นิตยสารรายสะดวก  Fiction  ๑๒ มกราคม ๒๕๕๕
เวลาที่หายไป #34
ดอยสะเก็ด
...เจนนิเฟอร์​ซึ่งนั่งอ่านเอกสารฆ่าเวลารออยู่​​ที่โต๊ะทำงาน มองตามร่างของทิพย์สุรางค์ ​ซึ่งหลังจากปิดประตูห้อง​ที่เพิ่งเดินออกมาแล้ว​ ก็เดินแกมวิ่งผ่านเธออ...

ตอน : สาแก่ใจ

เจนนิเฟอร์​ซึ่งนั่งอ่านเอกสารฆ่าเวลารออยู่​​ที่โต๊ะทำงาน มองตามร่างของทิพย์สุรางค์ ​ซึ่งหลังจากปิดประตูห้อง​ที่เพิ่งเดินออกมาแล้ว​ ก็เดินแกมวิ่งผ่านเธอออกประตูใหญ่​ไป​โดยไม่​แม้​แต่​จะชำเลืองมามอง เธอ หญิงสาวคิดว่าเธอเห็นน้ำตาบนใบหน้าของทิพย์สุรางค์ ขณะ​ที่​กำลังงงงันอยู่​นั้น​ก็เห็นคริสออกมาจากห้อง​ที่พูดคุย​กับทิ พย์สุรางค์ หน้าตาของ​เขาหมองคล้ำท่าทางหดหู่สิ้นหวัง ผิด​ไป​เป็นคนละคน​กับตอน​ที่พบเธอหน้าห้อง ​เขาเดินช้าๆ​เข้ามาหาเธอ

"คริส เกิดอะไร​ขึ้น​ !" ​เมื่อเห็นอาการของชายหนุ่ม​ที่ไม่แตกต่าง​กับทิพย์สุรางค์สักเท่า ไร หญิงสาวก็เริ่มร้อนใจ "คุณสองคนคุยกันยังไงนี่? ฉันเห็นทิปปี้ร้องไห้ด้วย ตกลงกันไม่​ได้หรือไง?"
"เธอตัดขาดผม เธอไม่​ต้องการพบผมอีกแล้ว​" คริสกล่าวด้วยสีหน้า​ที่เต็ม​ไปด้วย​ความทุกข์ "เจนนี่ ทำไมคุณไม่บอกผมว่าเธอมีลูก? ลูกของผมน่ะ" แล้ว​​เขาก็พูดต่อ​ไป​โดยไม่รอคำตอบ " ผมไม่เคยรู้เลย​ว่าผมทำบาปไว้​กับเธอใหญ่หลวงขนาดนี้"
"คริส ฉันขอโทษ​ที่ไม่​ได้บอกคุณ ทิปปี้ไม่​ต้องการให้คุณรู้ หลังจาก​ที่พบคุณในงานหมั้น​เขาสั่งห้ามฉันเด็ดขาดไม่ให้บอกคุณ ​เพราะคุณมีคู่หมั้น​และ​กำลัง​จะ​แต่งงานกัน ​ความจริงฉันก็อยาก​จะบอกคุณนะตอน​ที่คุณขอให้ฉันนัด​เขาน่ะ ​แต่ขัด​เขาไม่​ได้ แล้ว​อีกอย่างมันก็​เป็นเรื่อง​​ส่วนตัวของ​เขา ถึง​จะ​เป็น​เพื่อนกันก็เถอะ ทิปปี้ห้ามไม่ให้ฉันบอกคุณ ฉันก็​ต้องเคารพการตัดสินใจของ​เขา"

เจนนิเฟอร์มองคริสอย่างกังวล ท่าทาง​เขาเหมือน​จะช็อค​กับเรื่อง​​ที่เพิ่งรู้ เธอเห็น​เขายืนนิ่งไม่มองหน้าเธออยู่​ครู่หนึ่ง​ หญิงสาวไม่รู้หรอกว่า​เขาตั้งใจ​จะถามเรื่อง​ผู้ชายคน​ที่ทิพย์สุรา งค์​แต่งงานด้วย ​แต่​เมื่อคิดว่าถึงถามก็คงไม่​ได้คำตอบ ​เพราะเธอผู้นั้น​คงกำชับ​เพื่อนไม่ให้บอก​เขา ​และถึง​จะรู้ว่าสามีของทิพย์สุรางค์​เป็น​ใครก็คงไม่มีประโยชน์อะไร​ ​เพราะตอนนี้ทุกอย่างสาย​ไปหมดแล้ว​ ​ทั้งทางฝ่ายเธอ​และฝ่ายของ​เขาเอง คริสจึงตัดสินใจ​ที่​จะไม่ถาม

" ผม​ไปก่อนละ ขอบคุณสำหรับทุกสิ่งทุกอย่าง"

เจนนิเฟอร์มองตามหลังคริส​ที่เดินคอตกจาก​ไปอย่างสงสาร ไม่เข้าใจว่าทิพย์สุรางค์คิดอย่างไรกันแน่ หญิงสาวรีบเก็บเอกสารเข้าแฟ้ม ปิดไฟล็อคกุญแจประตูกระจกแล้ว​เดิน​ไป​ที่ห้องน้ำ ​ซึ่ง​เป็นห้องน้ำรวม​ที่อยู่​อีกปีกตึกหนึ่ง​ คิดว่า​เพื่อนของเธออาจ​จะอยู่​​ที่นั่น ​และจริงดังคาดหญิงสาวผู้นั้น​ยืนพิงเคาเตอร์ยาวหน้ากระจกเงาอยู่​ ในห้องนั้น​ไม่มี​ใครเลย​ อาจ​จะ​เนื่องจาก​เป็นวันหยุด​ที่ออฟฟิศทุกแห่งบนอาคารนี้ปิดทำการ

ทิพย์สุรางค์เงยหน้าขึ้น​ยิ้มเศร้าๆ​​กับเจนนิเฟอร์ ​ที่เดินเข้ามาโอบตัวเธอ

"​เป็นไงมั่งล่ะ ทิปปี้? คริสเพิ่งออก​ไป​เมื่อกี้ ทำท่าเหมือนคนใกล้ตายไม่มีผิด"
ทิพย์สุรางค์หัน​ไปมองหน้า​ที่ซีดเผือดของตัวเองในกระจกเงา ก่อนตอบอย่างเยือกเย็นว่า "ก็สมควรแล้ว​นี่"
"เธอบอก​เขาเรื่อง​ลูกหรือ? นึกยังไงถึงบอก ก็ไหนพูดมาตลอดว่าไม่​ต้องการให้​เขารู้"
หญิงสาวยักไหล่ สีหน้ามีแววสาแก่ใจ​เมื่อตอบว่า "ฉันยังไม่​ได้เล่าให้เธอฟัง ก่อนหน้านี้แม่ของผู้หญิงคนนั้น​มาหาฉัน ​เขาบอกว่า​เขาเห็นฉัน​กับคริสกอดรัดฟัดเหวี่ยงกันอยู่​หน้าลิฟต์ คืน​ที่สองคนนั่น​เขาหมั้นกันนั่นแหละ​" เธอเน้นหนักตรงคำว่า ‘กอดรัดฟัดเหวี่ยง’
เจนนิเฟอร์ทำหน้าตกใจ "นี่เธอ​กำลัง​จะบอกฉันหรือ ว่าคน​ที่เดินสวนเธอออกมาจากลิฟต์​คือแม่ของลลิตา?"

​เมื่อทิพย์สุรางค์พยักหน้ารับ หญิงสาวก็ยกมือขึ้น​แปะหน้าผากตัวเอง "ตายแล้ว​! ป่านนี้​เขาไม่​เอา​ไปเล่าให้ลูกสาว​เขาฟังหมดแล้ว​หรือ ยายลลิตานั่น​เขาไม่โกรธแย่หรือ?"
"ฉันไม่สนใจหรอก มัน​เป็นปัญหา​ที่พวก​เขา​ต้องแก้กันเอง" สีหน้าของเธอเต็ม​ไปด้วย​ความสะใจ

ทิพย์สุรางค์เล่าถึงการสนทนา​ระหว่างเธอ​กับคุณลักษณาให้เจนนิเฟอร์ฟัง​โดยละเอียด รวม​ทั้งคำสนทนาบางตอน​ระหว่างเธอ​กับคริสด้วย ​เมื่อฟังจบหญิงสาวชาวอเมริกันก็ถามว่า

"เธอเชื่อยายคุณลักษณานั่นหรือว่าคริส​เขาพูดยังงั้นจริง? ​เป็นฉันๆ​ไม่เชื่อหรอก ฉันว่าแกเมคเรื่อง​ขึ้น​มาบลั้ฟเธอมากกว่า ฉันดูออกว่าคริสแคร์เธอมาก ​เป็น​ไปไม่​ได้หรอก​ที่​เขา​จะอยากพบเธอ ​เพื่อขอไม่ให้เธอเปิดเผย เรื่อง​​ระหว่างเธอ​กับ​เขา เรื่อง​นี้มันทะแม่งๆ​นะ ลองคิดดูให้ดีสิ"

"ฉันก็เคยคิดเหมือนเธอนั่นแหละ​ ​แต่ก็ช่วยไม่​ได้ สมมติว่า​เขาไม่​ได้พูดยังงั้นจริง ​แต่คน​ที่พูด​แม้​จะ​แต่งเรื่อง​ขึ้น​มาเองก็​เป็นว่า​ที่แม่ยายของ​เขา ​เขาก็ควร​ต้องรับผิดชอบด้วย จริงไหมล่ะ? ก็​เขาไม่ใช่หรือ​ที่ทำให้เกิดเรื่อง​ขึ้น​มาน่ะ ​ถ้า​เขาไม่ทำบ้าๆ​ วิ่งตามฉันออกมาแล้ว​ยื้อยุดฉันไม่ให้เข้าลิฟต์ ยายคุณลักษณานั่นถึง​จะเห็นเรา​ที่หน้าลิฟต์ ก็ไม่มีเรื่อง​อะไร​ให้นำมาวิพากษ์วิจารณ์ให้ฉันเสียหาย​ได้"

"สรุปก็​คือเธอเองก็ยังเชื่อครึ่งไม่เชื่อครึ่งว่าคริส​จะพูดอย่างนั้น​จริง ​แต่เธอเหมา​เอาว่า​เขา​เป็นพวกเดียว​กับยายคุณลักษณานั่น เธอก็เลย​โกรธ​เขาด้วย ​เพราะยายนั่นกล่าวหาเธอเสียๆ​หายๆ​หลายอย่าง แถมยังขู่ในทำนองว่าพ่อยายลลิตา​เป็นผู้มีอิทธิพล ​จะทำอะไร​เธอก็​ได้ จริงไหมล่ะ?"
อีกฝ่ายยักไหล่ "ก็มี​ส่วน ธอก็รู้นี่ว่าฉันไม่เคยยอมให้​ใครมาข่มขู่ฉันแบบนั้น​แล้ว​ลอยนวลไ ปเฉยๆ​ ​ต้องมีการตอบโต้กันบ้าง"
"นี่..ถามจริงๆ​เถอะ ทิปปี้ เธอนัดพบ​กับคริสวันนี้ มีจุดประสงค์อะไร​กันแน่" เจนนิเฟอร์คาดคั้นถาม

ทิพย์สุรางค์ยิ้มอย่างเย้ยหยันคน​ที่ไม่​ได้อยู่​ตรงนั้น​ "บอกเธอตามตรงเลย​นะ เจนนี่ ก่อนหน้า​ที่​จะเกิดเรื่อง​​ที่หน้าลิฟต์ ​แม้​แต่ตอนอยู่​ในงาน​ที่เห็นการหมั้นของพวก​เขา ฉันยังตั้งใจอยู่​เลย​ว่าจบสิ้นกันเสียที​กับอดีต​ที่น่าอดสู เรา​จะต่างคนต่าง​ไป เส้นทางของเรา​จะไม่มีทางมาบรรจบกัน ยิ่งกว่านั้น​นะ เจนนี่ ตอนนั้น​ฉันยังอโหสิกรรมให้​เขา​ไปแล้ว​ด้วยซ้ำ"

"เธอคิดยังงั้นก็ดีแล้ว​นี่ แล้ว​จู่ๆ​ทำไมถึงเปลี่ยนใจล่ะ?" เจนนิเฟอร์ก็ยังไม่เข้าใจอยู่​ดี
"พวก​เขาหยามฉัน ​ทั้งแม่ของผู้หญิงคนนั้น​​และคริส" หญิงสาวยังยืนยัน​ความคิดของตัวเอง "พวก​เขาทำให้ฉัน​ซึ่งทำใจ​ได้แล้ว​​กับเรื่อง​​ที่เกิดขึ้น​ ​ต้องลุกขึ้น​มาตอบโต้"
"แล้ว​เธอ​จะ​ได้อะไร​?" เจนนิเฟอร์ซัก " เธอคิดว่า​เมื่อคริสรู้เรื่อง​ลูกแล้ว​​เขา​จะเลิก​กับยายลลิตานั่นหร ือ?"
​แต่แล้ว​เธอก็ยิ่ง​ต้องงงมากขึ้น​กว่าเดิม​เมื่อทิพย์สุรางค์ตอบว่า "เปล่าเลย​ ฉันไม่​ได้​ต้องการให้​เขาเลิกกัน ตรงกันข้าม ฉันอยากให้​เขา​แต่งงานกัน​โดยเร็วด้วยซ้ำ"
"​เพื่ออะไร​?"

"​เพื่อ​ที่​จะ​ได้พบ​กับ​ความทุกข์เหมือน​ที่ฉันเคยพบแล้ว​ไง ฉันบอก​เขาเรื่อง​ลูก ​เพราะฉันเชื่อว่ามนุษย์ทุกคนรักลูกด้วยกัน​ทั้งนั้น​ ถึง​จะ​เป็นลูก​ที่เกิดมา​โดยไม่​ได้ตั้งใจก็ตาม" ตอนนี้เสียงของเธอมีรอยขื่น แล้ว​เธอก็ยิ้มราว​จะเยาะอะไร​บางอย่าง "​เมื่อ​เขารู้ยังงี้แล้ว​ เธอยังคิดว่า​เขา​จะยังมี​ความสุข​ได้มากมาย​นักหรือ ฉันคิดว่าฉันรู้จัก​เขาดีพอสมควรว่า​เขา​เป็นคนยังไง มโนธรรมเรื่อง​ลูก​จะสะกิดเตือน​เขา​ไปตลอดชีวิต แล้ว​​เขาก็​จะมี​ความสุขน้อยกว่า​ที่ควร ​เมื่อ​เขาไม่มี​ความสุขผู้หญิง​ที่​แต่งงาน​กับ​เขา​จะมี​ความสุข​ได้เต็ ม​ที่หรือ? ​และ​ถ้าลูกสาวไม่มี​ความสุข คน​ที่​เป็นแม่ยัง​จะยิ้มระรื่นอยู่​​ได้อีกหรือ ฉันคิดของฉันยังงี้แหละ​"

อึ้ง​ไปครู่หนึ่ง​หญิงสาวก็พูดต่อว่า "เจนนี่ ฉันอยาก​จะบอกเธอว่า ลำพังเรื่อง​​ที่ฉัน​กับ​เขามีอะไร​กัน ฉันอาจ​จะทำ​เป็นลืมเสียก็​ได้ ​เพราะสมัยนี้คงไม่มี​ใครเห็น​เป็นเรื่อง​ใหญ่เรื่อง​โตนัก ​ถ้าฉันหรือ​เขาไม่พูดเสียอย่างก็​จะไม่มี​ใครรู้ ไม่มีหลักฐานอะไร​ ​แต่เรื่อง​ลูก​เป็นอีกเรื่อง​หนึ่ง​ ​เป็นหลักฐานสำคัญ​ที่ฉัน​จะปิด​ไปตลอดชีวิตไม่​ได้ ​เขาก็​เป็นมนุษย์ มีตัวมีตน ถึงฉัน​จะเคยตั้งใจไม่ให้​เขารู้​เพราะคิดว่าถึงรู้ก็คงไม่มีประโย ชน์อะไร​ ​เขา​กำลัง​จะ​แต่งงานอยู่​แล้ว​ ​แต่เหตุการณ์ต่างๆ​​ที่เพิ่งเกิดขึ้น​ทำให้ฉัน​ต้องเปลี่ยนใจ ฉันเพียง​ต้องการให้​เขารู้ว่า​เขาทำ​ความเสียหายให้ฉันมากกว่า​ที่​เขาคิด ​เขาทำให้ชีวิต​และอนาคตของฉัน​ต้องพังพินาศ ​เขาก็ควร​ต้องรับผิดชอบรับกรรม​ที่​เขาก่อขึ้น​มาด้วยเหมือนกัน"

ทิพย์สุรางค์หยุดคิดถึงผู้หญิงสาวสวยคนนั้น​แล้ว​พูดต่อ​ไปว่า "​ความจริงฉันก็สงสาร​เขานะผู้หญิงคนนั้น​น่ะ ​เขาไม่​ได้มี​ความผิดอะไร​เลย​ ​แต่​เขาบังเอิญเข้ามาอยู่​ในวงจรโดมิโนนี้ด้วย ​เมื่อตัวหนึ่ง​ล้มตัวอื่นๆ​ก็​ต้องล้มตาม​ไปด้วย ช่วยไม่​ได้"

เจนนิเฟอร์คิดทบทวนถึงแผนการของ​เพื่อนแล้ว​ตั้งประเด็นว่า " ​ที่เธอคิดว่า​เมื่อคริสรู้เรื่อง​ลูกแล้ว​​เขา​จะไม่​สามารถมี​ความสุขอยู่​​ได้ ​และ​จะทำให้คนอื่นหมด​ความสุข​ไปด้วยนั่นน่ะ เธอมองแค่มุมของตัวเองเท่านั้น​หรือเปล่า? ​เขาอาจ​จะรู้แล้ว​ทำใจ​ได้ก็​ได้ ต่อ​ไป​เขาก็มีลูกใหม่ด้วยกัน แล้ว​ยังงี้แผนการของเธอมิล้มเหลวหรอกหรือ"

ทิพย์สุรางค์ยักไหล่ " ก็แล้ว​​แต่​เขา ฉันทิ้งไพ่ใบสุดท้ายของฉันลง​ไปบนโต๊ะแล้ว​ อยู่​​ที่​เขาว่า​จะเลือกเล่นแบบไหน ​ถ้า​เขาทำใจ​ได้ฉันก็ไม่ว่า ดีเสียอีก​ที่​ได้รู้ว่าตัวตนจริงๆ​ของ​เขา​เป็นยังไง แล้ว​ฉันก็​จะอยู่​​ได้อย่างมี​ความสุข หมดสิ้นสิ่งติดค้างในหัวใจ"

​เมื่อเห็นสายตา​ที่เต็ม​ไปด้วยคำถามของอีกฝ่าย หญิงสาวก็ยิ้มเศร้าๆ​ "เจนนี่ เธอรู้ไหมว่าบางครั้งการ​ที่เราคาดหวังว่า​ใครสักคน​เป็นคนดี มันทำให้เราตัดใจลำบาก เรา​จะคอยคาดหวังให้​เขาทำ​แต่สิ่งดีๆ​ตลอด​ไป ​แต่​เมื่อไรก็ตาม​ที่เรารู้ว่า​เขาคนนั้น​ไม่​ได้ดีจริงอย่าง​ที่คิด เราก็​จะเลิกหวังแล้ว​ตัดใจ​ได้ เรื่อง​นี้ก็เหมือนกัน ​ถ้า​เขาทำใจ​ได้​และอยู่​กันอย่างมี​ความสุข ฉันก็​จะขออนุโมทนาด้วย แล้ว​ใจของฉันก็​จะ​ได้รับการปลดปล่อยให้​เป็นอิสระ ไม่มีอะไร​ติดค้าง หมดหนี้สิน​ซึ่งกัน​และกัน"

เจนนิเฟอร์เห็นท่าทางแค้นปนเศร้าของทิพย์สุรางค์ ก็เกิด​ความสงสัยถึง​ความรู้สึก​ที่แท้จริงของ​เพื่อน จน​ต้องลองถามว่า "นี่..ทิปปี้ อย่าว่าฉันวุ่นวายเลย​นะ สมมตินะ..สมมติว่าคริสเลิก​กับยายลลิตาแล้ว​กลับมาหาเธอ เธอ​จะว่าไง?"
ทิพย์สุรางค์ฝืนยิ้มก่อนตอบเนือยๆ​ว่า "ไม่ว่าไงหรอก"
"ไอ้​ที่บอกว่าไม่ว่าไงน่ะแปลว่าอะไร​?"
อีกฝ่ายยักไหล่ทำท่าไม่แยแส "ไม่เห็น​ต้องแปลอะไร​นี่ ไม่ว่าไงก็​คือไม่สนใจ ไม่​ต้องการไงล่ะ"
"อ้าว..เกิด​จะเล่นตัวขึ้น​มาเสียอีก ก็แผน​ทั้งหมดของเธอเนี่ย ไม่ใช่​เพื่อให้​เขากลับมาหาเธอหรอกหรือ?"

"เปล่าเลย​ เธอเข้าใจผิดแล้ว​ละ เจนนี่"
สาวอเมริกันมองหน้าทิพย์สุรางค์อย่างมืดแปดด้าน "ตกลง​ที่เธอทำ​ทั้งหมดนี้ ก็​เพื่อให้คริส​กับคู่หมั้น​เขาไม่มี​ความสุขเท่านั้น​เองเหรอ"
อีกฝ่ายเพียง​แต่ยิ้มนิดๆ​ มีแววหมายมาดอยู่​ในดวงตา "ทำนองนั้น​แหละ​"

เจนนิเฟอร์มองหน้า​เพื่อนอย่างไม่เห็นด้วย แย้งว่า "เธอไม่คิดถึงลูกมั่งหรือ? เด็กควร​จะ​ได้อยู่​​กับพ่อแม่​ที่แท้จริงของ​เขานะ ฟัง​ที่เธอเล่า คริสก็เต็มใจ​จะรับผิดชอบ​ทั้งเธอ​และลูกนี่นา ​เขาก็บอกแล้ว​ว่า​พร้อม​ที่​จะตัดยายนั่นออก​ไป แล้ว​ทำไมเธอยังคิด​จะทำอะไร​แผลงๆ​อีกล่ะ? ไม่เข้าใจเธอเลย​จริงๆ​ ​จะเล่น​เอาเถิดเจ้าล่อ​กับ​เขาให้เรื่อง​มันวุ่นวายขึ้น​​ไปอีกทำไม ​ถ้าฉัน​เป็นเธอฉัน​จะเห็นแก่ลูก ละทิษฐิ ยอมรับข้อเสนอของ​เขา ให้ลูก​ได้มีพ่อ"

"ฉันทำยังงั้นไม่​ได้หรอก เจนนี่ ฉันไม่คิด​จะแย่งผู้ชายของ​ใคร"

อีกฝ่ายทำหน้าหมั่นไส้​เพื่อน "นี่..คริสน่ะ ตอนนี้ไม่ใช่ผู้ชายของ​ใครแล้ว​นะ ​แต่​เป็นพ่อของเด็กคนหนึ่ง​ ​เขาเองก็ไม่​ได้ปฏิเสธ​ความ​เป็นพ่อด้วย ​เขาเต็มใจ​ที่​จะรับผิดชอบลูก​เขา​และแม่ของลูก คิดอะไร​ให้มันไกลๆ​หน่อย​ วันนี้เธออาจ​จะคิดแบบมีทิษฐิ ​แต่วันหน้าล่ะ? วัน​ที่​เขาหลุดลอย​ไป​เป็นของคนอื่นแล้ว​เธอ​จะทำยังไง? ลูกเธอล่ะ? ไม่คิดว่า​เขา​จะอยากมีอยากอยู่​​กับพ่อแท้ๆ​ของ​เขา เหมือนเด็กคนอื่นมั่งหรือไง? ฉันหมายถึงตอน​ที่​เขาโตรู้​ความแล้ว​น่ะ ระวังให้ดีเถอะ เธออาจ​จะ​ต้องมานั่งแก้ปัญหาเรื่อง​ลูกอีก แล้ว​​จะเสียใจ"

ทิพย์สุรางค์อึ้ง​ไปนานก่อน​จะกล่าวว่า "ทำไมฉัน​จะไม่เคยคิดล่ะ เรื่อง​ลูกน่ะ"
"แล้ว​ไง? ​ถ้าคิดแล้ว​ทำไม​จะทำแบบนี้อีกล่ะ?" อีกฝ่ายคาดคั้น​ต้องการคำตอบ
"เจนนี่ ฉันจำ​เป็น​ต้องทำแบบนี้ อย่าถามว่า​เพราะอะไร​ มัน​เป็นเหตุผล​ส่วนตัว​ที่คงไม่มี​ใครเข้าใจหรอก"
"ไหน? เหตุผล​ส่วนตัวอะไร​? ทำไมถึงคิดว่าฉัน​จะไม่เข้าใจ? ลองแจงให้ฟังหน่อย​ซิ" เจนนิเฟอร์ไม่ยอมเลิกราง่ายๆ​ ​แม้ทิพย์สุรางค์​จะออกปากไว้ก่อนแล้ว​ว่าไม่​ต้องถาม

อีกฝ่ายนิ่ง ปาก​ที่เม้มแน่น​และสีหน้าแววตาบอก​ความดื้อดึง​ที่ผู้​เป็น​เพื่อนรู ้จักดี ว่า​จะไม่ยอมปริปาก​เป็นอันขาด เห็นแล้ว​เจนนิเฟอร์ก็ยกมือขึ้น​กุมขมับ ร้องว่า "เฮ้อ..ตามใจเธอก็แล้ว​กัน ​จะ​เอายังไงก้อ ฉันละกลุ้ม​กับเรื่อง​ของเธอจริงๆ​เลย​ แล้ว​นี่มีแผน​จะทำอะไร​ต่อ​ไปอีกล่ะ?"

"คืนพรุ่งนี้ฉัน​จะกลับบ้าน จองตั๋วเครื่องบินไว้แล้ว​ ​ความจริงอยาก​จะกลับตั้งแต่คืนนี้ด้วยซ้ำ ​แต่จองไฟลท์ไม่​ได้ กระทันหันเกิน​ไป" ทิพย์สุรางค์ตอบเรียบๆ​
"กลับบ้าน! บ้าน​ที่เมืองไทยน่ะหรือ?" เจนนิเฟอร์ตกใจ​กับ​ความปุบปับของอีกฝ่าย "ทำไม​ต้องกลับ?"
"ฉันคิดว่า​เขา​จะ​ต้องพยายามหาให้​ได้ว่าลูกอยู่​​กับ​ใคร​ที่ไหน ​เขาบอกยังงั้น ​ซึ่งก็หมาย​ความว่า​เขาอาจ​จะมาพบฉันอีก ฉันจึง​ต้อง​ไปจาก​ที่นี่สักพักหนึ่ง​ หลังจาก​เขา​แต่งงานกันแล้ว​ฉันอาจ​จะกลับมา"
"โอย..ฉันเวียนหัว​กับเธอจริงๆ​ ​ถ้า​เขาหาเธอไม่เจอ​เขาก็​ต้องมาคาดคั้น​เอา​กับฉันอีกน่ะสิ ​ถ้า​เขามาเธอ​จะให้ฉันบอก​เขาว่ายังไง?" เจนนิเฟอร์เริ่มรู้สึกปวดหัว
"บอก​เขา​ไปตามตรงก็​ได้ว่าฉันกลับบ้าน ​เขาคงไม่บ้าตาม​ไปถึงโน่นหรอก"

แล้ว​ต่างฝ่ายต่างก็เงียบ​ไป ​แต่พอนึกถึงเรื่อง​สำคัญขึ้น​มา​ได้ทิพย์สุรางค์ก็รีบกล่าวต่อ​โดยเร็วว่า "เจนนี่ มีอีกเรื่อง​​ที่เธอ​ต้องช่วยปิดให้สนิท อย่าให้คริสรู้​ความจริง​เป็นอันขาด"
"มี​ความลับอะไร​อีกล่ะ? เธอชอบทำให้ฉันงงอยู่​เรื่อยเลย​นะ ทิปปี้"
"ฉันบอก​เขาว่า ฉัน​แต่งงานแล้ว​ ฉัน...​"

"​แต่งงานแล้ว​?!!" เจนนิเฟอร์ร้องขัดขึ้น​มาอย่างตกใจ อึ้ง​ไปอึดใจเต็มอย่างคาดไม่ถึง "ทำไมเธอ​ต้องหลอก​เขาว่า​แต่งงานแล้ว​? บ้าหรือเปล่า? เอ๊ะ..ทิปปี้ ฉันงง​ไปหมดแล้ว​นะ เธอคิดอะไร​ของเธอน่ะ?"
อีกฝ่ายยิ้มนิดๆ​ ​แม้สีหน้า​จะเผือดซีด "ฉันจำ​เป็น​ต้องหลอก​เขา...​"
"​เพื่ออะไร​? เธอ​จะ​ได้อะไร​​ที่หลอก​เขาแบบนั้น​? ​ที่ฉันอยากให้เธอ​กับ​เขา​ได้พบกันก็​เพื่อปรับ​ความเข้าใจกันเสีย เผื่อ​จะมีทาง​แต่งงาน​แต่งการกัน ไหนๆ​ก็มีลูกด้วยกันแล้ว​ ​แต่เธอดัน​ไปตัดหนทางตัวเองเสียหมด " เจนนิเฟอร์ซักต่ออย่างไม่ลดละ รู้สึกโกรธว่า​เพื่อนทำอะไร​ไม่เข้าท่า

"เจนนี่ ฉันจำ​เป็นจริงๆ​นะ เธอก็รู้จักฉันดีไม่ใช่หรือว่าฉันไม่ใช่คน​ที่​จะเ​ที่ยวพูดจาเหลว ไหล หรือหลอกลวง​ใคร"
"ใช่ ฉันรู้ว่าเธอ​เป็นคนแบบนั้น​ แล้ว​อยู่​ๆ​ลุกขึ้น​มาทำยังงี้​ได้ยังไง จำ​เป็นบ้าบออะไร​? ไหนลองอธิบายมาซิ เผื่อ​เพื่อนโง่ๆ​คนนี้​จะเข้าใจบ้าง"
"เจนนี่ อย่าโกรธเลย​นะ ลองคิดดูดีๆ​สิ ตอนนี้​เขารู้แล้ว​ว่า​เขามีลูก ​ถ้า​เขารู้ว่าฉันยังไม่มีคนอื่น​เขาก็อาจ​จะพยายามมาวุ่นวาย​กับฉัน อีก เรื่อง​ก็​ต้องคาราคาซังต่อ​ไป แล้ว​คู่หมั้น​เขาล่ะ ​จะทำอย่างไร? ฉันไม่...​"
อีกฝ่ายร้องขัดขึ้น​มาทันที "อ้อ..เห็นแก่ยายลลิตานั่น ​ถ้างั้นเธอ​ไปบอกคริสทำไมล่ะว่า​เขามีลูก​กับเธอ?"

ทิพย์สุรางค์ถอนใจยาวอย่างอัดอั้น "ฉันบอก​เขา​เพราะ​ต้องการให้​เขาเจ็บปวดเหมือน​ที่ฉันเจ็บปวด มัน​เป็นเรื่อง​​ระหว่างฉัน​กับคริสสองคนเท่านั้น​ ไม่เกี่ยว​กับผู้หญิงคนนั้น​ ลลิตาไม่จำ​เป็น​ต้องรู้เรื่อง​นี้ แล้ว​ก็ไม่ใช่​เพราะเห็นแก่​เขาหรอก..เจนนี่ เพียง​แต่ฉันไม่​ได้คิด​จะทำร้าย​เขาถึงขนาดให้​เขา​ต้องเลิกกัน ​ที่ฉัน​ต้องมาเจอเรื่อง​แบบนี้ก็ถือว่า​เป็นกรรมมากพอแล้ว​ ไม่อยาก​จะสร้างเวรสร้างกรรมให้​ต้องมาตาม​ใช้กันอีก"

" ​แต่วันหนึ่ง​คริสก็​ต้องรู้ว่าเธอหลอก​เขา"
"รู้ก็ไม่​เป็นไร ฉันขอแค่ตอนนี้เท่านั้น​ พอ​เขาสองคน​แต่งงานกันแล้ว​ ถึงคริส ​จะรู้ว่าฉันยังไม่​ได้​แต่งงานก็สาย​ไปแล้ว​ ​เขาไม่มีทาง​จะกลับเข้ามาวุ่นวายในชีวิตฉัน​ได้อีก"
เจนนิเฟอร์มองหน้าทิพย์สุรางค์อยู่​นาน ก่อน​จะถอนใจยืดยาวอย่างอ่อนใจ ​กับเรื่อง​ราว​ทั้งหมดของ​เพื่อน "คบกันมาตั้งนานเพิ่ง​จะรู้ว่า​เพื่อนฉัน​เป็นนักวางแผน ​เอาเถอะ แล้ว​​แต่เธอ ​ถ้าคิดว่านี่​เป็นทางออก​ที่ดี​ที่สุดแล้ว​"

ทิพย์สุรางค์ฟังเสียงเหมือนไม่เห็นด้วย ​แต่จำ​เป็น​ต้องปลงให้ตกของอีกฝ่ายแล้ว​ก็หันมากอดเจนนิเฟอร์ "ขอโทษนะเจนนี่ ​ที่ทำให้เธอ​ต้องวุ่นวาย​ไปด้วย ​แต่ฉันคิดว่าเรื่อง​ของฉัน​กับ​เขาคง​จะจบแล้ว​ละ ขอบใจมากนะ​ที่ยืนเคียงข้างฉันตลอดมา ขอบใจมาก​เพื่อนรัก"
เจนนิเฟอร์กอดตอบ " ทำไง​ได้ล่ะ ถึงฉัน​จะไม่ค่อยเห็นด้วย​กับแผนของเธอ ​แต่ฉันก็​ต้องช่วยเธออยู่​ดี รู้ไหมทิปปี้ จบเรื่อง​นี้แล้ว​สงสัยฉัน​ต้อง​ไปล้างบาปเสียแล้ว​ละ"

​ส่วนคริสนั้น​ ​เมื่อเดินเหมือนคนไร้วิญญาณ​ไปถึงรถ​ที่จอดอยู่​บนลาน ก็เข้า​ไปนั่งในรถ แล้ว​แทน​ที่​จะขับออก​ไป​เขากลับนั่งจมอยู่​อย่างนั้น​ สมองของ​เขาตึงเครียดหัวใจของ​เขาแตกสลาย ผู้หญิง​ที่​เขาไม่เคยรู้ตัวว่ารัก​และลูก​ที่​เขาไม่เคยรู้ว่ามี ลูก​ที่เรียกชายอื่นว่าพ่อ ลูก​ที่​เมื่อรู้ถึงสิ่ง​ที่เกิดขึ้น​​จะเคียดแค้นชิงชัง​เขา​ไปชั่วชี วิต ชายหนุ่มไม่เคยรู้มาก่อนเลย​ ว่า​ความรัก​ความซาบซึ้งดื่มด่ำ​ที่มีต่อเลือดเนื้อเชื้อไขนั้น​ ​จะรุนแรงทรงอิทธิพล​ได้ถึงเพียงนี้ มันยิ่งใหญ่ดื่มด่ำกว่า​ความรักอื่นมากมาย​นัก ไม่มี​ความรักแบบใด​ที่​จะ​สามารถนำมาเทียบเคียงหรือทดแทน​ได้

​เมื่อมองดูมือตัวเองเห็นซองสีน้ำตาลใบนั้น​ ​เขาก็หยิบรูปในซองออกมาดูอีกครั้งด้วยนัยน์ตา​ที่พร่าพราย ดูซ้ำแล้ว​ซ้ำเล่าทุกอิริยาบท​โดยไม่เบื่อหน่าย ในขณะ​ที่หัวใจก็คร่ำครวญว่า ‘ ลูกของเรา นี่ลูกของเราหรือนี่ ‘ แล้ว​หัวใจ​ที่แทบ​จะระเบิด​เพราะเรื่อง​ราว​ที่คาดไม่ถึง ทำให้​เขานึกโกรธทิพย์สุรางค์ ​เป็น​ไป​ได้อย่างไร​ที่เธอปิดบังเรื่อง​นี้แล้ว​ยัง​ไป​แต่งงาน​กับ​ใครก ็ไม่รู้อีก เธอ​แต่งงาน​เพื่อหาพ่อให้ลูกอย่างนั้น​หรือ? แล้ว​​เขาล่ะ? ​เขา​ซึ่ง​เป็นพ่อแท้ๆ​เธอ​เอา​ไปไว้เสีย​ที่ไหน ?

ยิ่งคิด​เขาก็ยิ่งเสียใจ แค้นใจ​และโกรธเธอ ผู้หญิงอะไร​ช่างใจดำเสียเหลือเกิน ​เขากลับ​ไปหาเธอทันทีไม่​ได้ก็​เพราะมีเรื่อง​ราว​ความจำ​เป็นมากมาย​ มา​เป็นอุปสรรคขัดขวางไม่ให้​เขากลับ​ไปหาเธอ​ได้ ​แต่ทันที​ที่​สามารถ​จะ​ไป​ได้​เขาก็รีบรุด​ไปหาเธอ แล้ว​เธออยู่​รอ​เขาหรือเปล่าเล่า? ก็เปล่าเลย​ เธอหนี​ไปต่างประเทศเสียนานแล้ว​ มิหนำซ้ำยังให้คนอื่นช่วยกันปิดด้วยว่าเธออยู่​​ที่ไหน

ทำไมเธอจึงโยนเรื่อง​​ทั้งหมดให้​เขา​เป็นฝ่ายผิด​แต่เพียงผู้เดียวเ ล่า ​ถ้าเธอเชื่อใจ​เขาสักนิด เธอก็น่า​จะรออยู่​​ที่เวียงพุกามโน่นสิ หรือไม่ก็ไม่​ต้องให้​ใครๆ​ช่วยกันปิดบัง​ที่อยู่​ของเธอ ​ถ้าตอนนั้น​​เขารู้ว่าเธออยู่​​ที่ไหน ต่อให้สุดขั้วโลก​เขาก็​จะ​ต้องดั้นด้น​ไปหาเธอ ก็​เขาสัญญาไว้ในจดหมายฉบับ​นั้น​แล้ว​ไม่ใช่หรือ ว่า​เขา​จะกลับ​ไปหาเธอ ขอเพียงให้เธอเชื่อใจ​เขาเท่านั้น​ ผู้หญิงอะไร​​เอา​แต่ใจตัวเอง​ได้ถึงขนาดนี้ นึกถึง​แต่ใจตัวเอง ไม่สนใจ​ความรู้สึกของคนอื่นบ้างเลย​

ชายหนุ่มคิดกลับ​ไปกลับมาอยู่​อย่างนี้ด้วย​ความโกรธ​และน้อยใจทิพย ์สุรางค์ ​แต่อีกครู่​ต่อมาใจ​ที่​เป็นธรรมก็เริ่มอ่อนลง แล้ว​หวนกลับ​ไปนึกสงสาร​และเห็นใจเธอ เธอ​ต้องจากบ้านเกิดเมืองนอน หลบลี้หนีหน้าผู้คนมาอยู่​ไกลถึงอเมริกา ​ต้องทนอุ้มท้อง​และเลี้ยงดูลูกของ​เขาตามลำพังเหมือนลูกไม่มีพ่อ ​ถ้าไม่มี​เพื่อนดีๆ​อย่างเจนนิเฟอร์ เธอ​และลูก​จะ​เป็นอย่างไรก็ยังไม่รู้เลย​ ​เขาก่อกรรมทำเข็ญให้เธอด้วย​ความขาดสติเพียงครั้งเดียว ​แต่เธอ​ต้องรับกรรม​ที่​เขา​เป็นผู้ก่อ​ไปตลอดชีวิต แล้ว​​เขายัง​จะโกรธ​และโทษเธออีกหรือ เธออาจจำ​เป็น​ต้อง​แต่งงาน ​เพื่อรักษาหน้าตัวเอง​และครอบครัว​เอาไว้ก็​ได้

อ้าว..แล้ว​ลูกของ​เขาล่ะ? ทำไมเธอ​ต้องทำให้ลูกของ​เขา กลาย​เป็นลูกของเจ้าบ้าคนไหนก็ไม่รู้​ที่เธอ​แต่งงานด้วยเล่า? พอคิดมาถึงตรงนี้​เขาก็เริ่มแค้นใจขึ้น​มาอีก คิดหาวิธีว่าทำอย่างไรจึง​จะมีโอกาส​ได้เห็นหน้าลูกสักครั้ง สำหรับทิพย์สุรางค์น่ะ​เขาจนปัญญาแล้ว​ คง​จะ​เอาเธอกลับคืนมาไม่​ได้ ​เพราะเธอ​ไป​แต่งงาน​กับผู้ชาย​ที่เธอบอกว่าแสนดีแสนมีคุณธรรมคนนั้น​เสียแล้ว​นี่ ถึง​จะเสียใจเพียงใด​เขาก็ยังไม่บ้าพอ​ที่​จะ​ไปแย่งเมียคนอื่น ชายหนุ่มคิดอย่างเสียใจระคนแค้น

คริสคิดพลุ่งพล่านวก​ไปวนมาอยู่​อย่างนี้อีกนาน จนกระทั่งโทรศัพท์​ที่เพิ่งกดปุ่มให้ทำงาน​ได้ตามปกติของ​เขาดังขึ ้น ชายหนุ่มหยิบโทรศัพท์ขึ้น​มา เหลือบดูชื่อผู้โทร.อย่างซังกะตาย แล้ว​ตอบรับด้วยน้ำเสียง​ที่อ่อนเนือย

"ลิตาหรือ? มีอะไร​หรือเปล่า?"
เสียงจากปลายสายอีกด้านหนึ่ง​นิ่งชะงัก​ไปชั่วครู่ ก่อนถามกลับมาว่า "​เป็นอะไร​หรือเปล่าคะ​ เสียงพี่เหนื่อยจังเลย​"
"ไม่มีอะไร​หรอก ว่า​แต่ลิตามีธุระอะไร​หรือเปล่า?"
"ลิตาโทรมาหาพี่หลายครั้ง​แต่พี่ไม่รับโทรศัพท์เลย​ ลิตา​เป็นห่วงน่ะ"

เสียงหวานๆ​​และจริงใจของเธอผู้นี้เคย​เป็นสิ่ง​ที่​เขาชอบฟัง ​แต่วันนี้มันเกิดอะไร​ขึ้น​​กับ​เขา ทำไม​เขาจึงรู้สึกเหนื่อยหน่าย ไม่อยากพูดหรือฟังอะไร​​ทั้งนั้น​

​เมื่อไม่​ได้ยินเสียงตอบจาก​เขาลลิตาก็พูดต่อว่า " พี่เสร็จธุระหรือยัง คืนนี้พี่​จะมาหาลิตาหรือเปล่าคะ​?"

คริสนิ่งอึ้ง ตอนนี้​เขาไม่อยู่​ในสภาพ​ที่​จะ​ไป​ที่ไหน​ได้​ทั้งสิ้น ​เขาอยากอยู่​ตามลำพังเงียบๆ​​กับ​ความสูญเสีย​ที่​กำลัง​ได้รับ ​แต่​ความเกรงใจให้เกียรติเธอคนนี้​ที่​เป็นคู่รักกันมานานหลายปี รอคอยการกลับมาของ​เขาอย่างซื่อสัตย์อดทน ​และตอนนี้มีฐานะ​เป็นคู่หมั้น​ที่มีกำหนด​จะ​แต่งงานกันในอีกไม่ช้า ทำให้​เขาอึกอัก

การนิ่งของคริสทำให้ลลิตา​ซึ่งรู้จัก​เขาดี รู้ว่าไม่ใช่เวลา​ที่​จะเซ้าซี้​เขา เธอจึงหัวเราะเบาๆ​ ก่อน​จะบอก​เขาอย่างอ่อนโยนว่า "พี่คงเหนื่อยแล้ว​ กลับ​ไปพักผ่อนเถอะค่ะ​ ​ความจริงแม่ของลิตามีธุระ​กับพี่ ​แต่​เอาไว้ก่อนก็​ได้ พรุ่งนี้ลิตา​จะโทร​ไปใหม่นะคะ​ "

หลังจากนั้น​ชายหนุ่มก็โทรศัพท์​ไปหา​เพื่อนสนิทคนหนึ่ง​​ที่อยู่​ในกรุงนิวยอร์ค ชวนออก​ไปกินเหล้า กินกันตั้งแต่บ่ายยันดึกจนเมาแทบพับ​ไปด้วยกัน แล้ว​ใน​ที่สุดก็ซมซานกลับอพาร์ตเมนท์ของบิดามารดา ด้วยอาการหมด​ทั้งแรงกายสิ้น​ทั้งแรงใจ ไม่รู้ด้วยซ้ำว่าขับรถกลับจากผับแห่งนั้น​​ได้อย่างไร ​โดยไม่เกิดอุบัติเหตุเสียก่อน

 

F a c t   C a r d
Article ID S-3306 Article's Rate 44 votes
ชื่อเรื่อง เวลาที่หายไป --Series
ชื่อตอน สาแก่ใจ --อ่านตอนอื่นที่ตีพิมพ์แล้ว คลิก!
ผู้แต่ง ดอยสะเก็ด
ตีพิมพ์เมื่อ ๑๒ มกราคม ๒๕๕๕
ตีพิมพ์ในคอลัมน์ เรื่องยาว ซีรีส์
จำนวนผู้เปิดอ่าน ๒๒๗ ครั้ง
จำนวนความเห็น ๓ ความเห็น
จำนวนดอกไม้รวม ๒๑๓
| | | |
เชิญโหวตให้เรตติ้งดอกไม้แก่ข้อเขียนนี้  
R e a d e r ' s   C o m m e n t
ความเห็นที่ ๑ : wadee [C-17754 ], [113.53.145.166]
เมื่อวันที่ : ๒๐ ต.ค. ๒๕๕๓, ๑๐.๐๖ น.

คุณรจฯขา ไม่​​ได้มีปัญหาอะไร​​หรอกค่ะ​​ ​​ที่หายเงียบ​​ไป​​เพราะป่วยเสียหลายวัน ตอนนี้สบายดีแล้ว​​ค่ะ​​ รู้ว่าคุณรจฯคอยอยู่​​เลย​​รีบมาอัพบทใหม่ ขอบคุณสำหรับ​​ความหวังดี​​และ​​ความอบอุ่น​​ที่มอบให้ค่ะ​​

แจ้งลบข้อความ


ความเห็นที่ ๒ : Rotjana Geneva [C-17756 ], [62.202.122.49]
เมื่อวันที่ : ๒๐ ต.ค. ๒๕๕๓, ๑๓.๓๘ น.

อุ๊ย คุณดอยฯ ขอบคุณมากเลย​​ค่ะ​​ รจนาไม่ทราบว่าคุณป่วย งั้นขอเยี่ยมอาการป่วยนะคะ​​ ไม่สบายมากหรือเปล่า ตอนนี้หายดีหรือยัง ​​ที่บ้านเดือดร้อน​​กับน้ำท่วมหรือเปล่าคะ​​ โปรดรักษาสุขภาพนะคะ​​ แควน ๆ​​ รออยู่​​

หรือว่าคุณดอยฯป่วย​​พร้อม​​กับคริส​​ที่เสียใจ​​กับการตัดรอน ​​และช็อค​​กับข่าวเรื่อง​​ลูก​​ที่ไม่เคยรู้ว่ามีค่ะ​​ ​​และทิพย์สุรางค์​​ที่หัวใจสลาย

รจนายอมรับเลย​​ว่า ติดนิยายเรื่อง​​นี้หนึบหนับ ​​ที่จริงเลิกอ่านนิยาย​​ไปนานแล้ว​​ ยกเว้นในศาลานกน้อยนี่แหละ​​

มอบ มาเยี่ยมไข้นะคะ​​

มาเขียนต่อ​​ได้​​เมื่อไรก็​​เมื่อนั้น​​ค่ะ​​ สบาย สบาย

เดี๋ยว​​จะเข้า​​ไปเม้นท์เนื้อหาอีกต่างหากค่ะ​​

แจ้งลบข้อความ


ความเห็นที่ ๓ : Rotjana Geneva [C-17759 ], [193.134.193.5]
เมื่อวันที่ : ๒๐ ต.ค. ๒๕๕๓, ๒๑.๒๑ น.

คิก คิก ยังไม่สาแก่ใจค่ะ​​ ยังอยากอ่านตอนต่อ​​ไปให้สม​​กับ​​ที่คิดถึง

​​จะว่า​​ไปแล้ว​​ รจนาชอบการสนทนาของสอง​​เพื่อนสาวมากเลย​​ ​​และก็ชัก​​จะหมั่นไส้คุณหนูเพิ่มมากขึ้น​​เรื่อย ๆ​​ หรือว่า "​​ความรักทำให้คนตาบอด"

​​ที่ไม่ค่อยชอบคุณหนูก็​​คือ ชอบยักไหล่นี่แหละ​​ แค่นึกภาพก็รู้สึกว่า​​ไม่งามแล้ว​​ เอ ​​แต่ว่าคนสวยทำอะไร​​ก็อาจ​​จะงาม​​ไปหมดนิ

ชอบหลาย ๆ​​ สำนวนค่ะ​​

คุณหนู "​​​เขาก็ควร​​​ต้องรับผิดชอบด้วย จริงไหมล่ะ? ก็​​​เขาไม่ใช่หรือ​​​ที่ทำให้เกิดเรื่อง​​​ขึ้น​​​มาน่ะ ​​​ถ้า​​​เขาไม่ทำบ้าๆ​​​ วิ่งตามฉันออกมาแล้ว​​​ยื้อยุดฉันไม่ให้เข้าลิฟต์" -- คุณหนูก็พูดไม่ผิดหรอกนะ ​​แต่แหม คุณหนูก็ช่างใจร้าย ซ้ำเติมจำเลย​​เสียจากเสียผู้เสียคน​​ไปเลย​​


คำพูดของเจนนี่ "ใช่ ฉันรู้ว่าเธอ​​​เป็นคนแบบนั้น​​​ แล้ว​​​อยู่​​​ๆ​​​ลุกขึ้น​​​มาทำยังงี้​​​ได้ยังไง จำ​​​เป็นบ้าบออะไร​​​? ไหนลองอธิบายมาซิ เผื่อ​​​เพื่อนโง่ๆ​​​คนนี้​​​จะเข้าใจบ้าง" -- แล้ว​​ก็เผื่อคนอ่านเซ่อ ๆ​​ อย่างรจนา​​จะเข้าใจด้วยเหมือนกัน หุหุหุ


คริส - "ชายหนุ่มคิดกลับ​​​ไปกลับมาอยู่​​​อย่างนี้ด้วย​​​ความโกรธ​​​และน้อยใจทิพย ์สุรางค์ ​​​แต่อีกครู่​​​ต่อมาใจ​​​ที่​​​เป็นธรรมก็เริ่มอ่อนลง แล้ว​​​หวนกลับ​​​ไปนึกสงสาร​​​และเห็นใจเธอ เธอ​​​ต้องจากบ้านเกิดเมืองนอน หลบลี้หนีหน้าผู้คนมาอยู่​​​ไกลถึงอเมริกา" -- แหม ​​ถ้าผู้ชายทุกคนเข้าใจผู้หญิง​​ได้อย่างนี้ก็ดีสินะ


​​เอาใจช่วยคนเขียนต่อ​​ไปค่ะ​​

แจ้งลบข้อความ


สั่งให้ระบบส่งเมลแจ้งการเพิ่มเติมความเห็น
 ศาลานกน้อย พร้อมบริการเสมอ และยินดีรับฟังข้อเสนอแนะจากทุกท่าน  ติดต่อเว็บมาสเตอร์ได้ทางคอลัมน์ คุยกับลุงเปี๊ยก หรือทางอีเมลได้ที่ uncle-piak@noknoi.com  พัฒนาระบบ : ธีรพงษ์ สุทธิวราภิรักษ์  โลโกนกน้อย : สุชา สนิทวงศ์  ภาพดอกไม้ในนกแชท : ณัฐพร บุญประภา  ลิขสิทธิ์งานเขียนในนิตยสารรายสะดวก เป็นของผู้เขียนเรื่องนั้น  ข้อความที่โพสบนเว็บไซต์แห่งนี้ เป็นความคิดเห็นส่วนตัวของผู้โพสทั้งสิ้น