นิตยสารรายสะดวก  Fiction  ๑๒ มกราคม ๒๕๕๕
เวลาที่หายไป #35
ดอยสะเก็ด
...วันรุ่งขึ้น​ลลิตาพยายามต่อโทรศัพท์หาคู่หมั้นตั้งแต่เช้า​ ​แต่ดูเหมือนคริส​จะปิดโทรศัพท์​เพราะไม่มีสัญญาณตอบรับจากเครื่องของ​เขา ตอนนั้น​หญิงสาวยังไม่คิดอะไ...

ตอน : ทางที่จำต้องเลือก

วันรุ่งขึ้น​ลลิตาพยายามต่อโทรศัพท์หาคู่หมั้นตั้งแต่เช้า​ ​แต่ดูเหมือนคริส​จะปิดโทรศัพท์​เพราะไม่มีสัญญาณตอบรับจากเครื่องของ​เขา ตอนนั้น​หญิงสาวยังไม่คิดอะไร​มาก ​เขาคงยังไม่ตื่นนอน ​เมื่อคืน​เขาคงกลับดึก ​เขาอาจ​จะ​ไปกินเหล้า​กับ​เพื่อน​ซึ่งเธอรู้ว่ามีอยู่​หลายคนในกรุงนิวยอร์ค ประมาณ 11.00 นาฬิกา ลลิตาโทร.​ไปหาคริสอีกครั้งหนึ่ง​ ​แต่​เมื่อยังติดต่อ​เขาไม่​ได้เหมือนเดิมเธอก็เริ่มกังวล ​เขาไม่ใช่คนนอนตื่นสาย ​แม้บางครั้ง​ที่​เขา​ไปกินเหล้าหรือสังสรรค์​กับ​เพื่อนแล้ว​ตื่นสายในวันรุ่งขึ้น​ ​แต่ก็ไม่เคยสายขนาดนี้

ใน​ที่สุด​เมื่อ​ความร้อนใจเพิ่มมากขึ้น​ หญิงสาวก็คว้ากุญแจรถคันเล็กของเธอ​ที่ปกติ​จะไม่​ใช้​ถ้าคริสอยู่​ในกรุงนิวยอร์ค ​เพราะ​เขา​จะทำหน้า​ที่​เป็นโชเฟอร์ให้เธอทุกครั้ง ​เมื่อถึงอพาร์ตเมนท์ของคุณธัญญา ลลิตา​ซึ่งมีกุญแจสำรองเก็บไว้ตั้งแต่สมัย​ที่ยังพำนักอยู่​​ที่นี่ ก็ไขกุญแจเปิดประตูเข้า​ไปข้างใน เธอพบว่าไม่มี​ใครอยู่​เลย​นอกจากคุณนวลละออ

"คุณป้าออก​ไปข้างนอก​กับคุณแม่หนู" ​เป็นคำตอบจากคุณนวลละออ​เมื่อลลิตาถาม "คริสยังไม่ออกจากห้องเลย​ สงสัย​จะยังไม่ตื่น ​เมื่อคืนรู้สึกว่า​​จะกลับดึกมาก"

หญิงสาวชักตกใจ เธอรีบสาวเท้า​ไป​ที่ห้องของคริส ยกมือขึ้น​เคาะประตูห้องสองสามครั้งตามธรรมเนียม ​เมื่อเปิดประตูเข้า​ไปเธอเห็นคริสนอนหงายหลับสนิทอยู่​บนเตียง ดูเหมือน​จะยังอยู่​ในเครื่องกายแบบออกนอกบ้าน ลลิตาขมวดคิ้ว​เมื่อเห็นสภาพเสื้อผ้า​ที่ยับยู่ยี่ของ​เขา แสดงว่า​เมื่อคืน​ที่ผ่านมา​เขาคงเมามาก จนเข้านอน​โดยไม่​ได้อาบน้ำเปลี่ยนเสื้อผ้า

หญิงสาวนั่งลงบนเตียงใกล้ตัว​เขา "พี่คริสคะ​ สิบเอ็ดโมงกว่าแล้ว​ ยังไม่ตื่นอีกหรือคะ​?"

ชายหนุ่มลืมตา​ที่แดงก่ำขึ้น​ ​เมื่อเห็นว่า​เป็นเธอสีหน้าของ​เขาก็เปลี่ยน​ไป มีแววละอายใจปรากฏขึ้น​ แล้ว​​เขาก็เหนี่ยวตัวเธอลง​ไปกอด หญิงสาว​ได้กลิ่นเหล้าคละคลุ้งจากตัว​เขา ใบหน้า​ที่เผือดซีด ตาแดงก่ำ​และสีหน้า​ที่แห้งแล้งของคริสทำให้ลลิตารู้สึกแปลกใจ ไม่​ได้พบกันเพียงไม่กี่วันทำไม​เขาจึงดูทรุดโทรม​ได้ถึงเพียงนี้

"พี่​เป็นอะไร​คะ​ ไม่สบายหรือเปล่า?"
"เปล่า ไม่​ได้​เป็นอะไร​ ​เมื่อคืนกินเหล้ามาก​ไปหน่อย​"

ลลิตาทำท่าโล่งใจ​เมื่อรู้ว่า​เขาไม่​ได้​เป็นอะไร​ อาจ​จะเมามาก​ไปหน่อย​เท่านั้น​ " มิน่า..เหม็นเหล้าหึ่งเลย​ เพิ่งตื่นหรือคะ​? ป่านนี้พี่ยังไม่​ได้อาบน้ำเปลี่ยนเสื้อผ้าเลย​ ​เมื่อคืนก็คงไม่​ได้อาบน้ำด้วยใช่ไหมล่ะ" เธอทำเสียงบ่น
"เหม็นมากหรือไง" คริสพยายามซ่อนแววตา​ที่ร้าวรานไม่ให้เธอเห็น ด้วยการกอดเธอ​เอาไว้ ให้หน้าเธอซุกซบอยู่​ตรงซอกคอ​เขา "งั้น​ต้องจูบหน่อย​แล้ว​ละ"

หญิงสาวหัวเราะคิก ผลักไส​เมื่อคริสพยายาม​จะแกล้งจูบเธอ "ไม่​เอา ไม่ให้จูบ พี่​ต้อง​ไปอาบน้ำก่อน หน้าตาดูไม่​ได้เลย​"
คริสยกมือขึ้น​เสยผม ถามว่า "มีธุระอะไร​​กับพี่หรือเปล่า?"
"​จะชวนพี่​ไปตัดชุด​แต่งงานน่ะค่ะ​ ​ทั้งของพี่​และของลิตา แล้ว​ดูหนังต่อก็​ได้​ถ้าพี่อยากดู"
"ของพี่ไม่​ต้องตัดใหม่ก็​ได้มั้ง มีหลายชุดแล้ว​ ยังใหม่อยู่​เลย​"
"ไม่​ได้ค่ะ​ ​ต้องตัดใหม่ ​จะ​แต่งงาน​ทั้งที​จะ​ใช้ของเก่าทำไมล่ะคะ​"
ชายหนุ่มนอนนิ่งอยู่​ครู่หนึ่ง​ ก่อนบอกเธอด้วยเสียงอ่อยๆ​ว่า " ​ไปตอนบ่าย​ได้ไหม? ตอนนี้พี่อยากนอนต่ออีกสักพัก"
"ก็​ได้ค่ะ​ เดี๋ยวลิตา​จะโทร​ไปเลื่อนช่าง ว่า​แต่ว่าตอน​ที่พี่นอน​จะให้ลิตา​ไปอยู่​​ที่ไหนล่ะคะ​" เธอทำเสียงอ้อน
"อยู่​ตรงนี้ใกล้ๆ​พี่ก็​ได้ ​จะ​ได้ขอยืม​เป็นหมอนข้างสักสองชั่วโมง"

ชายหนุ่มพยายามทำเสียงให้รื่นเริง หยอกล้อเธอเล่นเหมือนปกติ ​ทั้งๆ​​ที่หัวใจร้อนรนกระวนกระวาย

เห็นคริสทำท่าเหมือนอยากนอนต่ออีกสักพักจริงๆ​ ลลิตาก็ผละออกจาก​เขา บอกด้วยเสียงหวาน​และอารมณ์​ที่สดใสว่า "พี่อยากนอนก็นอน​ไปเถอะ ​แต่ห้ามนาน ลิตา​จะ​ไปทำอาหารไว้ให้พี่ เสร็จแล้ว​​จะเข้ามาปลุก"

ลลิตาออกจากห้อง​ไปแล้ว​ ​แต่แทน​ที่​จะพยายามนอนให้หลับเหมือน​ที่บอกเธอ ชายหนุ่มกลับนอนลืมตาโพลง กระสับกระส่ายกระวนกระวาย​กับเรื่อง​ราว​ที่​ได้รับรู้จากทิพย์สุรา งค์​เมื่อวาน คิดไม่ตกว่า​จะทำอย่างไรต่อ​ไป เรื่อง​ใหญ่​ที่สุดตอนนี้​คือเรื่อง​ลูก ใจหนึ่ง​ก็อยาก​จะเล่าให้บิดามารดารู้ ​เพราะถึงอย่างไรลูกของ​เขาก็​เป็นหลานของท่าน ​แต่ก็กลัวว่าบุพการี​ทั้งสอง​โดยเฉพาะคุณธัญญา​ซึ่งภูมิใจในตัว​เขามาตลอด ​จะผิดหวัง​และเสียใจ​กับพฤติกรรมเลวๆ​ของ​เขา

สำหรับลลิตานั้น​ ​เป็นคนสุดท้าย​ที่​เขาอยาก​จะบอก คริสไม่คิดว่าเธอ​จะรับเรื่อง​นี้แล้ว​ให้อภัย​เขา​ได้ ​เพราะมันมีผลกระทบต่อเธอ​โดยตรง ผู้หญิงคนไหน​จะทน​ได้ ​ถ้ารู้ว่าคู่หมั้น​ที่​กำลัง​จะ​แต่งงานกันอยู่​แล้ว​ แอบ​ไปมีลูกอายุขวบกว่า​กับผู้หญิงอีกคนหนึ่ง​ ชายหนุ่มพยายาม​ที่​จะไม่คิดถึงทิพย์สุรางค์ ​ทั้งๆ​​ที่ใจหนึ่ง​คร่ำครวญถึงเธอ เสียดายเธอ มันคง​เป็นสัญชาตญาณลึกๆ​​ที่เห็นแก่ตัวของผู้ชาย​ที่คอยสะกิด​เขาว่า ก็เธอ​เป็นของ​เขาแล้ว​ไม่ใช่หรือ ถีง​จะเพียงครั้งเดียวก็ตาม ​เมื่อเธอ​เป็นของ​เขาแล้ว​ทำไมไม่รอ​เขา ทำไม​ไป​แต่งงาน​กับคนอื่น​ได้หน้าตาเฉย

​แต่แล้ว​คริสก็​ต้องสะดุ้งวาบด้วย​ความละอายใจ​เมื่อสติกลับคืนมา สติ​ที่เตือนว่า​เขาไม่มีสิทธิใดใด​ทั้งสิ้นในตัวทิพย์สุรางค์ สิ่ง​ที่เกิดขึ้น​​เป็น​เพราะ​ความขาดสติของ​เขา​ที่เธออ่อนเดียงสาเกินกว่า​จะต้านทาน​ได้ เธอไม่​ได้ยินยอม​พร้อมใจ แล้ว​ตอนนี้เธอโชคดี​ได้พบผู้ชายดี​ที่เห็นคุณค่าของเธอ ​แต่งงาน​กับเธอ​โดยไม่รังเกียจเดียจฉันท์ ควรแล้ว​หรือ​ที่​เขา​จะกลับเข้า​ไปวุ่นวาย​กับเธอ แล้ว​ทำให้ชีวิตของเธอตัองพังพินาศลง​ไปอีกครั้งหนึ่ง​!!

คิดแล้ว​ชายหนุ่มก็ถอนใจยาวบอกตัวเองว่า ปล่อยทิพย์สุรางค์​ไปเสียเถิด เลิกคิดถึงเธอ​ได้แล้ว​ ตอนนี้คน​ที่​เขาควร​จะคิดถึง​และรับผิดชอบ​คือลลิตา ผู้หญิงคน​ที่จงรักภักดี รอคอย​เขามาอย่างอดทน กำหนดการ​แต่งงานก็ใกล้เข้ามาเต็มทีแล้ว​ ​เขาไม่มีสิทธิ​ที่​จะคิดถึงหญิงอื่น ​โดยเฉพาะอย่างยิ่งหญิง​ที่​เป็นภรรยาของชายอื่น​โดยถูก​ต้องตามกฏหม าย​ไปแล้ว​

แล้ว​คริสก็หวนกลับ​ไปคิดเรื่อง​ลูกอีก สัญชาติญาณ​ความ​เป็นพ่อ​ที่ไม่เคยรู้จักมาก่อนกระตุ้นหัวใจ​เขาให้อ่อนโยน นึกรักนึกเอ็นดู วาดภาพตัวตนจริงๆ​ของลูก​ที่คง​จะน่ารักนักหนา อยากกอดอยากอุ้ม อยาก​ได้ยินคำเรียก ‘พ่อ’ จากปากน้อยๆ​​ที่​เขาเห็นแล้ว​ในรูปถ่าย ว่าห้อยย้อยแดงระเรื่อน่ารักราว​กับตุ๊กตา ถึงทิพย์สุรางค์​จะขู่​เขาต่างๆ​นานาไม่ให้​ได้รู้จักหรือเข้าใกล้ทารกน้อยคนนั้น​ ​แต่ชายหนุ่มก็คิดว่า​เขา​จะ​ต้องหาทางเข้าถึงลูกของ​เขาให้​ได้ ไม่มี​ใคร​จะมาขวาง​ระหว่าง​เขา​กับลูกของ​เขา​ได้ ​ส่วนปัญหาจากบิดามารดาของ​เขาหรือลลิตาในเรื่อง​​ที่เกี่ยวลูกน้อยคนนี้ ค่อยคิดหาทางแก้ทีหลัง ​แต่ตอนนี้​ที่​เขายังทำอะไร​ไม่​ได้ ก็คง​ต้องปล่อย​ไปก่อน

ใน​ที่สุดคริสก็ฝืนใจลุกขึ้น​อาบน้ำ​แต่งตัว เดินออก​ไปหาลลิตา​ที่ห้องแพนทรี รับประทานอาหารเช้า​​ที่เธออุตส่าห์ลงมือทำให้ ​ทั้งๆ​​ที่รู้สึกเบื่อหน่าย​ไปหมดทุกอย่างไม่อยาก​จะทำอะไร​เลย​ หลังจากนั้น​ก็ขับรถพาเธอ​ไปตัดชุดเจ้าสาว​ที่ห้องเสื้อหรูหราระดั บไฮโซ ในศูนย์การค้าใหญ่โต​ที่เธอนัดหมาย​เอาไว้ล่วงหน้า ลลิตาจัดการให้พนักงานของห้องเสื้อแห่งนั้น​วัดตัวคริสก่อน ​ส่วนของเธอ​จะวัดทีหลัง เธอไม่​ต้องการให้​เขาเห็นแบบเสื้อชุดเจ้าสาวของเธอก่อนวันงาน หญิงสาวอ้าง​กับ​เขายิ้มๆ​ว่ามารดาของเธอสั่งมา ​เพราะโบราณถือว่า​ถ้าเจ้าบ่าวเห็นชุดของเจ้าสาวก่อนวันงาน​จะ​เป็นลางไม่ดี

​ระหว่าง​ที่รอลลิตา คริส​ซึ่ง​กำลังเบื่อหน่ายสิ่งต่างๆ​รอบตัวก็ออกเดินเล่น​ไปเรื่อยๆ​ ในศูนย์การค้าราคาแพงแห่งนั้น​​โดยไม่มีจุดหมาย เดินผ่านร้านบูติค ร้านเครื่องประดับ​และร้านโก้ๆ​อีกหลายร้าน​ที่ตั้งเรียงรายกันเป็ นแถว ​เมื่อเห็นร้านเพชรขนาดไม่เล็กนัก ​เขาก็หยุดมองเครื่องประดับหลากหลาย​ที่อยู่​ในตู้โชว์ มอง​ไปมองมาแล้ว​ก็คิดว่าน่า​จะเข้า​ไปเลือกหาเครื่องประดับสวยๆ​ สักชิ้นหนึ่ง​ให้ลลิตา ​เพื่อ​เป็นของขวัญเล็กๆ​น้อยๆ​ไถ่บาปต่อเธอ ​แม้​จะรู้ว่าไม่​สามารถชดเชยบาปของ​เขา​ได้ก็ตาม ​แต่อย่างน้อย​เขาคง​จะสบายใจขึ้น​บ้าง คริสเลือก​ได้เข็มกลัด​ที่ทำ​เป็นช่อดอกไม้ทับทิมฝังเพชรเม็ดเล็กๆ​ ฝีมือปราณีต ​เขารู้ว่าลลิตาชอบเครื่องประดับ​ที่​เป็นเข็มกลัดชิ้นเล็กๆ​มากเป็ นพิเศษ ​ซึ่ง​เขาก็เคยให้เธอในโอกาสต่างๆ​มาสองสามชิ้นแล้ว​

​ระหว่าง​ที่รอของชายหนุ่มก็เหลือบเห็นสายสร้อยทองคำขาวเส้นหนึ่ง​ ห้อยจี้เพชรรูปหัวใจสามดวง​ซึ่งมีขนาดลดหลั่นกัน ​แต่เชื่อมติดไว้ด้วยกันเหมือนหัวใจดวงเดียว ประกายเพชรวูบวาบบาดตา​ที่ทำให้คริสนึกแวบ​ไปถึงประกายตา ​ที่แวววับบาดใจของผู้หญิงคนหนึ่ง​ ถึง​จะรู้ว่าคงไม่มีโอกาสมอบให้เธอ ​เพราะเธอ​แต่งงาน​ไปแล้ว​​และคงไม่ยอมรับ ​แต่​เขาก็ยังอยากซื้ออยู่​ดี ​แม้อาจ​จะ​ต้องเก็บ​เอาไว้เฉยๆ​ก็ตาม ถึงราคา​ที่ติดไว้​จะสูงลิบ สูงกว่าเข็มกลัดอันนั้น​หลายเท่า ชายหนุ่มก็ไม่รีรอ​ที่​จะเซ็นเช็คสั่งจ่ายรวม​กับเข็มกลัดเพชรชิ้น นั้น​ ​เมื่อ​ได้ของสองชิ้นนั้น​มาแล้ว​ ​เขาก็แยกเก็บกล่อง​ที่บรรจุสร้อยคอไว้ต่างหาก แล้ว​เดินกลับ​ไปหาลลิตา​ที่ห้องเสื้อ​ที่เธอรออยู่​

ทันที​ที่คริสเดินเข้ามาหา หญิงสาว​ที่​กำลังรออยู่​ก็ถามว่า "พี่​ไปไหนมาคะ​ ลิตาเสร็จตั้งนานแล้ว​"
"​ไปเดินเล่น แล้ว​ก็เลย​ซื้อนี่มาฝากลิตา"

ลลิตารับกล่องเล็กๆ​​ที่รู้ว่า​เป็นเครื่องประดับจากมือ​เขามาเปิดออกดู "ต๊าย...​สวยน่ารักจังเลย​" เธอหยิบเข็มกลัดออกมาชื่นชมอย่างดีใจ "พี่ซื้อให้ลิตาในโอกาสอะไร​คะ​?"
ชายหนุ่มยักไหล่ ก่อน​จะตอบ​โดยไม่สบตาเธอว่า "ให้​เพื่อขอบใจลิตา​ที่รักพี่มากไง"
ลลิตาทำตาโตอย่างน่ารัก อ้อนว่า "งั้นพี่คง​ต้องให้ลิตาทุกวัน ​เพราะลิตารักพี่อยู่​ตลอดเวลานี่คะ​"
"​เอางั้นเหรอ ชักสงสัยเสียแล้ว​ละ ว่าเงินเดือนพี่​จะเลี้ยงลิตาไหวไหมเนี่ย"

หญิงสาวหัวเราะชอบใจ เก็บเข็มกลัดลงในกล่องแล้ว​หย่อนลงกระเป๋า สอดแขนเข้ากอดแขนข้างหนึ่ง​ของคริส​เอาไว้ เดินคู่กันออก​ไปนอกห้องเสื้อ

​เมื่อมาถึงรถ​และเข้า​ไปนั่งกันเรียบร้อย​แล้ว​คริสก็ถามว่า "​จะ​ไปไหนต่อหรือเปล่า?"
"พี่อยาก​ไปไหนล่ะคะ​?" เธอกลับย้อนถาม​เขา
"เฉยๆ​ ไม่​ได้อยาก​ไปไหน​เป็นพิเศษ อ้อ..ลิตา พี่​จะกลับ​ไป​ที่โน่นพรุ่งนี้นะ" ​เขาหมายถึงกรุงวอชิงตัน​ที่​เขาทำงานอยู่​
ลลิตาทำหน้าแปลกใจ ท้วงว่า "อ้าว..ทำไมล่ะคะ​? ไหนพี่บอกว่าอีกสองสามวันถึง​จะกลับไง"
ชายหนุ่มอึกอัก พยายามหาข้ออ้าง "ก็เรื่อง​งานน่ะแหละ​ พี่​ต้องกลับ​ไปเตรียมงานบางอย่าง"

​ความจริงไม่มีงานด่วนรอให้​เขารีบกลับ​ไปจัดการหรอก ​แต่​เขาไม่อยากอยู่​ในกรุงนิวยอร์ค อย่างน้อยก็ในช่วงนี้ ช่วง​ที่จิตใจของ​เขา​กำลังสับสนวุ่นวายกลับ​ไปกลับมา คริสไม่ไว้ใจตัวเองว่า​จะไม่พาตัว​ไปพบทิพย์สุรางค์อีก ​จะอ้างเรื่อง​ลูกหรือเรื่อง​อะไร​ก็ตาม ใจ​ที่ยังอาลัยอาวรณ์เธอ​และอยากพบอยากเห็นลูกสั่ง​เขาให้หาทางต่อ​ไป ​ที่​จะ​ได้​ทั้งแม่​ทั้งลูกกลับมา​เป็นของ​เขา ​แต่แล้ว​ใจดวงเดียวกัน​ที่บอบช้ำจากคำพูด​และสีหน้าหยามหยันของหญิงสาวคนนั้น​​เมื่อวานนี้ รวม​ทั้งสำนึก​ความรับผิดชอบต่อลลิตา สั่ง​เขาให้ถอยห่างจากทิพย์สุรางค์เสีย คริสจึงมองไม่เห็นทางใดดี​ไปกว่า​ไปเสียจากกรุงนิวยอร์ค ​ที่มีทิพย์สุรางค์ ผู้หญิงแสนสวย​แต่ใจร้าย​ที่จงใจพรากลูกพรากพ่อออกจากกัน ด้วยการ​แต่งงาน​ไป​กับผู้ชายคน​ที่เธอบอกว่าแสนดีแสนวิเศษคนนั้น​ แล้ว​ยกตำแหน่งพ่อของลูก​เขาแถม​ไปให้ด้วย

คืนนั้น​คุณลักษณา ​ซึ่ง​กำลังเตรียมตัว​จะเดินทางกลับเมืองไทยในเช้า​วันรุ่งขึ้น​ นั่งรอบุตรสาวอยู่​​ที่อพาร์ตเมนท์ของลลิตา คุณปราโมชสามีของเธอเดินทางกลับ​ไปก่อนหน้านี้สองสัปดาห์แล้ว​ ทันที​ที่สามีกลับเมืองไทยคุณลักษณาก็ย้ายออกจากโรงแรมเลย​์ตันที ่คุณธัญญาจัดให้​เป็น​ที่พัก มาอยู่​ในอพาร์ทเมนต์ของครอบครัวเลย​์ตัน ​เพื่อ​ใช้เวลาอยู่​​กับคุณธัญญา เธอเพิ่ง​จะมาค้าง​ที่อพาร์ตเมนท์ของลลิตา​ได้เพียงสองคืน

​เมื่อพบหน้าคริส​ซึ่งมาส่งลลิตาคุณลักษณาก็ทักทาย​เขาอย่างดีด้วยวาจา​ที่อ่อนหวาน ในขณะ​ที่แววตาคมกริบเฉลียวฉลาดของเธอคอยลอบสังเกตสีหน้าท่าทางของ​เขา เห็นแล้ว​ก็อดคิดไม่​ได้ว่ามันค่อนข้างเจื่อน ไม่ค่อย​จะอยากสบตาเธอนัก เธอไม่รู้หรอกว่าชายหนุ่มผู้นั้น​รู้สึกไม่พอใจ​ที่เธอ​ไปวุ่นวาย​กับทิพย์สุรางค์ ​ซึ่ง​เขาถือว่า​เป็นเรื่อง​​ส่วนตัวของ​เขา ​แต่ถึง​จะไม่พอใจ คริสก็ไม่​สามารถ​จะแสดงออกมา​ได้

หลังจาก​ที่คริสลากลับ​ไป​และลลิตาทำท่า​จะปลีกตัวเข้าห้องนอน คุณลักษณาก็บอกบุตรสาวว่า "พรุ่งนี้แม่​จะกลับบ้านแล้ว​ มานั่งคุยกันหน่อย​สิ"
หญิงสาวเดินมานั่งบนเก้าอี้ตรงข้าม​กับมารดา "แม่มีอะไร​หรือคะ​?"

คุณลักษณาลอบสังเกตสีหน้าบุตรสาว เห็น​ความสุข​ความสมหวัง​ที่เปี่ยมเต็มอยู่​ในรอยยิ้ม​และแววตา ​แต่ก่อน​ที่​จะเอ่ยปากว่าอะไร​ลลิตาก็เปิดกระเป๋าถือหยิบกล่องเข็มกลัดออกมาส่งให้มารดา

"วันนี้ไม่รู้พี่คริสนึกยังไง อยู่​ๆ​ก็​ไปซื้อเข็มกลัดอันนี้ให้ลิตา แม่ดูสิคะ​ สวยไหม?"

คุณลักษณารับกล่องเครื่องประดับมาเปิดดูของ​ที่อยู่​ข้างใน เห็นแล้ว​ก็ไม่​ได้รู้สึกตื่นเต้นเหมือนบุตรสาว เข็มกลัดรูปช่อดอกไม้ทำด้วยทับทิมฝังเพชร อันกระจิ๊ดริ๊ดนี่น่ะหรือ? เธอมีเครื่องประดับพวกนี้มากมาย​ ล้วน​แต่หรูหราราคาสูงลิบด้วยกัน​ทั้งนั้น​

"ก็น่าเอ็นดูดี" แล้ว​เธอก็ส่งเข็มกลัดคืนให้ลลิตา ว่า​จะไม่พูดอะไร​​แต่ก็อดไม่​ได้ "ของแม่มีเยอะแยะ ดีๆ​แพงๆ​​ทั้งนั้น​ อีกหน่อย​ก็​เป็นของลิตาหมดแหละ​ ไอ้ชิ้นเล็กๆ​แบบนี้น่ะ เหมาะ​จะ​เอาไว้ใส่เล่นแค่นั้น​ ใส่ออกงานออกการไม่ไหวหรอก"
"แม่​จะยกให้ลิตาหมดเลย​หรือคะ​ แล้ว​พี่ชัยล่ะคะ​ ​เขา​จะไม่นึกยังไงหรือ?"
มารดาของเธอโบกมือว่อน "โฮ๊ย..ขานั้น​น่ะหรือ ​เขาไม่สนใจหรอก ไม่เห็น​เขาเคยอยาก​ได้อะไร​นี่"
"ลิตาหมายถึง​ถ้าพี่ชัย​แต่งงานน่ะค่ะ​ แม่ก็คง​ต้องแบ่งให้ลูกสะใภ้มั่งไม่ใช่หรือคะ​?"
"พี่เธอน่ะหรือ ป่านนี้ยังไม่เห็นมีแฟนสักคน ​จะมีลูกสะใภ้ให้แม่​เมื่อไหร่ล่ะ" แล้ว​เธอก็เปลี่ยนเรื่อง​ " หมู่นี้คริส​เป็นยังไงบ้าง?"

ลลิตา​ซึ่งยังชื่นชมเข็มกลัดเพชรชิ้นนั้น​ไม่เลิก เงยหน้าขึ้น​มองมารดาอย่างสงสัย "หมาย​ความว่ายังไงคะ​ แม่? อยู่​ๆ​ก็ถามว่าพี่คริส​เป็นยังไง"
คุณลักษณาอึกอักนิดหน่อย​ แก้ตัวว่า "เปล่า แม่ไม่​ได้หมาย​ความอะไร​​เป็นพิเศษหรอก เพียง​แต่รู้จากธัญญาว่าหมู่นี้คริสกินเหล้าจัดกว่าเก่า แม่เลย​อยากรู้ว่า​เขามีปัญหาอะไร​บ้างหรือเปล่าเท่านั้น​"

ลลิตานิ่งคิดก่อนตอบอย่างไม่ค่อยมั่นใจนักว่า "ลิตาก็รู้สึกเหมือนกันว่า​เขากินเหล้ามากขึ้น​ ​แต่ก็ไม่เห็นมีอะไร​นี่คะ​ พี่คริสก็ยังเหมือนเดิม หรือแม่เห็นว่า​เขาเปลี่ยน​ไป?"

"เปล่า ก็ไม่มีอะไร​ "

คุณลักษณาไม่คิด​จะเล่าเรื่อง​​ที่หน้าลิฟต์ให้บุตรสาวฟัง ​แต่​ที่ถามเรื่อง​คริสก็​เพราะอยากรู้ว่าหลังจาก​ที่เธอ​ได้​ไปพบ​กับผู้หญิงคนนั้น​แล้ว​ ​เขามีปฏิกิริยาหรือท่าทีอะไร​ ​ที่น่าสงสัยว่า​จะกลับ​ไปติดต่อกันอีกหรือเปล่า ​เมื่อลลิตาบอกว่าไม่มีอะไร​ผิดปกติเธอก็ลอบถอนใจอย่างโล่งอก คิดว่าคริสคงเกรงใจเธอ ​ส่วนผู้หญิงคนนั้น​ก็คงไม่คิด​จะมาลองดี​กับเธออีกแล้ว​ เรื่อง​ต่างๆ​ก็คง​จะจบลงเพียงนั้น​

​แต่คุณลักษณาก็​คือคุณลักษณาผู้ไม่ไว้ใจ​ใครง่ายๆ​ เธอถือโอกาสเตือนบุตรสาวกลายๆ​ว่า " ใกล้​จะ​แต่งงานกันอยู่​แล้ว​ลิตา​ต้องหมั่น​เอาใจพี่​เขาไว้ คุณลุงคุณป้าก็เหมือนกัน ฝากเนื้อฝากตัวให้ดี ​แม้​แต่ป้านวลก็เถอะ อย่าลืมว่า​เขา​เป็นคนเลี้ยงคริสมาตั้งแต่เล็กๆ​ คริสเองก็รักป้านวลมาก"

ลลิตาทำสีหน้าเบื่อๆ​ "โธ่..แม่ ลิตาน่ะ​ต้อง​เอาใจคนบ้านนั้น​อยู่​แล้ว​ละ ถึงบางครั้ง​จะเบื่อก็​ต้องทน ​ที่จริงพี่คริสน่า​จะเห็นใจลิตานะคะ​ ลิตาทำทุกอย่าง​เพื่อ​เขาอยู่​ตลอด ​แม้​จะ​ต้องฝืนใจมั่งก็ตาม"

"​เอาเถอะน่า ทำดี​กับ​เขาไว้ไม่เสียหลายหรอก ​ที่แม่เตือนเรื่อง​ป้านวลก็​เพราะเห็นบางครั้งลิตาทำท่าเหมือนไม่สนใจ​เขาเลย​นี่ ​ความจริงป้านวลไม่​ได้มี​ความหมายอะไร​​กับเราหรอก ​แต่คริสเห็น​เขาสำคัญไม่น้อย​ไปกว่าธัญญาสักเท่าไหร่ ​จะว่า​เป็นแม่คน​ที่สองก็ยัง​ได้เลย​ ลิตา​ต้องคิดเรื่อง​นี้ให้ดีๆ​ อย่ามองข้าม​ความสำคัญของ​เขา​ไป"

หญิงสาวยักไหล่ ​แม้​จะไม่เห็นด้วยนัก​แต่ก็ไม่ค้าน เปลี่ยน​ไปถามถึงเรื่อง​​ที่ยังข้องใจอยู่​ "เรื่อง​สถาน​ที่จัดงานน่ะ แม่​กับคุณป้าตกลงกัน​ได้หรือยังคะ​? นี่ก็ใกล้วันงานเต็มทีแล้ว​ เดี๋ยว​จะเตรียมตัวไม่ทันนะคะ​"
"ทำไม​จะไม่ทัน วันนี้ลิตาก็​ไปตัดชุดเจ้าสาวแล้ว​ไม่ใช่หรือ?"
"ค่ะ​ ​ไปตัดแล้ว​ ​แต่เรื่อง​อื่นๆ​ล่ะคะ​ สถาน​ที่ก็ยังไม่​ได้จอง "
" ไม่​ต้องห่วงหรอก เรื่อง​สถาน​ที่น่ะ เห็นธัญญาบอกว่า​ถ้าจัด​ที่นี่ก็​จะจัด​ที่โรงแรมเก่า ​แต่​จะเปิดห้องบอลรูมบนชั้น 11 ให้เลย​ ​เพราะจุคน​ได้มากกว่าห้อง​ที่จัดงานหมั้นคืนนั้น​"

ลลิตามีสีหน้าดีใจ "อ๋อ แม่​กับคุณป้าตกลงกัน​ได้แล้ว​หรือคะ​? จัด​ที่โรงแรมคุณป้าแน่แล้ว​ใช่ไหมคะ​?"
มารดาของเธอสั่นหน้าปฏิเสธทันที "ยังหรอก ยังไม่แน่ แม่เพียง​แต่บอกธัญญาให้จองห้อง​เอาไว้ก่อน ​ถ้าเกิด​ต้องจัด​ที่นี่​จะ​ได้ไม่มีปัญหา แม่ถึงบอกไงว่าเรื่อง​สถาน​ที่จัดน่ะ ยังไงๆ​ก็​ต้องมี"
​แต่ลลิตายังมีข้อข้องใจ "แล้ว​​ถ้า​ต้อง​ไปจัด​ที่กรุงเทพฯล่ะคะ​ ยังไม่ตัดสินใจกันเสียที ​ถ้าถึงตอนนั้น​หา​ที่จัดงานไม่​ได้ล่ะคะ​ ​จะทำยังไง?"

คุณลักษณายิ้มอย่างผู้ชำนาญการ "ไม่​ต้องห่วง ทางกรุงเทพฯน่ะแม่ให้คนจองเผื่อ​เอาไว้ ตั้งแต่ตอน​ที่​ได้ฤกษ์​แต่งงานแล้ว​"
"งั้นก็ดีสิคะ​ แม่คะ​..ลิตาว่า​จะถามแม่หลายทีแล้ว​​แต่ก็ลืมอยู่​เรื่อย ทำไมแม่ไม่ยอมให้จัดงาน​ที่นี่ล่ะคะ​ สะดวก​ดีออก แขกของคุณลุงคุณป้าหรือ​แม้​แต่ของพี่คริสก็อยู่​ทางนี้​ทั้งนั้น​ ทำไมแม่ถึง​จะ​ต้อง​ไปจัด​ที่เมืองไทยให้​ได้ล่ะคะ​"

"อ้าว..ทำไมถึงไม่ควร​ไปจัด​ที่บ้านเราล่ะ อย่าลืมนะเรื่อง​งานหมั้นน่ะ แม่ยอมธัญญามาทีหนึ่ง​แล้ว​ ก่อนหน้านี้​เขาเคยตกลง​กับแม่ว่า​จะ​ไปทำพิธีสู่ขอหมั้นกันตามประเพณี​ที่เมืองไทย ให้ญาติพี่น้องของเราของ​เขาร่วม​เป็นสักขีพยาน​เพื่อ​เป็นเกียรติแก่ฝ่ายเรา แล้ว​อยู่​ๆ​ก็มารวบรัดจัด​ที่นี่ แถมจัดรวมกัน​ไป​กับงานคริสมาสต์อะไร​นั่นอีก แม่ไม่ค่อยเห็นด้วยเท่าไหร่หรอก ​ที่ยอมก็​เพราะอยากให้มันจบๆ​​ไปเสียทีเท่านั้น​แหละ​"

​ความหมายของเธอ​คือรีบจบ​เพื่อ​ที่​จะ​ได้รวบรัดจัดงาน​แต่งงานต่อ​ไป ​จะ​ได้หมดเรื่อง​หมดราว ไม่​ต้องมานั่งกังวล​กับอะไร​อีก

เหลือบเห็นสีหน้าของบุตรสาว​ที่ดูเหมือน​จะยังไม่ค่อยเข้าใจเจตนาของเธอ คุณลักษณาก็สาธยายว่า "​ที่แม่อยากให้จัด​ที่กรุงเทพฯน่ะ ก็​เพื่อหน้าตาของเราเอง อย่าลืมสิว่าตอนนี้คุณพ่อมีตำแหน่งอะไร​ในรัฐบาล ​แต่งงานลูกสาว​ทั้งที​จะมางุบงิบทำ​ที่นี่​ได้ยังไง สมัครพรรคพวกในวงการเมืองของคุณพ่อมีตั้งเท่าไหร่ แล้ว​อีกอย่าง แม่บอกคุณพ่อให้ลองทาบทามเชิญท่านรองนายกฯพิชัย​เป็นเจ้าภาพฝ่ายหญิงไว้แล้ว​ คิดดูสิว่างานของลิตา​จะโก้หรูขนาดไหน"

ฟังเหตุผลของมารดาแล้ว​หญิงสาวก็ไม่รู้ว่า​จะโต้แย้งอะไร​​ได้ ผู้หญิงคนไหนบ้างเล่า ​ที่​จะไม่ฝันอยากให้งาน​แต่งงานของตัวเองโก้หรู ​เป็น​ที่โจษขานกัน​ไป​ทั้งเมือง

"ตกลงแม่จองโรงแรมไหนคะ​?"
"โอเรียนเต็ลไง ลูกสาวรัฐมนตรี​แต่งงาน​ทั้งที ​จะจองโรงแรมไหนล่ะ ​ถ้าไม่ใช่โอเรียนเต็ล"
"​ความจริงตอนนี้​ที่เมืองไทยมีโรงแรมหรูๆ​อีกหลายแห่ง"
"ก็จริง ​แต่แม่ชอบโอเรียนเต็ล คลาสสิคดี"
ลติตานิ่งคิดอยู่​อึดใจหนึ่ง​ก็ถามมารดาว่า "​ถ้าคุณป้ายืนกราน​จะให้จัด​ที่นี่เล่าคะ​ แม่?"

คุณลักษณาทำสีหน้าอย่างหนึ่ง​ "เรื่อง​อะไร​แม่​จะยอม เออนี่..ลิตา แม่ว่าลูกลองคุย​กับคริสดูสิ บอก​เขาว่าลูกอยากให้จัด​ที่กรุงเทพฯ ธัญญาน่ะไม่กล้าขัดคริสหรอก แม่คิดยังงั้นนะ"
"ค่ะ​ ลิตาก็คิดเหมือนแม่นั่นแหละ​ ยังไงลิตา​จะลองคุย​กับ​เขาดูอีกที ​แต่แม่คะ​ ของอื่นๆ​เล่าคะ​​จะมีเวลาพอหรือ พวกของชำร่วย บัตรเชิญอะไร​พวกนี้น่ะ" หญิงสาวยังกังวลอยู่​ดี "ยัง​จะเรื่อง​ส่งบัตรเชิญอีก ​จะทันหรือคะ​"

"​ที่นี่แม่ไม่รู้นะ ​แต่​ถ้า​ที่กรุงเทพฯไม่มีปัญหาหรอก มีเงินเสียอย่าง​จะให้​ใครเนรมิตอะไร​ให้​เมื่อไหร่ก็​ได้ กลับ​ไปนี่แม่กะว่า​จะจัดการเรื่อง​พิมพ์บัตร​เอาไว้ก่อน ​เอาวันตามฤกษ์น่ะแหละ​ รายชื่อแขกทางโน้นก็มีอยู่​แล้ว​ ​ส่วนแขกทางนี้ธัญญารวบรวมเสร็จ​จะส่ง​ไปให้ ไม่ว่า​จะจัด​ที่โน่นหรือ​ที่นี่ แม่ก็กะว่า​จะส่งบัตรเชิญเหมือนกัน ​ใคร​จะ​ไปร่วมงานหรือไม่​ไปก็ไม่​เป็นไร อย่างน้อยก็ให้​เขารับรู้เรื่อง​การ​แต่งงานของลูก​กับคริส"

วางแผนเรื่อง​งาน​แต่งงานกันต่ออีกพักหนึ่ง​ คุณลักษณาก็ถามว่า "คริส​จะกลับ​ไป​ที่โน่น​เมื่อไหร่ล่ะ" เธอหมายถึงวอชิงตัน ดี.ซี
"พรุ่งนี้ค่ะ​ หลังจาก​ไปส่งแม่​ที่สนามบินแล้ว​ เห็น​เขาว่ามีงาน​ที่​ต้องกลับ​ไปเตรียมให้เรียบร้อย​"

คุณลักษณา​ซึ่ง​เป็นโรคขี้ระแวง​โดยธรรมชาติอยู่​แล้ว​ ​และยิ่ง​เมื่อมาเจอหตุการณ์​ที่หน้าลิฟต์ รวม​ทั้งท่าทางอวดดีของหญิงสาวคนนั้น​ด้วย ทำให้เธออดเตือนเรื่อง​คริสอีกไม่​ได้ ​ทั้งๆ​​ที่ตั้งใจไว้แล้ว​ว่า​จะไม่พูดอะไร​ให้บุตรสาวไม่สบายใจ "ว่างๆ​ลิตาก็น่า​จะ​ไปดู​เขาเสียหน่อย​ ผู้ชายน่ะ​ต้องคุมให้ดีเสีย​แต่ต้นมือ ปล่อยนักไม่​ได้หรอก เดี๋ยว​จะเหมือนคุณพ่อ"

หญิงสาวมองหน้ามารดาอย่างสงสัย "มีอะไร​หรือคะ​? แม่พูดยังกะว่าพี่คริสมีอะไร​​ที่น่าสงสัยงั้นแหละ​ หรือแม่รู้อะไร​มา"

มารดาของเธอรีบปฎิเสธทันที ​แม้สีหน้า​จะเจื่อนๆ​อยู่​บ้าง "เปล่า ไม่มีอะไร​หรอก แม่ก็แค่เตือน​เอาไว้ก่อนเท่านั้น​ เรื่อง​แบบนี้ระวัง​เอาไว้ก่อนดีกว่า ไม่​ต้องทำหน้าตกใจยังงั้นหรอก แม่ไม่​ได้รู้​ได้เห็นอะไร​"

ลลิตาทำท่าโล่งใจ ยิ้มอย่างเชื่อมั่นในตัวเอง "เรื่อง​นั้น​ลิตาไม่ห่วงเท่าไหร่หรอกค่ะ​ แม่ พี่คริสไม่ใช่คนเจ้าชู้ เคยกังวลอยู่​มั่งตอน​ที่​เขากลับมาใหม่ๆ​ ก็อย่าง​ที่แม่รู้น่ะค่ะ​ ​แต่ก็ไม่เห็นมีอะไร​ หลังๆ​นี่ลิตาก็ไม่อยาก​จะ​ไประแวง​เขา​โดยไม่มีเหตุผลอีก"

หญิงสาวพยายามปิดบังไม่ให้มารดารู้ว่าเธอระแวงคริสมาตลอด ตั้งแต่ตอน​ที่​เขากลับมาแล้ว​ค่อยๆ​เปลี่ยนแปลง​ไปทีละเล็กละน้อย การแอบเดินทางกลับ​ไปเมืองไทยของ​เขาหลายครั้ง ​และ​ความผิดปกติเล็กๆ​น้อยๆ​​ที่คนใกล้ชิดอย่างภรรยาหรือคู่รักเท่า นั้น​​จะ​สามารถสัมผัส​ได้ สิ่งต่างๆ​เหล่านี้ทำให้ลลิตาสงสัยว่าคง​จะ​ต้องมี​ใครหรืออะไร​สักอย่าง​ที่ทำให้คริสเปลี่ยนแปลง​ไป ​แต่ตอนนี้​เมื่อผู้ใหญ่​ทั้งสองฝ่ายตกลงเรื่อง​วัน​แต่งงานกัน​ได้แล้ว​ ​ความกังวลของลลิตาก็ลดน้อยลง​ไปมาก ​แต่ถึงอย่างไรเธอก็ยังไม่ไว้ใจ​เขาเหมือนสมัยก่อน เธอไม่​ต้องการให้คริสเดินทาง​ไปเมืองไทยในช่วงนี้ ​ถ้าจำ​เป็น​จะ​ต้อง​ไปจริงๆ​ ก็ควร​ไป​เพื่อ​ไปเข้าพิธี​แต่งงานด้วยกันในกรุงเทพฯ ตาม​ความ​ต้องการของคุณลักษณาเท่านั้น​

 

F a c t   C a r d
Article ID S-3311 Article's Rate 44 votes
ชื่อเรื่อง เวลาที่หายไป --Series
ชื่อตอน ทางที่จำต้องเลือก --อ่านตอนอื่นที่ตีพิมพ์แล้ว คลิก!
ผู้แต่ง ดอยสะเก็ด
ตีพิมพ์เมื่อ ๑๒ มกราคม ๒๕๕๕
ตีพิมพ์ในคอลัมน์ เรื่องยาว ซีรีส์
จำนวนผู้เปิดอ่าน ๒๑๓ ครั้ง
จำนวนความเห็น ๒ ความเห็น
จำนวนดอกไม้รวม ๒๑๓
| | | |
เชิญโหวตให้เรตติ้งดอกไม้แก่ข้อเขียนนี้  
R e a d e r ' s   C o m m e n t
ความเห็นที่ ๑ : wadee [C-17760 ], [113.53.145.166]
เมื่อวันที่ : ๒๐ ต.ค. ๒๕๕๓, ๒๒.๔๙ น.

อัพเพิ่มให้อีกบทแล้ว​​นะคะ​​ คุณรจ แล้ว​​ก็อย่าเพิ่งหมั่นไส้ทิพย์สุรางค์มากนักนะคะ​​ เธอมีเหตุผล่วนตัว​​ที่​​ต้องทำเช่นนั้น​​ค่ะ​​ อ่าน​​ไปเรื่อยๆ​​ก็​​จะรู้ค่ะ​​ อิอิ

แจ้งลบข้อความ


ความเห็นที่ ๒ : Rotjana Geneva [C-17764 ], [81.62.102.148]
เมื่อวันที่ : ๒๑ ต.ค. ๒๕๕๓, ๐๐.๒๖ น.

ขอบคุณคุณวดีดอยฯมากเลย​​ค่ะ​​ มาอัพ​​เอาใจแฟนพันธุ์แท้

วันนี้อิ่มใจ ​​ได้อ่านสองตอนรวด มอบ เยี่ยมคนเพิ่งหายป่วย

รจนาว่าเรื่อง​​ "เวลา​​ที่หาย​​ไป" นี่น่า​​จะ​​ได้ตีพิมพ์​​เป็นหนังสือนิยายขายดีนะคะ​​ เนี่ย

ไม่​​ได้หมั่นไส้ทิพย์สุรางค์จริงจังหรอกค่ะ​​ ​​แต่สงสารพ่อคริสมากกว่า เชื่อว่าคุณวดีคงวางพล็อตไว้ดีแล้ว​​

อยาก​​เอาใจช่วยให้หนุ่มสาวหันหน้ามาหากัน​​ได้ใน​​ที่สุด

ปมรักช่างซับซ้อนนัก ...​​. เฮ้อ

ขอให้คุณวดีสุขภาพดี-มี​​ความสุขทุกโมงยามนะคะ​​

แจ้งลบข้อความ


สั่งให้ระบบส่งเมลแจ้งการเพิ่มเติมความเห็น
 ศาลานกน้อย พร้อมบริการเสมอ และยินดีรับฟังข้อเสนอแนะจากทุกท่าน  ติดต่อเว็บมาสเตอร์ได้ทางคอลัมน์ คุยกับลุงเปี๊ยก หรือทางอีเมลได้ที่ uncle-piak@noknoi.com  พัฒนาระบบ : ธีรพงษ์ สุทธิวราภิรักษ์  โลโกนกน้อย : สุชา สนิทวงศ์  ภาพดอกไม้ในนกแชท : ณัฐพร บุญประภา  ลิขสิทธิ์งานเขียนในนิตยสารรายสะดวก เป็นของผู้เขียนเรื่องนั้น  ข้อความที่โพสบนเว็บไซต์แห่งนี้ เป็นความคิดเห็นส่วนตัวของผู้โพสทั้งสิ้น