นิตยสารรายสะดวก  Fiction  ๐๗ กุมภาพันธ์ ๒๕๕๔
แล้วจะหาว่าคุย (เหมืองป่าภาค 2) #2
พลอยพนม
...พิษพาราเซตามอลบวกอุบัติการณ์พญานาคาเล่นน้ำกระทั่งคายพิษในสายธาร​เมื่อช่วงเช้า​ ทำให้ผมอ่อนเปลี้ยเพลียแรงหลับใหลไม่สมประดีอยู่​บนแคร่ไม้ไผ่...​...

ตอน : บ่วงสวาท

คลิกดูภาพขยาย

พิษพาราเซตามอลบวกอุบัติการณ์พญานาคาเล่นน้ำกระทั่งคายพิษในสายธาร​เมื่อช่วงเช้า​ ทำให้ผมอ่อนเปลี้ยเพลียแรงหลับใหลไม่สมประดีอยู่​บนแคร่ไม้ไผ่ใต้โคนไม้ติด​กับชายคาทับนอนหลังนั้น​​ไปนานจนเลย​เวลาเ​ที่ยงวัน พวก​เพื่อน ๆ​ ​ที่พากัน​ไปทำงานอยู่​หน้าเหมือง เห็นผิดสังเกต ผมไม่​เอาข้าวน้ำ​ไปส่งตาม​ที่พูด จึงต่างก็คิดว่าผมคง​เป็นไข้เข้าแล้ว​จริง ๆ​ พวกมันเลย​ชวนกันหยุดพักงาน​และกลับมา​ที่กระท่อมทับกันเสียเอง

ผม​ได้ยินเสียงพวกมันเดินพูดคุยกันมาดังลั่น ​แต่​ทว่าขณะนั้น​สภาวะร่างกาย​และสมอง​กำลังตกอยู่​ในอาการสะลึมสะลือด้วย​ความอ่อนเพลีย ยังเผยอเปลือกตา​และลุกนั่งไม่ไหว

ไอ้บองหลาตรงเข้ามา​เอามือคลำหน้าผากผมแล้ว​เขกโป๊ก

"เปรต หัวเย็นเมี้ยบ!"

คำพูดของบองหลาหมายถึงอาการของคน​ที่ปราศจากพิษไข้ ​เพราะธรรมดาคนไข้อุณหภูมิร่างกาย​จะสูงกว่าปรกติเหมือนอย่าง​ที่เราต่างก็รู้กันอยู่​ ​โดยเฉพาะบริเวณหน้าผาก​จะร้อนผ่าว​เมื่อ​เอามือ​ไปแตะ หาก​แต่ผมกลับนอนผึ่งลมหลับใหลด้วย​ความอ่อนเปลี้ยเพลียแรงจนตัวเย็นเฉียบ อย่าง​ที่สำเนียงปักษ์ใต้บ้านผมว่า "เย็นเมี้ยบ" นั่นจริง ๆ​

"ไอ้ผี -ไข้ของกูหลบเข้าในโว้ย"

ด่ามันแล้ว​ผมก็ดีดตัวลุกขึ้น​นั่ง ยกท่อนแขนปาดคราบน้ำลาย​ที่ไหลยืดออกมาค้างอยู่​​ที่มุมปากขณะนอนหลับอย่าง​เป็นสุขอยู่​​เมื่อครู่เสียหน่อย​หนึ่ง​

บองหลาค้อนตาเหลือก

"หลบพ่อหลบแม่มึงนะซี- ไอ้เปรต-พวกกูหิวจน​จะแทะกางเกงลิงกินแทนข้าวกันอยู่​แล้ว​-มึงรู้ไหม?"

ผมหัวร่อก๊าก ๆ​ ก่อน​จะพูด​เอาใจ​และอวดพวกมันว่า

"มึง​ไปแหกตาเปิดหม้อแกงใบนั้น​ดูซิ มื้อนี้มี​กับข้าวพิเศษอะไร​ให้กินมั่ง?"

ไอ้หมึก-​เพื่อนอีกคน​ที่ยืนอยู่​ใกล้ย่นหัวคิ้วครุ่นคิดจนผมสะดุ้งโหยง...​

"กูหมายถึงว่า ฝีมือกูอร่อยไหม?" ผมรีบกลบเกลื่อน หลังฉุกคิด​ได้ทันว่าเกือบพลั้งปากให้เสียหาย ​เพราะหลังจากเสร็จสมอารมณ์หมาย​กับสาวบัวในธารน้ำนั้น​แล้ว​ เราก็เก็บถ้วยจาน​และจูงมือกันกลับมายังทับ​ที่พัก ต่อจากนั้น​สาวบัวก็จัดแจงติดไฟแกงเลียงยอดผักหวานป่ารสเด็ด ส่งกลิ่นหอมหวานยั่วจมูกทิ้งไว้ให้ผมหม้อหนึ่ง​

"กินให้เยอะ ๆ​ ​จะ​ได้คืนเรี่ยวแรง" หล่อนพูดออกมาแผ่วเบาราวเสียงกระซิบ ขณะก้มลงหอมแก้มผม​ที่นอนแผ่หลาหายใจรวยรินเหมือนคนหมดท่าอยู่​บนแคร่ฟอดหนึ่ง​

ผมรีบตะแคงตัวหัน​ไปหมาย​จะโอบคว้าหล่อนให้ทรุดตัวลงมานอนเล่นด้วยกันบนแคร่ หาก​แต่ดูเหมือนหม้ายสาว​จะระวังตัวอยู่​ก่อนแล้ว​...​

ผมจึงคว้าลม!

"​จะรีบ​ไปไหน?" ผมออดอ้อนเสียงละห้อย ​เมื่อเห็นหล่อนถอยห่าง​ไปยืนอยู่​ในตำแหน่ง​ที่สุดมือเอื้อม

"บัว-มานานแล้ว​ เดี๋ยวลูกร้องหา" หม้ายสาวตอบ กังวานเสียงของหล่อนดูเศร้าสร้อย​เมื่อเอ่ยถึงลูก

"ส่งหอมแก้มมาให้หอมก่อน-เร้ว!" ผมออเซาะหล่อนอีกครั้ง

"ไม่​เอา- -เค้าเจ็บระบบ​ไปหมด​ทั้งตัวแล้ว​รู้ไหม...​?"

คราวนี้ผมปล่อยก้ากออกมาอย่างถูกใจ ก่อน​จะดีดกายลุกนั่งทอดตามองหม้ายสาวเดินส่ายตะโพกพึ่บพับห่างออก​ไป

กระทั่งเสียงบอกเล่าของหล่อนผุดขึ้น​มาสร้าง​ความไม่สบายใจให้ผมอีกครั้ง!

"ไอ้บองหลาก็​เอากะ​เขาด้วย...​"

เหมือน​กำลังกินปลาแล้ว​โดนก้างตำคอ ​จะกลืนคำต่อ​ไป​ได้อย่างไร​ถ้าไม่คิดหาช่องทางดึงก้างอันนั้น​ออกมาเสียก่อน

ผมคิดไม่ตกว่า​ถ้า​เป็นอย่างนั้น​จริง ๆ​ ผม​จะทำอย่างไร?

หรือหล่อน​ต้องการโอ้อวดเสน่ห์ของตัวว่ามีคนหลงใหลติดพันมากมาย​ ​แต่ถึงอย่างไรก็กันไว้ดีกว่าแก้...​ ​ซึ่งผม​จะไม่ยอมแพร่งพรายเรื่อง​นี้ให้​ใครรู้​เป็นอันขาด เว้น​แต่ต่อ​ไปภายหน้าพวก​เขาสังเกตรู้กันเองนั่นก็อีกเรื่อง​...​ ​เพราะ​ที่สำคัญ-เรื่อง​แบบนี้-ขึ้น​ชื่อว่าลูกผู้ชายชื่อไอ้แผนทุกคนย่อมไม่นำมาคุยโม้โอ้อวดให้ฝ่ายผู้หญิง​เขาเสียหาย

​และ​เป็นอันว่าวันนั้น​ผมนอนกินแรง​เพื่อนฟรี ๆ​ อยู่​​ที่ทับนอนตลอด​ทั้งวัน รอบเช้า​ครั่นเนื้อครั่นตัวพาล​จะ​เป็นไข้ หนำซ้ำกลับ​ไปเสียเรี่ยวแรงด้วยการคายพิษสายในน้ำจนอ่อนระทวยชวยชอก​ไปหมด​ทั้งตัว มือเท้าอ่อนล้ายกไม่ขึ้น​ กระทั่งหมั่นไส้ตัวเอง​พร้อม​กับสาบานว่า​จะเจ็บจำ​ไปจนปรโลก อ้ายลีลาไหว้ครูกามาด้วยท่วงท่าพญานาคเล่นน้ำเช่นนี้ต่อ​ไป​จะไม่นำมา​ใช้อีกแล้ว​ ขนาดยังหนุ่มยังแน่นอยู่​แท้ ๆ​ ยังอ่อนเปลี้ยเพลียแรงถึงปานนี้ ลองแก่ขึ้น​มาสักหน่อย​ตะคริวมิแดกตายห่าอยู่​ในน้ำนั่นดอกรึ?

บ้าจริง !

​แต่หยั่งว่าละครับ​- คนเราพอหิวจัดขึ้น​มา​แม้กระทั่งข้าวเย็นคลุกหัวปลาทูในจานแมว ​เมื่อเหลือบ​ไปเห็นก็แทบ​จะกระโดดตีลังกาเข้า​ไปแย่งกิน...​ หาก​แต่​เมื่อไหร่ฟาดมาอิ่มแปล้กระทั่งยัดห่าสิ่งใดไม่ลงอีกแล้ว​ ต่อให้หูฉลามน้ำแดงหรืออาหารอะไร​​ที่มันวิเศษล้ำเลิศลิ่วลอยมาวางอยู่​ตรงหน้าก็คงกระเดือกเข้า​ไปไม่ลง ฉันใดก็ฉันนั้น​ อ้ายเรื่อง​พรรค์อย่างนี้ก็เหมือนกัน เข็ด​ได้ประเดี๋ยวประด๋าว-ชั่วเรี่ยวแรงพละ​กำลังหดหาย ครั้นพอมันกลับฟื้นคืนมา​เมื่อใด- แม่เจ้าโว้ย-ตรงปลายหัวเทียนน้ำมันเครื่องไหลเยิ้มยังกะช้างตกมัน

มิน่า ไอ้บองหลามันถึง​ได้เขกหน้าแข้งตัวเองบ่อย ๆ​ ​ส่วนเจ้า​เพื่อนรักอีกสองคน​ที่เหลือผมไม่แน่ใจว่ามันหาทางออกหรือแอบถ่ายน้ำมันเครื่องของมันด้วยวิธีใด ​แต่​ถ้าหากพวกมันรู้ว่าผมแอบฟลุ๊ค​ไปเสาะหาอู่ถ่ายน้ำมันเครื่อง​เป็นการ​ส่วนตัว​ที่กลางป่าลึกแห่งนี้​ได้แล้ว​ พวกมัน​จะคิดอย่างไรกันหนอ?

มัน​จะอิจฉาหรือขุ่นแค้นแค่นเ​คืองผมกันแน่? ผมสงสัย

"ไอ้บองหลาก็​เอากะ​เขาด้วย"

คืนนั้น​กว่า​จะข่มตาหลับลง​ได้ คำบอกเล่าของสาวบัวก็วนเวียนกลับ​ไปกลับมาท่ามกลาง​ความวิตกกังวล​ที่ผุดขึ้น​รบกวนภายในจิตใจของผมอีกหลายรอบ กระทั่งรุ่งเช้า​ขณะช่วยกันหุงหาอาหารก่อน​จะออก​ไปขุดแร่ในวัน​ต่อมา ผมเก็บ​ความอึดอัดระคนสงสัยไว้ไม่ไหว จึงถามบองหลาว่า

"มึงเคย​ไปเ​ที่ยว​ที่ทับสาวบัวไหม?"

​เพื่อนรักของผมหันมาสบตาก่อนตอบ "​เมื่อก่อนเคย​ไป...​ ​แต่หว่างนี่ไม่เลย​"

"อ้าว ! ทำไมละ ก็เห็นว่ามึงชอบ​เขาไม่ใช่เหรอ?"

"​ใครบอก"

"สายสมร" ผมแกล้งปด ​เพราะ​ความจริงตั้งแต่ขึ้น​มาขุดแร่อยู่​กลางป่าลึกหนนี้ห้าหกวัน ผมยังไม่เคยเจอหน้าค่าตาสายสมร- น้องสาวของสายบัวเลย​สักครั้ง

ใช่ครับ​! สาวบัวนั้น​มีชื่อจริงว่า สายบัว ​และหล่อนยังมีน้องสาว​ที่สวยสุดผุดผาดบาดตา​เป็นสาวรุ่นอ่อนเยาว์กว่าผมเพียงหนึ่ง​ปีอีกคนหนึ่ง​

"ท่าทางมึง​จะขั้วอีหมอนละซี?" ไอ้บองหลายิ้มปากกว้าง"ระวังนา-อีนี่ปากร้ายเหมือนหมา"

ผม​ได้ช่องทาง​จะหยั่งเชิง​เพื่อนฝูง

"ก้อมึง​ไปหลอกจีบพี่สาวของมันนี่หว่า"

"เปรต- พี่สาวมันหลอกกูต่างหากล่ะ"

"แล้ว​มึงรักสาวบัวหรือเปล่า?" ผมต้อน

ไอ้บองหลามองหน้าผมแล้ว​หัวร่อก้าก ๆ​

"ไอ้เปรตเอ้ย -​ไปแอบหลงเสน่ห์แม่หม้ายแล้ว​ยัง​จะปากหมา ไม่ยอมบอกกันกรง ๆ​ " มันว่า "อีสายบัวมันไม่จริงจังกะ​ใครนะเว้ย ระวังมัน​จะหลอกแดกมึงจนหมดตูด กู​จะบอกให้"

ฮา ฮา ไอ้​เพื่อนเอ๋ย...​!!

ผมแอบสูดลมหายใจเข้าปอดจนเต็มสูบ รู้สึกตัวเบาหวิวเหมือนยกอกออกจากภูเขา จนอด​ที่​จะยิ้มแต้ออกมาไม่​ได้ หาก​แต่ยังอุตส่าห์ปกปิดเรื่อง​ราว​ทั้งหมดนั้น​ไว้ ด้วยสำนึกว่าไม่ใช่สิ่ง​ที่​จะนำมาโอ้อวดกัน แค่รู้ว่า​เพื่อนรักเลิกใฝ่ฝันในตัวหม้ายสาวผู้นั้น​แล้ว​ผมก็สุขใจเหลือประมาณ ​และแอบนั่งยิ้มจนปาก​เมื่อย ก่อน​ที่​จะเผลอผิวปากฮัมเพลงรักหวานของนักร้อง​ที่ชื่นชอบออกมาอย่างลืมตัว

ชะรอยไอ้บองหลามันหันมาเห็นแล้ว​คง​จะหมั่นไส้ไม่​ได้ เลย​ส่งลูกถีบมาปลุกผมให้ตื่นจากภวังค์เข้า​ที่ตะโพกทีหนึ่ง​

ผมสะดุ้ง ​และหัน​ไปด่ามัน

"หัวทอ-เล่นเปรต ๆ​"

ไอ้บองหลาหัวร่อจนตัวโยน

"เลิกงานเย็นนี้ เรา​ไปเ​ที่ยว​ที่นั่นกันไหม?" มันถาม "​เอาน้ำตาลอ้อย​กับแป้งข้าวเหนียว​ไปวานให้พวกมันทำขนมแป้งเปียกให้กินกันดีกว่า"

ไอ้หมึก​กับไอ้พริ้งเดินมา​ได้ยิน

"​เป็น​ความคิด​ที่ไม่เลว" ไอ้หมึกว่า "กูก็หิวกัญชามาหลายมื้อแล้ว​เหมือนกัน ​ได้​ไปล่อ​กับพ่ออีบัวซักบ้องสองบ้อง แล้ว​ซัดของหวานตามลง​ไป- -มึงเอ๋ย -- ไอ้นุ้ยเอ๋ย- มันสุขเกษมเปรมปรีดิ์อย่าบอก​ใคร"

พูดแล้ว​ไอ้หมึกก็แลบลิ้นเลียปากแผล็บ ๆ​ ราว​กับว่านึกอยาก​จะให้เวลานั้น​มาถึงเสียเร็ว ๆ​


****************************************

 

F a c t   C a r d
Article ID S-3317 Article's Rate 41 votes
ชื่อเรื่อง แล้วจะหาว่าคุย (เหมืองป่าภาค 2) --Series
ชื่อตอน บ่วงสวาท --อ่านตอนอื่นที่ตีพิมพ์แล้ว คลิก!
ผู้แต่ง พลอยพนม
ตีพิมพ์เมื่อ ๐๗ กุมภาพันธ์ ๒๕๕๔
ตีพิมพ์ในคอลัมน์ เรื่องยาว ซีรีส์
จำนวนผู้เปิดอ่าน ๔๙๖ ครั้ง
จำนวนความเห็น ๖ ความเห็น
จำนวนดอกไม้รวม ๑๙๔
| | | |
เชิญโหวตให้เรตติ้งดอกไม้แก่ข้อเขียนนี้  
R e a d e r ' s   C o m m e n t
ความเห็นที่ ๑ : มะขวิด [C-17771 ], [118.173.65.108]
เมื่อวันที่ : ๒๑ ต.ค. ๒๕๕๓, ๑๑.๐๖ น.

อะแฮ่ม พยายามตามหาตอน​​ที่ (น่า​​จะ) ขาดหาย​​ไป หลังจากลงน้ำก่อน​​จะนอนซม

ชะรอยต้นฉบับ​​ลอย​​ไป​​กับกระแสน้ำ​​ที่ท่วมอยู่​​ตอนนี้กระมัง อิอิ

​​จะตามรอยเหมืองภาคสองต่อ​​ไปครับ​​

แจ้งลบข้อความ


ความเห็นที่ ๒ : Rotjana Geneva [C-17773 ], [193.134.193.5]
เมื่อวันที่ : ๒๑ ต.ค. ๒๕๕๓, ๑๙.๔๑ น.

อืมม์ เหมืองป่าภาคนี้ติดเรทอาร์...​​...​​. ​​และพี่รจก็คิดแบบมะขวิดว่า ต้นฉบับ​​หลายหน้าน่า​​จะหาย​​ไป​​กับสายน้ำ

สม​​กับ​​เป็นชีวิตหนุ่ม-สาว​​ที่เต็ม​​ไปด้วยเลือดเนื้อจริง ๆ​​

หวังว่า คงไม่ถูกสาวบัวหลอก​​เอานะคะ​​

แจ้งลบข้อความ


ความเห็นที่ ๓ : นาม อิสรา [C-17779 ], [110.49.193.165]
เมื่อวันที่ : ๒๒ ต.ค. ๒๕๕๓, ๐๗.๓๓ น.

ขณะลงมือเขียนเหมืองป่าภาคนี้ รู้สึกสมอง​​จะถูก​​ใช้งานมากพิเศษ ​​เพราะ​​ต้องเล่น​​กับ​​ความเสี่ยง​​ที่​​จะโดนโห่ไล่ ​​โดยเฉพาะใบกระท่อม​​กับกัญชา​​ที่มัก​​จะกล่าวถึงบ่อย ๆ​​ คล้าย​​กับว่าผู้เขียนเลื่อมใสเสียเต็มประดา ​​ทั้ง​​ที่จริง ๆ​​ แล้ว​​ไม่​​ได้ยุ่งเกี่ยว​​กับมันเลย​​ เห็นมาอย่างไรก็เขียน​​ไปอย่างนั้น​​

ชีวิตการงานในป่าพงไพรของคนเหมืองนอกจาก​​จะไม่ใช่นิยายผจญภัยชวนให้สนุกตื่นเต้นเพียงอย่างเดียวแล้ว​​ ​​ความเหนื่อยล้าอ่อนแรงหลังเลิกงานอัน​​เป็น​​ที่มาหรือจุดเริ่มต้นของสิ่งสังสรรค์นันทการในยามพักผ่อนของพวก​​เขา ก็​​เป็นสิ่ง​​ที่ไม่อาจหลีกเลี่ยง​​ที่​​จะกล่าวถึง

คนเหมืองย่อมต่างจากพวกขี้ยา การ​​ที่​​ต้องเดินทางขึ้น​​​​เขาลงห้วยสมบุกสมบันอยู่​​​​เป็นนิจมัน​​ได้สำแดงออกมาทางสรีระร่างกายของพวก​​เขาอย่างเด่นชัด มัดกล้าม​​ที่ขา​​และน่องผุดขึ้น​​มา​​เป็นกลุ่มก้อน เช่นเดียว​​กับ​​ที่แขน​​และหน้าอก​​ซึ่ง​​ต้องผจญ​​กับท่อนไม้หรือไม่ก็ก้อนหินหนัก ๆ​​ ​​ที่​​แต่ละคนเต็ม​​ไปด้วยกล้ามเนื้อเหมือนปั้นดินเหนียว​​เอา​​ไปแปะไว้ ​​ซึ่งพวกขี้ยา​​จะไม่มีให้เห็น นอกจากกระดูกปูดโปนเหมือนผีตายซาก ผมวาดภาพประกอบตัวละคร​​ที่ชื่อลุงทอง(ตอนหน้า) ​​แม้ไม่เหมือนตัวตนจริง ๆ​​ ของแก ​​แต่ก็มี​​ส่วนละม้ายค่อนข้างมาก ลุงทองอายุหกสิบเกือบเจ็ดสิบ ​​แต่​​ทว่าร่างกายของแกยังแข็งแรงบึกบึน กล้ามเนื้อพองกร้าว​​ไปทั่วทุก​​ส่วนสัดเหมือนนักกีฬาเพาะกาย ​​ทั้ง​​ที่แกล่อควันกัญชาอยู่​​ทุกบ่อย ด้วยข้อแก้ตัวง่าย ๆ​​ เพียงอย่าง เดียว

"สูบพอให้กินข้าว​​ได้" แกว่า

กิน​​ได้ นอนหลับ ​​เป็นสิ่งมีค่ามหาศาลสำหรับชาวเหมือง ก็กิน​​เพื่องาน หลับก็​​เพื่องาน ขาดสองสิ่งนี้​​ไปแล้ว​​​​จะ​​เอาเรี่ยวแรง​​ที่ไหน​​ไปทำงาน

ประเด็นสุดท้ายเหมือนเช่นคุณพี่รจนาว่าไว้ "...​​เรทอาร์...​​" ​​ถ้ามันยังคงสภาพก็คงไม่​​เป็นไร หาก​​แต่​​เมื่อไหร่เผลอปั่นจนเพลินกระทั่งยกระดับขึ้น​​สู่ "เรทเอ็กซ์" ก็เห็นที​​จะแย่แน่ ๆ​​ ​​เพราะฉะนั้น​​​​ถ้า​​เมื่อใด​​ที่เห็นไม่ชอบมาพากลก็ขอ​​ความกรุณาช่วยสะกิดเตือนผมหน่อย​​นะครับ​​

ขอบคุณครับ​​

แจ้งลบข้อความ


ความเห็นที่ ๔ : ดาวเคียงเดือน [C-17784 ], [118.173.243.173]
เมื่อวันที่ : ๒๒ ต.ค. ๒๕๕๓, ๑๖.๐๓ น.

ภาพประกอบสวยนะคะ​​..​​ทั้งสองตอนเลย​​..

แจ้งลบข้อความ


ความเห็นที่ ๕ : pilgrim [C-17874 ], [124.121.95.228]
เมื่อวันที่ : ๐๙ พ.ย. ๒๕๕๓, ๒๒.๒๐ น.

เพิ่ง​​จะมีเวลาแวะมาอ่านค่ะ​​ คุณนามฯ

เรื่อง​​บ้านป่า บ้านไร่ ​​เป็นเรื่อง​​​​ที่มีเสน่ห์ พิลกริมชอบมาตั้งแต่สมัย ฟ้าเมืองไทย ฟ้าเมืองทอง ของคุณอาจินต์ ปัญจพรรค์ ​​กับ ต่วยตูน แล้ว​​ค่ะ​​


ติดเรท นิดหน่อย​​ ไม่​​เป็นไรนะคะ​​ ให้น้ำท่วม​​ไปซะบ้าง เยาวชน​​จะ​​ได้ไม่แตกตื่นค่ะ​​

​​จะตามอ่านบทต่อๆ​​ ​​ไปนะคะ​​

ด้วยคารวะค่ะ​​

แจ้งลบข้อความ


ความเห็นที่ ๖ : นาม อิสรา [C-17876 ], [110.49.205.18]
เมื่อวันที่ : ๐๙ พ.ย. ๒๕๕๓, ๒๓.๒๖ น.

​​ความจริงเรตอาร์ในบทต้น ๆ​​ ผมเพียง​​แต่ล่อเข้ไว้เท่านั้น​​ครับ​​ ไม่น่าหวาดเสียวเหมือนช่วงกลาง ๆ​​ ​​ไปกระทั่งจบ ​​เพราะช่วงนั้น​​​​เป็น​​ส่วนสำคัญของนิยายเรื่อง​​นี้

โปรดติดตามอ่านต่อ​​ไปนะครับ​​

ขอบคุณครับ​​

แจ้งลบข้อความ


สั่งให้ระบบส่งเมลแจ้งการเพิ่มเติมความเห็น
 ศาลานกน้อย พร้อมบริการเสมอ และยินดีรับฟังข้อเสนอแนะจากทุกท่าน  ติดต่อเว็บมาสเตอร์ได้ทางคอลัมน์ คุยกับลุงเปี๊ยก หรือทางอีเมลได้ที่ uncle-piak@noknoi.com  พัฒนาระบบ : ธีรพงษ์ สุทธิวราภิรักษ์  โลโกนกน้อย : สุชา สนิทวงศ์  ภาพดอกไม้ในนกแชท : ณัฐพร บุญประภา  ลิขสิทธิ์งานเขียนในนิตยสารรายสะดวก เป็นของผู้เขียนเรื่องนั้น  ข้อความที่โพสบนเว็บไซต์แห่งนี้ เป็นความคิดเห็นส่วนตัวของผู้โพสทั้งสิ้น