นิตยสารรายสะดวก  Fiction  ๑๔ ธันวาคม ๒๕๕๓
จอมคนพลิกปฐพี #1
ทิดอินทร์
...คบไฟในจากค่ายทหารจามปาโชนแสง​เป็นแนวยาวจนสว่างไสว จนถึงกำแพงเมือง​พระนครศรียโศธรปุระ ​ที่ตั้งตะหง่านท้าทายศัตรู นับ​แต่ครั้ง​ที่​พระเจ้ายโศวรมันทรงสร้างนครแห่งนี้มานานกว่าสองร้อยปี...

ตอน : จอมคนพลิกปฐพี

เมือง​พระนครศรียโศธรปุระ

แรม ๑๕ ค่ำเดือน ๕ ปี มะโรง
พุทธศักราช ๑๖๕๕ ปี​ที่ ๖ ในรัชกาล ​พระเจ้าทรณินทรวรมัน​ที่ ๑
ยามสาม

คบไฟในจากค่ายทหารจามปาโชนแสง​เป็นแนวยาวจนสว่างไสว จนถึงกำแพงเมือง​พระนครศรียโศธรปุระ ​ที่ตั้งตะหง่านท้าทายศัตรู นับ​แต่ครั้ง​ที่​พระเจ้ายโศวรมันทรงสร้างนครแห่งนี้มานานกว่าสองร้อยปี ​และนี่​เป็นศึกจากภายนอก​เป็นครั้ง​ที่สองในรัชกาลของ​พระองค์ หลังจาก​ที่เหล่าอำมาตย์​และปุโรหิตในราชสำนักบาง​ส่วน ​ได้ร่วม​กับเจ้าขุนเมืองอิสระในแถบลุ่มมูล​และลุ่มน้ำป่าสัก สนับสนุน​พระองค์ให้ขึ้น​ครองราชย์ ​เพราะล้วนต่างศรัทธาต่อ​ความ​เป็นผู้​ที่ยึดมั่นในธรรมะ​และเปี่ยมล้นด้วย​ความเมตตา

เจ้าขุนเมือง​ทั้งหมดในเขตลุ่มน้ำนี้ จึงพากันจัดตั้งกองทัพรวม​กับเหล่าขุนนางในราชสำนักบาง​ส่วนจากเมืองกัมโพช(ละโว้) ​ที่​พระองค์ดำรงค์ตำแหน่งเจ้าขุนเมืองอยู่​ในขณะนั้น​ ยกเข้าล้อมเมือง​พระนครศรียโศธรปุระ ปราบปรามกลุ่มอำนาจต่างๆ​ แล้ว​สถาปนา​พระองค์ขึ้น​​เป็นกษัตริย์แห่งอาณาจักรกัมพูชา สืบต่อจาก​พระเจ้าชัยวรมัน​ที่หก ​พระอนุชาของ​พระองค์ ​ทั้ง​ที่​พระองค์เองมิ​ได้ปรารถนาต่อราชบัลลังค์แห่งกษัตริย์นี้เลย​

สงครามครั้งแรกเกิดในปี​ที่สองแห่งการขึ้น​ครองราชของ​พระองค์ จากกองทัพชาวจามปา​ที่เคยตก​เป็นเมืองขึ้น​ ​แต่กลับอาศัย​ที่ช่วงจังหวะ​ที่ราชสำนักเมือง​พระนครศรียโศธรปุระ​กำลังอ่อนแอ ​เพราะการต่อสู้​เพื่อแย่งชิงอำนาจ​ระหว่างกัน เหล่ากองทัพชาวจามปาจึงรวมตัวกันลุกฮือขึ้น​จับผู้ปกครองเมืองประหารชีวิต แล้ว​ประกาศตนเอง​เป็นอิสระ จากนั้น​ก็เข้ายึดเมืองวิชัยไว้​เป็นเมืองหลวง

ในครั้งนั้น​ ​เพราะการต่อสู้ช่วงชิงอำนาจกันอย่างยาวนานในราชสำนักจึงทำให้อาณาจักรกัมพูชา​ที่เคยมีเพียงหนึ่ง​ ​ได้แตกแยกของ​เป็นสอง​ส่วน​คือ เมืองนครมหิธรปุระ​และเมือง​พระนครศรียโศธรปุระ ทำให้กองทัพเขมรอ่อนแอลง

​พระองค์จึง​ต้องขอ​ความช่วยเหลือจากสหายสนิทชาวไท ​คือ"เจ้าขุนภูไท" เจ้าขุนแห่งเมืองราด ผู้​ที่เคย​เป็น​กำลังหลักในการช่วย​พระองค์​ได้ตั้งตน​เป็นกษัตริย์มาแล้ว​หนหนึ่ง​ ​และด้วย​ความร่วมมือร่วมใจของกองทัพไท​และเขมรจึง​สามารถขับไล่ทหารจามปาออกจากเมืองวิชัย​ได้ ​แต่กระนั้น​​พระองค์กลับ​ต้องสูญเสีย "เจ้าขุนภูไท" สหายสนิทผู้นี้ของ​พระองค์​ไปในศึกชิงเมืองวิชัยคืนมาจากกองทัพชาวจามปา

​และครานี้​เป็นสงครามครั้ง​ที่สองในรัชกาลของ​พระองค์ ​เมื่อทหารชาวจามปา​ได้รวบรวม​กำลังอีกครั้ง แล้ว​ฉวยโอกาส​ที่เมือง​พระนครศรียโศธรปุระ ​กำลังประสบ​กับปัญหาเสบียงอาหารขาดแคลน ​และผู้คนล้มตาย​เพราะน้ำหลากเข้าไหลเข้าเมืองจนท้วมถ้น​ไปหมด

​เมื่อชาวจามปาเห็นเช่นนั้น​ จึงถือโอกาสยกกองทัพเข้าโจมตีเมืองวิชัยอีกครั้ง​และยังยกกองทัพ เข้ายึดหัวเมืองต่างๆ​ทางด้านทิศตะวันออก ​ที่เคย​เป็นเมืองขึ้น​ของอาณาจักรกัมพูชา

สามปี​ที่ทำสงครามกัน ต่างพลัดกันแพ้พลัดกันชนะ ​แต่​พระองค์ยังไม่​สามารถขับไล่พวกจามปาให้ออกจากดินแดน​ไป​ได้​โดยเด็ดขาด กองทัพจึงเริ่มอ่อนล้าลง

​และในขณะ​ที่เจ้าขุนตะวัน ราชบุตรบุญธรรม พาไพร่พลจัดกองทัพ​ไปเตรียมรับข้าศึก​ที่หัวเมืองด้านทิศตะวันออก พวกจามปากลับพากองทัพเรือแล่นลงทะเลอ้อมมายังทิศไต้ แล้ว​ย้อนกลับมาตามลำแม่น้ำโขงเข้าเทียบฝั่ง​ที่ทะเลสาบเขมร จากนั้น​จึงยกทัพเข้าโจมตีชาวบ้าน​ที่อาศัยอยู่​นอกกำแพงเมือง อย่างไม่ทันตั้งตัว แล้ว​เลย​เข้าประชิดตั้งค่ายศึก ประจันหน้า​กับกำแพงเมือง​พระนครอย่างท้าทาย

​พระเจ้าธรณินทรวรมันทรงส่ง​พระราชสาส์น เรียกกองทัพเจ้าขุนตะวันให้กลับมาช่วยเหลือ แล้ว​จึงกวาดต้อนผู้คนเข้าภายในเมือง​พระนคร​และเกณฑ์ไพร่พลตั้งรับศึกบนกำแพง

วัน​ที่หกสิบเจ็ด นับ​แต่เมือง​พระนครศรียโศธรปุระถูกโอบล้อม กองทัพเจ้าขุนตะวันจึง​ได้เดินทางกลับมาถึง แล้ว​เปิดฉากโจมตีกองทัพจามปาทางปีกด้านทิศตะวันออกทันที ​เพื่อหวังคลายวงล้อมให้แก่เมือง​พระนคร

​แต่ทหารในกองทัพของเจ้าขุนตะวันนั้น​ ​ส่วนหนึ่ง​อ่อนล้า​และบาง​ส่วนก็เจ็บไข้จากเร่งร้อนการเดินทางไกล ​ทั้งเสบียงอาหารก็ขาดแคลน ​และถึง​แม้ว่ากองทัพหลวงจากภายในเมือง​จะช่วยเข้าตีกระหนาบข้าง ​แต่ยังไม่​สามารถต้านทานกองทัพทหารจามปา​ได้

กองทัพเจ้าขุนตะวัน จึงทำ​ได้เพียงพาแค่ทหารตีฝ่าวงล้อม นำไพร่พลเข้า​ไปรวม​กับกอง​กำลังใหญ่ภายในกำแพงเมือง​พระนครศรียโศธรปุระ ​แต่ผลของการรบ ก็ทำให้กองทัพเขมรสูญเสียด้านไพร่พลมากมาย​ ​แต่นับว่ายังน้อยกว่าด้านขัวญ​กำลังใจ​และ​ความมั่นใจ​ที่​จะ​เอาชัยชนะต่อข้าศึกศัตรู

วัน​ที่แปดสิบหกของการถูกปิดล้อม ​พระเจ้าธรณินทรวรมันทรง​ได้รับรายงานว่าเสบียงอาหารเหลือน้อยเต็มทน หากกองทัพมิยินยอมเปิดประตูเมืองเกณฑ์ไพร่พลออก​ไปสู้ตาย ชาวเมือง​ทั้งหมดก็คงไม่อาจมีชีวิตรอดต่อ​ไป​ได้ ​เพราะสุดท้าย ​ต้องหิวโหยตายกันอยู่​ดี ​แต่​พระองค์กลับทรงแย้ม​พระสรวล ​และตรัสต่อ​ทั้งหมดว่า

"พี่น้องเราทุกท่าน โปรดจงอดทน​เอาไว้ ไม่นานชัยชนะนี้​ต้อง​เป็นของเรา"

​พระองค์ทรงให้ทำการจัดสรรเสบียงใหม่ ​โดยแจ้งให้ฝ่ายโรงครัว ทำการแบ่งปันอาหารให้แก่ทุกๆ​คนอย่างเท่าเทียมกัน ​ทั้งตัวทาส ไพร่​และตัวนาย

วัน​ที่เก้าสิบห้า เจ้าขุนตะวันกลับหมด​ความอดทน ต่อทหารเลวชาวจามปา​ที่มาตะโกนด่าทอท้ารบอยู่​นอกกำแพงเมืองทุกวัน จึงกราบทูลขอ​พระราชานุญาตินำกองทัพชาวเขมรออกโจมตีกองทัพจามปา ​พระองค์​จะทรงทัดทานอย่างไรก็ไม่​เป็นผล จึงยินยอมให้เจ้าขุนตะวันยกทัพออก​ไป

​ทั้งสองกองทัพเข้าสู้รบกันตั้งแต่เช้า​จรดบ่าย ​เมื่อ​พระองค์เห็นกองทัพเจ้าขุนตะวันสูญเสียไพร่พลจำนวนมาก จึงให้ทหารบนหอคอยตีกลองส่งสัญญาณให้ล่าถอย แล้ว​เรียกพลธนูขึ้น​บนกำแพงเตรียมยิงสกัดกั้นข้าศึก​ที่​จะโจมตีรุกไล่ติดตามมา

เจ้าขุนตะวันจึง​ได้เกณฑ์ทหารยกทัพหนีกลับเข้าเมือง ท่ามกลางเสียงโห่ เสียงหัวเราะเยาะเย้ยถากถาง

ราตรีนั้น​
เวลายามสาม

เสียงเลี้ยงฉลองชัยชนะของกองทัพจามปา ​เป็นการเย้ยหยันชาว​พระนครพึ่ง​จะเงียบหาย​ไป ขณะ​ที่​พระเจ้าธรณินทรวรมัน​กำลังตรวจดูไพร่พล​ที่บาดเจ็บ พลัน​ได้รับแจ้งว่า มีหัวหน้าทหารยามรักษาการณ์บนกำแพงรุดมาขอเข้าพบ​เป็นการด่วน ​พระเจ้าธรณินทรวรมันจึงเบิกตัวเข้ามา

ทันที​ที่เข้ามาถึงหัวหน้าทหารยามรักษาการณ์ก็รีบรายงาน​ทั้ง​ที่ยังหอบหายใจว่า
"ข้าพเจ้า​ได้ยินเสียงโห่ฆ่าฟันกองทัพจามปา มาทางด้านทิศตะวันตก จึง​ได้ปีนหอรบขึ้น​​ไปตรวจการณ์ดู พบว่าด้านทิศนั้น​เกิดเพลิงไหม้ลุกลาม​และเห็นเหล่าทหารชาวจามปาหนีตายกันอลหม่าน"

​พระเจ้าธรณินทรวรมันทรงฉงน​พระทัย มิกล่าววาจาใดๆ​ พลันเสด็จนำผู้คนขึ้น​สู่กำแพงเมือง​โดยทันที ​และ​เมื่อ​ไปถึงก็เห็นเจ้าขุนตะวันราชบุตรบุญธรรม​ที่ เฝ้าดูเหตุการณ์อยู่​ก่อนแล้ว​

"ไม่ทราบว่ามีกองทัพจากเมืองใดเข้ามาช่วยเหลือพวกเรา ​พระบิดา​จะให้ข้าพเจ้านำทัพออก​ไปตีกระหนาบเลย​หรือไม่"เจ้าขุนตะวันเอ่ยถามด้วยน้ำเสียงเคียดแค้น จากการสู้รบพ่ายแพ้​เมื่อตอนกลางวัน

"อย่า​ได้พลีพลาม​ไป นั่นอาจ​เป็นอุบายของเหล่าจามปา พวกเราสังเกตุการณ์​ไปก่อนค่อยตัดสินใจ เจ้าจงให้ทุกคนเตรียม​พร้อมไว้ ​และรอคำสั่งจากเรา"

​พระเจ้าธรณินทรวรมันทรงเอ่ยห้ามปราม ​และสั่งการให้เตรียม​ความ​พร้อม เจ้าขุนตะวัน​ได้ยินเช่นนั้น​ จึงรับคำ​และรีบลงจากเชิงเทิน​ไปดำเนินการตามรับสั่ง

เสียงโห่ฆ่าฟันผ่าน​ไปชั่วน้ำเดือด เหล่าทหารจามปา​ที่หนีตาย ยิ่งมายิ่งมากขึ้น​ แล้ว​ลูกธนูเพลิงก็ถูกยิงออกจากแนวราวป่าขึ้น​สู่ท้องฟ้า ร่วงหล่นลงภายในค่ายทหารชาวจามปา พร่างพราวแน่นหนาดุจฝนดาวตก

พริบตานั้น​ภายในค่ายทหารก็เกิด​ความโกลาหล ประกายเพลิง​ที่เผาไหม้ กระจัดกระจายลุกลาม​ไปทั่วบริเวณ เสียงร้องโหยหวนดังประสาน​กับเสียงอาวุธ​ที่กระทบกันจนระงม​ไปทั่วราวป่า

ทันใดนั้น​ บนท้องฟ้าพลันปรากฏดอกไม้ไฟแตกระเบิดขึ้น​กลางอากาศ ​เป็นรูปดอกเบญจมาศส่องประกายแสงสีแดงฉาน

"โอ...​ใช่แล้ว​...​ใช่แล้ว​ นั่นมันกองทัพเจ้าขุนหาญ"
​พระเจ้าธรณินทรวรมันพลันอุทานออกมาด้วย​ความดีใจ ใน​ที่สุดสิ่ง​ที่​พระองค์รอคอยก็มาถึง

 

F a c t   C a r d
Article ID S-3278 Article's Rate 7 votes
ชื่อเรื่อง จอมคนพลิกปฐพี --Series
ชื่อตอน จอมคนพลิกปฐพี --อ่านตอนอื่นที่ตีพิมพ์แล้ว คลิก!
ผู้แต่ง ทิดอินทร์
ตีพิมพ์เมื่อ ๑๔ ธันวาคม ๒๕๕๓
ตีพิมพ์ในคอลัมน์ เรื่องยาว ซีรีส์
จำนวนผู้เปิดอ่าน ๑๐๕๘ ครั้ง
จำนวนความเห็น ๗ ความเห็น
จำนวนดอกไม้รวม ๓๕
| | | |
เชิญโหวตให้เรตติ้งดอกไม้แก่ข้อเขียนนี้  
R e a d e r ' s   C o m m e n t
ความเห็นที่ ๑ : Rotjana Geneva [C-17606 ], [85.1.245.60]
เมื่อวันที่ : ๒๖ ก.ย. ๒๕๕๓, ๐๒.๑๓ น.

เริ่มต้นเข้าท่าค่ะ​​ ทิดอินทร์

ตื่นเต้น เร้าใจ ​​ได้รสชาติ

อย่าลืมเว้นช่องว่างให้อ่านง่ายหน่อย​​นะคะ​​

รจนาคนแก่แล้ว​​ค่ะ​​

แจ้งลบข้อความ


ความเห็นที่ ๒ : กิตติกร รุ่งเรือง [C-17609 ], [124.120.1.162]
เมื่อวันที่ : ๒๖ ก.ย. ๒๕๕๓, ๐๓.๐๘ น.

ขอบ​​พระคุณอีกครั้งสำหรับ​​กำลังใจครับ​​
แล้ว​​ผม​​จะแก้ไขตามคำแนะนำนะครับ​​
ขอบคุณครับ​​

แจ้งลบข้อความ


ความเห็นที่ ๓ : กิตติกร รุ่งเรือง [C-17612 ], [124.120.21.73]
เมื่อวันที่ : ๒๖ ก.ย. ๒๕๕๓, ๑๔.๑๐ น.

ผมลองเข้ามาปรับแก้แล้ว​​ครับ​​ ​​แต่ดูแล้ว​​ก็ยังไม่ถึงขั้นสบายตา คราวหน้า​​จะพยายามใหม่นะครับ​​ ครั้งนี้อาจ​​จะยังไม่คุ้นเคย​​กับเครื่องไม้เครื่องมือเท่า​​ที่ควร ขอทดลอง​​ใช้สักพักนะครับ​​

ด้วยจิตคารวะ

ทิดอินทร์

แจ้งลบข้อความ


ความเห็นที่ ๔ : Rotjana Geneva [C-17617 ], [193.134.193.5]
เมื่อวันที่ : ๒๗ ก.ย. ๒๕๕๓, ๑๔.๐๒ น.

ดีขึ้น​​เยอะเลย​​ค่ะ​​ อ่านง่ายขึ้น​​

ขอบคุณค่ะ​​

เขียน​​ไปเรื่อย ๆ​​ คงคล่องมือ​​กับเครื่องไม้เครื่องมือนะคะ​​

​​เป็น​​กำลังใจให้ค่ะ​​

แจ้งลบข้อความ


ความเห็นที่ ๕ : ทิดอินทร์ [C-17623 ], [124.122.65.114]
เมื่อวันที่ : ๒๗ ก.ย. ๒๕๕๓, ๑๘.๒๓ น.

ครับ​​ผม ขอบคุณเช่นกันครับ​​

​​และ​​จะพยายาทต่อ​​ไปครับ​​

แจ้งลบข้อความ


ความเห็นที่ ๖ : กัลปจันทรา - นกแร้ง [C-17778 ], [74.47.207.28]
เมื่อวันที่ : ๒๒ ต.ค. ๒๕๕๓, ๐๖.๕๗ น.

แวะมาดูหน่อย​​ค่ะ​​​​เพราะคุณ​​ไปเยี่ยมงานแปลของดิฉัน ตัวดิฉันนั้น​​เรื่อง​​เวลามีจำกัด​​ทั้งๆ​​ ​​ที่ปลดเกษียณแล้ว​​

มีเวลา​​จะแวะมาอีกค่ะ​​ ตอนแรกนึกว่าเรื่อง​​จีนเสียอีก วรรณกรรมไทย เรื่อง​​แบบของเขมรเก่า (ใช่เปล่านี่)อย่างนี้เคยเห็นมีของทมยันตีใช่ไหมคะ​​ ดิฉันไม่ค่อยสันทัดวรรณกรรมใหม่ๆ​​ ของไทย

น่าติดตามค่ะ​​ แล้ว​​​​จะพยายามเข้ามาอีก
ด้วย​​ความปรารถนาดี

แจ้งลบข้อความ


ความเห็นที่ ๗ : ทิดอินทร์ [C-17781 ], [124.120.16.27]
เมื่อวันที่ : ๒๒ ต.ค. ๒๕๕๓, ๑๓.๓๕ น.

ขอบ​​พระคุณมากครับ​​พี่กัลปจันทรา

ในเนื้อเรื่อง​​นี้มีตัวละครเอก เหมือน​​กับของคุณทมยันตีอยู่​​ ๑ ตัวครับ​​ ​​คือองค์สุริยวรมัน ​​แต่อาจ​​จะถูกมองจากคนละมุมมองนะครับ​​ ท่าน​​ที่เคยอ่านของคูณทมยันตีมาก่อน อาจ​​จะเ​​คือง​​เอาก็​​ได้ครับ​​

ขอบ​​พระคุณอีกครั้ง​​ที่สละเวลามาให้ครับ​​

แจ้งลบข้อความ


สั่งให้ระบบส่งเมลแจ้งการเพิ่มเติมความเห็น
 ศาลานกน้อย พร้อมบริการเสมอ และยินดีรับฟังข้อเสนอแนะจากทุกท่าน  ติดต่อเว็บมาสเตอร์ได้ทางคอลัมน์ คุยกับลุงเปี๊ยก หรือทางอีเมลได้ที่ uncle-piak@noknoi.com  พัฒนาระบบ : ธีรพงษ์ สุทธิวราภิรักษ์  โลโกนกน้อย : สุชา สนิทวงศ์  ภาพดอกไม้ในนกแชท : ณัฐพร บุญประภา  ลิขสิทธิ์งานเขียนในนิตยสารรายสะดวก เป็นของผู้เขียนเรื่องนั้น  ข้อความที่โพสบนเว็บไซต์แห่งนี้ เป็นความคิดเห็นส่วนตัวของผู้โพสทั้งสิ้น