นิตยสารรายสะดวก  Fiction  ๑๒ มกราคม ๒๕๕๕
เวลาที่หายไป #7
ดอยสะเก็ด
...​ความจริงตั้งแต่เริ่มสงสัยเคน ทิพย์สุรางค์ก็คิดหาทาง​ที่​จะสืบพฤติกรรมต่างๆ​ของ​เขา ​แต่ก็ค่อนข้างยาก​เพราะเธอไม่ค่อย​ได้เห็น​เขาบ่อยนัก ​ต่อมาเธอนึกขึ้น​​ได้ถ...

ตอน : ตอนที่ 7 - อยากจะรู้นัก

​ความจริงตั้งแต่เริ่มสงสัยเคน ทิพย์สุรางค์ก็คิดหาทาง​ที่​จะสืบพฤติกรรมต่างๆ​ของ​เขา ​แต่ก็ค่อนข้างยาก​เพราะเธอไม่ค่อย​ได้เห็น​เขาบ่อยนัก ​ต่อมาเธอนึกขึ้น​​ได้ถึงกร​ซึ่ง​เป็นเด็กชอบสอดรู้สอดเห็น เ​ที่ยวรู้เรื่อง​ของ​ใครต่อ​ใคร​เขา​ไปหมด เธอจึงคิดว่าอาจ​จะ​ใช้​เขาให้​เป็นประโยชน์​ได้ หลังๆ​นี้เธอจึงไม่ค่อย​ได้ห้ามกรไม่ให้​ไปข้องแวะ​กับชายหนุ่มผู้นั้น​ ​โดยมีจุดมุ่งหมายสำคัญ ​เพื่อ​จะ​ได้ล่วงรู้ถึงพฤติกรรมของ​เขาจาก​ความช่างซักช่างถาม ช่างสังเกต​และช่างเล่าของกร

ทิพย์สุรางค์รู้ว่าชายหนุ่มผู้นั้น​​ไปทำงานทุกวัน เธอรู้จากหนานคำว่า​เขาเรียนรู้งานต่างๆ​ ​ทั้งในไร่​และโรงบ่ม​ได้อย่างรวดเร็ว ดูเหมือน​เขา​จะพยายามทำงานอย่างหนัก​เพื่อให้หนานคำพอใจเลิกระแวงสงสัย​เขา เธอไม่รู้ว่าตอนนี้หนานคำคิดอย่างไร​กับเคน ​ส่วนเธอนั้น​ยังไม่​สามารถทำใจให้ยอมรับ​ได้ว่า​เขาไม่มีเจตนาอื่นซุกซ่อนอยู่​ เธอยังสงสัย​เขาอยู่​มิวาย ทิพย์สุรางค์ยังคลางแคลงใจในบุคลิกลักษณะ​ที่ผิดแผกแตกต่างจากบริวารคนอื่นๆ​ของเวียงพุกาม ท่าทาง​เขา​เป็นคนมีการศึกษาไม่น้อย​แต่ทำไม​เขาจึงยอมทำงานราว​กับคนงานไร้ฝีมือคนหนึ่ง​ ตอนนี้​เขาก็อยู่​​ที่เวียงพุกามนี้​ได้ประมาณสามเดือนแล้ว​ ​แต่ทำไมไม่มี​ใครมาตามหา​เขา

เธอกะว่า​เขาคง​จะอายุประมาณ 27 หรือ 28 ปี อย่างน้อย​ถ้าพ่อแม่ของ​เขาไม่ติดตามหา​เพราะ​เขา​เป็นผู้ใหญ่แล้ว​ ​แต่ภรรยาหรือคนรักของ​เขาเล่า ​เขา​จะไม่มี​ใครสักคนเลย​หรือ? ทิพย์สุรางค์คิด​แต่​จะหาทางจับผิดเคน ไม่​ได้สังหรณ์ใจเลย​​แม้​แต่น้อยว่า​ความหวาดระแวงสงสัยของเธอในวันนี้​จะนำเธอเข้า​ไปพัวพัน​กับ​เขา ทำให้ชีวิต​ที่เรียบง่ายของเธอ​ต้องสับสนวุ่นวายอย่างคาดไม่ถึงในวันหนึ่ง​ข้างหน้า

เวลา​ที่กรอยู่​​ที่เวียงพุกามในช่วงวันเสาร์อาทิตย์​เขามัก​จะหายตัว​ไปจากตึกใหญ่ ​ซึ่งทิพย์สุรางค์สงสัยว่า​เขาคง​ไปประจ๋อประแจ๋อยู่​​กับชายหนุ่มผู้นั้น​ บางวัน​เขาไม่กลับมาทานอาหารกลางวัน​ที่คำหล้าหรือศรีวรรณจัดเตรียมไว้ให้ในห้องแพนทรี่ด้วยซ้ำ ​เมื่อเธอซักถามตอน​ที่​เขากลับมาแล้ว​เด็กชายก็​จะอ้างว่า​เขาทานในโรงอาหารคนงาน​กับเคนเรียบร้อย​แล้ว​ ​ซึ่งแน่นอน​ที่เธอ​จะคาดโทษ​เขา​เอาไว้ล่วงหน้าว่าครั้งต่อ​ไป​ถ้า​เขาไม่กลับมาทานอาหาร​ที่จัดเตรียมไว้ให้​และไม่บอกล่วงหน้าว่า​จะไม่ทาน เธอก็​จะสั่งศรีวรรณว่าไม่​ต้องเตรียมอาหารเผื่อ​เขาอีกต่อ​ไป

สำหรับชายหนุ่มผู้นั้น​ ทิพย์สุรางค์รู้สึกว่า​​เขาพยายามหลบหน้าหลบตาเธอจนเห็น​ได้ชัด ​ถ้าบังเอิญเจอะเจอกัน​โดยหลีกเลี่ยงไม่​ได้​เขาก็​จะทำท่าสำรวมไม่มองหน้าเธอเลย​ ดังเช่นวันหนึ่ง​​ระหว่าง​ที่เดินเล่น​ไปตามทางเดินเล็กๆ​ ​ที่คดเคี้ยว​ไปมา​ระหว่างต้นไม้ใหญ่น้อย​และกอดอกหญ้าหลากสี เธอ​ได้ยินเสียงคนพูดคุย​และหัวเราะกันอย่างเบิกบานใจ ห่างออก​ไปตรง​ที่​เป็นทางโค้งลับตาจาก​ที่เธอ​กำลังเดินอยู่​ หญิงสาวเดินต่อ​ไปเรื่อยๆ​ พอเลย​โค้งก็เห็นกร​และเคนนั่งอยู่​ด้วยกัน ​เมื่อคน​ทั้งคู่​ที่​กำลังหัวเราะกันอยู่​เหลือบเห็นเธอเข้าเสียงหัวเราะนั่นก็ขาดหาย​ไปทันที กรกระโดดลุกขึ้น​ยืน ร้องทักเธอเก้อๆ​ว่า

" อ้าว! คุณหนูนั่นเอง "

เคนก็รีบยืนขึ้น​เหมือนกัน ​เมื่อทิพย์สุรางค์มองดู​เขาอย่างสำรวจตรวจตราก็พบว่า​เขาก้มหน้าลงมองพื้น ไม่​ได้เหลือบแลมาทางเธอเลย​ เธอสังเกตเห็นว่า​เขาถืออะไร​อย่างหนึ่ง​อยู่​ในมือ​ซึ่งกำไว้แน่น ​ส่วนมืออีกข้างถือมีดคัตเตอร์ค้างอยู่​เหมือน​กำลัง​ใช้มันเหลาหรือตัดอะไร​สักอย่าง

กร​ซึ่งเห็นสายตาของทิพย์สุรางค์​ที่จ้องเขม็ง​ไป​ที่มือข้าง​ที่กำ​เอาไว้ของเคน รู้ว่าเธอคงพยายามหาทางจับผิดชายหนุ่มผู้นั้น​ ก็รีบหันเห​ความสนใจของเธอทันที

" คุณหนูมาทำอะไร​แถวนี้ฮะ ? อ๋อ...​คง​จะมาดูดอกหญ้านั่นเอง" ​เขาถามเองตอบเองเสร็จ "เลย​​ไปทางโน้นแน่ะฮะ มีกอใหม่ๆ​บานเยอะแยะเลย​ มีสีแดง​ที่คุณหนูชอบด้วย ​ไปไหมฮะ ผม​จะพา​ไปดู "

หญิงสาวมองตามมือของกร​ที่ชี้ออก​ไปไกลจาก​ที่ตรงนั้น​แล้ว​ก็ยิ้มนิดๆ​อย่างรู้เท่าทัน เธอแน่ใจว่าผู้ชายสองคนนี่​ต้องแอบมาทำอะไร​สักอย่าง​ที่ไม่​ต้องการให้เธอรู้ ตาคมปลาบ​ที่คอยจับผิดกร​กับเคนของทิพย์สุรางค์มองปราด​ไปตรง​ที่เห็นคน​ทั้งสองนั่งหัวเราะหัว​ใคร่กันอยู่​ แล้ว​ก็เห็นกระดาษหนังสือพิมพ์เก่าๆ​​ที่กางอยู่​บนพื้นดิน มีเศษไม้​เป็นฝอยบางๆ​กองอยู่​

"นั่นอะไร​? " เธอชี้นิ้ว​ไป​ที่กระดาษหนังสือพิมพ์แผ่นนั้น​

สองชายมองตามมือเธอแล้ว​มองหน้ากัน กร​ซึ่งเห็นว่าอย่างไรเสียคุณหนูของ​เขาก็คง​จะ​ต้องรู้ให้​ได้ ตัดสินใจตอบด้วยเสียงอ่อยๆ​ว่า " ไม่มีอะไร​หรอกฮะ เคน​เขาแค่​จะทำเรือบตให้ผมเท่านั้น​ " ว่าแล้ว​​เขาก็รีบแกะมือข้าง​ที่กำอยู่​ของเคนออกแล้ว​ดึงอะไร​อย่างหนึ่ง​มาส่งให้เธอดู​เป็นหลักฐาน

ทิพย์สุรางค์ไม่​ได้รับของชิ้นนั้น​จากกร เธอเพียง​แต่มองอยู่​ห่างๆ​ รู้ว่ามัน​คือเศษไม้ชิ้นเล็กๆ​ ยาวประมาณสี่นิ้ว​และหนาประมาณนิ้วครึ่ง ​ส่วนหัว​และ​ส่วนท้ายตัน มีรอยเกลาด้วยมีดจนเรียบเสมอกัน ตรงกลางมีรอยเหมือนถูกเซาะหรือขูดจนเว้าลง​ไป​เป็นแอ่ง เห็นแล้ว​เธอก็ขมวดคิ้ว " นี่น่ะหรือเรือบดเรือบ้าอะไร​ของเธอ ? ฮึ นายกร "

กรหน้าเสียเหลือบมองเคน เห็น​เขาทำหน้าเฉยๆ​เหมือนไม่สะดุ้งสะเทือน​กับคำวิจารณ์ของทิพย์สุรางค์ ในขณะ​ที่ตัว​เขาเองรู้สึกเดือดร้อนแทน​เพราะ​เป็นคนคะยั้นคะยอชายหนุ่มให้ทำเรือลำนั้น​ให้​เขา

"​จะ​เอา​ไปแล่นลงแม่น้ำหรือทะเล​ที่ไหนกันล่ะ ? " เธอถากถางต่อ​ไป

" คุณหนูก็ทราบไม่ใช่หรือฮะว่ามันเล็กนิดเดียวเอง ​จะ​เอา​ไปแล่น​ที่ไหน​ได้ " เด็กชายโต้อย่างเ​คืองๆ​ " เคน​เขาบอกว่าน่า​จะ​เอาเศษไม้มาขุด​เป็นเรือจำลอง​ได้ ผมก็เลย​ขอให้​เขาลองทำให้ดู ไม่ใช่เรือจริงๆ​สักหน่อย​ แค่เรือของเล่นเท่านั้น​ "

หญิงสาวชำเลืองดูนาฬิกาบนข้อมือแล้ว​ก็​ได้เรื่อง​ใหม่ ​ความจริงเธอไม่​ได้เพียงแค่อยากรู้​ความ​เป็นอยู่​​และพฤติกรรมของชายนิรนามผู้นี้เท่านั้น​ ​แต่เธอยังรู้สึกขวางหูขวางตากร ​ที่คอยติดแจอยู่​​กับ​เขาอีกด้วย ​แม้ใจหนึ่ง​เธอ​จะอยากรู้เรื่อง​ของเคนผ่านทางกรก็ตาม ก่อนหน้า​ที่เคน​จะมาอยู่​​ที่เวียงพุกามกร​จะเห็นเธอ​เป็น​ที่พึ่ง​ที่เดียว​ที่​เขา​ต้องคอยประจบประแจง​เอาใจอยู่​ใกล้ๆ​ ​แต่ระยะหลังนี้​เขาทำเหมือนไม่เห็นเธออยู่​ในสายตา ทำให้ทิพย์สุรางค์หมั่นไส้จนอยาก​จะหาเรื่อง​กร​ไป​พร้อมๆ​​กับเคนด้วย คราวนี้​เมื่อนึกเรื่อง​ใหม่​ที่​จะเล่นงานเคน​ได้แล้ว​เธอก็มองหน้าแล้ว​พูด​กับ​เขา​โดยตรงเลย​

" นี่เพิ่ง​จะบ่ายสามโมงเท่านั้น​ ทำไมไม่อยู่​​ที่​ที่ทำงาน นายเลิกงานห้าโมงเย็นไม่ใช่หรือ ขืนเถลไถลตามนายกรแบบนี้คง​จะ​ต้องบอกหนานคำให้ตัดค่าแรงบ้างแล้ว​ละ "

กร​กับเคนมองหน้ากันแล้ว​เคนก็ทำหน้าเฉยๆ​เหมือนเดิม เหมือนไม่​ได้ยินคำพูดของทิพย์สุรางค์​ที่​เขารู้ว่า​กำลังหาเรื่อง​จับผิด​เขาอยู่​ ​แต่กรไม่ใช่เด็ก​ที่​จะหุบปากเฉยอยู่​​ได้

" วันนี้วันอาทิตย์ เคน​เขาหยุดวันอาทิตย์ฮะ ​ถ้า​เป็นวันอื่น​ที่​เขา​กำลังทำงานอยู่​ ถึงผมชวนให้ตาย​เขาก็ไม่มา​กับผมหรอกฮะ "

หญิงสาวเพิ่งนึกขึ้น​มา​ได้ว่าจริงของกร วันนี้​เป็นวันอาทิตย์ เธอรู้สึกเสียหน้า​ที่ว่า​เขาผิดๆ​ ​แต่ก็โมโหกร​ที่ทำเหมือนบังอาจมาสั่งสอนเธอ ​จะหุบปากนิ่งทำไม่รู้ไม่ชี้บ้างไม่​ได้หรืออย่างไร เธอก็เลย​พาลใส่เด็กชายเสียเลย​

" นี่นายกร ! ไม่​ต้องพูดมาก กลับบ้านเลย​ กลับ​ไป​พร้อม​กับฉันเดี๋ยวนี้! "

เห็นกรทำท่าอิดออดไม่ยอมกลับง่ายๆ​ตามคำสั่ง ทิพย์สุรางค์ก็ยื่นมือ​ไปบิดเนื้อ​ที่ต้นแขนของ​เขาหนึ่ง​ที ทำให้เด็กชายร้องออกมาด้วย​ความเจ็บแล้ว​เลย​ยอมเดินตามเธอต้อยๆ​ออก​ไปจาก​ที่ตรงนั้น​​โดยดี หลังจากส่งเรือจำลอง​ที่ยังทำไม่เสร็จคืนให้เคน

แล้ว​อีกสองสามสัปดาห์​ต่อมาทิพย์สุรางค์ก็เห็นคู่กรณี​ทั้งสองของเธอรวมหัวอยู่​ด้วยกันอีกครั้งหนึ่ง​ วันนั้น​ชาคริต ​เพื่อนรุ่นน้องของวุฒิเลิศ​ซึ่ง​เป็นบุตรชายของนักการเมืองท้องถิ่นผู้มีอิทธิพลสูงในจังหวัด ​ซึ่งเธอรู้ด้วยสัญชาติญาณ​และวาจาท่าทางของเชาว่า​เขา​กำลังพยายาม​จะทำให้เธอสนใจ แวะมาหาเธอ​ที่เวียงพุกาม​พร้อมด้วยช็อคโกแลตกล่องใหญ่​เป็นของกำนัล หลังจากนั่งพูดคุยกันอยู่​พักใหญ่หญิงสาวก็ชวน​เขาขึ้น​​ไปดูไร่ยาสูบบนเนิน​เขา ดู​ไปเดินคุยกัน​ไปพักหนึ่ง​ก็ชวนกันกลับลงมา ทิพย์สุรางค์​เป็นคนขับรถจิ๊ปคันโกโรโกโสของเธอ

​เมื่อขับผ่านโรงบ่มใบยา​ไป​ได้ไม่ไกลก็ถึงเรือนยาว​ที่พักของลูกจ้างชายโสด ถัด​ไปอีกหน่อย​​เป็นลานปูน​ที่สร้างไว้นานแล้ว​ ​ซึ่งบิดาของเธอคงตั้งใจให้​เป็น​ที่เตะตะกร้อหรือเล่นบาสเก็ตบอลสำหรับลูกจ้าง​ได้เล่น​เพื่อออก​กำลังกายหรือพักผ่อน ​เพราะมีแป้นโกล​พร้อมตาข่ายอยู่​สุดปลายลาน​แต่ละด้าน ทิพย์สุรางค์ไม่เคยเห็น​ใครมาเล่นบาสเก็ตบอล​ที่นี่ ปกติพวกลูกจ้างมัก​จะ​ใช้ลานนี้​เป็น​ที่เตะตะกร้อกันมากกว่า ​แต่วันนี้เธฉเห็นคนกลุ่มหนึ่ง​​กำลังเล่นบาสเก็ตบอลกันอยู่​ คน​ที่เล่นกันอยู่​นั้น​แบ่งออก​เป็นสองทีม ทีมละห้าคน มีพวกลูกหลานคนงานนั่งบ้างยืนบ้างส่งเสียงเชียร์กันอึงคะนึง

ตอนแรกเธอ​จะขับรถผ่าน​ไปอยู่​แล้ว​ ​แต่ชาคริตร้องบอกว่า "คุณกรอยู่​ตรงโน้นแน่ะ "

หญิงสาวก็เลย​หยุดรถมองตามมือ​เขา​ไป เธอเห็นกรยืนอยู่​ริมลานนอกเส้น​ที่ขีด​เป็นกรอบสนาม สวมหมวกหน้าตาประหลาดไว้บนศรีษะ ในมือมีกิ่งไม้ขนาดไม่ยาวนักคอยโบกให้ผู้เล่น ​ส่วนในปากก็มีนกหวีดคาบอยู่​

"สงสัยคุณกร​จะ​เป็นกรรมการ " ชาคริตพูดหัวเราะๆ​ กระโดดลงจากรถ " ไม่ลง​ไปดู​เขาเล่นกันหน่อย​หรือฮะ "
ทิพย์สุรางค์ส่ายหน้าปฎิเสธ " ไม่ละ ฉันนั่งดูอยู่​ในรถนี่ก็​ได้ "

ชาคริตเข้าใจว่าหญิงสาวคงขยาดแสงแดดตอนบ่าย​ที่ยังแผดกล้าอยู่​ก็เลย​เลิกคะยั้นคะยอ เดินตรงเข้า​ไปหยุดอยู่​ใกล้ๆ​กร ตาก็มองดูผู้เล่น​ซึ่งเล่นกัน​ได้ดีพอสมควรอย่างสนใจ แล้ว​​เขาก็เห็นชายแปลกหน้า​ที่ทิพย์สุรางค์เคยเล่าให้ฟัง บอกว่าชื่อเคนแล้ว​ยังสั่งให้ไหว้​เขาด้วย ​แต่ชาคริตจำ​ได้ว่าผู้ชายคนนั้น​ไม่​ได้ยกมือขึ้น​ไหว้​เขา ​แต่กลับก้มศรีษะให้อย่างสุภาพแทน ​ซึ่งทำให้​เขารู้สึกแปลกใจเล็กน้อย

ชาคริตเห็นชายหนุ่มผู้นั้น​​ซึ่งขณะนี้หน้าตาเนื้อตัวเต็ม​ไปด้วยเหงื่อ สวมเสื้อกล้ามเก่าๆ​สีน้ำเงิน ​ที่เปิดเปลือยช่วงไหล่จนมองเห็นมัดกล้ามใหญ่งามสมตัวบนต้นแขน กางเกงขาสั้นเก่าๆ​ชายรุ่ยร่าย​ที่​เขาใส่อยู่​ยาวเลย​เข่าลง​ไปหลายนิ้ว สวมรองเท้าผ้าใบเก่าๆ​สีขาว ​เขา​กำลังเดาะลูกบอลในมือลงบนพื้น​เป็นจังหวะ แล้ว​พาลูกบอลหลบหลีกฝ่ายตรงข้ามอย่างแคล่วคล่องว่องไวเข้า​ไปชู๊ตลูกใต้แป้นโกล บอลลูกนั้น​ถูกชู๊ดลง​ไปในโกล​ได้อย่างสวยงามแม่นยำ กรรมการกรยกกิ่งไม้ในมือขึ้น​สูง​เป็นสัญญาณว่าลูกลง​ไปแล้ว​ ​พร้อม​กับตะโกนโหวกเหวกขานแต้ม ให้คนงานผู้หญิงคนหนึ่ง​บันทึกลงในเศษกระดาษ

ชาคริตยืนดูอยู่​อีกครู่หนึ่ง​ก็ถึงเวลาพักครึ่ง ​เขาเตรียม​จะเดินกลับ​ไปหาทิพย์สุรางค์​ที่คอยอยู่​ในรถ ​แต่กรหันมาเห็น​เขาเข้าเสียก่อน เด็กชายทำหน้าตกใจ

" อ้าว..คุณชาคริต! มาอยู่​​ที่นี่​ได้ยังไงฮะ ? "

กรเหลียวหน้าเหลียวหลังล่อกแล่ก​เพราะแน่ใจว่าชายหนุ่มคนนี้คงไม่​ได้มาคนเดียว แล้ว​ก็ตาม​ที่​เขาคาด ​เขาเหลียว​ไปเห็นทิพย์สุรางค์ในรถ​ที่จอดอยู่​ใกล้ๆ​ ​เมื่อเห็นตา​ที่จ้องเขม็งมาของเธอเด็กชายก็หน้าเสีย ​ความ​ที่เคยกลัวกันมาตลอดทำให้​เขาวิตกว่าเย็นนี้​เมื่อกลับ​ไป​ที่ตึกแล้ว​เธอ​จะบ่น​จะว่าอะไร​อีกหรือเปล่าก็ไม่รู้ ​แต่นกรู้อย่างกรก็มีวิธี​เอาตัวรอดหรือผ่อนหนัก​เป็นเบา​ได้เสมอ ​เขารีบกระวีกระวาดเดินตามชาคริตเข้า​ไป​ที่รถจิ๊ปคันนั้น​ ทำหน้าทำตาเหมือนดีใจ​ที่​ได้พบเธอ

" โอ๊ย!! ดีจังเลย​ คุณหนูอุตส่าห์มาเชียร์พวกเราถึง​ที่นี่ พวกนั้น​รู้เข้าคงดีใจกันใหญ่เลย​ " ​เขาพยายาม​เอาคนเล่น​ทั้งสิบคนมาอ้าง

ทิพย์สุรางค์รู้ว่ากร​กำลังพยายามกลบเกลื่อนด้วยการยกยอ​ความสำคัญของเธอ ​เพื่อให้เธอหลงเชื่อแล้ว​ไม่​เอาเรื่อง​​เขา ถึงอย่างไรเธอก็ไม่คิด​จะบ่นว่าหาเรื่อง​​เขาต่อหน้าชาคริตหรอก รอให้แขกของเธอกลับ​ไปเสียก่อนเถิด

คืนนั้น​หลังจากรับประทานอาหารค่ำ​กับคุณดนัย​และทิพย์สุรางค์​และนั่งคุยกันต่ออีกพักใหญ่แล้ว​ ชาคริตก็ลากลับ​ไปด้วยรถคันหรู​ที่มีคนขับ​พร้อมของ​เขา หญิงสาวรอจนแน่ใจว่ากรอาบน้ำทำอะไร​​ส่วนตัวเสร็จเรียบร้อย​​เพื่อเตรียมเข้านอนแล้ว​ ก็เดินกราย​ไป​ที่ห้องของ​เขา เคาะสองทีแล้ว​เปิดประตูเข้า​ไป เด็กชายนอนอยู่​บนเตียง มีผ้าห่มคลุมอยู่​ตั้งแต่ศรีษะจรดปลายเท้า เธอรู้ว่า​เขาเพิ่งขึ้น​เตียง ยังไม่ทันหลับเหมือน​ที่​เขา​ต้องการให้เธอคิดว่า​เขาหลับแล้ว​

ทิพย์สุรางค์นั่งลงบนเก้าอี้​ที่อยู่​ใกล้เตียงเล็กๆ​ของกร ขณะนั้น​เวลาเพิ่ง​จะสองทุ่มครึ่ง ปกติกร​จะเข้านอนประมาณสามทุ่ม หญิงสาวนั่งเงียบๆ​คอยดูว่ากร​จะทำอย่างไรต่อ​ไป ใน​ที่สุด​เมื่อสิบห้านาทีผ่าน​ไปเด็กชาย​ซึ่งทนอดอู้อยู่​ใต้โปงผ้าห่มต่อ​ไปไม่ไหว เลิกผ้าห่มออกจากตัว ผลุดลุกขึ้น​นั่งแล้ว​ทำไม่รู้ไม่ชี้ทักเธอว่า

" อ้าว คุณหนูนี่เอง นึกว่าศรีวรรณหรือคำหล้าเสียอีก "
" แล้ว​ไง ? " ทิพย์สุรางค์เลิกคิ้ว ถาม​เขาด้วยเสียงเรียบๆ​
" คุณหนูมีอะไร​​จะ​ใช้ผมหรือฮะ ? " กรตีหน้าซื่อ
" เปล่า ไม่มีอะไร​นี่ "

​เมื่อเห็นทิพย์สุรางค์ทำหน้าเฉยๆ​เหมือน​จะบอกว่าไม่​ได้มา​เอาเรื่อง​ กรก็รู้สึกใจชื้นขึ้น​จนกล้าชวนเธอคุย " คุณหนูเห็นเคนตอน​ที่เล่นบาสไหมฮะ ? ​เขาเล่นเก่งมากเลย​ "

หญิงสาว​ได้ทีก็เลย​ซักไซ้กรทางอ้อมว่า " ​ใคร​เป็นต้นคิดให้เล่นบาสเก็ตบอลกันล่ะ เธอหรือ ? "
" อํอ เปล่าฮะ ไม่ใช่ผมหรอก เคนต่างหาก ​เขาเห็นสนามมันว่างไม่ค่อยมี​ใคร​ใช้ นานๆ​จึง​จะเตะตะกร้อกันสักที ​เขาก็เลย​ชวนพวกนั้น​เล่น​เพื่อออก​กำลังกัน " เด็กชายรีบอธิบายอย่างกระตือรือร้น
" คนงานพวกนั้น​เล่น​เป็นหรือ ฉันยังไม่เคยเห็นพวก​เขาเล่นบาสเก็ตบอลกันมาก่อนเลย​ "
" ก็เคนสิฮะ ​เขาเ​ที่ยวชักชวน​ใครต่อ​ใครมา แล้ว​ก็สอนวิธีเล่นให้ สอนกันมาเกือบเดือนแล้ว​ละฮะ แข่งกันมาสองครั้งแล้ว​ด้วย ทีนี้เลย​สนุกกันใหญ่ พอเลิกงานก็ซ้อมกันเกือบทุกวันเลย​ "
" แล้ว​เธอล่ะ ไม่​ได้เล่น​กับ​เขาด้วยหรอกหรือ ? " เธอซักต่อ​ไป
" ​ความจริงผมก็อยากเล่นเหมือนกัน ​แต่เคนสิฮะ ​เขาบอกว่าตัวผมยังเล็กอยู่​ ​ต้องรอให้สูงกว่านี้อีกสักหน่อย​ คุณหนูไม่เห็นหรือฮะว่าพวก​ที่เล่นๆ​กันอยู่​น่ะ ​แต่ละคนก็ตัวใหญ่ๆ​สูงๆ​กัน​ทั้งนั้น​เลย​ เคนน่ะสูง​ที่สุดอยู่​แล้ว​ "

กรอธิบายอย่างมี​ความสุข รู้สึกดีใจ​ที่ทิพย์สุรางค์ให้​ความสนใจ ไม่ดุว่าอย่าง​ที่​เขากลัวล่วงหน้า​เอาไว้ก่อน

" ฉันเห็นเธอทำท่าเหมือน​เป็นกรรมการ เธอรู้กฏเกณฑ์การเล่นแล้ว​หรือ ? "
" ฮะ เคนให้ผม​เป็นกรรมการ ​แต่ก่อน​จะ​เป็น​ได้​เขา​ต้องสอนผมเยอะเลย​ แล้ว​ยังให้ผมจดกติกาต่างๆ​​เอาไว้ด้วย ทุกครั้งก่อน​จะเล่นกัน​เขาก็​จะสอบดูว่าผมเข้าใจกติกาการเล่นมากน้อยแค่ไหน ​เขาก็​จะถามแล้ว​ให้ผมตอบ ​เขาสอนเก่งมากทำให้ผมไม่งงเลย​ "

" ​เอาลูกบาสมาจากไหนล่ะ ฉันจำ​ได้นี่ว่าเราไม่มีลูกบาส " ทิพย์สุรางค์ซักอย่างใจเย็น
" เคน​เขาฝากเงินให้ผม​ไปซื้อ ​ที่ร้านขายเครื่องกีฬาใกล้โรงเรียนฮะ "

แล้ว​เด็กชายก็มองหน้าทิพย์สุรางค์ ชักสงสัย​กับคำถามของเธอ หญิงสาว​ซึ่งเข้าใจสีหน้ากังขาของกรดี ทำ​เป็นพูดเฉไฉ​ไปว่า

"​ที่ถาม​เพราะฉันนึกว่าเธอ​เอาเงิน​ส่วนตัวออก​ไป เงิน​ที่ให้ทุกอาทิตย์น่ะให้ไว้เผื่อเธอ​จะอยาก​ได้อะไร​เล็กๆ​น้อยๆ​ ​จะ​ได้ไม่​ต้องวิ่งมาขอฉันทุกครั้ง ​ถ้าเธอ​เป็นคนออกเงินซื้อฉัน​จะ​ได้​ใช้คืนให้ การเล่นกีฬามีประโยชน์​กับคนงานของเราทุกคน เราก็​จะ​เป็นคนออกเงินให้ ​ถ้าเธอไม่​ได้​เป็นคนออกเงินก็แล้ว​​ไป "

พอจบประโยคเธอก็ลุกขึ้น​เดิน​เพื่อออก​ไปจากห้อง ​เพราะรู้ข้อมูล​ที่​ต้องการเพียงพอแล้ว​ ​แต่กร​ซึ่ง​กำลังดีใจรีบร้องถามตามหลังเธอ​ไปว่า " ​แต่เคน​เขา​เป็นคนออกเงิน​ไป คุณหนู​จะ​ใช้เงินคืนให้​เขาใช่ไหมฮะ ? "

หญิงสาวหยุดเดิน หันมามองกร " เรื่อง​อะไร​​จะ​ต้อง​ใช้คืนให้​เขาล่ะ ​เขาอยากทำหน้าใหญ่ใจโตหาคะแนนเสียงจากเธอ​และพวกคนงาน ก็ปล่อยให้​เขาจ่าย​ไปสิ "

กรรู้สึกผิดหวัง​กับคำตอบแบบไม่แยแสหรือคล้ายๆ​สมน้ำหน้าเคนของเธอ ​เขาพยายามอธิบายว่า " เคน​เขาคงมีเงินไม่เท่าไรหรอกฮะ ก็​เขา​เป็นแค่คนงาน ​ได้ค่าแรงวันละร้อยกว่าบาท​เท่านั้น​ คุณหนูก็น่า​จะช่วย​เขาบ้าง ​เมื่อกี้คุณหนูบอกเองไม่ใช่หรือฮะว่าการเล่นกีฬา​เป็นประโยชน์​กับคนงานของเรา เราก็ควร​จะ​เป็นคนออกเงินค่า​ใช้จ่าย ไม่ใช่หรือครับ​? "

ทิพย์สุรางค์ฟังคำพูดคล้ายๆ​กล่าวหาเธอของกรแล้ว​ก็ทำตาเขียวใส่​เขา " นี่ ไม่​ต้องมาทำเจ้ากี้เจ้าการแทน​เขา ​เขาอาจ​จะ​ได้ค่าแรงไม่มากก็จริง ​แต่​เขาก็กินอยู่​​กับเราเหมือนคนงานคนอื่นๆ​ ไม่เห็น​ต้อง​ใช้จ่ายอะไร​เลย​นี่ "
คราวนี้เสียงของกรอ่อนลง​เมื่อแย้งว่า " ​แต่​เขาก็คง​ต้องซื้อหาอะไร​​ส่วนตัวบ้างละครับ​ เช่นสะบู่ ยาสีฟัน มีดโกนหนวด แล้ว​ก็เสื้อผ้า อะไร​ต่ออะไร​อีกเยอะแยะ "

คำจาระไนของเด็กชายไม่ทำให้ทิพย์สุรางค์ใจอ่อน เธอตัดบท​ที่ทำให้กรเงียบเสียง​ไปทันทีว่า "​ถ้าสงสาร​เขานัก กลัว​เขา​จะไม่มีเงิน​ใช้ เธอก็​เอาเงินเก็บของเธอ​ไป​ใช้คืน​เขาแทนสิ" แล้ว​เธอก็เดินออก​ไปจากห้อง ปล่อยให้เด็กชายทำตาประหลับประเหลือกมองตามหลัง​ไป

 

F a c t   C a r d
Article ID S-3229 Article's Rate 44 votes
ชื่อเรื่อง เวลาที่หายไป --Series
ชื่อตอน ตอนที่ 7 - อยากจะรู้นัก --อ่านตอนอื่นที่ตีพิมพ์แล้ว คลิก!
ผู้แต่ง ดอยสะเก็ด
ตีพิมพ์เมื่อ ๑๒ มกราคม ๒๕๕๕
ตีพิมพ์ในคอลัมน์ เรื่องยาว ซีรีส์
จำนวนผู้เปิดอ่าน ๒๔๔ ครั้ง
จำนวนความเห็น ๓ ความเห็น
จำนวนดอกไม้รวม ๒๑๓
| | | |
เชิญโหวตให้เรตติ้งดอกไม้แก่ข้อเขียนนี้  
R e a d e r ' s   C o m m e n t
ความเห็นที่ ๑ : wadee [C-17344 ], [125.25.217.112]
เมื่อวันที่ : ๑๑ ส.ค. ๒๕๕๓, ๐๖.๔๒ น.

ขอบคุณคุณรจนา​​และคุณนกหัวขวานมากนะคะ​​ สำหรับ​​กำลังใจ​​และ​​ความคิดเห็น​​ที่มีประโยชน์​​ที่​​จะนำ​​ไปปรับปรุงต่อ​​ไปค่ะ​​

แจ้งลบข้อความ


ความเห็นที่ ๒ : Rotjana Geneva [C-17352 ], [193.134.193.5]
เมื่อวันที่ : ๑๑ ส.ค. ๒๕๕๓, ๒๒.๓๑ น.

เข้ามาอ่านต่อค่ะ​​

พ่อแง่แม่งอน น่ารักจริง ๆ​​

​​กำลังสงสัยว่าเรื่อง​​​​จะพัฒนา​​ไปอย่างไร ​​จะคอยติดตามอ่านค่ะ​​

คง​​จะหายหน้า​​ไปสักพัก (เดินทาง) แล้ว​​เจอกันใหม่นะคะ​​

แจ้งลบข้อความ


ความเห็นที่ ๓ : wadee [C-17355 ], [125.24.235.80]
เมื่อวันที่ : ๑๑ ส.ค. ๒๕๕๓, ๒๓.๒๐ น.

คุณรจขา ขอให้เดินทางปลอดภัย เ​​ที่ยวให้สนุกแล้ว​​ค่อยกลับมาอ่านต่อนะคะ​​

แจ้งลบข้อความ


สั่งให้ระบบส่งเมลแจ้งการเพิ่มเติมความเห็น
 ศาลานกน้อย พร้อมบริการเสมอ และยินดีรับฟังข้อเสนอแนะจากทุกท่าน  ติดต่อเว็บมาสเตอร์ได้ทางคอลัมน์ คุยกับลุงเปี๊ยก หรือทางอีเมลได้ที่ uncle-piak@noknoi.com  พัฒนาระบบ : ธีรพงษ์ สุทธิวราภิรักษ์  โลโกนกน้อย : สุชา สนิทวงศ์  ภาพดอกไม้ในนกแชท : ณัฐพร บุญประภา  ลิขสิทธิ์งานเขียนในนิตยสารรายสะดวก เป็นของผู้เขียนเรื่องนั้น  ข้อความที่โพสบนเว็บไซต์แห่งนี้ เป็นความคิดเห็นส่วนตัวของผู้โพสทั้งสิ้น