นิตยสารรายสะดวก  Fiction  ๑๒ มกราคม ๒๕๕๕
เวลาที่หายไป #12
ดอยสะเก็ด
...เคนเดินเรื่อยๆ​​ไปตามเส้นทางเล็กๆ​ สองข้างทาง​เป็นทุ่งดอกหญ้าหลากสี บางช่วงก็มีต้นไม้ใหญ่น้อยขึ้น​​เป็นดง เสียงนกร้องจุ๊กจิ๊กบินร่อน​ไปมาตามคาคบที...

ตอน : ตอนที่ 12 - ดอกไม้ vs คุ้กกี้

เคนเดินเรื่อยๆ​​ไปตามเส้นทางเล็กๆ​ สองข้างทาง​เป็นทุ่งดอกหญ้าหลากสี บางช่วงก็มีต้นไม้ใหญ่น้อยขึ้น​​เป็นดง เสียงนกร้องจุ๊กจิ๊กบินร่อน​ไปมาตามคาคบ​ที่มีเอื้องป่าช่องามๆ​หลากสีหลายพันธ์ ​แต่​ส่วนใหญ่​จะเกาะอยู่​ใน​ที่สูง ชายหนุ่มเดินมาเรื่อยๆ​ตามสบาย บางครั้งก็หยุดเดิน แหงนมองดอกเอื้องเหล่านั้น​ ​เขาไม่รู้จักชื่อของมัน​แต่ก็รับรู้​ได้ถึง​ความสวยสดงดงาม เคนกวาดตามอง​ไปเรื่อยๆ​แล้ว​ก็เห็นกร​ซึ่ง​กำลังกระเย้อกระแหย่ง​ใช้ไม้ท่อนยาวในมือ พยายาม​ที่​จะทำอะไร​สักอย่าง​กับไม้ใหญ่ต้นหนึ่ง​ เคนเดินเข้า​ไปข้างหลังเด็กชาย ถามว่า

"ทำอะไร​น่ะ คุณกร? "
กรสะดุ้งหันหน้ามามอง ​เมื่อเห็นว่า​เป็นเคน​เขาก็ยิ้มร่า ลดไม้ในมือลง
" โอ๊ย เคน ดีใจจัง​ที่พบคุณ ​เมื่อกี้ผม​ไปหาคุณ​ที่บ้านตาเป็ง​แต่คุณไม่อยู่​ ผมก็เลย​ออกมาเดินเล่นคนเดียว "
"มีธุระอะไร​​กับผมหรือ ? "
" ธุระน่ะไม่มีหรอก ​แต่เห็นว่าวันนี้​เป็นวันหยุดของคุก็เลย​ว่า​จะชวนคุณ​ไปหาอะไร​สนุกๆ​ทำกัน " เห็นสายตาของเคน​ที่​กำลังมองไม้​ที่ยังอยู่​ในมือ​เขา กรก็รีบอธิบายว่า " ผม​กำลัง​จะเก็บเอื้องป่าช่อนั้น​​ไปฝากคุณหนู "

เด็กชายแหงนหน้า ชี้มือ​ไป​ที่เอื้องช่อยาวดอกดกสีเหลืองอร่าม​ที่ชูช่ออยู่​บนคาคบของต้นไม้ใหญ่ต้นหนึ่ง​ "เธอชอบดอกเอื้องสีเหลือง "
ชายหนุ่มแหงนหน้ามองตามมือของเด็กชาย​ไป เอื้องป่าช่อนั้น​ขึ้น​อยู่​สูงเหนือศรีษะ​เขาขึ้น​​ไปหลายเมตร แล้ว​ถามอย่างสงสัยว่า "คุณ​จะ​ใช้ไม้นั่นทำอะไร​"
เด็กชายทำหน้าเบื่อหน่าย ค่อนว่า " เฮ่อ ไม่มีตาหรือ ก็เรา​กำลัง​จะสอยมันไง "
เดนหัวเราะขำเด็กชาย " ​ถ้าคุณ​ใช้ไม้สอย ดอกไม้นั่นก็คงชอกช้ำเสียจน​ต้องโยนทิ้ง​ไป "
"อ้าว แล้ว​​จะให้ทำยังไงล่ะ ? หรือคุณ​จะให้ผมปีนขึ้น​​ไปเก็บ" กรแหงนมองเอื้องช่อนั้น​อย่างเสียดาย " ผมลองปีนดูแล้ว​ละ ​แต่ไม่ไหว มันอยู่​สูงเกิน​ไป "

พอนึกอะไร​ขึ้น​มา​ได้เด็กชายก็หันมามองเคน " ​เอางี้ คุณช่วยปีนขึ้น​​ไปเก็บหน่อย​​ได้ไหมล่ะ ตัวคุณสูง ขาคุณก็ยาว ปีนขึ้น​​ไปหน่อย​เดียวก็เอื้อมมือเด็ด​ได้แล้ว​ละ นะ.นะ เคน ช่วยหน่อย​นะ ผม​จะ​เอา​ไปฝากคุณหนู เธอ​จะ​ได้อารมณ์ดี "
" คุณ​ไปทำเรื่อง​ให้คุณหนูอารมณ์เสียอีกหรือไง ? "
กรทำหน้าบูด " เปล่าเลย​ ถึงเราไม่ทำอะไร​ให้เธอก็​พร้อม​จะอารมณ์เสียอยู่​แล้ว​ เคนก็รู้นี่นาว่าเธอขี้โมโห " ​เมื่อเห็นว่าเรื่อง​ชัก​จะหันเหออก​ไปจากการเก็บดอกไม้ กรก็วกกลับเข้าเรื่อง​เดิม "คุณช่วยเก็บให้หน่อย​นะ แล้ว​ให้ผมบอกคุณหนูก็​ได้ว่าคุณเก็บมาฝากเธอ " ​เขาพยายามหว่านล้อม
"ไม่​ต้องหรอก ผมไม่​ได้คิด​จะเก็บดอกไม้​ไปฝาก​ใคร "

ชายหนุ่มแหงนมองเอื้องช่อดังกล่าว สลับ​กับสำรวจไม้ต้นนั้น​ว่า​จะมีกิ่ง ก้าน แง่ง ปุ่ม หรือคาคบ​ที่​จะช่วยให้ปีนป่ายขึ้น​​ไป​ได้ แล้ว​​เขาก็ไต่ขึ้น​​ไป​โดย​ใช้มือข้างหนึ่ง​โอบลำต้น อีกมือหนึ่ง​จับยึดปุ่มปมบนลำต้นใหญ่โตของมัน​เอาไว้ ขณะ​ที่เท้าก็ควานหา​ที่ยึดเหยียบแล้ว​โหนตัวตามขึ้น​​ไป เช่นนี้เรื่อยๆ​จนขึ้น​​ไปถึงคาคบตรง​ที่เอื้องป่าช่อนั้น​แกว่งไกวน้อยๆ​ตามสายลม​ที่พัดผ่าน ​เมื่อถึงแล้ว​เคนก็ปล่อยมือข้างหนึ่ง​ออกจากกิ่งไม้​ที่อยู่​ใกล้ช่อเอื้อง ล้วงลง​ไปในกระเป๋ากางเกงหยิบมีดพกเล็กๆ​มาง้างออก บรรจงตัดก้านของมันจนเกือบขาด ​ใช้ปากคาบมีดพกนั้น​ไว้ ในขณะ​ที่​ใช้มือ​ที่ว่างลงแล้ว​ดึงนิดเดียว ก้านดอกเอื้อง​ที่ห้อยร่องแร่งอยู่​ก็หลุดติดมือ​เขาออกมา

กร​ซึ่งเฝ้ามองอยู่​ข้างล่างอย่างใจหายใจคว่ำ​เพราะกลัวชายหนุ่ม​จะพลัดตกลงมา ตบมือลั่นอย่างดีใจ "โยนลงมาเลย​ เคน โยนมาให้เรา "
" คุณรับ​ได้แน่นะ ผมกลัวว่ามัน​จะตกดินจนช้ำเสียก่อนน่ะนา " เคนตะโกนกลับลงมา
" โยนมาเถิดน่า มือชั้นนี้แล้ว​ไม่มีทางพลาดหรอก "

เคนกะระยะทางก่อน​จะโยนเอื้องช่อนั้น​ลงมาตรงตัวเด็กชาย ​ที่ยืนชูแขน​ทั้งสองข้างเตรียม​พร้อมอยู่​ กรคว้ารับไว้​ได้อย่างนิ่มนวลแล้ว​หัวเราะร่าอย่างดีใจ ​เมื่อชายหนุ่มลงมาถึงพื้นดินเรียบร้อย​แล้ว​กรก็ชี้ให้​เขาดู​ความงดงามของเอื้องป่าช่อนั้น​ ​เมื่อดูใกล้ๆ​ดอกสีเหลืองทองของมันยิ่งดูสวยงาม กลีบดอก​ทั้งหนา​และใหญ่ กะเปาะดอก​เป็นสีแสดอ่อนๆ​ ช่อ​ที่ยาวของมันเต็ม​ไปด้วยดอก​ที่มีขนาดใกล้เคียงกันเรียง​เป็นระเบียบอย่างสวยงาม

" คุณรู้ชื่อมันไหม? " เคนถามเรื่อยๆ​ไม่​ได้นึกสนใจ​เป็นพิเศษ ​เขาแค่เห็นว่ามันสวยดีเท่านั้น​เอง
" ไม่รู้หรอก" กรตอบ "​แต่คุณหนูคงรู้ เธอชอบศึกษาเรื่อง​ต้นไม้ดอกไม้ "
เคนนึกขึ้น​มา​ได้จึงถามว่า " ​แต่คุณหนูไม่ชอบให้​ใครเด็ดดอกไม้จากต้นไม่ใช่หรือ ? เธอว่ามัน​เป็นการทำลาย​ความงามของธรรมชาติ ​ถ้าคุณ​เอาเอื้องช่อนี้​ไปให้เธอก็อาจ​จะถูกดุอีก จริงไหม? "
กรนิ่งคิดสักครู่ก็นึกออก " เราก็อย่าบอกว่าเก็บจากเวียงพุกามสิ บอกว่าเก็บจากป่าข้างนอกโน่นก็​ได้นี่ "
ชายหนุ่มมองหน้าเด็กชายอย่างขำๆ​แล้ว​ก็ส่ายหน้า "ตามใจคุณก็แล้ว​กัน ผม​ไปละมีอะไร​​ต้องทำนิดหน่อย​ "

หลังจากแยก​กับเคน กรก็มุ่งหน้ากลับบ้านแล้ว​เ​ที่ยวตามหาทิพย์สุรางค์ ​เมื่อไม่เห็นเธออยู่​ข้างล่าง​เขาก็ขึ้น​บันได​ไปชั้นบนตรง​ไป​ที่ห้องชุดของเธอ เคาะประตูห้องสองครั้งตามกฏ​ที่เธอตั้งไว้ ​เมื่อ​ได้ยินเสียงอนุญาตจึงเดินเข้า​ไป

ทิพย์สุรางค์นั่งเขียนอะไร​อยู่​​ที่โต๊ะเขียนหนังสือในห้องทำงาน พอเห็นเอื้องช่อยาวในมือ ​ที่ประคับประคองมาอย่างทะนุถนอมของเด็กชาย เธอก็ขมวดคิ้ว " นั่นอะไร​ ​ไปเก็บดอกไม้มาอีกแล้ว​หรือ บอกหลายครั้งแล้ว​ใช่ไหมว่าดอกไม้ทุกดอกในเวียงพุกามนี่ ห้ามเก็บเด็ดขาด "
เสียงเขียวๆ​ของคุณหนูทำให้กรหน้าจ๋อย ​เขาอึกอักออกมาว่า " ผมไม่​ได้​เป็นคนเก็บมาหรอกฮะ เรา..​คือผม​กับเคนออก​ไปเดินเล่น​ที่ป่าใกล้ๆ​บ้านนี่ แล้ว​ก็เห็นเอื้องป่าช่อนี้ เคน​เขาว่าเอื้องช่อนี้สวยดีเหมาะ​กับคุณหนู ​เขาก็เลย​ปีนขึ้น​​ไปเก็บแล้ว​ฝากผมมาให้คุณหนู "

​เขาไม่​ได้โกหกสักหน่อย​ ก็เคนไม่ใช่หรือ​ที่​เป็นคนปีนขึ้น​​ไปตัดมันลงมาน่ะ ถึงเคน​จะทำ​เพราะ​เขาขอให้ทำก็เถิด แล้ว​​ที่​เขาบอกว่าเคนฝากมาให้​แม้​จะไม่​เป็น​ความจริง ​แต่​เขาก็บอกเคนไว้ล่วงหน้าแล้ว​นี่ว่า​จะบอกว่า​เขาฝากมาให้คุณหนู ถึงชายหนุ่ม​จะบอกว่าไม่​ต้องก็ตามที กรคิดว่า​เขา​ต้องพูดแบบนี้ ไม่งั้นคุณหนูก็​จะ​ต้องหาเรื่อง​มาบิดหูหรือหยิกแขน​เขาอีก บางตอน​ที่​เขาบิดเบือน​ไปบ้างก็คงไม่​เป็นไร ถึง​จะบาปบ้างก็​เป็นบาปเล็กๆ​​เพื่อ​ความอยู่​รอดปลอดภัยจากมือคุณหนู ​พระท่านคงยกโทษให้หรอกน่า กรหาข้ออ้าง​และปลอบใจตัวเอง​ไป​พร้อมๆ​กัน

​แต่กรคาดผิด ทันที​ที่​ได้ยินว่าเอื้องป่าช่อนั้น​​เป็นของฝากจากชายหนุ่มคนนั้น​ ทิพย์สุรางค์ก็ส่งเสียงแหวออกมาว่า " อะไร​นะ นายเคนนั่นนึกยังไงถึงมาฝากดอกไม้ให้ฉัน ฉันไม่ใช่ศรีวรรณหรือคำหล้านะ "

เธอหมายถึงนางสาว​ใช้รุ่นๆ​สองคน​ที่ประจำอยู่​บนตึก ​ที่เธอเคยเห็นชอบหาเรื่อง​​ไปพูดคุย​กับเคนอยู่​บ่อยๆ​

กรอ้าปากค้าง​เมื่อทิพย์สุรางค์ลุกจากเก้าอี้เดินเข้ามากระชากเอื้องช่อนั้น​จากมือ​เขา โยนมันลง​ไปบนพื้นห้อง แล้ว​สั่งด้วยเสียง​ที่เฉียบขาดว่า "บอก​เขาว่าต่อ​ไปอย่าบังอาจมาทำอะไร​บ้าๆ​แบบนี้อีก "

เด็กชายตะลึงมองเอื้องช่องาม​ที่ตอนนี้ดอกบางดอกของมันหลุดออกจากขั้วตกอยู่​ใกล้ปลายเท้า​เขา ไม่เข้าใจว่าทำไมคุณหนู​ต้องโกรธขนาดนั้น​ แล้ว​​ที่ว่าเคนบังอาจอีกล่ะ ให้ดอกไม้แค่นี้ก็​เป็นการบังอาจแล้ว​หรือ? ยิ่งคิด​เขาก็ยิ่งรู้สึกโกรธ​และแค้นใจ​กับการกระทำของเธอ​ที่​เขาเห็นว่าเกินกว่าเหตุจนกล้าพูดออกมาว่า

" คุณหนูไม่ยอมคิดถึงน้ำใจของคนอื่นบ้างเลย​ เคน​เขาอุตส่าห์ปีนขึ้น​​ไปเสียสูงลิบจนเกือบ​จะตกลงมา ​เขาเก็บเอื้องช่อนี้มาฝากคุณหนู​เพื่อตอบแทนบุญคุณ​ที่อนุญาตให้​เขาอาศัยอยู่​​ที่นี่ แล้ว​อยู่​ๆ​คุณหนูก็โยนมันทิ้งเสียเฉยๆ​ซะยังงั้น " ว่าแล้ว​เด็กชายก็คุกเข่าลงบนพื้นห้องหยิบเอื้องช่อนั้น​ขึ้น​มาแล้ว​ตามเก็บดอก​ที่ร่วงอยู่​บนพื้นขึ้น​มาด้วย

หญิงสาว​ซึ่งนั่งอึ้งอยู่​​กับคำพูด​ที่พูดด้วยเสียงราบเรียบผิดกว่าเคยของกร ถามว่า " นั่นแก​จะทำอะไร​ ? " เสียงของเธออ่อนลงเล็กน้อย
กรลุกขึ้น​ยืน ตอบ​โดยไม่มองหน้าเธอว่า "ผม​จะ​เอา​ไปทิ้งข้างล่าง "
ทิพย์สุรางค์ขมวดคิ้ว นิ่ง​ไปครู่หนึ่ง​ " ไม่​ต้องถือเร่อร่า​ไปถึงข้างล่างหรอก ทิ้งในถังขยะใบโน้นแหละ​ "

เธอชี้มือ​ไป​ที่ถังใส่เศษกระดาษเล็กๆ​น้อยๆ​ ​ที่ตั้งอยู่​ใกล้โต๊ะทำงาน กรทำตามแล้ว​เดินคอตกหลังค่อมราว​กับคนแก่ ออกจากห้อง​ไปอย่างเงียบๆ​ ​เมื่อกร​ไปแล้ว​ทิพย์สุรางค์นั่งคิดอะไร​อยู่​ครู่หนึ่ง​ก่อน​ที่​จะเดิน​ไป​ที่ถังขยะ หยิบเอื้องเหลืองทองช่อนั้น​ขึ้น​มาพิจารณาอย่างใจลอย ถือมันเข้า​ไปวางไว้บนเคาเตอร์หน้ากระจกเงาในห้องน้ำ หลังจากนั้น​เธอค้น​ได้แจกันแก้วเจียรนัยสีม่วงอ่อน ไขน้ำจากก๊อกในอ่างล้างหน้าลง​ไป นำเอื้องช่อนั้น​ปัก​เอาไว้ ถือแจกันใบสวย​ที่มีเอื้องช่องาม​ที่ควร​จะงามกว่านี้ ​ถ้าเธอไม่หุนหันพลันแล่นขว้างปาจนบางดอกเสียหายขาดหลุด​ไป ติดมือออก​ไป​ที่ห้องนั่งเล่น แล้ว​นั่งลงบนเก้าอี้นวมบุด้วยผ้าไหมสีสด

ตาของทิพย์สุรางค์จับอยู่​​ที่ช่อดอกเอื้อง กรบอกว่าชายหนุ่มผู้นั้น​อุตส่าห์ป่ายปีนขึ้น​​ไปบนต้นไม้​ที่สูงลิบ​เพื่อ​จะนำมันมาฝากเธอ ทำไม​เขา​ต้องทำอย่างนั้น​ ? ​เขาคิดอย่างไร​กับเธอ ? หรือ​เขาแค่อยากตอบแทนบุญคุณเธออย่าง​ที่กรพูด​เมื่อครู่นี้ ​แต่เธอก็รู้นี่นาว่าการ​ที่ผู้ชายให้ดอกไม้ผู้หญิง ไม่ว่าคนชาติไหนก็รู้ดีว่ามันมีนัยสำคัญบางอย่าง แล้ว​เธอก็ขมวดคิ้วคู่งามเข้าหากัน หรือว่า​เขาก็เหมือนผู้ชายทั่วๆ​​ไป ​ที่​เมื่อเจอผู้หญิง​ที่หน้าตาดีหน่อย​ก็อดทำเจ้าชู้คอยกะลิ้มกะเหลี่ยไม่​ได้ พอคิดอย่างนี้ทิพย์สุรางค์ก็รู้สึกโกรธขึ้น​มาอีกด้วย​ความถือตัว งั้น​ที่เธอฝากกร​ไปบอก​เขาว่าต่อ​ไปอย่าบังอาจก็สมควรแล้ว​สิ ​เขา​เป็น​ใครแล้ว​เธอล่ะ​เป็น​ใคร ? เธอทะนงตัวอยู่​เสมอว่า​เป็นเหมือนดอกฟ้า​ที่อยู่​เหนือหญิงธรรมดาสามัญอีกมากมาย​หลายคน ในขณะ​ที่ชายหนุ่มผู้นั้น​​เป็นเพียงชายนิรนามไร้ญาติขาดมิตร ​ที่ซัดเซพเนจรมาพึ่งเวียงพุกามของเธอ

พอคิดเช่นนั้น​ หญิงสาวก็แทบ​จะโยนเจ้าเอื้องเคราะห์ร้ายช่อนั้น​กลับลง​ไปในถังขยะตามเดิม ​แต่เธอก็ไม่​ได้ทำ ตรงกันข้ามเธอกลับนำแจกันใบนั้น​​ไปวางไว้​ที่โต๊ะหัวเตียงในห้องนอน ​ที่เธอแน่ใจว่ากร​จะไม่เข้ามาพบเห็น มันถูกวางไว้อย่างนั้น​อีกหลายสัปดาห์จนแห้งเหี่ยว​ไป ​และ​แม้ว่ามัน​จะเหี่ยวแห้งจนน่า​จะโยนลงถังขยะให้พ้นหูพ้นตา​ไป​ได้แล้ว​ หญิงสาวก็ยังอุตส่าห์นำพลาสติคแผ่นใสมาห่อหุ้มแล้ว​นำ​ไปซุกไว้ในลิ้นชักโต๊ะเครื่องแป้งในห้อง​แต่งตัวของเธอ


เช้า​วันอาทิตย์หลังเกิดเรื่อง​ดอกเอื้องไม่กี่วันกรตื่นนอนแล้ว​ลง​ไป​ที่ห้องแพนทรี ​เพื่อรับประทานอาหารเช้า​ตามปกติ ​เขาพบว่าทิพย์สุรางค์อยู่​​ที่นั่นแล้ว​ เธอ​กำลังวุ่นวายอยู่​​กับการผสมแป้ง ศรีวรรณ​กำลัง​ใช้​ที่ตีไข่ตีไข่ขาวจนขึ้น​ฟู ​ส่วนคำหล้า​กำลังนวดแป้งบาง​ส่วนบนแผ่นกระดานสำหรับนวดแป้ง บนโต๊ะกลางห้องเต็ม​ไปด้วยถาด​และพิมพ์ขนม แบบ​และขนาดต่างๆ​

กรรับประทานอาหารจนเสร็จ หลังจากนั้น​ก็เลียบๆ​เคียงๆ​เข้า​ไปดู ​เมื่อเห็นอุปกรณ์​และวัตถุดิบ​ทั้งหมด​ที่กองอยู่​บนโต๊ะกลางห้อง ​เขาก็ทำ​เป็นไม่รู้ไม่ชี้ถามว่า "คุณหนูทำอะไร​? ทำเค้กหรือฮะ? "

ทิพย์สุรางค์ปรายตามองหน้า​เขาแว่บหนึ่ง​แล้ว​ตอบด้วยเสียง​ที่เหมือน​จะบอก​เขาว่าเธอยังไม่หายโกรธ " ทำอะไร​ก็ช่างเถอะ ไม่​ต้องอยากรู้อยากเห็น ไว้รอกินอย่างเดียวก็พอ "

เธอพูด​พร้อม​กับ​ใช้มีดปาดของเหลวสีน้ำตาลเข้ม​ซึ่งกรรู้ว่ามัน​คือช็อคโกเลต บนหน้า​และตัวเค้กให้เรียบ​และทั่วถึง​พร้อม​ที่​จะเข้าเตาอบ ​ที่กรรู้ว่าเธอเปิดไฟ​และตั้งอุณหภูมิรอ​เอาไว้แล้ว​ เด็กชายทำไม่รู้ไม่ชี้​กับคำพูดของเธอ ​เขารู้วิธีทำให้เธอหายโกรธ​ได้เสมอ ​ถ้า​เขาอยาก​จะทำ ครั้งนี้ก็เช่นกัน

"เค้กช็อคโกแลตใช่ไหมฮะ ? ผมชอบมากเลย​ คุณหนูทำ​ได้อร่อยกว่าร้านเค้ก​ที่อยู่​ใกล้โรงเรียนตั้งเยอะ ครั้ง​ที่แล้ว​​ที่คุณหนูกรุณาทำเผื่อให้ผม​เอา​ไปทาน​กับ​เพื่อน​ที่โรงเรียน พวก​เพื่อนๆ​มันชมกันใหญ่ว่าไม่เคยทานเค้กช็อคโกแลต​ที่ไหนอร่อยเหมือนของเราเลย​ "

ทิพย์สุรางค์คลายสีหน้า​ที่พยายามทำให้บึ้งตึงเข้าไว้​เพื่อข่มขวัญกร ​ใครๆ​ก็ชอบคำชม ​แม้คำชมนั้น​​จะมาจากเด็กขาดๆ​เกินๆ​อย่างกรก็ตามที ​แต่แล้ว​ประโยคต่อ​ไปของ​เขาก็ทำให้เธอนึกเดือดขึ้น​มาอีก

" ​ความจริงเค้กของคุณหนูอร่อยมากเลย​ ​แต่คุณหนูทำหลายครั้งแล้ว​ น่า​จะเปลี่ยน​เป็นอย่างอื่นบ้าง เช่นคุกกี้ ทำไมคุณหนูไม่ลองทำคุกกี้บ้างล่ะฮะ หรือ​ที่​ที่คุณหนูเรียนมา​เขาไม่​ได้สอน"

ประโยคท้ายนั้น​ทำให้ทิพย์สุรางค์แทบ​จะโยนมีดปาดหน้าเค้กในมือ เข้า​ไป​ที่ปากช่างจำนรรจาของเด็กชาย ​แต่ในขณะ​ที่เธอ​กำลังพยายามข่มใจอยู่​ ศรีวรรณก็บอกกรว่า

" นอกจากเค้กนั่นแล้ว​ ยังมีคุกกี้ข้าวโอ๊ตอีกนะคะ​ คุณกร วันนี้คุณหนูทำสองอย่างเลย​ " แล้ว​ศรีวรรณก็ชี้ให้ดูถาดขนาดใหญ่สองถาด​ซึ่งมีพิมพ์ขนมเล็กๆ​​ที่หยอด​ส่วนผสมไว้เรียบร้อย​แล้ว​ ​พร้อม​ที่​จะนำเข้าเตาอบเรียงรายอยู่​เต็ม
กรสูดปาก "ไชโย คราวนี้​ได้กินคุกกี้บ้างแล้ว​ "

​เขากุลีกุจอช่วยหยิบโน่นหยิบนี่อยู่​​เป็นชั่วโมง เดินเข้าๆ​ออกๆ​อีกหลายครั้ง จนเค้กช็อคโกแลต​และคุกกี้สองถาดใหญ่​ซึ่งสุก​ได้​ที่แล้ว​ ถูกนำออกจากเตาอบมาวางบนโต๊ะกลาง ​เมื่อคุกกี้เย็นลงพอสมควรศรีวรรณ​และคำหล้าก็ช่วยกันเคาะออกจากพิมพ์ มีกรวนเวียนอยู่​ใกล้ๆ​ หยิบชิ้นโน้นชิ้นนี้ขึ้น​มาชิมจนทิพย์สุรางค์​ต้องตีมือ​เขา

" นี่! นั่งกินให้​เป็นระเบียบเรียบร้อย​หน่อย​​ได้ไหม ? " เธอดุ
" คุณหนูฮะ ผมขอแบ่ง​ไปไว้รับประทานในห้องบ้าง​ได้ไหมฮะ ? " กรกะลิ้มกะเหลี่ยถาม

" แบ่ง​ไปก็​ได้ " เธอหัน​ไปสั่งสาว​ใช้ให้ช่วยเรียงคุกกี้ลงในขวดโหลแก้วใบย่อม ​เพื่อเก็บไว้รับรองแขกหรือสำหรับบิดาไว้รับประทาน​กับกาแฟ แล้ว​ก็ออกจากห้องนั้น​​ไป

กร​ได้โอกาส ​เขาเปิดตู้เก็บกล่องพลาสติก​ที่มีอยู่​หลายขนาด​และหลายรูปทรง เลือก​ได้กล่องสี่เหลี่ยมขนาดย่อมๆ​ โกยคุกกี้ข้าวโอ๊ต​ที่ยังกองอยูในภาชนะพลาสติกก้นลึกใบใหญ่ใส่ลง​ไปในกล่องพลาสติกใบนั้น​ ปิดฝาเรียบร้อย​ หลังจากนั้น​ก็โกยแน่บลงจากตึก เ​ที่ยวตามหาเคน​ไปจนทั่ว ​และสุดท้ายพบ​เขา​ที่โรงอาหารคนงาน เคนเพิ่งรับประทานอาหารเสร็จ ​กำลัง​จะลุกจากโต๊ะยาว​ที่คนงาน​ใช้​เป็น​ที่นั่งรับประทานอาหาร

" ฮัลโหล เคน " กรเดาะภาษาอังกฤษ " กินข้าวอิ่มแล้ว​เหรอ ​พอดีเลย​ นี่ ดูอะไร​นี่ "

แล้ว​​เขาก็ชูกล่องพลาสติกสีขาวทึบ​ที่ถืออยู่​ให้เคนเห็น นั่งลงข้างๆ​ กุลีกุจอเปิดฝากล่องแล้ว​ไสมัน​ไปตรงหน้าเคน " ดูนี่ ชิมเสีย ของอร่อยจากเจ้าหญิง "

พูดแล้ว​ก็หยิบคุกกี้ชิ้นหนึ่ง​เข้าปากตัวเอง แล้ว​ส่งอีกชิ้นให้เคน ชายหนุ่มรับมาแล้ว​ก้มลงมอง "คุกกี้ไม่ใช่หรือ "
กรพยักหน้าหงึกหงัก​เพราะมีขนมอยู่​เต็มปาก "กินเสียสิ อร่อยนา หากินไม่​ได้ง่ายๆ​หรอก " ​เมื่อเห็นเคนยังรีรออยู่​​เขาก็พูดต่อว่า " เจ้าหญิงลงมือทำเองเชียวนา รีบๆ​กินเสีย "
" เจ้าหญิง ? " เคนยังมืดแปดด้าน รับมุขของเด็กชายไม่ทัน
"ก็คุณหนูไง " กรบอกอย่างรำคาญ​ความซื่อบื้อของเคน " คุณหนูลงมือทำเองเชียวนา เปิ้นลง​ไปทำตั้งแต่เช้า​แล้ว​ ผมยังเข้า​ไปช่วยเลย​ " ​เขาคุย
เคนทำตาปริบๆ​ ไม่รู้ว่า​จะเชื่อกร​ได้แค่ไหน "คุณหนูของคุณเนี่ยนะ ทำคุกกี้นี่ "
" ใช่สิ ไม่ใช่แค่คุกกี้นี่เท่านั้น​นะ เปิ้นยังทำเค้กช็อคโกแลตก้อนเบ้อเริ่มเทิ่มอีกด้วย "
เคนยังไม่หายสงสัย "คุณหนูทำ​เป็นจริงๆ​หรือ "
" ไม่เชื่อใช่ไหมล่ะ ? " เด็กชายถามอย่างเข้าใจ
ชายหนุ่มรีบแก้ตัวว่า "เปล่า ไม่ใช่ไม่เชื่อ ​แต่ไม่เคยรู้ว่าคุณหนูก็ทำของพวกนี้​เป็นเหมือนกัน "

​ที่​เขาคิดต่ออยู่​ในใจก็​คือ ไม่เคยเห็นคุณหนูเธอทำอะไร​​ที่เกี่ยว​กับการบ้านการเรือนสักที ​เขาเห็น​แต่เธอเ​ที่ยวเดินท่อมๆ​​ไป​ที่โน่น​ที่นี่​กับกรบ้าง ​ไปขี่ม้าเล่นคนเดียวบ้าง บางทีก็​ไปซ้อมยิงปืน บางครั้งเธอก็​แต่งตัวสวยงามกรีดกรายออกมารับรองแขกคนพิเศษของเธอ เช่นคุณชาคริตรูปหล่อพ่อรวยคนนั้น​

"เฮอะ คุณยังไม่รู้อะไร​อีกแยะ " กรค่อน " คุณหนู​จะทำไม่​เป็น​ได้ไงล่ะ เปิ้นเรียนจบวิชาการบ้านการเรือนมาจากเมืองนอกเชียวนา " ​เขาคุยโอ่อย่างภูมิใจ " เค้ก​กับคุกกี้นี่ก็ของกล้วยๆ​ เธอทำ​กับข้าวฝรั่ง​ได้อีกเยอะแยะ ปกติก็ไม่ค่อย​ได้ทำหรอก นอกจากนานๆ​ครั้ง​ที่นึกขยันขึ้น​มาหรือเวลา​ที่มีแขกมาจากกรุงเทพฯ แล้ว​เธออยาก​จะอวดฝีมือนั่นแหละ​ เธอถึง​จะลงมือทำ "

เคนนิ่งฟัง​แต่ยังนึกภาพคุณหนูทำโน่นทำนี่ในครัวไม่ออก ​เมื่อเห็นชายหนุ่มยังไม่ส่งเจ้าคุกกี้​ที่ถืออยู่​ในมือเข้าปากเสียที กรก็หยิบชิ้นใหม่ในกล่องมาจ่อเข้า​ที่ปากของเคน ทำให้​เขา​ต้องอ้าปากรับ เคี้ยวกลืนแล้ว​ตามด้วยน้ำเปล่า​ที่วางอยู่​บนโต๊ะ

" อร่อยมากใช่ไหมล่ะ ? " กรสรุป​เอาเอง แล้ว​พูดต่อ​ไป​โดยไม่รอคำตอบ " นี่ คุณ​เอา​ไป​ทั้งกล่องเลย​นะ คุณหนูฝากมาให้คุณ " ​เขาปิดฝากล่องขนมแล้ว​ส่งให้เคน
"ให้ผม ? " เคนงง " ทำไม​ต้องให้ ผมไม่ชอบขนมหวานๆ​หรอก "
"โธ่เอ๊ย " เด็กชายทำท่าอ่อนใจ " คุณหนูให้ก็รับๆ​ไว้เถอะน่า ​ถ้าคุณไม่ชอบก็​เอาให้ตาเป็งก็​ได้นี่นา "
​แต่ชายหนุ่มยังมีคำถาม " แล้ว​ทำไมคุณหนู​ต้องให้ขนมผมด้วยล่ะ ? "
กรอึ้ง ​แต่แล้ว​ก็รีบตอบอย่าง​ที่คิดว่าเหมาะสม​ที่สุดแล้ว​ว่า " ก็ตอบแทนคุณไง ​ที่เก็บดอกเอื้องนั่นมาฝากเธอ "

คราวนี้เคนตกใจจนผงะ​ไปข้างหลัง "ฮ้า! ว่าไงนะ คุณบอกคุณหนูว่าผม​เป็นคนเก็บดอกไม้นั่นมาฝากเธอหรือ ? "
​เมื่อเด็กชายพยักหน้ารับ ชายหนุ่มก็ยกสองมือขึ้น​กุมขมับ " โธ่ คุณกรนะคุณกร "

กรเห็นหน้าของเคนมีสีแดงระเรื่อ ก็นึกว่า​เขาคงโกรธ เด็กชายเลย​หน้าจ๋อย พยายามแก้ตัว​เพื่อขอ​ความเห็นใจ " ​ความจริงผมก็ไม่​ได้ตั้งใจ​จะบอกเธอยังงั้นหรอก ​แต่เห็นเธอโกรธมาก​และดุผมด้วย ผม..ผมก็เลย​ขอยืมชื่อคุณหน่อย​เท่านั้น​เอง "

​เขาไม่กล้าบอกเคนหรอกว่าคุณหนูโยนเอื้องช่อนั้น​ทิ้ง แถมยังว่าเคนบังอาจอีก ​ความจริงแล้ว​เจตนาของเด็กชาย​ที่​เอาขนมมาให้เคน ก็​เพราะอยากอวดฝีมือทำขนมของคุณหนูให้เคน​ซึ่ง​เขาถือว่า​เป็น​เพื่อนรักของ​เขา ​ได้ชิมรสชาติของมันว่าอร่อยเพียงใด ​แต่เหตุผล​ที่สำคัญกว่านั้น​​คือ​เขาเกิดนึกละอายใจ​ที่นำชื่อเคน​ไปอ้างว่า​เป็นคนฝากดอกไม้มาให้คุณหนู ทำให้เคน​ต้องถูกเธอเหยียบย่ำด้วยวาจา มิหนำซ้ำเอื้องช่องาม​ที่เคนอุตส่าห์ปีนป่ายขึ้น​​ไปเก็บก็ยังถูกโยนทิ้งถังขยะเสียอีก ตอนนี้​เขาก็เลย​แค่​จะชดเชยให้ชายหนุ่มบ้างด้วยขนมจากฝีมือของคุณหนู ​แต่​เขาก็ทำพลาดอีกแล้ว​​ที่อ้างว่าคุณหนู​เป็นคนฝากขนมกล่องนี้มาให้

" เคน เคน โกรธผมหรือเปล่า " เด็กชายเขย่าแขนเคนอย่างร้อนใจ " อย่าโกรธเลย​นะ ผมขอโทษก็แล้ว​กัน "
ชายหนุ่มหันมามองหน้ากร "ต่อ​ไปอย่าทำแบบนี้อีก เดี๋ยวคุณหนู​จะเข้าใจผิด "
กรไม่เข้าใจ "เข้าใจผิดเรื่อง​อะไร​ ? "
" เธอ​จะคิดว่าผมลามปามน่ะสิ " ชายหนุ่มตอบเลี่ยงๆ​ ​แต่คราวนี้เด็กชายกลับเข้าใจ แถมเข้าใจ​ไปไกลกว่า​ความหมายของเคนเสียอีก
" อ๋อ คุณกลัวว่าคุณหนู​จะคิดว่าคุณชอบเธอน่ะเหรอ ? " ​เขายื่นหน้ายื่นตาเข้ามาถาม
" ไม่​เอาละ ไม่พูด​กับคุณแล้ว​ ผม​ต้อง​ไปทำงานต่อ คุณเก็บขนมนี่​เอาไว้ทานเองแล้ว​กัน "

เคนหน้าแดงแล้ว​ก็รีบลุกออกจากโรงอาหาร​ไป ปล่อยให้กร​ที่ยังถือกล่องคุกกี้อยู่​ในมือ มองตามหลัง​เขา​ไปอย่างมืดแปดด้าน อะไร​กันเนี่ย ? พูดเรื่อง​ดอกไม้ช่อนั้น​ คุณหนูก็โกรธ​เป็นฟืน​เป็นไฟใส่​เขา พอบอกเคนเรื่อง​คุกกี้นี่​เขาก็ถูกเคนโกรธอีก เฮ้อ..โดนโกรธ​ทั้งขึ้น​​ทั้งล่อง แย่จัง

ค่ำวันนั้น​​เมื่อเคนกลับมา​ที่บ้านพักของตาเป็ง ชายชรา​ซึ่งนั่งสูบบุหรี่อยู่​​ที่เก้าอี้ยาวบุ้ยใบ้​ไป​ที่โต๊ะ​ที่​ใช้​เป็น​ที่วางของจิปาถะ รวม​ทั้ง​เป็น​ที่รับประทานอาหารแล้ว​บอก​เขาว่า "คุณกร​เอากล่องโน่นมาฝากไว้ให้คุณ "

ไม่​ต้องมอง​เขาก็รู้ว่า​คือกล่องคุกกี้​ที่​เขาปฏิเสธ​ไปแล้ว​นั่นแหละ​ ชายหนุ่มเดิน​ไป​ที่กล่องขนม เปิดฝาออกแล้ว​เดินเข้า​ไปหาชายชรา "คุกกี้ เอ้อ ขนมน่ะลุง " ​เขาหยิบคุกกี้ชิ้นหนึ่ง​ส่งให้แก " ลองชิมสิครับ​ "
ตาเป็งไม่รับ " ฟันผมไม่ดี เคี้ยวไม่ไหวหรอก อินแปงมันเคยซื้อมาฝากเวลาเข้าเมือง แข็งเหมือนหิน กัดแทบไม่เข้าเลย​ "
" ​แต่ขนมนี่ไม่แข็งหรอกครับ​ รสชาติก็ดี " ​เขารู้จาก​ที่กรป้อนให้ชิมน่ะแหละ​ ทันที​ที่เข้าปากถูกน้ำลาย มันก็นุ่ม​และค่อยๆ​ละลาย รสชาติก็กลมกล่อม ไม่หวานจนเกิน​ไป

ชายชรารับคุกกี้ชิ้นนั้น​จากมือเคน บิมันออกมาหน่อย​หนึ่ง​แล้ว​​เอาเข้าปาก " อืมม์ นิ่มดี "

ชายหนุ่มนำกล่องนั้น​​ไปวางไว้บนโต๊ะตามเดิม บอกแกก่อน​ที่​จะเดินขึ้น​ข้างบน​เพื่อเตรียมตัวอาบน้ำว่า " งั้นผมวางไว้ตรงนี้นะ ลุงช่วยทานหน่อย​ ผมไม่ค่อยชอบขนมพวกนี้ "

ถึงปาก​จะบอกว่าไม่ชอบ​แต่​เขาก็ยอมรับว่า​ถ้าทิพย์สุรางค์​เป็นคนทำขนมนี้จริงเธอก็มีฝีมือพอตัวทีเดียว ​และยังคิดต่อ​ไปอีกหน่อย​ว่า​ความจริงถึงเธอ​จะวางท่าถือตัว​และชอบถากถาง ขี้โมโหหรือขี้หมั่นไส้อย่าง​ที่กรตั้งข้อหา ​แต่เธอก็​เป็นคน​ที่มีน้ำใจกว้างขวางโอบอ้อมอารี ​แม้​แต่​กับลูกจ้างไร้ทาง​ไปอย่าง​เขา

 

F a c t   C a r d
Article ID S-3244 Article's Rate 44 votes
ชื่อเรื่อง เวลาที่หายไป --Series
ชื่อตอน ตอนที่ 12 - ดอกไม้ vs คุ้กกี้ --อ่านตอนอื่นที่ตีพิมพ์แล้ว คลิก!
ผู้แต่ง ดอยสะเก็ด
ตีพิมพ์เมื่อ ๑๒ มกราคม ๒๕๕๕
ตีพิมพ์ในคอลัมน์ เรื่องยาว ซีรีส์
จำนวนผู้เปิดอ่าน ๒๕๘ ครั้ง
จำนวนความเห็น ๗ ความเห็น
จำนวนดอกไม้รวม ๒๑๓
| | | |
เชิญโหวตให้เรตติ้งดอกไม้แก่ข้อเขียนนี้  
R e a d e r ' s   C o m m e n t
ความเห็นที่ ๑ : นกหัวขวาน [C-17412 ], [125.25.182.73]
เมื่อวันที่ : ๒๖ ส.ค. ๒๕๕๓, ๑๓.๑๗ น.

เข้ามาอ่านแล้ว​​ก็...​​มามอบดอกไม้ให้ผู้เขียนจ้า



กระลิ้มกระเหลี่ย ไม่​​ต้องมีตัว ร. นะฮะ (กะลิ้มกะเหลี่ย)

แจ้งลบข้อความ


ความเห็นที่ ๒ : wadee [C-17413 ], [125.24.223.198]
เมื่อวันที่ : ๒๖ ส.ค. ๒๕๕๓, ๑๔.๓๖ น.

ขอบคุณๆ​​นกหัวขวานมากๆ​​นะคะ​​สำหรับช่อดอกไม้​​และแก้คำผิดให้ เข้า​​ไปแก้แล้ว​​นะคะ​​ ดีจังเลย​​ค่ะ​​​​ที่มีคนช่วยเตือน ไม่งั้นคงเขียนผิด​​ไปเรื่อยๆ​​ หวังว่าคงสนุก​​กับนิยายเรื่อง​​นี้บ้างนะคะ​​

แจ้งลบข้อความ


ความเห็นที่ ๓ : นกหัวขวาน [C-17414 ], [125.25.182.73]
เมื่อวันที่ : ๒๖ ส.ค. ๒๕๕๓, ๑๔.๕๓ น.

แล้ว​​​เธอก็ขมวดคิ้วคู่งามเข้าหากัน หรือว่า​​​เขาก็เหมือนผู้ชายทั่วๆ​​​​​​ไป ​​​ที่​​​เมื่อเจอผู้หญิง​​​ที่หน้าตาดีหน่อย​​​ ก็อดทำเจ้าชู้คอย้กระลิ้มกระเหลี่ยไม่​​ได้

มีสอง​​ที่จ้า

​​จะรออ่านตอนต่อ​​ไปนะ

แจ้งลบข้อความ


ความเห็นที่ ๔ : wadee [C-17417 ], [125.24.223.198]
เมื่อวันที่ : ๒๖ ส.ค. ๒๕๕๓, ๒๑.๕๐ น.

คุณนกหัวขวานขา ตอนแรกหาไม่เจอค่ะ​​ เห็น​​ที่เดียว เพิ่งหาเจอหลังจาก​​ที่บอกมาแหละ​​ค่ะ​​ ขอบคุณอีกครั้งนะคะ​​ แก้แล้ว​​นะคะ​​ ฮิฮิ

แจ้งลบข้อความ


ความเห็นที่ ๕ : ลุงเปี๊ยก [C-17420 ], [1.46.219.131]
เมื่อวันที่ : ๒๗ ส.ค. ๒๕๕๓, ๑๖.๐๙ น.

เพิ่ง​​จะไล่อ่านทีละตอนมาทันวันนี้เองครับ​​ อ่านเรื่อง​​นี้แล้ว​​หวนคิดถึง งานเขียนของ อ.ไชยวรศิลป์ ​​กับ สามอนงค์ ​​ที่เคยอ่านนานมาแล้ว​​ ​​เป็นนิยาย​​ที่ทำให้ผมรักการอ่านมาตั้งแต่ตอนนั้น​​ จำ​​ได้ว่าซาบซึ้งใจ​​กับเรื่อง​​กุหลาบเหลืองเรณูมาก ผมยืมมาจากห้องสมุดคราวละสามสี่เล่ม ซุกตัวอ่าน​​ทั้งวันในตู้แขวนเสื้อผ้า (​​ที่บ้าน​​เป็นร้านตัดเสื้อครับ​​) จนพ่อผมดุว่า วัน ๆ​​ ​​เอา​​แต่อ่านหนังสืออ่านเล่น ทำไมไม่อ่านหนังสือเรียน

คุณเขียน​​ได้ดีมากครับ​​ ​​แม้​​แต่ฉากบู้​​ที่เคนชกต่อย​​กับคำปัน​​และพวก ก็บรรยาย​​ได้หมัดต่อหมัด​​ทั้ง​​ที่​​เป็นนักเขียนสตรี ขอแสดง​​ความชื่นชมครับ​​

ดีใจ​​ที่บังเอิญ​​ได้มารู้จักกัน คุณ@wadee ​​ใช้นามปากกาดอยสะเกด็คง​​ต้องคุ้นเคย​​กับภาคเหนือมาก ผมเคยมี​​ความทรงจำแถวดอยสะเก็ดราวสิบปีก่อน ขับรถเต่าจากเชียงรายมาธุระ​​ที่เชียงใหม่ ฝนตกพรำ ๆ​​ มีเหตุ​​ต้องเบรคกระทันหันตรงโค้งแถวนั้น​​​​พอดี เจ้าเต่าไถล​​เพราะทางลื่นหมุนคว้างกลับหลังหัน ๑๘๐ องศาเลย​​ หัวอกหัวใจสั่นจน​​ต้องจอดรถแอบข้างทาง​​ไปหลายนาที

แจ้งลบข้อความ


ความเห็นที่ ๖ : wadee [C-17423 ], [113.53.190.182]
เมื่อวันที่ : ๒๙ ส.ค. ๒๕๕๓, ๑๔.๔๐ น.

ขอบคุณ "ลุงเปี๊ยก" อีกครั้งนะคะ​​ สำหรับคำชม รับไว้ด้วย​​ความยินดีอย่างยิ่งค่ะ​​ ไม่ใช่คนเหนือหรอกค่ะ​​ ​​แต่ชื่นชอบภาคเหนือ​​และคนเหนือมากๆ​​จน​​ต้อง​​ไปซื้อบ้านเล็กๆ​​ตรงตีนดอยสะเก็ด​​เอาไว้อยู่​​ตอนแก่มากๆ​​ค่ะ​​ ลุงเปี๊ยก​​เป็นคนเชียงรายหรือเปล่าคะ​​

แจ้งลบข้อความ


ความเห็นที่ ๗ : ลุงเปี๊ยก [C-17425 ], [1.47.112.227]
เมื่อวันที่ : ๒๙ ส.ค. ๒๕๕๓, ๑๖.๓๒ น.

เคยอยู่​​เชียงราย ๒ ปีครับ​​ ยังคิดถึงอากาศทางเหนืออยู่​​เสมอ ปัจจุบันอยู่​​อ.เสิงสาง โคราชครับ​​ ไม่แน่ว่าอนาคตอาจ​​จะกลับ​​ไปอยู่​​เชียงรายอีก ​​แต่อะไร​​ก็ไม่แน่นอนสักอย่าง

แจ้งลบข้อความ


สั่งให้ระบบส่งเมลแจ้งการเพิ่มเติมความเห็น
 ศาลานกน้อย พร้อมบริการเสมอ และยินดีรับฟังข้อเสนอแนะจากทุกท่าน  ติดต่อเว็บมาสเตอร์ได้ทางคอลัมน์ คุยกับลุงเปี๊ยก หรือทางอีเมลได้ที่ uncle-piak@noknoi.com  พัฒนาระบบ : ธีรพงษ์ สุทธิวราภิรักษ์  โลโกนกน้อย : สุชา สนิทวงศ์  ภาพดอกไม้ในนกแชท : ณัฐพร บุญประภา  ลิขสิทธิ์งานเขียนในนิตยสารรายสะดวก เป็นของผู้เขียนเรื่องนั้น  ข้อความที่โพสบนเว็บไซต์แห่งนี้ เป็นความคิดเห็นส่วนตัวของผู้โพสทั้งสิ้น