นิตยสารรายสะดวก  Fiction  ๑๖ ตุลาคม ๒๕๕๓
เหมืองป่า #3
พลอยพนม
...เสือ​เป็นสัตว์รักสงบ ​แต่​เมื่อ​ต้องล่าเหยื่อ มัน​จะกลาย​เป็นสิ่งมีชีวิต​ที่อันตราย​และดุร้าย​ที่สุด...

ตอน : สปิริตในป่าดง

"เรา​ไปตามทางของเรา ​เขาก็​ไปตามทางของ​เขา อย่า​ไปสนใจ"

นั่น​คือเสียงของตาปัญญา แกโผล่มาจากแนวป่าริมทางตั้งแต่​เมื่อไหร่ก็ไม่รู้ ไม่มี​ใคร​ได้ทันสังเกต ​ถ้าแก​เป็นเสือ เราสี่คน ไม่คนใดก็คนหนึ่ง​คงโดนเสืองาบคอลากเข้าป่าอย่างแน่นอน

เสียงเสือสองตัวคำรามขู่กรรโชกกันดังแว่วมาตามลม ​พร้อม​กับกลิ่นสาบสางของมันโชยฉุนมาแตะจมูก พวกเราห้าคนรวม​ทั้งตาปัญญา​ที่โผล่มาทีหลังย่างเท้าเดิน​ไปสู่ขุมเหมืองกันปกติ ไม่รีบเร่ง ราว​กับไม่มีสิ่งอันตรายใด ๆ​ เกิดขึ้น​ เหมือน​กับ​ที่ตาปัญญาพูดติดตลกขึ้น​ว่า "ทาง​ใครทางมัน ทางเสือเสือเดิน ทางหมาหมาเดิน ​แต่วันนี้​เมื่อถึงทางคน ก็ยังไม่แน่ว่า​จะเดินหรือโกยอ้าว ฮา ฮา"

เสือ​เป็นสัตว์​ที่หวงถิ่น​ที่อยู่​อาศัย​เป็นอย่างมาก เสือ​ที่มีขนาดใหญ่​เมื่อย้าย​ที่อยู่​ชั่วคราว​จะแผดเสียงร้องคำราม​เป็นเวลานาน ​เพื่อป้องกันไม่ให้เสือด้วยกันเข้า​ไปจุ้นจ้านในถิ่นเดิมของมัน ​ซึ่งมันก็มัก​จะอาศัยอยู่​อย่างโดดเดี่ยวตามลำพัง ออกหากินเฉพาะในอาณาเขตหรือถิ่นของมัน ​และ​จะคุ้มครองเขตแดนของมันไว้ หากมีการล้ำเขตแดนก็อาจ​จะเกิดการเผชิญหน้า​กับจนถึงขั้นต่อสู้ เว้นเสีย​แต่ว่าเสือเจ้าถิ่น​จะมีขนาดเล็กกว่า

​โดยปกติแล้ว​เสือ​จะพยายามหลีกเลี่ยงการต่อสู้ หรือการเผชิญหน้ากัน ​โดย​จะ​ใช้วิธีสื่อสารให้เสือตัวอื่นรู้ว่า​ได้ล้ำเขตแดนของมันเข้ามาแล้ว​ เช่น ทิ้งรอยขูดข่วนตามต้นไม้ตามทางเดินในอาณาเขตของเสือ​แต่ละตัว บางครั้งเสือ​จะเยี่ยวรดรอยของมัน​เอาไว้ ​เมื่อเสือตัวอื่นเห็นรอย​และ​ได้กลิ่นสาบเสือเจ้าถิ่น มันก็​จะรู้ว่า​เป็นรอยเก่าหรือรอยใหม่ ​ถ้ารอยยังใหม่มัน​จะหลีกเลี่ยงการเผชิญหน้า​และหัน​ไป​ใช้พื้น​ที่อื่น การเผชิญหน้ากัน​ระหว่างเสือเจ้าถิ่น​และเสือตัวอื่นจึงไม่เกิดขึ้น​​ได้ง่ายนัก

เสือ​เป็นสัตว์กินเนื้อ การล่าเหยื่อจึง​เป็นสิ่งสำคัญของการมีชีวิตรอดในธรรมชาติ ​แม้ว่าเสือ​จะมีร่างกาย​ที่มีพละ​กำลังปราดเปรียวว่องไว ​และมีเขี้ยวเล็บ​ที่แหลมคม ​แต่การมีชีวิตรอดในธรรมชาติไม่ใช่เรื่อง​ง่าย ๆ​ การแย่งอาหารหรือการเผชิญหน้ากันก็อาจ​จะเกิดขึ้น​​ไปตลอดเวลา

​ที่สำคัญเสือ​เป็นสัตว์รักสงบ ​แต่​เมื่อ​ต้องล่าเหยื่อ มัน​จะกลาย​เป็นสิ่งมีชีวิต​ที่อันตราย​และดุร้าย​ที่สุด

เสือมี​ความอดทนต่อการรอคอย​เป็นอย่างสูง มัน​จะรอจนเหยื่อเผลอ ด้วยการพรางตัวซุ่มรอคอยเหยื่อ ​โดยอาศัยสีขน​และลายตามลำตัว​ที่กลมกลืน​ไป​กับสภาพแวดล้อม​เป็นสิ่งอำพราง หากเหยื่อทำท่าเหมือน​จะรู้ตัว มันก็​จะแสร้งทำ​เป็นไม่สนใจ มัน​จะคอยหรือเดินตามเหยื่อ​ไปห่าง ๆ​ ขณะ​ที่ตาก็จับจ้องเหยื่ออยู่​ตลอดเวลา ​เพราะเสือมีสายตาในการมองเห็น​เป็นเลิศ มัน​สามารถสังเกตเห็น​แม้ว่าเหยื่อ​จะแอบอยู่​ในพุ่มไม้หรือพงหญ้า ​และเคลื่อนไหวเพียงเล็กน้อย เสือ​ใช้​ความ​สามารถในการมองเห็นร่วม​กับการดมกลิ่น​และการฟังเสียงด้วย เสือ​สามารถ​ได้ยินเสียงจากระยะไกล ​และ​สามารถจำแนกเสียงทั่ว​ไป​ที่เกิดขึ้น​ในธรรมชาติ ​กับเสียง​ที่เกิดจากการเคลื่อนไหวของเหยื่อ​ได้

การจู่โจมเหยื่อของเสือ​เป็น​ไปตามสัญชาติญาณ ในกรณีของเหยื่อ​ที่มีขนาดเล็ก​และขนาดกลาง เสือ​จะเข้าจู่โจมทางทิศ​ที่เหยื่อป้องกันตัวเองไม่​ได้ ​คือ​จะกระโดดเข้าตะครุบในแนวเฉียงจากทางด้านหลัง ​เมื่อเสือ​ได้ยินเสียงเหยื่อมัน​จะยกหางขึ้น​ ​และหันหน้า​ไปทางต้นกำเนิดของเสียง ​ถ้าหาก​เป็นเสียงเหยื่อเคลื่อนไหว เสือ​จะเดินสำรวจบริเวณ​โดยรอบเสียก่อน แล้ว​จึง​จะนั่งซุ่มมองดูท่าทีของเหยื่อผ่านดงหญ้าหรือพุ่มไม้ด้วยดวงตาแหลมคม ​และ​จะค่อย ๆ​ ขยับเข้าใกล้ จนกระทั่งอยู่​ในระยะ​ที่​สามารถกระโจนเข้าหาเหยื่อ​ได้อย่างง่าย ​โดยอาศัยฝีเท้าอันเงียบกริบด้วยการหดเล็บซ่อน​เอาไว้ในอุ้งเท้า ​ซึ่ง​เป็นลักษณะพิเศษ​ที่ไม่พบในสัตว์กินเนื้อชนิดอื่น ​และ​เมื่ออยู่​ในระยะ​ที่เหมาะสมมัน​จะย่อขาหลังลงอยู่​ในท่าเตรียม​พร้อม...​ ปลายหาง​จะกระตุก​ไปมา ขาด้านหน้าแยกออกจากกัน​เพื่อ​เป็นหลักในการทรงตัว​และกระโจนเข้าตะปบเหยื่อ ​แต่สำหรับการจู่โจมเหยื่อ​ที่มีขนาดใหญ่นั้น​ ในจังหวะสุดท้ายเสือ​จะเข้าตะครุบเหยื่อในระยะประชิดตัว​โดย​ใช้เท้าหลังยึด​กับพื้น ส่ง​กำลังโถมตัวสูงขึ้น​​พร้อม​กับ​ใช้อุ้งเท้าหน้าเข้าตะปบเหยื่อ แล้ว​มัน​จะกัดเหยื่อทันที ​ซึ่งเกิดขึ้น​รวดเร็ว​และ​เป็น​ไป​โดยอัตโนมัติ ​คือ​จะมุ่ง​ไปยังตำแหน่ง​ที่ใกล้​ที่สุด​กับอุ้งเท้าด้านหน้าข้าง​ที่มัน​ใช้ตะปบลงบนเหยื่อ ​ส่วนใหญ่จึง​เป็นตำแหน่งบริเวณ สันหลัง ไหล่ หรือค่อน​ไปทางสะโพก ​แต่ตำแหน่งเหล่านี้ไม่ทำให้เหยื่อถึงแก่​ความตาย ดังนั้น​เสือจึง​จะจู่โจมต่ออย่างรวดเร็วด้วยการกัดตรงคอของเหยื่อ​ซึ่ง​จะทำลายระบบประสาท​และทำให้เหยื่อตายทันที


ตาปัญญาว่า "ท่าทางไอ้ลายตัว​เมื่อคืนมัน​จะไม่ยอมคายเหยื่อ เดี๋ยวเถอะ ๆ​ เดี๋ยวพวกมึง​จะ​ได้โกยกันป่าราบ"

"อ้าว- ก็ไหนพูดอยู่​​เมื่อกี้ว่าไม่เกี่ยว​กับเรา" ไอ้พริ้งย้อนถามแก

"ก็เผื่อมันไล่ฟัดกันมาทางนี้ มึง​จะกล้าเดินนวยนาดอยู่​รึ -ลูกไอ้​พร้อม" ว่าแล้ว​ตาปัญญาก็หัวเราะหึ ๆ​ "เกิดมันตาฝาด เห็นมึง​เป็นคู่กัดของมันละก้อ - - พริ้งเอ๋ย- วิ่งกันขี้แตกขี้แตนทีเดียวแหละ​ เชื่อกูเถอะ"

ผมฟังตาปัญญาแกสาธยาย ก็ให้นึกหวาดเสียวอยู่​เหมือนกัน ​ถ้าเผื่อมันรุกไล่กันมาทางนี้เข้าจริง ๆ​ ผม​จะทำอย่างไรดี คาดคะ​เนจากเสียงต่อสู้​ที่​ได้ยินตอนนี้ พวกมันก็น่า​จะขยับมาอยู่​ไม่เกินซีกเนิน​เขาฝั่งโน้น ฝั่ง​ที่อยู่​เหนือทับนอนของพวกเราขึ้น​​ไป ​ซึ่ง​ถ้าหากพวกมันวิ่งไล่กันมา​เป็นทางตรง ไม่อ้อมป่ารกเหมือนอย่าง​ที่เรา​กำลังเดินลดเลี้ยวกัน​ไปตามริมธาร รับรองไม่เกินสองหรือสามนาทีเจ้าลายพาดกลอน​ทั้งสองตัวก็​จะ​ต้องมาถึง

แล้ว​ก็จริงดั่งคาด!!

"แน่ะ ท่าทาง​จะมากันแล้ว​โว้ย" ตาปัญญายืนเงี่ยหูฟัง กระพริบตาถี่ ๆ​ " พวกมึงแยก​ไปหาต้นไม้ใหญ่ แล้ว​เร่งปีนกันขึ้น​​ไปเร็ว ๆ​ ขึ้น​​ไปแล้ว​ก็อย่าส่งเสียงดัง จำไว้ ไม่ว่าอะไร​​จะเกิดขึ้น​ ก็ตกไม่​ต้องตกอกตกใจ เสือมันฟัดกันคนไม่เกี่ยวโว้ย เอ้า ​ไปกัน​ได้แล้ว​ เร็วเข้า "

สั่ง​ความพวกเราเสร็จตาปัญญาก็ปราด​ไป​ที่ต้นมะไฟริมลำธาร ผมทอดย่างตามแก​ไปติด ๆ​ สักชั่วอึดใจเราก็สองคนก็ปีนขึ้น​​ไปนั่งอยู่​บนกิ่งมะไฟสูงต้นนั้น​คนละกิ่ง​ได้สำเร็จ ห่าง​ไปทางขวามือประมาณห้าหกวา ไอ้พรึ้ง ไอ้ชน พี่สงัด ก็ชวนกันปีนป่ายต้นลำแพนขึ้น​​ไปนั่งอยู่​บนกิ่งสูงของมัน​ได้แล้ว​เช่นกัน

ตาปัญญาร้องบอกพวกมัน​ไปว่า "​ถ้าพวกเอ็งอยากเห็นของดี ก็อย่าขี้ อย่าตด อย่ากระแอมกระไอ...​ แล้ว​ก้อ-ไอ้ชน-มึงอย่าสูบบุหรี่ ปืนขี้สนิมของมึงก็อย่างัดออกมายิง​เป็นอันขาด "

สิ้นเสียงตาปัญญาสักชั่วอึดใจ ผมก็​ได้ยินเสียงกิ่งไม้แห้งบนพื้นข้างล่างหักเปรี๊ยะ ๆ​ ผมจึงก้มลง​ไปมอง

ถัดจากโคนไม้​ที่พวก​เพื่อน ๆ​ ของผมป่ายปีนกันขึ้น​​ไป ลิงเสนสามสี่ตัว​กำลังกรูกันขึ้น​ต้นไม้ใกล้ ๆ​ กันนั้น​​เป็นการใหญ่

มันก็กลัวเจ้าป่าเหมือน​กับเรา

ตาปัญญาหันมายิ้ม​กับผม ผมพยักหน้ารับรู้ แกจึงหันกลับ​ไปจ้องมองต้นทาง​ที่คาดกันว่าเจ้าป่าสองตัวน่าโรมรันพันตูกันมาทางนั้น​อีกครั้ง...​

หลังจากนั้น​สักเสี้ยววินาที กวางถึกตัวหนึ่ง​ก็ควบเขย่ง ๆ​ ออกมาจากแนวป่า​เป็นตัวแรก ท่าทางคง​จะโดนคมเขี้ยวพยัคฆ์ร้ายขบกัดเข้า​ที่ไหนสักแห่ง จึงทำให้การหลบหนี​เอาตัวรอดของมัน​เป็น​ไปอย่างเชื่องช้า...​ ​และในขณะเดียวกันภายในบริเวณแนวป่าแห่งนั้น​ กระรอกกระแตก็ส่งเสียงร้องทักกันเกรียวกราว ไก่เถื่อน นกป่า โผปีกบินพรูขึ้น​สู่เบื้องสูงเหมือนใบไม้ปลิดปลิว​เพราะโดนพายุพัดหอบ ผมหายใจไม่ทั่วท้องด้วย​ความตื่นเต้น สองมือเกาะกุมกิ่งไม้​ที่ทอดยื่นลงมาข้างหน้าอย่างเหนียวแน่น

​เมื่อกวางถึกตัวนั้น​เขยะเขย่งลงลำธารล่องน้ำ​ไปอย่างทุลักทุเล หลบหาย​ไปทางซีกฝั่งขะโน้น​ได้แล้ว​ เสียงฮึ่ม ๆ​ ของเจ้าป่า​ทั้งสองก็แผดคำรามขึ้น​มาใกล้ ๆ​ ทำ​เอาผมขนพอง ใจสั่นตูมเหมือนกลองวัดรัวลั่น สองมือ​ที่เกาะกุมกิ่งไม้แข็งเกร็ง​และเย็นเฉียบราวก้อนหินในคลอง

เจ้าลายพาดกลอนขนาดม้าแกลของตาเปลี่ยน​ที่พุ่งกระโจนผ่านดงสาบเสือออกมาตัวแรก รูปร่างผอมโซกว่าตัว​ที่กระโจนตามหลังมาติด ๆ​ ท่าทางมัน​จะชราภาพเหมือนรถตกรุ่น​ที่ไร้เรี่ยวแรง ​เพราะไม่เห็นว่ามัน​จะโต้ตอบคู่ต่อสู้ ​แม้​จะโดนตัว​ที่ไล่ตามมาตะปบเข้า​ที่ตะโพกจนพลิกหาย ​และลุกขึ้น​มา​ได้อย่างรวดเร็ว หาก​แต่มันก็เพียงอ้าปากแยกเขี้ยวคำรามขู่ ​และยืนจ้องคู่ต่อสู้ตัวแข็งทื่อ

ตรงบริเวณรอบ ๆ​ โคนไม้​ที่เราแอบขึ้น​​ไปนั่งซุ่มกันอยู่​ข้างบนค่อนข้าง​จะโล่งเตียน บนพื้นมีก้อนกรวด​และก้อนหินก้อนเล็ก ๆ​ สาดกระจายอยู่​​โดยรอบ สลับ​กับหญ้ารังไก่สีเขียวอ่อน​และสีเหลืง​ที่​กำลังเหี่ยวเฉาตามธรรมชาติในหน้าแล้งขึ้น​อยู่​​เป็นหย่อม ๆ​ ​โดยเฉพาะบริเวณโคนไม้ใหญ่​ที่พวกลิงเสนพวกนั้น​ป่ายปีนขึ้น​​ไปหลบภัยมีเถาว์หญ้ารังไก่สีเหลือง ๆ​ ปกคลุมอยู่​หนาแน่น

เจ้าป่า​ทั้งสอง​เมื่อรุกไล่กันมาถึง​ที่โล่งเตียน แทน​ที่พวกมัน​จะฟัดกันให้ดุเดือดเลือดพล่าน ​เพื่อให้เรา​ได้ชม​เป็นขวัญตา กลับ​เอา​แต่ตั้งการ์ดเหมือนนักมวยยกสุดท้ายรอฟังเสียงระฆัง ต่างฝ่ายต่างก็ย่อสองเท้าหน้าก้มหัวต่ำลงแยกเขี้ยวยิงฟันจ้องหน้ากัน สะบัดปลายหางกวัดแกว่ง​ไปมา ​พร้อม​กับส่งเสียงคำรามฮึ่ม ๆ​ ขู่กันอยู่​ไม่ขาดปาก

​เพราะเสือ​เป็นสัตว์​ที่มีเส้นเสียงพิเศษเพียงชนิดเดียว ​ที่ทำให้มัน​สามารถส่งเสียงคำรามออกมา​ได้ เสียงคำรามของเสือ​จะดังก้องกังวาน​ไปทั่วบริเวณ ​ซึ่ง​เป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัว​ที่สัตว์อื่นไม่​สามารถทำ​ได้

​และก็คง​เป็น​เพราะเสียงคำรามของมัน​ทั้งสอง​ที่​ได้ยินมาจากไกล ๆ​ นี้เอง ​ที่ทำให้พวกเราพากันคิดว่าพวกมัน​กำลังต่อสู้ฟัดเหวี่ยงกันอย่างดุเดือด ​ทว่าชั่วระยะเวลาสองสามอึดใจ​ที่ผมถ่างตารอลุ้นการต่อสู้ของพวกมันในระยะใกล้ ๆ​ ผมก็​ต้องพานพบ​กับ​ความผิดหวัง ​เพราะเจ้าตัวอาวุโส​ได้ยอมยกธงขาว​เอาดื้อ ๆ​ มันค่อย ๆ​ เบี่ยงร่างหันหน้าออกมาทางฝั่งลำธาร แล้ว​เดินคอตกหางย้อยตามรอยกวางตัวนั้น​ลง​ไปในน้ำ ลุยข้าม​ไปสู่ฝั่งขะโน้น หนีห่าง​ไปเสีย

ช่างมารูปเดียว​กับงูเห่า​และพังพอนในสมัยโน้นไม่มีผิด ​ที่สุดท้ายต่างก็ผละหนีจากกัน​โดยไม่​ต้องมีกรรมการคอยบอกแยกให้เสียเวลา

หาก​แต่ตอนนี้ผมโตแล้ว​ ผมไม่รู้สึกโกรธเ​คืองเจ้าป่า​ทั้งสอง​ที่สร้างผิดหวังให้​กับการรอชมการต่อสู้ของพวกมัน​แต่อย่างใด ตรงข้าม ผมกลับชื่นชมสปิริตของพยัคฆา​ที่ไม่อาฆาตพยาบาท​กันอย่าง​เอา​เป็น​เอาตายเหมือนมนุษย์ ​เมื่อฝ่ายหนึ่ง​ยอมพ่าย อีกฝ่ายหนึ่ง​ก็ปล่อย​ไป ไม่ไล่ล่าฆ่าขย้ำให้สิ้นชีพคาคมเขี้ยว หาก​แต่มันค่อย ๆ​ ก้าวเดินออกจากลานต่อสู้​ไปอย่างสวยสง่า ตรง​ไป​ที่โคนไม้ใหญ่ต้นหนึ่ง​ ยกสองเท้าหน้าขึ้น​ตะปบบนเปลือกไม้ ตะกายกรงเล็บลากข่วนเสียงกราว ๆ​ สองสามครั้ง ​เพื่อฝากบอกร่องรอย​ความเจ้าถิ่นให้​กับพยัคฆ์สัญจรตัวอื่น ๆ​ ​ได้รับรู้ถึงอาณาจักรอันไพศาลของมัน ​พร้อม​กับแผดเสียงคำรามฮึ่ม ๆ​ ดังลั่น​ไป​ทั้งป่า แล้ว​มันก็เดินลับหาย​ไปในดงไม้อันเขียวขจี ในทิศทางเดียว​กับ​ที่มันไล่ศัตรูของมันออกมา​เมื่อสักครู่นั่นเอง


อย่าเพิ่ง อย่าเพิ่ง "

ตาปัญญาหัน​ไปบอกพวกนักขุดแร่บนต้นลำแพนให้หยุดการเคลื่อนไหวกันไว้ก่อน

"มีอะไร​รึ-ตา" ผมถามขึ้น​อย่างเร็ว "ก็มัน​ไปกันแล้ว​ ​จะ​ไปกลัวอะไร​"

ตาปัญญาไม่ตอบ ​แต่ทำหน้าขึงขัง​พร้อม​กับชี้ให้ดู​ที่โคนไม้ใหญ่ ​ที่พวกลิงเสนพวกนั้น​พากันขึ้น​​ไปนั่งหลบภัยกันอยู่​ข้างบน

ผมก้มหน้ามองตามลง​ไป

ให้ตายเถอะ! สิ่ง​ที่ผมหวาดกลัว​และขยะแขยงจนแทบ​จะอาเจียนทุกครั้ง​ที่​ได้พบเห็น บัดนี้​ได้ปรากฏสังขารอันน่าเกลียดน่ากลัวของมันขึ้น​มา ณ ​ที่นี่อีกแล้ว​

******************************************************************************


มัน​คืออะไร​? โปรดติดตามตอนต่อ​ไป ก็​จะทราบครับ​ท่าน

 

F a c t   C a r d
Article ID S-3186 Article's Rate 78 votes
ชื่อเรื่อง เหมืองป่า --Series
ชื่อตอน สปิริตในป่าดง --อ่านตอนอื่นที่ตีพิมพ์แล้ว คลิก!
ผู้แต่ง พลอยพนม
ตีพิมพ์เมื่อ ๑๖ ตุลาคม ๒๕๕๓
ตีพิมพ์ในคอลัมน์ เรื่องยาว ซีรีส์
จำนวนผู้เปิดอ่าน ๘๙๔ ครั้ง
จำนวนความเห็น ๒ ความเห็น
จำนวนดอกไม้รวม ๓๓๓
| | | |
เชิญโหวตให้เรตติ้งดอกไม้แก่ข้อเขียนนี้  
R e a d e r ' s   C o m m e n t
ความเห็นที่ ๑ : นาม อิสรา [C-17111 ], [110.49.204.12]
เมื่อวันที่ : ๒๒ มิ.ย. ๒๕๕๓, ๐๘.๐๕ น.

เพิ่ง​​ได้ตามมาปรู๊ฟอีกรอบ เผื่อหลงหูหลงตา

เขียนเอง อ่านเอง มัก​​จะเผลอบ่อยครับ​​ ผมว่าน่า​​จะโดนสายตามันหลอน​​เอาก็​​ได้ ​​โดยเฉพาะสะกดการันต์นี่แหละ​​ตัวร้าย อ้าย​​ที่เขียนผิด​​เพราะเข้าใจผิด หรือ​​เพราะไม่รู้นั่นก็อีกเรื่อง​​ ​​แม้​​แต่นักเขียนใหญ่ ๆ​​ ก็มีเขียนผิดเหมือนกัน ​​แต่ผู้พิสูจน์อักษร​​เขา​​จะแก้ให้
​​เพราะจริง ๆ​​ แล้ว​​นักเขียนไม่ใช่นักภาษาหรือผู้​​ที่เก่งกาจด้านภาศาสตร์เสมอ​​ไป หาก​​แต่นักเขียน ​​คือ นักเล่า

คิด​​จะเล่าอย่างไรก็เขียน​​ไปอย่างนั้น​​ เขียนอย่างมีอารมณ์​​ที่พร่างพรูออกมาเหมือนสายน้ำ​​ที่ไหลเชี่ยว ขืนสะดุดหรือพะวงอยู่​​​​กับคำถูกผิด ก็หมดฟิลลิ่ง​​ไปเสียเท่านั้น​​

​​แต่​​เมื่อเขียน​​ไปจนกระทั่งพอใจ ​​และหยุดพักนั่นแหละ​​ ถึง​​จะ​​ได้หันมาสำรวจ

​​เมื่อตะกี้กูเขียนอะไร​​ลง​​ไปบ้าง-หว่า?

แล้ว​​ก็ทบทวน เห็นคำผิดก็แก้ไข เห็นคำเกินก็ตัดออก เห็นคำขาดก็เติมเข้า​​ไป เสร้จแล้ว​​ก็อ่าน

อ่าน!

บางคนอ่านออกเสียงดัง ๆ​​ ​​แต่บางคนอ่านในใจ อ่านด้วยสำเนียงภาษาท้องถิ่นของตนบ้าง ภาษาข้าหลวง (ภาษากลาง-กรุงเทพฯ)บ้าง ​​ถ้าหากติดขัดลำคอเหมือนปืนขัดลำกล้องก็รู้ว่าไม่ผ่าน ​​ต้องแก้ไขอีก

แก้แล้ว​​แก้เล่า แก้​​ไปจนพอใจ อ่านจนคล่องดีแล้ว​​ จึงใส่ปีกให้มันโบยบิน

​​ซึ่งอาจ​​ไปตกตะกร้าสิ้นใจตายก็แล้ว​​​​แต่บุญ​​แต่กรรม หรือแล้ว​​​​แต่อำนาจวาสนา ​​แต่​​ที่สำคัญ​​ความ​​สามารถ ​​ความชัดเจน ​​ความถูก​​ต้อง ​​คือสิ่งสำคัญ​​ที่​​จะทำให้มันโบยบินผ่านตะกร้าต่าง ๆ​​ เหล่านั้น​​​​ไป​​ได้

ตะกร้าในศาลานกน้อย ​​คือสายตาของมิตรรักนักอ่าน!

ทุกท่านทุกนาม​​คือบรรณาธิการ​​ที่ยิ่งใหญ่สำหรับผม ​​ซึ่งผมไม่เคยนึกหรือคิดสบประมาทสายตาของท่านเลย​​

ผม​​จะไม่ปล่อยงานซี้สั้วออกมาให้รกรื้อในพื้น​​ที่ไซเบอร์สแห่งนี้อย่างนอนครับ​​ ผมขอ​​เอาคอรับประกัน ​​ถ้าหากท่าน​​ได้สัมผัส​​กับงานเขียนของผม แล้ว​​เกิด​​ไปพบเจอ หรือสะดุด​​กับอะไร​​​​ที่ไม่ถูก​​ต้อง หรือภายในใจของท่านคิดว่า "น่า​​จะไม่ใช่" ก็ขอให้​​ได้รับทราบไว้เถอะครับว่า​​

นั่น​​เป็น​​เพราะผมขาดประสบการณ์ใน​​ส่วนนั้น​​จริง ๆ​​ ​​และ​​จะน้อมรับคำชี้แนะด้วย​​ความขอบ​​พระคุณยิ่งเสมอ

​​ส่วนคำ ผิด-หก-ตกหล่น ​​ถ้ามัน​​จะยังหลงเหลืออยู่​​ ไม่นานก็​​จะหาย​​ไปครับ​​ ​​เพราะ​​เมื่อมีเวลาว่าง​​เมื่อไหร่ ผม​​จะแวบเข้ามาทบทวนทันที

วันนี้ขอกราบเรียนด้วยใจผมเพียงเท่านี้ก่อนนะครับ​​

​​ได้เวลาออกหาเหยื่ออีกแล้ว​​ครับ​​

สวัสดีครับ​​

แจ้งลบข้อความ


ความเห็นที่ ๒ : Rotjana Geneva [C-17116 ], [193.134.193.5]
เมื่อวันที่ : ๒๒ มิ.ย. ๒๕๕๓, ๒๓.๔๗ น.

ว้าว ตื่นเต้น

บรรยายเรื่อง​​เสือ​​ได้ดีมากเลย​​ค่ะ​​ ละเอียด​​และเข้าใจชัดเจน

แฮ่ม ​​ถ้า​​ได้ยินเสียงคำรามมา​​แต่ไกล รจนาคงหัวใจวายอยู่​​แถวนั้น​​ มือไม้อ่อน ปีนต้นไม้ไม่ไหว

คง​​ได้กลาย​​เป็นของกินเล่นของเสือแน่ ๆ​​ เลย​​

แจ้งลบข้อความ


สั่งให้ระบบส่งเมลแจ้งการเพิ่มเติมความเห็น
 ศาลานกน้อย พร้อมบริการเสมอ และยินดีรับฟังข้อเสนอแนะจากทุกท่าน  ติดต่อเว็บมาสเตอร์ได้ทางคอลัมน์ คุยกับลุงเปี๊ยก หรือทางอีเมลได้ที่ uncle-piak@noknoi.com  พัฒนาระบบ : ธีรพงษ์ สุทธิวราภิรักษ์  โลโกนกน้อย : สุชา สนิทวงศ์  ภาพดอกไม้ในนกแชท : ณัฐพร บุญประภา  ลิขสิทธิ์งานเขียนในนิตยสารรายสะดวก เป็นของผู้เขียนเรื่องนั้น  ข้อความที่โพสบนเว็บไซต์แห่งนี้ เป็นความคิดเห็นส่วนตัวของผู้โพสทั้งสิ้น