นิตยสารรายสะดวก  Articles  ๑๕ กันยายน ๒๕๕๓
นส.เมรัย #2
นายอิติฯ
...การ​ใช้ชีวิต เช้า​เสพยาเย็นกินเหล้า ​เมื่อบ่อยเข้า ​แม้​จะนานๆ​ครั้ง ร่างกายก็ผอมกว่าเก่า จาก​ที่ผอมอยู่​แล้ว​ มันก็ผอมบางซูบซีดลง​ไปอีก...

ตอน : จอกสอง

ด้วยวัย ๒๒ ปี หนุ่มแน่นเปรี๊ยะ ผมเดินทางเข้าเมืองหลวง​เพื่อหางานทำ เข้าโน่นออกนี่ ย้าย​ไปเรื่อย ​เพื่อนฝูงก็มากขึ้น​ ​ทั้ง​เพื่อนเก่า ​เพื่อน​ที่ทำงานใหม่ๆ​อีกนับสิบคน เหล้าถูกนำมา​เป็นตัวเชื่อมมิตรภาพแทบนับครั้งไม่ถ้วน ไม่มีครั้งไหนเลย​​ที่พบปะกันแล้ว​​จะไม่มีสุรายาเมา ​แต่ถึง​แม้ผม​จะดื่มเหล้า ผมกลับไม่สูบบุหรี่ เคยลองแล้ว​อยู่​หลายหน​เพราะ​ความอยากเท่ห์ ท้าย​ที่สุดก็ไม่​เอา ​เพราะปอด​และสมองผมมันไม่รับควันบุหรี่ สูบ​เมื่อไหร่ก็ไอ​จะ​เป็น​จะตาย

​เมื่อไม่มีบุหรี่ก็ใช่ว่าผม​จะไม่เท่ห์ ผมมีอย่างอื่น​ที่เท่ห์กว่า นั่น​คือการ​เป็นมือกีต้าร์ประจำวงเหล้านั่นเอง ไม่ติดบุหรี่ก็ไม่​ได้หมาย​ความว่าผมเกลียดบุหรี่ ผม​พร้อม​และเต็มใจ​ที่​จะร่วมวงนั่งดื่มกิน​กับ​เพื่อนๆ​สิงห์อมควัน​ได้จนจบเกม

จากการขลุก ดื่ม กิน ​และการเ​ที่ยวเตร่​กับ​เพื่อนฝูง ผมเริ่มสะสมนิสัยขี้เมาหลายๆ​ประเภทไว้​ที่ตัวเองคนเดียว ด้วยวัย​ที่หนุ่มแน่น อาการเมาแล้ว​หลับไม่มีอีกแล้ว​ ​ส่วนมาก​จะไม่นอนเสียมากกว่า ผมเริ่ม​เป็นคนขี้โมโหหงุดหงิดง่าย​เมื่อถูกท้าทาย แถม​จะออกแนวโหดดุ​เมื่อถูกระรานหรือถูกขัดใจจากพวกขี้เมาด้วยกัน ​แม้​แต่​เพื่อนก็เถอะ พอเมา​ได้​ที่แล้ว​ล่ะก็ หากมีการขัดคอ​เมื่อไหร่ ​เพื่อนก็​เพื่อนไม่มีเว้น ตาปูดตาเขียวกัน​ไปหลายวัน

​ต่อมา ​เมื่อเมาเหล้าแล้ว​อดหลับอดนอน ผมก็เริ่ม​ใช้ยาเสพติดเข้าช่วย วันไหนทำงานง่วงมากก็​ใช้ "ยาม้า" ​ซึ่งเดี่ยวนี้เรียกว่ายาบ้า ​โดย​จะรวมเงินซื้อหามากิน​กับ​เพื่อนๆ​ สามสี่คนแล้ว​​เอามาหักแบ่งออก​เป็น​ส่วน ​ได้กันคนละเสี้ยว ก็ยัดใส่ปากกลืนลงท้องยกน้ำตาม หรือไม่ก็​เอาใส่ในเครื่องดื่มชู​กำลัง เขย่าๆ​ให้ละลาย ยกดื่มพรวดๆ​

เท่านั้น​ล่ะ ไม่กี่อึดใจหรอก ​เมื่อยามันออกฤทธิ์ ​ความคึกคัก ​ความสดชื่นกระชุ่มกระชวยก็ตามมา นั่งไม่ค่อยติด เดินกันให้ควั่ก พอตกเย็นก็ลงเอยกัน​ที่ "เหล้า" อีกตามเคย มันวนเวียน​เป็นวังวนอยู่​แบบนี้ บางวันกินเหล้า​ไปด้วยเดินแทงสนุ๊กเกอร์​ไปด้วย จากหกโมงเย็นเล่นกัน​ไปจนเ​ที่ยงของวัน หากมานั่งคิดๆ​ดูก็​จะพบว่า การเดินรอบโต๊ะสี่เหลี่ยมรวมๆ​ระยะทางแล้ว​ก็น่า​จะหลายสิบกิโลเมตรทีเดียว วันไหนลุก​ไปทำงานไม่ไหวก็ลาก็หยุด จนติดอันดับว่า ลาหยุดมากอันดับต้นๆ​ มาสาย​เป็นนิจ ลากิจ​เป็นประจำทำนองนั้น​เลย​

ผมดำเนินชีวิต​เป็นวัฏจักร กิน ดื่ม เล่น เ​ที่ยว วนเวียนอยู่​อย่างนั้น​หลายเดือน มาพักหลังๆ​ การ​ใช้ยาบ้า​ต้องแบ่งยากันแค่สองคน ​เพราะยาเสพติด​เมื่อติดแล้ว​ ร่างกายเริ่มดื้อยา ​ต้อง​ใช้ในปริมาณ​ที่มากขึ้น​ มีอยู่​ช่วงหนึ่ง​​ซึ่ง​เป็นช่วง​ที่ทำให้เกือบเลิก ​เมื่อตำรวจกวดขันจับผู้ขาย​ไปแทบเกลี้ยง มันก็หาซื้อยาก แถมแพงอีกต่างหาก ก็เลย​​ต้องยอมนั่งหาวนั่งซึมเหม่อเวลาทำงาน ​และอยาก​จะเลิกมันเสีย ​แต่​เพื่อนมันก็พยายามมาชวนอีก บอกว่าหาแหล่งซื้อ​ได้แล้ว​ ​แต่ราคาแพงมาก เม็ดหนึ่ง​ก็หลายร้อย ​เมื่อเปิดดูเงินในกระเป๋า ​เอาวะ ยังพอมีเงินเหลือ ก็เลย​ลงขัน​กับ​เพื่อนๆ​อยู่​เนืองๆ​

การ​ใช้ชีวิต เช้า​เสพยาเย็นกินเหล้า ​เมื่อบ่อยเข้า ​แม้​จะนานๆ​ครั้ง ร่างกายก็ผอมกว่าเก่า จาก​ที่ผอมอยู่​แล้ว​ มันก็ผอมบางซูบซีดลง​ไปอีก จนมาเกิดอุบัติเหตุยกของหนักเกิน​กำลัง ทำให้หมอนรองกระดูกทับเส้นประสาท มีอัน​ต้องเข้าโรงพยาบาลผ่าตัดหลัง ​และ​ต้องพักรักษาตัวร่วมๆ​สามเดือน

ช่วง​ที่ผมนอนป่วย อยู่​​ที่โรงพยาบาลนั้น​เอง ผมมีโอกาสพบเห็นคนป่วย​ที่มารักษาตัว​เพราะไตวาย จากการ​ใช้ยาบ้า ทราบจากหมอว่ายาบ้ามี​ส่วนประกอบ​เป็นสารสังเคราะห์​ที่มีโทษต่อ ตับ ไต ฯลฯ บางคนขนาดฆ่าตัวตาย ​เพราะ​เมื่อเสพ ยาบ้า​ไประยะหนึ่ง​ ​ส่วนใหญ่​จะเกิดอาการทางจิต มีประสาทหลอน หูแว่ว ​และ​เป็นโรคจิตจากยาบ้า

นั่น​เป็นจุดเริ่มต้น​ที่ทำให้ผมมีโอกาสทบทวนการดำเนินชีวิต​ที่ผ่านมา ขืนยังตาม​เพื่อน​ไปเรื่อยๆ​แบบนี้มีหวังชีวิตพัง..บรรลัยกัน​พอดี พ่อแม่​จะเสียใจขนาดไหน​ถ้ารู้ว่าลูก​ที่มาทำงาน..​ต้องมาติดยา ​และมีสภาพดังคนป่วย​ที่ผมเคยเห็น

ผมตัดสินใจใน ตอนนั้น​เลย​ว่า ​ต้องเลิกยาบ้าอย่างเด็ดขาด

​เมื่อพักรักษาตัวหายดีจากการผ่าตัด กลับทำเข้างาน​ได้ ​เพื่อนก็มาชวนแบ่งยาอีก ผมตัดใจแบบเด็ดขาดลาออกจาก​ที่ทำงานในวัน​ต่อมา ขืนทำงานอยู่​​ที่นั่นต่อ​ไปคงถอนตัวลำบาก ​และอนาคตของผมคงไม่พ้นสภาพ​เป็นไอ้ขี้ยา​ที่​ต้องเข้า​ไปนอนบำบัด ดิ้นหัวฟัดหัวเหวี่ยงในโรงพยาบาล ตาม​ที่ผมเคยพบเคยเห็น

​และ​ถ้า​เป็นเช่นนั้น​จริงๆ​ คนรอบๆ​ข้างคงมองผมอย่างสมเพช เหมือน​ที่ผมเคยมองเห็น​ความเวทนาเหล่านั้น​มาแล้ว​

 

F a c t   C a r d
Article ID S-3242 Article's Rate 6 votes
ชื่อเรื่อง นส.เมรัย --Series
ชื่อตอน จอกสอง --อ่านตอนอื่นที่ตีพิมพ์แล้ว คลิก!
ผู้แต่ง นายอิติฯ
ตีพิมพ์เมื่อ ๑๕ กันยายน ๒๕๕๓
ตีพิมพ์ในคอลัมน์ สัพเพเหระ
จำนวนผู้เปิดอ่าน ๒๓๔ ครั้ง
จำนวนความเห็น ๒ ความเห็น
จำนวนดอกไม้รวม ๒๘
| | | |
เชิญโหวตให้เรตติ้งดอกไม้แก่ข้อเขียนนี้  
R e a d e r ' s   C o m m e n t
ความเห็นที่ ๑ : นาม อิสรา [C-17408 ], [110.49.193.30]
เมื่อวันที่ : ๒๕ ส.ค. ๒๕๕๓, ๐๙.๔๗ น.

สรุปว่าบรรยาย​​ได้ดีทีเดียวครับ​​

มีคำ​​ที่น่า​​จะผิดอยู่​​สักคำ "หาวว้อด ๆ​​ "

น่า​​จะ​​เป็น "หาวหวอด" นะ

ลอง​​ไปเปิดพจนานุกรมดู ผมก็ไม่ค่อยแน่ใจเท่าไหร่ เพียง​​แต่เห็นแล้ว​​มันขัดนัยน์ตา

แจ้งลบข้อความ


ความเห็นที่ ๒ : ลป. (นกกระจาบ) [C-17421 ], [111.84.158.41]
เมื่อวันที่ : ๒๘ ส.ค. ๒๕๕๓, ๐๗.๐๕ น.

ตอนผมอายุ ๑๙ เคยมีวิถีชีวิตคล้าย ๆ​​ กัน ทำงาน​​เป็นช่างติดตั้งแอร์รถยนต์ มี​​เพื่อนสนิทชื่อไอ้ลิ้ม ​​ไปไหน​​ไปกันเพลินจนไม่กลับบ้าน​​เป็นเดือน ไม่ค่อย​​ได้กินเหล้าครับ​​ "พี้เนื้อ" ​​เป็น​​ส่วนใหญ่ เมาแล้ว​​ครื้นเครง ขำ​​ไปหมด พวกเราเล่นกีตาร์ไม่ค่อยเก่ง​​แต่เมากัญชา​​เมื่อไหร่ เพลงห่วย ๆ​​ มันก็​​เพราะขึ้น​​​​ได้อย่างน่าอัศจรรย์

มีอยู่​​ช่วงหนึ่ง​​งานเยอะมาก ​​ต้องทำ"โอ"ติดต่อกันหลายวัน ร่างกายก็ไม่ไหว ง่วงตลอดวัน ไอ้ลิ้ม​​ไปหายาขยัน(สมัยนั้น​​ยังไม่มียาม้า)มาจากไหนไม่รู้ ​​เอามาแบ่งให้กินครึ่งเม็ด หายง่วง​​และขยันสมชื่อ ​​แต่ขยันเดิน​​ไปเดินมานะครับ​​ ขณะมุดอยู่​​ในรถก็นึกว่า​​ต้อง​​ไปหยิบปากตายเบอร์ ๑๓ ลุกออกมา​​ได้ก็เดินดุ่ม ๆ​​ ​​ไป​​ที่แผงเครื่องมือ เดินผ่านคูลเลอร์ก็หยุดกินน้ำ แล้ว​​ก็ลืม มุดเข้ารถทำงานต่อ อ้าว.. ปากตายยังไม่​​ได้​​เอามา บางทีเดินวนรอบอู่ตั้งหลายรอบ กว่า​​จะนึกออกว่าทำอะไร​​ค้างอยู่​​.. ​​เป็นอย่างนี้ประจำ

หมดช่วงงานเยอะ เ​​ถ้าแก่ปิดอู่พาช่าง​​ทั้งหมด​​ไปมุดม่านแสงสีริบหรี่​​ที่ ประตูน้ำ​​พระอินทร์ โอ้ววว.. ​​พระเจ้าช่วยกล้วยแขก มนุษย์ขี้เหม็น​​ทั้งหลายทำไมนัวเนียป้วนเปี้ยน​​กับอวัยวะกันถึงขนาดนั้น​​วะ วีรกรรมของไอ้หม่องผู้มีใบหน้าเหมือนอาชา​​เป็น​​ที่ขบขันมาก ผม​​กับไอ้ลิ้มชวนกันดูต้นคอของมัน มีรอยจ้ำแดงน่ากลัวอยู่​​รอบเลย​​ มันไม่รู้หรอก ออกจากห้อง​​ได้ก็คุยโม้ไม่หยุดปาก

ชีวิตช่วงนั้น​​ สนุกหัวหกก้นขวิดจริง ๆ​​ โชคดี​​ที่ไม่​​ไปแตะผงขาวเข้าให้ เรียก​​ได้ว่าทำตัวสารเลวสมวัย​​โดยแท้ อ้อ..พ่อแม่ผมไม่เคยรู้เลย​​นะ ​​ถ้ารู้นะเหรอ กระบาลแยกแน่นอน

@อิติ น่า​​จะบันทึกชีวิตช่วงนี้ให้มีรายละเอียดมากหน่อย​​นะครับ​​ คนเรา​​จะสารเลวแล้ว​​พออภัยให้​​ได้ ก็ช่วงอายุขนาดนี้เท่านั้น​​ ลงรายละเอียดเลย​​ ไม่​​ต้องยั้งมือ

แจ้งลบข้อความ


สั่งให้ระบบส่งเมลแจ้งการเพิ่มเติมความเห็น
 ศาลานกน้อย พร้อมบริการเสมอ และยินดีรับฟังข้อเสนอแนะจากทุกท่าน  ติดต่อเว็บมาสเตอร์ได้ทางคอลัมน์ คุยกับลุงเปี๊ยก หรือทางอีเมลได้ที่ uncle-piak@noknoi.com  พัฒนาระบบ : ธีรพงษ์ สุทธิวราภิรักษ์  โลโกนกน้อย : สุชา สนิทวงศ์  ภาพดอกไม้ในนกแชท : ณัฐพร บุญประภา  ลิขสิทธิ์งานเขียนในนิตยสารรายสะดวก เป็นของผู้เขียนเรื่องนั้น  ข้อความที่โพสบนเว็บไซต์แห่งนี้ เป็นความคิดเห็นส่วนตัวของผู้โพสทั้งสิ้น