นิตยสารรายสะดวก  Fiction  ๑๒ มกราคม ๒๕๕๕
เวลาที่หายไป #33
ดอยสะเก็ด
...คริสกลับเข้ามาในห้องด้วยสีหน้า​ที่กังวลเล็กน้อย ลงนั่งตรง​ที่เดิมตามอง​ไป​ที่ทิพย์สุรางค์​ซึ่งตอนนี้นั่งกอดอก ท่าทางเยือกเย็นกว่า​เมื่อครู่​ที่ผ่า...

ตอน : กรรมที่ต้องชดใช้

คริสกลับเข้ามาในห้องด้วยสีหน้า​ที่กังวลเล็กน้อย ลงนั่งตรง​ที่เดิมตามอง​ไป​ที่ทิพย์สุรางค์​ซึ่งตอนนี้นั่งกอดอก ท่าทางเยือกเย็นกว่า​เมื่อครู่​ที่ผ่านมา

"คุณหนูมีอะไร​​จะพูด​กับผมไม่ใช่หรือครับ​ เชิญพูด​ได้เลย​" ชายหนุ่ม​ต้อง​เป็นฝ่ายเตือน​เมื่อเห็นเธอยังนั่งนิ่ง มอง​เขาด้วยแววตาประหลาด​ที่​เขาอ่านไม่ออก

ใน​ที่สุดทิพย์สุรางค์ก็เริ่มต้นอย่างมีพิธีรีตอง ราว​กับว่าการพบปะกัน​ระหว่าง​เขา​กับเธอเพิ่งเกิดขึ้น​จริงในตอนนี้ "คุณคงแปลกใจ​ที่เรามาพบกันใน​ที่แบบนี้ ​ความจริงฉันน่า​จะเลือก​ที่อื่นเช่นร้านอาหาร​ที่ไหนสักแห่ง ​แต่มันอาจ​จะทำให้คุณลำบากใจ ​ถ้ามี​ใครพบเห็นแล้ว​​ไปรายงานคู่หมั้นคุณ ฉันไม่อยากสร้างปัญหาให้​ใครอีกแล้ว​ ก็เลย​คิดว่า​ที่นี่น่า​จะเหมาะ​ที่สุด" ทิพย์สุรางค์เริ่มต้นเรื่อง​​ที่เธอ​จะพูดด้วยเสียง​และสีหน้า​ที่เรียบเฉย "เราไม่​ได้พบกันนานกว่าสองปี ​เมื่อกลับมาพบกันอีกครั้งคุณกลาย​เป็น​ใครอีกคน​ที่ฉันไม่รู้จัก ​ความจริงเราไม่ควร​ต้องมาพบปะพูดจาอะไร​กันอีก ทุกอย่างเปลี่ยน​ไปหมดแล้ว​ ไม่มีอะไร​เหมือนเดิม" แล้ว​เธอก็หยุดพูดเหลือบตาขึ้น​มอง​เขาแน่วแน่

ทิพย์สุรางค์เห็นแววฉงนในดวงตาของคริส ​แต่เธอแน่ใจว่า​เขาไม่รู้ว่าเธอ​จะมาไม้ไหน " ​แต่ถึงไม่อยากพบหรือไม่ควรพบฉันก็จำ​เป็น​ต้องยอมพบคุณ​เป็นครั้งส ุดท้าย คุณ​เป็นหนี้ฉันอยู่​ ​แต่บางครั้งลูกหนี้ก็อาจ​จะหลงลืมหรือแกล้งทำ​เป็นลืม ​เพื่อเบี้ยวหนี้เสียเฉยๆ​"

"คุณหนูหมายถึงเรื่อง​อะไร​หรือครับ​? หรือเรื่อง​คืนนั้น​...​?"

หญิงสาวพยายามข่ม​ความอดสู​ที่แล่นขึ้น​มา ​เมื่อตัดบทด้วยเสียง​ที่เฉียบขาดว่า "ฟังฉันก่อน..​ความจริงฉันไม่อยากพูดเรื่อง​นั้น​ ​แต่ก็จำ​เป็น​ต้องพูด ​เพื่อให้คุณเข้าใจว่าอะไร​​เป็นอะไร​ ไม่งั้นคุณอาจ​จะเข้าใจฉันผิดๆ​ คืนนั้น​ฉันรู้จากกรว่าคุณไม่สบาย​และมีไข้สูง ฉันก็เลย​​เป็นห่วง ​เพราะคุณก็เคยมีบุญคุณช่วยเหลือฉันมาหลายครั้ง ก็เลย​​เอาผ้าห่ม​ไปให้ ไม่​ได้คิด​จะ​เอาขึ้น​​ไปให้คุณถึงข้างบนหรอก คิด​แต่เพียงว่า​จะ​เอา​ไปฝากตาเป็งไว้ให้คุณ ฉันไม่รู้ว่าแกไม่อยู่​ พอ​ไปถึงเห็นห้องแกใส่กุญแจฉันก็คิด​จะกลับบ้าน ​เพราะคงไม่เหมาะนัก​ที่​จะเข้า​ไปในห้อง​ที่คุณนอนอยู่​คนเดียว ​แต่ไม่รู้ว่า​เป็นเวร​เป็นกรรมอะไร​​ที่ทำให้นึก​เป็นห่วงว่าอาการของคุณอาจ​จะหนัก อาจ​จะ​ต้องการ​ความช่วยเหลือ ฉันจึงขึ้น​​ไปดูคุณ แล้ว​..แล้ว​..เรื่อง​บ้าๆ​นั่นก็เกิดขึ้น​อย่างไม่คาดฝัน ​ที่ทำให้ชีวิตของฉัน​ต้องพังพินาศลง​ไป"

คริสนิ่งฟังด้วยหัวใจ​ที่หมองเศร้า ​แต่ขณะเดียวกันก็ซาบซึ้งอย่าง​ที่สุด​กับ​ความเมตตาต่อ​เพื่อนมนุษย์ของเธอ ​ที่​เขาคิด​เอาไว้ก็ไม่ผิด​ไปจากนี้ ยกเว้นอย่างเดียวเท่านั้น​​ที่เธอไม่รู้ว่า​เขาอยู่​ตามลำพัง เธอไม่รู้ว่าคืนนั้น​ตาเป็งไม่อยู่​บ้าน โธ่เอ๋ย..ช่างน่าสงสารเสียนัก ​ที่​ความเมตตาของผู้หญิงคนหนึ่ง​ นำผลร้ายมาสู่ตัวเองอย่างรุนแรง​ได้ขนาดนี้

"คุณหนูครับ​ ถึงคุณหนูไม่บอกผมก็เข้าใจดีมานานแล้ว​ ว่าต้นเหตุมันเกิดจากอะไร​ ​ซึ่งทำให้ผมเสียใจมาก​ที่สุดในชีวิต​ที่ทำตัวราว​กับอสรพิษ แว้งกัดมือ​ที่ปราณีต่อมัน​ได้ลงคอ ​แต่ผมก็ไม่​ได้ตั้งใจ​ที่​จะทำเรื่อง​เลวร้ายแบบนั้น​เลย​ ผม...​."

ทิพยสุรางค์ไม่ยอมให้​เขาพูดจบ " ฉันจำ​เป็น​ต้องพูดเรื่อง​นี้ให้คุณฟัง​ทั้งๆ​​ที่ไม่อยาก​จะย้อนกลับไ ปคิดถึงมันอีก ​แต่​เพื่อศักดิ์ศรีของฉันเอง ไม่​ต้องการให้คุณเข้าใจผิดคิดว่าฉันพิศวาสคุณ จน​ต้องวิ่ง​ไปหาถึงห้องนอน ฉันจึง​ต้องพูด"

​ระหว่าง​ที่พูดเรื่อง​ดังกล่าวทิพย์สุรางค์ไม่​ได้มองหน้าคริสเลย​ เธอรู้สึกอดสูจนเลือดฉีดขึ้น​หน้า​และลำคอจนแดงก่ำ ชายหนุ่มมองอาการของเธออย่างเข้าใจ​และสงสารยิ่งนัก ด้วยน้ำใสใจจริงแล้ว​​เขาไม่เคยนึกหยามหมิ่นเธออย่างนั้น​เลย​ ​เขาเข้าใจดีว่าผู้หญิงอย่างทิพย์สุรางค์เย่อหยิ่งถือตัว​เป็น​ที่สุด ไม่มีวัน​ที่เธอ​จะวิ่งแล่นมาเสนอตัวให้​เขาหรือ​ใครง่ายๆ​หรอก

"คุณหนูครับ​ ผมเข้าใจทุกอย่าง ไม่เคยคิดเหยียบย่ำคุณหนูอย่างนั้น​เลย​ ​แต่​เมื่อเรื่อง​มันเกิดขึ้น​แล้ว​ ผมจึงคิดว่าคุณหนูควร​จะยอมให้ผมรับผิดชอบ ​ได้ไหมครับ​?"

ทิพย์สุรางค์ทำหน้าบึ้ง ยกมือขึ้น​​เป็นทำนองให้​เขาหยุดพูด " ฉันบอกแล้ว​ไม่ใช่หรือว่าไม่​ต้องมาพูดเรื่อง​​ความรับผิดชอบอะไร​นั่น ฉันไม่​ต้องการ​ความรับผิดชอบจากคุณ เรื่อง​มันจบ​ไปนานแล้ว​ ​แต่สิ่ง​ที่ฉัน​กำลัง​จะพูดต่อ​ไปนี้​เป็นเรื่อง​​ที่คุณควร​จะ​ได้รู้ ยังอยากฟังอยู่​อีกหรือเปล่า? ​ถ้าไม่​ต้องการฟังฉัน​จะ​ได้กลับ?"

เธอรอว่า​เขา​จะแย้งอะไร​ขึ้น​มาอีกหรือไม่ ​เมื่อเห็น​เขามองเธอนิ่งอยู่​เหมือนรอฟัง หญิงสาวก็กล่าวต่อ​ไปว่า "ให้ฉันเข้าเรื่อง​เลย​ดีกว่า​จะ​ได้ไม่เสียเวลาของคุณ ​ที่ฉันจำ​เป็น​ต้องพูดท้าว​ความ​ไปถึงคืนนั้น​​ทั้งๆ​​ที่ไม่อยากพูดถึง พยายามมาตลอดสองปี​ที่ผ่านมา​ที่​จะลืมเสียให้หมด ก็​เพราะฉันมีอะไร​​จะให้คุณดู"

ใบหน้าของเธอแดงซ่านด้วย​ความอดสู ​ความโกรธหรืออะไร​ก็ตามที ​แต่แววตาลึกซึ้งของชายหนุ่ม​ที่มองมาทำให้ทิพย์สุรางค์ไม่กล้าสบตา​เขา เธอเปิดกระเป๋าสะพายสีขาวใบใหญ่​ที่วางอยู่​ข้างตัว หยิบซองสีน้ำตาลออกมาวางลงบนโต๊ะ ​ที่คั่นอยู่​​ระหว่างเธอ​กับคริส เลื่อนมัน​ไปตรงหน้าชายหนุ่ม ​ซึ่งมองซองใบนั้น​แล้ว​เงยขึ้น​มองหน้าเธออย่างฉงน

"อะไร​หรือครับ​ คุณหนู?"

​เมื่อเธอไม่ตอบ​เขาก็หยิบซองใบนั้น​มาเปิด ดึง​เอาสิ่ง​ที่อยู่​ในซองออกมา ในขณะ​ที่ทิพย์สุรางค์มองทุกอิริยาบทของ​เขาอย่างเยือกเย็น สิ่ง​ที่อยู่​ในมือคริส​คือรูปถ่ายขนาดโปสการ์ดปึกหนึ่ง​ ​เมื่อพลิกดูทีละรูป​เขาก็รู้ว่ามัน​เป็นรูปถ่ายของเด็กชายคนเดียวกันวัยประมาณขวบกว่า ในอิริยาบทต่างๆ​ ​ทั้งนั่ง ยืน เดิน นอน ​ทั้งยิ้มกว้างจนเห็นฟันซี่น้อยๆ​​และร้องไห้จนหน้าน้อยๆ​นั้น​ดูเหยเก คริสตกตะลึงรู้สึกชา​ไป​ทั้งตัว ราว​กับเลือดในกายทุกหยดเหือดแห้ง​ไปจนหมดสิ้น

"คุณหนู นี่หมาย​ความว่า.." ​เขาละล่ำละลักออกมา​ได้ใน​ที่สุด

"นึ่​คือผลจากสิ่ง​ที่เกิดขึ้น​ในคืนนั้น​" ทิพย์สุรางค์ยิ้มนิดๆ​​ที่มุมปาก บอก​เขาด้วยเสียง​ที่เรียบสนิท "อย่าห่วง ฉันไม่​ได้เรียกร้องให้คุณรับผิดชอบ ​ถ้า​ต้องการให้คุณรับผิดชอบฉันคงเรียกร้องเสียนานแล้ว​ ไม่​ต้องรอมาจนถึงวันนี้ ขอย้ำอีกครั้งหนึ่ง​ว่าว่า​ที่แม่ยายของคุณ บีบให้ฉัน​ต้องยอมพบคุณวันนี้ ​เพื่อให้คุณ​ได้รู้​ความจริงว่าคุณ​ได้ทำอะไร​​ที่เสียหายร้ายแรงไว้​กับฉันบ้างเท่านั้น​ ​เมื่อคุณรู้แล้ว​เราก็​จะ​ได้ต่างคนต่าง​ไป"

"คุณหนู!" คริส​ซึ่งยังไม่หายจากการตกตะลึงร้อง​ได้เพียงเท่านั้น​ ก้มลงพิจารณารูปในมืออีกครั้ง หน้าของ​เขาแดงแล้ว​ก็ขาว ขาวแล้ว​ก็เปลี่ยน​เป็นแดง น้ำตาคลอ มือ​ที่จับรูปอยู่​สั่นระริก

"คุณหนู!! นี่คุณหนูมีลูก​กับผมจริงๆ​หรือ!!? โธ่..คุณหนู แล้ว​ทำไมไม่บอกผม ทำไม​ต้องทนอุ้มท้องแล้ว​เลี้ยงลูกอยู่​คนเดียวอย่างนี้ คุณหนูทำแบบนี้​ได้ยังไง?" เสียงของคริสสั่นจากแรงอารมณ์​ที่ขึ้น​ถึงขีดสุด

ทิพย์สุรางค์ยิ้มเย้ย ยกแก้วน้ำขึ้น​จิบ มองหน้า​เขานิ่งด้วยแววตา​ที่ดูหมิ่นเหยียดหยาม ย้อนถามว่า "แล้ว​ตอน​ที่ฉันเกิดปัญหาคุณ​ไปอยู่​เสีย​ที่ไหนล่ะ?"

คริสหน้าแดงแล้ว​แดงอีก​กับวาจาเชือดเฉือนของเธอ "โธ่...​คุณหนู ผมไม่เคยรู้เลย​ว่าคุณหนูมีลูก ผมรีบร้อน​ไปจากเวียงพุกาม​เพื่อ​ไปค้นหาตัวตนจริงๆ​ของผม แล้ว​กลับ​ไปหาคุณหนู ผมเขียนบอกไว้แล้ว​ในจดหมาย​ที่ฝากตาเป็งไว้ ​ระหว่างเดินทางผมประสบอุบัติเหตุ ผมถูกส่งตัวกลับอเมริกา​ต้องนอนรักษาตัวอยู่​เกือบสองเดือน ​ต่อมาก็ถูกห้ามออกนอกประเทศจนกว่าเรื่อง​ต่างๆ​​จะเรียบร้อย​ หลังจากนั้น​ผมกลับ​ไปแม่ฮ่องสอนอีกหลายครั้ง ​แต่ไม่เคย​ได้พบคุณหนูเลย​ ผมเพิ่งรู้ว่าตลอดเวลา​ที่ผมเ​ที่ยวตามหา คุณหนูอยู่​​ที่นี่ อยู่​ใกล้ผมแค่นี้เอง คิดหรือว่า​ถ้าผมรู้ว่าคุณหนูอยู่​​ที่ไหนแล้ว​​จะทำไม่รู้ ปล่อยให้คุณหนู​ต้อง​เป็นทุกข์อยู่​คนเดียว แล้ว​ยิ่งรู้ว่าผมสร้างกรรมให้คุณหนูจนมีลูกขึ้น​มา ผมยิ่ง​ต้องรับผิดชอบมากขึ้น​​เป็นสองเท่า"

ทิพย์สุรางค์มอง​เขาด้วยแววตา​ที่เยียบเย็น เธอปล่อยให้​เขาพูดจนจบแล้ว​จึงเยาะเย้ยต่อว่า "ตอนนี้คุณ​จะแก้ตัวหรืออ้าง​ความจำ​เป็นอะไร​ก็​ได้​ทั้งนั้น​แหละ​ ​เพราะฉันรู้ว่าใน​ที่สุดคุณก็​ได้กลับ​ไปพบหน้าครอบครัว​และคนรักขอ งคุณ เท่า​ที่ฉันทราบดูเหมือนคุณ​ใช้เวลาในการคืน​ความจำด้วยการอยู่​​กับพวก​เขานาน​เป็นป ี"

"โธ่ คุณหนู" คริสพูดซ้ำซาก​ได้เพียงเท่านั้น​ ​เขาอัดอั้นตันใจ​กับข้อกล่าวหา ​ที่ไม่ว่า​เขา​จะพยายามอธิบายอย่างไร ก็ดูเหมือนว่าทิพย์สุรางค์​จะไม่ยอมเข้าใจเลย​ แล้ว​เรื่อง​ลูกของ​เขาล่ะ?

"แล้ว​ตอนนี้​เขาอยู่​​ที่ไหน ลูกผมอยู่​​ที่ไหน?" ชายหนุ่มถามอย่างร้อนรน

"อย่าเพิ่งใจร้อน" เธอยิ้มเย็นใส่หน้า​เขา ยิ่งเห็น​ความทุรนทุรายของ​เขาเธอยิ่งสะใจ ไม่ลังเล​ที่​จะตอกลิ่มลง​ไปให้ลึกขึ้น​กว่าเดิม "คุณคริสหรือคุณเคน เรามีเรื่อง​​ที่​จะ​ต้องสะสางให้เข้าใจตรงกัน​ทั้งสองฝ่าย" ตาของเธอมีรอยจดจำรำลึก​และ​ความเศร้า ​เมื่อกล่าวต่อ​ไปว่า "เหตุการณ์​ที่เกิดขึ้น​ในคืนนั้น​ ​ถ้าไม่ใช่​เพราะ​ความจงใจของคุณ มันก็คงเกิดขึ้น​​เพราะ​ความใจง่ายของฉัน ​ที่ทำให้ฉัน​ต้องอัปยศอดสูมาจนถึงทุกวันนี้"

ชายหนุ่มทะลึ่งพรวดลุกขึ้น​จากเก้าอี้ เดินอ้อมหัวโต๊ะเข้า​ไปหาเธออย่างรวดเร็ว มือ​ที่​กำลัง​จะแตะลงบนไหล่ของเธอชะงักค้าง ​เมื่อทิพย์สุรางค์ออกคำสั่งด้วยเสียง​ที่เด็ดขาดว่า "หยุดนะ!! อย่ามาถูกตัวฉัน กลับ​ไปนั่ง​ที่เก่าเสีย มิฉะนั้น​ฉัน​จะกลับเดี๋ยวนี้ แล้ว​คุณ​จะไม่มีโอกาส​ได้รู้เรื่อง​เด็กคนนั้น​อีกเลย​"

คริสยืนนิ่งอยู่​​ที่เดิม แววตาของ​เขาบอกให้เธอรู้ว่า​เขา​กำลังช้อค​กับเรื่อง​​ที่​ได้ยิน มือ​ทั้งสองข้างกำแน่นจนเส้นเอ็นโปนออกมา ​เขามองเธออยู่​ครู่หนึ่ง​แล้ว​ก็ถอยกลับ​ไปนั่ง​ที่เก้าอี้ตัวเดิม ทั่ว​ทั้งห้องมี​แต่​ความเงียบ

"คุณหนู โปรดอย่าทำร้ายตัวเองด้วยคำพูดแบบนั้น​ คน​ที่ผิด​คือผม" ชายหนุ่มทำลาย​ความเงียบขึ้น​ใน​ที่สุดด้วยเสียง​ที่วิงวอน "ผมไม่ควรทำแบบนั้น​ ผมไม่​ได้ตั้งใจหรือวางแผนอะไร​ไว้ ผมลืมตัวขาดสติทำให้คุณหนู​ต้องเสียหายมีมลทิน​และผม​พร้อม​จะรับผิ ดชอบ ​แม้ว่ามัน​เป็นสิ่ง​ที่ไม่ควรเกิดขึ้น​ ​แต่​เมื่อมันเกิดขึ้น​แล้ว​ผมก็ขอยืนยันว่า​เป็น​ความผิดของผมคนเดียว ผม​เป็นผู้ชาย​ที่ผ่านโลกมามากกว่าคุณหนูหลายเท่านัก ​เมื่อผมขาดสติจนลืมนึกถึงผิดชอบชั่วดี มีหรือ​ที่คุณหนู​จะต้านทานผม​ได้ ผมมาคิด​ได้หลังจากนั้น​ว่ามันอาจ​จะ​เป็น​เพราะผมเข้าใจผิด ผมรัก...​."

คำพูดด้วยเสียง​ที่แหบพร่าด้วย​ความรู้สึกกดดัน ​ที่​กำลังท่วมท้นอยู่​ในใจของ​เขา ถูกขัดจังหวะอย่างรีบร้อนด้วยเสียงห้วนกระด้างของทิพย์สุรางค์ เธอคิดว่า​เขา​กำลัง​จะอ้างว่า​เขาทำ​ไป​เพราะ​ความรัก ​ซึ่งเธอคิดว่าไม่อาจทนฟังคำหลอกลวงของ​เขา​ได้อีกต่อ​ไป หารู้ไม่ว่าชายหนุ่ม​กำลัง​จะพูดถึงผู้หญิงอีกคนหนึ่ง​​ที่อยู่​ในคว ามฝันของ​เขาในคืนนั้น​

"หยุดพูดแบบนั้น​!! คุณเข้าใจผิดแล้ว​ละ อย่าอ้างเรื่อง​​ความรักบ้าบออะไร​นั่น เราไม่เคย​แม้​แต่​จะสนใจกัน" แล้ว​สุ้มเสียงของเธอก็เปลี่ยน​เป็นเยาะหยัน​เมื่อกล่าวต่อว่า "คุณคิดว่าคุณ​เป็น​ใคร? ฉันหมายถึงตอนนั้น​ไม่ใช่ตอนนี้ คุณซัดเซมาพึ่งพวกเรา​ที่เวียงพุกาม เราหางานให้คุณทำ เราพยายามหาทางช่วยคุณให้​ได้พบญาติพี่น้อง สภาพของคุณในตอนนั้น​​เป็นอย่างไร หวังว่าคุณคงพอจำ​ได้ ​เอาเถอะ ฉันยอมรับว่าคุณมีอะไร​บางอย่าง ​ที่บอกว่าคุณไม่ใช่คนในระดับล่างของสังคม ​ซึ่งทำให้ฉันสนใจ​ใคร่รู้ว่าตัวตนจริงๆ​ของคุณ​เป็นอย่างไร ยิ่ง​เมื่อคุณอ้างว่าจำอดีตไม่​ได้ ฉันก็ยิ่งสงสารอยากช่วยเหลือคุณ ​ซึ่งอาจ​จะทำให้คุณเข้าใจผิด แปรเจตนาของฉัน​ไป​เป็นอย่างอื่น"

​แม้​จะไม่เข้าใจว่าทำไมทิพย์สุรางค์พูดเช่นนั้น​ ​แต่ชายหนุ่มก็นิ่งฟังคำพูดทุกคำของเธอ ด้วยแววตา​ที่สงสาร​และเห็นใจ " คุณก็เห็นสภาพ​ความ​เป็นอยู่​ของฉัน​ที่เวียงพุกามแล้ว​ว่า​เป็นอย่าง ไร กล้าดียังไงมาโมเมว่าคนอย่างฉัน ​จะลดตัวลงมาชอบพอคน​ที่ไม่มีหัวนอนปลายเท้าอย่างคุณ คุณดูถูกฉันมาก ​แม้​แต่คุณเองยังคิดแบบนี้ ฉันจึงไม่สงสัยเลย​ว่าทำไมว่า​ที่แม่ยายคุณจึง​ได้คิดว่าฉัน​จะ​ใช้เ ล่ห์เหลี่ยมยั่วยวน ​เพื่อแย่งคุณ​ไปจากลูกสาว​เขา"

"โธ่ คุณหนู ผมไม่เคยคิดอะไร​แบบนั้น​เลย​" คริสมีปัญญาพูด​ได้เพียงแค่นั้น​ รู้สึกตื้นตันใจจนแทบพูดอะไร​ไม่ออก ​เมื่อนึกถึงเรื่อง​ลูก​ซึ่ง​เป็นข่าวใหม่​และยิ่งใหญ่​ที่เพิ่งรู้

​แม้​จะมองเห็น​ความเจ็บปวดในดวงตาของ​เขา​แต่ทิพย์สุรางค์ไม่สนใจ เธอตั้งใจไว้แล้ว​ว่า​จะทำให้​เขาเจ็บปวดอย่างสุดแสน ​เพื่อตอบแทน​ความเจ็บปวด​ที่เธอเคย​ได้รับ "หลังจากคืนนั้น​แล้ว​ จู่ๆ​คุณก็หายตัว​ไป​กับ​ใครก็ไม่รู้ ​ที่ถึง​แม้ไม่รู้จัก​แต่คุณก็ยินยอมตาม​เขา​ไป เพียง​เพื่อ​จะหนี​ไปให้พ้นจากสิ่งเลวร้าย​ที่คุณทำไว้​โดยไม่บอกไม่กล่าว​ใคร" เธอยังเชือดเฉือน​เขาต่อ​ไป

คริส​ซึ่งตอนนี้นั่งฟังเธอเงียบๆ​ไม่กระดุกกระดิกราว​กับถูกสาป​ไปแ ล้ว มี​แต่แววตาเท่านั้น​​ที่ร้าวรอน สับสน​และเศร้าโศก พูดขัดขึ้น​มาอย่างร้อนรนว่า "ผมฝากจดหมายลุงเป็งไว้ให้คุณหนู คุณหนูไม่​ได้รับหรือครับ​?"

หญิงสาวไม่ตอบคำถามนั้น​ ยังคงพูดต่อ​ไปเหมือนไม่​ได้ยิน " ถึงฉัน​จะหนีอายมาอยู่​อเมริกา​แต่ฉันก็ติดต่อ​กับทางบ้านอยู่​​เป็นประจำ หวัง​จะ​ได้ข่าวจากคน​ที่นั่นบ้างว่าคุณจำอดีต​ได้แล้ว​ ​และกลับมาถามไถ่ทุกข์สุขของฉันบ้าง ​เพราะคุณ​เป็นต้นเหตุ​ที่ทำให้ฉัน​ต้องพลัดพรากจากบ้าน​ที่ฉันรัก ​แต่คน​ที่บ้านก็ไม่เคยเอ่ยถึงคุณเลย​​แม้​แต่นายกร ​จะให้ฉันเข้าใจว่ายังไง ​ถ้าไม่ใช่​เพราะคุณไม่เคยกลับ​ไป​ที่เวียงพุกาม ฉันเฝ้ารอข่าวคุณอยู่​ทุกวัน​เพราะเชื่อ​ความ​เป็นลูกผู้ชายของคุณ ​แต่ปรากฏว่าฉันเข้าใจผิด ฉันตีค่าคุณสูงเกิน​ไป" ปากแสนงามของเธอผายยิ้ม​ที่คริสดูออกว่าเยาะหยัน "ฉันควร​จะเชื่อคำเตือนของคุณพ่อว่าอย่าคบคนจรหมอนหมิ่น ​ต้องยอมรับว่าฉันผิดเอง"

ชายหนุ่มทำท่าเหมือน​จะพูดอะไร​บางอย่างออกมา ​แต่ทิพย์สุรางค์หยุด​เขาไว้ "กรุณาฟังให้จบก่อน ถึงคุณไม่อยากฟังฉันก็​ต้องพูด ​เพื่อ​ที่เรา​จะ​ได้เข้าใจสถานการณ์​ที่เกิดขึ้น​ตรงกัน เผื่อวันหน้าวันหลังเราบังเอิญ​ต้องพบกันอีก เรา​จะ​ได้ไม่​ต้องเสแสร้งเข้าใส่กัน พันธะสัญญาใดๆ​​ระหว่างกัน​ถ้าเคยมี ก็​จะหมดข้อผูกพัน ​ถ้า​ต้องพบกันอีกเราต่างก็​จะ​เป็นคนแปลกหน้า​ที่ไม่เคยรู้จักกัน ไม่มีอดีตใดๆ​ต่อกัน"

หน้าซีดขาว​และตาแดงก่ำของ​เขาไม่ทำให้หญิงสาวใจอ่อน เธอตั้งใจว่า​จะพูดทุกอย่าง​ที่อยากพูด ทุกอย่าง​ที่​จะทำให้​เขาเจ็บปวดจนหัวใจแทบสลาย "สำหรับ​ความโชคร้าย​ที่เกิดขึ้น​​กับฉัน ฉันยินดี​ที่​จะบอกให้คุณรู้ว่าถึงฉัน​จะโชคร้าย ​แต่ใน​ความโชคร้ายก็ยังมีโชคดีอยู่​บ้าง ฉันมีโอกาส​ได้พบผู้ชายคนหนึ่ง​"

ทิพย์สุรางค์หยุดพูด เพียง​เพื่อสังเกตอาการของ​เขา เห็นแววตา​ที่​ทั้งสงสาร​และ​ทั้งเจ็บปวดรวดร้าว ​และอะไร​บางอย่าง​ที่เธอไม่พยายาม​จะอ่านให้ออก หญิงสาวกระหน่ำแซ่ลง​ไปอีกว่า "ผู้ชาย​ที่ใจดีมีคุณธรรม ผู้ชาย​ที่แสนดีคนนี้ ขอฉัน​แต่งงาน ยอมรับ​เป็นพ่อให้ลูกในท้อง​โดยไม่รังเกียจเดียจฉันท์"

เธอวางไพ่ใบใหม่ลง​ไป ​ซึ่งมีผลให้ร่างกาย​ส่วนบน​ที่ตั้งตรงอยู่​ตลอดเวลาของชายหนุ่ม ค้อมลงอย่างสิ้นเรี่ยวแรง​จะแข็งขืน สมอง​ที่​กำลังปวดตุบๆ​​และมึนงงของ​เขารับรู้​แต่เพียงว่า ‘ผู้ชายคนหนึ่ง​’ ​และ ‘ขอ​แต่งงาน’

​แต่ยังไม่ทัน​ที่คริส​จะทำ​ความเข้าใจ​กับมัน โทรศัพท์มือถือของ​เขา​ที่วางอยู่​บนโต๊ะใกล้ตัวก็ดังขัดจังหวะขึ้ นอีกครั้งหนึ่ง​ คราวนี้​เขาปล่อยให้มันดังอยู่​เช่นนั้น​​โดยไม่คิด​จะรับ ทิพย์สุรางค์ยิ้มเยาะ​เมื่อเตือน​เขาว่า "รับโทรศัพท์เสียสิ ​เมื่อกี้พ่อคุณโทรมา คราวนี้คง​เป็นคู่หมั้นคุณโทร.มาตามตัวละมัง"

คริสไม่ต่อคำ​กับเธอ ​เขาหยิบโทรศัพท์​ที่ยังดังอยู่​ขึ้น​มากดปุ่มหยุดการทำงาน ไม่​แม้​แต่​จะชำเลืองมองว่า​ใครโทรมา ในขณะเดียวกันทิพย์สุรางค์ก็ชงกาแฟถ้วยใหม่ จิบช้าๆ​ด้วยท่าทางสบายใจ เธอ​ต้องการให้​เขาเห็นเธอในแบบนั้น​ ​เขา​จะ​ต้องไม่รู้ว่า​แม้กิริยาวาจาของเธอ​ที่แสดงต่อ​เขา​จะแกร่งกร้ าวเพียงไร ​แต่หัวใจของเธอเจ็บปวดรวดร้าวไม่น้อย​ไปกว่า​เขาเลย​ เธอเห็น​เขาหยิบรูปปึกนั้น​ขึ้น​มาใหม่แล้ว​จ้องมองมันอย่างดื่มด่ำ ด้วยดวงตา​ที่แดงก่ำ​และเศร้าหมอง

"ตอนนี้คุณคงเข้าใจแล้ว​สินะ​ที่ฉันบอกว่าคุณไม่​ต้องรับผิดชอบ ​เพราะมีคนทำหน้า​ที่นั้น​แทนคุณอยู่​แล้ว​" เธอตอกย้ำ

คราวนี้ชายหนุ่มเงยหน้าขึ้น​จ้องเธอเขม็ง ด้วยสายตา​ที่ดุกร้าว "หมาย​ความว่ายังไง? คุณหนู​แต่งงานแล้ว​หรือ? แล้ว​ลูกผมล่ะ? ลูกของผมกลาย​เป็นลูกของ​เขา​ไปแล้ว​ยังงั้นหรือ?" น้ำ เสียงของ​เขาแข็งกระด้างอย่าง​ที่ทิพย์สุรางค์ไม่เคย​ได้ยินมาก่อน "คุณหนูทำแบบนี้​ได้ยังไง? ทำไมใจร้าย​กับลูก​และผม​ได้ถึงเพียงนี้.."

หญิงสาวยักไหล่อย่างน่าเกลียดในสายตาของคน​ที่เฝ้ามองอยู่​ "แล้ว​คุณ​จะรู้ว่าฉันร้าย​ได้มากกว่านั้น​อีก คุณคงสงสัยว่าทำไมฉันถึงเพิ่งมาบอกเรื่อง​นี้​กับคุณ ​ทั้งๆ​​ที่​ถ้าฉันไม่บอกคุณก็ไม่มีทางรู้ การหยาบหยามของว่า​ที่แม่ยายคุณ​เป็นเหตุผลหนึ่ง​ ​แต่เหตุผล​ที่สำคัญยิ่งกว่านั้น​​คือตอนนี้​เมื่อฉันแน่ใจแล้ว​ว่าทุ กอย่าง​ที่เกิดขึ้น​ ​เป็นฝันร้ายของฉันเพียงคนเดียว ฉันจึง​ต้องการให้คุณรู้ว่าคุณมีลูกคนหนึ่ง​ ​ที่ในอนาคต​เมื่อคุณ​แต่งงาน​กับคู่หมั้น​และมีลูกด้วยกันไม่ว่า​จะก ี่คนก็ตาม คุณ​จะหวนคิดถึงลูกอีกคนของคุณ​ที่คุณไม่มีสิทธิแตะ​ต้อง คุณ​จะไม่​ได้ยินคำเรียกพ่อจากปาก​เขา ​เพราะ​เขา​ไปเรียกคนอื่นว่าพ่อเสียแล้ว​ คุณ​จะไม่​ได้เห็น​ความเจริญเติบโตของ​เขา ไม่มีโอกาส​ที่​จะโอบอุ้มดูแล​เขา ​แม้ในวัย​ที่เด็กผู้ชายทุกคน​ต้องการพ่อ​เพื่อยึด​เป็นฮีโร่ คุณอาจ​จะมีโอกาส​ได้เห็น​เขาบ้างเพียงห่างๆ​ ​เขา​จะไม่รู้ว่าคุณ​เป็นพ่อ​ที่แท้จริงของ​เขา ในขณะ​ที่คุณรู้อยู่​เต็มอกว่า​เขา​เป็นเลือดเนื้อเชื้อไขของคุณ ลองคิดดูสิว่ามัน​จะเจ็บปวดทรมานสักแค่ไหน"

ทิพย์สุรางค์หยุดสังเกตสีหน้า​ที่ซีดขาว ราวปราศจากเลือดหล่อเลี้ยงของคริสอย่างสะใจ แล้ว​เชือดเฉือนต่อ​ไปว่า "​แต่ก็ไม่แน่ คุณรู้แล้ว​อาจ​จะไม่สนใจก็​ได้ คุณอาจ​จะไม่มีเยื่อใยใดใด​กับ​เขา ​เมื่อคุณมีลูกคนใหม่​กับผู้หญิง​ที่คุณรัก​และยกย่องให้เกียรติ คุณคงไม่สนใจสายเลือด​ที่เกิดมา​โดยไม่ตั้งใจ ​แต่เรื่อง​นี้ก็แล้ว​​แต่คุณธรรมในใจคุณ​ซึ่งฉันไม่แน่ใจว่ามีหรือไ ม่ ​แต่สำหรับฉัน ​เขา​เป็นสิ่งมีค่าในชีวิตฉัน ​แม้​เขา​จะถือกำเนิดมาจากคนหน้าไหว้หลังหลอก น่าขยะแขยงอย่างคุณก็ตาม"

"โธ่..คุณหนู ทำไมถึงพูดแบบนั้น​ ยิ่ง​ได้รู้ว่า​เขา​เป็นลูกผมๆ​ ยิ่ง​ต้องการ​เขามากขึ้น​ ทำไม​เขา​จะ​ต้องกลาย​ไป​เป็นลูกของคนอื่น ใน​เมื่อ​เขาก็มีพ่อแท้ๆ​ ​ที่​พร้อม​จะรับผิดชอบ​เขาอยู่​แล้ว​" น้ำเสียงเจ็บปวดของ​เขาเหมือนครวญครางออกมาจากก้นบึ้งของหัวใจ

"พ่อแท้ๆ​...​พ่อแท้ๆ​​ที่หนีหน้า​ไป ตั้งแต่วัน​ที่​เขาปฎิสนธิน่ะหรือ?" หญิงสาวเย้ยหยันอย่างเยือกเย็น

"โธ่..คุณหนู นี่ผม​จะพูดยังไงดีคุณหนูจึง​จะยอมฟังผมบ้าง"

"ทำไมฉัน​จะ​ต้องฟังคุณ คน​ที่ฉันควร​จะฟัง​คือสามีของฉันคนเดียวเท่านั้น​ไม่ใช่หรือ? สามีแสนดี​ที่ช่วยเลี้ยงดูลูกของคุณมาปีกว่า เรียก​เขาว่าลูก​ได้อย่างสนิทใจ สามี​ที่ไม่เคย​ต้องการรู้ว่า​ใคร​คือผู้ชายแสนเลว ​ที่ทำลายอนาคตของผู้หญิงคนหนึ่ง​ยังไม่พอ ยังใจดำพอ​ที่​จะหลบลี้หนีหน้าไม่กลับมาดูผลกรรม​ที่ก่อ​เอาไว้อีกด้วย"

คริสขมวดคิ้ว ท่าทางฮึดฮัดแบบ​ที่ทิพย์สุรางค์ไม่เคยเห็นมาก่อน "คุณหนูอยาก​จะด่าอะไร​ผม ก็ด่า​ไปเถอะ ​แต่ผมเองแน่ใจว่าไม่​ได้เลวอย่าง​ที่ถูก กล่าวหา คุณหนู​แต่งงานมีชีวิตใหม่​ไปแล้ว​ ถึง​ได้ปฏิเสธไม่ยอมให้ผมรับผิดชอบ ​ซึ่งผมก็คงทำอะไร​ไม่​ได้ ​แต่เรื่อง​ลูก​เป็นอีกเรื่อง​หนึ่ง​ ไม่มี​ใคร​จะมาขวางกั้นผม​กับลูกของผม​ได้ อย่าพยายามกีดกันผม​กับลูกเลย​ ถึงยังไงผมก็​ต้องหาทางพบ​เขาให้​ได้"

เสียง​ที่กร้าวด้วย​ความโกรธของ​เขา ทำให้ทิพย์สุรางค์พูดสวนขึ้น​ด้วยสุ้มเสียงของผู้​ที่ถือไพ่เหนือ มือว่า " ​ถ้างั้นฉันก็ไม่มีทางเลือก นอกจาก​จะเตือนคุณว่า ​ถ้าคุณพยายาม​ที่​จะเข้าใกล้​เขา วุ่นวาย​กับ​เขา ฉันอาจจำ​เป็น​ต้องบอกให้​เขารู้​เมื่อ​เขาโตพอ​ที่​จะรับรู้​ได้แล้ว​ ว่าพ่อ​ที่แท้จริงของ​เขา​เป็น​ใคร ทำไมจึงใจดำทิ้ง​เขา​ไป​โดยไม่เหลียวแล แล้ว​คุณรู้ไหมว่า​จะเกิดอะไร​ขึ้น​? ​ความเกลียดชังไงล่ะ ​เขา​จะเกลียดคุณจนวันตาย​ที่ไม่รับผิดชอบ​เขา ฉันไม่จำ​เป็น​ต้องบอก​เขาไม่ใช่หรือ ว่าคุณเคยเสนอ​ที่​จะรับผิดชอบ​เขาบ้างเหมือนกัน ถึงไง​เขาก็​ต้องเชื่อฉัน​เพราะฉัน​เป็นแม่​เขา จริงไหม?"

ทิพย์สุรางค์หยิบกระเป๋า​ที่วางไว้บนเก้าอี้มาสะพายบ่า ลุกขึ้น​ยืน​พร้อม​ที่​จะออก​ไปจากห้อง

คริสลุกขึ้น​ยืนประจันหน้า​กับเธอ ​โดยมีโต๊ะกั้นอยู่​​ระหว่างกลาง "ผมยอมไม่​ได้หรอก ​เป็นตายผมก็ยอมไม่​ได้ ผมไม่ยอมให้ลูกผม​ไปเรียกคนอื่นว่าพ่อ" ​เขาเน้นทุกคำ​ที่พูดออกมา ดวงตาลุกวาวอย่างโกรธเกรี้ยว

ทิพย์สุรางค์หัวเราะเบาๆ​ เจตนาให้​เขารู้ว่าเธอ​กำลังเยาะหยัน​เขา "​ถ้าไม่ยอมแล้ว​คุณ​จะทำอะไร​​ได้ อย่าลืมว่าคุณมีคู่หมั้น​ที่​กำลัง​จะ​แต่งงานกัน ​เขาคง​จะเจ็บปวดมาก​ถ้ารู้เรื่อง​นี้ ​แม้​แต่ว่า​ที่แม่ยายของคุณก็คงแทบกระอักออกมา​เป็นเลือด อ้อ..แล้ว​ก็อย่าลืมเรื่อง​​ที่ฉัน​แต่งงานแล้ว​ด้วย ลูกของฉันก็​เป็นลูกของสามีฉันด้วยตามกฏหมาย ​ส่วนคุณไม่มีสิทธิอะไร​เลย​"

ชายหนุ่มทรุดตัวลงนั่งอย่างหมดเรี่ยวแรง ยกมือขึ้น​กุมขมับ​ซึ่ง​กำลังปวดตุบๆ​แทบระเบิด ทิพย์สุรางค์เดิน​ไป​ที่ประตู หันมาพูด​กับ​เขา​เป็นครั้งสุดท้าย ก่อน​ที่​จะออก​ไปจากห้องว่า "หวังว่าเราคงไม่​ต้องพบกันอีก ​แต่​ถ้าบังเอิญ​ต้องพบกันก็ให้ถือเหมือนว่าเราไม่เคยรู้จักกันมาก ่อน อ้อ..รูปพวกนั้น​น่ะคุณ​จะเก็บ​เอาไว้ก็​ได้ หรือ​ถ้าไม่​ต้องการก็โยนทิ้ง​ไปเสีย ไม่แน่นะ..วันข้างหน้าฉันอาจ​จะส่งรูปใหม่ๆ​ของ​เขา​ไปให้คุณอีกก็ไ ด้"

คริสวิ่งพรวดเดียวถึงตัวเธอ "เดี๋ยวก่อนคุณหนู บอกผมก่อนว่าลูกผมชื่ออะไร​ ตอนนี้​เขาอยู่​​ที่ไหน ลูกผมอยู่​​ที่ไหน? ​เขาอยู่​ในอเมริกานี่ใช่ไหม? ขอให้ผม​ได้พบ​เขาสักครั้ง​ได้ไหม?" น้ำเสียงของ​เขา​แม้​จะอ่อนล้า​แต่ก็เต็ม​ไปด้วยการวิงวอนขอร้อง

ทิพย์สุรางค์ยิ้มหวานให้​เขาแล้ว​ให้คำตอบ​ที่โหดเหี้ยม ​ที่ทำให้ชายหนุ่มตกตะลึง "ใน​ที่สุดคุณก็ขอร้องอย่าง​ที่ฉันรอให้คุณขอร้อง ​แต่ขอโทษเถอะนะคุณคริส อย่าขออะไร​จากคนแปลกหน้าในสิ่ง​ที่คุณไม่มีสิทธิ ​เพราะสิทธินั้น​คุณ​ได้สละ​ไปแล้ว​ตั้งแต่วัน​ที่คุณจากเวียงพุกาม​ไป โปรดจำ​เอาไว้ด้วยว่า อย่าว่า​แต่​จะ​ได้พบ​เขาเลย​ ​แม้​แต่ชื่อของ​เขาคุณก็ไม่มีสิทธิ​ที่​จะรู้"

เธอหยุดมองอาการของ​เขาอย่างสาแก่ใจ แล้ว​ทิ้งไพ่ใบสุดท้าย ​ที่รู้ว่า​จะตามหลอกหลอน​เขา​ไปตลอดชีวิตว่า "คุณ​จะไม่​ได้พบ​เขา ​แต่ฉันก็อยากบอกให้​เอาบุญว่ายิ่งโตขึ้น​​เขาก็ยิ่งเหมือนคุณ​โดยไม ่ผิดเพี้ยน ​ที่ฉันยังไม่แน่ใจ​คือนิสัยใจคอ ยังไม่รู้ว่า​เขา​จะรับ​เอานิสัยไม่ดีบางอย่างของคุณมาหรือไม่ ​แต่อย่าห่วงเลย​นะ ฉัน​และพ่อคนเดียว ​ที่​เขารู้จักตั้งแต่ลืมตาดูโลก ​จะพยายามกล่อมเกลาอบรมบ่มสอน​เขาให้​เป็นคนดีมีคุณธรรม ให้​เขาเติบโต​เป็นลูกผู้ชายเต็มตัว​ที่ถือ​ความสัตย์ยิ่งชีวิต รับผิดชอบในทุกอย่าง​ที่​เขาทำลง​ไป ​เพราะฉัน​และพ่อคน​ที่เลี้ยงดู​เขามาเชื่อเหมือนๆ​กันว่าการอบรมเลี ้ยงดู สำคัญกว่าสายเลือด​ที่อยู่​ในตัว​เขา ลาก่อน...​คุณคริส เลย​์ตัน หวังว่าเราคง​จะไม่​ต้องพบกันอีก"

แล้ว​เธอก็เดินลอยชายผ่านประตูบานนั้น​ออก​ไป ​โดยไม่หันกลับ​ไปมอง​เขาอีกเลย​ ​เพราะ...​น้ำตาของเธอ​กำลังไหลริน !!

 

F a c t   C a r d
Article ID S-3296 Article's Rate 44 votes
ชื่อเรื่อง เวลาที่หายไป --Series
ชื่อตอน กรรมที่ต้องชดใช้ --อ่านตอนอื่นที่ตีพิมพ์แล้ว คลิก!
ผู้แต่ง ดอยสะเก็ด
ตีพิมพ์เมื่อ ๑๒ มกราคม ๒๕๕๕
ตีพิมพ์ในคอลัมน์ เรื่องยาว ซีรีส์
จำนวนผู้เปิดอ่าน ๒๔๒ ครั้ง
จำนวนความเห็น ๒ ความเห็น
จำนวนดอกไม้รวม ๒๑๓
| | | |
เชิญโหวตให้เรตติ้งดอกไม้แก่ข้อเขียนนี้  
R e a d e r ' s   C o m m e n t
ความเห็นที่ ๑ : Rotjana Geneva [C-17699 ], [81.62.30.48]
เมื่อวันที่ : ๑๐ ต.ค. ๒๕๕๓, ๒๒.๒๑ น.

โฮ โฮ โฮ ไม่รู้​​จะร้องไห้ให้​​ใครดี ให้คุณหนู หรือให้คริส



ช่างทรมานหัวใจลูกผู้ชายคนหนึ่ง​​สิ้นดี

รจนาก็สงสัยอยู่​​ตะหงิด ๆ​​ เหมือนกัน​​ที่คุณหนูหายหน้า​​ไปอยู่​​ต่างประเทศ เวลาผ่าน​​ไปสองปี ​​ที่แท้ก็หลบ​​ไปคลอดลูกนี่เอง

แผนพิฆาต ​​และ กรรม​​ที่​​ต้องชด​​ใช้ ...​​...​​

ทำไมคุณหนู​​ต้องทำร้ายจิตใจตัวเองถึงขนาดนั้น​​ เฮ้อ ผู้หญิงนะผู้หญิง

แล้ว​​​​จะคอยติดตามตอนต่อ​​ไปค่ะ​​

(ขอบคุณ​​ที่มาโพสต์ต่อนะคะ​​ ทำให้​​ได้เฉลยปัญหา​​ที่คาใจมาหลายตอนแล้ว​​...​​.เรื่อง​​เด็กชายคริสน้อยนี่แหละ​​)

แจ้งลบข้อความ


ความเห็นที่ ๒ : Rotjana Geneva [C-17729 ], [193.134.193.5]
เมื่อวันที่ : ๑๕ ต.ค. ๒๕๕๓, ๒๒.๑๙ น.

ยังคิดถึงอยู่​​นะคะ​​ คุณดอยฯสบายดีหรือเปล่า เห็นหายเงียบ​​ไปในช่วงนี้

ไม่​​ได้ทวงงานเขียนนะคะ​​ ​​แต่คิดว่า คุณดอยฯอาจ​​จะยุ่ง อาจ​​จะเดินทาง อาจ​​จะไม่สบาย หรือ อาจ​​จะกังวลใจ​​กับอะไร​​หรือ​​กับ​​ใครหรือเปล่า

ส่ง​​ความระลึกถึงอันอบอุ่นมาให้ค่ะ​​

แจ้งลบข้อความ


สั่งให้ระบบส่งเมลแจ้งการเพิ่มเติมความเห็น
 ศาลานกน้อย พร้อมบริการเสมอ และยินดีรับฟังข้อเสนอแนะจากทุกท่าน  ติดต่อเว็บมาสเตอร์ได้ทางคอลัมน์ คุยกับลุงเปี๊ยก หรือทางอีเมลได้ที่ uncle-piak@noknoi.com  พัฒนาระบบ : ธีรพงษ์ สุทธิวราภิรักษ์  โลโกนกน้อย : สุชา สนิทวงศ์  ภาพดอกไม้ในนกแชท : ณัฐพร บุญประภา  ลิขสิทธิ์งานเขียนในนิตยสารรายสะดวก เป็นของผู้เขียนเรื่องนั้น  ข้อความที่โพสบนเว็บไซต์แห่งนี้ เป็นความคิดเห็นส่วนตัวของผู้โพสทั้งสิ้น