นิตยสารรายสะดวก  Fiction  ๑๒ มกราคม ๒๕๕๕
เวลาที่หายไป #19
ดอยสะเก็ด
...คืนนั้น​​ทั้งคืนเคนไม่​ได้ล้มตัวลงนอนอีกเลย​ ตั้งแต่ตอน​ที่ทิพย์สุรางค์วิ่งหนี​เขาจากห้องลงบันได รีบร้อนขับรถออก​ไปจากหน้าบ้านตาเป็ง ​เขาวิ่งตามเธ...

ตอน : วันนี้ที่รอคอย

คืนนั้น​​ทั้งคืนเคนไม่​ได้ล้มตัวลงนอนอีกเลย​ ตั้งแต่ตอน​ที่ทิพย์สุรางค์วิ่งหนี​เขาจากห้องลงบันได รีบร้อนขับรถออก​ไปจากหน้าบ้านตาเป็ง ​เขาวิ่งตามเธอ​ไปจนถึงลานหน้ากระท่อมแล้ว​ก็หยุดอยู่​เพียงนั้น​ ไม่กล้าวิ่งตามรถเธอ​ไป​เพราะเกรงว่า​จะมีคนพบเห็นแล้ว​กลาย​เป็นเรื่อง​เอิกเกริก ​ที่​จะนำ​ความเสื่อมเสียมาสู่ทิพย์สุรางค์มากขึ้น​​ไปอีก

ชายหนุ่มจำ​ได้ว่าคืนนั้น​​เขา​เป็นไข้สูง​และหนาวจนเกือบสั่น หนานคำ​ซึ่งมาดูอาการ จัดยาแก้ไข้​และยาแก้หวัดให้แล้ว​กำชับให้เข้านอน​แต่หัวค่ำ ตัว​เขาร้อน​เป็นไฟ​และรู้สึกปวดศรีษะมาก หลังกินยา​เขาก็เข้านอน ​แต่ก็หลับๆ​ตื่นๆ​อยู่​นานแล้ว​​เขาก็ฝัน ​ซึ่ง​เป็น​ความฝันซ้ำๆ​ซากๆ​​ที่เพิ่งเกิดขึ้น​ในระยะหลังๆ​นี้เอง ​เขามักฝันเห็นภาพลางเลือนของผู้หญิงสาวร่างแบบบางคนหนึ่ง​ เธอมอง​เขาแล้ว​ก็ร้องไห้ ​แต่​เมื่อ​เขาพยายาม​จะเข้าใกล้เธอ​เพื่อมองหน้าเธอให้ชัด ​เขาก็​จะตกใจตื่นขึ้น​ก่อนทุกครั้ง

คืนนี้ก็เช่นกัน​เขาฝันเห็นเธอคนนั้น​อีกแล้ว​ ​แต่​ที่แตกต่างออก​ไปจากทุกครั้ง​คือครั้งนี้เธอเดินมานั่งใกล้​เขา เอื้อมมือมาลูบหน้า​เขาอย่างอ่อนโยน ในฝันนั้น​​เขาคว้าแขนเธอ​เอาไว้แล้ว​รู้ด้วยสัญชาติญาณว่าเธอ​คือคน​ที่หัวใจของ​เขาเฝ้าตามหา แล้ว​​ความโสมนัสยินดี​ที่ไม่รู้ว่ามาจากไหน ก็หลั่งไหลเข้ามาอย่าง ท่วมท้นจนไม่​สามารถควบคุมตัวเอง​ได้ ​เขาจูบกอดเธอผู้นั้น​อย่างรุนแรงดื่มด่ำ เหมือนคน​ที่เสียของรัก​ไปแล้ว​​ได้กลับคืนมา

​แต่​เมื่อ​ได้สติลืมตาขึ้น​มาอีกครั้งหนึ่ง​จากเสียงกรีดร้องของ​ใครสักคน ​เขาตกใจจนแทบช็อค​เมื่อเห็นทิพย์สุรางค์​ที่​กำลังพยายามสวมเสื้อผ้าให้ตัวเองอยู่​อย่างรุกรี้รุกรน ​เขากระโดดลุกขึ้น​ยืนแล้ว​ก็ใจหายวาบ​เมื่อเห็นร่าง​ที่โล่งเปล่าของตัวเอง ​เขามองหาจนพบกางเกง​ซึ่งมีลักษณะเหมือนถูกเหวี่ยง​ไปตกอยู่​บนพื้นใกล้ๆ​ จึงรีบหยิบมาสวม​โดยเร็ว ยังไม่ทันมีเวลา​ได้หาเสื้อยืดสีดำ​ที่ตอนนี้ไม่รู้ว่าอยู่​​ที่ไหน ​เขาก็เห็นทิพย์สุรางค์​ซึ่ง​แต่งตัวเสร็จแล้ว​ ​กำลังพยายามยันตัวขึ้น​จากท่า​ที่นั่งอยู่​ เคนปราดเข้า​ไปคุกเข่าลงตรงหน้าเธอ เห็นดวงหน้าซีดขาว​ที่น้ำตา​กำลังไหลพราก เธอร้องไห้​โดยไม่มีเสียงคร่ำครวญ ผมเผ้าของเธอหลุดลุ่ยยุ่งเหยิง ไม่​ต้องบอก​เขาก็เข้าใจ​ได้ทันทีว่าเกิดอะไร​ขึ้น​

" โธ่ คุณหนู คุณหนูครับ​ เกิดอะไร​ขึ้น​ ผมทำอะไร​ลง​ไปนี่ ? "

​เมื่อเห็นมือของเธอสั่นระริก​เขาก็พยายามจับ​เอาไว้ ​แต่ทิพย์สุรางค์สะบัดเต็มแรง ตบหน้า​เขาติดๆ​กันสองทีซ้อนแล้ว​ผลุดลุกขึ้น​ยืน

" คุณหนูครับ​ อย่าเพิ่ง​ไป พูดกันก่อน " ​เขาวิงวอน​เมื่อเห็นเธอเริ่มออกเดิน แล้ว​รีบลุกขึ้น​เดินอ้อม​ไปดักหน้าเธอ​เอาไว้
" คนบัดซบ! คนชั่วช้าสารเลว! " เธอร้องออกมา "หลีก​ไปนะ !ฉันไม่มีอะไร​​จะพูด​กับคนชั่วชาติอย่างนาย "

ทิพย์สุรางค์ผลักไส​เขาอย่างดุเดือด ​เมื่อ​เขาพยายาม​จะรั้งตัวเธอ​เอาไว้

" โธ่ คุณหนู ผมขอโทษ ผมไม่รู้ตัวเลย​ ผมคิดว่าผมเพียง​แต่ฝัน​ไปเท่านั้น​ "
​เขาพยายามอธิบาย ​แต่ดูเหมือน​จะยิ่งทำให้เธอโกรธมากขึ้น​ เธอเน้นเสียง​เมื่อออกคำสั่งอีกครั้งหนึ่ง​ว่า " หลีก​ไป ! อย่าพูดอะไร​อีก​แม้​แต่คำเดียว "

พอพูดขาดคำเธอก็เดินแกมวิ่งหลีก​เขาออกประตู​ไป ​เมื่อถึงบันไดทิพย์สุรางค์ก็วิ่งอย่างร้อนรนลงบันได จน​เขากลัวว่าเธอ​จะพลัดตกลง​ไป ​เมื่อวิ่งตามลงมา​เขาเห็นทิพย์สุรางค์วิ่งฝ่าสายฝน​ที่ยังตกปรอยๆ​อยู่​​ไปขึ้น​รถแล้ว​ขับอย่างน่าหวาดเสียวออก​ไป ​เขาอยาก​จะตามเธอ​ไป​แต่ก็ไม่​สามารถทำ​ได้

เคนนั่งกุมขมับคิดอะไร​ไม่ออก เฝ้าถามตัวเองว่าเกิดอะไร​ขึ้น​ ​เขาทำเรื่อง​บัดซบแบบนั้น​จริงๆ​หรือ ? ​เขาไม่​ได้เพียง​แต่ฝัน​ไปเท่านั้น​หรอกหรือ ? ​เขาสร้างมลทินให้ทิพย์สุรางค์ผู้​ที่เคยช่วยชีวิต​เขาให้รอดพ้นจาก​ความตาย​ได้อย่างไร ? ตัวตนจริงๆ​ของ​เขามีนิสัยเลวๆ​​ที่ชอบรังแกผู้หญิง​ที่ไม่มีทางสู้หรือ ? ​แต่แล้ว​ใน​ที่สุด​เขาก็ฉุกคิดเรื่อง​สำคัญขึ้น​มา​ได้ ว่าทำไมเธอจึงมาอยู่​ในห้องของ​เขาในยามดึกดื่นค่อนคืนเช่นนั้น​ ชายหนุ่มคิดทบทวน​ไปมาอยู่​นานแล้ว​ก็เริ่มปะติดปะต่อเรื่อง​ราว​ได้ ​เมื่อเห็นผ้าห่มสีเหลืองอมขาวในถุงพลาสติก​ที่วางอยู่​ใกล้เสื่อท ี่​เขา​ใช้ปูนอน ​เขาพอ​จะเข้าใจแล้ว​ละว่าเธอคง​จะรู้จากกรว่า​เขาไม่สบาย​และคง​เป็นห่วงจน​ต้อง​เอาผ้าห่มมาเพิ่มให้

" โธ่ คุณหนู "

ชายหนุ่มคร่ำครวญอยู่​ในใจด้วย​ความสงสารอย่างสุดซึ้ง เธอมาหา​เขาด้วยจิต​ที่เมตตา​เพราะคงรู้ว่าตาเป็งไม่อยู่​ เธอคงกลัวว่า​เขา​จะ​เป็นอะไร​​ไป​โดยไม่มี​ใครรู้เห็น เธอ​ต้องเสียหาย​เพราะ​ความใจดีของตัวเอง ​เขาทำลายเธอ​โดยไม่รู้ตัว ​เขาสร้างรอยบาปให้ผู้หญิงดีๆ​คนหนึ่ง​​ต้องมีมลทินติดตัว​ไปจนตาย แล้ว​​เขา​จะทำอย่างไรต่อ​ไป ​เขา​จะทำอะไร​ให้เธอ​ได้บ้าง ​ถ้า​เขาอยู่​ในสถานภาพ​ที่ดีกว่านี้ มีเกียรติยศศักดิ์ศรี​และฐานะพอ​ที่​จะเชิดหน้าชูตาเธอ​ได้บ้าง ​เขาก็​จะไม่รีรอเลย​​ที่​จะคุกเข่าลงตรงหน้าทิพย์สุรางค์ อ้อนวอนขอร้องเธอ ขอโอกาส​ที่​จะมอบชีวิต​ทั้งชีวิต​ที่เหลืออยู่​ชดเชยให้เธอ​ถ้าเธอไม่รังเกียจ​เขา ​แต่​ถ้าเธอยังแค้นอยาก​จะฆ่า​เขาๆ​ก็​พร้อม​ที่​จะรับโทษทัณฑ์นั้น​​แต่​โดยดี ​แต่นี่​เขาไม่มีอะไร​เลย​ ไม่รู้​แม้​แต่ว่าตัวเอง​เป็น​ใครมี​ความ​เป็นมาอย่างไร ยัง​จะมีหน้า​ไปเสนอตัวรับผิดชอบเธออีกหรือ เธอสูงส่งเกินกว่า​ที่​เขา​จะดึงเธอให้ต่ำลงมา แล้ว​สิ่ง​ที่เกิดขึ้น​เล่า​เขา​จะทำอย่างไรจึง​จะชดเชยให้เธอ​ได้

เคนคิดวนเวียนกลับ​ไปกลับมา​แต่ไม่มีทางออกอยู่​เช่นนี้จนท้องฟ้าเริ่มสว่าง ฝน​ที่ตกปรอยๆ​มา​ทั้งคืนขาดเม็ด​ไปแล้ว​ ชายหนุ่มอาบน้ำ​แต่งตัวเสร็จก็ออก​ไปทำงานเร็วกว่าปกติ ตอนนี้อาการป่วยของ​เขาหาย​ไปราว​กับปลิดทิ้ง ​แต่หัวใจของ​เขาเจ็บปวดรวดร้าวด้วย​ความสงสารทิพย์สุรางค์​และละอา ยต่อสิ่ง​ที่​ได้ทำลง​ไป ถึง​จะ​โดยรู้ตัวหรือไม่ก็ตามมันก็เกิดขึ้น​แล้ว​ ​เขากระสับกระส่ายกระวนกระวายตลอดเช้า​นั้น​ คิดไม่ตกว่า​จะทำอย่างไรต่อ​ไป ​เขาอยากพบทิพย์สุรางค์อีกสักครั้ง ​เพื่อให้เธอรับรู้ว่า​เขาเสียใจจริงๆ​

หนานคำเข้ามา​ที่สำนักงานในตอนสาย ​เขาทำหน้าสงสัย​เมื่อว่าพบเคนนั่งทำงานอยู่​แล้ว​ " อ้าว ทำไมไม่นอนพัก คุณยังไม่หายดีไม่ใช่หรือ? หน้าตาก็ยังซีดเซียวเหมือนอดนอนมา​ทั้งคืน "

เคนยิ้มแห้งๆ​ " ผมไม่​เป็นอะไร​แล้ว​ครับ​ "

ตอนพักเ​ที่ยงชายหนุ่มไม่​ได้แวะโรงอาหารเหมือนทุกวัน ​เขาอยากพบกร​เพื่อเลียบเคียงถามถึงทิพย์สุรางค์ ​แต่กรก็หายหน้าหายตา​ไปเสียเฉยๆ​ ​เขาเ​ที่ยวตามหา​ไปเกือบทุกแห่ง​ที่รู้ว่ากรชอบ​ไป ​แต่ก็ไม่เห็นเด็กชายคนนั้น​​แม้​แต่เงา เคนคิดว่ากรคงยังอยู่​บนตึกใหญ่ ​แต่​เขาก็ไม่กล้าพาตัวขึ้น​​ไป​ที่นั่น​โดยไม่มีเหตุอันควร

หลังเลิกงานในตอนเย็นวันนั้น​เคนขึ้น​​ไป​ที่ตึกใหญ่ ​เพื่อสอนหนังสือกรตามปกติ ถึงไม่มีอารมณ์​ที่​จะสอน ​แต่​เขาก็อยากพบกร​เพื่อสอบถามถึงทิพย์สุรางค์ ​แต่​เมื่อถึงเวลาเรียนเด็กชายก็ยังไม่ปรากฏตัว ชายหนุ่มนั่งคอยอยู่​อย่างกระสับกระส่ายกว่าครึ่งชั่วโมง จนกรเดินเข้ามาในห้องสมุดด้วยหน้าตายิ้มแย้มแจ่มใส ถือหนังสะติ๊กคู่ชีพมาด้วย ​เมื่อเห็นเคน​เขาก็ชวนว่า

"​ไปหานกยิงกันเถอะ "

เคนมองเด็กชายอย่างแปลกใจ ​เพราะตั้งแต่​ได้รับคำสั่งให้​เขามาสอนพิเศษให้ กรไม่เคยบิดพลิ้ว​ที่​จะมาเรียนเลย​สักครั้ง ​เขา​จะรีบเข้ามาคอยในห้องสมุดก่อน​ที่ชายหนุ่ม​จะมาถึงเสียด้วยซ้ำ

" ทำไมล่ะ คุณ​จะไม่เรียนหรือ " เคนถาม รู้สึกว่า​หัวใจเต้นแรง​เมื่อคิดว่าหรือเกิดอะไร​ขึ้น​​กับทิพย์สุรางค์ ​ที่ทำให้กรกล้า​ที่​จะขัดคำสั่งเธอ
" ​จะเรียน​ไปทำไมล่ะ วันนี้แม่เสือไม่อยู่​ ​ไปเดินเล่นกันดีกว่า " เคนรู้ว่า​เขาหมายถึงทิพย์สุรางค์ ​ที่​เขาชอบตั้งฉายาให้เธอตามอารมณ์ของ​เขาในขณะนั้น​
เคนจ้องมองกรอย่างกังวลใจ " หมาย​ความว่ายังไง ? คุณหนูไม่อยู่​บ้านหรือ ? "
กรพยักหน้าท่าทางดีใจ " แม่นแต๊ เธอ​ไปกรุงเทพฯตั้งแต่เช้า​มืด "
" ​ไปกรุงเทพ ? " เคนถามย้ำราว​กับคนโง่ เธอ​ไปแล้ว​ ​ไปทำไม ?

โชคดี​ที่เด็กชายไม่​ได้สังเกตหน้า​ที่ซีดขาว​และตา​ที่แดงก่ำ เหมือนไม่​ได้นอนมา​ทั้งคืนของ​เขา

" คุณรู้ไหมว่าเธอ​จะกลับมา​เมื่อไหร่ ? "

กรส่ายหน้า "ไม่รู้หรอก เห็นหนานคำบอกว่าเธอรีบ​ไปตั้งแต่เช้า​มืด ถึง​จะไม่​ได้จองตั๋วเครื่องบิน​เอาไว้เธอก็บอกว่า​จะ​ไปนั่งรอจนกว่า​จะ​ได้เ​ที่ยวบิน " แล้ว​​เขาก็เสริมว่า " หนานคำบอกว่าเปิ้นคงมีธุระด่วนจี๋ "

ชายหนุ่มคอตก เธอหนี​เขา เธอพยายามหลบหน้าหลบตา​เขา นั่นอาจ​จะ​เป็นวิธี​ที่ดี​ที่สุด​ที่ทิพย์สุรางค์ทำ​ได้ในสถานการณ์เช่นนี้ ​แต่มันยิ่งทำให้​เขาเจ็บปวด​และละอายใจมากยิ่งขึ้น​ ตกลงวันนั้น​ไม่มีการเรียนพิเศษ กรลากเคนออก​ไปเดินท่อมๆ​แถวดงไม้​ที่มีนกชุกชุมจนมืดค่ำ ไม่​ได้นึกสงสัย​แม้​แต่น้อยในท่าทางเซื่องซึมใจลอยถามคำตอบคำ หรือบางทีก็ไม่ตอบของ​เขาเลย​

หลังจากวันนั้น​ชายหนุ่มก็กลาย​เป็นคน​ที่เต็ม​ไปด้วย​ความทุกข์ ​เขาก้มหน้าก้มตาทำงาน​ไปตามหน้า​ที่ พยายามเงี่ยหูฟังข่าวของทิพย์สุรางค์ว่าเธอกลับมาเวียงพุกามแล้ว​หรือยัง ​เขาเฝ้าคอยวันสุดสัปดาห์​ที่กร​จะกลับจากโรงเรียนแล้ว​พยายามเลียบเคียงถามเด็กชายว่าหญิงสาวผู้นั้น​ติด​ต่อมาบ้างห รือเปล่า ​แต่กรก็ไม่มีคำตอบให้​เขา ทิพย์สุรางค์เงียบหาย​โดยปราศจากข่าวคราวใดๆ​

แล้ว​วันหนึ่ง​หลังจากการจาก​ไปของทิพย์สุรางค์​ได้ประมาณสามสัปดาห ์ ขณะ​ที่เคน​กำลังนั่งทำงานอยู่​​กับหนานคำในห้องทำงาน ด้วยสีหน้าท่าทางเหมือนไม่อยากพูดอยากจา​กับ​ใคร อินแปงก็เดินเข้ามาในห้อง พูด​กับหนานคำด้วยท่าทางตื่นเต้นว่า

" หัวหน้าครับ​ มีผู้ชายสองคนมาถามหานายเคน "
​ทั้งหนานคำ​และเคนเงยหน้าขึ้น​มองอินแปง​พร้อมๆ​กัน " ​ใคร ? " หนานคำถามแล้ว​นึกขึ้น​มา​ได้จึงหัน​ไปถามเคนว่า " คุณนัด​ใครให้มาหา​ที่นี่หรือ ? "
" ไม่มีนี่ครับ​ " ชายหนุ่มตอบ​โดย​ที่ยังนึกอะไร​ไม่ออก
" ​เขาอยู่​​ที่ไหนตอนนี้ ? " หนานคำซักอินแปง
" ผมให้รออยู่​​ที่โรงอาหาร นายเคน​จะ​ไปพบ​เขาหรือเปล่าล่ะ ? "
เคนขยับ​จะตอบ ​แต่หนานคำ​ซึ่งสงสัยอะไร​บางอย่าง ถามขึ้น​ก่อนว่า "​เขาถามหาเคนเลย​หรือไง ?"
" เปล่าครับ​ ​เขา​เอารูปให้ดูแล้ว​ถามว่ามีคนหน้าตาเหมือนในรูปนี้พักอยู่​​ที่นี ่ใช่ไหม ผมเห็นว่าคนในรูปนั่นหน้าตาเหมือนเคนมากก็เลย​ให้​เขานั่งรอแล้ว​มาบอกหัวหน้านี่แหละ​ครับว่า​​จะให้ทำยังไ ง "

ชายหนุ่มลุกขึ้น​ยืน​โดยเร็วอย่างตื่นเต้น เวลา​ที่​เขารอคอยมาถึงแล้ว​กระมัง

หนานคำลุกขึ้น​ยืนบ้างแล้ว​บอกเคนว่า " คุณรออยู่​​ที่นี่แหละ​ ผม​จะ​ไปพบ​เขาเอง ​จะ​ไปดูลาดเลาก่อน ว่า​ได้หรือเผื่อ​เป็นไอ้พวก​ที่ทำร้ายคุณมันตามมาล่ะ ใจเย็นๆ​ไว้ก่อน "
" นั่นสินะ " อินแปงเห็นด้วย " ให้หัวหน้า​ไปดูก่อนดีกว่า นายอย่าเพิ่งโผล่​ไปให้​เขาเห็นเลย​ "

หนานคำกลับมา​ที่ห้อง​ที่เคนรออยู่​​พร้อม​กับทำงาน​ไปด้วยภายในสิบห้านาที ​เมื่อมาถึง​เขามองหน้าชายหนุ่ม ลับมองดูรูป​ที่ถืออยู่​ในมืออย่างเปรียบเทียบอยู่​อึดใจหนึ่ง​ก่อน​จะถามว่า

" นี่รูปคุณหรือเปล่า ?"

เคนรับรูปขนาดโปสการ์ดมาดู ​เขาเห็นคนสองคนในรูปใบนั้น​ ผู้หญิงวัยกลางคนยืนเคียงข้างชายหนุ่มร่างสูงท่าทางปราดเปรียว แขนข้างหนึ่ง​ของ​เขาโอบอยู่​รอบเอวของผู้หญิงคนนั้น​ ​ทั้งคู่​กำลังยิ้มกว้างอย่างมี​ความสุข เคนเงยหน้าขึ้น​มองหนานคำเหมือน​จะถามว่านี่มันอะไร​กัน แล้ว​ก้มลงพิจารณาผู้ชายในรูปอีกครั้ง หน้าตาของชายหนุ่มคนนั้น​เหมือนเงาสะท้อนในกระจก​ที่​เขาเห็นอยู่​ทุก​เมื่อเชื่อวัน

" สองคน​ที่มาถามหาคุณบอกว่า​เขา​เป็นนักสืบเอกชน ​ที่ทางครอบครัวคุณจ้างให้มาตามหาคุณ " หนานคำอธิบายแล้ว​ถามว่า "คุณอยาก​จะพบ​เขาหรือเปล่า? เท่า​ที่ดูท่าทาง​เขาก็ไม่น่า​จะใช่พวก​ที่ทำร้ายคุณ ผมคิดอย่างนั้น​นะ ​แต่ก็อย่าเพิ่งวางใจ "
เคนรู้สึกตื่นเต้น ดวงตาของ​เขา​เป็นประกายด้วย​ความหวัง " ผมอยากคุย​กับ​เขาก่อน ถึงผม​จะคิดว่าผมอาจ​จะ​เป็นผู้ชายในรูปนี่​แต่ผมก็ยังไม่แน่ใจอยู่​ ดี แล้ว​ผู้หญิงคนนี้​เป็น​ใครผมก็ยังไม่รู้เหมือนกัน "

ชายหนุ่มลุกขึ้น​ยืนเตรียม​ที่​จะเดิน​ไป​ที่โรงอาหารคนงาน ​ซึ่งอยู่​ไม่ไกลจากสำนักงาน​ที่​เขาทำงานอยู่​ ​แต่หนานคำหยุด​เขาไว้
" ​เอางี้ดีกว่า ​ที่โรงอาหารมีคนเข้าออกพลุกพล่าน ให้​เขามาคุย​กับคุณ​ที่นี่น่า​จะเหมาะกว่า" ว่าแล้ว​​เขาก็ออก​ไปตะโกนเรียกอินแปง​ซึ่งทำงานอยู่​ใกล้ๆ​ "อินแปง ​ไปพาสองคนนั่นมา​ที่นี่หน่อย​ "

ผู้ชายสองคน​ที่เดินตามอินแปงมา คนหนึ่ง​รูปร่างสูงใหญ่อยู่​ในวัยกลางคน ​ส่วนอีกคน​เป็นหนุ่มผอมสูงอายุประมาณสามสิบปี ​ทั้งคู่​แต่งกายเรียบร้อย​ถือกระเป๋าเอกสารไว้ในมือ หนานคำเชิญผู้ชาย​ทั้งสองให้เข้า​ไปคุยกันในห้องประชุมเล็กๆ​ ​ซึ่งอยู่​หลังห้องทำงานแล้ว​บอก​กับเคนว่า

" คุณลองคุย​กับ​เขาดูเองนะ ​ถ้ามีอะไร​ก็เรียกผม​ได้ ผม​จะอยู่​ในห้องทำงาน "

เคนลงนั่งบนเก้าอี้ตรงข้าม​กับชายแปลกหน้า​ทั้งสอง ​ซึ่ง​กำลังจ้องมอง​เขา​เป็นตาเดียวกัน ชายวัยกลางคนหยิบนามบัตรส่งให้​พร้อม​กับแนะนำตัวว่า "ผมชื่อสมศักดิ์​และนี่เวทย์ลูกน้องผม เรา​เป็นนักสืบเอกชนของสำนักงานนักสืบสมศักดิ์​และ​เพื่อน ตาม​ที่ระบุไว้ในนามบัตร "

เคนอ่านนามบัตรแล้ว​เงยหน้าขึ้น​มอง​เป็นเชิงถาม ​ซึ่งอีกฝ่ายหนึ่ง​ก็รีบอธิบายทันที " เรา​ได้รับการติดต่อว่าจ้างจากตัวแทนของคุณธัญญาคุณแม่ของคุณ ให้ตามหาคุณ "
ชายหนุ่มถามขัดขึ้น​ว่า " แม่ผมชื่อธัญญาหรือ ? "

นักสืบ​ทั้งสองมองหน้ากันเลิ่กลั่กแล้ว​หันมามองเคน " คุณจำชื่อคุณแม่คุณไม่​ได้หรือครับ​ ?" คน​ที่ชื่อเวทย์ถามอย่างสงสัย

เคนอึ้งแล้ว​ตัดบ​ทว่า " ​เอาอย่างนี้ดีกว่า คุณช่วยเล่าตั้งแต่ต้นเลย​ ว่าทำไมคุณถึงเจาะจงมาตามหา เอ้อ.." ​เขาหยิบรูปใบนั้น​ขึ้น​มาดูอีกรอบแล้ว​กล่าวต่อว่า " ผม​ที่นี่ "

แล้ว​​เขาก็มองผู้ชาย​ทั้งสอง​ที่อ้างตัวว่า​เป็นนักสืบ อย่างคลางแคลงใจเชื่อครึ่งไม่เชื่อครึ่ง ​แต่ก็​พร้อม​ที่​จะพิจารณาเรื่อง​​ที่​เขา​กำลัง​จะเล่าอย่างถี่ถ้วน เคนยังไม่แน่ใจหรอกว่าชายหนุ่มในรูปนั้น​​คือ​เขา ​และยังไม่รู้แน่ด้วยว่าผู้ชายสองคนนี้​เป็นนักสืบเอกชนจริงหรือเ ปล่า นอกจากนี้ก็ยังไม่เคยรู้จักคุณธัญญาอะไร​​ที่​เขาอ้างถึงด้วย

สมศักดิ์เปิดกระเป๋าเอกสารหยิบแฟ้มออกมากางลงบนโต๊ะแล้ว​อธิบายว ่า " สำนักงานของผมอยู่​​ที่กรุงเทพฯ ตาม​ที่อยู่​ในนามบัตร ​เมื่อประมาณหกเดือน​ที่แล้ว​มีผู้หญิงชื่อคุณนวลละออ มาติดต่อขอให้ช่วยตามหานายคริส เลย​์ตัน ​ที่สงสัยว่า​จะสูญหายในประเทศไทยหรือประเทศใกล้เคียง ผมมีหน้า​ที่สืบหาเฉพาะแถบภาคเหนือของไทยนี่เท่านั้น​ ​ส่วนแถบตะวันออกเฉียงเหนือ​ที่ติดต่อ​กับประเทศลาว ก็มีลูกน้องของผมอีกทีมหนึ่ง​​ไปตามหามาแล้ว​ ​แต่ไม่พบร่องรอยของคุณเลย​ สำหรับประเทศใกล้เคียงก็มีนักสืบเอกชน​ที่นั่นรับช่วงกัน​ไป ​เพราะเราไม่รู้แน่ชัด ว่าคุณหาย​ไปตรงจุดไหนกันแน่ตรงรอยต่อระหว่ างประเทศ อาจ​จะ​เป็น​ระหว่างชายแดนไทย​กับพม่าหรือ​กับลาว ไม่มี​ใครรู้แน่ ​แม้​แต่ผู้ว่าจ้างของเราเองก็ตอบไม่​ได้ " ​เขาพลิกเอกสาร​ที่อยู่​ตรงหน้าแล้ว​เล่าต่อ​ไปว่า " ทางครอบครัวคุณรอการติดต่อจากคุณอยู่​นาน ​แต่ก็ไม่​ได้ข่าวอะไร​เลย​ "

เคนนิ่งฟังเงียบๆ​ ​เขา​ได้ยินชื่อของผู้ชายในรูปใบนั้น​​ซึ่งนักสืบอ้างว่า​เป็นรูปของ ​เขา แล้ว​ถามตัวเองว่า​เขาชื่อคริส เลย​์ตันหรือ ? ​แต่ทำไม​เขาจึงไม่รู้สึกคุ้นเคย​กับมันเลย​ล่ะ แล้ว​​ถ้า​เขา​เป็นนายคริส เลย​์ตันคนนั้น​จริง ก็หมาย​ความว่า​เขาไม่ใช่คนไทยหรืออย่างไร ยิ่งคิดก็ยิ่งรู้สึกสับสนเชื่อครึ่งไม่เชื่อครึ่ง ​แต่มีแนวโน้ม​ที่​จะไม่เชื่อมากกว่า ​ถ้า​เขาไม่ใช่คนไทยทำไม​เขาจึงพูดอ่าน​และเขียนภาษาไทย​ได้อย่างคล่องแคล่ว เคนคิดว่าคน​ทั้งสองคงยังไม่รู้เรื่อง​การถูกลอบทำร้าย​และการเสีย ​ความจำในอดีตของ​เขา ชายหนุ่มตัดสินใจ​ที่​จะไม่เปิดเผยเรื่อง​ดังกล่าว

ผู้ชาย​ที่ชื่อเวทย์ถามว่า " ทำไมคุณไม่ติดต่อทางบ้านเลย​เล่าครับ​ ? "
เคนจงใจไม่ตอบคำถามนั้น​ ​แต่ย้อนถามกลับ​ไปว่า "ทำไมคุณดั้นด้นเข้ามาถึง​ที่นี่​ได้ล่ะ ​ที่นี่มันอยู่​ห่างไกลจากตัวเมืองมากนะ ? "

" ตอนแรกเราไม่​ได้เจาะจง​ที่นี่หรอกครับ​ " คนชื่อสมศักดิ์อธิบาย "เราตามหาคุณหลายจังหวัดในแถบชายแดนด้านนี้มาหลายเดือนแล้ว​ ​แต่ก็ไม่พบร่องรอย จนกระทั่ง​ได้รับข่าวจากสายของเราทางนี้ ​เขา​เอารูปของคุณ​ที่​ได้มาจากทางบ้านคุณ​ไปเทียบ​กับรูป ​ที่ติดอยู่​บนบอร์ดโรงพยาบาลแห่งหนึ่ง​ รูปถ่ายใกล้เคียงกันมาก ​เขาบังเอิญมีญาติทำงานอยู่​​ที่โรงพยาบาล เลย​​ได้ข้อมูลว่าคนในรูปมาทำงานอยู่​​ที่นี่ เราก็เลย​ลองตามมาดูว่าใช่คน​ที่ตามหาหรือเปล่า "

เวทย์เสริมว่า " โชคดี​ที่เจอรูปคุณ​ที่โรงพยาบาล ไม่งั้นคงไม่มีทางตามพบแน่ ​เพราะ​ที่นี่เข้ามาค่อนข้างลำบากแล้ว​ก็ไกล เราคงไม่ดั้นด้นมาแน่​ถ้าไม่​ได้เบาะแสจากสายของเรา "

สมศักดิ์มองเคนอย่างพิจารณาก่อน​จะถามเรื่อง​​ที่​เขายังสงสัยไม่แน่ใจว่า " ตอนแรก​ที่ผู้ชายคน​ที่​ไปคุย​กับผม​ที่โรงอาหารบอกว่าคุณชื่อเคน ทำให้ผมไม่แน่ใจว่า​เป็นคนเดียว​กับคน​ที่ตามหาอยู่​หรือเปล่า จนกระทั่ง​ได้พบตัวจริงของคุณนี่แหละ​ถึง​ได้มั่นใจว่าใช่แน่ ทำไมคุณไม่​ใช้ชื่อจริงเล่าครับ​ "

" ตอนอยู่​​ที่นี่ผม​ใช้ชื่อนี้ " ชายหนุ่มอธิบายเพียงสั้นๆ​ แล้ว​ย้อนถามข้อข้องใจของ​เขาว่า " ทำไมคุณธัญญาหรือคุณนวลละออนั่นไม่มาหาผมด้วยตัวเอง ? "

" อ๋อ ทางบ้านคุณยังไม่ทราบหรอกครับว่า​เราพบคุณแล้ว​ " สมศักดิ์ชี้แจง " ​แต่เดี๋ยวกลับ​ไป​ที่โรงแรมแล้ว​ ผม​จะติดต่อให้ทราบว่า​จะ​เอายังไงต่ อ​ไป คุณนวลละอออาจ​จะขึ้น​มาพบคุณด้วยตัวเองก็​ได้ " ​เขานิ่งคิดอะไร​สักอย่างก่อนกล่าวต่อว่า " เราเคยพบบางคน​ที่คล้ายคลึง​กับคุณสองสามครั้งแล้ว​ ​แต่​เมื่อคุณนวลละออมาดูตัวแล้ว​ปรากฏว่าไม่ใช่ ​ซึ่งทำให้เธอผิดหวังมาก ครั้งนี้เราเลย​​ต้องมั่นใจจริงๆ​เสียก่อน จึง​จะติดต่อส่งข่าวให้เธอทราบ

" แล้ว​ผม​จะเชื่อ​ได้ยังไงว่าพวกคุณ​เป็นคน​ที่ครอบครัวผมส่งมา ? "
สมศักดิ์ส่งเอกสารในแฟ้มให้เคน " นี่ครับ​ ​เป็นบันทึกคำสั่ง​และสัญญา ​ที่ตกลงว่าจ้างให้บริษัทของเราติดตามค้นหาคุณจนพบ คุณนวลละออ​เป็นคนเซ็นในฐานะผู้ว่าจ้าง ​และนี่​เป็นลายเซ็น​และตราประทับของบริษัทผม "

​เขาชี้ให้เคนดูลายเซ็นดังกล่าว ชายหนุ่มหยิบเอกสารมาอ่านรายละเอียด​ทั้งหมด คุณนวลละออ​ซึ่งลงนามในเอกสารก็ไม่รู้ว่า​เป็น​ใครเกี่ยวข้อง​กับนายคริสนั่นอย่างไร ​แต่​เขาไม่ถามอีกแล้ว​

​เขาถาม​แต่เพียงว่า " แล้ว​คุณ​จะทำอย่างไรต่อ​ไป ? "
" วันนี้เรา​จะกลับ​ไปก่อน​เพื่อติดต่อผู้ว่าจ้าง ส่งข่าวให้รู้เรื่อง​คุณ คุณนวลละออ​จะ​เป็นคนบอกเราเองว่า​จะให้ทำอย่างไรต่อ​ไป ​จะขึ้น​มารับคุณเองหรือ​จะให้เราพาคุณ​ไปส่ง "

เคนคิดอย่างรวดเร็วว่าแสดงว่าคุณนวลละอออะไร​นั่นคงไม่​ได้อยู่​ใน จังหวัดนี้ คง​จะรออยู่​​ที่ใด​ที่หนึ่ง​ แล้ว​​เขาก็คิดต่อ​ไปว่าวิธีไหน​จะเสี่ยงน้อย​ที่สุด ​เพราะ​เขาก็ยังเชื่อครึ่งไม่เชื่อครึ่งอยู่​ดี ในเรื่อง​ราว​ที่อีกฝ่ายหนึ่ง​เล่าให้ฟัง ชายหนุ่มอ่านข้อ​ความในเอกสาร​ที่ยังถืออยู่​อีกครั้ง​เพื่อหาข้อมู ลบางอย่าง ​เมื่อเห็นหมายเลขโทรศัพท์ของคุณนวลละออ​ที่ปรากฏอยู่​ในนั้น​ ​เขาก็จดจำ​เอาไว้อย่างรวดเร็วแล้ว​บอกสมศักดิ์ว่า

" คุณช่วยบอกคุณนวลละออว่าผม​จะโทร.​ไปหาเธอเอง ตอนนี้ผมยังไม่รู้ว่า​จะ​ไป​ได้​เมื่อไหร่ แล้ว​ผม​จะติดต่อ​กับคุณอีกที คุณรอผมอยู่​​ที่โรงแรมก่อน อย่าเข้ามา​ที่นี่ ผมไม่อยากให้วุ่นวาย​เพราะผม​เป็นแค่ลูกจ้างคนหนึ่ง​เท่านั้น​ "

แววตาของสมศักดิ์บอกให้เคนรู้ว่า​เขาเข้าใจดี ว่าเคนคง​ต้องการตรวจสอบอะไร​บางอย่างก่อนตัดสินใจ

นักสืบ​ทั้งสองเก็บของใส่กระเป๋า ลุกขึ้น​ยืน กล่าวคำอำลาแล้ว​เดินออก​ไปขึ้น​รถ ​ที่ตอนนี้คนขับนำมาจอดคอยอยู่​หน้าโรงบ่มแล้ว​

 

F a c t   C a r d
Article ID S-3263 Article's Rate 44 votes
ชื่อเรื่อง เวลาที่หายไป --Series
ชื่อตอน วันนี้ที่รอคอย --อ่านตอนอื่นที่ตีพิมพ์แล้ว คลิก!
ผู้แต่ง ดอยสะเก็ด
ตีพิมพ์เมื่อ ๑๒ มกราคม ๒๕๕๕
ตีพิมพ์ในคอลัมน์ เรื่องยาว ซีรีส์
จำนวนผู้เปิดอ่าน ๒๖๒ ครั้ง
จำนวนความเห็น ๓ ความเห็น
จำนวนดอกไม้รวม ๒๑๓
| | | |
เชิญโหวตให้เรตติ้งดอกไม้แก่ข้อเขียนนี้  
R e a d e r ' s   C o m m e n t
ความเห็นที่ ๑ : Rotjana Geneva [C-17519 ], [193.134.193.5]
เมื่อวันที่ : ๑๔ ก.ย. ๒๕๕๓, ๒๒.๐๗ น.

ว้าว ​​ระหว่างรอ​​ความรักให้พัดผ่านกลับมาอีกครั้ง ​​ความจริงก็​​กำลัง​​จะปรากฎว่า เคน​​คือ​​ใคร

สนุกค่ะ​​

พี่รจก็รอคอยเหมือนเคน...​​.​​แต่รอคอยอ่านตอนต่อ​​ไปค่ะ​​

แจ้งลบข้อความ


ความเห็นที่ ๒ : อิติฯ [C-17525 ], [125.24.91.246]
เมื่อวันที่ : ๑๕ ก.ย. ๒๕๕๓, ๑๑.๐๕ น.

ตอนแรก นึกว่า​​จะ​​เป็นหนุ่มไทย ประมาณว่า เคน ธีรเดช เงี๊ย
​​ที่ไหน​​ได้ เคนอินเตอร์
รออ่าน เลิฟซีนนะ
​​เป็น​​กำลังใจให้ดอยสะเก็ดครับ​​


โทษทัณต์ ** โทษทัณฑ์
บิดพริ้ว ** บิดพลิ้ว (พริ้ว ตัวนี้​​จะหมายถึง ​​ความพริ้วไหวอย่างเพลิดพริ้ว)

​​ส่วนคำว่า ศีรษะ (​​ใครๆ​​ก็มัก​​จะเขียนผิดกัน​​ทั้งนั้น​​ ​​เพราะ​​ความเคยชิน​​และไม่ถนัด​​ที่​​จะใส่สะระ อี ตรง ศ)
เล็กๆ​​น้อยๆ​​ครับ​​ผม..ผิดพลาดประการใดก็ขออภัยนะครับ​​

แจ้งลบข้อความ


ความเห็นที่ ๓ : wadee [C-17534 ], [125.27.43.168]
เมื่อวันที่ : ๑๗ ก.ย. ๒๕๕๓, ๐๖.๑๓ น.

​​ต้องขอบคุณคุณอิติฯเช่นคยนะคะ​​ ​​ที่กรุณาชี้คำผืดให้ ​​ได้แก้ไขแล้ว​​ค่ะ​​ ดีจัง​​ที่​​เพื่อนๆ​​ช่วยตรวจทานให้ ไม่งั้นคงเขียนผิดต่อ​​ไปเรื่อยๆ​​ เคนไม่ถึงขนาดอินเตอร์ 100% หรอกค่ะ​​ อย่างน้อยก็รู้ภาษาไทยแตกฉานละ ฮิฮิ อ้อ ขอบคุณสำหรับช่อดอกไม้งามๆ​​ของคุณอิติฯ​​และ​​เพื่อนๆ​​ทุกคนนะคะ​​

แจ้งลบข้อความ


สั่งให้ระบบส่งเมลแจ้งการเพิ่มเติมความเห็น
 ศาลานกน้อย พร้อมบริการเสมอ และยินดีรับฟังข้อเสนอแนะจากทุกท่าน  ติดต่อเว็บมาสเตอร์ได้ทางคอลัมน์ คุยกับลุงเปี๊ยก หรือทางอีเมลได้ที่ uncle-piak@noknoi.com  พัฒนาระบบ : ธีรพงษ์ สุทธิวราภิรักษ์  โลโกนกน้อย : สุชา สนิทวงศ์  ภาพดอกไม้ในนกแชท : ณัฐพร บุญประภา  ลิขสิทธิ์งานเขียนในนิตยสารรายสะดวก เป็นของผู้เขียนเรื่องนั้น  ข้อความที่โพสบนเว็บไซต์แห่งนี้ เป็นความคิดเห็นส่วนตัวของผู้โพสทั้งสิ้น