นิตยสารรายสะดวก  Fiction  ๑๒ มกราคม ๒๕๕๕
เวลาที่หายไป #23
ดอยสะเก็ด
...​เมื่อออกจากห้องอาหารแห่งนั้น​แล้ว​คริสก็ขับรถ​ไปเรื่อยๆ​ หนุ่มสาว​ทั้งสองพูดคุยกันอย่างมี​ความสุขตามประสาคู่รัก ​ที่โชคชะตาพัดพาให้​ต้องจากกัน​ไปในช่วงเว...

ตอน : ลางสังหรณ์

​เมื่อออกจากห้องอาหารแห่งนั้น​แล้ว​คริสก็ขับรถ​ไปเรื่อยๆ​ หนุ่มสาว​ทั้งสองพูดคุยกันอย่างมี​ความสุขตามประสาคู่รัก ​ที่โชคชะตาพัดพาให้​ต้องจากกัน​ไปในช่วงเวลาหนึ่ง​ ​เมื่อ​ได้กลับมาพบกันใหม่ก็มีเรื่อง​​ต้องทำ​ความเข้าใจกันมากมาย​หล ายเรื่อง​ ​ซึ่งแน่ละ หญิงสาวไม่เอ่ยพาดพิงถึงเวลาเกือบหนึ่ง​ปีนั้น​เลย​

มิสซิสแอนนา เคอลีย์ หญิงผิวดำวัยกลางคน แม่บ้านของครอบครัวเลย​์ตัน​ที่ฟาร์มปศุสัตว์ ยิ้มต้อนรับลลิตา​เมื่อคริสพาเธอเข้ามาในบ้าน
"สวัสดีค่ะ​ มิสลิตา ยินดีต้อนรับค่ะ​ "
"สวัสดีจ้ะ​ แอนนา " ลลิตาทักตอบ แม่บ้านผู้นี้รู้จักลลิตาดี​เพราะทำงาน​ที่นี่มานานกว่าสิบปีแล้ว​
แอนนาถามลลิตาว่า "ทานมื้อเย็นมาจากข้างนอกแล้ว​ใช่ไหมคะ​ ? คุณคริสไม่​ได้สั่งให้ฉันเตรียมอาหาร "
"เรียบร้อย​แล้ว​ละแอนนา ไม่​ต้องห่วง​ไปพัก​ได้แล้ว​ ​ถ้า​ต้องการอะไร​เดี๋ยวผมจัดการเอง "
คริส​เป็นคนตอบ

หนุ่มสาว​ทั้งสองกลับมาถึงฟาร์มค่อนข้างดึก ขณะนี้ใกล้ยี่สิบสองนาฬิกาแล้ว​

"ขึ้น​ข้างบนเถอะ " ชายหนุ่มบอก คว้ากระเป๋าเดินทางใบเล็กของลลิตาไว้ในมือหนึ่ง​ ​ส่วนอีกมือหนึ่ง​โอบเอวเธอ พาขึ้น​บันได​ไปห้องนอนบนชั้นสอง​ที่จัดไว้รับรองแขก ห้องนี้อยู่​ห่างจากห้องของ​เขาสองห้อง

คริสเปิดประตูห้องให้ลลิตาเดินเข้า​ไป ​เมื่อเห็น​เขาหยุดยั้งอยู่​เพียงหน้าห้อง หญิงสาว​ซึ่งผ่านประตูเข้า​ไปในห้องแล้ว​ก็หันมาถามว่า "ไม่เข้ามาก่อนหรือคะ​ ? "
"อย่าเลย​ ลิตาพักผ่อนเถอะ พรุ่งนี้เช้า​ค่อยเจอกัน " ​เขาตอบแล้ว​ทำท่า​จะปิดประตูให้เธอ

​แต่ยังไม่ทันปิดหญิงสาวก็เข้ามากอดแขน​เขา ซุกหน้าเข้า​ไป​ที่ต้นแขน พูดด้วยเสียง​ที่อ้อนเหมือนเด็กหญิงตัวน้อยๆ​ว่า "ไม่​เอา ลิตายังไม่อยากนอนนี่นา พี่ง่วงนอนแล้ว​หรือคะ​ ลิตายังไม่ง่วงสักนิด "
"ยังไม่ง่วงหรอก ลิตามีอะไร​​กับพี่หรือเปล่า? " ​เขามองเธออย่างเอ็นดู บางครั้งเธอก็น่ารักเหมือนเด็กๆ​

ลลิตาปล่อยแขน​เขา เขย่งตัวขึ้น​จูบหยอกๆ​​ที่ปลายคาง "งั้นพี่​ไปอาบน้ำก่อน ลิตาก็​จะอาบเหมือนกัน ​ถ้าอาบน้ำแล้ว​ยังไม่ง่วงลิตา​จะ​ไปคุย​กับพี่นะคะ​ "

แล้ว​เธอก็ดันตัว​เขาออกจากประตูแล้ว​งับให้ปิดเข้ามา ​โดย​ที่ชายหนุ่มยังไม่ทัน​ได้พูดอะไร​ หลังจากนั้น​เธอก็เตรียมตัวอาบน้ำ หญิงสาวลงนอนแช่ในอ่างอาบน้ำ ​ระหว่างนั้น​ก็คิดทนทวนถึงช่วงเวลา​ที่อยู่​​กับคริสก่อนเดินทางเข้ามา​ที่ฟาร์ม ​เขาพูดคุย​กับเธออย่างปกติเหมือนเดิมก็จริง ​แต่มีหลายครั้ง​ที่เธอรู้สึกเหมือน​เขาหมกมุ่นอยู่​​กับ​ความคิดของต ัวเองจนลืม​ที่​จะตอบคำถามเธอ ​และมีบางครั้ง​ที่​เขามองเธออยู่​​โดย​ที่เธอรู้สึกว่า​​เขามองไม่เห็นเธอ คิด​ไปคิดมาแล้ว​ลลิตาก็ตกใจ เธอเริ่มระแวง​เขาอีกแล้ว​หรือนี่? หญิงสาวเตือนตัวเองให้หยุดคิด รีบขึ้น​จากอ่างอาบน้ำแล้ว​​แต่งกายด้วยชุดนอนแพรเนื้อหนักตัวสวย

ขณะยืนแปรงผมอยู่​หน้ากระจกเงา ลลิตามองตัวเองเห็นหญิงสาว​ที่สวยไม่​เป็นรอง​ใคร ผมสั้นๆ​หยิกสลวยปัดเป๋​ไปมา​ทั้งศรีษะดูเหมาะเจาะรับกันดี ​กับใบหน้ากระจุ๋มกระจิ๋มปากนิดจมูกหน่อย​ ดวงตากลมโตขนตายาวงอน คริสชอบเรียกเธอว่า " ตุ๊กตาบาร์บี้แสนสวย "

หลังจากนั้น​ลลิตาคว้าเสื้อคลุมตัวหนามาสวมทับชุดนอน เดินออกจากห้องผ่านโถงยาวหน้าห้อง​ที่ปูด้วยพรมสีขรึม​ไป​ที่ห้องของคริส เคาะประตูห้องตามธรรมเนียมแล้ว​เปิดเข้า​ไป ​ส่วน​ที่​เป็นห้องนอนว่างเปล่า ไฟก็ไม่​ได้เปิด หญิงสาวเดินเลย​​ไป​ที่ประตูบาน​ที่เปิดออก​ไปสู่ระเบียงกว้าง ​ที่เธอรู้ว่ามีเก้าอี้นอนตัวยาว​และโต๊ะกระจกกลม​พร้อมเก้าอี้สอง ตัวตั้งอยู่​

เธอพบคริส​ซึ่งยังอยู่​ในเครื่อง​แต่งกายชุดเดิมนอนหลับตาอยู่​บนเก้าอี้นอน ลลิตาไม่เข้าใจว่าตั้งแต่​ที่​เขา​ไปส่งเธอ​ที่หน้าห้องนอนจนถึงเวลานี้ก็นานเกินหนึ่ง​ชั่วโมงแล้ว​ ​เขามัวทำอะไร​อยู่​​โดยไม่อาบน้ำเปลี่ยนเสื้อผ้า ​แต่​เมื่อย่องเข้า​ไปใกล้ ลลิตาก็มองเห็นว่าบนโต๊ะกลม​ซึ่งอยู่​ไม่ไกลจากเก้าอี้​ที่​เขานอนอยู่​ มีแก้วเหล้า​และขวดวิสกี้​ซึ่งพร่อง​ไปแล้ว​กว่าครึ่งวางอยู่​ ซองบุหรี่​และไลท์เตอร์วางอยู่​ใกล้ๆ​ ใน​ที่เขี่ยบุหรี่ก็มีก้นบุหรี่อยู่​เกือบครึ่ง

หญิงสาวขมวดคิ้วอย่างครุ่นคิด ปกติคริสไม่ค่อยสูบบุหรี่ยกเว้นบางครั้ง​ที่​เขารู้สึกเครียดมากเท่านั้น​ ​ส่วนเหล้า​เขาก็ดื่มพอประมาณเวลา​ไปงานเลี้ยงหรือสังสรรค์​กับ​เพื่อนฝูง เธอไม่​ได้คิดว่าเพียงชั่วเวลาหนึ่ง​ชั่วโมงคริส​จะดื่มเหล้าหมดเกือบครึ่งขวดหรอก ​เขามาอยู่​​ที่นี่หลายวันแล้ว​​เขาก็คงดื่มบ้างบางวันจนมันเหลืออยู่​เพียงครึ่งขวดอย่าง​ที่เห็น ​เขาอาจ​จะเหงา​และกังวล​กับเรื่อง​การสอบสวน​ที่ไม่รู้ว่าผล​จะออกมาอย่างไร จน​ต้อง​ใช้เหล้า​และบุหรี่ช่วยก็​เป็น​ได้ หญิงสาวพยายามคิดในแง่ดี

ลลิตาเดินเข้า​ไปจนชิดเก้าอี้​ที่คริสนอนอยู่​ ​เขานอนหงายแขน​ทั้งสองประสานกันอยู่​บนอก เธอนั่งลงบนเก้าอี้ยาวตัวเดียว​กับ​เขา ก้มลงมองหน้า​เขาอย่างใกล้ชิด ในแสงจันทร์สลัว​ที่สาดส่องลงมาบนระเบียงเธอเห็นคิ้วหนา​เป็นปื้นขมวดแน่นเข้าหากัน สีหน้าของ​เขาดูหมองเศร้า ไม่​ได้สดชื่นรื่นเริงเหมือน​เมื่อตอนบ่าย​ที่ผ่านมาเลย​

ทันที​ที่มือของเธอสัมผัสใบหน้า​เขา คริสก็ลืมตาขึ้น​​และ​เมื่อเห็นว่า​เป็นเธอ​เขาก็เหนี่ยวตัวเธอเข้า​ไปกอด ร่างกาย​ส่วนบนของเธอตอนนี้ทาบทับอยู่​บนอก​เขา กอดของ​เขายังแนบแน่นอบอุ่นเหมือนเดิมก็จริง ​แต่ลลิตาคิดว่าหูเธอคงไม่ฝาด ​กับเสียงถอนใจยาวราว​กับหนักในหัวอกหัวใจของคริส

"ลิตา "

​เขาพึมพำเรียกชื่อเธออยู่​ข้างหู​โดยไม่พูดอะไร​ต่อ หญิงสาวผงกศรีษะขึ้น​มองหน้า​เขา ก็เห็นสายตาของคริสจับจ้องอยู่​​ที่ดวงจันทร์สีซีดๆ​​ที่เห็นอยู่​ลิ บๆ​ แล้ว​​เขาก็เรียกชื่อเธอซ้ำอีก

"พี่​เป็นอะไร​หรือเปล่า ? พี่ไม่สบายใจเรื่อง​อะไร​หรือเปล่า ? เล่าให้ลิตาฟัง​ได้ไหมคะ​ ? " ลลิตาชักร้อนใจ​เมื่อสังเกตเห็นอาการแปลกๆ​ของ​เขา

"เปล่า พี่ไม่​ได้​เป็นอะไร​ ? ลิตายังไม่ง่วงอีกหรือ ? นี่ก็ดึกมากแล้ว​นะ"

"ยังไม่ง่วงเลย​สักนิด อยากคุย​กับพี่มากกว่า พี่มาอยู่​​ที่นี่คนเดียวไม่เหงาแย่หรือคะ​ พี่น่า​จะอยู่​​กับคุณป้าในนิวยอร์คมากกว่า เรา​จะ​ได้มีโอกาสพบกันบ่อยๆ​ "

คริสนิ่ง​ไปอึดใจหนึ่ง​ก่อนตอบว่า "ลิตาก็รู้ไม่ใช่หรือว่าพี่ชอบ​ที่นี่ ตั้งแต่ทำงานพี่ไม่ค่อยมีเวลามา​ที่นี่บ่อยนัก แล้ว​อีกอย่างพี่ก็อยากอยู่​เงียบๆ​คนเดียวสักพักด้วย "

ลลิตาผงกหน้าขึ้น​มอง​เขา "พี่มีเรื่อง​อะไร​​ที่​ต้องคิดหรือคะ​ ถึง​ได้อยากอยู่​เงียบๆ​คนเดียว? "

คำถาม​โดยซื่อของเธอทำให้คริสสะดุ้งในใจ รีบปฏิเสธว่า "เปล่าหรอก ไม่มีอะไร​"

ลลิตามองหน้า​เขาอย่างสงสัย ​และยิ่งสงสัยมากขึ้น​​ไปอีก​เมื่อเธอจูบ​เขาแผ่วๆ​​ที่แก้มแล้ว​​เขายังเฉย ราว​กับไม่​ได้รู้สึกรู้สม​กับจูบของเธอเลย​ ผิด​ไปจาก​แต่ก่อน​ที่​เขามัก​จะ​เป็นฝ่ายจูบเธอก่อน ​เมื่อไรก็ตาม​ที่เธอหยอกเย้า​เขาเล่นหรือง้องอน​เขาด้วยการ​เป็นฝ่ายจูบ​เขาก่อน ​เขาก็​จะไม่มีทางนิ่งเฉยไม่จูบตอบหรอก มี​แต่​จะพยายามจูบเธอให้มากขึ้น​ด้วยซ้ำ ​ความหวาดระแวงเริ่มกลับมาใหม่ ​เขา​เป็นอะไร​​ไปอีกแล้ว​ มาแอบนอนซึมอยู่​คนเดียวแล้ว​ยังไม่สนใจจูบของเธอ ​ที่นานๆ​เธอ​จะ​เป็นฝ่ายเริ่มก่อนเสียอีก

" พี่​จะบอกลิตา​ได้หรือยังคะ​ว่าตอน​ที่พี่หาย​ไปน่ะ พี่​ไปอยู่​​กับ​ใคร​ที่ไหน พี่เคยบอกว่ายังบอก​ใครไม่​ได้ ​แม้​แต่​กับลิตาพี่ก็บอกไม่​ได้หรือคะ​ ? " เธอพยายามเลียบเคียงหาสาเหตุ​ความผิดปกติของ​เขา

ชายหนุ่มอึ้ง​ไปอีกก่อน​จะตอบว่า "รอให้ผลการสอบสวนออกมาก่อนแล้ว​พี่​จะบอกทุกอย่างให้ลิตารู้ ตอนนี้พี่ยังพูดอะไร​ไม่​ได้ " แล้ว​​เขาก็เริ่มระวังตัว ย้อนถามว่า "ลิตาถามทำไมหรือ ? "

"ไม่มีอะไร​หรอกค่ะ​ ลิตาเพียงอยากรู้เท่านั้น​แหละ​ว่าพี่​ไปอยู่​​ที่ไหน อยู่​​กับ​ใคร รู้คร่าวๆ​จากคุณป้าเท่านั้น​ว่านักสืบของคุณป้าพบพี่​ที่แม่ฮ่องส อน ​แต่ไม่รู้ว่าพี่​ไปอยู่​บ้าน​ใคร แล้ว​พี่รู้สึกยังไง ลิตาคิดว่า คนอื่นหรือ​ที่อื่นก็ไม่เหมือนคน​ที่เรารู้จักสนิทสนม ​ถ้า​เป็นลิตาคงกลุ้มใจ​และอึดอัดมาก ​ใคร​ที่ไหน​เขา​จะมาสนใจเราเหมือนครอบครัวของเรา จริงไหมคะ​ ? "

คริสไม่ตอบ ​เขาเริ่มรู้สึกว่า​ลลิตา​กำลังพยายามหาข้อมูลจาก​เขา เธออาจ​จะสงสัยอะไร​บางอย่าง เห็นท่าทางของ​เขาแล้ว​หญิงสาวก็ลองทดสอบคริสอีกครั้งหนึ่ง​ ด้วยการจูบแผ่วๆ​ลงบนริมฝีปากของ​เขา​ที่อยู่​ใกล้​กับแก้มเธอ ​แต่คราวนี้คริสคงรู้ตัว​เขาจูบตอบเธออยู่​ครู่หนึ่ง​อย่าง​เอาใจแล้ว​ซุกหน้าลง​ไปในกลุ่มผมดำสลวยของเธอ

"พี่คริส ลิตารักพี่นะ พี่ล่ะคะ​ยังรักลิตาเหมือนเดิมหรือเปล่า ? "เธอรู้สึกกังวล​กับท่าทางของ​เขาจน​ต้องถาม​เพื่อ​ความมั่นใจ

ลลิตาไม่แน่ใจว่า​เขา​ได้ยินคำถามของเธอหรือเปล่า ​เพราะ​เขาไม่ตอบ​แต่กลับพูดว่า " ลิตา ​ถ้าพี่...​"

พูด​ได้แค่นั้น​​เขาก็กอดเธอแน่นขึ้น​กว่าเดิมจนเธอรู้สึกเจ็บ ​แต่คราวนี้ลลิตารู้สึก​ได้ด้วยสัญชาตญาณอันฉับไวของผู้หญิงว่ามัน​เป็นเหมือนกอดของคน​ที่​กำลัง​จะจมน้ำ ​ที่พยายามไขว่คว้าหา​ที่ยึดเหนี่ยว​เพื่อดึงตัวเองให้รอด ไม่ใช่กอดด้วย​ความเสน่หายาใจ​ที่มีต่อกัน​ระหว่างหญิง​กับชายเหมือนทุกครั้ง​ที่ผ่านมา

ใน​ที่สุด​เขาก็ตอบว่า "เปล่า ไม่มีอะไร​หรอก " ​พร้อมกันนั้น​ก็ลุกขึ้น​นั่งรั้ง​เอาตัวเธอให้นั่งขึ้น​มาด้วยกัน "​ไปนอนเถอะ ดึกมากแล้ว​ พี่​จะ​ไปส่ง " คริสลุกขึ้น​ยืน ดึงแขนลลิตาให้เดินตาม​เขา​ไป

​เมื่อถึงหน้าห้อง​เขาก็กอดเธอไว้อีกครั้งหนึ่ง​อย่างหลวมๆ​ ก้มลงจูบเบาๆ​​ที่แก้มข้างหนึ่ง​ แล้ว​เปิดประตูให้เธอเดินเข้าห้อง​ไป

"ราตรีสวัสดิ์ "

​เขาพูด​กับเธอ​เป็นประโยคสุดท้ายแล้ว​งับประตูเดินจาก​ไป ทิ้งให้ลลิตายืนงงอยู่​หลังบานประตู ไม่เข้าใจว่าเกิดอะไร​ขึ้น​​กับ​เขา ทำไม​เขาไม่ตอบคำถามของเธอ อะไร​​ที่​เขา​กำลัง​จะพูดแล้ว​กลับหยุด​ไป ? คืนนั้น​​ทั้งคืนหญิงสาวเกือบ​จะไม่​ได้หลับเลย​ อะไร​บางอย่างในท่าทางของคริสรบกวนจิตใจเธอให้ว้าวุ่น ลลิตาเริ่มรู้สึกกลัว​โดยตอบตัวเองไม่​ได้ว่ากลัวอะไร​

ใน​ที่สุดผลการสอบสวนก็ออกมาหลังจากนั้น​ประมาณหนึ่ง​เดือน คณะกรรมการสรุป​ความเห็น ​โดยอาศัยพยานหลักฐาน​ที่สืบหามา​ได้ว่าคริสไม่มี​ความผิด การหายตัว​ไป​โดยไม่ติดต่อรายงานต้นสังกัด ​เป็น​เพราะเหตุสุดวิสัย​ที่​เขาไม่​สามารถควบคุม​ได้ นอกจากนี้งาน​ที่​เขา​ได้รับมอบหมายให้​ไปทำก็บรรลุเป้าหมาย ดังนั้น​จึงมีมติ​เป็นเอกฉันท์ให้คริสพ้นข้อหา "หนีราชการทหาร" ​และให้ถือว่าช่วงเวลา​ที่​เขาหายตัว​ไป​เป็น​การปฏิบัติหน้า​ที่อีกด้วย ทำให้คริส​ได้รับเงินเดือนย้อนหลัง​เป็นเงินจำนวนมาก คณะกรรมการมีคำสั่งให้​เขากลับ​ไปทำงานในอิรัคต่ออีกสามเดือน หลังจากนั้น​ให้กลับมาทำงานในกระทรวงกลาโหมต่อ​ไป

หลังจากรู้ผลการตัดสินคริสก็เล่าเหตุการณ์ ​ที่เกิดขึ้น​​กับ​เขาในช่วงเกือบหนึ่ง​ปี​ที่​เขา หายตัว​ไปให้บิดามารดา​และลลิตาฟัง​พร้อมๆ​กัน ​และสรุปในตอนท้ายถึงสาเหตุ​ที่ทำให้​เขากลับมาไม่​ได้ว่า ​เป็น​เพราะ​เขาสูญเสีย​ความจำ​ไปชั่วคราว จำไม่​ได้​แม้​แต่ชื่อตัวเอง จึงไม่​สามารถติดต่อ​กับ​ใคร​ได้เลย​ จนกระทั่ง​ได้พบ​กับนักสืบเอกชน​ที่พา​เขาเดินทางมากรุงเทพฯ​แต่ก็เก ิดอุบัติเหตุรถคว่ำเสียก่อน อุบัติเหตุครั้งนี้ก็มีผลกระทบต่อสมองของ​เขาอีก หมอ​ที่รักษา​เขาคิดว่าอาจ​เป็น​ไป​ได้ว่าสมอง​ที่​ได้รับการกระทบกระเทือนจากอุบัติเหตุครั้งนี้ ทำให้อดีต​ที่​เขาหลงลืม​ไปจากการถูกทำร้ายในครั้งแรกกลับคืนมาเป็ นปกติ

ผู้ฟัง​ทั้งสามฟังเรื่อง​​ที่คริสเล่าด้วย​ความสงสาร คุณธัญญาร้องไห้ออกมาเลย​ บิดาของคริสทำตาแดงๆ​ ตบไหล่บุตรชาย​ที่นั่งอยู่​ตรงข้ามอย่างเห็นใจ ในขณะ​ที่ลลิตาถึง​แม้​จะน้ำตาคลอ ​แต่ก็รู้สึกโล่งใจ​ที่ไม่มีเรื่อง​ผู้หญิงเข้ามาเกี่ยวข้อง ​และยิ่งรู้ว่า​ที่​เขาหาย​ไปไม่ติดต่อเธอเลย​​เป็น​เพราะ​เขาเสีย​ความจำไม่ใช่​เพราะ​เขาลืมเธอ ยิ่งทำให้หญิงสาวสบายใจมากขึ้น​ หายระแวงคริส​เป็นปลิดทิ้ง จนแทบ​จะลืมท่าทาง​และคำพูดแปลกๆ​ของคริสในคืนนั้น​​ที่บ้านในฟาร์มปศุสัตว์​ไปเลย​

หลังจากทำใจ​ได้แล้ว​คุณธัญญาก็ซักถามบุตรชายของเธอ ถึงคน​ที่ช่วยชีวิต​และให้​ที่พักพิง​กับ​เขานานเกือบหนึ่ง​ปี ​ที่ซักถามไม่ใช่​เพราะสงสัยอะไร​หรอก เธอเพียงอยากรู้​ความ​เป็นอยู่​ของ​เขาในช่วง​ที่หาย​ไปว่า​เป็นอย่างไร ยากลำบากหรือสุขสบายดีเท่านั้น​ ​ซึ่งชายหนุ่มก็เล่าให้เธอฟังถึงเวียงพุกาม​และคุณดนัย ตลอดจนงานต่างๆ​​ที่​เขา​ได้รับมอบหมายให้ทำ ​เขาจงใจละเว้นชื่อของทิพย์สุรางค์​และทุกเรื่อง​​ที่เกี่ยว​กับเธอ

คืนนั้น​หลังจากร่วมรับประทานอาหารเย็น​กับครอบครัว คริสก็ขับรถพาลลิตา​ไปส่ง​ที่อพาร์ทเมนต์ของเธอ​และคุยกันอยู่​พักหนึ่ง​ ​เมื่อกลับถึงบ้าน​เขาเข้า​ไปหาบิดามารดาในห้อง​ส่วนตัวของท่าน

"แม่ครับ​ มะรืนนี้ผม​จะ​ไปเมืองไทย "

​เขาพูดยังไม่ทันจบคุณธัญญาก็ถามขัดขึ้น​มาอย่างตกใจว่า "​จะ​ไปทำไม เพิ่งเกิดเรื่อง​ไม่นาน​จะ​ไป​ที่นั่นอีกทำไม "

"ผมมีธุระครับ​แม่ " คริสตอบเรียบๆ​ ​ความจริง​เขาไม่จำ​เป็น​ต้องรายงานเธอหรอก ​แต่​ที่มาบอก​เนื่องจากกลัวว่า​ถ้า​เขาหาย​ไป​โดยไม่บอกกล่าว มารดาของ​เขาอาจ​จะตกอกตกใจ คิดว่าเกิดอะไร​ขึ้น​​กับ​เขาอีก

"ธุระเกี่ยว​กับงานหรือเปล่า ? " เธอซักอย่างหวาดหวั่น

"ไม่ใช่ครับ​ " ​เขานิ่งคิดแล้ว​บอกเธอว่า "ผมอยาก​ไป​ที่เวียงพุกาม ผมมีเรื่อง​สำคัญ​จะ​ต้องทำ "

บิดาของ​เขาถามว่า "​แต่ลูก​ต้องกลับ​ไปทำงานไม่ใช่หรือ? "

"อาทิตย์หน้าผม​ต้องกลับ​ไป​ที่โน่น " ​เขาหมายถึงอิรัค " ​แต่ตอนนี้ผม​ได้พักจนกว่า​จะเดินทาง "

มารดาของ​เขายังข้องใจเรื่อง​เวียงพุกาม "บอกแม่​ได้ไหมว่ามีเรื่อง​อะไร​สำคัญนักหนา ถึง​จะ​ต้องกลับ​ไปอีก "

คริสนิ่ง ​เขาไม่​ได้อยาก​จะปิดบังเธอ ​แต่​เขาก็ยังไม่​สามารถบอกเธอ​ได้ในตอนนี้ "แม่ครับ​ คน​ที่นั่นมีบุญคุณ​กับผมมาก แม่ก็ทราบ ​ถ้าพวก​เขาไม่ช่วยผม​เอาไว้แม่ก็คงไม่​ได้พบผมอีกแล้ว​ ​เขาส่งผม​ไปรักษา​ที่โรงพยาบาลแล้ว​ยังให้​ที่พัก​และให้งานทำอีก ผมรีบร้อนจากมา​โดยไม่ทัน​ได้ร่ำลา​ใคร ผมควร​จะกลับ​ไปขอบคุณ​และร่ำลาพวก​เขาไม่ใช่หรือครับ​ ? ​ที่ผม​ต้องรีบ​ไปตอนนี้ ก็​เพราะมีคำสั่งออกมาแล้ว​ให้ผม​ไปทำงาน​ที่อิรัคสามเดือน ​ซึ่ง​ถ้ารอ​ไปจนถึงตอน​ที่กลับจาก​ที่โน่นมัน​จะนานเกิน​ไป ผมจึงอยาก​ไปเสียตอนนี้​ที่ยังพอมีเวลา " ชายหนุ่มพยายามอธิบาย

​เมื่อฟังเหตุผลของบุตรชายคุณธัญญาก็นิ่ง​ไป ​แต่แล้ว​เธอก็คิดขึ้น​มา​ได้ถึงสิ่ง​ที่เธอน่า​จะทำ "​ความจริงแม่เองก็อยาก​ไปขอบคุณพวก​เขาเหมือนกัน​ที่ช่วยลูก​เอาไว้ ​ไปด้วยกันไหมคะ​ จอห์น " เธอหัน​ไปชวนสามี

คริสรีบค้านว่า "ไว้ให้ผมกลับจากอิรัคก่อนแล้ว​ค่อยพาแม่​กับพ่อ​ไปดีไหมครับ​ ? คราวนี้ผมควร​จะ​ไปคนเดียวก่อน ​ที่โน่นยังไม่มี​ใครรู้เรื่อง​​ที่ผมจำอดีต​ได้เลย​ ​แม้​แต่ชื่อผม​เขาก็ยังไม่รู้ "

จอห์น เลย​์ตันถามว่า "อ้าว แล้ว​ตอนอยู่​​ที่โน่นพวก​เขาเรียกลูกว่าอะไร​ล่ะ ? "

คริสยิ้ม ​เมื่อนึกถึงประสพชัย​ที่ให้​ความ​เป็นกันเอง​กับ​เขา "เคนครับ​ พ่อ หมอ​ที่รักษาผม​เป็นคนตั้งให้ "

คุณธัญญาถามถึงเรื่อง​​ที่เธอยังขัองใจว่า "ลูกบอกว่าคน​ที่​เป็นเจ้าของเวียงพุกามชื่อดนัยใช่ไหม "
"ครับ​ " คริสตอบแล้ว​มองเธออย่างสงสัยว่าทำไมเธอจึงถาม "แม่รู้จักหรือครับ​ ? "
"ไม่รู้จักหรอก แม่แค่อยากรู้จักคน​ที่ช่วยเหลือลูกของแม่บ้างเท่านั้น​แหละ​ คุณดนัยนี่อายุสักเท่าไหร่ ?"
ชายหนุ่มนิ่งคิดกะอายุของคุณดนัยแล้ว​ตอบว่า "คงประมาณหกสิบกว่าๆ​แหละ​ครับ​ "
บิดาของคริสพูดขึ้น​มาบ้างว่า "คนชื่อดนัยนี่พ่อเคยรู้จักอยู่​คนหนึ่ง​ ไม่รู้ว่าใช่คนเดียวกันหรือเปล่า "
"คงไม่ใช่หรอกค่ะ​ " คุณธัญญาให้​ความเห็น "คนไทยชื่อนี้กันเยอะแยะ " แล้ว​เธอก็หัน​ไปถามคริสต่อว่า "แล้ว​ครอบครัว​เขาล่ะ ​เขาไม่มีลูกมีเมียหรอกหรือ"

เธอซัก ​เพราะไม่​ได้ยินคริสพูดถึงคนอื่นเลย​นอกจากคุณดนัยคนนี้ เธออยาก​จะรู้รายละเอียดเกี่ยว​กับครอบครัวของเจ้าของบ้าน ​ที่ลูกชายของเธอ​ไปพักอาศัยอยู่​ด้วยเกือบปี ​โดยคิดว่าอาจ​จะมีโอกาส​ได้ตอบแทน​เขาหรือคนในครอบครัวของ​เขาบ้าง

คำถามของเธอทำให้ชายหนุ่มอึ้ง ​แต่แล้ว​ก็ตัดสินใจตอบเลี่ยงๆ​ว่า "ลูกชายคุณดนัย ดูแลกิจการของครอบครัวอยู่​​ที่กรุงเทพฯครับ​ "

โชคดี​ที่คุณธัญญาไม่ซักต่อ เธอเปลี่ยน​ไปถามว่า "แล้ว​ลูก​จะกลับ​เมื่อไหร่ล่ะ ? "
"คงก่อนเดินทาง​ไปอิรัคสักวันสองวัน หรืออาจ​จะเร็วกว่านั้น​" ​เขาชี้แจง "แม่ไม่​ต้องห่วงผมหรอกครับ​ ผม​จะรีบ​ไปรีบกลับ​เพราะยัง​ต้องมาเตรียมตัวอีก"

 

F a c t   C a r d
Article ID S-3269 Article's Rate 44 votes
ชื่อเรื่อง เวลาที่หายไป --Series
ชื่อตอน ลางสังหรณ์ --อ่านตอนอื่นที่ตีพิมพ์แล้ว คลิก!
ผู้แต่ง ดอยสะเก็ด
ตีพิมพ์เมื่อ ๑๒ มกราคม ๒๕๕๕
ตีพิมพ์ในคอลัมน์ เรื่องยาว ซีรีส์
จำนวนผู้เปิดอ่าน ๒๓๓ ครั้ง
จำนวนความเห็น ๒ ความเห็น
จำนวนดอกไม้รวม ๒๑๓
| | | |
เชิญโหวตให้เรตติ้งดอกไม้แก่ข้อเขียนนี้  
R e a d e r ' s   C o m m e n t
ความเห็นที่ ๑ : อิติฯ [C-17575 ], [125.24.20.65]
เมื่อวันที่ : ๒๓ ก.ย. ๒๕๕๓, ๑๑.๔๕ น.

ฝืนแขนฝืนขาฝืนตา..พอทน​​ได้
ฝืนใจให้ใฝ่หายอดกานดา..แสนเจ็บปวด

โอ๊ะโอย.ย.ย.

แจ้งลบข้อความ


ความเห็นที่ ๒ : Rotjana Geneva [C-17576 ], [193.134.193.5]
เมื่อวันที่ : ๒๓ ก.ย. ๒๕๕๓, ๑๒.๐๙ น.

เห็นแล้ว​​​​กับคุณอิติฯอีกนั่นแหละ​​

​​จะให้ฝืนใจคง​​เป็น​​ไป​​ได้ยาก ​​โดยเฉพาะแรกรักเสน่หายังมิจาง แล้ว​​ก็ยังไม่​​ได้ทำ​​ความเข้าใจกันเลย​​

ลุ้น ลุ้น ลุ้นว่าเคน-คริส​​จะ​​ได้พบ​​กับทิพย์สุรางค์อีกหรือเปล่า

แจ้งลบข้อความ


สั่งให้ระบบส่งเมลแจ้งการเพิ่มเติมความเห็น
 ศาลานกน้อย พร้อมบริการเสมอ และยินดีรับฟังข้อเสนอแนะจากทุกท่าน  ติดต่อเว็บมาสเตอร์ได้ทางคอลัมน์ คุยกับลุงเปี๊ยก หรือทางอีเมลได้ที่ uncle-piak@noknoi.com  พัฒนาระบบ : ธีรพงษ์ สุทธิวราภิรักษ์  โลโกนกน้อย : สุชา สนิทวงศ์  ภาพดอกไม้ในนกแชท : ณัฐพร บุญประภา  ลิขสิทธิ์งานเขียนในนิตยสารรายสะดวก เป็นของผู้เขียนเรื่องนั้น  ข้อความที่โพสบนเว็บไซต์แห่งนี้ เป็นความคิดเห็นส่วนตัวของผู้โพสทั้งสิ้น