นิตยสารรายสะดวก  Fiction  ๑๒ มกราคม ๒๕๕๕
เวลาที่หายไป #22
ดอยสะเก็ด
...อีกสามวัน​ต่อมาคริส​ซึ่งยังอยู่​ในสภาพคนป่วย ถูกส่งกลับ​ไปสหรัฐฯด้วยเครื่องบินทหาร​ที่ส่งมาจากฐานทัพสหรัฐฯ ​ที่อยู่​ใกล้ประเทศไทยมาก​ที่สุด ​พร้อม​กับนายท...

ตอน : รักคืนเรือน

อีกสามวัน​ต่อมาคริส​ซึ่งยังอยู่​ในสภาพคนป่วย ถูกส่งกลับ​ไปสหรัฐฯด้วยเครื่องบินทหาร​ที่ส่งมาจากฐานทัพสหรัฐฯ ​ที่อยู่​ใกล้ประเทศไทยมาก​ที่สุด ​พร้อม​กับนายทหาร​พระธรรมนูญจากสหรัฐฯ ​และแพทย์จากกองทัพ​ที่​ได้รับมอบหมายให้มารับตัว​เขา คริสถูกนำตัวเข้ารักษาต่อ​ที่โรงพยาบาลทหาร ​เมื่อหายดีแล้ว​​เขา​จะ​ต้องเข้ารายงานตัวต่อกองทัพ ​ซึ่ง​จะตั้งกรรมการชุดหนึ่ง​ขึ้น​มาสอบสวน​เขาถึงเรื่อง​ต่างๆ​​และสาเ หตุ​ที่ทำให้​เขาหายตัว​ไป ​ส่วนคุณธัญญา​และคุณนวลละออเดินทางกลับ​ไปด้วยกันในวันรุ่งขึ้น​

คริสรักษาตัวอยู่​ในโรงพยาบาลทหารนาน​เป็นเดือน ​ระหว่างนั้น​นอกจากการรักษาอาการทั่วๆ​​ไปแล้ว​ ​เขายัง​ต้องทำกายภาพบำบัด​เพื่อให้ขาข้าง​ที่หัก ​สามารถกลับมา​ใช้งาน​ได้​เป็นปกติเหมือนเดิม

วันแรก​ที่แพทย์อนุญาตให้เยี่ยม​ได้ คนสามคน​ที่เข้า​ไปเยี่ยม​เขา​คือจอห์น เลย​์ตัน​กับภรรยา ​และคู่หมั้นของ​เขา​ที่ชื่อลลิตา ภักดีวงค์ คริสมองคน​ทั้งสาม​ที่เดินตามกันเข้ามาหยุดอยู่​ข้างเตียง​ที่​เขานอนอยู่​อย่างตื้นตันใจ ​เขาเห็นบิดาของ​เขามีน้ำตาคลอตาในขณะ​ที่มารดาร้องไห้ ​ส่วนลลิตา​แม้หน้าของเธอ​จะมีน้ำตา ​แต่ดวงตาของเธอเต็ม​ไปด้วย​ความดีใจอย่างสุดซึ้ง ชายหนุ่มมองเห็น​ความรักอย่างมากมาย​ฉายออกมาจากดวงตาคู่งามของเธอ

หลังจากซักถามอาการทั่ว​ไปของ​เขาจบแล้ว​ จอห์น เลย​์ตัน บิดาของ​เขาก็ถามขึ้น​มาว่า " เกิดอะไร​ขึ้น​ ลูกหายตัว​ไปเกือบหนึ่ง​ปี ไม่ติดต่อ​ใครเลย​ พ่อแม่ ทุกคนทางบ้าน​เป็นห่วงมาก เราตามหาลูกจนแทบพลิกแผ่นดินมานานหลายเดือน ทางกองทัพของลูกก็เหมือนกัน บอกพ่อ​กับแม่​ได้ไหมว่าเกิดอะไร​ขึ้น​​กับลูก "

คริสนิ่งอึ้ง เหลือบ​ไปมองลลิตาแว่บหนึ่ง​ก่อนตอบว่า " เรื่อง​นี้ผม​จะบอกพ่อทีหลังนะครับ​ ผมพูดอะไร​ไม่​ได้ จนกว่าทางกองทัพ​จะสอบสวนผมเสร็จ หลังออกจากโรงพยาบาล "

บิดาของ​เขาพยักหน้ารับรู้ ​เขาเข้าใจกฏระเบียบ​ที่เคร่งครัดของกองทัพดี หลังจากพูดคุยซักถามทุกข์สุขกันอีกประมาณยี่สิบนาที คุณธัญญา​ซึ่งสังเกตเห็นสายตา​ที่เต็ม​ไปด้วย​ความรัก​ความคิดถึง​ที่ส่งผ่านกัน​ไปมา ​ระหว่างบุตรชายของเธอ​กับคู่หมั้นของ​เขา สะกิดสามี​และบอกคริสว่า

"คุณพ่อ​กับแม่​จะกลับก่อนนะ พรุ่งนี้​จะมาใหม่ ลิตา..หนูอยู่​คุย​กับพี่​เขาก่อนแล้ว​กัน "
จอห์นตบขาบุตรชายเบาๆ​แทนคำลา ในขณะ​ที่คุณธัญญาเดิน​ไปกอดลลิตา "หนูช่วยดูแลพี่​เขาด้วยนะลูก ป้า​ไปก่อนละ "

​เมื่อคน​ทั้งสองออกจากห้อง​ไปแล้ว​ ลลิตาก็เข้า​ไปนั่งบนเก้าอี้​ที่ตั้งอยู่​ชิดเตียง​ที่คริสนอนอยู่​ วางมือของเธอลงในมือ​เขา​ที่ยื่นมาให้ ชายหนุ่มยกมือ​ที่สวมแหวนเพชรรูปหัวใจ​ที่​เขามอบให้เธอก่อนเดินทาง​ไปอิรัคขึ้น​แตะริมฝีปาก ดวงตาสองคู่สบกันอย่างตื้นตันใจ​ที่​ได้กลับมาพบกันอีกครั้ง หลังจากสิ้นหวัง​ไปแล้ว​

ลลิตาเขยิบเข้า​ไปใกล้ ซบหน้าลงบนต้นแขนของ​เขา ปากก็คร่ำครวญเรียกชื่อ​เขา "พี่คริส พี่คริส "
ชายหนุ่มยกมือขึ้น​ลูบไล้เส้นผมดำสลวยของเธออย่าง:ซาบซึ้ง "ลิตา "

"พี่คริส ลิตาแทบ​เป็นบ้าตอน​ที่พี่หาย​ไป ลิตาทุกข์ใจมาก​ที่คิดว่า​ต้องเสียพี่​ไป " เสียงของเธอสั่นเครือด้วยแรงสะอื้น "พี่บอก​ได้ไหมคะ​ว่าพี่หาย​ไปอยู่​​ที่ไหนนาน​เป็นปี ? "

มือ​ที่​กำลังลูบไล้ผมของลลิตาหยุดชะงักค้าง คริสทอดถอนใจ ​เขา​จะบอก​ความจริงเธอ​ได้อย่างไรว่าเกือบหนึ่ง​ปี​ที่หาย​ไป​เขา​ไปอยู่​​ที่ไหน? ​เขา​จะบอกเธอ​ได้หรือว่า​เขา​ได้ทำผิดพลาด​เอาไว้​กับผู้หญิงอีกคน หนึ่ง​ ​แม้​จะไม่​ได้ตั้งใจ​แต่​ความผิดนั้น​ก็​ได้เกิดขึ้น​แล้ว​ ​เขามีหนี้ชีวิต​ที่​ต้องชำระ​ถ้าผู้หญิงคนนั้น​ยอมให้​เขา​ใช้หนี้ ​แต่ถึงอย่างไรตอนนี้ลลิตาก็​จะรู้เรื่อง​นี้ไม่​ได้ ​เขารู้อยู่​เต็มอกว่า​ถ้าเธอรู้ก็เหมือนฆ่าเธอให้ตาย​ทั้ง​เป็น ​ซึ่ง​เขาไม่​สามารถทำ​ได้ เธอผู้นี้ไม่​ได้​เป็นแค่คู่รัก​และคู่หมั้นเท่านั้น​ ​แต่ยัง​เป็นเหมือนน้องสาวสุด​ที่รักของ​เขาอีกด้วย

หนุ่มสาว​ทั้งสองพูดคุย แลกเปลี่ยน​ความรัก​ความคิดถึงต่อกัน​และกันจนหมดเวลาเยี่ยม ลลิตาสัญญา​กับคริสว่าเธอ​จะมาเยี่ยม​เขาทุกวันในช่วงนี้ ​เพราะเธอลางานมา​โดย​ใช้วันหยุดพักผ่อนประจำปี ชายหนุ่มมองตามจนลลิตาลับตัวพ้นประตูห้องออก​ไป

หลังจากนั้น​คริสก็นอนตาลอยเหม่อมองเพดาน ไม่เข้าใจเลย​ว่าโชคชะตาเล่นตลก​กับชีวิต​เขาถึงขนาดนี้​ได้อย่างไร ​เขาถูกลอบทำร้ายปางตาย ผู้หญิงคนหนึ่ง​ช่วยชีวิต​เขา​เอาไว้ บิดาของเธอให้​ที่พักอาศัย​และหางานให้ทำ สุดท้าย​เขาทำร้ายเธอ​โดยไม่​ได้ตั้งใจ เรื่อง​​ทั้งหมดนี้เกิดขึ้น​​เพราะการสูญเสีย​ความทรงจำของ​เขา ​ถ้า​เขาไม่​ได้เสีย​ความจำ ​ถ้า​เขาจำอดีต​ที่​ไป​ที่มาของ​เขา​ได้ทันที​ที่ลืมตาตื่นขึ้น​มาบนเตียงในโรงพยาบาลในจังหวัดแม่ฮ่องสอน ​เขาก็คงไม่​ต้องตามหนานคำ​ไปเวียงพุกาม ​เขาคงไม่​ได้พบทิพย์สุรางค์ ไม่​ได้ทำร้ายเธอจนเกิด​เป็นหนี้​ที่​เขา​ต้องหาทางชำระคืนให้เธอ

​ต่อมา​เขาเริ่มคิด​ที่​จะลืมอดีตเสียให้หมดแล้ว​เดินหน้าต่อ​ไป ​แต่แล้ว​​โดยไม่คาดฝันก็มีนักสืบเอกชนสองคนมาตามหา​เขา​เพื่อพา​เขากลับ​ไปหาครอบครัว ​ระหว่างทางเกิดอุบัติเหตุรถคว่ำทำให้​เขาบาดเจ็บสาหัส ​เมื่อฟื้นขึ้น​มา​เขาจำมารดา​ที่นั่งเฝ้าอยู่​ข้างเตียง​ได้ทันที แล้ว​จู่ๆ​​ความจำ​ทั้งหมดก็กลับคืนมา เหตุการณ์ทุกอย่าง​ที่เกิดขึ้น​ตั้งแต่ก่อน​ที่​เขา​จะถูกทำร้ายจนสิ้นสติ​และถูกโยนลงจากหน้าผา ในป่าเปลี่ยวตอนเหนือสุดของประเทศไทย จนถึงวัน​ที่​เขา​ได้รับอุบัติเหตุรถคว่ำขณะเดินทางจากแม่ฮ่องสอนไ ปเชียงใหม่ ปรากฏขึ้น​ในสมองให้เห็น​ได้อย่างชัดเจนต่อ​เนื่องราว​กับดูภาพยนตร ์

คริสหายป่วย​เป็นปกติออกจากโรงพยาบาลในอีกหนึ่ง​เดือน​ต่อมา หลังจากนั้น​​เขา​ไปรายงานตัวอย่าง​เป็นทางการต่อกองทัพ​และเข้ารับการสอบสวนจากคณะกรรมการ ถึงสาเหตุของการหายตัว​ไป​โดยไร้ร่องรอย​และขาดการติดต่อ​กับหน่วยงานต้นสังกัด คณะกรรมการสรุปสำนวนสอบสวนตามคำบอกเล่าของคริสดังนี้

​เมื่อเดินทางถึงประเทศเป้าหมายในเอเซียตะวันออกเฉียงใต้อย่างลับๆ​ ​โดยไม่ผ่านการตรวจลงตราหนังสือเดินทางตามขั้นตอนปกติ ​เขา​ได้​ไปพบ​และมอบข้อมูลลับ​และของสำคัญชิ้นหนึ่ง​​ที่​ได้รับมอบหมายมา ให้แก่คนสำคัญคนหนึ่ง​​โดยเรียบร้อย​ หลังจากนั้น​ก็เดินทางออกจากจุดนัดพบ​ไป​ที่บริเวณชายแดน ​เพื่อพบ​กับผู้​ที่​จะนำทาง​เขากลับ​ไปสู่​ที่​ที่​เขาจากมา ​แต่​ระหว่างทาง​เขาถูกกอง​กำลังติดอาวุธกลุ่มหนึ่ง​​ที่มีจำนวนมากกว่าสิบคน ปิดหน้าปิดตาจนไม่รู้ว่า​เป็น​ใครเชื้อชาติใด จับตัว​เขาไว้แล้ว​นำ​ไป​ที่ค่ายเล็กๆ​แห่งหนึ่ง​ใกล้แนวตะเข็บชายแดน

​เขาถูกสอบสวนหาวัตถุประสงค์ของการเข้ามาในดินแดนแถบนี้อยู่​สองว ัน ​เมื่อ​เขาไม่ยอมปริปาก​และมีทีท่าเหมือน​จะยอมตาย พวกมัน​ซึ่งมีมากกว่าสิบคนก็ช่วยกันซ้อม​เขาอย่างหนัก ทรัพย์สิน​ทั้งหมด​ที่ติดตัวอยู่​ถูกพวกมันยึด​ไปหมด หลังจาก​ที่ไม่​ได้ข้อมูลอะไร​จาก​เขาพวกมันก็จับ​เขาขึ้น​รถพาเข้า​ไปในป่าลึก​ซึ่ง​เขาไม่รู้ว่า​ที่ใด ตาของ​เขาถูกปิดด้วยผ้าสีดำ​และถูกใส่กุญแจมือไพล่​เอาไว้ข้างหลัง

หลังจากตะลุยป่านานเกือบสองชั่วโมงพวกมันก็ลาก​เขาลงจากรถ บังคับให้เดินตาม​ไปเรื่อยๆ​ ​เขารู้​แต่เพียงว่ามัน​เป็นทางเดินขึ้น​​เขา แล้ว​ใน​ที่สุด​เขาก็​ได้รับคำสั่งให้หยุดเดิน ชายฉกรรจ์คนหนึ่ง​ดึงผ้า​ที่ปิดตาออก ทำให้​เขาเห็นว่าจุด​ที่​เขายืนอยู่​นั้น​​คือหน้าผาสูงชัน​ที่​เมื่อมองลง​ไป​จะเห็นลำธารสายหนึ่ง​ รอบๆ​​เป็นดงไม้ทึบเปล่าเปลี่ยว หลังจากนั้น​​เขาถูกบังคับให้นั่งคุกเข่าลงชิดหน้าผา​ส่วน​ที่ยื ่นออก​ไป แล้ว​​ใครคนหนึ่ง​​ที่อยู่​ข้างหลังก็ไขกุญแจ​ที่ล็อคมือ​เขาไพล่หลัง​เอาไว้ออก ทันที​ที่มือ​เป็นอิสระ​และ​เขาขยับตัว​เขาก็รู้สึกเจ็บแปลบตรงสีข้าง ​ต่อมาก็​ที่บริเวณกกหู แล้ว​ตัว​เขาก็ลอยละลิ่วลง​ไปจากหน้าผา ​ได้ยินเหมือนเสียงปืนยิงไล่หลัง​เขามาสองสามนัด ต่อจากนั้น​​เขาก็ไม่รู้สึกตัวอีกเลย​ มาฟื้นคืนสติขึ้น​อีกครั้งหนึ่ง​บนเตียงคนไข้ในโรงพยาบาลแห่งหนึ่ง​ในจังหวัดแม่ฮ่องสอน ​ซึ่ง​เป็นจังหวัดชายแดนของประเทศไทย​ที่มีอาณาเขตติดต่อ​กับสหภาพพ ม่า

​เขาจำเรื่อง​​ที่เกิดขึ้น​ก่อนหน้านั้น​ไม่​ได้เลย​ ไม่รู้ว่าตัวเอง​เป็น​ใครมาจากไหนชื่ออะไร​ ทำให้​เขาไม่​สามารถ​จะติดต่อส่งข่าว​กับ​ใคร​ได้ ใน​ที่สุด​เขา​ได้​ไปพักอาศัยอยู่​​ที่เวียงพุกาม ​ซึ่งทำกิจการเกี่ยว​กับยาสูบ​และกิจการอื่นๆ​อีกหลายอย่าง ​เขาทำงานอยู่​​ที่เวียงพุกามอยู่​เกือบหนึ่ง​ปีจนกระทั่งนักสืบเอกชน​ที่ครอบครัว​เขาจ้างให้ตามหา พบรูป​เขา​ที่บอร์ดของโรงพยาบาล​ที่เคยรักษา​เขา ​และใน​ที่สุดก็พา​เขาเดินทางออกจากแม่ฮ่องสอน ​เพื่อต่อเครื่องบิน​ที่เชียงใหม่​ไปกรุงเทพฯ ​ระหว่างการเดินทาง​เขาเกิดอุบัติเหตุรถคว่ำ ถูกส่งตัวเข้ารับการรักษา​ที่โรงพยาบาลในจังหวัดเชียงใหม่ ​ได้พบ​กับมารดา​และเริ่มจำเหตุการณ์​ที่เกิดขึ้น​​กับ​เขา​ได้​ทั้งหมด

นอกจากรายงานดังกล่าวแล้ว​ คณะกรรมการ​ได้ขอชื่อแพทย์​ที่รักษา​เขา​ทั้ง​ที่โรงพยาบาลในแม่ฮ่องสอน​และ​ที่เชียงใหม่ ชื่อเจ้าของเวียงพุกาม สำนักงานนักสืบเอกชน​ที่ค้นหา​เขาจนพบ​และข้อมูลอื่นๆ​อีกหลายอย่าง ​ซึ่งคริสเข้าใจดีว่ามัน​เป็น​ส่วนหนึ่ง​ของการสอบสวน คณะกรรมการ​จะ​ต้องส่งคน​ไปสืบหาข้อมูล​ที่เกี่ยว​กับ​เขาจากคนเหล่านี้ ไม่ว่า​จะทางตรงหรือทางลับ นำมาประกอบการพิจารณา​เพื่อสรุปผลเสนอขึ้น​​ไปในระดับสูง
ข้อสรุปของคณะกรรมการ​จะ​เป็นตัวชี้ขาดอนาคตของคริส ​ถ้า​เขาไม่​สามารถพิสูจน์ หรือทำให้คณะกรรมการเชื่อ​ได้ว่า การหายตัว​ไป​โดยไม่ติดต่อต้นสังกัดเกิดจากเหตุสุดวิสัย ​เขาก็อาจ​จะถูกลงโทษในข้อหา " หนีราชการทหาร " ​ซึ่ง​เป็น​ความผิดขั้นร้ายแรง​ทั้งทางวินัย​และอาญา

หลังจากคณะกรรมการ​ที่กองทัพ​แต่งตั้งขึ้น​มาสอบสวนคริสเสร็จ ​เขาก็​ได้รับอนุญาตให้กลับ​ไปพักผ่อนอยู่​​ที่บ้านจนกว่า​จะ​ได้รับคำสั่งอย่าง​เป็นทางการจากกองทัพ ว่า​จะถูกลงโทษจนถึงขั้นปลดออกหรือ​จะให้กลับมาทำงานในกองทัพเหมือนเดิม ​ซึ่ง0​จะ​ต้อง​ใช้เวลาพิจารณาอีกระยะหนึ่ง​ ใน​ระหว่าง​ที่รอคำตัดสินนี้​เขาถูกห้ามเดินทางออกนอกประเทศ

ทันที​ที่​ได้รับการปล่อยตัวชั่วคราว สิ่งแรก​ที่ชายหนุ่มทำ​คือบิน​ไปกรุงนิวยอร์ค​เพื่อพบลลิตา​ซึ่งทำงานอยู่​​กับบิดาของ​เขา หลังจากนั้น​ก็บินต่อ​ไปเท็กซัส ​ใช้เวลา​ส่วนใหญ่ในฟาร์มปศุสัตว์ "เลย​์ตัน" อยู่​​กับม้า ​โดยเฉพาะอย่างยิ่ง​กับเจ้าดาร์คแองเจ็ล ​ซึ่งพา​เขาตระเวณ​ไปตาม​ที่ต่างๆ​​ทั้งใน​และนอกเขตฟาร์ม

บางครั้งอย่างวันนี้ คริสพามันวิ่งขึ้น​​เขาลัดเลาะ​ไปตามไหล่​เขา ​ซึ่งวกเวียน​ไปมา​และท้าย​ที่สุดขึ้น​​ไปถึงหน้าผาสูงลิบ ​เขายืนม้าอยู่​ริมผามองลง​ไป​ที่แม่น้ำโคโลราโด​ที่อยู่​ต่ำลง​ไปหลายเมตร ใจ​ที่บังคับไม่​ได้ของ​เขาล่องลอย​ไป​ที่หน้าผา​และลำน้ำอีกแห่งหนึ่ ง ​ที่​เป็นจุดตั้งต้นพาร่างบาดเจ็บสาหัส​ที่ไร้สติของ​เขาล่องลอย​ไปเรื่อยๆ​ จน​ไปเกยโขดหินกลางลำธาร ​และสุดท้ายพา​เขา​ไปพบ​กับผู้หญิงคนหนึ่ง​

​เมื่อคิดถึงเหตุการณ์ต่างๆ​ ​ทั้งดี​และร้าย​ที่เกิดขึ้น​​กับ​เขา​ที่เวียงพุกาม หัวใจของ​เขาก็เศร้าหมอง คริสถามตัวเองบ่อยครั้งว่าตอนนี้​เขาก็​ได้กลับบ้าน มาพบครอบครัว​และหญิง​ที่​เป็นยอดดวงใจแล้ว​ ​แต่ทำไมจิตใจของ​เขาจึงยังไม่สงบไม่มี​ความสุขเต็ม​ที่เหมือน​ที่เค ย ทำไมหัวใจของ​เขาจึงร้าวรอนหมองเศร้าเหมือนมีอะไร​ค้างคาอยู่​

แล้ว​วันนี้ทันที​ที่​ความรู้สึกเช่นนั้น​เกิดขึ้น​ ชายหนุ่มก็หยิบโทรศัพท์มือถือในกระเป๋าเสื้อออกมาต่อ​ไปหาลลิตา ​เขาไม่รู้ว่าทำไม​ต้องทำเช่นนั้น​ รู้​แต่เพียงว่า​เขา​กำลังสับสน​และไม่เข้าใจตัวเอง ​เขา​ต้องการ​ได้ยินเสียงของเธอคนนี้ ​เพื่อยึดเหนี่ยวหัวใจของ​เขาเอ าไว้ ไม่ให้วอกแวกหวั่นไหวออกนอกลู่นอกทาง แน่นอน​เขารักเธอตลอดมา ยังรักอยู่​​และ​จะรักตลอด​ไป เธอคนเดียวเท่านั้น​​ที่​เขารัก

ลลิตา​ซึ่งรู้จักคริสดี รู้ทันทีว่า​เขา​กำลังมีปัญหา​และ​ต้องการ​ความช่วยเหลือจากเธอ เธอสัญญา​จะบิน​ไปหา​เขา​ที่ฟาร์มในตอนบ่ายวันศุกร์ ​และ​จะอยู่​​กับ​เขาจนถึงวันอาทิตย์ ​ซึ่งทำให้ชายหนุ่มรู้สึกโล่งใจจน​สามารถ​ใช้ส้นเท้ากระตุ้นเจ้าม้าคู่ใจให้หันกลับ มุ่งหน้าลง​เขา​เพื่อกลับบ้าน​ที่ฟาร์มปศุสัตว์ ​แต่​ความรู้สึกโล่งใจของ​เขาคง​จะอยู่​​ได้ไม่นาน ​ถ้า​เขารู้ว่าตลอดเวลา​ที่นั่งอยู่​ในเครื่องบินในประเทศมุ่งหน้า​ไปหา​เขา​ที่เท็กซัส ลลิตาคิดอะไร​อยู่​

ถึง​จะรัก​และเชื่อใจคริสมากแค่ไหนก็ตาม ​แต่ลลิตาก็​เป็นผู้หญิงธรรมดาคนหนึ่ง​​ที่​ต้องคิดหนัก ​เมื่อจู่ๆ​คู่หมั้นผู้​เป็น​ที่รักหายตัว​ไป​โดยไร้ร่องรอยไม่มีการติดต่อใดใด​ทั้งสิ้น ​เขาสูญหายเหมือนตายจาก​ไปเกือบหนึ่ง​ปี ​ความ​เป็นผู้หญิงทำให้เธอเกิด​ความหวาดระแวง ​เขาหาย​ไปไหน? ​ไปอยู่​​กับ​ใคร?

นอกจาก​ความทุกข์​ที่ไม่รู้ว่าเกิดภัยร้ายแรงอะไร​ขึ้น​​กับ​เขา จนทำให้​เขาไม่​สามารถกลับมาหาเธอ​ได้แล้ว​ ยังมีทุกข์​ที่เกิดจาก​ความระแวงว่ามีอะไร​หรือ​ใครสักคนหรือเปล่า ​ที่​เป็นต้นเหตุทำให้​เขาไม่กลับมาหาเธอเข้ามาซ้ำเติมอีก

คุณลักษณาผู้​เป็นมารดาเคยเตือน​เมื่อคริสกลับมาใหม่ๆ​ว่า "ลูกอย่าเพิ่งไว้ใจคริสมากนัก ​เขาหาย​ไปตั้งเกือบปี ​ระหว่าง​ที่หาย​ไป​เขา​ไปทำอะไร​บ้าง ​เขามีผู้หญิงคนอื่นหรือเปล่า ​ถ้าไม่มีอะไร​​ต้องปิดบัง ทำไม​เขาถึงเล่าให้ลูกฟังไม่​ได้ว่า​เขาหาย​ไปอยู่​​ที่ไหนนานชนาดนั้น​"

​เมื่อเห็นลลิตานิ่งเหมือนไม่เห็นด้วย​กับคำพูดของเธอ คุณลักษณาก็กล่าวต่อ​ไปว่า "แม่รู้ว่าคริส​กับลูกรักกันมาก ​แต่เรื่อง​แบบนี้เกิดขึ้น​​ได้เสมอ แม่เองก็ไม่​ได้อยากให้เกิด แค่อยากให้ลูกเตรียมใจ​เอาไว้บ้างเท่านั้น​ ​ถ้าไม่มีอะไร​ก็ดี​ไป ​แต่​ถ้าเกิดมีขึ้น​มา​โดยไม่​ได้เตรียมรับมือ ลูกก็​จะทุกข์หนัก "

​ความจริงถึงคุณลักษณา​จะไม่พูดอะไร​เลย​ ลลิตาก็แอบคิดเงียบๆ​มานานแล้ว​​ระหว่าง​ที่คริสหาย​ไป ว่า​เขาอาจ​จะ​ได้พบผู้หญิงคนใหม่ ​เขาอาจ​จะลืม​ไปแล้ว​ว่าเธอ​กำลังคอย​เขาอยู่​ รอคอยอย่างมี​ความหวัง แล้ว​ก็​ต้องผิดหวังซ้ำแล้ว​ซ้ำเล่ามาตลอดเวลาเกือบหนึ่ง​ปี แล้ว​ใน​ที่สุด​เขาก็กลับมาจริงๆ​ ​แต่ทำไมเธอจึงดีใจไม่​ได้เต็ม​ที่ ​เพราะอะไร​?

​เพราะคริสเปลี่ยนแปลง​ไปหรือว่า​เพราะ​เขาหมดรักเธอแล้ว​ ? ​เขาอาจ​จะดูแปลกๆ​​ไปบ้างน่ะใช่ ​แต่เธอยังไม่อยากคิดมากในเรื่อง​นี้ ​เพราะตั้งแต่​เขากลับมาเธอ​กับ​เขาก็เพิ่งมีโอกาส​ได้พบกันแค่ไม่กี่ครั้งเท่านั้น​ ​เขา​ต้องนอนรักษาตัว​ที่โรงพยาบาลนาน​เป็นเดือน หลังจากนั้น​ยัง​ต้องโดนสอบสวน​ซึ่ง​ใช้เวลาพอสมควร ทำให้โอกาส​ที่​จะ​ได้อยู่​ด้วยกันมีน้อย ​ส่วนเรื่อง​​ที่ว่า​เขาหมดรักเธอแล้ว​ลลิตาไม่นำมาคิดให้เสียเวลา แน่นอน​เขายังรักเธออยู่​เหมือนเดิม ดวงตา​ที่เต็มเปี่ยม​ไปด้วย​ความรัก​ความคิดถึง ​และอ้อมกอด​ที่แนบแน่นแสนอบอุ่นของ​เขาบอกเธอเช่นนั้น​

คริสมารับเธอ​ที่สนามบินด้วยหน้าตา​ที่สดใสร่าเริงขึ้น​กว่าครั้งส ุดท้าย​ที่พบกัน ดูท่าทาง​เขาดีใจ​ที่​ได้พบเธอ ​เขาฉวยกระเป๋าเดินทางใบเล็กๆ​มาจากมือเธอ โอบไหล่พาเธอ​ไป​ที่รถ​ซึ่งจอดอยู่​ไม่ไกล แวะภัตตาคารอาหารอิตาเลียน​ซึ่งอยู่​ไม่ไกลจากสนามบิน สั่งอาหารจานโปรดของเธอให้​โดยไม่​ต้องถาม นี่​คือ​ความน่ารักของ​เขา​ที่ทำให้ลลิตาประทับใจ เธอก็ไม่แตกต่างจากผู้หญิงคนอื่นๆ​​ที่​ต้องการ​ความรัก ​ความห่วงใย​และการปรนนิบัติ​เอาใจเล็กๆ​น้อยๆ​จากผู้ชาย​ที่เธอรัก ตอนนี้หญิงสาวเริ่มรู้สึกว่า​ทุกสิ่งทุกอย่าง​กำลัง​จะเข้า​ที่เข้าทางตาม​ที่เคย​เป็น เธอนึกตำหนิตัวเอง​ที่คิดระแวง​เขา

ลลิตาให้สัญญา​กับตัวเองว่า​จะเลิกขุดคุ้ยช่วงเวลาเกือบหนึ่ง​ปี​ที่คริสหายตัว​ไป ​ความฉลาดเตือนเธอว่า​เมื่อยังไม่มีข้อมูล​ที่แน่ชัดเธอก็ไม่ควรระแวง​กับสิ่ง​ที่ยังไม่เกิดขึ้น​ จนทำให้​ต้องคอยแคะ​ไค้ให้​เป็นเรื่อง​ขึ้น​มา รัง​แต่​จะทำ​ความรำคาญใจให้ผู้ชาย​ที่เธอรัก

ลลิตา​เป็นผู้หญิงสวย​ที่มีสมอง ดูจากภายนอกเธอ​เป็นผู้หญิง​ที่สุภาพเรียบร้อย​ อ่อนโยน​และอ่อนหวาน​ซึ่ง​เป็นธรรมชาติ​ที่ไม่​ได้เสแสร้ง เธอ​เป็นผู้หญิงแบบ​ที่ผู้ชาย​ส่วนใหญ่อยากทะนุถนอมดูแล ​เพราะบางครั้งเธอดูบอบบางเหมือนช่วยตัวเองไม่​ได้ ​ต้องการไหล่ของ​ใครสักคนไว้ซบอิง​เพื่อพิงพัก ​แต่ข้างในของลลิตา​ที่คริส​และคน​ส่วนใหญ่ไม่รู้ ​คือเธอ​เป็นคนเข้มแข็งเด็ดเดี่ยว มี​ความมุ่งมั่น​และ​พร้อม​ที่​จะติดอาวุธทางปัญญาทุกรูปแบบลุกขึ้น​สู้​เมื่อถึงคราวจำ​เป็น

 

F a c t   C a r d
Article ID S-3268 Article's Rate 44 votes
ชื่อเรื่อง เวลาที่หายไป --Series
ชื่อตอน รักคืนเรือน --อ่านตอนอื่นที่ตีพิมพ์แล้ว คลิก!
ผู้แต่ง ดอยสะเก็ด
ตีพิมพ์เมื่อ ๑๒ มกราคม ๒๕๕๕
ตีพิมพ์ในคอลัมน์ เรื่องยาว ซีรีส์
จำนวนผู้เปิดอ่าน ๒๗๔ ครั้ง
จำนวนความเห็น ๕ ความเห็น
จำนวนดอกไม้รวม ๒๑๓
| | | |
เชิญโหวตให้เรตติ้งดอกไม้แก่ข้อเขียนนี้  
R e a d e r ' s   C o m m e n t
ความเห็นที่ ๑ : wadee [C-17556 ], [113.53.189.73]
เมื่อวันที่ : ๑๙ ก.ย. ๒๕๕๓, ๐๘.๐๖ น.

คุณรจขา ขออนุญาตชี้แจง (ก็แก้ตัวนั่นแหละ​​ค่ะ​​ ฮิฮิ) สหรัฐฯไม่สมารถตามหาคริส​​ได้​​โดยเปิดเผย​​เพราะภารกิจ​​ที่คริส​​ได้รับมอบหมายให้​​ไปทำ ​​เป็นภารกิจลับ​​ที่​​ถ้ามี​​ใครล่วงรู้ก็อาจ​​จะมีผลเสียหายต่อภาพพจน์ของประเทศหรือกองทัพ ​​เพราะ​​จะเข้าข่าย "แทรกแซงทางการเมือง​​ระหว่างประเทศ" ดังนั้น​​​​เมื่อตามหาอยู่​​ในช่วงเวลาหนึ่ง​​​​และคว้าน้ำเหลว กองทัพก็เลือก​​ที่​​จะตัดปัญหาด้วยการยอมสูญเสีย "​​กำลังพล" ​​เพื่อหลีกเลี่ยงการสูญเสีย "ภาพพจน์" ค่ะ​​ ฮิฮิ..ขอชี้แจงแบบกำปั้นทุบดินแบบนี้​​ได้ไหมคะ​​ คงไม่ว่ากันนะคะ​​ ​​เพราะ​​ถ้าพบตัว​​พระเอกเร็วเกิน​​ไป นิยายเรื่อง​​นี้ก็ถึงทางตันสิคะ​​ จริงไหมเอ่ย??????

แจ้งลบข้อความ


ความเห็นที่ ๒ : Rotjana Geneva [C-17558 ], [85.3.99.87]
เมื่อวันที่ : ๑๙ ก.ย. ๒๕๕๓, ๑๕.๓๕ น.

ขอบคุณสำหรับคำชี้แจ้งค่ะ​​ คุณวดี ฟังดูเข้าท่า รจนาว่า คุณวดีอาจ​​จะแทรกคำอธิบายนี้ไว้ในเนื้อหาของนิยาย​​ไป​​พร้อมกัน คนอ่านรุ่นหลัง​​จะ​​ได้ไม่เกิดข้อสงสัย ​​ที่จริงแล้ว​​บุคลากร​​ที่กำ​​ความลับของรัฐฯไว้เช่นนั้น​​ ทางการคง​​จะไม่ปล่อยให้หายตัว​​ไปง่าย ๆ​​ ​​เพราะหาก​​ไปตกอยู่​​ในมือศัตรูแล้ว​​ ​​ความลับ​​ทั้งหลายอาจ​​จะรั่วไหลหมด

​​แต่ว่า รจนาก็แซว​​ไปเล่น ๆ​​ อย่างนั้น​​แหละ​​ ​​เพราะมัน​​เป็นนิยาย เรา​​จะ​​ไป​​เอา​​ความสมจริงเต็มร้อยคงไม่​​ได้ รวม​​ทั้งไม่ใช่นิยายสืบสวนสอบสวน-สงคราม​​โดยเฉพาะ ​​เป็นนิยายเกี่ยว​​กับเรื่อง​​ของ "หัวใจ" ​​ที่หาย​​ไปมากกว่า

รจนาซื่อบื้อมาก ๆ​​ เลย​​ ​​เพราะ "ไม่กล้าคิด​​ไปมากกว่านั้น​​" แหะ แหะ ตอนนี้เข้าใจแล้ว​​ว่า เกิดอะไร​​ขึ้น​​​​กับสองหนุ่มสาวในกลางดึก​​ที่กระท่อมตาเป็งบ้าง ก็​​เพราะประโยค "...​​.​​แต่ก็สายเกิน​​ไป" นี่แหละ​​ บังเอิญว่า "เลิฟซีน" มันสั้นมาก ก็เลย​​อ่านผ่าน​​ไป ​​ถ้าคุณดอยฯ​​จะขยายช่วงเวลาของเลิฟซีนให้ยาวกว่านี้นิดนึง ก็น่า​​จะช่วย​​ได้ (​​แต่รจนาอาจ​​จะ​​เป็นคนอ่าน​​ที่ตาถั่วอยู่​​คนเดียวก็​​ได้ อิอิ ในขณะ​​ที่ผู้อ่านท่านอื่น​​เขาเข้าใจทะลุปรุโปร่ง​​ไปแล้ว​​)

อืมม์ ทำไมผู้หญิงเรา​​ต้องระแวงว่า ผู้ชาย​​ไปมีคนใหม่เสมอ​​ไปนะเวลา​​เขาหาย​​ไปนาน ๆ​​ หรือว่า ผู้ชาย​​เป็นอย่างนั้น​​จริง ๆ​​ (ฝากคุณอิติฯ คุณนามฯ ลุงปิง ลุงเปี๊ยก ช่วยวิเคราะห์ด้วย) คนเราหากรักกันแล้ว​​ไว้ใจกันไม่​​ได้ ก็​​เป็นเรื่อง​​น่าคิดนะคะ​​

อยากรู้นักว่า ลลิตา​​จะทำอย่างไร​​เมื่อรู้​​ความจริง?

สองตอนหลังนี้ คุณดอยสะเก็ดให้ข้อมูลรวดเร็ว ครบถ้วน ไม่ยืดยาด เหมือนอยาก​​จะให้คริสกลับ​​ไปเจอ "คุณหนู" เร็ว ๆ​​ (คนอ่านก็คิดแบบเดียวกันค่ะ​​)

​​เป็นห่วงคุณหนูค่ะ​​ ไม่รู้ว่าตอนนี้​​เป็นอย่างไรบ้าง​​ หายเศร้าระทมหรือยังเอ่ย?

ขอบคุณ​​ที่นำตอนใหม่ ๆ​​ มาลงอย่างต่อ​​เนื่อง​​และรวดเร็วนะคะ​​ คนอ่าน(อย่างรจนา)ก็อิ่มใจ​​ไปเลย​​

เช่นเคยค่ะ​​

แจ้งลบข้อความ


ความเห็นที่ ๓ : นกหัวขวาน [C-17561 ], [125.24.73.104]
เมื่อวันที่ : ๒๐ ก.ย. ๒๕๕๓, ๐๘.๔๒ น.

มีหลายๆ​​คนเค้ามัก​​จะพูดว่า​​ที่ใดมีรัก ​​ที่นั่นก็​​จะมีทุกข์ หาก​​ถ้ามัน​​เป็นเยี่ยงนั้น​​จริงๆ​​ ดังนั้น​​ ณ ​​ที่แห่งใดมีรัก ขอให้เรา..จงหลีกหนีให้ไกลๆ​​ อย่าง​​ที่โกวเล้ง​​ได้กล่าวไว้ "ผู้หญิงถูกสร้างมาให้ยาก​​ที่​​จะเข้าใจ" ดังนั้น​​..ผู้ชายจึง​​ต้องดั้นด้นค้นหา​​ไปเรื่อย เอิ๊กๆ​​ ​​ส่วนผู้ชายทีว่าทำไมชอบเจ้าชู้หลายใจ ​​ใคร่อยากขออธิบายว่า จริงๆ​​แล้ว​​ผู้ชายเราแค่อยากปกป้องสตรี(สวยๆ​​)กัน​​ทั้งโลกนั่นแหละ​​ครับ​​ ผมมองว่า..มัน​​เป็นอารมณ์ของศิลปิน ​​เมื่อยาม​​ได้ยลดอกไม้งาม ​​จะให้มองอยู่​​แค่ดอกเดียวก็ดู​​จะแล้งน้ำใจ​​กับดอกอื่นๆ​​ สรุปเลย​​แล้ว​​กัน..เดี๋ยวมัน​​จะยาว ​​เอา​​เป็นว่า..​​ถ้าผู้ชายไม่เจ้าชู้ มันก็เหมือนงูไม่มีพิษ เอ้า!! งั้นถามฝ่ายหญิงกลับมั่งดิ ขี้หึง ขี้งอน เนี่ย ​​ที่มันมีในตัวอิสตรี​​ส่วนใหญ่น่ะ...​​ทำไงมัน​​จะหาย.ย.ย.ย.

แจ้งลบข้อความ


ความเห็นที่ ๔ : wadee [C-17571 ], [125.24.238.159]
เมื่อวันที่ : ๒๒ ก.ย. ๒๕๕๓, ๑๕.๑๓ น.

ขอตอบคุณนกหัวขวานแทนผู้หญิงนะคะ​​ ทำให้ผู้หญิงหายงอนหายบ่น ฯลฯ ง่ายมากค่ะ​​ ​​ถ้าผู้ชายเลิกเจ้าชู้​​และคอย​​เอาใจใส่สนใจทุกข์สุขของผู้หญิงให้มากๆ​​ ผู้หญิงก็เลิกงอนเลิกบ่น​​ไปเองแหละ​​ค่ะ​​ มัน​​เป็นปฎิกิริยาตอบโต้หรือประท้วงพฤติกรรมของผู้ชายค่ะ​​ ฮิฮิ

แจ้งลบข้อความ


ความเห็นที่ ๕ : wadee [C-17574 ], [125.25.217.100]
เมื่อวันที่ : ๒๓ ก.ย. ๒๕๕๓, ๐๖.๓๗ น.

แก้ชื่อตอนกลับ​​ไปเหมือนเดิมแล้ว​​ค่ะ​​ คุณรจ ขอบคุณมากนะคะ​​สำหรับคำแนะนำ

แจ้งลบข้อความ


สั่งให้ระบบส่งเมลแจ้งการเพิ่มเติมความเห็น
 ศาลานกน้อย พร้อมบริการเสมอ และยินดีรับฟังข้อเสนอแนะจากทุกท่าน  ติดต่อเว็บมาสเตอร์ได้ทางคอลัมน์ คุยกับลุงเปี๊ยก หรือทางอีเมลได้ที่ uncle-piak@noknoi.com  พัฒนาระบบ : ธีรพงษ์ สุทธิวราภิรักษ์  โลโกนกน้อย : สุชา สนิทวงศ์  ภาพดอกไม้ในนกแชท : ณัฐพร บุญประภา  ลิขสิทธิ์งานเขียนในนิตยสารรายสะดวก เป็นของผู้เขียนเรื่องนั้น  ข้อความที่โพสบนเว็บไซต์แห่งนี้ เป็นความคิดเห็นส่วนตัวของผู้โพสทั้งสิ้น