นิตยสารรายสะดวก  Fiction  ๑๖ ตุลาคม ๒๕๕๓
เหมืองป่า #13
พลอยพนม
..."เสือ ช้าง ไม่กลัว กลัวผึ้ง" ไอ้ชนแหย่ไอ้พริ้ง "​ใครไม่กล้าประเดี๋ยวกูจัดการเอง...​"...

ตอน : คนตีผึ้ง

สมัยเด็ก ๆ​ เราชอบเล่นคำทายกันบ่อย ๆ​ ทายโน่นทายนี่ ทายกัน​ได้ทุกวัน ไม่มีซ้ำ ไม่รู้​ไปเสาะหากันมาจากไหนนักหนา บางครั้งบางคราวทาย​ไปทายมาก็มีการหัวหมอเกิดขึ้น​ ​ถ้า​เป็นเด็กผู้ชายก็กำหมัดชนิดไม่รั่วลม ยกขึ้น​ขู่เจ้าคนหัวหมอ ​ถ้า​เป็นเด็กผู้หญิงปากจัดหน่อย​เธอก็ด่าให้ทันที แล้ว​วงก็แตก ไว้วันรุ่งขึ้น​ หรือถัด​ไปอีกสองสามวันพอให้ลืม ๆ​ เรื่อง​​ที่เคยขุ่นหมองก็กลับมาเล่นกันใหม่

เด็กบางคนเสาะหา​แต่คำทาย​ที่หมิ่นเหม่​ไปในทางลามก​เอามาทายผู้อื่น หาก​แต่​เมื่อเฉลยคำตอบก็​จะกลับ​เป็นตรงกันข้ามราวฟ้า​กับดิน ​แต่​ส่วนมากพวกเด็กผู้หญิง​เขาไม่​ใคร่พอใจ ก็บุ้ยปากให้ หรือไม่ก็แอบทำปากขมุบขมิบพอให้ฝ่ายเด็กผู้ชาย​ได้รับรู้ว่าคุณเธอไม่ชอบพวกคำทายเหล่านั้น​

​และในคำทาย​ที่ค่อน​ไปทางสับปะดี้สัปดนนี้ ผมยังจำไม่ลืมมีอยู่​คำหนึ่ง​ ขึ้น​ต้นว่า " อะไร​เอ่ย หัวแดงแฝงข้างขา ขึ้น​ต้นพฤกษา ถกผ้าเห็นตะโพก พ่ออยู่​ใต้แม่อยู่​บน ปล้ำจนเหงื่อออกทุกเส้นขนจึง​ได้ลูก" ​ซึ่ง​เป็นคำทาย​ที่ชวนให้มโนภาพไขว้เขว​ไปในทางต่ำ พวกเด็กผู้หญิง​จะออกปากด่าว่า "อุบาท​ว์ ทายเปรต ๆ​ " แล้ว​พวกเธอก็ลุกหนี​ไป พวกเด็กผู้ชายหัวเราะ ฮา ฮา กระทั่งคำเฉลยแย้มขึ้น​ว่า อ้ายหัวแดง ๆ​ นั้น​​คือคบไฟ นั่นแหละ​- -จึง​จะมีผู้ยกมือแย่งกันตอบเสียงเจี๊ยวจ๊าวขึ้น​มาทันที

คนตีผึ้ง!!

คนตีผึ้ง!!

เจ้าของคำทายก็หน้าบาน​เป็นกระด้ง ​เพราะอ้ายหัวแดง​แขวงข้างขาไม่ใช่ของลามก​แต่ประการใด ​แต่​ถ้า​เขาไม่แย้มคำเฉลยก็คงไม่มี​ใครทายถูก ​เขาจึงภูมิใจ​กับคำทายของ​เขา

หัวแดงของคณะตีผึ้งในดง​เขายาวันนี้ พี่สงัดผู้มีประสบการณ์ชวนไอ้พริ้ง​ไปเสาะหามาอย่างดี ทางชกแห้ง​ที่หล่นอยู่​ตามใต้โตนของมันนั่นแหละ​วิเศษนัก ลิดใบทิ้งเหลือเฉพาะทางของมัน​เอามาผ่าแบออกแล้ว​สับ ๆ​ ๆ​ ลง​ไปด้วยขวานด้ามเล็ก ๆ​ สับ​ไปตามยาวเหมือนสับไม้ไผ่ทำฝาขัดแตะกั้นฝาเรือนในสมัยโบราณ สับหลาย ๆ​ ท่อนแล้ว​นำมามัดรวมกันขนาดปลีน่อง ยาวหนึ่ง​ช่วงแขน ​เอาน้ำมันก๊าดหรือน้ำมันยางประพรมลง​ไป​ที่ปลายของมันด้านหนึ่ง​ด้านใดสักเล็กน้อย ช่วยให้จุดไฟติด​ได้ง่าย ถัดมาสักคืบก็พรมน้ำพอหมาด ๆ​ ป้องกันไม่ให้มันลุกไหม้เร็ว ​ที่สำคัญ​เมื่อไฟลุกมาถึง​ที่พรมน้ำก็​จะทำให้เกิดควันขึ้น​หนาแน่น ผึ้งหรือแมลงบางชนิด หรือ​แม้​แต่ยุงก็ไม่​ใคร่​จะพิศวาสกลิ่นควันไฟ กันสักเท่าไหร่

หลังจากกินข้าวมื้อกลางวันกันเสร็จ พวกเราชวนกันลุยน้ำข้ามลำธารตรงช่วง​ที่น้ำตื้นแค่เข่าตรง​ไปยังดงผึ้งรังย่อม ๆ​ ฝั่งโน้น ผึ้งรังแรก​ที่เราหมายตา​และตัดสินใจ​จะพาดพะองขึ้น​​ไปตี ทำรังอยู่​บนกิ่งมะไฟป่ากิ่งล่างสุด สูงจากพื้นประมาณห้าหรือหกวา ผม​กับไอ้พริ้งวางสัมภาระ​ที่ถือมาลง​กับพื้นเสร็จแล้ว​ก็เตรียม​ที่ทางสำหรับสุมไฟ ​โดย​เอาทางหวายน้ำ​ที่​ไปตัดกันมา​กับไอ้ชน​เป็นตัวทำให้เกิดควัน ตาปัญญานั่งเจาะไม้ไผ่ด้วยมีดพร้าของแก​เพื่อสอดลูกซี่ขั้นพะองให้พี่สงัดปีนขึ้น​​ไปตีผึ้ง ​และ​เมื่อทุกอย่างเสร็จ​พร้อม ไอ้ชน​กับพี่สงัดก็ช่วยหามพะอง​ไปพาด​กับต้นมะไฟป่าต้นนั้น​ พี่สงัด​เอาเชือกหวายผูกรัดพะองเข้า​กับต้นมะไฟ​เป็นทอด ๆ​ กระทั่งถึงปลาย​ที่แก​จะ​ต้องยืนจ่อคบไฟเข้า​ที่รังผึ้ง เสร็จแล้ว​ก็กลับลงมาข้างล่าง ​เอาปลายเชือกผูกสะเอวไต่พะองกลับขึ้น​​ไปใหม่ ค่อย ๆ​ ไต่ขึ้น​ช้า ๆ​ ไม่ให้กระทบกระเทือนถึงรังผึ้ง ​ซึ่งดูท่าทางพวกมัน​จะยังไม่รู้ถึงเภทภัย​ที่​จะเกิดขึ้น​​กับมัน​เพราะผมสังเกตมันยังคงเกาะรังอยู่​นิ่งเฉย มอง​ไปจากด้านล่าง​เป็นแผ่นสีน้ำตาลเข้มแผ่ย้วยลงมาทีเดียว

พี่สงัดแก้ปลายเชือก​ที่ผูกอยู่​​กับสะเอว ​เอา​ไปผูกกิ่งมะไฟกิ่งเล็ก ๆ​พอเอื้อมถึง แล้ว​โบกมือให้สัญญาณลงมา​ที่ไอ้ชน บอกให้เร่งจุดคบไฟแล้ว​ผูกโยง​กับเชือกเส้นนั้น​ ไอ้ชนเร่งจัดการทันที เปลวไฟลุกพรึบ ควันสีเทาลอยม้วนขึ้น​ข้างบน ผึ้ง​ที่เกาะติดอยู่​​กับรังยังเฉย ไม่มีปฏิกริยาใด ๆ​ ผม​เอามือคลำผ้าขาวม้า​ที่พันแน่นอยู่​บนหัวโผล่​แต่ลูกตา​เพื่อ​ความมั่นใจอีกครั้ง เช่นเดียว​กับ ไอ้พริ้ง ไอ้ชน หรือ​แม้​แต่พี่สงัดเองก็พันผ้าขาวม้าไว้บนศีรษะเสียแน่นกระชับโผล่แค่ลูกตาเหมือนกัน เว้น​แต่ตาปัญญาตนเดียว​ที่เพียงแค่โพกหัวตามธรรมดา

​เมื่อไอ้ชนเงยหน้า​ไปส่งสัญญาณว่าทุกอย่างโอเค พี่สงัดก็สาวคบไฟขึ้น​​ไป ​พร้อม ๆ​ ​กับตาปัญญาฉีกเชื้อไฟขี้ไต้​ที่เตรียมไว้ยื่นให้ไอ้พริ้งก่อไฟขึ้น​ ​เพื่อ​จะ​เอาใบหวายน้ำสุมควัน ผมนั้น​เคยเห็นการตีผึ้งรังเล็ก ๆ​ ในตอนกลางวันมา​กับตาตั้งแต่สมัยเรียนหนังสืออยู่​ชั้นประถมมาแล้ว​หลายครั้ง จึงไม่รู้สึกตื่นเต้นมากนัก สายตาคอยจับจ้องอยู่​​ที่พี่สงัดสลับ​กับรังผึ้ง​ที่อยู่​เหนือแกขึ้น​​ไปทางด้านหน้าพอเอื้อมถึงอย่างไม่วางตา ​เมื่อพี่สงัดก้มมาเห็นกองไฟ​ที่ไอ้พริ้งก่อขึ้น​ติดพรึบ แกก็ยื่นคบไฟ​ที่ถืออยู่​ในมือข้างขวาจ่อหมับเข้าใต้รังผึ้งรังนั้น​ทันที เสียงผึ้งแตกรังดังหึ่ง ๆ​ ชวนหวาดเสียว พวกมันพากันบินหนีไฟกระจาย​ไปทั่ว พวก​ที่ถูกไฟลนก็ร่วงลงใต้โคน ไม่ไกลจากกองไฟสุมควันของพวกเราสี่คน​ที่เตรียมอุปกรณ์อยู่​ด้านล่างสักเท่าใด ตัว​ที่ไม่โดนไฟคลอก​แต่หล่นหลงมา​เพราะเกาติดอยู่​​กับตัวอื่นก็บินหวือ ๆ​ ​ไปมารอบ ๆ​ กลุ่มควันสีเทาของเรา​ที่ลอยม้วนพุ่งขึ้น​สู่ด้านบน ​โดยไม่มี​ใครพูดอะไร​กัน ​เพราะต่างก็รู้หน้า​ที่กันดี ไอ้ชน​กับไอ้พริ้งก็​เอาใบหวายน้ำนั้น​สุมไฟเพิ่มอีก คราวนี้ควันไฟสีขาวก็กระจายฟุ้งออกมา บดบังพวกเรากันเองจนมองแทบไม่เห็นหน้าค่าตากัน

ผมนั้น​​แม้​จะรู้สึกแสยงต่อเหล็กในแหลม ๆ​ ของตัวผึ้งอยู่​บ้าง​เมื่อเห็นมันบินว่อนอยู่​รอบกาย หาก​แต่ในฐานะผู้รับผิดชอบในการรอรับรังน้ำผึ้งจากพี่สงัด ก็​ต้องเฝ้าจับตามองแกอย่างไม่อาจกระพริบตา ภายหลัง​ที่ฝูงผึ้งถูกไฟคลอกตาย ​และ​ที่เหลือพากันผละรัง​ไปสิ้นแล้ว​ เหลือรังขาวนวล ตรงปลายรัง​ซึ่งห้อยย้อย​เป็นรูปก้นกรวยอยู่​ด้านล่าง​เป็นหัวน้ำผึ้งสีเหลืองเข้ม พี่สงัดก็ดึง​เอาไม้พาย​ที่ทำจากผิวไม้ไผ่สำหรับตัดยวงผึ้งเฉพาะ​ส่วน​ที่​เป็นน้ำหวาน​ที่อยู่​ด้านล่างออกมาจากสะเอวด้วยมือซ้าย มือขวาก็ค่อย ๆ​ หย่อยคบไฟลงมาข้างล่างในลักษณะ​ที่ควันไฟยังลอยพุ่งผ่านหน้าแกขึ้น​​ไปด้านบน กระทั่งมันหย่อนลงถึงพื้น ผมรีบวิ่งออก​ไปแก้เชือกแล้ว​เปลี่ยน​ไปผูกเข้า​กับห่วงสาแหรก​ที่คล้องปี๊บเปล่าใบนั้น​แทน ​เพื่อให้พี่สงัด​ได้​ใช้ใบพายตัดยวงหวานของน้ำผึ้งใส่ลง​ไป เราสองคนประสานงานกันอย่างรวดเร็ว ​แต่ไม่วาย​เมื่อแกไต่พะองกลับลงถึงพื้น แกก็บอกว่า

"โดนเข้า​ไปเกือบสิบแผล"

พี่สงัดพูด​พร้อม​กับ​เอามือคลำเหล็กใน​ที่ติดอยู่​ตามซอกคอ​ที่ผึ้งมันไต่เข้า​ไปต่อย แล้ว​ดึง​เอามันออกมา

ผมเองก็โดนเข้า​ที่หลังมือขณะออก​ไปสับเปลี่ยนคบไฟ​กับปี๊บใส่น้ำผึ้งแผลสองแผลเเหมือนกัน พิษของเหล็กในผึ้งไม่เจ็บปวด​และอันตรายเท่าตัวต่อ​และแมลงมุมมีพิษ นอกเสียจากคน​ที่อาการแพ้พิษสัตว์กัดต่อยเท่านั้น​​ที่​จะ​ต้องกินยาแก้แพ้ถึง​จะหาย ​ส่วนผม​กับพี่สงัด แค่​เอายาหม่องทาถูนิดหน่อย​ สักพักก็หาย เสร็จแล้ว​พวกเราก็ชวนกันออก​ไปหาผึ้งรังใหม่ในบริเวณใกล้ ๆ​ กันอีก

หลังจากรัง​ที่หนึ่ง​​และรัง​ที่สองผ่านพ้น​ไปอย่างสะดวก​โยธิน ก็มาถึงรัง​ที่สาม ​ซึ่งรังเล็กกว่ารังก่อน ๆ​ ​ทั้งสองรัง ​แต่มันอยู่​ต่ำแค่เอื้อมถึง กิ่งไม้​ที่มันเกาะจับทำรังก็​เป็นกิ่งมะไฟป่าเหมือนกัน ​แต่ต้นมะไฟป่าต้นนั้น​ยืนต้นอยู่​ในลักษณะเอนเอียงแทบ​จะขนาน​ไป​กับ​กับพื้น ก็คง​เนื่องมาจากโดนพายุพัดกระหน่ำ หรือไม่ก็โดนสัตว์ป่าเดินเบียดขณะ​ที่มันเพิ่งเจริญวัย

กิ่ง​ที่ผึ้งลงจับ​เป็นกิ่ง​ที่อยู่​ต่ำลงมาทางด้านโคนต้น ดูท่าทางหัวน้ำผึ้งคงมีอยู่​ไม่น้อย ​เพราะสังเกตท่อนล่างมัน​จะย้อยแหลมลงมาเหมือนจอมปลวกพลิกหงาย

"ผึ้งปัดลานแบบนี้ ผ่านเสียดีกว่า" ตาปัญญาเตือนพี่สงัด

"ผ่านทำไมเล่าตา" ผมถาม "มันจับง่าย ไม่​ต้องออกแรงพาดพะองปีนให้​เมื่อยขา ไม่ดีหรือ"

"ดีอย่างเสียอย่าง" ตาปัญญาว่า "พวกหมี พวกลิง แล้ว​ก็...​อีเห็น หรือ​แม้​แต่นกเหนี่ยวมันก็เห็นว่าต่ำเหมือนกัน มันจึงไม่​ใคร่ละเว้น​เมื่อพบเจอ ​แต่​เมื่อมันไต่เข้า​ไปแหย่บ่อย ๆ​ ก็ทำให้ผึ้งดุ​และน่ากลัวกว่ารังธรรมดา​ที่ไม่เคยโดนสัตว์อะไร​​ไปแหย่มัน"

ไอ้พริ้งพูดแทรกขึ้น​ว่า "ปี​ที่แล้ว​ ตาด้วน​ต้องนอนรมไฟก็​เพราะ​ไปตีผึ้งปัดลานเข้านี่แหละ​ ยังไง ๆ​ ก็ดูให้ดีเสียก่อนนะเว้ย ผึ้ง​ทั้งป่า​ไปหา​เอาใหม่ก็​ได้"

"เสือ ช้าง ไม่กลัว กลัวผึ้ง" ไอ้ชนแหย่ไอ้พริ้ง "​ใครไม่กล้าประเดี๋ยวกูจัดการเอง...​"

"มึงอย่าบ้า" ตาปัญญาว่าแล้ว​หัวเราะแหะ ๆ​ "เวลามันไล่กวดขึ้น​มา ไม่เท่า​แต่มึงหรอกนะ​ที่โดน กู​กับไอ้พวกนี้ก็​จะพลอยติดร่างแห​ไปด้วย ยิ่งไม่อยากอาบน้ำอยู่​ด้วย ฮา ฮา "


ผมฟังตาปัญญาพูดแล้ว​อดขำไม่​ได้ ​เพราะครั้งหนึ่ง​ผมก็เคยโดนผึ้งไล่ต่อยจน​ต้องกระโดดลงคลองเหมือนกัน ​แต่เผอิญน้ำในคลองก็ใสแจ๋วมองเห็นก้อนหินกรวดทรายท้องคลองชัดเจน อ้ายผึ้งเวรตะไลนั่นมันก็เลย​ตามไม่เลิก พอผมสุดกลั้นโผล่ขึ้น​มามันต่อยผัวะเข้าให้​ที่กลางกระหม่อม จน​ต้องดำกลับลง​ไปอีก ไอ้ตัวนั้น​ต่อยเสร็จก็ทิ้งเหล็กในคาไว้ เช่นเดียว​กับตัวอื่น ๆ​ ​ที่ตามมาซ้ำ ตกลงคราวนั้น​กว่ามัน​จะเลิกรา ผมนับเหล็กใน​ที่ถอนขึ้น​มาจากหนังศีรษะ​ได้ ๑๘ เล่ม​พอดี

ไม่​ต้อง​เป็นห่วงเลย​ครับ​ ศีรษะของผมพองโตเหมือนแตงโมสุพรรณ เช่นเดียว​กับหน้าตา ก็บวมพองเหมือนศพเก้าคืน

"ไอ้ชนมึงอย่าเล่นบ้า ๆ​ นะเว้ย" ผมปราบไอ้ชนอีกแรง

"ไอ้ผี " ไอ้ชนชี้หน้าด่าผม "กูกะ​จะไล่พวกนี้​ไปให้หมด เหลือมึง​กับกูสองคนเท่านั้น​ ก็ดันมาปอดแหกเสีย​ได้ ไอ้เวรเอ๋ย"

"ไม่ปอดไม่เปิดหรอก" ผมว่า "​แต่มันเรื่อง​อะไร​ อยู่​ดี ๆ​ ​จะแกว่งเท้าหาเสี้ยน เชิญมึงรับประทาน​ไปคนเดียวเหอะ กูไม่บ้า​กับมึงหรอก"

"กูรู้นะ- -มึงคิดอะไร​อยู่​"

ตาปัญญาพูดแล้ว​หัวเราะแหะ ๆ​ อย่างรู้ทัน​ความคิดไอ้ชน

ผม​ได้ยินอย่างก็หัน​ไปจ้องหน้ามันด้วย​ความสงสัย พี่สงัด​กับไอ้พริ้งก็ดูท่าทาง​จะติดใจใน​ความคิด​ที่เจ้าเล่ห์เพทุบายของมันเช่นกัน

"กูก็อยากรู้เหมือนกัน" ไอ้พริ้งพูดขึ้น​ "​เอาล่ะคราวนี้ก็ตัดสินใจแล้ว​ ​เป็นอะไร​​เป็นกัน กูขออยู่​​กับมึงด้วยคน"

"มึงไม่​ต้องหรอก ขอ​แต่ปืน​กับกลักกระสุนไว้เท่านั้น​ แล้ว​มึงล่วงหน้ากลับ​ไป​กับลุงปัญญา​และพี่สงัดเสียก่อนเถอะ ​ที่นี่เหลือกู​กับไข่นุ้ยสองคนก็เกินพอ ไม่เกินชั่วโมงกูสองคนคงไล่ตามพวกมึง​ไปทัน รับรอง​ได้ ไอ้ชนเสียอย่าง เรื่อง​แบบนี้ปอกกล้วยยัดใส่ปากยังยากกว่า "

ไอ้ชนคุยสำทับ ​แต่ผมยังงง ๆ​ นึกไม่ออกว่ามัน​จะมาไม้ไหน !!

​ที่จริงผึ้งสองรัง​ที่เราตี​ได้แล้ว​ ก็​ได้น้ำผึ้งมาค่อนปี๊บ ก็น่า​จะ​พอดี​กับขวดขาว​ที่ล้างรอไว้ตั้งแต่ปี กลาย หาก​แต่ไอ้ชนยังนึกสนุกของมันอยู่​ไม่หาย รวม​ทั้งผมก็รู้สึกท้าทาย​ความอยากรู้อยากเห็นตามประสาวัยรุ่นเลือดร้อนขึ้น​มาเหมือนกัน จึงเลิกขัดคอ แถมยุส่งเข้า​ไปเลย​

"เออว่ะ- - หมาตัวเท่าปี๊บดุแค่ไหนเรายังไม่กลัว ผึ้งตัวเท่าปลายขี้เล็บ ​จะ​ไปกลัวอะไร​มัน"

"ไอ้ไข่นุ้ย มึงอย่าปากดี" ไอ้พริ้งว่า "ไอ้ชนมันบ๊อง ๆ​ นะเว้ย กู​จะบอกให้รู้"

"เถอะน่า" ไอ้ชนโบกมือไล่ไอ้พริ้ง "ว่า​แต่มึงรีบกลับ​ไปเสียก่อนเถอะ โน่นพวก​เขาเดินลับหาย​ไปแล้ว​ มึงขืนเดิน​ไปคนเดียว เดี๋ยวก็หลงทางตายห่า"

ไอ้ชนพูด​กับไอ้พริ้งเสร็จก็หันมาสั่งให้ผมเปลี่ยนลูกกระสุนปืน เขี่ยลูกปรายออก แล้ว​​เอาลูกโดดแบบขว้างฆ้อนใส่เข้า​ไป

"ขนาดปลายนิ้วก้อยก็พอ" มันบอก "ดินปืน​จะเขี่ยออกสักหน่อย​ก็​ได้ แค่สองนี้วก็ถม​ไปแล้ว​"

"อ้อ-กูรู้แล้ว​" ผมว่า ​เพราะขณะนี้ผมไล่ทัน​ความคิดพิเรน ๆ​ ของมัน​ได้แล้ว​ แถว ๆ​ บ้าน​เขานิพันธ์ บ้าน​เขาโคก ​ที่อำเภอเวียงสระ พวก​เพื่อน ๆ​ นักเรียน​ที่เรียนอยู่​ด้วยกันในชั้นมัธยม ​ได้เล่าให้ผมฟังว่า พ่อของ​เขาตีผึ้งกัน​ที่บริเวณนั้น​ด้วยปืน ​เพราะ​เป็นหลืบผาตามภูเขาหินปูน มีถ้ำผา​เป็นแง่งหินชะเวิกชะวากน่ากลัว ไม่อาจทอดไม้ราวไต่​ไป​ได้ ก็อาศัยวิธีตีรังน้ำผึ้ง​เอาน้ำหวานกันแบบคลาสสิก ​คือ ​ใช้ปืนยิงให้มันร่วงลงมาใส่ภาชนะ​ที่เตรียมไว้รองรับด้านล่าง ​ซึ่งก็​คือวาก หรืออวนตาถี่ แล้ว​ก็ผ้ายาง อวนตาถี่นั้น​​ใช้เสาหลักห้าหกต้นตอกตรึงไว้​กับพื้น​ซึ่งอยู่​ใต้เพิงผาตรง​กับรังผึ้ง​ที่ห้อยย้อยอยู่​ข้างบน ขึงให้แผ่กว้าง​กับเสาหลัก ​แต่ทำ​เป็นสะดือย้อยอยู่​ตรงกลางเหมือนก้นถุงกาแฟ ใต้สะดือก็​เอาปี๊บขนาดห้าลิตรสิบลิตรล้างสะอาดรองรับน้ำหวานจากรวงผึ้งอีกที ​โดยมีผ้ายางปูแผ่รองรับ​เป็นชั้นสุดท้าย ในกรณี​ที่รังผึ้งร่วงลงไม่ตรงสะดือวาก น้ำผึ้งก็​จะหล่นลงใส่ผ้ายางไม่หาย​ไปไหน วาก​ที่ขึงก็อ่อนนิ่มดุจลวดสปริงป้องกันการกระเด็นกระดอน​ได้อย่างดี ​เพราะมี​ความยืดหยุ่นสูง ​ถ้านึกภาพไม่ออกก็ขอให้นึกถึงยอ​ที่​เขา​ใช้​เป็นเครื่องมือหาปลากันตามในหนองในบึง ​เพราะยอ​กับวากก็​เป็นอวนตาถี่เหมือนกัน มี​ความยืดหยุ่นเหมือนกัน

วิธียิง​ต้องยิง​ไปทางด้านข้าง​เพราะพื้น​ที่หน้าตัดแคบ อาศัย​ความแม่น ​ถ้า​เป็นลูกกรดก็อาจยิงสักสามสี่นัดมันถึง​จะขาดร่วง ​แต่​ถ้า​เป็นปืนลูกซองเบอร์สิบสองในระยะ ๒๐-๓๐ เมตร​ซึ่งลูกกระสุนยังไม่ทันบาน นัดเดียวก็เกินพอ ​แต่ปืนแก๊ปกระสุน​จะบานในระยะใกล้ อาจพุ่ง​ไปโดนรังผึ้งทำให้ร่วงกระจายเละเทะ จึง​ต้อง​ใช้ลูกโดดรูปทรงยาว ๆ​ ขนาดข้อนิ้ว เรียกันว่า"ลูกขว้างฆ้อน" ​ถ้ามือแม่นนัดเดียวก็เรียบร้อย​โรงเรียนจีนเช่นกัน ​เพราะตอนมันหลุดจากปากกระบอกปืน มัน​จะหมุนติ้ว ๆ​ พุ่ง​ไปข้างหน้าเหมือนกงจักร ขนาดค่างหรือชนีบนยอดไม้​ถ้าโดนยิง​ที่แขนก็แขนขาดร่วงลงมาทีเดียว ​ซึ่ง​ส่วนมาก​จะไม่มี​ใคร​ใช้ ​เพราะทรมานสัตว์เกิน​ไป ปกติ​เขา​จะ​เอาไว้ยิงสัตว์ใหญ่ ​แต่​ถ้า​จะยิงรังผึ้ง ไอ้ชนบอกว่า​ได้ผลชะงัด

จากหน้าผาลงสู่พื้น​ที่มีอวนตาถี่รองรับ มันสูงมาก อาจถึง ๒๐ หรือ ๓๐ เมตร ​แต่ผึ้งปัดลาน​ที่ผม​กับไอ้ชน​กำลัง​จะ​ใช้วิธีการตีชนิดเดียวกันนี้ อยู่​ห่างจากพื้นไม่ถึงสองเมตร เราจึงไม่จำ​เป็น​ต้อง​ใช้วาก เพียง​แต่​ใช้ใบทัง​ซึ่งมีลักษณะคล้ายใบตาล หรือใบค้อ ​เอามาสับตรงกลางทิ้ง​ไป มันก็กลาย​เป็นกรวย​ที่มี​ความยืดหยุ่นชั้นดี แล้ว​เราก็​เอากระบอกไม้ไผ่​ที่ด้านล่างเหลาปลายแหลมปักไว้​กับพื้น ด้านบนเราก็​เอากรวยใบทังนั่นแหละ​สอดเข้า​ไปรองรับรังผึ้ง​ที่​จะร่วงลงใส่

"มึงไม่กล้าพอก็ยืนรอกูตรงนี้ เดี๋ยวกู​จะ​เอากระบอก​กับใบทัง​ไปปักรองไว้ใต้รัง แล้ว​ให้มึง​เป็นคนยิง"

แผนการ​ทั้งหมด​เป็นเรื่อง​ของไอ้ชน ผมในฐานะพลแม่นปืนมีหน้า​ที่ยิงลูกเดียว


********************************************************

 

F a c t   C a r d
Article ID S-3211 Article's Rate 78 votes
ชื่อเรื่อง เหมืองป่า --Series
ชื่อตอน คนตีผึ้ง --อ่านตอนอื่นที่ตีพิมพ์แล้ว คลิก!
ผู้แต่ง พลอยพนม
ตีพิมพ์เมื่อ ๑๖ ตุลาคม ๒๕๕๓
ตีพิมพ์ในคอลัมน์ เรื่องยาว ซีรีส์
จำนวนผู้เปิดอ่าน ๘๗๑ ครั้ง
จำนวนความเห็น ๖ ความเห็น
จำนวนดอกไม้รวม ๓๓๓
| | | |
เชิญโหวตให้เรตติ้งดอกไม้แก่ข้อเขียนนี้  
R e a d e r ' s   C o m m e n t
ความเห็นที่ ๑ : ลป. (นกกระจาบ) [C-17239 ], [111.84.93.28]
เมื่อวันที่ : ๒๔ ก.ค. ๒๕๕๓, ๐๘.๐๖ น.

ภูมิรู้แน่นปึ๊กจริง ๆ​​ คุณนามฯ
ผมพลอย​​ได้​​ความรู้​​ไปด้วยทุกตอน
นับถือครับ​​

แจ้งลบข้อความ


ความเห็นที่ ๒ : อิติฯ [C-17240 ], [113.53.183.208]
เมื่อวันที่ : ๒๔ ก.ค. ๒๕๕๓, ๐๘.๒๐ น.

ไม่มีคอมเม้นท์อื่นใดอีกแล้ว​​สำหรับ(โรงเรียน)เหมืองป่าของพี่นาม อิสรา ขอแค่มอบให้สองคำสั้นๆ​​ครับ​​

"สุดยอด"ตัวหนา

แจ้งลบข้อความ


ความเห็นที่ ๓ : pilgrim นกเอี้ยงค่ะ [C-17244 ], [124.121.53.108]
เมื่อวันที่ : ๒๔ ก.ค. ๒๕๕๓, ๑๐.๒๓ น.

อ่านแล้ว​​ ไม่อยากร่วมกระบวนการตีผึ้งด้วยหรอกค่ะ​​ กลัวโดนผึ้งต่อย

​​แต่อยากกินน้ำผึ้งจากรวงมากเลย​​ค่ะ​​ จำ​​ได้ว่า ตอนเด็กๆ​​ คนแถวบ้านเคย​​ไปตีผึ้ง แล้ว​​​​เขาเก็บ​​เอาเศษๆ​​ รังผึ้งมาให้เด็กๆ​​ เล่น เราลองดูดๆ​​รังผึ้ง หวานกลมกล่อมหอมหวน แุถมบางทีมีตัวอ่อนติดๆ​​ มาก็​​จะมันปะแล่มๆ​​

วันนั้น​​ก็คงไม่มีทาง​​ได้เจออีกแล้ว​​ละค่ะ​​

แจ้งลบข้อความ


ความเห็นที่ ๔ : นาม อิสรา [C-17246 ], [110.49.193.225]
เมื่อวันที่ : ๒๔ ก.ค. ๒๕๕๓, ๑๐.๔๔ น.

ทางปักษ์ใต้ยังพอหา​​ได้อยู่​​ครับ​​คุณพิลฯ ​​แต่​​ต้องเดินป่ากันไกลหน่อย​​ ป่าดง​​เขายาก็ยังมีครับ​​ เว้น​​แต่เดี๋ยวป่าแถบนั้น​​​​เป็นป่าอนุรักษ์ การตีผึ้ง​​ต้องทำหนังสือขออนุญาตจากเจ้าหน้า​​ที่กรมป่าไม้​​เป็นลายลักษณ์อักษรเสียก่อนครับ​​ ​​ซึ่ง​​เขา​​จะอนุญาตหรือไม่ ก็อยู่​​ในดุลพินิจของ​​เขา ​​และ​​ต้องปฏิบัติตามกฏระเบียบ​​ที่ระบุอย่างเคร่งมิฉะนั้น​​​​จะมีโทษตามกฎหมาย

แจ้งลบข้อความ


ความเห็นที่ ๕ : กัลปจันทรา [C-17848 ], [74.46.56.194]
เมื่อวันที่ : ๐๓ พ.ย. ๒๕๕๓, ๐๖.๒๑ น.

สวัสดีค่ะ​​

ครั้งหนึ่ง​​พี่​​ไปเมืองไทย ​​ไปตลาดสด เห็นคนคนหนึ่ง​​หาบน้ำผึ้ง ตัว​​เขาถูกต่อยเต็ม​​ไปหมด ด้วย​​ความสงสารเลย​​ซื้อมาสองขวด นำมาให้แม่ แม่ดูแล้ว​​บอกว่านี่​​เขาผสมมานะลูก บอกแม่ว่าไม่​​เป็นไรแม่ ​​เขาเก่งอุตส่าห์ปีนขึ้น​​​​ไป​​ได้

​​ที่พี่อยู่​​มีสวนแอบเปิลมากมาย​​ มีคนนำผึ้ง​​ที่เลี้ยงไว้​​ไปปล่อย​​แต่ละสวน คิดเงิน​​เป็นคราวๆ​​ ​​ไป ​​แต่​​ระหว่างสองสามปีนี้ ผึ้งดีๆ​​ ตายมาก นักเกษตร​​กำลังเร่งแก้ไข​​เพราะผึ้ง​​เป็นสิ่งจำ​​เป็น ​​ที่บ้านพี่เคยมีผึ้งมามากมาย​​​​เพราะดอกไม้​​และต้นผลไม้ ​​แต่สังเกตมาสองปีแล้ว​​ว่าจำนวนน้อยมาก

เขียน​​ได้ดีค่ะ​​ ​​แต่พี่อยากขอแนะนิดนะคะ​​ การเล่าเรื่อง​​แทรก พี่ว่าอย่าพยายามเล่าเรื่อง​​ยาวเกิน​​ไป​​เพราะ​​จะทำให้คนอ่านหลงจุดของเรื่อง​​ ลองคิดดูนะคะ​​ เรื่อง​​แทรกนั้น​​ดี ​​แต่​​ถ้า​​ต้องอ่านนานเกิน​​ไป คนอย่างพี่อาจหลงลืม ว่าจุดสำคัญ​​คือไร ลองตรองดูนะคะ​​

ด้วย​​ความปรารถนาดี

แจ้งลบข้อความ


ความเห็นที่ ๖ : นาม อิสรา [C-17849 ], [110.49.205.130]
เมื่อวันที่ : ๐๓ พ.ย. ๒๕๕๓, ๐๖.๔๖ น.

รู้สึก​​เป็นเกียรติ​​และขอขอบคุณ​​เป็นอย่างยิ่ง​​ที่พี่กัลป์ติดตามอ่านสาระนิยายของผมเรื่อง​​นี้

​​เป็นเรื่อง​​เล่า​​ที่เขียนสด ๆ​​ โพสต์สด ๆ​​ กันเดี๋ยวนั้น​​เลย​​ครับ​​พี่ ก็​​ต้องขอขอบคุณในคำแนะนำของพี่อีกครั้งครับ​​ ไว้ถึงตอนแก้ไขขัดเกลา ผมก็​​จะกรองเสียใหม่อีกที

ขอบคุณครับ​​

สวัสดีครับ​​

แจ้งลบข้อความ


สั่งให้ระบบส่งเมลแจ้งการเพิ่มเติมความเห็น
 ศาลานกน้อย พร้อมบริการเสมอ และยินดีรับฟังข้อเสนอแนะจากทุกท่าน  ติดต่อเว็บมาสเตอร์ได้ทางคอลัมน์ คุยกับลุงเปี๊ยก หรือทางอีเมลได้ที่ uncle-piak@noknoi.com  พัฒนาระบบ : ธีรพงษ์ สุทธิวราภิรักษ์  โลโกนกน้อย : สุชา สนิทวงศ์  ภาพดอกไม้ในนกแชท : ณัฐพร บุญประภา  ลิขสิทธิ์งานเขียนในนิตยสารรายสะดวก เป็นของผู้เขียนเรื่องนั้น  ข้อความที่โพสบนเว็บไซต์แห่งนี้ เป็นความคิดเห็นส่วนตัวของผู้โพสทั้งสิ้น