นิตยสารรายสะดวก  Fiction  ๑๒ มกราคม ๒๕๕๕
เวลาที่หายไป #26
ดอยสะเก็ด
...เจนนิเฟอร์ โฮเวิร์ด ​ซึ่งนั่งอยู่​​ที่โต๊ะเล็กมุมห้องห่างไกลจากโต๊ะอื่นๆ​ โบกมือ​เป็นสัญญาณให้หญิงสาวรูปร่างสูงระหง ​ที่เดินมาหยุดตรงทางเข้าห้องอาหาร ตา...

ตอน : แค้นที่ต้องชำระ

เจนนิเฟอร์ โฮเวิร์ด ​ซึ่งนั่งอยู่​​ที่โต๊ะเล็กมุมห้องห่างไกลจากโต๊ะอื่นๆ​ โบกมือ​เป็นสัญญาณให้หญิงสาวรูปร่างสูงระหง ​ที่เดินมาหยุดตรงทางเข้าห้องอาหาร ตามองกวาด​ไปตามโต๊ะ​ที่มีผู้คนนั่งรับประทานอาหารกันอยู่​​เป็นกลุ่มๆ​ ​เมื่อเห็นแขน​ที่โบกเรียกอยู่​ไหวๆ​ หญิงสาวผู้นั้น​ก็เดินตรงเข้ามา​ที่โต๊ะแล้ว​นั่งลงตรงข้าม

"ไฮ ทิปปี้ " เจนนิเฟอร์ทักทายหญิงสาวต่างเชื้อชาติ​ที่ชื่อทิพย์สุรางค์ ธนากุล
"ไฮ เจนนี่ รอนานไหม ? "
"ไม่นานหรอก " เธอดูนาฬิกา​ที่ข้อมือ "​แต่วันนี้​ต้องรีบหน่อย​ ​จะมีประชุมผู้ถือหุ้นตอนบ่ายสองโมง ฉัน​ต้อง​ไปตรวจ​ความเรียบร้อย​ของห้องประชุม "

เจนนี่หรือเจนนิเฟอร์ โฮเวิร์ด ​เป็นสาวอเมริกัน​เพื่อน​ที่สนิท​ที่สุดของทิพย์สุรางค์ เรียนหนังสือมาด้วยกันหลายปีในโรงเรียนประจำในประเทศสวิสเซอร์แลนด์ แล้ว​ยัง​ไปเรียนหลักสูตรเลขานุการ​ที่วิทยาลัยเดียวกันอีกด้วย เธอ​เป็นบุตรสาวของนักธุรกิจใหญ่ชาวอเมริกันคนหนึ่ง​

หญิงสาว​ทั้งสองสั่งอาหารเรียบร้อย​แล้ว​ก็เริ่มพูดคุยกัน ทิพย์สุรางค์ส่งถุงกระดาษ​ที่ถือติดมือมาด้วยให้​เพื่อนสาว ​ซึ่งรับ​ไปเปิดดูแล้ว​ทำตาโต ห่อปากเปล่งเสียงวู้ว์ออกมาเบาๆ​

"ผ้าพันคอไหมไทย ! " เจนนิเฟอร์คลี่ผ้าพันคอไหมไทยสีฟ้าครามแสนสวย ออกดูอย่างชื่นชมก่อน​จะลองพันทบ​ไปรอบลำคอ
" สวยมากๆ​เลย​ ขอบใจมากนะ ทิปปี้ กลับบ้านทีไร​ต้องมีของมาฝากฉันทุกที เกรงใจ​จะแย่อยู่​แล้ว​ "
ทิพย์สุรางค์ยิ้มหวาน "ไม่​ต้องเกรงใจหรอก เธอช่วยเหลือฉันมามากแค่ไหนเธอก็รู้นี่ "
"ไม่​ต้องพูดเรื่อง​ช่วยเหลืออะไร​นั่นหรอก อย่าลืมว่าเรา​เป็น​เพื่อน​ที่เติบโตมาด้วยกันยิ่งกว่าพี่น้องเสีย อีก ​ถ้าไม่ช่วยเธอแล้ว​​จะช่วย​ใครล่ะ เออ..ทางโน้น​เป็นยังไงบ้าง เรียบร้อย​ดีไหม?" เจนนิเฟอร์ซักถาม ​เพราะทิพย์สุรางค์เพิ่งกลับจาก​ไปเยี่ยมพี่ชาย​และพี่สะใภ้​ที่เมื องไทย
"เรียบร้อย​ดี พี่ชายฉันลง​ไปดูแลบ้านทางเหนือนานๆ​ครั้ง ​ส่วนกิจการ​ที่นั่นก็มีผู้จัดการดูแลอยู่​แล้ว​" ทิพย์สุรางค์เล่าให้​เพื่อนสาวฟัง

หลังรับประทานอาหารเสร็จทิพย์สุรางค์ขอตัว​ไปเข้าห้องน้ำ หลังจากนั้น​เธอรับโทรศัพท์​ที่มีคนโทร.เข้ามาอยู่​พักหนึ่ง​ ​เมื่อเก็บโทรศัพท์เข้ากระเป๋าแล้ว​ก็เดินออกจากห้องน้ำ ​เพื่อกลับมา​ที่โต๊ะ​ซึ่งอยู่​ห่างออก​ไปไม่ไกล แล้ว​ทันใดนั้น​หญิงสาวก็หยุดเดิน หัวใจเต้นรัวไม่​เป็นจังหวะ​กับสิ่ง​ที่เห็น

เจนนิเฟอร์​ซึ่งยังนั่งอยู่​​ที่โต๊ะอาหารหันข้างให้เธอ ​กำลังพูดคุยอยู่​​กับชายหนุ่มรูปร่างสูงเพรียวท่าทางปราดเปรียว ในชุดเสื้อนอกสีน้ำเงินเข้ม​ที่ยืนอยู่​ตรงหน้า หน้าของชายผู้นั้น​หันตะแคงออกมาด้านนอก ทำให้ทิพย์สุรางค์เห็นหน้าตาท่าทางของ​เขา​ได้ชัดเจน ไม่ว่าเวลา​จะผ่าน​ไปนานแค่ไหน ไม่ว่า​เขา​จะ​แต่งกายแบบใด มอซอเหมือน​ที่เคยเห็นหรือหรูหราสง่างามเหมือนในวันนี้ ​เขาก็​จะ​เป็น​ใคร​ไปไม่​ได้เลย​ นอกจากผู้ชายคน​ที่ทำให้ชีวิตของเธอ​ต้องผันแปร

​แม้​เมื่อผู้ชายคนนั้น​เดินผละจากเจนนิเฟอร์ หายลับตาออก​ไปจากห้องอาหารแห่งนั้น​แล้ว​ ทิพย์สุรางค์ก็ยังไม่​สามารถขยับเขยื้อนพาตัวออกจากมุม​ที่ยืนแอบอยู่​​ได้ เธอพยายามตั้งสติให้มั่นปรับสีหน้าให้​เป็นปกติ ก่อนเดินเข้า​ไปหาเจนนิเฟอร์​ซึ่ง​กำลังเหลียวหน้าเหลียวหลังมองหาเธออยู่​

"เฮ้...​ทิปปี้ หาย​ไปไหนตั้งนาน เดี๋ยวฉัน​ต้อง​ไปแล้ว​นะ " ​เมื่อเห็นสีหน้า​เพื่อน ​ซึ่ง​แม้​จะพยายามปรับเต็ม​ที่แล้ว​ก็ยังดูซีดเผือด เจนนิเฟอร์ก็ถามอย่าง​เป็นห่วง " ​เป็นอะไร​หรือเปล่า? หน้าเธอดูซีดๆ​นะ "
ทิพย์สุรางค์ฝืนยิ้ม แก้ตัวว่า "อยู่​ๆ​ก็ปวดหัวขึ้น​มาเฉยๆ​" แล้ว​ก็พูด​ไปเรื่อยๆ​เหมือนไม่​ได้สนใจมากมาย​นักว่า "​เมื่อกี้ฉันเห็นผู้ชายคนหนึ่ง​​กำลังคุย​กับเธออยู่​ เลย​ไม่กล้าเข้ามาขัดจังหวะ เผื่อ​จะ​เป็นคนสำคัญของเธอ "
เจนนิเฟอร์หัวเราะคิก โบกไม้โบกมือว่อน "โอ๊ย ไม่ใช่คนสำคัญของฉันหรอก เราเคยรู้จักกันมาก่อน ไม่ค่อยสนิทสนมกันเท่าไร ไม่​ได้เจอกันนานแล้ว​ด้วย ​ที่รู้จักกันก็​เพราะพ่อของเรา​เป็น​เพื่อนนักธุรกิจด้วยกัน "
"วันนี้บังเอิญเจอกันงั้นหรือ ? "

สาวอเมริกันยักไหล่ "ก็ไม่ถึง​กับบังเอิญ ​เขามาประชุมผู้ถือหุ้นแทนพ่อ​เขา พ่อ​เขา​เป็นหุ้น​ส่วนคนหนึ่ง​ของบริษัทฉัน "

‘บริษัทฉัน’ ​ที่เจนนิเฟอร์พูดถึง​คือธนาคารขนาดเล็กแห่งหนึ่ง​​ซึ่ง​เป็นของครอบครัวเธอ ​โดยบิดาของเธอทำหน้า​ที่ประธานฝ่ายบริหาร ​ส่วนเธอ​เป็นเลขานุการ​ส่วนตัวของ​เขา

"​เขาทำงาน​กับพ่อ​เขาเหมือนเธอหรือเปล่า? " ทิพย์สุรางค์ถามต่อ​ไปเรื่อยๆ​เหมือนไม่​ได้ตั้งใจ
"อ๋อ.. เปล่าหรอก ​เขา​เป็นทหารน่ะ เคย​ไปรบหลายครั้ง​ทั้ง​ที่อัฟกานิสถาน​และอิรัค ทำไม? สนใจ​เขาหรือ? "

เจนนิเฟอร์ถามยิ้มๆ​ คว้ากระเป๋าขึ้น​มาสพายไหล่ หลังจากต่างคนต่างควักเงินตามราคาอาหาร​ส่วนของตนออกมาวางไว้บนโ ต๊ะ ก็เดินออกจากห้องอาหาร​ไปด้วยกัน สาวอเมริกันแยกตัว​ไปรอลิฟต์ ​เพื่อขึ้น​​ไป​ที่สำนักงานบริหารของธนาคาร​ที่เธอทำงานบนชั้น​ที่สี่สิบสอง ​ส่วนทิพย์สุรางค์ออกจากอาคารสูงระฟ้าแห่งนั้น​ เดิน​ไปเรื่อยๆ​ ผ่านตึกระฟ้า​ที่ตั้งอยู่​ด้วยกัน​เป็นกลุ่มอีกหลายตึก แล้ว​เลี้ยวเข้า​ไปในสวนสาธารณะเล็กๆ​แห่งหนึ่ง​​ซึ่งตั้งแอบอยู่​ด้านหลัง เธอนั่งลงบนเก้าอี้ยาวสีขาว​ที่มีวางไว้หลายตัวตามจุดต่างๆ​ ​เพื่อให้ผู้เข้ามา​ใช้สวนสาธารณะแห่งนี้​ใช้​เป็น​ที่นั่งพัก อ่านหนังสือหรือรับประทานอาหาร​ที่พกติดตัวมา

แล้ว​ใน​ที่สุดหลังจากเวลาผ่าน​ไปนานกว่าสองปี​ที่เธอออกจากเวียงพุกาม ด้วย​ความเจ็บปวดจนไม่​สามารถเชิดหน้าอย่างหยิ่งผยองเหมือนเดิม​ได้้ เธอก็​ได้พบ​กับคน​ที่ทำ​ความอัปยศให้เธอแล้ว​หลีกลี้หนีหน้าหาย​ไป ​โดยไม่เคย​แม้​แต่​จะส่งข่าวคราวอย่างไม่คาดฝัน ​ใคร​จะคิดว่าชายพเนจร​ที่ไม่มี​ใครรู้จักหัวนอนปลายเท้า​ที่เธอเคยช่วยชีวิต​เอาไว้ ​จะมาปรากฏตัวให้เห็นในสถาน​ที่ ในสภาพ​และในสถานภาพอย่าง​ที่เจนนิเฟอร์เล่าให้ฟังวันนี้

​ถ้าประมวลจากคำบอกเล่าของเจนนิเฟอร์ ก็แสดงว่าตอนนี้​เขาจำอดีตของตัวเอง​ได้ กลับคืน​ไปสู่ครอบครัว​และสถานภาพดั้งเดิมของ​เขาแล้ว​ เท่า​ที่เธอเห็น​เขาดูสุขสบายดี โก้หรูมีสง่าราศรี ผิดแผกแตกต่าง​ไปจากนายเคนชายพเนจร​ที่ลืมอดีตคนนั้น​ราว​กับคนละคน
ทิพย์สุรางค์เริ่มมองเห็นจิ๊กซอว์ตัว​ที่ขาดหาย​ไป แสดงว่าตลอดเวลากว่าสองปี​ที่​เขาเงียบหายเหมือนตายจากนั้น​ ​เขาไม่​ได้อยู่​ในประเทศไทยอย่างนั้น​หรือ? ​ที่ไม่มี​ใคร​สามารถสืบประวัติ​ส่วนตัวของ​เขา​ได้เลย​​แม้​แต่ผู้กองชาตรี​ที่ส่งลายนิ้วมือของ​เขา ​ไปตรวจสอบประวัติอาชญากรรม​ที่กองพิสูจน์หลักฐานยังคว้าน้ำเหลว ​เพราะ​เขาไม่มีถิ่นฐาน​ที่อยู่​ในประเทศไทย ไม่มีหลักฐานใดๆ​​ที่เกี่ยว​กับ​เขาปรากฏอยู่​ นี่ใช่ไหม​ที่ทำให้ไม่มี​ใครมา ตามหา​เขาตลอดเวลาเกือบหนึ่ง​ปี​ที่เวียงพุกาม

แล้ว​​ความแค้นของทิพย์สุรางค์​ที่เกือบ​จะมอดดับ​ไปแล้ว​ก็กลับปะทุขึ้น​มาใหม่ เธอย้อนคิดถึงตอน​ที่​ต้องเสียบิดา​ไป ​ซึ่ง​แม้​จะเศร้าโศกเสียใจเพียงใด ลึกลง​ไปในหัวใจ​ที่​กำลังโศกาอาดูรอยู่​นั้น​ก็ยังมี​ความดีใจเล็กๆ​แอบแฝงอยู่​ ว่าก็ดีเหมือนกัน​ที่​เขาไม่​ต้องมารับรู้ว่าลูกสาวสุด​ที่รักยอดดวงใจ ​ที่​เขาทะนุถนอมยิ่งกว่าสิ่งใดในชีวิต ​ได้ถูกชายหน้าซื่อใจคด​ที่​เขาช่วยเหลือให้​ที่พักพิง กระทำย่ำยีเหยียบย่ำศักด์ศรี จนไม่กล้าทนอยู่​สู้หน้า​ใคร​ได้อีกต่อ​ไป

หลังจากจัดการเรื่อง​งานศพของผู้​เป็นบิดาจนเสร็จเรียบร้อย​ สองพี่น้องก็หันหน้าเข้าปรึกษาหารือกันเกี่ยว​กับอนาคตของเธอ พี่ชาย​ที่เธอเคารพรักรองลงมาจากบิดาแสดง​ความห่วงใย ไม่อยากให้เธอกลับ​ไปอยู่​​ที่เวียงพุกามอีกต่อ​ไป​เพราะตอนนี้ผู้​เป็นบิดาก็ไม่อยู่​แล้ว​ วุฒิเลิศ​ต้องการให้เธอมาอยู่​​กับ​เขา​ที่บ้านในกรุงเทพฯ ​ถ้าเธอเบื่อก็​สามารถ​ไปช่วย​เขาทำงาน​ที่บริษัท​ได้ ​ส่วนกิจการ​ที่เวียงพุกาม​และในตัวจังหวัด ​ซึ่งคุณดนัยมีอยู่​อีกจำนวนไม่น้อย ​เขาก็​จะจ้างผู้จัดการ​ที่มีฝีมือมาช่วยดูแล ทิพย์สุรางค์เห็นด้วย​ที่​จะไม่กลับ​ไปอยู่​​ที่เวียงพุกาม ​แต่เธอไม่อยากมาอยู่​บ้าน​เขา ​แม้สิริมา​ซึ่ง​เป็นพี่สะใภ้​จะดี​กับเธอมาก ​แต่เธอก็ไม่อยากอยู่​​เป็น​ส่วนเกิน ​ที่สำคัญ​คือเธออยาก​ไปให้พ้นเสียจากสภาพแวดล้อมเดิมๆ​ หญิงสาวบอกวุฒิเลิศว่าเธออยาก​จะ​ไปเ​ที่ยวต่างประเทศสักพักหนึ่ง​ ​เมื่อจิตใจสบายขึ้น​แล้ว​ก็​จะกลับมา

ตอนแรกทิพย์สุรางค์คิด​จะ​ไปสวิสเซอร์แลนด์ ดินแดน​ที่คุ้นเคยมานาน​และยังมี​เพื่อนฝูงอีกหลายคน​ที่นั่น ​แต่พี่ชายของเธอแนะนำให้​ไปสหรัฐอเมริกา ​เขาเองเคย​ไปศึกษา​ที่นั่นหลายปี มี​เพื่อนฝูงต่างชาติหลายคน​ที่​จะช่วยดูแลเธอแทน​เขา​ได้ แล้ว​​เมื่อพูดถึงอเมริกา ทิพย์สุรางค์ก็นึกถึง​เพื่อนรักชาวอเมริกัน​ที่ชื่อเจนนิเฟอร์ ​ที่เคยเรียนหนังสือมาด้วยกันหลายปีขึ้น​มา​ได้ เธอ​กับ​เพื่อนสนิทคนนี้ติดต่อกันทางอีเมลล์หรือทางโทรศัพท์อยู่​เ ป็นประจำ เธอรู้ว่าตอนนี้เจนนิเฟอร์ทำงานอยู่​ในกรุงนิวยอร์ค

​เมื่อแจ้งให้พี่ชายของเธอทราบว่าเธอตัดสินใจ​จะ​ไปพักอยู่​​กับเจนนิเฟอร์​ที่อพาร์ตเมนท์ในกรุงนิวยอร์คสักระยะหนึ่ง​ ​และอาจ​จะเรียนหนังสือต่อ​ที่โน่นเลย​ก็​ได้ วุฒิเลิศไม่ขัดข้อง ​เขาเองก็รู้จักหญิงสาวผู้นั้น​ดี ​เพราะเจนนิเฟอร์เคยมาเยี่ยมทิพย์สุรางค์​ที่เมืองไทยหลังจากสำเร็จการศึกษา​และแยกทางกัน​ไป นอกจากนี้​เขายังสนับสนุนเต็ม​ที่ให้เธอเรียนต่อ ​เพราะอายุเธอยังน้อย​และมีสติปัญญา​ที่​จะเรียนให้สูงขึ้น​​ไปเรื่อยๆ​​ได้ แล้ว​เธอก็เดินทางมาอเมริกา นับตั้งแต่วันนั้น​จนถึงวันนี้ก็กว่าสองปีแล้ว​

แล้ว​ทิพย์สุรางค์ก็หวนกลับ​ไปคิดถึงตอน​ที่เธอกลับ​ไป​ที่เวียงพุกาม​เป็นครั้งแรกหลังงานศพบิดา ​เมื่อหนานคำ​ที่เร่งรุดมาต้อนรับเธอ​และพี่ชายรายงานถึงเรื่อง​งาน​และเรื่อง​อื่นๆ​​ที่เกี่ยวข้องเรียบร้อย​แล้ว​ ก็เล่าว่าเคน​ที่ซัดเซมาอาศัย​และทำงาน​ที่เวียงพุกาม​ได้กลับ​ไป​เพื่อพบ​กับครอบครัวของ​เขาแล้ว​ เธอนิ่งฟังอยู่​เงียบๆ​ ไม่​ได้ซักถามอะไร​ ​แต่เธอก็จำ​ความรู้สึกตอนนั้น​​ได้ว่ามี​ทั้ง​ความเคียดแค้น​เมื่อ​ได้ยินชื่อ​เขา ​และ​ความยินดี​ที่พลุ่งขึ้น​มา​โดยไม่รู้ตัว ​ที่ใน​ที่สุด​เขาก็กลับ​ไปหาครอบครัวของ​เขา​ได้ ต่อ​ไป​เขาก็คง​จะจำอดีตของตัวเอง​ได้

ตอนนั้น​หญิงสาวพยายามบอกตัวเองว่าเธอดีใจ​เพื่อตัว​เขาเอง ​เพราะรู้ว่า​เขาหวัง​และเลิกหวังมาหลายครั้งแล้ว​​ที่​จะกลับ​ไปสู่อดีต ​แต่อีกเศษเสี้ยวหนึ่ง​ในหัวใจสั่งให้เธอแอบหวังเล็กๆ​ว่า ​เมื่อ​เขาจำอดีต​ได้แล้ว​​เขาคง​จะกลับมาหาเธอ มารับผิดชอบต่อสิ่ง​ที่​เขา​ได้ทำลง​ไป เธอแอบหวังเช่นนั้น​จนถึงตอน​ที่กรเล่าว่าชายหนุ่มผู้นั้น​ เขียนจดหมายร่ำลา​เขาก่อนจาก​ไป​โดยฝากไว้​กับตาเป็ง ​เมื่อ​ได้ยินเช่นนั้น​หัวใจของทิพย์สุรางค์ก็วาบลงด้วย​ความผิดหวัง ​เขาไม่​ได้แยแสเธอเลย​​แม้​แต่น้อย ​เขาไม่เห็นว่าเธอมี​ความสำคัญอันใดต่อ​เขา ​ความรู้สึกนี้ทำให้หญิงสาวปฎิเสธ​ที่​จะอ่านจดหมายของ​เขา ​ที่กรเสนอ​จะ​เอามาให้อ่าน เธอเดินหนีเข้าห้อง​ไป ​เพราะไม่​สามารถ​จะซ่อนสีหน้า​ที่หมดหวังของตัวเอง จากสายตา​ที่ช่างสังเกตของเด็กชายคนนั้น​​ได้

​แม้​จะตัดสินใจแล้ว​ว่า​จะไม่ให้​ความสำคัญ​กับ​เขาอีกต่อ​ไป​เพราะ​เขาไม่แคร์เธอเลย​ ​แต่เช้า​วันรุ่งขึ้น​​เมื่อลง​ไปเดินดูสวนกุหลาบ​ที่บิดาของเธอรัก เธอก็พบตาเป็ง​ซึ่ง​กำลังตัดเล็มใบกุหลาบอยู่​ ใจของทิพย์สุรางค์กลับโลดขึ้น​มาใหม่ด้วย​ความหวัง ​แต่เธอก็​ต้องผิดหวังอีกครั้งหนึ่ง​ ชายชราคนนั้น​ทักทายเธอ​และพูดถึงบิดาของเธออย่างเสียใจ​ที่ท่านมาด่วนจาก​ไป แกไม่​ได้พูดถึงเคนหรือจดหมาย​ที่เธอคาดว่า​เขาน่า​จะเขียนบอกลาเธอ ​และฝากแกไว้ให้เธอเช่นเดียว​กับของกร นี่ก็​เป็นอีกสาเหตุหนึ่ง​​ที่ทำให้ทิพย์สุรางค์ตัดสินใจ​ที่​จะลืมทุกอย่าง ​ที่เกี่ยว​กับผู้ชายคนนั้น​​และ​ไปเสียจากเมืองไทย

ทิพย์สุรางค์ทอดถอนใจ​เมื่อนึกถึงช่วงเวลา​ที่เธอ​ต้องระทมทุกข์จนแทบอยากตาย ​ถ้าไม่มีเจนนิเฟอร์อยู่​เคียงข้างคอยปลอบประโลมให้​กำลังใจให้ยืนหยัดต่อ​ไป​เพื่ออนาคตข้างหน้า เธอคงไม่มีวันนี้​ที่​สามารถยืนอยู่​​ได้ด้วยตัวเอง แล้ว​ก็วันนี้​ที่ผู้ชายคนนั้น​ปรากฏตัวขึ้น​มา​เพื่อให้​ความแค้น​ที่ค่อยๆ​มอดจนใกล้ดับกลับคุโพลงขึ้น​มาใหม่ ​เขาไม่มีสิทธิ​ที่​จะมี​ความสุข ใน​เมื่อ​เขา​เป็นคน​ที่ทำให้เวลากว่าสองปี​ที่ผ่านมาของเธอ เต็ม​ไปด้วย​ความทุกข์​และ​ความขมขื่น

แล้ว​ใน​ที่สุดทิพย์สุรางค์ก็ตัดสินใจ คืนนั้น​เธอโทรศัพท์​ไปหาเจนนิเฟอร์บอกว่า​จะ​ไปค้างด้วยในคืนพรุ่งนี้ ​เพราะมีเรื่อง​สำคัญ​จะคุยด้วย

"ทำไมคืนนี้มาค้าง​กับฉัน​ได้ล่ะ ตั้งแต่มีอพาร์ตเมนท์ของตัวเองเธอแทบ​จะไม่ย่างกรายมา​ที่นี่ด้วย ซ้ำ "

เจนนิเฟอร์ต่อว่าทิพย์สุรางค์หลังจากเสร็จจากอาหารค่ำง่ายๆ​แบบอเมริกันแล้ว​ย้ายออก​ไป​ที่ห้องนั่งเล่น อพาร์ตเมนท์ของเจนนิเฟอร์ค่อนข้างหรู มีสองห้องนอน ห้องครัวเล็กๆ​​และ​ส่วน​ที่เรียกว่าลิฟวิ่งรูม ทุกห้องตกแต่งอย่างสวยงาม ทิพย์สุรางค์เคยพักอยู่​​ที่นี่ในช่วงปีแรก​ที่อยู่​ในอเมริกา​โดยช่วยแชร์ค่า​ใช้จ่ายครึ่งหนึ่ง​ เธอเพิ่งย้ายออก​ไป​ได้ไม่กี่เดือน อพาร์ตเมนท์ของเธออยู่​ห่างจากของเจนนิเฟอร์เพียงสองช่วงตึก

"ไง มีเรื่อง​อะไร​​จะพูด​กับฉันหรือทิปปี้ " เจนนิเฟอร์ถามหลังจาก​ที่เห็นทิพย์สุรางค์นั่งเงียบ เหมือน​กำลัง​ใช้​ความคิดอย่างหนัก
"เรื่อง​สำคัญ " หญิงสาวเริ่มต้น "เจนนี่ บอกตรงๆ​เลย​นะ ฉันมีเรื่อง​อยากให้เธอช่วย "
เจนนิเฟอร์ชะงักมือ​ที่​กำลังเอื้อม​ไปหยิบรีโมท ​เพื่อเปิดโทรทัศน์ตาม​ความเคยชิน "​จะให้ช่วยอะไร​?"
" ฉันอยากรู้เรื่อง​ของผู้ชายคน​ที่คุย​กับเธอ​เมื่อวานนี้​ที่ร้านอาห าร" ทิพย์สุรางค์พูดออก​ไปตรงๆ​
เจนนิเฟอร์ทำตาโต "เธอหมายถึงคริสหรือ ? "
"​เขาชื่อคริสหรือ ? "
"ใช่ คริส เลย​์ตัน ทำไม? เธอรู้จัก​เขาหรือ? " เจนนิเฟอร์รู้สึกแปลกใจ ​เพราะไม่เคยเห็น​เพื่อนของเธอแสดง​ความสนใจชายหนุ่มคนใดมาก่อน
ทิพย์สุรางค์รีรอเหมือนพูดไม่ออก ​แต่แล้ว​ก็ตัดสินใจ "ฉันเคยรู้จัก​เขา ​แต่ไม่ใช่ในชื่อนี้ "
"หา ! ว่าไงนะ เคยรู้จัก​แต่ไม่ใช่ในชื่อนี้ ? เธอจำคนผิดหรือเปล่า"
"เจนนี่ เธอก็รู้เรื่อง​​ทั้งหมด​ที่เกิดขึ้น​​กับฉัน​โดยละเอียดแล้ว​ ไม่ใช่หรือ" ​เมื่อเจนนิเฟอร์พยักหน้ารับอย่างงงๆ​ ทิพย์สุรางค์ก็กล่าวต่อ​ไปว่า " นายคริสคนนี้​คือผู้ชายคนเดียว​กับคน​ที่สร้าง​ความอัปยศให้ฉัน "
เจนนิเฟอร์ผลุดลุกขึ้น​นั่งตัวตรง จากท่า​ที่นั่งเอนๆ​พิงพนักเก้าอี้อยู่​ "​จะ​เป็น​ไป​ได้ยังไง เธอ​กับ​เขาอยู่​กันคนละประเทศเลย​นะ คนหน้าตาคล้ายกันมีถมเถ​ไป "
"ใช่​เขาแน่นอน เว้น​แต่​เขา​จะมีฝาแฝด" ทิพย์สุรางค์ยืนยันอย่างมั่นใจ หน้าตาอย่างนั้น​ ท่าทางอย่างนั้น​​จะ​เป็นคนอื่น​ไปไม่​ได้
"เท่า​ที่ฉันรู้ ​เขา​เป็นลูกคนเดียวนะ " เจนนิเฟอร์นิ่งคิดแล้ว​ถามว่า " สมมติว่า​เขา​เป็นผู้ชายคนนั้น​จริง เธอ​จะทำยังไงต่อ​ไป ? "
"เจนนี่ เธอบอกว่าครอบครัวของเธอ​กับ​เขารู้จักกัน ​แม้​แต่ตัวเธอเองก็รู้จัก​เขา พ่อของ​เขาก็​เป็นหุ้น​ส่วนคนหนึ่ง​ของธนาคารพ่อเธอด้วย ฉันอยากรู้เรื่อง​เกี่ยว​กับ​เขา​ทั้งหมด เธอ​จะช่วยสืบให้ฉัน​ได้ไหม ? " ทิพย์สุรางค์พูดช้าๆ​​แต่ชัดเจนทุกคำ
"สืบเรื่อง​​เขางั้นเหรอ" เจนนิเฟอร์ทวนคำ "เช่นอะไร​บ้าง ยกตัวอย่างซิ "
"ก้อ..ทุกเรื่อง​เท่า​ที่​จะสืบ​ได้ ตอนนี้​เขาทำอะไร​อยู่​​ที่ไหน ครอบครัว​เขา​เป็นยังไง อะไร​ทำนองนี้แหละ​"

สาวอเมริกันยกมือขึ้น​กุมขมับ "บอกก่อน​ได้ไหมว่า​จะ​เอาข้อมูลพวกนี้​ไปทำอะไร​ ?"
ทิพย์สุรางค์ยิ้ม ตาของเธอวาววับ "หลังจาก​ได้ข้อมูลแล้ว​ฉัน​จะบอกเธอ ไง..คิดว่า​จะช่วยฉัน​ได้ไหม? "
เจนนิเฟอร์นิ่งคิด "อืมม์ ก็พอมีทางหาข้อมูล​ได้หรอกนะ ฉันมี​เพื่อนคนหนึ่ง​ ทำงานในบริษัทของพ่อคริส น่า​จะถามอะไร​​ได้บ้าง ​ที่เหลือฉันอาจ​จะลองถามพ่อฉันดู ​ถ้าจำ​เป็นก็อาจ​จะขอพบ​เขาเองเลย​ก็​ได้ "
"​แต่เจนนี่ เธอ​ต้องสัญญาว่า​จะเก็บเรื่อง​นี้​เป็น​ความลับ ไม่บอก​ใครเลย​​แม้​แต่คุณพ่อของเธอ "
"ไม่​ต้องห่วง เธอก็รู้นี่ว่าฉันไม่เคย​เอาเรื่อง​ของเธอ​ไปเล่าให้​ใครฟัง อย่าลืมเสียสิว่าเรา​เป็น​เพื่อนกัน "

หลังจากนั้น​อีกหนึ่ง​สัปดาห์สองสาวก็นัดพบกันอีกครั้ง ​ที่ร้านกาแฟเล็กๆ​แห่งหนึ่ง​หลังเลิกงาน

"​ได้เรื่อง​อะไร​บ้างไหม ? " ทิพย์สุรางค์ถาม มอง​เพื่อนอย่างคาดหวัง
"ชัวร์ มือชั้นนี้แล้ว​ ฟังนะ พ่อฉันบอกว่าครอบครัวของคริส​เป็นเศรษฐีเก่า ต้นตระกูลของ​เขามีรกรากอยู่​​ที่เท็กซัส ปู่ของ​เขาเคย​เป็นผู้ว่าการรัฐเท็กซัสสมัยก่อน ตระกูลนี้มีกิจการหลายอย่าง ตอนนี้พ่อคริส​เป็นประธานกรรมการบริษัทเงินทุนหลักทรัพย์เลย​์ตัน ในนิวยอร์คนี่แหละ​ อ้อ...​เกือบลืมเรื่อง​สำคัญ คริส​เขา​เป็นลูกครึ่งนะ แม่​เขา​เป็นคนไทยเหมือนเธอ ฉันไม่เคยเห็นแม่​เขาหรอก ​แต่คิดว่า​เขาคง​จะเหมือนแม่​เขามากกว่าพ่อ ​เพราะหน้าตา​เขาไม่ค่อยดู​เป็นอเมริกันสักเท่าไหร่ คล้ายพวกแขกขาวมากกว่า "

​เพราะ​เขา​เป็นลูกครึ่ง​และมีแม่​เป็นคนไทยนี่เอง ​เขาจึงรู้ภาษาไทยอย่างแตกฉานราว​กับ​เป็นคนไทยแท้ๆ​ ทิพย์สุรางค์เพิ่งเข้าใจเดี๋ยวนี้เอง แล้ว​เธอก็ฟังข้อมูล​ที่เจนนิเฟอร์หามา​ได้ต่อ​ไป

"ทิปปี้ ตอนนี้ฉันชัก​จะเชื่อแล้ว​ละว่าคริส​กับผู้ชายคนนั้น​ คง​เป็นคนๆ​เดียวกันอย่าง​ที่เธอว่า ​เพื่อนฉันเล่าให้ฟังว่า​เขาหายตัว​ไปประมาณหนึ่ง​ปีแล้ว​ก็กลับมา ไม่มี​ใครรู้ว่า​เขาหาย​ไปไหนหรือมีอะไร​เกิดขึ้น​​กับ​เขา ​แต่พ่อฉันบอกว่า​ที่​เขาหาย​ไปน่ะพราะ​ไปทำงานบางอย่าง ​แต่พ่อไม่รู้หรอกว่างานอะไร​ "

เจนนิเฟอร์หยุดดื่มน้ำในแก้ว​ที่วางอยู่​ตรงหน้า เหลือบดู​เพื่อน เห็นเธอเม้มปากท่าทางครุ่นคิด หญิงสาวชาวอเมริกันไม่แน่ใจว่าควร​จะบอกเรื่อง​สำคัญอีกเรื่อง​หนึ่ง​ให้ทิพย์สุรางค์รู้หรือไม่ ​ถ้ารู้เธออาจ​จะสะเทือนใจก็​ได้ ​แต่ใน​ที่สุดก็คิดว่า​เพื่อนของเธอควร​จะ​ได้รู้ทุกเรื่อง​​ที่เกี่ยว​กับผู้ชายคนนั้น​

"ทีนี้มาถึงเรื่อง​สำคัญ​ที่สุด " เธอพูดต่อ​พร้อม​กับสังเกตสีหน้าของ​เพื่อน​ไปด้วย "​เพื่อนฉันบอกว่าคริสมีคู่หมั้นแล้ว​ ​เขารักกันมาเกือบสิบปีแล้ว​ละมัง ​เขาหมั้นกันก่อนหน้า​ที่​จะถูกส่ง​ไปอิรัค "
เจนนิเฟอร์เห็นทิพย์สุรางค์สะดุ้ง มองหน้าเธอแล้ว​นิ่งอึ้ง​ไป​เป็นครู่ก่อน​จะถามว่า "คู่หมั้น​เขา​เป็น​ใครเธอรู้ไหม ?"
" รู้ซิ ​เขาชื่อลลิตา "
"ชื่อลลิตา ?" ทิพย์สุรางค์ตกใจ " ชื่อเหมือนคนไทยเลย​ หรือว่า​เขา​เป็นคนไทย ? "
เจนนิเฟอร์พยักหน้ารับ "ใช่ ​เขามาเรียนหนังสือ​ที่นี่ พ่อแม่ของคริส​เป็นคนดูแล​เขา เข้าใจว่าพ่อแม่ของพวก​เขาคงรู้จักกันมาก่อน เห็นว่า​เขามีแผน​จะ​แต่งงานกันอีกไม่นาน "
"ทำไม​เพื่อนเธอรู้รายละเอียดขนาดนี้ล่ะ ?" ทิพย์สุรางค์ชักสงสัย

เจนนิเฟอร์ยักไหล่ "​เขาว่าโลกแคบนี่น่า​จะจริง ​เพื่อนฉันคนนี้​เขาสนิทสนมกันดี​กับผู้หญิง​ที่ชื่อลลิตา ​เพราะ​เขา​ต้องประสานงานกัน แล้ว​เธอรู้ไหมว่าผู้หญิงคนนี้​เขาทำงานอะไร​ ? ​เขาทำงาน​ที่บริษัทเงินทุนหลักทรัพย์เลย​์ตันนั่นแหละ​ ตอนแรกๆ​​เขา​เป็นเลขาฯเหมือนฉัน ​แต่ตอนนี้​เขา​เป็นผู้ช่วยผู้จัดการฝ่ายลูกค้าสัมพันธ์ ก็อย่างว่าแหละ​ พ่อของคริสก็คงอยาก​จะสนับสนุนส่งเสริม​เขาด้วย ในฐานะว่า​ที่ลูกสะใภ้"

หญิงสาวฟังแล้ว​ก็เริ่มรู้สึกว่า​เรื่อง​นี้ชัก​จะยุ่งมากกว่า​ที่คิด " เธอเคยเห็น​เขาไหม "
"​ใคร ? คู่หมั้น​เขาน่ะหรือ?ไม่เคยเห็นหรอก ​แต่​ถ้าอยากรู้ว่าหน้าตา​เขา​เป็นยังไง ฉันหารูป​เขาให้ดูก็​ได้ "
ทิพย์สุรางค์ส่ายหน้า "ไม่​ต้องหรอก เรื่อง​นี้ไม่เกี่ยว​กับ​เขา "
"ตอนนี้เธอบอก​ได้หรือยังล่ะว่า​จะทำยังไงต่อ​ไป ? " อีกฝ่ายถาม ไม่เข้าใจว่า​เพื่อนของเธอมีแผนอะไร​
"ฉัน​กำลังคิดอยู่​ เจนนี่ เธอบอกว่า​เขา​เป็นทหาร ตอนนี้​เขาประจำการอยู่​​ที่ไหน รู้ไหม "
"​ที่แน่ๆ​ไม่ใช่ในนิวยอร์คนี่ก็แล้ว​กัน น่า​จะอยู่​ในวอชิงตัน ดี.ซี. ​แต่ก็ไม่แน่ใจนะ ​ถ้าเธออยากรู้ฉัน​จะลองสืบให้ "
"เจนนี่ ฉันอยาก​จะพบ​เขา.."
พูดไม่ทันจบประโยคเจนนิเฟอร์ก็ร้องขัดขึ้น​ "​จะพบ​เขาอีกทำไมล่ะ เธอเคยบอกว่า ไม่​ต้องการเห็นหน้าผู้ชายคนนั้น​ตลอดชีวิตไม่ใช่หรือ ? "
หญิงสาวยิ้มเกรียมๆ​ "ฉันเคยตั้งใจอย่างนั้น​ ​แต่วัน​ที่เห็นหน้า​เขา​ที่ร้านอาหาร ฉันรู้สึกว่า​​เขาสุขสบายเกิน​ไป ในขณะ​ที่ฉัน​ต้องอับอายคอยหนีหน้าผู้คน​ที่เคยรู้จักฉัน ฉันเจ็บปวดมากเท่าไหร่ ฉันก็อยากให้​เขาเจ็บปวดเท่าๆ​หรือมากกว่า "
เจนนิเฟอร์ส่ายหน้าไม่เห็นด้วย "นี่ทิปปี้ ฉันว่าเธอเลิกสนใจ​เขาดีกว่า ​ถ้าฉัน​เป็นเธอ ป่านนี้มีแฟนใหม่หรือ​แต่งงาน​ไปนานแล้ว​ละ "

พอ​ได้ยินเช่นนั้น​ ดวงตาของทิพย์สุรางค์ก็แข็งกร้าวขึ้น​มาทันที เธอพูดด้วยเสียง​ที่แข็งกระด้างจนอีกฝ่ายตกใจ "เจนนี่ อย่าพูดราว​กับว่าฉัน​กับ​เขาเคย​เป็นแฟนกัน ​เขาไม่เคย​เป็นอะไร​​กับฉัน​ทั้งนั้น​นอกจาก​เป็นคน​ที่ทำลายชีวิตฉัน ฉันเกลียด​เขา ! เกลียดยิ่งกว่าอะไร​​ทั้งนั้น​ ! "

เจนนิเฟอร์ยกมือขึ้น​สูง "ขอโทษที ทิปปี้ เธอก็รู้ว่าฉันไม่​ได้คิดยังงั้น ฉันเพียง​แต่ไม่อยากให้เธอจมอยู่​​กับอดีต เรื่อง​มันก็เกิดขึ้น​มานานแล้ว​ เธอมัว​แต่ฝังใจอยู่​​กับมันแบบนี้แล้ว​​เมื่อไหร่​จะมี​ความสุขเสียทีล่ะ ​ถ้า​เป็นผู้หญิงคนอื่นเรื่อง​แค่นี้​เป็นเรื่อง​จิ๊บจ้อย ไม่มี​ใคร​เขามานั่งแคร์มากมาย​ เก็บเนื้อเก็บตัว ไม่คบหา​ใครสักคนเหมือนเธอหรอก "

สีหน้า​ที่เริ่มเฉยชา ปากเม้มจนเกือบ​เป็นเส้นตรงของทิพย์สุรางค์ ทำให้เจนนิเฟอร์​ต้องรีบประนีประนอม "​เอาเถอะ เธอ​จะให้ฉันทำอะไร​ต่อก็ว่ามา สรุปว่าเธออยากรู้​ความเคลื่อนไหวของ​เขาใช่ไหม ว่าตอนนี้​เขาทำอะไร​ อยู่​​ที่ไหน ทำนองนี้ใช่ไหม? "

ทิพย์สุรางค์นิ่งคิดแล้ว​ตอบว่า " ฉันอยากพบ​เขา​เป็นการ​ส่วนตัว ​แต่ฉัน​ต้องรู้​ความเคลื่อนไหวของ​เขาก่อน ​จะ​ได้คิดออกว่า​จะทำอะไร​ต่อ​ไป ฉันจำ​เป็น​ต้องรู้ทุกเรื่อง​​ที่เกี่ยว​กับ​เขา "
" โอเค ฉัน​จะจัดการให้ ​แต่คง​ต้อง​ใช้เวลาหน่อย​นะ "
"ไม่มีปัญหา ฉันรอ​ได้"
รอยยิ้มอย่างหมายมาดปรากฏขึ้น​บนริมฝีปากคู่สวยของทิย์สุรางค์ ถึงเวลาแล้ว​!!!

 

F a c t   C a r d
Article ID S-3273 Article's Rate 44 votes
ชื่อเรื่อง เวลาที่หายไป --Series
ชื่อตอน แค้นที่ต้องชำระ --อ่านตอนอื่นที่ตีพิมพ์แล้ว คลิก!
ผู้แต่ง ดอยสะเก็ด
ตีพิมพ์เมื่อ ๑๒ มกราคม ๒๕๕๕
ตีพิมพ์ในคอลัมน์ เรื่องยาว ซีรีส์
จำนวนผู้เปิดอ่าน ๒๓๓ ครั้ง
จำนวนความเห็น ๓ ความเห็น
จำนวนดอกไม้รวม ๒๑๓
| | | |
เชิญโหวตให้เรตติ้งดอกไม้แก่ข้อเขียนนี้  
R e a d e r ' s   C o m m e n t
ความเห็นที่ ๑ : อิติฯ [C-17584 ], [125.25.183.249]
เมื่อวันที่ : ๒๔ ก.ย. ๒๕๕๓, ๑๐.๔๖ น.

เออ..ใช่สิ
สร้างฝาแฝดขึ้น​​มา
ทีนี้ล่ะ..บทสรุปก็ไม่มี​​ใครเจ็บ

ป๊าดๆ​​ๆ​​ อิติคิด​​ได้ยังใง 5555

แจ้งลบข้อความ


ความเห็นที่ ๒ : Rotjana Geneva [C-17585 ], [193.134.193.5]
เมื่อวันที่ : ๒๔ ก.ย. ๒๕๕๓, ๑๓.๒๓ น.

อืมม์ ไอเดียฝาแฝดก็ไม่เลวเหมือนกันนะ

งานนี้​​ต้องโทษตาเป็ง ใจดำจริง ๆ​​ เลย​​ ทำให้คุณหนูของเรา​​ต้องเจ็บปวดทรมานไม่รู้อิโหน่อิเหน่อย​​ู่​​​เป็นปี

อยากรู้จังว่า แค้นนี้​​จะชำระอย่างไร

ติดตามต่อ​​ไปด้วยใจระทึกค่ะ​​

แจ้งลบข้อความ


ความเห็นที่ ๓ : นาม อิสรา [C-17588 ], [110.49.193.2]
เมื่อวันที่ : ๒๔ ก.ย. ๒๕๕๓, ๒๐.๓๒ น.

บัดนี้ คุณดอยสะเก็ดเกิดมีแควน ๆ​​ ติดตามอ่านอย่างใจจดจ่อเข้าให้แล้ว​​

โปรดอย่าสร้าง​​ความผิดหวังสู่ผู้อ่าน

จงสร้าง​​แต่​​ความสุข

โอมเพี้ยง...​​ ฮา ฮา

แจ้งลบข้อความ


สั่งให้ระบบส่งเมลแจ้งการเพิ่มเติมความเห็น
 ศาลานกน้อย พร้อมบริการเสมอ และยินดีรับฟังข้อเสนอแนะจากทุกท่าน  ติดต่อเว็บมาสเตอร์ได้ทางคอลัมน์ คุยกับลุงเปี๊ยก หรือทางอีเมลได้ที่ uncle-piak@noknoi.com  พัฒนาระบบ : ธีรพงษ์ สุทธิวราภิรักษ์  โลโกนกน้อย : สุชา สนิทวงศ์  ภาพดอกไม้ในนกแชท : ณัฐพร บุญประภา  ลิขสิทธิ์งานเขียนในนิตยสารรายสะดวก เป็นของผู้เขียนเรื่องนั้น  ข้อความที่โพสบนเว็บไซต์แห่งนี้ เป็นความคิดเห็นส่วนตัวของผู้โพสทั้งสิ้น