นิตยสารรายสะดวก  Articles  ๑๕ กันยายน ๒๕๕๓
นส.เมรัย #1
นายอิติฯ
...​แต่พอแก้วแปด กลืนลงท้อง​ไปไม่ทันไร มันชวนแก้วหนึ่ง​ ถึง เจ็ด วิ่งสวนกลับออกมาทางปากหมดเลย​ น้ำหูน้ำตาไหลพราก ผมพยายามยืนตรงให้มั่น ตั้งหลักให้แม่น ​แต่โลกมันกลับหมุนติ้ว ภวังค์สำนึก​ที่พอสัมผัส​ได้ในขณะนั้น​ก็​คือ มีคนประคองหิ้วปีกมาส่งถึงบ้านของน้าชาย แล้ว​ก็หลับ...

ตอน : จอกหนึ่ง

ผมเกิด​และเติบโตมาจากสภาพครอบครัว​ที่​ใช้ชีวิตตามชนบท แถบภาคอีสาน ​ได้เห็นคนกินเหล้ามาจนชินตา ในวัยเด็กมัธยม ผม​เป็นคน​ที่ตั้งใจเรียน​เอามากๆ​ จึงไม่​ใคร่ใส่ใจ ​กับของมึนเมาสักเท่าไหร่ ​แม้ว่า​เพื่อนๆ​บางคนริดื่มเหล้ากัน​ทั้ง​ที่ยังสวมชุดนักเรียน ​ซึ่งก็มัก​ที่​จะชวนผมแค่ให้ลองๆ​จิบๆ​ ​และผมก็​จะปฏิเสธมาตลอด ถึง​เพื่อนมัน​จะล้อว่าไม่กล้า..ไม่ถึง ...​ ​เป็นคนขี้ขลาดเกิดมาเสียชาติชายหมด ก็ปล่อยให้มันว่า​ไป

เหตุผลอีกอย่าง​ที่ทำให้ผมไม่อยากข้องแวะหรือแตะเหล้าในตอนนั้น​ ​เพราะแม่ครับ​ ​ถ้าแม่รู้ว่าผมหัดกินเหล้าในวัยเรียนท่านคงเสียใจมากทีเดียว ท่านคงไม่ดุด่าว่าตี ​เพราะท่าน​เป็นแม่​ที่รักลูกมาก ตั้งแต่ผมจำ​ความ​ได้ การพูดจาสอนสั่งของท่านราบเรียบ ไม่เคย​ใช้น้ำเสียง​ที่ดุดัน แม่สอน​แต่สิ่งดีๆ​ให้เสมอ

​เมื่อผมเรียนจบเข้าสู่วัย​ที่​ต้องออก​ไปทำงาน เพื่ื่อหาประสบการณ์ชีวิตไว้สร้างครอบครัวของตัวเอง ผมก็​ต้องห่างจากถิ่นฐานบ้านเกิด ​ต้องรอนแรมเดินทาง​ไปไกล คราวนี้ล่ะ...​เหล้าก็เข้ามาในชีวิตผม

จาก​ที่ราบสูงเมืองโคราช ผมออกเดินทางล่าฝันมุ่งสู่ภาคตะวันตกของประเทศ ณ จุดหมายอำเภอท่าม่วง จังหวัดกาญจนบุรี ผมเริ่มต้นทำงาน​กับน้าชาย ​ที่​เป็นข้าราชการประจำของกรมชลประทาน พักบ้านหลังเดียวกัน ​เพื่อนของน้า​ทั้งเจ้านายลูกน้องแวะเวียนมาดื่มกินอยู่​​เป็นนิจ แทบ​จะทุกเสาร์-อาทิตย์ก็ว่า​ได้

แรกๆ​ผมก็ยังเหนียมๆ​ดูท่าทีอยู่​ จนมาสนิท​กับลุงข้างบ้าน ​ที่แกมีวิถีชีวิต คล้ายคลึง​กับชาวบ้านทางอีสาน ดักลอบ ตกปลา ทอดแห ปักเบ็ด ​ซึ่งมัน​เป็นแนวทาง​ที่ผมถนัด ครั้น​เมื่อคุยกันถูกคอ ผมจึงเปิดใจรับ "เหล้า" ให้ผ่านเข้าสู่ร่างกาย​เป็นครั้งแรก

ไม่มีการคะยั้นคะยอกันมากนัก แค่ถามอาการข้างเคียง​ที่​จะเกิดขึ้น​ตามมา​เมื่อดื่มเข้า​ไป น้ำสีแดงขุ่น ถูกรินใส่แก้วใสประมาณค่อนครึ่งแก้ว ลุงแกบอกว่านี่ล่ะเหล้า "เชียงชุน" แก้ปวดแก้​เมื่อยดีนัก

"เอ้า!!! ​เอาก็​เอาวะ!!!"
กลิ่นเหม็น​เมื่อสูดเข้าจมูก ร้อนคอวาบ​เมื่อน้ำเหล้า ไหลผ่านลำคอ พอตกถึงท้องเกิดอาการร้อนวูบขนลุก​ไป​ทั้งตัว
โอ้ว!!! นี่น่ะหรือรสชาติสุรา ​ที่บ่งบอก​ความ​เป็นลูกผู้ชาย
แก้ว​ที่สอง ถูกรินตามมา ตาเริ่มลอยๆ​ หัวสมองมึนๆ​ แก้ว​ที่สาม , สี่ ตามมาติดๆ​ ผมเริ่มยิ้มง่าย​และบ่อย พูดเก่งพูดคล่องมากขึ้น​ พอถึงแก้ว ​ที่หก ,เจ็ด เริ่มอ้าปากหาวว้อดๆ​ รู้สึกเหมือนทุก​ที่มัน​เป็นเตียงนอนอันอ่อนนุ่มแสนอบอุ่น ​พร้อม​ที่​จะหลับลง​ได้ในทันที

​แต่พอแก้วแปด กลืนลงท้อง​ไปไม่ทันไร มันชวนแก้ว หนึ่ง​ ถึง เจ็ด วิ่งสวนกลับออกมาทางปากหมดเลย​ น้ำหูน้ำตาไหลพราก ผมพยายามยืนตรงให้มั่น ตั้งหลักให้แม่น ​แต่โลกมันกลับหมุนติ้ว ภวังค์สำนึก​ที่พอสัมผัส​ได้ในขณะนั้น​ก็​คือ มีคนประคองหิ้วปีกมาส่งถึงบ้านของน้าชาย แล้ว​ก็หลับยาวตื่นอีกทีก็เช้า​ขึ้น​อีกวัน

ผมเริ่มคุ้นเคย​กับเหล้าเชียงชุน ​เพราะทุกเสาร์-อาทิตย์ ​ต้องรีบมานั่งคุย​กับลุงผู้ฝึกวิทยายุทธ์ในการเสพเมรัยให้แข็งแกร่ง ทุกครั้ง​ที่ลงมือดื่มก็อยาก​จะบอกว่า มัน​เป็นการพยายามฝึกปรือ ฝีมือในการดื่มขึ้น​เรื่อย ​ซึ่งมันก็เริ่ม​จะเห็นผล จากนกกระจอกธรรมดา ก็เริ่ม​จะ​เป็นนกกระจอกเทศแล้ว​

ผมนั่งดื่ม​ได้นานขึ้น​ "เหล้าสี" ​เป็นด่านต่อ​ไป เหล้าขาวธรรมดาก็ตามมา เบียร์แบบเบาๆ​​ที่น้าชายชอบดื่ม ยี่ห้อแพงๆ​ ผมก็ซัดมาอย่างถ้วนทั่ว ลุงแกบอกว่า ผม​เป็นประเภทกินเหล้าแล้ว​​จะคุยสนุก​และเมาหลับ ​ซึ่งถือว่า​เป็นการเมา​ที่ดี ไม่เหมือนพวก​ที่เมาแล้ว​ชอบระราน ​เพราะพวกนี้​เป็นพวก​ที่อันตราย​ที่สุด เสี่ยงตายอันดับหนึ่ง​ น่ารำคาญ​เป็น​ที่สุด ลุงแกบอกว่าคอเหล้าทุกๆ​คน​ต้องเคยเจอ ดังนั้น​​ถ้าริ​จะกินเหล้า ก็พยายามหลีกเลี่ยงไม่ให้ปะทะ​กับขี้เมาประเภทนี้

ผ่าน​ไปเกือบๆ​สองปี​ที่ผมมาอยู่​เมืองกาญจนบุรี ...​​เมื่อถึงคราวกลับบ้านเกิด ​เพื่อนๆ​​ที่มันเคยชวน​และชอบคะยั้นคะยอให้ผมดื่ม กลับมาคราวนี้พวกมันไม่ผิดหวัง ​แต่ผมก็ไม่ถึง​กับปล่อยให้ตัวเองเมามากนัก ​เพราะไม่อยากทำให้แม่ท่านไม่สบายใจ ​แต่ท่านก็ไม่เคยว่าอีกตามเคย

ผมหยุด​และห่างเหล้า​เมื่อถึงคราว​ต้องบวช​เพื่อทดแทน​พระคุณแม่ งาน​ที่จัดขึ้น​ก็ขาดเหล้าไม่​ได้ ​เพราะ​ต้องมีเลี้ยงแขก​ที่มาช่วยงาน ไหน​จะ​เพื่อนฝูงอีก ก่อนบวชเจ็ดวันผมไม่ดื่ม ​แม้​จะมี​เพื่อนๆ​รบเร้า​และมีอาการอยากอยู่​บ้าง ​แต่ก็​ต้องตัดใจ จนบวช​ได้ครบหนึ่ง​พรรษา เก้าสิบวันกว่าๆ​ ​ที่ผมเชิดหน้าใส่เหล้า

ผมสึกออกมา​ไปเผชิญโลกของฆราวาสอีกครา การหวนกลับมาดื่มของผม ก็เริ่มขึ้น​อีกครั้ง

 

F a c t   C a r d
Article ID S-3241 Article's Rate 6 votes
ชื่อเรื่อง นส.เมรัย --Series
ชื่อตอน จอกหนึ่ง --อ่านตอนอื่นที่ตีพิมพ์แล้ว คลิก!
ผู้แต่ง นายอิติฯ
ตีพิมพ์เมื่อ ๑๕ กันยายน ๒๕๕๓
ตีพิมพ์ในคอลัมน์ สัพเพเหระ
จำนวนผู้เปิดอ่าน ๘๔๔ ครั้ง
จำนวนความเห็น ๒ ความเห็น
จำนวนดอกไม้รวม ๒๘
| | | |
เชิญโหวตให้เรตติ้งดอกไม้แก่ข้อเขียนนี้  
R e a d e r ' s   C o m m e n t
ความเห็นที่ ๑ : jasminek-กัลปจันทรา [C-17402 ], [74.46.212.101]
เมื่อวันที่ : ๒๔ ส.ค. ๒๕๕๓, ๐๔.๔๑ น.

น้องเขียนให้ติดตามอ่าน​​ได้อย่างสบายๆ​​ ค่ะ​​

แจ้งลบข้อความ


ความเห็นที่ ๒ : wadee [C-17541 ], [125.27.43.168]
เมื่อวันที่ : ๑๗ ก.ย. ๒๕๕๓, ๒๑.๒๐ น.

พวกเราเอ๋ย...​​วันนี้สนุกครา
เเกรียวกราวฉาวฉ่า...​​เฮฮากันสนั่น
ประกวดประขัน...​​​​พร้อมกันมากินเหล้า
กินแล้ว​​​​ต้องกินข้าว..ไม่เมาไม่​​ต้องกิน
ให้มันคลานลง​​กับดิน..ไม่กินไม่ใช่ชาย?????

คุณอิติฯรู้จักเพลงนี้ไหมเอ่ย?
เรื่อง​​สนุก สำนวนดีน่าติดตามอ่านค่ะ​​
ขอมอบดอกไม้ในสวนศรีค่ะ​​

แจ้งลบข้อความ


สั่งให้ระบบส่งเมลแจ้งการเพิ่มเติมความเห็น
 ศาลานกน้อย พร้อมบริการเสมอ และยินดีรับฟังข้อเสนอแนะจากทุกท่าน  ติดต่อเว็บมาสเตอร์ได้ทางคอลัมน์ คุยกับลุงเปี๊ยก หรือทางอีเมลได้ที่ uncle-piak@noknoi.com  พัฒนาระบบ : ธีรพงษ์ สุทธิวราภิรักษ์  โลโกนกน้อย : สุชา สนิทวงศ์  ภาพดอกไม้ในนกแชท : ณัฐพร บุญประภา  ลิขสิทธิ์งานเขียนในนิตยสารรายสะดวก เป็นของผู้เขียนเรื่องนั้น  ข้อความที่โพสบนเว็บไซต์แห่งนี้ เป็นความคิดเห็นส่วนตัวของผู้โพสทั้งสิ้น