)

ด้วยมิตรไมตรีสม่ำเสมอ

แจ้งลบข้อความ


สั่งให้ระบบส่งเมลแจ้งการเพิ่มเติมความเห็น
 ศาลานกน้อย พร้อมบริการเสมอ และยินดีรับฟังข้อเสนอแนะจากทุกท่าน  ติดต่อเว็บมาสเตอร์ได้ทางคอลัมน์ คุยกับลุงเปี๊ยก หรือทางอีเมลได้ที่ uncle-piak@noknoi.com  พัฒนาระบบ : ธีรพงษ์ สุทธิวราภิรักษ์  โลโกนกน้อย : สุชา สนิทวงศ์  ภาพดอกไม้ในนกแชท : ณัฐพร บุญประภา  ลิขสิทธิ์งานเขียนในนิตยสารรายสะดวก เป็นของผู้เขียนเรื่องนั้น  ข้อความที่โพสบนเว็บไซต์แห่งนี้ เป็นความคิดเห็นส่วนตัวของผู้โพสทั้งสิ้น