นิตยสารรายสะดวก  Fiction  ๑๖ ตุลาคม ๒๕๕๓
เหมืองป่า #19
พลอยพนม
...ลมเย็นห่มป่าตอนกลางวันช่วยขับไล่​ความอบอ้าว ทำให้ผม​ซึ่งนอนหลับอยู่​บนแคร่ใต้ร่มไม้หน้าทับตาปัญญาหลับไหล​ไปนาน ​เมื่อตื่นขึ้น​มาก็​ได้ยินเสียงพูดคุยเจี๊ยวจ๊าวแว่วมาจากทับของพี่สงัด ​และดูเหมือน​จะมีเสียงผู้หญิงด้วย...

ตอน : ตาปัญญาเล่นกล

ลมเย็นห่มป่าตอนกลางวันช่วยขับไล่​ความอบอ้าว ทำให้ผม​ซึ่งนอนหลับอยู่​บนแคร่ใต้ร่มไม้หน้าทับตาปัญญาหลับไหล​ไปนาน ​เมื่อตื่นขึ้น​มาก็​ได้ยินเสียงพูดคุยเจี๊ยวจ๊าวแว่วมาจากทับของพี่สงัด ​และดูเหมือน​จะมีเสียงผู้หญิงด้วย ก็คง​เป็นน้าหวังเมียน้ากี่​ที่ชอบร่วมวงสรวลเสเฮฮาในวงน้ำเหล้า​กับพวกผู้ชาย ท่าทาง​จะปรุง​กับแกล้มเลี้ยงฉลองกันใหญ่โต พวกเครื่องใน ​ทั้งไส้อ่อนไส้แก่ ม้าม ตับ ปอด ผ้าขี้ริ้ว ของกระทิงรุ่นตัวนั้น​คงไม่ใช่น้อย แบ่งกันกินทั่ว​ทั้งเหมืองก็คงไม่หมด

หลังอาบน้ำอาบท่า​และเปลี่ยนเสื้อผ้าเสร็จแล้ว​ผมก็เตร่​ไปร่วมวง​กับพวก​เขา ​ซึ่งปูเสื่อนั่งล้อมวงกันอยู่​บนพื้นใต้ร่มไม้หน้าทับของพี่สงัด มีขวดเหล้าขาว​ซึ่งคงแบ่งมาจากเหล้าในแกลลอน​ที่ทับน้ากี่วางอยู่​กลางวงขวดหนึ่ง​ น้ำกะแช่ของตาปัญญาในกระบอกไม้ไผ่พิงไว้​กับโคนไม้อีกสองสามกระบอก ตามด้วยถ้วย​กับแกล้มฝีมือน้าหวัง ​ทั้งลาบ ก้อย น้ำตก ​และต้มยำเครื่องใน ส่งกลิ่นหอมฉุย บรรยากาศรอบด้านร่มรื่นเย็นสบาย ลูกลิงของไอ้ชนนั่งมองพวกเราอยู่​บนแป้นไม้ใกล้ ๆ​ ด้วยสายตา​ที่งุนงงสงสัย ยิ่ง​เมื่อมัน​ได้ยินเสียงตาปัญญาหัวเราะเสียงดัง มันก็ยิ่งตกใจกระตุกเชือก​ที่ล่ามคอแทบขาด

ไอ้ชนปรามตาปัญญาว่า "ตัวอย่าหัวเราะให้ดังนัก ลิงของผมตกใจจนเชือก​จะรัดคอตายอยู่​แล้ว​"

"ให้ผม​ไปเลี้ยงดีกว่า" น้ากี่พูด​กับไอ้ชนแล้ว​หัน​ไปถามเมีย "น้องหวังว่ายังไง เรา​เอาลูกลิงตัวนี้​ไปเลี้ยงกันดีกว่า​จะ​ได้ไม่เหงา"

"เรื่อง​เหงาไม่เหงากูไม่รู้" ตาปัญญาสอดขึ้น​ "รู้​แต่ว่า-เวลาขาด​กับแกล้มมึงก็​จะเชือดมันเสียนะสิ"

"โถ-ปี้" น้ากี่พูดเสียงแหลม ทำหน้าขึงขัง "ผมก็คนเหมือนกัน-นา ​และคน​จะบ่ฮักสัตว์ตี้เฮาเลี้ยง​ได้​จะได๋"

"ไม่รู้เว้ย"

ตาปัญญาหลบหน้าแล้ว​หัวเราะ หึ หึ

น้ากี่​กับน้าหวัง​เป็นคนภาคเหนือ กินเหล้าดุ​ทั้งคู่ เวลาขนเสบียงเข้ามาในเหมืองน้าหวังผู้​เป็นเมีย​จะทำหน้า​ที่หาบคอนพวกเครื่องครัว กะปิ น้ำตาล เส้นหมี่แห้ง อะไร​พวกนี้ ฝ่ายผัว ​คือ น้ากี่ นอกจาก​จะหาบของหนักอย่างเช่น ข้าวสาร น้ำมันพืช​และของ​ใช้อื่นจิปาถะ ก็ยังมีเหล้าโรง​ที่ถ่ายจากขวดใส่มา​กับแกลลอนพลาสติกขนาดห้าลิตรสองใบติดมาด้วย แกลลอน​ทั้งสองใบนั้น​ปิดฝาแน่น ลื่นล้มยังไงก็ไม่แตก น้ำเหล้าก็ไม่หกเรี่ยราดเหมือนอยู่​ในขวด ระยะเวลาขุดแร่ทำเหมือง​แต่ละงวดราว ๆ​ ๒๐ -- ๓๐ วัน ​กับเหล้าโรงสิบลิตร​จะลงตัว​พอดี ​แต่​ถ้าล่วง​ไปจากนั้น​ก็​จะเกิดอาการ ‘ช๊อต’ เหมือน​ที่ตาปัญญาสัพยอกพวกแก​ทั้งสองว่า "หมดน้ำมัน" ​ต้องเลิกงาน ​จะ​ได้แร่หรือไม่ก็ตาม แกสองคน​จะ​ต้องกลับออก​ไปจากป่า​ไปขนน้ำมันมาเพิ่ม ไม่อย่างนั้น​เครื่องยนต์สตาร์ทไม่ติด

​ส่วนเรื่อง​​กับข้าว​กับน้ำภายในป่า สองผัวเมียคู่นี้กิน​ได้สารพัด กบ เขียด กิ้งก่า กินไม่เลือก ไอ้ชนจึงว่า

"ผมก็เกรง​จะ​เป็นเหมือนอย่าง​ที่น้าปัญญาว่านั่นแหละ​ เกรงว่าหมด​กับแกล้ม​เมื่อไหร่ลูกลิงตัวนี้ก็ไม่แคล้วถูกเชือด"

"โอ-ไม่หรอกน้องชน" น้าหวังโบกมือเร่า ๆ​ "เรา​จะ​เอามัน​ไปเลี้ยงไว้​เป็น​เพื่อน แล้ว​​จะกินมัน​ได้อย่างไร"

"สูกล้าสาบานไหมเล่า" ตาปัญญาขัดคอ "ขนาดหมาดำของไอ้ด้วน​ที่มันเลี้ยงไว้เฝ้าทับ สูก็ยังไม่เว้น-ใช่ไหม? อย่าคิดว่ากูไม่รู้"

"นั่นเรากิน​เป็นยา" น้ากี่ว่า "หมาดำตุ๋นยาจีน ​เป็นยาบำรุงชั้นดี ทุกคนควรกินปีละครั้ง ​โดยเฉพาะหน้าหนาว​จะช่วยให้เลือดลมเดินสะดวก​ร่างกายอบอุ่นตลอดเวลา"

"คำละร้อยก็ไม่​เอา" ไอ้พริ้งว่า "มิน่า-เวลาตากี่เดิน​ไปไหนหมาถึงเห่ากันเกรียว กลิ่นสาบสางพวกมันคงโชยออกมานั่นเอง"

"อ้าว! ของดีจริง ๆ​ นา-น้องพริ้ง" น้าหวังพูดแทนผัว "คนบนดอยบ้านพี่​เขากินกันทุกปี มันช่วยแก้หนาว​ได้เยี่ยมจริง ๆ​ นา"

"หนาวก็หาเมียนอนกอด ดีกว่ากินหมาดำ" ไอ้พริ้งไม่ยอมแพ้

ตาปัญญาหัวเราะชอบใจ

"กูก็ว่างั้น" พูดพลางตักลาบในจานตรงหน้าป้อนเข้าปากคำหนึ่ง​ ตามด้วยน้ำกะแช่ค่อนจอก พอวางจอกลง​กับพื้นก็​เอาหลังมือเช็ดปาก​และนั่งวางมาดด้วยท่าทีสุขุม รอจังเอื้อนเอ่ยวาทะเด็ดครั้งต่อ​ไป...​

การพูดจาหยอกล้อโต้ตอบกัน​ไปมาในวงน้ำเมาบางครั้งอาจฟังว่าไร้สาระ หาก​แต่​เมื่อมองลึกลง​ไปกลับพบว่าทุกสิ่งอย่างล้วนผุดออกมาจาก​ส่วนลึกภายใน​และ​เป็น​ความจริง​ที่เหนือจริง ปราศจากการเสแสร้งด้วยจริตมารยาใด​ทั้งสิ้น ในบางครั้งคราวพวกนักสืบหรือสปายข้าศึกจึงอาศัยสืบค้นเรื่อง​ราว​ที่​ต้องการจากเกร็ดคำพูดในวงเหล้าของมวนชนฝ่ายศัตรู แล้ว​นำ​ไปปะติดปะต่อ ก่อน​ที่​จะส่งเข้าสู่ขบวนการกลั่นกรองรายละเอียดอยู่​บ่อยครั้ง

ในขณะนั้น​ผมคงอยากนั่งฟังพวก​เขาพูดคุย​เพื่อ​ความเพลินเพลินมากกว่าสิ่งใด ​ความตื้นลึกหนาบางหรือการขบคิด​เพื่อ​ความรอบรู้จากการฟังคง​จะยังไม่ปรากฏในก้อนสมอง ​แต่ถึงอย่างไรก็พอ​ที่​จะจดจำบรรยากาศเหล่านั้น​​ได้ ราว​กับสิ่งเหล่านั้น​เพิ่งเกิดขึ้น​​และผ่าน​ไป​เมื่อวานนี้เอง

วงเหล้ายังคงครึกครื้นจวบจนล่วงเข้ายามบ่าย น้ำเมา​ทั้งในขวด​และในกระบอกไม้ไผ่ก็หมดลง​พร้อม​กับ​ความเมาของสองผัวเมียชาวเหนือ​ที่จับพลัดจับผลูกลายมา​เป็นชาวเหมืองป่าร่วมเดินดงกันดาร​กับพวกเรา...​ น้าหวัง​และน้ากี่กระทั่งตาปัญญา ต่างถึง​พร้อมด้วยรสน้ำเมา ไอ้พริ้ง​กับผมไม่แตะเหล้า พี่สงัด​กับไอ้ชนท่าทาง​จะเมาเหมือนกัน ​ทว่า​ทั้งสองเก็บอาการ​ได้ดี พูดน้อย ​ได้​แต่ยิ้ม​และหัวเราะ​เมื่อตาปัญญาออกมุขโปกฮา

ครั้นงานเลี้ยงเลิกราตอนชิงพลบ บรรยากาศรอบด้านดูวังเวงด้วยเสียงจักจั่นลองไน ​และนกป่าเริงร้องคลอคู่บินกลับรัง เฉกเช่นสองคนผัวเมียชาวเหมืองผู้มาเยือน​และร่วมวงเฮฮาก็เอ่ยปากบอกลาพวกเราเช่นกัน เจ้าลิงน้อยถูกน้าหวังเซ้าซี้ขอ​ไปจากไอ้ชนจน​ได้ แกอุ้มมัน​ไปอย่างทะนุถนอม​แม้​จะเมาจนแทบ​จะเดินขาไขว้​เป็นเลขแปด ​แต่ก็ประคองตนหายลับ​ไปในแนวพุ่มไม้ด้วย​ความโล่งใจของพวกเรา​โดยสวัสดิภาพด้วยกัน​ทั้งคู่ ไม่​ต้องคลอ​ไปส่งกันอย่างทุลักทุเลเหมือนครั้งก่อน ๆ​ ​ที่แกเคยแวะเวียนมาดวลแก้วน้ำเมา​กับตาปัญญา

​และก่อนแสงสุดท้ายของดวงตะวัน​จะลาลับทิวไม้​และขุน​เขาสูงตระห่านทางทิศตะวันตกในวันนั้น​ น้าคล่อง​ซึ่ง​เป็นชาวเหมืองด้วยกันวิ่งกระหืดกระหอบมา​ที่ทับของพี่สงัด บอกว่า เห็นกวางลูกอ่อนคู่หนึ่ง​​กำลังออกมากินฝักเหรียงอยู่​​ที่หาดทรายริมคลองใกล้​กับหน้าเหมืองของพวกผม ​ซึ่งบริเวณนั้น​มีต้นเหรียงสูงใหญ่สองสามคนโอบยืนต้นแผ่กิ่งก้านสาขาให้ร่มเงาอยู่​ริมขอบลำธารสามสี่ต้น ฝักสีดำ ๆ​ ของมันหล่นเกลื่อนกลาดเต็มใต้โคน ​ซึ่ง​ส่วนหนึ่ง​ก็​เป็นหาดทรายริมลำธารนั่นเอง

ไอ้ชน​กับพี่สงัดเก็บถ้วยจานลง​ไปล้างทำ​ความสะอาด​ที่ลำธารหน้า ผม​กับไอ้พริ้งนั่งโม้กันด้วยเรื่อง​จิปาถะ

ตาปัญญาพิงฝาทับดูดบุหรี่ใบจากพ่นควันโขมงอยู่​ด้านหน้า แกเมาน้ำกะแช่จนตาปรือ หัน​ไปถามน้าคล่องผู้ยืนหอบซี้โครงบานอยู่​ตรงหน้าแกว่า

"มึงเห็นกวางจริงรึไอ้คล่อง? อ้ายพวกขี้ยาอย่างมึงไว้ใจยาก...​ ​เพราะ​ส่วนมากขี้มักตาฝาดแทบทุกคน"

"บ้าแล้ว​-พี่ปัญญา" น้าคล่องทำสีหน้าไม่พอใจ แกพูดพลางหอบหายใจจนตัวโยน​ไปพลาง"ขี้ยา​กับขี้เหล้ามันต่างตรงไหน...​ กัญชาของผมซื้อมาขีดหนึ่ง​เจ็ดแปดสิบบาท​สูบ​ได้​เป็นเดือน...​ ​แต่เหล้าขาวขวดละสามสิบกินกันซักชั่วโมงสองชั่วโมงก็เกลี้ยงแผล็ว- - คิดดูถี-อันไหน​จะคุ้มกว่า"

"ฮา ฮา จริงของมึง-กูยอมแพ้ว่ะ" ตาปัญญาหัวเราะชอบใจ ก่อน​จะขัดขึ้น​อีกว่า "เนื้อกระทิงยังมีกินกันเต็มครัว อย่า​ไปยุ่ง​กับกวางลูกอ่อนตัวนั้น​เลย​ ปล่อยมัน​ไปเถอะ"

"น้ำมากปลาไม่ตาย" ไอ้พริ้งพูดแล้ว​ลุก​ไปคว้าปืนแก๊ปของมันออกมา​โดยเร็ว

"มึง​จะ​เอาอย่างนั้น​เลย​หรือ?" ตาปัญญาถามขึ้น​ "ดีเหมือนกัน กินเนื้อสดไม่หมดก็ใส่เค็มตากแดดพากลับ​ไปฝากคน​ที่บ้าน"

"อ้าว!" ผมท้วง "ก็​เมื่อกี้เห็นขัดคออยู่​หยก ๆ​ แล้ว​ทำไมถึงเปลี่ยนใจ"

"ลูกไอ้​พร้อม ​ใคร​จะห้ามมัน​ได้" พูดจบแกก็หัน​ไปทางไอ้พริ้ง "ไหนมึง​เอาปืนมาตรวจตราแก๊ปเกิ๊ปให้มันดีเสียก่อนซิ เกิดแก๊ปมันชื้นขึ้น​มาก็​จะชวด​ไปเสีย- - แล้ว​ก็เปลี่ยนกระสุนเสียใหม่เสียด้วย ยิงกวางหัวค่ำ ๆ​ ​ใช้ลูกโดดดีกว่า โดน​ที่ไม่สำคัญ​จะ​ได้ไม่​ต้องหอบสังขารออกตามหากันไกล ๆ​ "

​ได้ยินคำเตือนจากตาปัญญา ไอ้พริ้งพยักหน้า วางปืนพิงข้างฝาใกล้ ๆ​ ​กับ​ที่ตาปัญญานั่งพิงอยู่​ แล้ว​มันก็เดินกลับ​ไปคว้าเครื่องเคราบรรจุกระสุนในกระบอกไม้ไผ่อันเล็ก ๆ​ ​ซึ่งแขวน​เป็นพวงอยู่​ทีหัวนอนของมัน ตาปัญญาจึงคว้า​เอาปืนแก๊ปกระบอกนั้น​มาถอดสากเขี่ยหมอนใยมะพร้าวออกจากลำกล้อง เสร็จแล้ว​ยกพานท้ายปืนชูสูงขึ้น​ตะแคงลำกล้องเทเม็ดตะกั่วกลม ๆ​ ขนาดลูกมะเขือพวงกลิ้งหลุน ๆ​ ออกมากองอยู่​บนฝ่ามือแกสามสี่ลูก แล้ว​แกก็รวบส่งให้ไอ้พริ้ง​ที่ก้าวสวบ ๆ​ มายืนอยู่​ข้างแก​พอดี

"ไหนล่ะ- -กระสุนลูกโดด ​เอามาเลย​กู​จะบรรจุให้- -เร็ว ๆ​ หน่อย​เดี๋ยว​จะมืดเสียก่อน"

ตาปัญญาเงยหน้าขึ้น​เร่งเร้าให้ไอ้พริ้งรีบยื่นกระบอกใส่เครื่องบรรจุกระสุนส่ง​ไปให้แก ​เมื่อรับมาแล้ว​แกก็เร่งมือประจุกระสุนปืนแก๊ปกระบอกนั้น​อย่างรวดเร็วจนดูแทบไม่ทัน ราว​กับนักมายากล​กำลังแสดงกลเม็ดเด็ดพรายในวิชาชีพของ​เขาให้เราชม

"โอม-เพี้ยง!"

​เมื่อทุกอย่างเสร็จสรรพ ตาปัญญาออกมุกเรียกเสียงฮาด้วยการร่ายมนต์เป่าลงบนปืนแก๊ปกระบอกนั้น​เสียทีหนึ่ง​ แล้ว​ก็ยื่นส่งให้ไอ้พริ้ง​ที่​กำลังยืนยิ้มปากอ้ารออยู่​

ไอ้พริ้งรับปืนแก๊ปจากตาปัญญายกขึ้น​พาดบ่า​และหัน​ไปทางน้าด้วน

"​ไป-น้าด้วน ​ไปด้วยกัน"

ผมไม่พกนาฬิกา ​ทว่าขณะนั้น​ผมรู้สึกว่า​ลมหายใจเข้าออกของตนยังสม่ำเสมอดุจเข็มวินาที​ที่กระดิก​ได้จังหวะ​และลงตัว หาก​แต่​ความตื่นตระหนกด้วย​เป็นห่วงชีวิตกวางแม่ลูกอ่อนคู่นั้น​ กลับทำให้หัวใจ​ที่เคยเต้น​เป็นจังหวะกลับกลาย​เป็นเต้นรัว​และเร็วดุจ​พระ-เณรในวัด​กำลังรัวย่ำกลองเพลอยู่​บนหอสูงก็ไม่ปาน มัน​เป็นอุบัติการณ์ภายใน​ที่ปรากฏขึ้น​มาขัดกันเองอย่างนัวเนีย ​และตัดสินใจไม่ถูกว่าควรจำทำอย่างไรดี

ไอ้พริ้ง​เพื่อนของผมคนนี้นับ​เป็นคนดีคนหนึ่ง​ ไม่เกะกะระราน​ใคร การงานก็ขยันขันแข็งอย่างเกินวัย อีก​ทั้งน้ำจิตน้ำใจเอื้อเฟื้อเผื่อแผ่ญาติพี่น้อง​เพื่อนฝูงทั่วทุกคน เสียอย่างเดียว ​ที่ค่อนข้าง​จะดื้อดึงอย่างมหาวายร้าย ทุกสิ่งอย่าง​ถ้าไม่โดนเข้า​กับตัวไอ้พริ้ง​เป็นไม่ยอม สมัยเรียนหนังสือชั้นประถมด้วยกันมันก็มัก​จะถูกคุณครูทำโทษเกี่ยว​กับเรื่อง​นี้บ่อยครั้ง

โบราณว่าพรานโง่ชอบล่าไก่ผู้ หมายถึงการด้อมยิงไก่ป่าในตอนกลางวัน ​เมื่อ​ได้ยินไก่ป่าส่งเสียงขานขัน พรานก็​จะคว้าปืนหรือธนูหน้าไม้คอยด้อมเข้า​ไปหา​เพื่อให้ถึงยัง​ที่หากินของพวกมัน

‘ด้อม’ก็​คือแอบย่องเข้า​ไป​โดยไม่ให้สัตว์​ที่ออกล่า​ได้รู้ตัวหรือ​ได้ยินเสียง ขณะย่ำเท้าเดินก็​ต้องระวังไม่เหยียบกิ่งไม้ใบหญ้า​ที่หล่นอยู่​บนพื้นให้เกิดเสียงดัง​จะทำให้สัตว์เกิดอาการกระสาเสียง ​และ​ที่สำคัญ​ต้องไม่อยู่​เหนือกระแสลม ​เพราะ​จะทำให้สัตว์กระสากลิ่น

​เมื่อด้อมเข้า​ไปจนถึงบริเวณ​ที่มันขานขัน​พร้อม​กับคุ้ยเขี่ยหากินกันอยู่​อย่างเพลิดเพลิน ก็​จะ​ต้องแอบซุ่มรอจังหวะให้มันเดินเฉียดกรายเข้ามาใกล้เสียก่อน แล้ว​จึงค่อยเลือกยิง​เอา ​จะเลือกยิงตัวไหน- -นอกจาก​จะขึ้น​อยู่​​กับจังหวะ​และโอกาส บางครั้ง​ความโง่​และฉลาดของพรานก็อาจกลาย​เป็นสิ่งบงการ​ได้เหมือนกัน

ธรรมดาไก่ป่าหนึ่ง​ฝูง​จะมีไก่ตัวผู้​เป็นจ่าฝูงอยู่​เพียงตัวเดียว คอยขานขันแสดง​ความ​เป็นเจ้าของไก่ตัวเมียภายในฝูง ไม่ยอมให้ตัวผู้ตัวอื่นเข้ามากล้ำกราย ​แม้​เมื่อมีลูกไก่ตัวผู้ฟักออกจากไข่ออกอยู่​ร่วมฝูงจนโต​เป็นไก่รุ่น ก็จำ​ต้องแยกจากฝูง​ไปขานขันหาคู่ผสมพันธ์ก่อกำเนิดวงศ์วาน​เป็นจ่าฝูงฝูงใหม่ต่อ​ไป ​พร้อม​กับแบ่งปันเขตแดนหากินแบ่งแยกกันอยู่​สัด​ส่วน พรานโง่​เมื่อเลือก​ที่​จะยิง​เอาไก่ตัวผู้เสียก่อน ไก่ตัวเมียในฝูงก็ไม่อาจส่งเสียงขานขันบอกตำแหน่ง​ที่อยู่​ของพวกมันให้แก่​เขา​ได้อีก ​เขาจึงจำ​ต้องเสาะหาไก่ฝูงอื่น​เพื่อการล่าต่อ​ไปเรื่อย ตรงข้าม​ถ้าหากวันนี้​เขายิงไก่ตัวเมียเสียก่อน รุ่งขึ้น​อีกวันไก่ตัวผู้​ซึ่ง​เป็นจ่าฝูงยังมีชีวิตอยู่​ก็ย่อมส่งเสียงเจื้อยแจ้วบอกทิศทาง​ที่อยู่​อาศัยของมันแก่​เขา​เพื่อการออก​ไปด้อมหาอีก​ได้

หาก​แต่กวางตัวเมีย​กับลูกน้อยวัยอ่อนมิ​ได้​เป็นเช่นนั้น​ กวางตัวผู้ไม่อาจส่งเสียงขานขันให้พราน​ได้ยิน พราน​จะ​ต้องสะกดรอยเสาะหา ครั้นพบเจอฝูงของมัน พรานก็​จะ​ต้องหลีกเลี่ยงการสังหารแม่ลูกอ่อน ​แต่​ถ้าหากเกิดการพลาดพลั้ง​ไปยิงโดนตัวแม่ของมันเข้า ก็จำ​ที่​จะ​ต้องสังหารลูกน้อยของมันเสียด้วย ​เพื่อช่วยสงเคราะห์ให้ลูกน้อยของมันพ้นทุกข์ทรมานจากการหิวโหยน้ำนมของแม่ หรืออาจถูกโดดเดี่ยวโดนฝูงทอดทิ้งตก​เป็นเหยื่อสัตว์นักล่าจน​ต้องจบชีวิตลงใน​ที่สุด

​ซึ่งว่ากันว่าร้อย​ทั้งร้อย​เมื่อตัวแม่​ต้องรับเคราะห์กรรมตายจาก​ไป ลูกน้อยของมันก็​จะไม่มีวัน​ที่​จะมีชีวิตรอดอย่างเด็ดขาด

เปรี้ยง!

เสียงปืนแก๊ปลั่นก้องป่าขึ้น​ครั้งหนึ่ง​ ผมใจหายวาบ พี่สงัด​กับไอ้ชนส่งเสียงเอะอะอยู่​ในลำธาร​เพราะไม่รู้สาเหตุ ตาปัญญานั่งพิงฝาเคี้ยวใบกระท่อม​และดูดยาใบจากนิ่งเฉย ไม่สะทกสะท้าน

"เราตาม​ไปดูกันดีกว่า" ผมเอ่ยชวนตาปัญญา ​พร้อม​กับลุ้นอยู่​ในใจ ขอให้กระสุนปืนนัดนั้น​จงแคล้วคลาดด้วยเถิด

"​ไปให้เหนื่อยทำไม ป่านนี้กวางแม่ลูกคู่นั้น​คงพากันเตลิดหนี​ไปไกลลิบเสียแล้ว​"

"ไอ้พริ้งก็มือแม่นเหมือนกันนะตา!!" ผมว่า

"ต่อให้แม่นยังไงก็หมดสิทธิ์ล้มกวางตัวนั้น​"

"ตารู้​ได้ไง?"

"ก็ตาเผยอหมอนอัดดินปืน​เอาไว้ ทำให้พลังขับดันของแก๊สจากการระเบิดของดินปืนอ่อน​กำลัง ปืนแก๊ปกระบอกนั้น​ก็​ต้องสิ้นฤทธิ์​ไป ลูกกระสุน​จะหล่นกราวลงปลายปากกระบอกนั่นแหละ​ หรือ​ถ้าหลุดออก​ไปก็ไม่เกินสามวา ถึง​แม้​จะด้อมเข้า​ไปยิงระยะใกล้อย่างไรก็ไม่อาจระคายผิว ยิ่งอยู่​ไกลยิ่งไม่​ต้องพูดถึง อย่างมากก็เพียงช่วยสะกิดแผลคันของมันเท่านั้น​ ฮา ฮา"

"ตา​เอา​ความคิดนี้มาจากไหน?" ผมถามออกมาอย่างชอบใจ​และพอใจใน​ความคิดนั้น​

"เรื่อง​สั้นของอาจารย์คึกฤทธิ์ ปราโมช ยังไงล่ะ ชื่อ 'ลองของ' น่ะ มีโอกาสก็อย่าลืม​ไปเสาะหามาอ่านซะ ท่านผูกเรื่อง​ราว​ได้แนบเนียนน่าอ่าน "

"ครับ​ตา"

ผมพยักหน้า​และจดจำชื่อเรื่อง​สั้นเรื่อง​นั้น​ไว้ เปิดเทอม​เมื่อไหร่ผม​จะ​ต้องเข้า​ไปค้นหาในห้องสมุดของโรงเรียนหยิบมาอ่านให้​ได้...​

ผมสัญญา​กับตัวเอง

...​...​...​...​...​...​...​...​...​...​...​...​...​...​..

 

F a c t   C a r d
Article ID S-3262 Article's Rate 78 votes
ชื่อเรื่อง เหมืองป่า --Series
ชื่อตอน ตาปัญญาเล่นกล --อ่านตอนอื่นที่ตีพิมพ์แล้ว คลิก!
ผู้แต่ง พลอยพนม
ตีพิมพ์เมื่อ ๑๖ ตุลาคม ๒๕๕๓
ตีพิมพ์ในคอลัมน์ เรื่องยาว ซีรีส์
จำนวนผู้เปิดอ่าน ๘๒๙ ครั้ง
จำนวนความเห็น ๗ ความเห็น
จำนวนดอกไม้รวม ๓๓๓
| | | |
เชิญโหวตให้เรตติ้งดอกไม้แก่ข้อเขียนนี้  
R e a d e r ' s   C o m m e n t
ความเห็นที่ ๑ : ลุงปิง นกกะปูด [C-17517 ], [58.10.234.108]
เมื่อวันที่ : ๑๔ ก.ย. ๒๕๕๓, ๒๑.๑๐ น.

เพียงแค่​​ได้อ่านประโยคแรก "...​​ลมเย็นห่มป่าตอนกลางวันช่วยขับไล่​​ความอบอ้าว...​​" ​​และ เคล็ดของพรานป่าในการล่าสัตว์ป่า..ก็เกินคุ้มแล้ว​​ แถมยังมีมุกบรรจุกระสุนปืนแก๊ปด้วย​​ความเมตตาของตาปัญญาอีก...​​

​​เอาดอกไม้มาฝากด้วย​​ความยินดีครับ​​!
​​พร้อมด้วยน้ำมันสำหรับชาวเหมืองอีก 1 แกลลอน!

แจ้งลบข้อความ


ความเห็นที่ ๒ : Rotjana Geneva [C-17521 ], [193.134.193.5]
เมื่อวันที่ : ๑๔ ก.ย. ๒๕๕๓, ๒๒.๑๙ น.

เห็นด้วย​​กับลุงปิงอย่างยิ่งเลย​​ค่ะ​​ แค่​​ได้อ่านประโยคแรก ก็เหมือน​​ได้ชิมอาหารรสโอชะ ถ้อยคำอันผูกร้อยอย่างไพเราะ​​แต่เรียบง่าย

รจนาชอบอีกประโยคหนึ่ง​​ "​​​ความตื้นลึกหนาบางหรือการขบคิด​​​เพื่อ​​​ความรอบรู้จากการฟังคง​​​จะยังไม่ปรากฏในก้อนสมอง ​​​แต่ถึงอย่างไรก็พอ​​​ที่​​​จะจดจำบรรยากาศเหล่านั้น​​​​​​ได้ ราว​​​กับสิ่งเหล่านั้น​​​เพิ่งเกิดขึ้น​​​​​​และผ่าน​​​ไป​​​เมื่อวานนี้เอง" ชอบตรง​​ที่อ่านแล้ว​​อดสงสัยไม่​​ได้ว่า คุณนามฯช่างมี​​ความทรงจำ​​ที่ยอดเยี่ยม ​​สามารถจดจำเรื่อง​​ราวในอดีต​​และนำมาเล่า​​ได้เหมือนเพิ่งเกิดขึ้น​​ รสชาติของเนื้อเรื่อง​​ใหม่สด เหมือนอาหาร​​ที่เพิ่งปรุงเสร็จกลิ่นหอมฉุย

​​และการนำมาเล่าใน​​ที่นี้ ก็เปรียบเสมือน​​ได้เพิ่ม "​​ความตื้นลึกหนาบาง" ให้​​กับเหตุการณ์ต่าง ๆ​​ ​​กับผู้อ่านอย่างครบทุกรสชาติ

ขอบคุณจริง ๆ​​ ค่ะ​​ สำหรับเรื่อง​​ดี ๆ​​ แบบนี้ หาอ่านยากจริง ๆ​​



แจ้งลบข้อความ


ความเห็นที่ ๓ : นาม อิสรา [C-17522 ], [110.49.193.208]
เมื่อวันที่ : ๑๕ ก.ย. ๒๕๕๓, ๐๖.๕๔ น.

ก่อนอื่นก็​​ต้องขอขอบคุณมิตรสหาย​​ทั้งสองท่าน​​เป็นอย่างยิ่ง ​​ที่คอยติดตามให้​​กำลังใจแก่ผมเสมอมา ​​ส่วน​​ที่​​จะเลี่ยง​​ความขอบคุณไม่​​ได้เลย​​ ก็เห็น​​จะ​​เป็นสนามฝึกซ้อม​​และสำแดงฝีไม้ลายมือในห้องเรื่อง​​​​แต่งของเว็บฯนกน้อยนี่แหละ​​ครับ​​ ​​ที่เปิดโอกาสให้ผม​​ได้นำประสบการณ์ในอดีตมาผูกร้อย​​เป็นเรื่อง​​ราวแล้ว​​เผยแพร่ผ่านทางสื่ออิเล็กทรอนิคส์ของ​​ที่นี่​​ได้ตามสะดวก​​

อีก​​ทั้งขอขอบคุณมายังมิตรรักนักอ่านทุกท่าน​​ที่เข้ามาเปิดอ่าน ​​แม้ไม่​​ได้คอมเมนท์​​แต่​​เมื่อเห็นจำนวนตัวเลขผู้ชมในช่องสถิติ ผมก็ภูมิใจแล้ว​​

คุณพิล คุณอิติ ลุงเปี๊ยก คุณพี่กัลปจนา(นกแร้ง) คุณวดี คุณวิทย์ฯ ฯลฯ ​​และ​​เพื่อนสมาชิกท่านอื่น​​ที่ไม่​​ได้เอ่ยนาม ท่าทาง​​จะยังไม่มีเวลา ​​เพราะทุกคนล้วนมีภาระ ​​ซึ่งผมคิดว่า ​​ถ้าหากพวก​​เขาเจียดเวลา​​ได้​​เมื่อไหร่ก็คงมาเยือนนิยายบทใหม่ของผมอย่างแน่นอน

จึงขอขอบคุณล่วงหน้าไว้ ณ ​​ที่นี้ด้วย-ครับ​​ผม

แจ้งลบข้อความ


ความเห็นที่ ๔ : นาม อิสรา [C-17523 ], [110.49.193.14]
เมื่อวันที่ : ๑๕ ก.ย. ๒๕๕๓, ๐๗.๑๓ น.

พิเศษสำหรับคุณอิติ : โปรดช่วยพิสูจน์อักษรเหมือนเดิม ผู้เขียนนั้น​​​​แม้ตรวจตราละเอียดละอออย่างไรก็มัก​​จะหนีไม่พ้น​​ที่​​จะเล็ดลอดสายตา​​ไป​​ได้เสมอ

ขอขอบคุณล่วงหน้าอีกครั้งครับ​​

แจ้งลบข้อความ


ความเห็นที่ ๕ : อิติฯ [C-17524 ], [125.24.91.246]
เมื่อวันที่ : ๑๕ ก.ย. ๒๕๕๓, ๐๙.๑๓ น.

สม​​กับ​​ที่รอคอยครับ​​พี่สำหรับเหมืองป่าอันทรงคุณค่า
ยังคงละมุนละมัยพิถีพิถันทุกถ้อยประโยค

ครั้นงานเลี้ยงเลิกราตอนชิงพลบ บรรยากาศรอบด้านดูวังเวงด้วยเสียงจักจั่นลองไน ​​​และนกป่าเริงร้องคลอคู่บินกลับรัง

หาก​​​แต่​​​ความตื่นตระหนกด้วย​​​เป็นห่วงชีวิตกวางแม่ลูกอ่อนคู่นั้น​​​ กลับทำให้หัวใจ​​​ที่เคยเต้น​​​เป็นจังหวะกลับกลาย​​​เป็นเต้นรัว​​​และเร็วดุจ​ ​​พระ-เณรในวัด​​​กำลังรัวย่ำกลองเพลอยู่​​​บนหอสูงก็ไม่ปาน

ขณะย่ำเท้าเดินก็​​​ต้องระวังไม่เหยียบกิ่งไม้ใบหญ้า​​​ที่หล่นอยู่​​​ บนพื้นให้เกิดเสียงดัง​​​จะทำให้สัตว์เกิดอาการกระสาเสียง ​​​และ​​​ที่สำคัญ​​​ต้องไม่อยู่​​​เหนือกระแสลม ​​​เพราะ​​​จะทำให้สัตว์กระสากลิ่น

ผมชอบครับ​​​​กับประโยคแบบนี้
​​ส่วนคำผิด..​​กับคำๆ​​นี้ ​​ซึ่งถกเถียงกันมานานว่า​​ต้อง​​ใช้ หรือ

คำว่า ใหล ​​ที่​​ใช้ไม้ม้วน ไม่​​ใช้ลำพัง ​​ต้อง​​ใช้ซ้อน​​กับคำอื่น ​​ได้แก่ ​​ใช้ซ้อน​​กับคำว่า หลง ​​เป็น หลงใหล ​​และซ้อน​​กับคำว่า หลับ ​​เป็น หลับใหล คำว่า ใหล ​​ที่​​ใช้ไม้ม้วนนี้น่า​​จะหมายถึงละเมอหรือพูดในเวลาเผลอ

เอ...​​หรือว่าการหลับยาว​​โดยไม่มีการละเมอ
แบบว่าหลับเงียบยาว​​ไปเลย​​ยันเช้า​​เนี่ย..​​ต้อง​​เป็นการคำว่า ไหล ยาว​​ไปเลย​​

สำหรับคำๆ​​นี้...​​ผมว่า​​ใช้​​ได้ตามสะดวก​​​​และเจตนาของผู้เขียน

เล็กๆ​​น้อยๆ​​ครับ​​พี่..ขอบคุณ​​กับเรื่อง​​ดีๆ​​​​ที่นำมาแบ่งปัน

ด้วย​​ความนับถือ
อิติฯ

แจ้งลบข้อความ


ความเห็นที่ ๖ : wadee [C-17532 ], [125.25.187.249]
เมื่อวันที่ : ๑๖ ก.ย. ๒๕๕๓, ๑๒.๑๘ น.

อ่านสนุก​​และ​​ได้​​ความรู้​​ไป​​พร้อมๆ​​กันด้วยค่ะ​​ สำนวนก็ละเมียดละไม ขอบคุณ​​ที่สร้างสรรค์งานดีดีมาให้อ่านกันค่ะ​​

แจ้งลบข้อความ


ความเห็นที่ ๗ : หนุ่มเซร็น [C-18852 ], [125.27.98.171]
เมื่อวันที่ : ๑๔ ต.ค. ๒๕๕๕, ๐๙.๕๓ น.

น้าด้วนโผล่มา​​ได้ไงครับ​​ผมงง หรือว่ามา​​กับน้าคล่อง ​​แต่เรื่อง​​ราวอ่านแล้ว​​สนุก​​ได้​​ความรู้ทำให้คิดถึงสมัยยังเด็ก ขอบคุณครับ​​

แจ้งลบข้อความ


สั่งให้ระบบส่งเมลแจ้งการเพิ่มเติมความเห็น
 ศาลานกน้อย พร้อมบริการเสมอ และยินดีรับฟังข้อเสนอแนะจากทุกท่าน  ติดต่อเว็บมาสเตอร์ได้ทางคอลัมน์ คุยกับลุงเปี๊ยก หรือทางอีเมลได้ที่ uncle-piak@noknoi.com  พัฒนาระบบ : ธีรพงษ์ สุทธิวราภิรักษ์  โลโกนกน้อย : สุชา สนิทวงศ์  ภาพดอกไม้ในนกแชท : ณัฐพร บุญประภา  ลิขสิทธิ์งานเขียนในนิตยสารรายสะดวก เป็นของผู้เขียนเรื่องนั้น  ข้อความที่โพสบนเว็บไซต์แห่งนี้ เป็นความคิดเห็นส่วนตัวของผู้โพสทั้งสิ้น