นิตยสารรายสะดวก  Articles  ๑๕ กันยายน ๒๕๕๓
นส.เมรัย #5
นายอิติฯ
...​โดยปกติแล้ว​ผม​เป็นคนไม่ชอบเล่นการพนันสักเท่าไหร่ ​แม้​จะเล่น​ได้ทุกชนิด หาก​แตุ่​ถ้ากินเหล้าเมา​ได้​ที่แล้ว​..ก็บ่ยั่น...

ตอน : จอกห้า(จอกสุดท้าย)

​โดยปกติแล้ว​ผม​เป็นคนไม่ชอบเล่นการพนันสักเท่าไหร่ ​แม้​จะเล่น​ได้ทุกชนิด หาก​แตุ่​ถ้ากินเหล้าเมา​ได้​ที่แล้ว​..ก็บ่ยั่น มีอยู่​วันหนึ่ง​หลังเลิกงาน ก็แวะ​ไป​ที่ห้อง​เพื่อน ​ซึ่ง​เป็นห้องแถว​ที่อยู่​แถวๆ​อ้อมใหญ่ ​ได้ร่วมวงดื่มเหล้ากันตามปกติ รวมๆ​หัวกัน​ได้สี่ห้าคน ก็ชวนกันเล่นไพ่ป๊อกเหมือนทุกๆ​ครั้ง​ที่เคยทำ เล่น​ไป...​ดื่ม​ไป

เดิมผมมีเงินติดกระเป๋าอยู่​สี่ร้อยกว่าบาท​ เสียเกือบหมด เหลือใบยี่สิบสองใบสุดท้าย ผมทุ่มเลย​...​กะว่าหมดตูดแล้ว​ก็​จะเลิก ผลออกมาก็​คือหมดครับ​ เกลี้ยงไม่เหลือ​แม้​แต่แดงเดียว ใจ​ที่บอกว่า​จะหยุด มันกลับไม่​ได้หยุด ​เมื่อ​เพื่อนร่วมวงใจป้ำให้ยืมเงินอีกห้าร้อยบาท​ ​เพื่อเล่นต่อ

ก็​เอาสิครับ​...​เมาๆ​แบบนี้ผม​จะปฏิเสธไม่รับไมตรี​ได้ยังไง ​เมื่อคนป่ามีปืนแล้ว​มันก็​ต้องล่าต่อ ​และแล้ว​เงินอีก ห้าร้อย​ที่​เพื่อนให้ยืมมาก็มีอัน​ต้องทยอยๆ​​ไปทีละร้อยๆ​ จนเหลือร้อยสุดท้าย

ประมาณหนึ่ง​ทุ่มกว่าๆ​ก็มีเสียงเคาะประตู ​เพื่อนผู้​เป็นเจ้าของห้องก็ร้องถามออก​ไป ​แต่ก็ไม่มีเสียงตอบรับ "ตำรวจนี่หว่า..เสียงไอ้คน​ที่​เป็นเจ้าของห้องมันบ่นงึมงำ​เมื่อแง้มม่านหน้าต่างดู

ถึง​จะเมา ​แต่ด้วยสัญชาติญาณ​ที่​ต้อง​เอาตัวรอด​เมื่อภัยมา พวกเราห้าคนลุกพรึบออกทางประตูหลัง ​ซึ่ง​เป็นห้องแถวจำนวนหลายห้อง วิ่งพรวดออก​ไป พยายาม​ที่​จะปีนกำแพงห้องแถว​ที่สูงแค่ประมาณหัวไหล่ ​แต่ก็ปีนไม่​ได้

​ใคร​จะกล้าเสี่ยงล่ะครับ​..ขอบกำแพงฝังด้วยเศษแก้วเศษกระจก คมกริบ​ทั้งนั้น​เลย​ ต่อให้เมา ก็ไม่มี​ใครอยากเสี่ยง​กับ​ความคมของเศษแก้วเศษกระจกพวกนั้น​ รองเท้าก็ไม่มี​ใคร​ได้ใส่ซักคน ​เพราะถอดไว้หน้าห้องกันหมด เสียงวิ่งของพวกผมห้าคน คง​จะดังไม่น้อย ประตูหลังของห้องข้างๆ​ก็เปิดออกมาแง้มดูสามสี่ห้อง

ไม่มีเวลาให้คิดให้ปรึกษากัน ต่างคนต่าง​ไปวิ่งผลุบหายเข้า​ไปยังห้องคนอื่นๆ​​ที่แง้มออกมาดู คนละทิศคนละทางแยกกัน​ไป

ผมก็พรวด​ไปยังห้องฝั่งตรงข้าม​ที่มีหญิงสาวนุ่งกระโจมอกโผล่หน้าเปิดมาดู​โดยมี​เพื่อนวิ่งตามหลังมาอีกคน กึ่งวิ่งกึ่งเดินก้มๆ​ยอง
"ขอโทษครับ​ๆ​..ขอผ่านหน่อย​นะครับ​"
เจ้าของผู้ร่วมห้องอีกคน​ที่​กำลังนอนดูทีวี ​แม้​จะเร่งรีบ สายตาก็ยังเหลือบๆ​เห็นอยู่​ว่า พ่อคุณนุ่งแค่กางเกงใน ​เขาก็คง​จะงงๆ​อยู่​เหมือนกันว่า.."​ใครวะมาวิ่งผ่านห้องกู" ​แต่กว่า​ที่​เขา​จะหาเสื้อผ้ามาสวมใส่​และโผล่หน้าออกมาหาเหตุผล ผมสองคนก็​ไปถึงไหนต่อไหนแล้ว​ล่ะ

หลุดออกมาจากห้องนั้น​​ได้ ก็พากันวิ่งตีนเปล่า กระโดดผ่านกำแพงสังกะสี​ไป​ได้ง่ายน่าอัศจรรย์ใน​ความ​สามารถของตัวเอง ​เมื่อคิดว่าหลุดพ้นรัศมีแล้ว​ก็แยกย้ายกันนั่งวินรถมอเตอร์ไซด์กลับห้องพักด้วยเงิน​ที่เหลืออยู่​ร้อยสุดท้าย ​ซึ่งผมถือว่า​เป็นโชคดีสุดๆ​​ที่ยังเหลือ คนขี่วิน..เค้าก็คง​จะอยากถามอยู่​เหมือนกันว่า ทำไมสองคนไม่สวมรองเท้ากันล่ะ ​แต่​เขาก็ไม่ถาม กลับถึงห้องเท้าก็เริ่มเจ็บขึ้น​มาทันที ​ต้องนั่งบ่งแคะ​หนามอยู่​ พักใหญ่

แปลกดีครับ​..ตอน​ที่วิ่งหนีตำรวจไม่เห็นรู้สึกเจ็บรู้สึกเหนื่อย​แม้​แต่น้อยนิด รุ่งเช้า​ ​เพื่อนร่วมงานหาย​ไปสามคน​เพราะถูกจับ​ต้องหยุด​ไปเสียค่าปรับ​ที่ศาล ไม่​ต้อง​ไปโทษ​ใครหน้าไหนหรอกครับ​ ​ที่บังอาจโทรแจ้งตำรวจ

​เมื่อหายเมาแล้ว​ผมกลับมานั่งทบทวนไตร่ตรองให้ถี่ถ้วน เวลาเมา...​เวลาเล่น.. เถียงกันเสียงดังขนาดไหน เราไม่รู้สึกตัวหรอก ​แต่คนข้างๆ​​ที่​เขา​ต้องการ​ความสงบเงียบ ​ต้องการพักผ่อนหลังจาก​ที่ทำงานมาเหนื่อยๆ​ ​เมื่อมาเจอขี้เมาเล่นไพ่แล้ว​ก็เถียงกันเสียงดัง เหตุการณ์นี้ ​ถ้า​เป็นผม..ผมก็แจ้งตำรวจครับ​


สำหรับผม ดื่มเสพเมรัยมา​เป็นเวลาร่วมๆ​ ๒๐ ปี หยุดๆ​ดื่มๆ​..ดื่มๆ​หยุดๆ​ ชัก​จะเริ่ม​จะไม่ไหวแล้ว​เหมือนกัน ถึง​จะยังไม่ทันแก่ ​แต่สังขารเริ่มไม่ให้ ​เพราะเวลาเมาแล้ว​การฟื้นตัวตอนเช้า​ๆ​มัน ไม่ค่อยปลอดโปร่ง ไหน​จะทุกข์​เพราะเมาค้าง ไหน​จะ​ต้องเคลียร์สมองให้​พร้อม​กับการงาน​ที่​ต้องทำ ​เพื่อไม่ให้​เป็นอุปสรรคต่อการทำงานอื่นๆ​อีกหลายอย่าง ก็เลย​กลับมามานั่งคิดนั่งมองตัวเอง ​และมาเลือกกิน​เป็นบางเวลา..​เป็นโอกาส ไม่​ต้องถึง​กับเมา ​เอาแค่ดื่มพอประมาณ ดื่ม​เอารสชาติให้สมองมันไหลลื่นแค่นั้น​พอ

กระทั่งล่าสุดวัน​ที่ ๒๔ สิงหาคม ๒๕๕๒ ​ต้องเข้านอนโรงพยาบาลอีกครั้ง​เป็นเวลาร่วมสิบวัน ​เพราะหมอนรองกระดูกเสื่อม สุราเมรัยหยุดผ่านลำคอของผมอีกครั้งตั้งแต่วันนั้น​​เป็นต้นมา แรกๆ​ก็เปรี้ยวปากอยากกิน ก็​ใช้ลูกอม หรือไม่ก็น้ำขวด แทน

ไม่รู้ว่ามัน​เป็นโชคดีหรือโชคร้ายของผม

หลังจากออกโรงพยาบาลมา ผมเริ่มสำเหนียก ถึงสังขารตัวเอง ​แต่ก็ไม่​ได้เลิกเหล้าในทันที ผม​ใช้วิธี ค่อยถอยลงมา จากเหล้า​ที่ดีกรีหนักๆ​ จนมาอยู่​แค่เบียร์วันละขวด วันละกระป๋อง ​และดีกรีหนักๆ​ก็นานๆ​ที

ผมเริ่มไม่ค่อยให้​ความสำคัญของงานสังคม ผลัดเลี่ยง​ได้ก็ขอตัว ลดจาก​เมื่อก่อน​ที่ไม่เคยขาด​แม้​แต่งานเดียว หลังจากนั้น​ก็ค่อยเพลาการดื่มมาเรื่อยๆ​

ประโยชน์​ที่เห็น​ได้ชัด ​เมื่อเริ่มลดการดื่ม​คือ เงินเดือน​ที่​เมื่อก่อน​จะติดลบแทบทุกเดือน ไหน​จะส่งทางบ้าน ไหน​จะค่าบัตรเครดิต ​เมื่อลดการดื่ม​ได้ มันก็ไม่เมามาก ​เพราะ​ถ้าเมามากเกินขนาดแล้ว​มันใจป้ำ ควักจนหมดกระเป๋ายังเคยมาแล้ว​ เงินเดือนเริ่ม​พอดี​กับรายจ่าย สองสามพันต่อเดือน​ที่เคยเสีย​ไป​กับค่าเหล้า ถูกบีบลงเหลือ ห้าหกร้อยกว่าบาท​ ​ที่สำคัญ​คือ มีเวลาให้​กับครอบครัวมากขึ้น​ ลูกคน​ที่สามเกิดมาโชคดี​ที่พ่อเริ่มลดปริมาณดื่มลง ​เมื่อก่อนเล่นหยอกล้อ​กับลูกๆ​ก่อนนอนยังไม่​ได้เลย​ ​เพราะผู้​เป็นพ่อเมาแอ๋ฟุบคา​ที่นอนอย่างเดียว



เพลาๆ​การดื่มลงร่วมๆ​สองเดือนเต็ม เหล้า​ที่​ใครๆ​บอกว่าผมติดมัน​ไปแล้ว​ ​จะเลิกก็คงยาก “ผิดครับ​” ถึง​แม้ผมยังอยากดื่มกินมันอยู่​ ​แต่​เมื่อคิดถึงคุณ​และโทษของสุราแล้ว​ ผมขอเลือก​ที่​จะ “เลิก” ​เพราะเวลา​ที่ผม “​พร้อม” มาถึงแล้ว​ ต่อ​ไปนับจากนี้​จะไม่มี "ไอ้แว่น" คนขี้เมา​ที่ชอบร้องรำทำเพลงเล่นกีตาร์ในวงเหล้าอีกต่อ​ไป

เหตุผลสำคัญอีกอย่าง​ที่เลิก​คือ ​เมื่อกลับมาย้อนมองดูตัวเองอีกครั้งก็พบว่า ทำไมตลอดเวลา​ที่ผ่านมาถึง​ใช้ชีวิตไร้คุณค่าแบบนี้ ​ความผิดพลาดในชีวิตของผมจากการกินเหล้าเมามาย จนบางครั้งทำให้การทำหน้า​ที่ผู้นำครอบครัวขาดตกบกพร่องอยู่​บ่อยครั้ง ​เมื่อถึงวันหยุด วันลา เพียงสองสามวัน ​ซึ่ง​เป็นเวลา​ที่มีโอกาสอยู่​น้อยนิด ​ที่​จะ​ได้แวะเวียนเข้า​ไปหาครอบครัว ​ซึ่งก็นานๆ​​จะมีสักครั้ง

นั่นก็​เพราะผม​ใช้ช่วงเวลาดังกล่าวหมด​ไป​กับการดื่ม แล้ว​ก็เมา

การ​เป็นพ่อ​ที่ดีนั้น​มันไม่ยากเลย​​ถ้า​จะทำ หากมีสติในการดำเนินชีวิต ​และกำหนดเส้นทางเดินชีวิตของตัวเองใหม่ให้มีประโยชน์ต่อครอบครัว​และสังคมรอบๆ​ข้างให้มาก​ที่สุด ​ส่วนวันเก่าของคนขี้เมาอย่างผม..ขอทิ้งไว้ให้กลาย​เป็นแค่เรื่อง​เล่าเก่าๆ​ให้ลูกๆ​จดจำ​เพื่อไว้สอนตัวเองในวัน​ที่​จะเติบใหญ่ ​และ​พร้อมถลาบินสู่โลกภายนอกอย่างมีคุณค่า

ลาก่อน

บัดนี้"เมรัย"เธอ​ได้หาย​ไปจาก​ความคิดของผมแล้ว​ครับ​ ​แต่เธอยังไม่หาย​ไปจากสายตาผม ​ซึ่งผมเองก็ยังคง​ใช้สายตามองเธออยู่​บ่อยครั้ง​ที่​ต้องขับรถผ่านร้านค้า​ไปทำงานทุกวัน ​แต่การมองครั้งนี้ผิดกัน ผมไม่​ได้มอง​เพราะอยากใกล้ชิดเธอ

ผมมองเธอ​พร้อม​กับคำถาม​ที่เกิดขึ้น​ในใจหลายๆ​คำถาม แล้ว​มันก็มีคำตอบสวนกลับมาทันควัน ทุกๆ​ครั้ง​ที่ผมมองเธอ
“นั่นสิ...​เมรัยเค้าไม่ผิด”
“อ้าว! แล้ว​ตู​จะโทษ​ใคร?”

******************************************************
ด้วย​ความปราถนาดีจากอิติฯคร๊าบ

 

F a c t   C a r d
Article ID S-3265 Article's Rate 6 votes
ชื่อเรื่อง นส.เมรัย --Series
ชื่อตอน จอกห้า(จอกสุดท้าย) --อ่านตอนอื่นที่ตีพิมพ์แล้ว คลิก!
ผู้แต่ง นายอิติฯ
ตีพิมพ์เมื่อ ๑๕ กันยายน ๒๕๕๓
ตีพิมพ์ในคอลัมน์ สัพเพเหระ
จำนวนผู้เปิดอ่าน ๒๐๗ ครั้ง
จำนวนความเห็น ๔ ความเห็น
จำนวนดอกไม้รวม ๒๘
| | | |
เชิญโหวตให้เรตติ้งดอกไม้แก่ข้อเขียนนี้  
R e a d e r ' s   C o m m e n t
ความเห็นที่ ๑ : นาม อิสรา [C-17526 ], [110.49.205.158]
เมื่อวันที่ : ๑๕ ก.ย. ๒๕๕๓, ๑๓.๐๙ น.

ติดเหล้า ​​กับ ติด​​เพื่อน ​​ต้องแยกแยะ
ติดเหล้า​​เป็นอาการทางประสาทชนิดหนึ่ง​​ ภาษาหมอเรียกว่าอะไร​​ผมจำไม่​​ได้แล้ว​​ ​​แต่ประมาณว่า​​เมื่อร่างกายขาดสิ่งนั้น​​สิ่งนี้ก็เกิดขึ้น​​

อารมณ์หงุดหงิด กระสับกระส่ายนอนไม่หลับ มื่อสั่น คลื่นไส้อาเจียนฯ เหล่านี้​​คืออาการของคนติดเหล้า

​​ส่วนอาการของคนติด​​เพื่อนในวงเหล้า ก็ไม่รุนแรงถึง​​กับคลื่นไส้อาเจียน ​​แต่อาจ​​จะหงุดหงิดบ้าง​​ถ้ามีคนขัดคอหรือทักท้วง

​​และเท่า​​ที่สังเกต,คนติด​​เพื่อน​​กับติดไพ่มัก​​จะมีลักษณะคล้าย ๆ​​ กันอยู่​​อย่างหนึ่ง​​ ​​คือ จิตใจล่องลอย​​เมื่อถึงเวลา ​​และมักจินตนา​​ไปถึงเหตุการณ์​​ที่เคยเกิดขึ้น​​ ไม่ทุกข์ก็สุข ไม่แพ้ก็ชนะ ​​ทว่า​​ส่วนมากมัก​​จะคิดถึง​​แต่ใน​​ส่วนดี ​​ถ้าคิดถึงวงเหล้าก็มัก​​จะรำลึกถึง​​ความสนุกสนานเฮฮา ​​ส่วน​​ที่ทะเลาะเบาะแว้งกันมัก​​จะผ่านเลย​​​​ไป เล่นไพ่ก็เหมือนกัน มัก​​จะคิดถึง​​แต่วัน​​ที่เล่น​​ได้ ​​ส่วนวัน​​ที่เล่นเสีย​​จะไม่เพียรพยายามนำมาใส่ใจจำ

​​เมื่อยกเรื่อง​​ไพ่ออก​​ไป คุณอิติลองนึกทบทวนดูให้ดี!! ​​ที่ผ่านมาคุณติดเหล้าหรือติด​​เพื่อน ​​ถ้าติดเหล้า ก็​​ต้องแก้ด้วยหมอรักษาโรค ​​แต่​​ถ้าติด​​เพื่อน,ด้วยประสบการณ์ของผมเชื่อว่าน่า​​จะไม่อันตรายหรือเสียหายมากนัก ​​เพราะ​​เมื่อเวลา​​และวัยล่วงเลย​​​​ไปสักระยะหนึ่ง​​ สิ่งเหล่านั้น​​ก็​​จะค่อย ๆ​​ เลือนหาย​​ไปด้วย กระทั่งใน​​ที่สุด​​ถ้าหากคุณไม่หมกมุ่นหลงใหล​​กับ รูป รส กลิ่น เสียง มากนัก บางทีคุณก็อาจ​​จะกลาย​​เป็นคน​​ที่ชอบโดดเดี่ยวตนเอง​​และชอบ​​ที่​​จะดำเนินชีวิตสมถะเสียด้วยซ้ำ ​​เพราะตลอดเวลา​​ที่ผ่านมาเรา​​ได้พานพบสิ่งต่าง ๆ​​ เสียจนชาชิน ซ้ำซากจำเจจนเกิดอาการเบื่อหน่าย​​ไปใน​​ที่สุด

สำหรับบางคน,ธรรมชาติชีวิตบางครั้งบางคราวก็มัก​​จะ​​เป็นเช่นนี้ ละม้ายคล้ายคลึงกันครับ​​

​​เพราะเรา ​​คือ คนเหมือนกัน

ปถุชนเหมือน ๆ​​ กัน- - ว่าเข้านั่น ฮา ฮา

แจ้งลบข้อความ


ความเห็นที่ ๒ : อิติฯ [C-17527 ], [125.24.91.246]
เมื่อวันที่ : ๑๕ ก.ย. ๒๕๕๓, ๑๓.๕๑ น.

อย่าง​​ที่บอกครับ​​พี่...​​ผมไม่ติดเหล้า
​​แต่​​ที่ดื่ม สาเหตุใหญ่ๆ​​เลย​​ ​​ซึ่งก็คงปฏิเสธไม่​​ได้เลย​​ว่า สังคม​​และสิ่งแวดล้อม​​คือปัจจัยสำคัญ
​​เพราะเรา​​ต้องอยู่​​ในสังคม ไม่ว่า​​จะตามชนบทหรือในเมือง
มิตรภาพของมนุษย์เรา​​ต้องมีหยิบยื่นให้กัน
ตัวเชื่อมมันก็มีหลายอย่าง ชา กาแฟ โอวัลติน กระดานหมากรุก
​​แต่ไหนเลย​​..​​จะมาสร้างสีสัน​​และบรรยากาศสู้สุรา​​ได้

จริงๆ​​แล้ว​​..หากผมไม่ป่วยซ้ำแล้ว​​ซ้ำเล่า..ผมก็คง​​ต้องดื่มต่อ​​ไปตามวาระ​​และโอกาส
​​แต่​​เมื่อถอยแล้ว​​...​​​​และถอยจนเรื่มอยู่​​ตัว
​​ความอยากมันเลย​​ไม่เกิดครับ​​

ยังไงเสีย...​​สุรานั้น​​ ผมว่า คุณ​​และโทษ มันหักล้างกันไม่ลงจริงๆ​​ครับ​​

แจ้งลบข้อความ


ความเห็นที่ ๓ : Rotjana Geneva [C-17528 ], [193.134.193.5]
เมื่อวันที่ : ๑๕ ก.ย. ๒๕๕๓, ๑๘.๕๘ น.

อ้าว นึกว่าจบตั้งแต่จอก​​ที่สี่แล้ว​​

ดีค่ะ​​ จอกห้า สรุป​​ได้คมชัดดี ​​และกระชับ ​​ได้บทเรียนชีวิตมากมาย​​ผ่านสายตา "นายแว่น"

​​และ​​ได้เห็นว่า "ทุกอย่างอยู่​​​​ที่ใจ" เท่านั้น​​เอง ​​ถ้าใจมันอยาก ห้ามยังไงก็ไม่อยู่​​ ​​ถ้าใจมันหยุด ฉุดอย่างไรก็ไม่​​ไป

อ่าน​​ไป อ่าน​​ไปก็เกิด​​ความคิดว่า เรื่อง​​การเมาเหล้า-ทอดทิ้งลูกเมียนี่น่า​​จะ​​เป็นคำสาปสำหรับผู้ชายกระมัง​​ที่ทำให้ไม่​​ได้สัมผัสรสชาติของ​​ความ​​เป็นครอบครัวอย่างแท้จริง ​​เพราะมัว​​ไปกอดขวด มากกว่ากอดลูก-กอดเมีย

​​และอีกนัยหนึ่ง​​ก็​​คือ ​​ได้หนีภาระการดูแลครอบครัว​​ไป​​โดยปริยาย

ไม่​​ได้ว่าซ้ำเติมหรือตำหนิอะไร​​นะคะ​​ สรุปตาม​​ที่อ่านจากเรื่อง​​ราวของคุณอิติฯนี่แหละ​​

รจนาคิดว่า อาจ​​เป็น​​เพราะจริง ๆ​​ แล้ว​​ผู้ชายมีธาุตุ​​ที่อ่อนแอกว่าผู้หญิง ห้ามใจเรื่อง​​ดื่มไม่​​ได้ ​​แต่ผู้หญิง​​ส่วนใหญ่รู้โทษ (​​และไม่เห็นคุณ) ของเหล้า ​​เนื่องจากมีหน้า​​ที่​​ต้องแบกรับในครอบครัว หากมัว​​ไปเมาอย่างคุณผู้ชาย แล้ว​​​​ใคร​​จะดูแลลูก ดูแลบ้าน ฯลฯ

อันนี้ก็ยกเว้นผู้หญิง​​ส่วนหนึ่ง​​​​ที่ร่วมวงก๊ง​​และนิยมการดื่ม ​​ซึ่ง​​เมื่อนับ​​เป็นสัด​​ส่วนแล้ว​​ยังน้อยกว่าผู้ชายนัก

หวังว่าวันนี้ลูก-ภรรยาของคุณคง​​ได้รับ​​ความสุข ​​ความอบอุ่น ​​และการดูแลจากคุณมากขึ้น​​นะคะ​​

ขอบคุณสำหรับการแลกเปลี่ยนประสบการณ์ชีวิตค่ะ​​

แจ้งลบข้อความ


ความเห็นที่ ๔ : ลุงปิง นกกะปูด [C-17529 ], [58.10.234.125]
เมื่อวันที่ : ๑๖ ก.ย. ๒๕๕๓, ๐๐.๐๑ น.

...​​จอก​​ที่ห้า ลาไกล เมรัยน้อง
ไม่เกี่ยวข้อง มองเขิน ทำเมินหน้า
จำลาขวด ลาแก้ว ขอแจวลา
​​เพื่อลูกน้อย กลอยตา ​​และยาใจ

ลืมอดีต ขีดเส้น เกณฑ์กำหนด
จำของด อดเหล้า ไม่เข้าใกล้
ครบศีลห้า เห็นธรรม ห่างกรรมไกล
ชีวิตใหม่ ใสสด หมดมลทิน...​​

ยินดีด้วยครับ​​!

แจ้งลบข้อความ


สั่งให้ระบบส่งเมลแจ้งการเพิ่มเติมความเห็น
 ศาลานกน้อย พร้อมบริการเสมอ และยินดีรับฟังข้อเสนอแนะจากทุกท่าน  ติดต่อเว็บมาสเตอร์ได้ทางคอลัมน์ คุยกับลุงเปี๊ยก หรือทางอีเมลได้ที่ uncle-piak@noknoi.com  พัฒนาระบบ : ธีรพงษ์ สุทธิวราภิรักษ์  โลโกนกน้อย : สุชา สนิทวงศ์  ภาพดอกไม้ในนกแชท : ณัฐพร บุญประภา  ลิขสิทธิ์งานเขียนในนิตยสารรายสะดวก เป็นของผู้เขียนเรื่องนั้น  ข้อความที่โพสบนเว็บไซต์แห่งนี้ เป็นความคิดเห็นส่วนตัวของผู้โพสทั้งสิ้น