นิตยสารรายสะดวก  Fiction  ๑๒ มกราคม ๒๕๕๕
เวลาที่หายไป #25
ดอยสะเก็ด
...​ความจริงคริสอยาก​จะกลับ​ไป​ที่เวียงพุกามทันที​ที่​ความจำ​ทั้งหมดของ​เขากลับคืนมา จุดประสงค์สำคัญ​คือ​ไปพบทิพย์สุรางค์ บอกเล่าเรื่อง​ราว​ทั้งหมด​ที่เกี่ยว​กับตัว...

ตอน : ตัดใจลา

​ความจริงคริสอยาก​จะกลับ​ไป​ที่เวียงพุกามทันที​ที่​ความจำ​ทั้งหมดของ​เขากลับคืนมา จุดประสงค์สำคัญ​คือ​ไปพบทิพย์สุรางค์ บอกเล่าเรื่อง​ราว​ทั้งหมด​ที่เกี่ยว​กับตัว​เขา​และครอบครัวของ​เขา แล้ว​ให้เธอ​เป็นฝ่ายตัดสินใจ ​แต่​เขาก็ไม่​สามารถทำ​ได้​เพราะอุบัติเหตุ​ที่เกิดขึ้น​ทำให้​ต้องรักษาตัวอยู่​​เป็นเดือน แล้ว​ยังมีเรื่อง​การสอบสวน​ที่​เขาถูกห้ามออกนอกประเทศอีก ทำให้เวลาผ่าน​ไปอีกหลายเดือน ป่านนี้ทิพย์สุรางค์คงเข้าใจว่า​เขาไม่รักษาคำสัญญา ​ที่เขียนบอกเธอไว้ในจดหมาย​ที่ฝากไว้​กับตาเป็ง ชายหนุ่มพยายามบอกตัวเองว่า​ที่​เขา​จะกลับ​ไปหาทิพย์สุรางค์ก็​เพื่อรักษาสัญญาเท่านั้น​ ไม่มีอะไร​นอกเหนือ​ไปกว่านั้น​ ครอบครัวของ​เขาอยากให้​เขา​กับลลิตา​แต่งงานกัน ​ถ้า​เขาไม่สะสางเรื่อง​​ระหว่าง​เขา​กับทิพย์สุรางค์ให้เรียบร้อย​เสียก่อน ​เขาก็คงยัง​แต่งงาน​กับผู้หญิง​ที่​เขารักไม่​ได้ คริสบอกตัวเองว่า​เพราะ​เขาอยาก​แต่งงาน​โดยเร็ว ​เขาจึง​ต้อง​ไปพบทิพย์สุรางค์ให้เร็ว​ที่สุด

นอกจากนี้​เขายังเชื่อว่าผู้หญิงอย่างทิพย์สุรางค์ คงไม่เห็น​เขาวิเศษวิโสถึงขนาด​ที่​จะยอม​แต่งงานด้วย ​เพื่อกู้หน้าหรือตกบันไดพลอยโจน ถึงตอนนี้​เขา​จะไม่ใช่คนพเนจรไร้ชื่อเหมือนสมัยก่อนแล้ว​ก็ตาม ​ที่สำคัญ​คือเธอไม่​ได้รัก​เขา เธอช่วยเหลือ​เขาก็​เพราะ​ความเมตตาเท่านั้น​ ​ส่วนเรื่อง​​ที่เกิดขึ้น​​เขายอมรับว่า​เป็น​ความผิดของ​เขาเอง​แต่เพียงผู้เดียว คริสคิดวนเวียนอยู่​อย่างนี้ตลอดเวลาเกือบยี่สิบชั่วโมงบนเครื่องบิน​ที่​กำลังมุ่งหน้า​ไปประเทศไทย

​เมื่อถึงสนามบินสุวรรณภูมิ​เขาไม่​ได้แวะเข้าบ้านของมารดาในกรุงเ ทพฯ ​แต่ต่อเครื่องบินในประเทศ​ไปเชียงใหม่ ค้าง​ที่โรงแรมแห่งหนึ่ง​ แล้ว​วันรุ่งขึ้น​ก็ขึ้น​เครื่องบิน​ไปแม่ฮ่องสอน นายพรลูกชายคนขับรถเก่าแก่ของมารดาคุณธัญญามารับ​ที่สนามบิน ตาม​ที่​เขา​ได้โทรศัพท์นัดหมายก่อนเดินทางออกจากสหรัฐฯ ให้นำรถสภาพดี​ที่​สามารถบุกป่า​ได้เดินทางล่วงหน้าจากกรุงเทพฯ​ไปรอพบ​เขา​ที่สนามบินแม่ฮ่องสอน ​เพราะการ​จะเข้า​ไป​ที่เวียงพุกามจำ​เป็น​ต้อง​ใช้รถจากสนามบินคริส​ไปโรงพยาบาล ​ที่​เขาเคยถูกส่งมารักษาตัวตอน​ที่ถูกทำร้ายจนบาดเจ็บสาหัส ​เพื่อ​ไปขอพบนายแพทย์ประสพชัย​ซึ่ง​เป็นคนเดียว​ที่​เขารู้จักนอกเวียงพุกาม

ประสพชัยเงยหน้าขึ้น​มองชายหนุ่ม​แต่งตัวดี ท่าทางมีสง่าราศรี ​ที่มาขอพบ​เขาอย่างแปลกใจ พยาบาล​ที่เข้ามาบอก​เขาแจ้งว่าผู้ชาย​ที่มาขอพบ​เขาชื่อคริส นายแพทย์หนุ่มใหญ่แน่ใจว่าไม่เคยรู้จักคนชื่อนี้มาก่อน ​แต่ก็อนุญาตให้เข้าพบ​ได้​เพราะคิดว่าอาจ​จะ​เป็นญาติของคนไข้คนใดคนหนึ่ง​ของ​เขา

"คุณหมอครับ​ จำผม​ได้ไหม?" ชายหนุ่มถาม ​พร้อม​กับทำ​ความเคารพ
ประสพชัยขยับแว่นสายตา​ที่สวมอยู่​ เพ่งมองหน้า​เขาแล้ว​ก็อุทานออกมาว่า "อ้าว เคนใช่ไหมนี่?"
"ใช่ครับ​ คุณหมอ" คริสยิ้มกว้าง รู้สึกดีใจเหมือน​ได้พบ​เพื่อนเก่า
"อ้าว...​ ​เป็นไงมาไงถึงกลับมาอีกล่ะ ? ผมรู้จากหนานคำว่าคุณเจอครอบครัวแล้ว​นี่ "

ประสพชัยมองหน้าตาท่าทางของชายหนุ่มอย่างพิจารณา แล้ว​ลง​ความเห็นว่า​เขาเปลี่ยนแปลงจากเดิม​ไปมาก ดู​เขามี​ความมั่นใจในตัวเอง ปราดเปรียว​และภูมิฐาน ผิดจากเคน​ที่​เขาเคยรู้จักก่อนหน้านี้ราว​กับคนละคน

ยังไม่ทัน​ที่คริส​จะตอบคำถาม นายแพทย์หนุ่มก็กล่าวต่อว่า "คุณคงจำเรื่อง​​ทั้งหมด​ได้แล้ว​สินะ "
"ครับ​ คุณหมอ "
ชายหนุ่มเล่าเรื่อง​ของ​เขาให้ประสพชัยฟังคร่าวๆ​ เว้นรายละเอียดเกี่ยว​กับงาน​ที่ทำให้​เขา​ต้องถูกลอบทำร้ายเท่านั้น​ แล้ว​สรุปจุดประสงค์​ที่มาแม่ฮ่องสอนว่า "ผมเพิ่งเสร็จธุระทางโน้น เพิ่งมีโอกาสปลีกตัวมา​ได้ ตอน​ไปผมรีบร้อนมากแทบไม่​ได้ลา​ใครเลย​ อาทิตย์หน้าผม​ต้องกลับ​ไปทำงานแล้ว​ เลย​​ต้องรีบมาในช่วงนี้​ที่ยังพอมีเวลา "
"คุณ​จะเข้า​ไป​ที่เวียงพุกามหรือเปล่า ? "
"ผมแวะมาเยี่ยมคุณหมอก่อนแล้ว​จึง​จะเข้า​ไป​ที่นั่น ผมอยาก​ไปขอบคุณคุณหนู​และคนอื่นๆ​ ตอน​ไปก็ไม่​ได้ขอบคุณเธอ​เพราะผมรีบร้อนมาก แล้ว​เธอก็​ไปกรุงเทพฯ" คริสชี้แจง
"ถึงตอนนี้เธอก็ไม่​ได้อยู่​​ที่เวียงพุกามหรอก "
​เมื่อเห็นสายตาฉงนของคริส นายแพทย์หนุ่มก็ถามว่า "นี่คุณไม่รู้เรื่อง​คุณพ่อของเธอหรอกหรือ ?"
"คุณดนัยน่ะหรือครับ​ ? " ชายหนุ่มรู้สึกมืดแปดด้าน​กับคำถาม "มีอะไร​หรือครับ​ ? "
ประสพชัยเอนหลังลงพิงพนักเก้าอี้ สีหน้าของ​เขาสลดลงเล็กน้อย "จริงสิ คุณคงไม่รู้​เพราะตอนเกิดเรื่อง​คุณไม่​ได้อยู่​เมืองไทย "
คริสชักตกใจ "เกิดอะไร​ขึ้น​หรือครับ​ ? "
"คุณดนัยประสพอุบัติเหตุรถคว่ำเสียชีวิตสักสองสามเดือนมาแล้ว​ หลังเสร็จงานคุณดนัย​ที่กรุงเทพฯ คุณหนู​กับคุณใหญ่ก็ขึ้น​มา​ที่นี่ มาจัดการเรื่อง​ต่างๆ​แล้ว​ก็กลับ​ไปด้วยกัน "

ชายหนุ่มนิ่งอึ้ง​ไปอย่างตกใจ​กับเรื่อง​​ที่เกิดขึ้น​ ​เขายังจำวันสุดท้าย​ที่​ได้เห็นคุณดนัย​ได้ดี เหมือนเพิ่งเกิดขึ้น​​เมื่อวานนี้เอง แล้ว​​เมื่อนึกทิพย์สุรางค์ขึ้น​มา ​ได้​เขาก็ถามอย่างร้อนรนว่า "คุณหนู​เป็นยังไงบ้าง ? เธอ​จะกลับมา​เมื่อไหร่ครับ​? "
ประสพชัยรู้สึกสะดุดใจ​กับท่าทางร้อนรนของชายหนุ่มรุ่นน้อง ​แต่ก็ตอบว่า "ผมไม่แน่ใจนะว่าเธอ​จะทำอย่างไรต่อ​ไป ​แต่​ที่นี่​เป็นบ้านบ้านเกิดของเธอ เธอคง​ต้องกลับมา ไม่รู้ว่า​เมื่อไหร่เท่านั้น​"
"ตอนนี้เธออยู่​​ที่ไหนครับ​ ? หรืออยู่​​กับคุณพี่ของเธอ​ที่กรุงเทพฯ ? "
คำตอบของนายแพทย์หนุ่ม ทำให้คริสผงะ​ไปเหมือนถูกต่อยอย่างแรง "เปล่า เท่า​ที่ผมรู้ตอนนี้เธออยู่​ต่างประเทศ ​ได้ข่าวว่า​ไปเรียนต่อ " แล้ว​ประสพชัยก็แสดง​ความเห็น​ส่วนตัวของ​เขาว่า "เธอคงช็อค​กับเรื่อง​คุณพ่อของเธอจนทนอยู่​​ที่เวียงพุกามไม่​ได้ คง​ต้อง​ใช้เวลาอีกสักพัก พอทำใจ​ได้หรือเรียนจบแล้ว​เธอก็คงกลับมา "

คริสแทบไม่​ได้ยินประโยคท้ายๆ​ของประสพชัย สมองของ​เขารับรู้​แต่เพียงคำว่า ’เธออยู่​ต่างประเทศ’ ​และ ‘'ไม่แน่ใจว่าเธอ​จะกลับมาหรือเปล่า’ เท่านั้น​ ชายหนุ่มคิดอย่างรวดเร็วว่า​จะหาทางติดต่อ​กับทิพย์สุรางค์​ได้อย่างไร ​แต่ก็ไม่กล้าถามประสพชัย ​เขาอาจ​จะไม่รู้ว่าเธออยู่​​ที่ไหน หรืออาจ​จะสงสัยขึ้น​มาก็​ได้ ใน​ที่สุดสิ่ง​ที่​เขาทำ​ได้ก็มีเพียงขอหมายเลขโทรศัพท์มือถือของประสพชัย​เอาไว้ เผื่อมีธุระ​ต้องการติดต่อด้วย

คริสลาประสพชัยแล้ว​เดินออก​ไปจากห้อง ปล่อยให้นายแพทย์หนุ่มมองตามหลัง​เขา​ไปอย่าง​ใช้​ความคิด มีอะไร​บางอย่าง​ที่​เขายังนึกไม่ออก ชายหนุ่มผู้นั้น​มีท่าทางตกใจ​และผิดหวังจนเห็น​ได้ชัด ​เมื่อรู้ว่าทิพย์สุรางค์​ไปจากประเทศไทยแล้ว​​และไม่มีกำหนดกลับที ่แน่นอน ดูเหมือนว่าการ​ไปของหญิงสาวคนนั้น​​จะมีผลกระทบอย่างสำคัญต่อคริส สีหน้าของ​เขาเปลี่ยน​ไปทันที หน้าของ​เขาซีด แววตาของ​เขาเศร้า​และกังวล มีอะไร​​ระหว่างชายหญิงคู่นี้หรือ? ประสพชัยคิดว่าอาจ​เป็น​ไป​ได้​ที่ชายหนุ่มคนนี้​จะสนใจทิพย์สุรางค์ เหมือน​กับผู้ชายคนอื่นๆ​ ก็เธอ​ทั้งสวย​ทั้งเพียบ​พร้อมออกขนาดนั้น​ ​แต่​เขาก็รู้จักหญิงสาวคนนั้น​ค่อนข้างดี ​เพราะวุฒิเลิศพี่ชายของเธอ​เป็น​เพื่อนสนิทของ​เขา ​ที่เคยเรียนหนังสือด้วยกันมานาน ​เขารู้ว่าเธอหยิ่ง​และถือตัว เธอคงไม่มีทาง​ที่​จะสนใจนายเคนคนนั้น​ ​เพราะเธอไม่เคยรู้อดีต​ที่​เป็นตัวตนจริงๆ​ของ​เขา

คริสออกจากโรงพยาบาลแห่งนั้น​ด้วย​ความรู้สึกสับสน ​เขายังไม่อยากเชื่อข้อมูลเกี่ยว​กับทิพย์สุรางค์​ที่​ได้จากนายแพทย์ประสพชัย ​เขาคิดว่าเธออาจ​จะยังพำนักอยู่​​กับพี่ชายของเธอในกรุงเทพฯมากกว่ า ​แต่ก็ไม่รู้ว่า​จะติดต่อเธอ​ได้อย่างไร ชายหนุ่มคิดทบทวน​ไปมาว่า​ใครบ้าง​ที่ควร​จะรู้ แล้ว​ก็คิดถึงกรขึ้น​มา​ได้ ตอนนี้ไม่ใช่ช่วงปิดเทอม เด็กชายผู้นั้น​คง​จะอยู่​​ที่โรงเรียนในตัวจังหวัด ​เขาเคยขับรถ​ไปส่งกรสองสามครั้งเวลา​ที่คำปันหรืออินแปง​ที่เคยทำหน้า​ที่นี้ไม่ว่าง

วันนั้น​​เป็นวันศุกร์​ที่เด็กๆ​​จะเรียนจนถึงเ​ที่ยงเท่านั้น​ หลังจากนั้น​ก็​จะ​ได้กลับบ้าน คริส​ไปถึงโรงเรียนหลังบ่ายสองโมง ​เขาแน่ใจว่ากร​จะยังอยู่​​ที่โรงเรียน ​เพราะรถจากเวียงพุกามมัก​จะมาถึงโรงเรียน​เพื่อรับกรประมาณสามหรือสี่โมงเย็น ​ระหว่างรอรถมารับเด็กชายผู้นั้น​มัก​จะนั่งอ่านหนังสือการ์ตูนหรือเล่นเกมกดอยู่​ในโรงอาหาร

ชายหนุ่มเข้า​ไปในโรงอาหาร​และหาตัวกร​ได้ไม่ยาก เด็กชายผู้นั้น​​กำลังก้มหน้าก้มตาอ่านหนังสือการ์ตูนอยู่​​ที่ม้ายาวมุมห้อง ​เมื่อเงยหน้าเห็นคริส​เขาก็ตกตะลึงอ้าปากค้างพูดไม่ออก พอรู้สึกตัวก็กระโดดลุกขึ้น​ยืน วิ่งเข้ามาเขย่าแขนชายหนุ่ม

"เคน ! โอ๊ย เคน ! นี่คุณจริงๆ​หรือ? คุณมาเยี่ยมผมจริงๆ​หรือเนี่ย !? "เด็กชายเอียงคอสำรวจคริส​ทั้งตัวขึ้น​ๆ​ลงๆ​อยู่​ครู่หนึ่ง​ ก็วิจารณ์ออกมาว่า "คุณดูไม่ค่อยเหมือนเคนเลย​ ผมว่าคุณดูแปลกๆ​​ไปนะ "
"ผมแปลก​ไปจริงหรือ ? "
"แม่นแต๊ คุณดูดีกว่าตอนอยู่​​กับเราตั้งแยะ ชุดของคุณก็โก้เชียว ​แต่งตัวแบบนี้แล้ว​ดูหล่อกว่าคุณชาคริตเสียอีก พวก​ที่เวียงพุกามเห็นคุณเข้าคง​จะอ้าปากค้าง​ไปตามๆ​กัน "
"ผมมีเรื่อง​อยาก​จะถามคุณหน่อย​ "
เคนว่าแล้ว​ชวนเด็กชายนั่งลง บนม้ายาวตัวหนึ่ง​แถวๆ​นั้น​ ​แต่ยังไม่ทันพูดอะไร​ กรก็กล่าวขึ้น​มาก่อนว่า "คุณรู้หรือยังว่าคุณท่านเสียแล้ว​?" หน้าตาของเด็กชายเศร้า​ไปทันที
"ผมเพิ่งรู้จากคุณหมอประสพชัยวันนี้เอง ผมตกใจมาก ไม่คิดว่าคุณดนัย​จะอายุสั้นอย่างนี้ "
"ทำไมเพิ่งรู้ล่ะ ? หนังสือพิมพ์ลงข่าวกันออกครึกโครม " กรถามอย่างสงสัย
"ผมไม่​ได้อยู่​ในเมืองไทย " คริสอธิบายสั้นๆ​

ในขณะ​ที่​กำลังคิดว่า​จะถามถึงทิพย์สุรางค์อย่างไร ​ที่​จะไม่ทำให้เด็กชาย​ที่ฉลาดเฉลียวเกินวัยผู้นี้ รู้ถึงจุดประสงค์​ที่แท้จริงของ​เขา ก็​พอดีกรพูดมาขึ้น​เสียก่อนว่า "คุณหนูเสียใจมากเลย​ เธอทนอยู่​​ที่นี่ไม่​ได้ ​เพราะไม่มีคุณท่านอีกแล้ว​ "
ชายหนุ่ม​ได้ทีก็รีบถามถามต่อ​ไปอย่างรวดเร็วว่า "แล้ว​ตอนนี้เธออยู่​​ที่ไหนล่ะ​ถ้าไม่อยู่​​ที่นี่ ? หรือเธอ​ไปอยู่​​ที่กรุงเทพฯ​กับคุณพี่ของเธอ?" แล้ว​​เขาก็รอคำตอบจากกรอย่างใจจรดใจจ่อ
เด็กชายส่ายหน้าปฏิเสธ "เปล่าหรอก ตอนแรกเธออยู่​​กับคุณใหญ่ ​แต่ตอนนี้ไม่​ได้อยู่​แล้ว​ "

แล้ว​​เขาก็นิ่ง​ไปเฉยๆ​ คริสร้อนใจจนแทบ​จะเขย่าตัวเด็กชายให้พูดต่อ​แต่ไม่สำเร็จ ​เพราะกรมีเรื่อง​อื่น​ที่สนใจมากกว่า "ตอนนี้คุณพบครอบครัวของคุณแล้ว​ใช่ไหม ? คุณคงจำทุกอย่าง​ได้หมดแล้ว​สินะ ตกลงคุณชื่ออะไร​ล่ะ ? "
ชายหนุ่มลอบถอนใจ​แต่ก็ยอมตอบ​โดยดี "ผมพบพ่อแม่แล้ว​ ผมชื่อคริส "
เด็กชายทำตาโต "ชื่อคริส ! อืมม์ โก้กว่าชื่อเคนอีกแฮะ ​แต่ผมชอบชื่อเคนมากกว่า ทีนี้ผม​ต้องเรียกคุณว่าคริส ใช่หรือเปล่า ? "
"ยังไงก็​ได้ " ​เขาพยายาม​จะหาทางกลับ​ไปเรื่อง​เดิม​ที่พูดค้างกันอยู่​ "​เมื่อกี้คุณบอกว่าคุณหนูไม่​ได้อยู่​​กับคุณพี่เธอ แล้ว​คุณรู้ไหมว่าเธออยู่​​ที่ไหน? "
"เธอเคยบอกผมว่าอาจ​จะ​ไปเรียนหนังสือต่อ " แล้ว​​เขาก็หัน​ไปร้องโหวกเหวกทักทาย เด็กผู้ชายรุ่นราวคราวเดียวกัน​ที่เดินผ่านมา

ตอนนี้คริสเข้าใจแล้ว​ว่าทำไมทิพย์สุรางค์ถึง​ได้โมโหกรอยู่​บ่อยๆ​ ​เขารู้ว่ากรไม่​ได้ตั้งใจ​จะกวนประสาท​ใครหรอก ​แต่​เขาเหมือนเด็กสมาธิสั้น ​ที่​สามารถ​จะกระโดดจากเรื่อง​หนึ่ง​​ไปอีกเรื่อง​หนึ่ง​​ได้ตลอดเวลา

"คุณหนูบอก​กับคุณตอนไหน? " ชายหนุ่มพยายามตะล่อมถามอย่างใจเย็น
กรนิ่งคิดก่อนตอบว่า "ตอน​ที่เธอกลับมา​ที่เวียงพุกาม หลังงานศพคุณท่าน "
"ตอน​ที่ผม​ไปจาก​ที่นี่ ผมจำ​ได้ว่าคุณหนู​ไปกรุงเทพฯ ผมเลย​ไม่​ได้ลาเธอ หลังจาก​ที่ผม​ไปแล้ว​เธอกลับมาบ้างหรือเปล่า? เอ้อ..ก่อนหน้า​ที่คุณดนัย​จะเสียน่ะ"
"เปล่า เธอกลับมาหลังงานคุณท่านครั้งเดียวเท่านั้น​" แล้ว​​เขาก็ชักสงสัย " ทำไม? คุณมีธุระอะไร​​กับคุณหนูหรือ?"
"เปล่า ไม่มีอะไร​ " คริสอ้อมแอ้มปฏิเสธ "ทำไมคุณหนูถึงบอกว่า​จะ​ไปเรียนต่อ? คุณถามเธอหรือ?"
"เปล่าถาม เธอบอกผมเอง" กรชี้แจง "ตอนแรกเธอเรียกผม​ไปพบ บอกว่าเธอ​จะไม่อยู่​​ที่บ้านสักพัก ให้ผมตั้งใจเรียนหนังสือ ​ถ้าสอบ​ได้เปอร์เซนต์ดีๆ​ เธอ​จะส่งของขวัญ​ที่ผมเคยอยาก​ได้มาให้ ผมเลย​ถามว่าเธอ​จะ​ไปอยู่​​กับคุณใหญ่ใช่ไหม เธอบอกว่าเปล่า เธอ​จะ​ไปเรียนหนังสือต่อ​ที่เมืองนอก ​จะ​ได้กลับมาช่วยคุณใหญ่ดูแลบริษัท" แล้ว​​เขาก็มองหน้าอีกฝ่ายเหมือนสงสัย ว่าอยากรู้​ไปทำไมมากมาย​นัก

"เธอบอกหรือเปล่าว่า​จะ​ไปประเทศไหน? " คริสกลั้นใจฟังคำตอบจากเด็กชาย
"เปล่านี่ เธอไม่​ได้บอก แล้ว​ผมก็ไม่กล้าเซ้าซี้ถามเธอมากหรอก เธอดูเศร้าๆ​แล้ว​ก็ผอม​ไปมาก "
เด็กชายทำหน้าจ๋อย​เมื่อนึกถึงภาพของคุณหนูในวันนั้น​ ในขณะ​ที่ชายหนุ่มรู้สึกผิดหวังอย่างแรง กรคงไม่รู้จริงๆ​ ​เพราะ​ถ้ารู้​เขาก็คงรีบปูดออกมาแล้ว​ ตามนิสัยขี้คุยของ​เขา

"คุณเคยบอกว่าคุณหนูเรียนจบจากสวิสเซอร์แลนด์ใช่ไหม ? "
"ใช่ เออ...​จริงด้วย " กรทำท่าตื่นเต้น "เธอคงกลับ​ไป​ที่นั่นแหละ​ ก่อนหน้านี้เธอเคยบอกผมว่าอยาก​จะกลับ​ไปอีกสักครั้ง เธออยู่​​ที่นั่นหลายปี มี​เพื่อนสนิทหลายคน​ที่อยากกลับ​ไปพบ"

ชายหนุ่มนิ่งคิดว่าก็อาจ​เป็น​ไป​ได้ ​ที่ทิพย์สุรางค์​จะ​ไปประเทศ​ที่เธอรู้จักคุ้นเคยมานาน ​แต่ก็นั่นแหละ​เธอ​ไปจริงหรือเปล่าก็ไม่รู้ ​เขาเริ่มรู้สึกมืดแปดด้าน ​แต่แล้ว​ก็นึกถึงจดหมายขึ้น​มา​ได้

"คุณ​ได้รับจดหมาย​ที่ผมฝากตาเป็งไว้ให้แล้ว​ใช่ไหม?"
"จดหมายเหรอ? " กรทำท่าคิด "อ๋อ ​ได้แล้ว​ ตาเป็งฝากคำปันมาให้ผมแล้ว​ คุณบอกว่า​จะกลับมาเยี่ยมผมแล้ว​คุณก็มาจริงๆ​ "

​ที่ถามเรื่อง​จดหมายก็​เพราะคิดว่า​ถ้ากร​ได้รับจดหมาย​ที่ฝากตาเป็งไว้ ทิพย์สุรางค์ก็คง​ได้รับเหมือนกัน ​แต่แล้ว​​เขาก็นึกถึง​ที่กรเล่าว่าก่อนหน้า​ที่คุณดนัย​จะเสียชีวิต ทิพย์สุรางค์ไม่เคยกลับมา​ที่เวียงพุกามเลย​ ​ถ้าอย่างนั้น​ก็หมาย​ความว่าเธอเพิ่ง​ได้รับจดหมาย​เขาก่อนเดินทาง​ไปต่างประเทศไม่นานน่ะสิ

ชายหนุ่มลังเล ไม่แน่ใจว่าควร​จะถามกรต่อ​ไปดีหรือไม่เกี่ยว​กับทิพย์สุรางค์ ​แต่ใน​ที่สุด​ความอยากรู้มีมากกว่า
"ตอน​ที่คุณหนูกลับมา เธอถามถึงผมบ้างหรือเปล่า ?"
"ไม่​ได้ถาม ผมบอกเธอเองว่าคุณกลับ​ไปบ้านของคุณแล้ว​ ​แต่เธอบอกว่าเธอรู้จากหนานคำแล้ว​ ผมยังเล่าให้เธอฟังเลย​ว่าคุณเขียนจดหมายฝากตาเป็งไว้ให้ผมก่อนไ ป "
"แล้ว​เธอว่าไง ? " คริสซักทันทีอย่างร้อนใจ
" ไม่ว่าไงหรอก ก็ทำหน้าเชิดตามแบบของเธอนั่นแหละ​ ขนาดผมบอกว่า​จะ​ไป​เอาจดหมายของคุณมาให้อ่าน เธอยังบอกว่า ‘ ไม่จำ​เป็น ‘ เลย​ แถมยังเดินหนีเข้าห้องเสียอีก "

ตอนนี้ชายหนุ่มเริ่มร้อนใจขึ้น​มาอีกแล้ว​ ​ถ้าตาเป็งไม่​ได้ส่งหรือลืมส่งจดหมายฉบับ​นั้น​ให้ทิพย์สุรางค์ แล้ว​เธอรู้ว่า​เขาเขียนจดหมายถึงกร​โดยไม่ส่งข่าวอะไร​ให้เธอรู้ว่า​จะทำอย่างไรต่อ​ไป​กับเรื่อง​​ที่เกิดขึ้น​ เหมือนไม่เห็น​ความสำคัญของมันเลย​ เธอ​จะรู้สึกอย่างไร? เธอคงโกรธแค้น​และนึกดูถูก​เขามาก เธออาจ​จะคิดว่า​เขาหลีกหนี​ความรับผิดชอบ แล้ว​นี่มันก็ผ่าน​ไปตั้งหลายเดือนแล้ว​​ที่​เขา​ไปจากเวียงพุกาม

"คุณรู้ไหมว่าบ้านคุณใหญ่อยู่​​ที่ไหน ? "
"บ้าน​ที่กรุงเทพฯน่ะเหรอ ผมไม่รู้หรอกว่าอยู่​ตรงไหน อยากรู้​ไปทำไม หรือคุณ​จะ​ไปหาคุณใหญ่? "

คำตอบของเด็กชายทำให้คริสมองไม่เห็นทาง​ที่​จะติดต่อ​กับทิพย์สุรางค์​ได้เลย​ ใน​ที่สุด​เขา​ต้องยอมแพ้ ก่อนกลับชายหนุ่มให้​ที่อยู่​ อีเมลล์​และหมายเลขโทรศัพท์ของ​เขาในสหรัฐฯแก่กร กำชับว่า​ถ้ากรมีเรื่อง​ด่วนหรือมีอะไร​อยาก​จะคุย​กับ​เขา ก็ส่งอีเมลล์หรือเขียนจดหมายถึง​เขา​ได้ตาม​ที่อยู่​นั้น​ ​ถ้า​เขาไม่อยู่​​ที่นั่น ทางบ้านของ​เขาก็​จะส่งจดหมายนั้น​ต่อ​ไปให้​เขาเอง ​ซึ่ง​ความหวังสุดท้ายของคริสก็​คือหวังว่ากร​จะส่งต่อมันให้ทิพย์สุรางค์​ถ้า​เขา​ได้เจอเธอ

หลังจากนั้น​อีกเพียงสองวันชายหนุ่มก็เดินทางกลับสหรัฐอเมริกา กลับ​ไปปฏิบัติภารกิจ​ที่อิรัคตามคำสั่งของทางการ สามเดือนหลังจากนั้น​​เขาถูกส่งตัวกลับเข้าทำงาน ในหน่วยข่าวกรองของทหารในกระทรวงกลาโหม ในช่วงเวลาหนึ่ง​ปีหลังจากนั้น​คริสเดินทาง​ไปแม่ฮ่องสอนอีกหลายครั้ง​เมื่อมีเวลาว่างจากงานราชการ ​แต่ละครั้ง​ใช้เวลาไม่นาน ​เขาเคยดั้นด้นเข้า​ไปถึงเวียงพุกาม ​ได้พบ​กับหนานคำ​และรู้ว่าเวียงพุกามมีผู้จัดการมาดูแลงานแทนคุณดนัยแล้ว​ คุณใหญ่หรือวุฒิเลิศนานๆ​​จะมาเยี่ยมบ้านสักครั้งหนึ่ง​ คุณหนู​ไปเรียนต่อต่างประเทศ คงอีกหลายปีกว่า​จะกลับ ​ส่วนเด็กชายกรก็ย้าย​ไปเรียนหนังสือ​ที่กรุงเทพฯ​โดยไม่เคยติดต่อส่งข่าวอะไร​ถึง​เขาเลย​ ​แม้เด็กชายผู้นั้น​​จะมี​ที่อยู่​ของ​เขาก็ตาม

คริสเคยแวะ​ไปเยี่ยมนายแพทย์ประสพชัยอีกสองครั้ง ​แต่ไม่มีข่าวคืบหน้าเกี่ยว​กับทิพย์สุรางค์ ครั้งสุดท้าย​ที่​เขา​ไปปรากฏว่านายแพทย์คนนั้น​ย้าย​ไปจากแม่ฮ่องสอนแล้ว​ ชายหนุ่มรู้สึกผิดหวัง ดูเหมือนว่าคนต่างๆ​​ที่น่า​จะให้​ที่อยู่​หรือ​ที่ติดต่อของทิพย์สุรางค์แก่​เขา​ได้ ต่างพากันหลบลี้หนีหน้าหาย​ไปหมด​พร้อมๆ​กันราว​กับนัดหมายกัน​เอาไว้ ชายหนุ่มเคยคิด​ที่​จะ​ไปพบวุฒิเลิศ ​เพราะ​ถ้า​จะหา​ที่อยู่​ในกรุงเทพฯหรือบริษัท​ที่​เขาทำงานอยู่​จริงๆ​ก็คงหา​ได้ไม่ยาก ​แต่​เขา​จะ​ไปถามหาทิพย์สุรางค์​โดย​ที่พี่ชายของเธอไม่สงสัย​ได้อย่างไร ​และอีกอย่าง​เขา​กับวุฒิเลิศก็แทบ​จะไม่เคยพูดจากันเลย​ ชายหนุ่มผู้นั้น​​จะจำ​เขา​ได้หรือเปล่าก็ยังไม่รู้ ตอนนั้น​​เขา​เป็นแค่ลูกจ้างคนหนึ่ง​ของเวียงพุกามเท่านั้น​ ไม่​ได้มี​ความสำคัญอันใด​ที่ควรจดจำ คริสจำใจ​ต้องเลิกล้ม​ความคิด​ที่​จะ​ไปพบพี่ชายของทิพย์สุรางค์

แล้ว​ใน​ที่สุดคริสก็บอกตัวเองให้ลืมเรื่อง​ทิพย์สุรางค์​ไปเสียให้หมด ​เขา​ได้พยายามอย่างเต็ม​ที่แล้ว​ตลอดเวลปีกว่า​ที่ผ่านมา ​ที่​จะทำตามคำมั่นสัญญา​ที่ระบุไว้ในจดหมายว่า​จะกลับ​ไปหาเธอ ​แต่กลาย​เป็นว่าเธอไม่แยแส เธอหลีกลี้หนีหน้าไม่​ต้องการพบเห็น​เขาอีกต่อ​ไป เธออาจ​จะทำใจ​ได้​และลืมเรื่อง​​ที่เกิดขึ้น​​ไปหมดแล้ว​ ป่านนี้เธออาจ​จะมีคนรักหรือ​แต่งงาน​ไปแล้ว​ก็​ได้​กับ​ใครสักคน​ที่เธอ​ได้พบ​และรัก​เขา ผู้ชายคน​ที่เหมาะสมคู่ควร​กับเธอมากกว่านายเคนคนนั้น​หลายต่อหลายเท่า ​แต่ทำไมทุกครั้ง​ที่คิดเช่นนั้น​หัวใจของ​เขาจึงเจ็บปวดรวดร้าว ทำไม​เขาหลับตาลงครั้งใดก็​จะเห็น​แต่ภาพใบหน้า​ที่นองน้ำตาของทิพย์สุรงค์ ลอยเด่นขึ้น​มา​แม้​แต่เวลา​ที่อยู่​​กับลลิตา

ทำไม​เขาจึงพยายามผัดผ่อนการ​แต่งงานออก​ไป ​แม้ว่ามารดาของ​เขา​จะขอร้อง​เขาหลายครั้งแล้ว​ตั้งแต่​ที่​เขากลับมา ให้รีบ​แต่งงาน​กับลลิตาเสีย เธอให้เหตุผลว่าปีนี้​เขาอายุย่างเข้าสามสิบแล้ว​​และหญิงสาวคนนั้น​ก็รอ​เขามานานเกิน​ไปแล้ว​ คริสยังรู้สึกขอบใจลลิตาด้วยซ้ำ​ที่ไม่เคยเร่งรัด​เขาเรื่อง​นี้เลย​ เธอยิ้มหวานเสมอ​เมื่อคุณธัญญาพูดเรื่อง​การ​แต่งงานต่อหน้าเธอ แล้ว​เธอก็​จะบอกมารดาของ​เขาอย่างอ่อนโยนทุกครั้งว่าไม่​เป็นไร เธอตามใจ​เขาเสมอ ​ถ้า​เขาอยาก​แต่งเธอก็​พร้อม ​แต่​ถ้า​เขายังไม่​พร้อม​ที่​จะ​แต่งงานเธอก็ยินดี​จะรอจนกว่า​เขา​จะ​พร้อม

​เมื่อตัดสินใจ​ที่​จะลืมเรื่อง​ราว​ระหว่าง​เขา​กับทิพย์สุรางค์ให้หมดสิ้น ​เพราะเธอไม่​ต้อง​ความรับผิดชอบจาก​เขา ชายหนุ่มก็บอกตัวเองว่าถึงเวลาแล้ว​​ที่​เขา​กับลลิตา​จะ​แต่งงานกันเสียที ​เขาเห็นแก่ตัว​และทำผิดต่อเธอมามากพอแล้ว​ เธอ​เป็นผู้หญิง​ที่เพียบ​พร้อมทุกอย่าง เฝ้าอดทนรอ​เขามาเนิ่นนาน ​เขารู้ว่าเธอรัก​เขามากมาย​ ​และ​เขาเองก็รักเธอมากเหมือนกันมิใช่หรือ?

ผู้ใหญ่​ทั้งสองฝ่าย​คือคุณธัญญา​และคุณลักษณาโทรศัพท์คุยกันบ่อยขึ้น​ ​ส่วนใหญ่​จะ​เป็นเรื่อง​เกี่ยว​กับงาน​แต่งงานของหนุ่มสาว​ทั้งสอง ​ที่ยังตกลงกันไม่​ได้​คือ​จะจัด​ที่ไหน ฝ่ายคุณลักษณาอยากให้จัด​ที่กรุงเทพฯ ​เพราะตอนนี้สามีของเธอ​กำลังก้าวหน้าทางการเมือง ​เขาเพิ่ง​ได้รับการโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมฯให้​เป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ ​ซึ่งถือว่า​เป็นกระทรวงเกรดเอกระทรวงหนึ่ง​ นอกจากนี้​เขายังมี​ความสัมพันธ์​ที่แน่นแฟ้น​กับรองนายกรัฐมนตรีคนหนึ่ง​ ​ซึ่งคุณลักษณาคิดว่า​จะขอให้สามีของเธอเชิญ​เขา​เป็นเจ้าภาพฝ่ายหญิง ในขณะ​ที่คุณธัญญาก็อยากให้จัดในสหรัฐอเมริกา

​ส่วนคริส​และลลิตาไม่ออก​ความเห็นว่าอย่างไร ต่างก็บอกว่าแล้ว​​แต่ผู้ใหญ่​จะจัดการให้ ​แต่ใจจริงแล้ว​คริสอยากให้จัดในสหรัฐฯมากกว่า ​แต่เหตุผลของ​เขา​เป็นสิ่ง​ที่ไม่​สามารถบอก​ใคร​ได้ ​เขาไม่อยากกลับ​ไปเมืองไทยอีกแล้ว​​โดยเฉพาะในช่วงนี้ ​เขา​กำลังพยายามลืมสิ่งต่างๆ​​ที่เคยเกิดขึ้น​​กับ​เขา ตอนนี้​เขายอมรับ​ความจริงแล้ว​ว่าทิพย์สุรางค์ไม่​ได้​ต้องการให้​เขารับผิดชอบในเรื่อง​​ที่เกิดขึ้น​ ​เมื่อเธอ​ต้องการให้​เขาลืมทุกอย่าง​เขาก็​จะลืมมันเสียให้หมด แล้ว​​แต่งงานอย่างมี​ความสุข​กับผู้หญิงน่ารัก ​ที่รัก​และรอคอย​เขามานานด้วย​ความอดทน

 

F a c t   C a r d
Article ID S-3271 Article's Rate 44 votes
ชื่อเรื่อง เวลาที่หายไป --Series
ชื่อตอน ตัดใจลา --อ่านตอนอื่นที่ตีพิมพ์แล้ว คลิก!
ผู้แต่ง ดอยสะเก็ด
ตีพิมพ์เมื่อ ๑๒ มกราคม ๒๕๕๕
ตีพิมพ์ในคอลัมน์ เรื่องยาว ซีรีส์
จำนวนผู้เปิดอ่าน ๒๓๐ ครั้ง
จำนวนความเห็น ๓ ความเห็น
จำนวนดอกไม้รวม ๒๑๓
| | | |
เชิญโหวตให้เรตติ้งดอกไม้แก่ข้อเขียนนี้  
R e a d e r ' s   C o m m e n t
ความเห็นที่ ๑ : Rotjana Geneva [C-17581 ], [81.62.212.145]
เมื่อวันที่ : ๒๔ ก.ย. ๒๕๕๓, ๐๒.๔๘ น.

โอ้ ใจเย็น ๆ​​ หน่อย​​ คริส ​​จะติดตามหัวใจ​​ทั้ง​​ที่ก็​​ต้องตามให้สุดหล้า

ทิพยสุรางค์​​ไปซ่อนตัวอยู่​​​​ที่ไหนหนอ รีบกลับบ้านด่วน ทางบ้านให้อภัยหมดแล้ว​​ค่ะ​​

แฮ่ม รจนาก็ติดตามอ่านแบบ "อิน" ​​กับเนื้อเรื่อง​​​​ไปหน่อย​​

ขอให้เวลา​​ที่หาย​​ไป ทำให้​​ได้รักคืนมา ​​พร้อม "ของแถม" นะคะ​​ (แอบเดาล่วงหน้า)

​​ถ้า​​เป็นอย่างนั้น​​จริง ก็คงสงสารลิตาไม่น้อย

แจ้งลบข้อความ


ความเห็นที่ ๒ : อิติฯ [C-17583 ], [125.25.183.249]
เมื่อวันที่ : ๒๔ ก.ย. ๒๕๕๓, ๑๐.๓๓ น.

ลุย!!! ​​ไปเลย​​
หากลำบากหัวใจ บัวไม่ให้ช้ำน้ำไม่ให้ขุ่น..
ก็คว้า​​เอาไว้เสีย​​ทั้งสอง..(ขำๆ​​น่ะ)

"​​ได้อย่างก็​​ต้องเสียอย่าง" ​​เป็นสัจธรรมจ้า

แจ้งลบข้อความ


ความเห็นที่ ๓ : Rotjana Geneva [C-17590 ], [85.1.223.218]
เมื่อวันที่ : ๒๕ ก.ย. ๒๕๕๓, ๐๐.๕๙ น.

คุณอิติฯนี่ลุ้นจริง ๆ​​ เลย​​

"​​ได้อย่างก็​​ต้องเสียอย่าง" จริงหรือ?

หรือว่า "​​ได้อย่างก็​​ต้องสองอย่าง" แน่คะ​​?

คุณดอยสะเก็ดอย่าให้แควน-แควนรอนานเด้อค่ะ​​

แจ้งลบข้อความ


สั่งให้ระบบส่งเมลแจ้งการเพิ่มเติมความเห็น
 ศาลานกน้อย พร้อมบริการเสมอ และยินดีรับฟังข้อเสนอแนะจากทุกท่าน  ติดต่อเว็บมาสเตอร์ได้ทางคอลัมน์ คุยกับลุงเปี๊ยก หรือทางอีเมลได้ที่ uncle-piak@noknoi.com  พัฒนาระบบ : ธีรพงษ์ สุทธิวราภิรักษ์  โลโกนกน้อย : สุชา สนิทวงศ์  ภาพดอกไม้ในนกแชท : ณัฐพร บุญประภา  ลิขสิทธิ์งานเขียนในนิตยสารรายสะดวก เป็นของผู้เขียนเรื่องนั้น  ข้อความที่โพสบนเว็บไซต์แห่งนี้ เป็นความคิดเห็นส่วนตัวของผู้โพสทั้งสิ้น