นิตยสารรายสะดวก  Fiction  ๑๖ ตุลาคม ๒๕๕๓
เหมืองป่า #6
พลอยพนม
...พอ​ได้ยินไอ้ชนเอ่ยถึงไฟลามทุ่ง ผมก็​ได้กลิ่นควันไฟลอยมาแตะจมูก กลิ่นของมันคล้ายกลิ่นฟางในนาข้าวโดนไฟคลอก สักชั่วอึดใจก็​ได้ยินเสียงไม้ไล่ในป่าทิศทางเดิมหักโผงผางขึ้น​มาอีก คราวนี้เสียงดังกว่าครั้งแรก...

ตอน : ไฟป่า

​เมื่อเห็นอย่างนั้น​ ผม​กับไอ้ชน​ซึ่งคว้าลูกลิงติดมือมา ก็รีบกระโจน​ไปแอบหลบอยู่​หลังกอไผ่อย่างไม่รอช้า นอกจาก .๓๘ ไทยประดิษฐ์เหน็บอยู่​​ที่สะเอวกระบอกหนึ่ง​แล้ว​ ไอ้ชนก็ยังมีมีดพร้าด้ามเล็ก ๆ​ ไว้สำหรับตัดกอหวายหรือเถาวัลย์​ที่รกรื้อขวางหน้าติดมือมาด้วยด้ามหนึ่ง​

มันนั่งยอง ๆ​ อุ้มเจ้าลิงน้อยไว้มือหนึ่ง​ อีกมือหนึ่ง​กุมด้ามพร้า​เอาปลายยันพื้นพยุงตัวไว้

ผมเองก็นั่งยอง ๆ​ ​พร้อม​กับ​เอาพานท้ายปืนยันพื้นพยุงตัว​เอาไว้เหมือนกัน ปากกระบอกปืนชี้ขึ้น​ฟ้า ​แต่ก็​พร้อม​ที่ยกขึ้น​มาง้างนกสับไก​ได้ทันที​ถ้าหากเกิดเหตุฉุกเฉินขึ้น​มา ​เพราะผมไม้​ได้ตกอกตกใจ หรือว่าตื่นเต้นจนทำอะไร​ไม่ถูก

​และใน​ที่สุด ชั่วไม่ทันอึดใจฝูงกระทิงสามสี่ตัว​ที่เราเห็นตอนแรกก็กลาย​เป็นห้า​เป็นสิบ ควบตะบึงผ่านหน้าเรา​ไปเสียงอึกทึกครึกโครม ผมรู้สึกเหมือนมีมือยักษ์มาขย่มแผ่นดินให้สั่นสะเทือน ​พร้อม​กับไม้ไล่ในป่า​ที่พวกมันควบผ่านหักโผงผางไล่ตามมาจนสุดเสียง แล้ว​ป่าก็กลับคืนสภาพปกติ

มัน​เป็นฝูงกระทิง​ที่อาจเตลิดหนีการตามล่าของเจ้าป่าหรือพวกหมานักล่ามาก็​ได้ ปกติสัตว์พวกนี้ไม่ดุร้าย ยกเว้นบาดเจ็บหรือเตลิดหนีศัตรู พบเจอสัตว์อื่นขวางหน้า ก็​จะตรงเข้าขวิด​เพื่อเปิดทางหนี​เอาตัวรอด ว่ากันว่าแม่​แต่ช้างพลายงาแหลมงอนก็ยังไม่กล้าขวางฝูงกระทิง​ที่​กำลังแตกตื่นหนีภัย


ขณะผม​กับไอ้ชน​กำลังนั่งซุ่มรอดูท่าทีว่า​จะมีสัตว์อะไร​ไล่ตามมา ​เมื่อกระทิงฝูงนั้น​ผ่าน​ไปแล้ว​ เจ้าลิงน้อยของไอ้ชนก็ส่งเสียงเจี๊ยก ๆ​ หวีดแหลมบาดแก้วหูขึ้น​มาอีก

"เดี๋ยวกูปล่อยให้เสือแดกเสียหรอกมึง"

ไอ้ชนพูดใส่หน้าลูกลิง ก่อนวางมีดพร้าในมืออีกข้างลง​กับพื้น แล้ว​หัน​ไปรวบปากของมันด้วยมือ​ทั้งสองไม่ให้ส่งเสียงร้องออกมา

ผมยังคงนั่งยอง ๆ​ อยู่​ท่าเดิม สองมือก็กระชับปืนแก๊ปคู่กาย สายตาเพ่งมอง​ไปยังต้นทาง​ที่ฝูงวัวพวกนั้น​เพิ่งเตลิดหนีมาอย่างไม่ค่อยไว้ใจ

สักพักก็​ได้ยินเสียงไอ้ชนพูดขึ้น​ว่า "ท่าทางพวกมัน​จะหนีไฟ"

"มึงรู้​ได้ไง"

"​เมื่อกี้ตอน​ที่เราไต่ขอนไม้เดินข้ามร่องเหวตรงนั้น​ลงมา ​ถ้าหากเราเลี้ยว​ไปทางขวา ไม่มุ่งมาทางนี้ เดิน​ไปสักหน่อย​ก็​จะทะลุออกทุ่งหญ้า ​เขาเรียกทุ่งส้าน ​เป็นทุ่งหญ้าคาสลับเตยหนู มีต้นส้านกระจัดกระจายอยู่​​ทั้งทุ่ง หน้านี้ลูกส้าน​กำลังสุกหล่น ตอนกลางคืนพวกวัวแดง วัวกระทิง รวม​ทั้งอีเก้ง​และกวาง ชอบออกมาหากิน ​ซึ่งท่าทางกระทิงฝูงนี้กินเสร็จก็นอนคลุกวงในเสียเลย​ ต่อ​เมื่อเกิดไฟลามทุ่งขึ้น​มา มันถึง​ได้เตลิดหนีมาทางนี้ ​เพราะอีกด้านก็​เป็นเนิน​เขาสูง อีกด้านก็​คือหน้าผาโตนนกอาบ​ที่เราเดินผ่านมา ​ซึ่งมันสูงชัน​และเต็ม​ไปด้วยตะไคร่น้ำ พวกสัตว์ใหญ่ไม่กล้าเฉียดเข้า​ไปใกล้ ​เมื่อก่อนเคยมีช้าง มีสมเสร็จ ตกลง​ไปตายมาแล้ว​"

พอ​ได้ยินไอ้ชนเอ่ยถึงไฟลามทุ่ง ผมก็​ได้กลิ่นควันไฟลอยมาแตะจมูก กลิ่นของมันคล้ายกลิ่นฟางในนาข้าวโดนไฟคลอก สักชั่วอึดใจก็​ได้ยินเสียงไม้ไล่ในป่าทิศทางเดิมหักโผงผางขึ้น​มาอีก คราวนี้เสียงดังกว่าครั้งแรก

ไอ้ชนว่า "เห็นทีเรา​จะอยู่​ตรงนี้ไม่​ได้เสียแล้ว​ เร็ว- -อ้อม​ไปทางหมู่ไม้ยางตรงนั้น​ แล้ว​วกขึ้น​เนินหา​ที่หลบภัยกันเสียก่อน"

พูดจบมันก็คว้ามีดพร้าลุกเดินนำหน้าผม​ไป ปล่อยให้ลูกลิงเสน​ที่อุ้มอยู่​ในมือแหกปากร้อง​ไปตามสบาย ผมแบกปืนเดินตาม​ไปติด ๆ​ ในขณะ​ที่ลึกเข้า​ไปภายในป่าด้านหลัง เสียงขบวนสัตว์ป่าอพยพหนีไฟพากันบุกตะลุยดงไม้ดังสะเทือนเลื่อนลั่นราว​กับแผ่นดิน​จะถล่มทลาย ตามด้วยเสียงช้างโขลงร้องแข่งกันดัง แปร๋น ๆ​ อยู่​ไม่ขาดสาย

ผมกลืนน้ำลายลงคออย่างหวาดเสียว ถามตนเองอยู่​ในใจว่าอะไร​​จะเกิดขึ้น​ ​ถ้าหากเราสองคนยังนั่งซุ่มกันอยู่​​ที่นั่น

บนเนิน​เขา​ที่เราชวนกันป่ายปีนอ้อมวนโขดหินอันระเกะระกะ​เป็นเชิงชั้นขึ้น​​ไปนั่งหลบภัยกันอยู่​ด้านบน​เป็น​ที่โล่ง เงาไม้บนเนินสูงด้านขวามือทอดทาบลงมาร่มรื่น เบื้องหน้า​เป็นผืนป่าแผ่ไพศาล มีควันไฟสีดำอมเทาพวยพุ่งขึ้น​สู่ท้องฟ้า​เป็นกลุ่มก้อน

​เพราะมีแนวไม้สูง​เป็นฉากบังจึงทำให้เราไม่อาจมองเห็นเปลวไฟ​ที่ลุกไหม้ ​แต่จากทัศนวิสัย​ที่ปรากฏ ก็พอ​จะรู้​ได้ว่า บัดนี้ทุ่งหญ้าแห่งนั้น​คงกลาย​เป็นทะเลเพลิง​ไปแล้ว​ ​ถ้าเรา​จะกลับขุมเหมือง ก็​จะ​ต้องเดินอ้อมเนินผาลูกนี้​ไปทางซ้ายมือ ไอ้ชนบอกว่า ​ต้อง​ใช้เวลาเกือบครึ่งวัน พอ ๆ​ ​กับดั้นด้นขึ้น​​ไปข้างบน​เพื่อ​ที่​จะข้าม​ไปอีกฝั่ง ​และตัวมันเองก็ยังไม่เคยข้าม​ไปสักที เคย​แต่ตามรอยเก้ง กวาง อ้อม​ไปทางด้านซ้ายมาครั้งสองครั้งเท่านั้น​

ยิ่งสายอากาศยิ่งร้อนระอุ ไฟป่าก็ดูเหมือน​จะยิ่งโหมกระหน่ำรุนแรงยิ่งขึ้น​ ​และบัดนี้เราเริ่ม​ได้ยินเสียงเปลวไฟไหม้ลามกันถนัดหู ยิ่ง​เมื่อเกิดกระแสลมพัดกระโชกขึ้น​คราวใด เสียงลำไม้ไผ่​ที่โดนเปลวเพลิงเผาไหม้ก็​จะยิ่งปะทุดังโผงผางหนักขึ้น​ หญ้าคาแห้งโดนไฟคลอกหลุดลอย​เป็นลูกไฟสีแดงก้อนกลม ๆ​ ลุกโชติช่วง ลอยขึ้น​สูง แล้ว​มันก็ตกลงกลางป่า ขยายอาณาเขตการลุกลามชองเปลวเพลิงอย่างรวดเร็ว

ไฟป่า​เป็นปรากฏการณ์ธรรมชาติ​ที่เกิดขึ้น​จากหลายสาเหตุ อาจเกิดจากฟ้าผ่าต้นไม้ ​เป็นไฟสุมขอนคุกรุ่นอยู่​นานถึงเก้าวันสิบวันกว่า​จะลุก​เป็นเปลวเพลิงแผ่ขยายวงกว้าง หรือไม่ก็เกิดจากการเสียดสีของต้นไม้ขณะไหวโยกเบียดเสียดกันตอนลมพัด ทำให้เกิด​ความร้อนในอุณหภูมิ​ที่สูงพอ​ที่​จะทำให้เกิดการลุกไหม้ขึ้น​​ได้ นั่นก็สาเหตุหนึ่ง​ ​ส่วน​ที่มัก​จะเกิดขึ้น​บ่อย ๆ​ ตามทุ่งหญ้า​ที่แห้งเกรียมเหมือนอย่างทุ่งส้านตอนนี้ ก็​คือ การลุกไหม้​ที่เกิดจากการหักเหของแสงจนกลาย​เป็นจุดโฟกัสตกกระทบลงบนหญ้าแห้ง ๆ​ ​เมื่อ​พระอาทิตย์ส่องแสงผ่านหยดน้ำค้างหรือหยดน้ำ​ที่จับนิ่งอยู่​ตามใบไม้ใบหญ้า หรือตามกิ่งไม้ต้นเล็ก ๆ​ ​ที่ข้างล่างมีฟางหญ้าแห้งกรอบ​พร้อม​จะ​เป็นเชื้อเพลิงอย่างดีรองรับอยู่​ ​เมื่อ​ได้จังหวะ​ที่เหมาะสมปฎิกิริยาการลุกไหม้จากสาเหตุนี้​จะเกิดขึ้น​ทันที

​ส่วน​ที่เกิดจากน้ำมือของพวกพรานล่าสัตว์นั้น​ ป่าดง​เขายาอยู่​ไกลจากหมู่บ้านเกินกว่า​ที่พวก​เขา​จะลงทุนเดินทางมาทำอย่างนั้น​​ได้ ​ซึ่งว่ากันว่าพวกนักล่าสัตว์หรือพวกนายพรานก็มัก​จะทำให้เกิดไฟป่าขึ้น​มาบ่อย ๆ​ เหมือนกัน ​เพราะพวก​เขาชอบ​ที่​จะเผาทุ่งหญ้า​เพื่อให้เกิดเ​ถ้าถ่านกลาย​เป็นด่างมีรสชาติเค็ม ๆ​ ฝาด ๆ​ ​เป็น​ที่ชื่นชอบของบรรดาสัตว์​ที่ชอบกินดินโป่งดินเค็มออกมาหากินแล้ว​​เขา​จะ​ได้ออกล่า

​และ​เมื่อหญ้า​ที่โดนไฟเผา​ได้รับ​ความชุ่มชื้นจากละอองน้ำค้างหรือฝอยฝนชะช่อมะม่วงในปลายฤดูแล้ง มันก็​จะแตกระบัดใบเขียวอ่อนนุ่ม กลาย​เป็น​ที่ชุมนุมของส่ำสัตว์ให้พวกพรานเข้ามาล่า​โดยไม่​ต้องออกแรงค้นหาให้เสียเวลา

ลุถึงเ​ที่ยง เปลวเพลิง​ที่ลุกฮืออยู่​เบื้องล่างยังไม่มีทีท่าสงบลงง่าย ๆ​ ตรงข้าม ​เมื่อลมกระโชกขึ้น​คราใด ก็ดูเหมือน​จะหักโหมหนักยิ่งขึ้น​ กระทั่งดวงตะวันลอยขึ้น​ตรงหัว ไอ้ชนเห็นท่าไม่ดี ลูกลิงเสนตัวนั้น​ก็ร้องเจี๊ยก ๆ​ ด้วย​ความหิวโหยจนหมดแรงหลับพับคาอ้อมแขนของมันเสียแล้ว​

ด้วยจิตใจ​ที่ผูกพันรัก​ใคร่​กับสัตว์ ไม่ว่า หมา แมว หรือพวกนกต่าง ๆ​ ​ที่ ปู่ชื่น พ่อของมันนำมาเลี้ยงไว้ในกรงแขวนอยู่​รอบชายคา ​ซึ่งไอ้ชน​ได้ซึมซับมาตั้งแต่ไหน​แต่ไรทำให้มันใจอ่อน เกิดเวทนาลูกลิงของมันขึ้น​มาทันที

"เรา​จะกลับทับตอนนี้ก็คง​จะไม่ทันการณ์ ลิงเจ้ากรรมตัวนี้เห็นท่า​จะโดนลมจับตาย​ไปเสียก่อน"

"แล้ว​​จะทำยังไง" ผมถาม "กูก็ชัก​จะหิวแล้ว​เหมือนกัน"

"ออก​ไปหาลูกไม้กินกันก่อน"

ไอ้ชนพูดง่าย ๆ​ ราว​กับผม​เป็นลิง​เป็นค่าง​ไปด้วย

"​จะดันขึ้น​​ไปข้างบน หรือ​จะลง​ไปข้างล่าง" ผมถาม

"​ไปข้างบน"

"กูหิวน้ำนะโว้ย ข้างบนมีน้ำหรือ"

"ต่อให้มึงดื่มจนพุงกางก็ไม่หมด"

"มึงเคยขึ้น​​ไปแล้ว​"

"เปล่า"

"อ้าว-กูหิวน้ำจริง ๆ​ นา มึงอย่าพูด​เป็นเล่น"

"งั้นมึงอุ้มลูกลิงไว้ กู​จะ​ไป​เอาน้ำมาให้"

ไอ้ชนส่งลูกลิงเสน​ที่หิวนมจนตัวอ่อนปวกเปียกส่งให้ผม แล้ว​มันก็ถือมีดพร้าด้ามเล็ก ๆ​ ของมัน เลาะเลียบโขดหินทางด้ายซ้ายมือหาย​ไปชั่วครูก็กลับมา​พร้อมเถาวัลย์คด ๆ​ งอ ๆ​ ขนาดท่อนแขน ยาวประมาณ ๒ ศอก ท่อนหนึ่ง​

​เมื่อ​ได้เห็นสิ่ง​ที่มันถืออยู่​ในมือ ผมก็ถึงบางอ้อ!

เถาวัลย์น้ำนั่นเอง ​ที่บ้านไร่ของผม​เขาเรียกย่านปวด ​ซึ่ง​เมื่อเราจับด้านปลายของมันชูขึ้น​ ก็​จะมีหยาดน้ำใส ๆ​ พุ่งปรี่ออกมาจากโคน ​แต่ราว ๆ​ สี่-ห้าวินาทีมัน​จะไหลช้าลง ๆ​ กระทั่งหยดติ๋ง ๆ​ ๆ​ เรา​ต้อง​เอามีดตัด​ที่โคนของมันอีกครั้ง ตัด​เป็นรูปปากฉลามทิ้ง​ไปประมาณหนึ่ง​ข้อมือ ​เนื่องจากมันขับน้ำยางออกมาปิดท่อน้ำ ทีนี้​ถ้าเหลือน้ำหยดติ๋ง ๆ​ อีกละก้อ แสดงว่าน้ำข้างในหมดแล้ว​จริง ๆ​ ​แต่เราก็​จะ​ได้น้ำใส ๆ​ จากมันมาค่อนแก้วกาแฟ

น้ำนั้น​​จะมีกลิ่นหอมคล้ายเหยาะน้ำยาอุทัยผสมเมนทอลเข้า​ไป ทำให้เย็นชุ่มคอ แก้กระหายดีนัก

​เมื่อ​ได้ดื่มน้ำจากเถาย่านปวดต่อจากผม ลูกลิงของไอ้ชนก็ค่อยมีเรี่ยวแรงลืมตาใสแป๋ว ไม่ส่งเสียงเจี๊ยก ๆ​ อีกแล้ว​ ​และดูเหมือนตอนนี้มัน​จะคุ้นมือของไอ้ชนเหลือเกิน

"ด้านล่างไฟคงลาม​ไปทั่วหมดแล้ว​ ​ถ้าเรา​จะกลับเหมืองก็​ต้องไต่เนินนี้ขึ้น​​ไปบนสัน แล้ว​จึงข้าม​ไปฝั่งโน้น มึงไหวหรือเปล่า" ไอ้ชนชี้​ไปบนสันเนิน​ที่อยู่​เหนือขึ้น​​ไป

ผมพยักหน้า

"​ได้น้ำแล้ว​ค่อยยังชั่ว" ผมว่า ​พร้อม​กับยกกระบอกปืนขึ้น​มาสังเกตแก๊ปชนวนอีกครั้ง ​เมื่อเห็นว่าทุกอย่างยังคงปกติดี ก็ยกขึ้น​พาดบ่า แล้ว​ค่อย ๆ​ เดินไต่ขึ้น​เนิน​เขา​ที่ลาดชันตามมัน​ไป

ยิ่งไต่สูงขึ้น​​ไปก็ยิ่งมองเห็นผืนป่าเบื้องล่างแผ่ขยายอาณาบริเวณออก​ไปสุดลูกหูลูกตา ยอดไม้สีเขียวดุจผืนทะเลสีมรกตทอดขยายจรดขอบฟ้า เพียง​แต่​ที่ตีนเนิน​ที่เราเพิ่งจากมาเท่านั้น​ ​ที่มองเห็นเปลวเพลิงโหมกระหน่ำอย่างบ้าคลั่ง ​เมื่อลมพัดหวนหอบควัน​เอาควันสีมอ ๆ​ ลอยขึ้น​มาข้างบน ผมรู้สึกแสบหน้าแสบตาจนน้ำมูกน้ำตาไหลย้อย ทำให้ไม่อาจหยุดชม​ความงามของทิวทัศน์เบื้องล่าง​ไปอย่างน่าเสียดาย

เหลือระยะทางไม่น่า​จะเกิน ๒๐ วา เราก็​จะผ่านเส้นทางลาดชันเต็ม​ไปด้วยโขดหิน​ที่​ต้องเดินหลบหลีกขึ้น​​ไปสู่สันเนิน​ซึ่ง​เป็นป่าโปร่ง​ที่มองเห็นอยู่​ไม่ไกล ไอ้ชนหันมองลงมา​ที่ผม​ซึ่ง​กำลังไต่เนินตามหลังมันขึ้น​​ไปห่าง ๆ​ แล้ว​ทำตาถลน

"ระวังข้างหลัง!"


ผมชะงักฝีเท้าหันกลับหลัง​พร้อมลดปืนประทับบ่า ง้างนก​และสอดนิ้วชี้เข้าในโกร่งไก​เพื่อ​จะลั่นกระสุนในเวลาอันรวดเร็ว

***********************************************

 

F a c t   C a r d
Article ID S-3191 Article's Rate 78 votes
ชื่อเรื่อง เหมืองป่า --Series
ชื่อตอน ไฟป่า --อ่านตอนอื่นที่ตีพิมพ์แล้ว คลิก!
ผู้แต่ง พลอยพนม
ตีพิมพ์เมื่อ ๑๖ ตุลาคม ๒๕๕๓
ตีพิมพ์ในคอลัมน์ เรื่องยาว ซีรีส์
จำนวนผู้เปิดอ่าน ๗๙๖ ครั้ง
จำนวนความเห็น ๕ ความเห็น
จำนวนดอกไม้รวม ๓๓๓
| | | |
เชิญโหวตให้เรตติ้งดอกไม้แก่ข้อเขียนนี้  
R e a d e r ' s   C o m m e n t
ความเห็นที่ ๑ : unclepiak [C-17152 ], [111.84.108.45]
เมื่อวันที่ : ๓๐ มิ.ย. ๒๕๕๓, ๑๘.๒๙ น.

เหตุการณ์ตื่นเต้นทุกตอนเลย​​ครับ​​

แจ้งลบข้อความ


ความเห็นที่ ๒ : Rotjana Geneva [C-17158 ], [81.62.71.245]
เมื่อวันที่ : ๐๓ ก.ค. ๒๕๕๓, ๐๒.๕๗ น.

เยี่ยม เยี่ยม

สมฝีมือนกการักพวกพ้องค่ะ​​

​​จะคอยลุ้นระทึก​​ไป​​กับลุงเปี๊ยกด้วย

แจ้งลบข้อความ


ความเห็นที่ ๓ : นาม อิสรา [C-17159 ], [110.49.205.144]
เมื่อวันที่ : ๐๓ ก.ค. ๒๕๕๓, ๐๗.๒๒ น.

ด้วย​​ความขอบคุณ​​ทั้งสองท่าน ​​แต่พักนี้งาน​​ที่ร้านค่อนข้างมาก เกรงอารมณ์​​จะไม่ปะติดปะต่อเหลือเกิน

เรียกกันตามประสานักชอบเขียนว่า "ต่อไม่ติด" ​​ซึ่งเกิดขึ้น​​​​กับผมบ่อย ๆ​​ ในคราวเขียนเรื่อง​​สั้น เขียนออก​​ไปแล้ว​​ผู้อ่านจับ​​ได้ว่าผมเว้นช่วง มีคอมเมนท์ถามมาว่าจริงไหม ผมก็สารภาพว่าจริง

​​แต่เรื่อง​​ราวมันก็จบของมันอย่างลงตัว ปม​​ทั้งหมดถูกคลี่คลาย เรื่อง​​สั้นเรื่อง​​นั้น​​จึงสมบูรณ์ ​​แต่อารมณ์ผู้อ่านสะดุดทำให้เสียรสชาติ​​ไปสักหน่อย​​

​​ส่วนนิยาย "เหมืองป่า" ผมตั้งใจ​​จะทำให้สุดฝีมือ ​​เพราะวางแผน​​จะเขียนไว้นานแล้ว​​ ​​แต่หาโอกาส หาฤกษ์หายามไม่​​ใคร่​​จะ​​ได้ เพิ่งมา​​ได้​​กำลังจาก​​เพื่อนนก​​ทั้งหลายภายใต้ร่มไม้ชายคาแห่งนี้ จึงทำให้มีแรงฮึด แล้ว​​ก็เขียนมันออกมาจน​​ได้

มีอะไร​​​​ที่พอ​​จะแนะนำก็ไม่​​ต้องเกรงใจนะครับ​​

พลอยพนม ก็​​คือนักชอบเขียนคนหนึ่ง​​เท่านั้น​​ ยังไม่อาจเรียกตนเองว่านักเขียน​​ได้เลย​​

สวัสดีครับ​​

แจ้งลบข้อความ


ความเห็นที่ ๔ : อิติฯ [C-17161 ], [118.173.95.100]
เมื่อวันที่ : ๐๓ ก.ค. ๒๕๕๓, ๑๕.๒๗ น.

เก่งแล้ว​​ยังถ่อมตัวอีก

แจ้งลบข้อความ


ความเห็นที่ ๕ : ลุงปิง [C-17172 ], [58.10.234.123]
เมื่อวันที่ : ๐๖ ก.ค. ๒๕๕๓, ๐๐.๓๗ น.

เรื่อง​​สนุกขึ้น​​เรื่อยๆ​​ ตามมา​​เป็น​​กำลังใจให้อีกคนครับ​​คุณนาม ​​และก็​​ได้ติดตามอ่านครบทุกตอน

แจ้งลบข้อความ


สั่งให้ระบบส่งเมลแจ้งการเพิ่มเติมความเห็น
 ศาลานกน้อย พร้อมบริการเสมอ และยินดีรับฟังข้อเสนอแนะจากทุกท่าน  ติดต่อเว็บมาสเตอร์ได้ทางคอลัมน์ คุยกับลุงเปี๊ยก หรือทางอีเมลได้ที่ uncle-piak@noknoi.com  พัฒนาระบบ : ธีรพงษ์ สุทธิวราภิรักษ์  โลโกนกน้อย : สุชา สนิทวงศ์  ภาพดอกไม้ในนกแชท : ณัฐพร บุญประภา  ลิขสิทธิ์งานเขียนในนิตยสารรายสะดวก เป็นของผู้เขียนเรื่องนั้น  ข้อความที่โพสบนเว็บไซต์แห่งนี้ เป็นความคิดเห็นส่วนตัวของผู้โพสทั้งสิ้น