นิตยสารรายสะดวก  Fiction  ๑๖ ตุลาคม ๒๕๕๓
เหมืองป่า #4
พลอยพนม
..."​เพราะมึงนั่นแหละ​ วิดน้ำใส่เรือ จูงเสือเข้าบ้าน"

ไอ้พริ้งต่อว่าไอ้ชน ​เพราะเชื่อว่าสิ่ง​ที่เกิดขึ้น​น่า​จะมาจากญาติโกโหติกาของเจ้าลูกลิงตัวเล็กตัวนั้น​แน่...

ตอน : เอาลูกลิงมาเลี้ยง แสบยิ่งกว่าเอาเมี่ยงมาอม

งูจงอางโตกว่าท่อนแขน ยาวประมาณสองวา ถกจวักสูงกว่าสามศอกอยู่​​ที่ใต้โคนไม้สูงต้นนั้น​ เกล็ดสีลูกหวายสุกคล้ำของมันสะท้องแสงแดดยามสาย​ที่ส่องทะลุสุมทุมพุ่มไม้ลงมาดูแวววาวบาดนัยตา ชวนขนลุกขนพอง พวกลิงเสนบนต้นไม้ส่งเสียงเจี๊ยก ๆ​ บอกเหตุร้ายแก่กัน ขณะไต่​ไปยังปลายกิ่ง​ที่ยาว​ที่สุดของต้นไม้ต้นนั้น​ ​เพื่อ​ที่​จะโจนทยานต่อ​ไปยังกิ่งก้านของต้นอื่น หากธรรมชาติของพวกลิงกังลิงเสนนั้น​ชอบ​ที่​จะเสาะหาอาหารอยู่​ตามพื้นล่างมากกว่าบนต้นไม้เหมือนอย่าง ค่าง ชะนี การพยุงลำตัวไต่​ไปตามกิ่งไม้ของพวกมันจึงไม่ปราดเปรียวเท่าใดนัก แถมยังปล่อยให้​เพื่อนลิงอีกตัวหนึ่ง​นั่งคาอยู่​​กับ​ที่ไม่ขยับเขยื้อน

ลิงตัวนั้น​​กับผมอยู่​ห่างกันราวสิบวา สองมือของมันเกาะกุมกิ่งไม้​ที่อยู่​เหนือลำตัวอย่างเหนียวแน่น สองเท้าหลังห้อยแกว่งอยู่​ใต้กิ่ง​ที่มันนั่ง ​และดูเหมือนมัน​กำลังกัมหน้ามองลง​ไป​ที่งูจงอาง​ที่​กำลังถกจวักชูชันอยู่​ข้างล่างอย่างแน่นิ่ง ​ซึ่งนับ​เป็นสิ่ง​ที่อันตรายต่อตัวของมัน​เป็นอย่างยิ่ง ​เพราะว่ากันว่า งูจงอางนั้น​มีสายตายอมหิต​และคมกร้าวราว​กับ​จะสะกดจิตสัตว์อื่น​ที่สบตาให้ตะลึงจังงัง​ได้เลย​ทีเดียว ยิ่ง​เมื่อผม​ได้เห็นมันส่ายหัวของมันโอนเอน​ไปมาอย่างแช่มช้า ขณะถกจวัก​และยืดลำตัวสูงขึ้น​ ๆ​ ผมจึงมั่นใจว่า ไอ้ห่านั่นคง​จะร่ายมนต์สะกดจิตเจ้าลิงเสนตัวนั้น​เข้าให้แล้ว​

ตาปัญญาแกก็คง​จะรู้เรื่อง​นี้เหมือนกัน แกจึงหัน​ไปจ้องลิงเสนตัวนั้น​อย่างไม่กระพริบตา กระทั่งแก​ได้พบสิ่งผิดสังเกต

"ลิงลูกอ่อน" ตาปัญญาหันมาบอกผม "มันไพล่ลูกของมันไว้ข้างหลัง คงไม่​ต้องการให้ลูกจ้องตางู"

"ทำไมไม่หนี​ไป​กับพวก"

"นั่นนะสิ" ตาปัญญาว่า "ตาก็สงสัยเหมือนกัน "

สิ้นเสียงตาปัญญา สิงเคราะห์ร้ายแม่ลูกคู่นั้น​ก็ร่วงหล่นลงสู่โคนไม้ในฉับพลัน จงอางร้ายลดแม่เบี้ยเลื้อยปราด​ไป​ที่เถาหญ้ารังไก่รกหนา​ที่เหยื่อของมันร่วงลง​ไป

ลิงตัวแม่นั้น​แน่นิ่งอยู่​บนกอหญ้ารกหนา ในขณะ​ที่ลูกน้อยของมัน​ซึ่งกอดแนบอยู่​ข้างหลังร้องเจี๊ยก ๆ​ เสียงหวีดแหลมด้วย​ความตกใจกลัวชวนสมเพชเวทนา

เปรี้ยง ! เปรี้ยง !

.๓๘ ขี้สนิมของไอ้ชนระเบิดติดกันสองนัด งูจงอางพลิกหายท้องบิดลำตัวอันยาวเฟื้อยของมันส่ายเร่า ๆ​ ​พร้อม​ทั้งกวัดแกว่งปลายหาง​ไปมาด้วย​ความเจ็บปวด สักชั่วอึดใจก็แน่นิ่ง เม็ดตะกั่ว​ที่พุ่งเข้าใส่ตรงกลางลำตัวของมันห่างจากหัวรูปสามเหลี่ยมลงมาราว ๆ​ สองคืบส่งวิญญาณชั่วร้ายของมันสู่นรกอเวจี

​เมื่อทุกคนลงจากต้นไม้​และเดินกัน​ไป​ที่นั่น พี่สงัด​เอาสันพร้าทุบกระหน่ำเข้า​ที่หัวงูจงอางอีกสองสามครั้ง​เพื่อให้แน่ใจว่ามัน​จะ​ต้องดับดิ้นสิ้นชีวาลง​ไปจริง ๆ​ แล้ว​แกจึง​เอา​จะงอยมีดพร้าเกี่ยวลำตัวอันหนักอึ้งของมันเหวี่ยงออก​ไปห่าง ๆ​ พวกเราเดินเข้า​ไปใกล้ลิงเสนแม่ลูก​ที่ตัวแม่ยังคงสลบไสลแน่นิ่ง ในขณะ​ที่ลูกของมันนั่งมองสัตว์มนุษย์อย่างพวกเราเราตาปริบ ๆ​ ด้วย​ความหวาดกลัว ​พร้อมแยกเขี้ยวยิงฟันทำตาหลุน ๆ​ ​และร้องเจี๊ยก ๆ​ ​เมื่อมันเห็นไอ้ชนขยับเข้า​ไปใกล้

"เรา​เอาลูกของมัน​ไปด้วยดีกว่า ปล่อยแม่ของมันไว้​ที่นี่แหละ​ ประเดี๋ยวพอมันฟื้นมันก็​ไปตามหาพรรคพวกของมันเอง" ว่าแล้ว​ไอ้ชนก็ตรง​เขาหาลูกลิงเสนตัวนั้น​​และจับมันขึ้น​มาอุ้มไว้ ​แม้ลูกลิง​จะตกใจเยี่ยวแตกเยี่ยวแตน มันก็ไม่สนใจ

"​ไปกันเร็ว ๆ​ " ตาปัญญาว่า "เดี๋ยวแม่มันฟื้นขึ้น​มาแล้ว​ยุ่งแน่"

เดินมาตามทางลูกลิงตัวนั้น​ร้องเจี๊ยก ๆ​ อยู่​สักพักก็เงียบเสียง กระทั่งถึงบริเวณขุมเหมืองเก่าของพวกเรา ตาปัญญาก็แยก​ไปตามลำพัง แกสั่งไอ้ชนว่า​ถ้าคิด​จะเลี้ยงลูกลิงเสนตัวนั้น​จริง ก็ให้ตัดหวายมาถักปลอกคอแล้ว​ผูกล่ามมันไว้ ไม่เช่นนั้น​มัน​จะหนีเข้าป่า​ไป​เป็นเหยื่อพวกหมาไน หรืองูเหลือมงูหลามอย่างแน่นอน

​พระท่านว่า "มีสิ่งใดย่อม​เป็นทุกข์​กับสิ่งนั้น​" ​และบัดนี้คำสอนดังกล่าวเริ่มก่อตัวขึ้น​​กับไอ้ชนเข้าให้แล้ว​ อย่างแรกก็​ต้องเสาะหาของกินให้มัน ลูกลิงยังไม่หย่านมก็​ต้องหาสิ่ง​ที่มีรสชาติคล้ายน้ำนมให้มันกินมันถึง​จะยอม นั่นก็​คือน้ำข้าว ​ซึ่งเวลาหุงข้าวก็​ต้องคอยรินใส่กะลาเก็บไว้ ​และ​ที่สำคัญเจ้าลูกลิงเสนตัวนั้น​ก็ขี้แยอันดับหนึ่ง​ กลางค่ำกลางคืนผมนอนพักอยู่​​ที่ทับตาปัญญายัง​ได้ยินเสียงมันร้องเจี๊ยก ๆ​ เสียงแหลมบาดแก้วหูตลอด​ทั้งคืน

เช้า​วัน​ต่อมาขณะนั่งล้อมวงกินข้าวก่อนออก​ไปขุมในตอนเช้า​ ผมถามไอ้ชนว่า "กลางค่ำกลางคืนมึงไม่รู้สึกหนวกหูบ้างเลย​หรือ​ที่อ้ายลูกน้อยของมึงร้องแหกปากอยู่​​ทั้งคืน"

"กู​จะทุบหัวให้ตายอยู่​นั่น" พี่สงัดว่า "ร้องหนวกหูจนกูนอนไม่หลับเลย​"

"กูยิ่งไม่หลับกว่า" ไอ้พริ้งสอดขึ้น​ "หนวกหู​ทั้งเสียงลิงเสียงคน"

"ทำไม" ผมถาม

"ก็พี่สงัดนะสิ นอนกรนเสียงดังยิ่งกว่าลิงร้องเสียอีก"

ผู้ถูกกล่าวถึงหัวเราะ ฮา ฮา

"กรน​เป็นเรื่อง​ธรรมชาติโว้ย กูห้ามไม่​ได้" พี่สงัดว่า

วันนี้นับ​เป็นวัน​ที่สาม​ที่ไอ้ชนนำ​เอาเจ้าลิงน้อยตัวนั้น​มาเลี้ยง ​ที่ผ่านมา ก่อนออก​ไปขุมเหมืองไอ้ชน​จะ​เอาลูกลิงของมันผูกล่ามไว้​กับโคนไม้​ที่หน้าทับทุกวัน ​โดยจับขึ้น​​ไปวางไว้บนป้านไม้รูปร่างคล้ายป้านวางกระถางธูปเทียนหน้าศาล​พระภูมิ​ที่ปักติดไว้​กับต้นไม้ต้นนั้น​ ป้องกันไม่ให้ลูกลิงหลบหนีเข้าป่า​ไปโดนสัตว์อื่นทำอันตราย หาก​แต่วันนี้ไม่รู้มันคิดอะไร​ของมันจึง​ได้อุ้ม​เอาลูกลิงตั้วนั้น​​ไป​ที่ขุมเหมืองด้วย ครั้นตอนเ​ที่ยงเราหยุดพัก​และเดินกลับมากินข้าวกัน​ที่ทับเหมือนเช่นทุกวัน ก็พบว่าฝากั้นทับด้านหนึ่ง​​ซึ่ง​เป็นฝาไม้ไผ่สับแผ่​เป็นแผ่น ๆ​ ถูกฉีกแยกออก​เป็นช่องโหว่ ข้าวของภายในทับถูกรื้อกระจัดกระจาย ​โดยเฉพาะเสื้อผ้า​ที่แขวนอยู่​​ที่ราวเชือกหวาย รวม​ทั้งผ้าห่ม​และหมอนหนุนสามสี่ใบถูกฉีกขาด นุ่น​ที่ยัดอยู่​ภายในกระจุยออกมาปลิวว่อน​ไป​ทั้งทับ โชคดี​ที่เราพบร่องรอยของมัน ทำให้รู้ว่า​เป็นการกระทำของพวกลิง ​ซึ่งไม่ถูกโฉลก​กับกลิ่นกะปิ ​ถ้าไม่อย่างนั้น​ พวกของกิน​ที่วางอยู่​บนหิ้งเหนือเตาก้อนเส้าก็คงโดนพวกมันยำเละแน่ มีเพียงข้าวสุกในหม้อ​ที่วางอยู่​บนเตาก้อนเส้าเท่านั้น​​ที่โดนจัดการเสียเรียบหมด​ทั้งหม้อ แล้ว​พวกมันก็​เอาหม้อข้าว​ไปทิ้งไว้​ที่โคนไม้ชายป่าไกลออก​ไป พี่สงัดแกเดินหาจนพบแล้ว​นำ​ไปล้างในลำธาร ก่อน​จะนำมาตรอกข้าวสารหุงขึ้น​ใหม่อีกครั้ง

"​เพราะมึงนั่นแหละ​ วิดน้ำใส่เรือ จูงเสือเข้าบ้าน"

ไอ้พริ้งต่อว่าไอ้ชน ​เพราะเชื่อว่าสิ่ง​ที่เกิดขึ้น​น่า​จะมาจากญาติโกโหติกาของเจ้าลูกลิงตัวเล็กตัวนั้น​แน่

"คราวนี้แหละ​​ที่เรา​จะอยู่​กันไม่​เป็นสุข ​เพราะพวกมันรู้แหล่งหากินแหล่งใหม่เข้าแล้ว​" พี๋สงัดหน้าดำคร่ำเครียด แกคง​จะรู้ว่าธรรมชาตินิสัยของพวกลิงเสนลิงกังนั้น​ช่างแสบสันต์ ​เพราะมันปลิ้นปลอกกลอกกลิ้งยังกะอะไร​ดี

"ปล่อยลูกมัน​ไปก็สิ้นเรื่อง​" ไอ้ชนว่า "เดี๋ยวรอบบ่ายกู​จะงด​ไปขุมเหมือง ​จะ​เอาลูกลิงตัวนี้​ไปปล่อย"

"มึง​จะ​เอามัน​ไปปล่อย​ที่ไหน" พี่สงัดขัดคอ "ขืนปล่อยสุ่มสี่สุ่มห้า หมาไนคาบ​ไปแดกเสียเท่านั้น​ บาปกรรมเปล่า ๆ​ "

"ฉัน​จะตามหาลิงฝูงนี้ให้เจอ" ไอ้ชนพูด​กับพี่สงัดแล้ว​หันมาทางไอ้พริ้ง "ลูกตะกั่วปืนแก๊ป​กับดินปืนอยู่​ไหน"

"ก็ใส่กลักแขวนไว้ตรงหัวนอนของกูนั่นแหละ​" ไอ้พริ้งชี้​ไป​ที่กระบอกไม้ไผ่ขนาดหัวแม่เท้าสองกระบอก ​ซึ่งผูกสายเอ็นห้อยไว้​ที่ข้างเสาด้านหัวนอน "ดีนะ​ที่ไอ้ลิงพวกนั้น​ไม่ดึง​เอามาเล่น ม่ายงั้นมีปืนก็เหมือนมีท่อนไม้ เฮ้อ-เวรกรรม"

"เดี๋ยวกู​ไปด้วย ​จะ​ได้​เป็น​เพื่อนกัน" ผมเสนอตัว "​แต่ว่าปืนแก๊ป​ต้องอยู่​กะกู อ้าย . ๓๘ ขี้สนิมของมึงกูไม่​เอา"

"​ไปเรียนหนังสือ​เป็นปี ๆ​ ยัง​จะยิงปืน​เป็นอยู่​หรือ" ไอ้ชนย้อนถาม

สมัยเด็ก ๆ​ เราชอบประฝีมือยิงหนังสติ๊กกันบ่อย ๆ​ ด้วยการ​เอามีดพร้า​ไปเสียบไว้​ที่หัวกะทู้คอกควาย หรือกะทู้รั้วริมสวน ​โดยหันคมมีดมาทางด้าน​ที่เรายืนท้าประลองกันอยู่​ กระสุนดินเหนียวปั้นตากแดดจนแห้ง เวลายิงออก​ไปโดนคมมีดก็​จะแตกกระจุย ​แต่โอกาสอย่างนั้น​เกิดขึ้น​ยาก ​เพราะ​ต้องมือแม่นจริง ๆ​ ​เนื่องจากคมมีด​ที่หันมาทางพวกเรานั้น​บางยิ่งกว่าใบข้าวในนาเสียอีก

กติกาในการประลองของเราก็​คือนับจำนวนกระสุน​ที่กำหนด ​ใครยิงถูกคมมีดมากกว่ากัน ​ซึ่ง​ส่วนมาก​จะกำหนดไม่ให้เกิน ๑๐ ลูก ​ใครยิงถูกมากกว่า​เป็นผู้ชนะ

ไอ้ชน ไอ้พริ้ง ​ทั้งสองคนนี้ไม่เคยประลองชนะผมสักครั้งเดียว

"หนังสติ๊กยังยิงยากกว่า" ผมว่า "มึงกล้า​เอากระป๋องยาสูบตั้งบนกระหม่อมไหมล่ะ กู​จะยิงให้มึงดู"



********************************************************


ตอนหน้าผมแบกปืนเข้าป่าครับ​

 

F a c t   C a r d
Article ID S-3187 Article's Rate 78 votes
ชื่อเรื่อง เหมืองป่า --Series
ชื่อตอน เอาลูกลิงมาเลี้ยง แสบยิ่งกว่าเอาเมี่ยงมาอม --อ่านตอนอื่นที่ตีพิมพ์แล้ว คลิก!
ผู้แต่ง พลอยพนม
ตีพิมพ์เมื่อ ๑๖ ตุลาคม ๒๕๕๓
ตีพิมพ์ในคอลัมน์ เรื่องยาว ซีรีส์
จำนวนผู้เปิดอ่าน ๙๓๒ ครั้ง
จำนวนความเห็น ๕ ความเห็น
จำนวนดอกไม้รวม ๓๓๓
| | | |
เชิญโหวตให้เรตติ้งดอกไม้แก่ข้อเขียนนี้  
R e a d e r ' s   C o m m e n t
ความเห็นที่ ๑ : นาม อิสรา [C-17117 ], [110.49.205.144]
เมื่อวันที่ : ๒๓ มิ.ย. ๒๕๕๓, ๐๘.๐๔ น.

​​ระหว่างนี้ปักษ์ใต้บ้านผมฝนตกหนัก งานกลางแจ้ง​​ที่​​กำลังเคี่ยวอยู่​​พลอยหยุดชะงัก ​​แม้หนี้สิน​​จะควบ 120 กม./ชม.​​ไปนั่งถ่างตารออยู่​​ข้างหน้า ​​แต่ผมก็ช่วยอะไร​​ไม่​​ได้ ปล่อยให้มันรอ​​ไปก่อน ฝนแล้งค่อยว่ากัน...​​

ไม่​​ได้จับหัวเชื่อมเชื่อมเหล็ก ไม่​​ได้จับกาพ่นสี มือก็เลย​​ว่าง ใจมันก็เหงา แล้ว​​คนอย่างผมพักนี้แก้เหงาอย่างอื่นไม่​​ใคร่​​จะ​​เป็น นอกจากหันหน้าเข้าหาจอมอนิเตอร์ แล้ว​​ปั่นนิยาย

เปิดหน้าเวิร์ดขึ้น​​มาก็รัวนิ้วลงบนคีย์บอร์ดพักเดียว "เหมืองป่า" ประสบการณ์ใอดีตก็ทะลักออกมาพร่างพรู สรรพสำเนียงในพงไพรดังแว่วอยู่​​สองข้างหู เสือ หมี ช้าง กวาง กระทั่งบรรดางูร้ายก็ออกมาเลื้อยป้วยเปี้ยนอยู่​​ใกล้ ๆ​​ ชวนให้เขียนถึงพวกมัน คล้าย​​กับ​​จะบอกว่า ต่อ​​ไป​​เมื่อเอ็งกลับบ้านเก่า ป่าจริง ๆ​​ สัตว์จริง ๆ​​ อย่างพวกข้า ก็คงหาคนเขียนถึง​​ได้ยาก ​​เพราะ​​จะหาคนเคยถูกพวกข้าเล่นงานเสียจนย่ำแย่​​ได้น้อยเต็มที

​​แม้​​จะมีป่าเปิดอยู่​​หลายแห่ง ​​แต่มัน​​จะเท่าป่าดิบ​​ที่ดง​​เขายาแห่งนี้​​ได้หรือ ​​เพราะ​​ที่นี่มัน​​เป็นป่ายิ่งกว่า ​​เพราะมันมีเรื่อง​​ราวของผู้คน​​ที่เคยเข้า​​ไปผจญ​​กับพวกข้าให้เอ็ง​​ได้นำ​​ไปเล่าพวกชนรุ่นหลังอยู่​​มากมาย​​

แล้ว​​พวกมันก็สั่งว่า

"ว่า​​แต่เอ็งอย่าโม้ให้เพลิน ประเดี๋ยว​​เขาจับไต๋​​ได้ว่าเอ็ง​​ได้แอบผสมสีเข้า​​ไปด้วย พวกข้าไม่รับรู้กะเอ็งด้วยนา"

ผมนึกยิ้ม ๆ​​ ขณะคิดถึงพวกมัน ​​และก็พยายามเขียนตาม​​ที่พวกมันท้วงติง ​​จะไม่ใส่สีตีไข่ให้เกิน​​ความจำ​​เป็น

​​แต่​​จะพยายามเขียนให้ท่านผู้อ่านทุกท่าน​​ที่ติดตามอ่าน​​ได้อ่านกันอย่างเพลิดเพลิด

อ่านแล้ว​​ไม่ง่วง ว่างั้นเหอะ!

ฮ่า ฮ่า

สวัสดีครับ​​

แจ้งลบข้อความ


ความเห็นที่ ๒ : นาม อิสรา [C-17118 ], [110.49.205.144]
เมื่อวันที่ : ๒๓ มิ.ย. ๒๕๕๓, ๐๘.๐๘ น.

แหม! อ่านกันอย่าง เพลิดเพลิด ก็มีด้วยวุ้ย

ประทานโทษนะครับ​​ "เพลิดเพลิน"ครับ​​ เพลิดเพลิน มือมันเร็ว​​ไปหน่อย​​

แจ้งลบข้อความ


ความเห็นที่ ๓ : Rotjana Geneva [C-17121 ], [193.134.193.5]
เมื่อวันที่ : ๒๓ มิ.ย. ๒๕๕๓, ๑๘.๕๒ น.

เข้ามาลุ้นให้​​เอาลูกลิง​​ไปปล่อยคืนแม่ของมันค่ะ​​

คุณนามฯยิ่งเขียนยิ่งดีวันดีคืนนะคะ​​ บรรยายภาพเกล็ดงูจงอาง​​ได้บาดตามากเลย​​ค่ะ​​

แจ้งลบข้อความ


ความเห็นที่ ๔ : กัลปจันทรา [C-17835 ], [170.215.130.152]
เมื่อวันที่ : ๐๑ พ.ย. ๒๕๕๓, ๐๔.๑๕ น.

สวัสดีค่ะ​​

เพิ่งพิมพ์​​ไปอ่าน​​เมื่อวันก่อน เข้ามาบอกว่าเขียนบรรยายดีค่ะ​​ ตัวอย่างเช่นการร้องของลูกลิง ​​ใช้คำว่า "แหกปาก" ซี่งเหมาะสม​​กับลูกลิง เห็นภาพเลย​​

เข้ามาชมค่ะ​​ แล้ว​​​​จะพยายามอ่านต่อตามเวลาอำนวยนะคะ​​

ด้วย​​ความปรารถนาดี

แจ้งลบข้อความ


ความเห็นที่ ๕ : นาม อิสรา [C-17836 ], [110.49.193.189]
เมื่อวันที่ : ๐๑ พ.ย. ๒๕๕๓, ๐๖.๔๔ น.

ขอบคุณครับ​​พี่ พบเจอข้อบกพร่องตรงไหนขอ​​ความกรุณาช่วยสะกิดผมให้รู้ตัวด้วยนะครับ​​

ขอบคุณอีกครั้งครับ​​ผม

แจ้งลบข้อความ


สั่งให้ระบบส่งเมลแจ้งการเพิ่มเติมความเห็น
 ศาลานกน้อย พร้อมบริการเสมอ และยินดีรับฟังข้อเสนอแนะจากทุกท่าน  ติดต่อเว็บมาสเตอร์ได้ทางคอลัมน์ คุยกับลุงเปี๊ยก หรือทางอีเมลได้ที่ uncle-piak@noknoi.com  พัฒนาระบบ : ธีรพงษ์ สุทธิวราภิรักษ์  โลโกนกน้อย : สุชา สนิทวงศ์  ภาพดอกไม้ในนกแชท : ณัฐพร บุญประภา  ลิขสิทธิ์งานเขียนในนิตยสารรายสะดวก เป็นของผู้เขียนเรื่องนั้น  ข้อความที่โพสบนเว็บไซต์แห่งนี้ เป็นความคิดเห็นส่วนตัวของผู้โพสทั้งสิ้น