นิตยสารรายสะดวก  Fiction  ๑๖ ตุลาคม ๒๕๕๓
เหมืองป่า #2
พลอยพนม
...ยาม​เมื่อลมพัดโชย กลิ่น​ที่หอมขจรมา​กับสายลมช่างเล้าโลมใจผมให้ชุ่มชื่นเย็นฉ่ำเสียจริง ๆ​

​แต่เอ๊ะ...​ นี่มันกลิ่นอะไร​หว่า ? เหม็นสาปเหมือนคนไม่อาบน้ำมาสิบปี...

ตอน : บนทางสัญจร

"​เมื่อคืน​ได้ข่าวไอ้ลาย​จะแอบย่อง​ไปขบหัวมึง?" พี่สงัดพูดหยอกผมขณะเดินชักแถวตามหลังกัน​ไปขุดแร่ ตาปัญญาแยก​ไปคนเดียว แกมีขุมแร่ของแกอยู่​แล้ว​ พวกเรา​กำลังเสาะหาขุมใหม่ ขุมเก่า​ที่ขุดมาแล้ว​สองสามวันหมดกระสะ ครั้งหลังสุดขุดขึ้น​มาใส่เรียงจอบหนึ่ง​ ​เมื่อนำ​ไปร่อนเสร็จแล้ว​​ได้เม็ดแร่ไม่ถึงปลายช้อนชา ถือว่าไม่คุ้ม

"​ได้ยินว่ารอยเท้าของมันเท่าฝ่ามือกาง" ไอ้ชนพูด "​ถ้างั้นตัวมันก็คงเท่าม้าแกลบตาเปลี่ยน"

ม้าแกลบตาเปลี่ยน​เป็นม้าพื้นเมือง โตขนาดลูกควายแรกรุ่น ​แต่ลำตัวยาวเกือบสองวา​และพ่วงพีทรหด

"ลุงปัญญาแกโม้หรือเปล่าก็ไม่รู้" ไอ้พริ้งว่า "เห็นรอยมูสังก็ว่ารอยเสือ คนเมายี่สิบสี่ชั่วโมงพรรค์นั้น​เชื่อ​ได้​ที่ไหน"

"จริงไม่จริงก็​ต้องฟังไว้ก่อน" พี่สงัดพูด​กับไอ้พริ้ง "ค่ำนี้เรา​ต้องหาท่อนไม้สุมไฟไว้​ที่หน้าทับกันสักหน่อย​ ประมาทไม่​ได้"

"เออ ​เมื่อครู่กูก็ลืม​เอาดินปืนในกลักออกมาตากแดด"

ไอ้พริ้งพูดถึงดินปืน​ที่​ใช้บรรจุปืนแก๊ปของมัน ​ซึ่งใส่กลักไม้ไผ่แขวนไว้​ที่ทับนอน มันซื้อ​ส่วนผสมมาจากตลาด ​เอามาตำขึ้น​เอง​ที่นี่ ดินประสิว​กับกำมะถัน​เป็น​ส่วนผสมสำคัญ​ที่มัก​จะอับชื้น​ได้ง่าย​กับสภาพอากาศชุ่มชื้นภายในป่า จึง​ต้องหมั่นนำออกมาตากแดดบ่อย ๆ​ ​เพราะ​ถ้าดินปืนอับชื้น เวลาประจุลงในกระบอกปืนก็อาจทำให้เกิดปัญหา​เมื่อตอน​ที่ยิงขึ้น​มา​ได้ ​คือ​เมื่อสับไกลงบนชนวน แก๊ปปะทุ​ที่ครอบติดปากชนวน​กับดินปืน​จะดังขึ้น​ไม่​พร้อมกัน

เสียงปืน​จะดัง "เพี๊ยะ - ตูม! "

เพี๊ยะ! ก็เสียงปะทุของแก๊ป​ที่ปากชนวน ตูม! ก็เสียงระเบิดของดินปืน​ที่​จะส่งแรงขับกระสุนออกจากปากกระบอกปืน เสียง "เพี๊ยะ- -ตูม" ภาษาพรานไพร​เขาเรียก "ปืนไม่ทันนก" สาเหตุเกิดจากดินปืนอับชื้นไม่ไวไฟ จึงทำให้จุดระเบิด​ได้ช้ากว่าธรรมดา

ปืนไม่ทันนก ​เมื่อยกพาดบ่าออก​ไปยิงสัตว์ร้อย​ทั้งร้อย​จะกลับมามือเปล่า ​เพราะพวกสัตว์​ได้ยินเสียงแก๊ปปะทุมันก็​จะกระโจนหนี​ไปเสีย ​ถ้า​เป็นนก ก็​จะพากันบินฮือขึ้น​จากพุ่มไม้​ไปเสียก่อน ก่อน​ที่​จะ​ได้ยินเสียงปืนระเบิดตูมออกมา

​เพราะฉะนั้น​​เมื่อเราชวนกันออกจากทับมาขุดแร่อยู่​ริมลำธาร ไอ้พริ้งจึงมัก​จะไม่ค่อยแบกปืนแก๊ปของมันมาด้วย ​เพราะว่าเรา​ต้องขลุกอยู่​​กับน้ำกันตลอด​ทั้งวัน พลั้งเผลอดินปืนโดนน้ำเปียกชื้นก็​จะเสียของ​ไปเปล่า ๆ​

ไอ้พริ้ง ไอ้ชน พี่สงัด พักอยู่​ทับเดียวกัน กลางคืนก็นอน​ที่เดียวกัน ผมแยก​ไปนอนทับลุงปัญญา ​แต่พอถึงเวลากินข้าวกินน้ำก็​จะผมมาหุงกินร่วม​กับพวกมัน ​ไปขุดแร่หรือเสาะหากระสะแร่ ​ที่ภาษาชาวเหมือง​เขาเรียก "ผ่ากัง" ​ซึ่งหมายถึงการลงทุนลงแรง​เพื่อค้นหาสายแร่ ผมก็​ไป​กับพวกมันเช่นกัน ​เพราะเราอายุรุ่นราวคราวเดียวกัน คบหากันมาตั้งแต่ครั้งแก้ผ้ากระโดดน้ำคลอง ​จะพูด​จะจาก็ไม่​ต้องคอยระมัดระวัง ​จะด่าพ่อล่อแม่ หรือสัปดี้สัปดน ก็ว่ากัน​ไปตามสบาย ​แม้​แต่พี่สงัด​ซึ่งแก่พรรษากว่าเราสองปี บางครั้งเราก็พูดจาหยอกล้อกันเล่น​โดยไม่ถือสา

มี​แต่ไอ้พริ้ง​ที่ค่อน​ไปทางหัวหมอ ​และมัก​จะไม่เชื่อ​ใครง่าย ๆ​ มองผิวเผินคล้ายคนมุทะลุดุดัน ​แต่จริง ๆ​ แล้ว​มันรัก​เพื่อนฝูง​เป็น​ที่หนึ่ง​ พ่อมันชื่อตา​พร้อม ขี้เหนียว สมัยเด็ก ๆ​ ​ไปเ​ที่ยวบ้านตา​พร้อมทีไร ก็มัก​จะ​ได้กิน​แต่ลูกไม้​ที่หล่นใต้โคน ​ถ้าไม่เน่า​ไปเสียสักซีก ก็​จะ​เป็นลูก​ที่โดนกระรอก บ่าง ค้าวคาว หรือไม่ก็โดนอีเห็นกัดกินเว้าแหว่ง​ไปเสียสักเสี้ยว แกถึง​จะอนุญาตให้เราเก็บกินกัน​ได้ ผิด​กับไอ้พริ้งลูกชายหัวแก้วหัวแหวนของแกราวหน้ามือ​กับหลังมือ สมัยเรียนอยู่​ชั้นประถม ไอ้พริ้งมัก​จะแอบ​เอาลูกไม้ใส่ย่ามหนังสือพา​ไปฝาก​เพื่อน​ที่โรงเรียนแทบทุกวัน วันหนึ่ง​มันแอบ​เอาลูกลางสาดสุกงอมยัดใส่ลง​ไปในย่ามของมันมากเกิน​ไป ปรากฏว่าตอน​ที่มันจับย่ามคล้องคอเดิน​ไปโรงเรียน ย่ามของมันรัดหนีบลูกลางสาดจนแตกเละ เปื้อนสมุด​และหนังสือเรียนเลอะเทอะกระดำกระด่าง จนเกือบ​จะโดนคุณครูทำโทษ

หาก​เป็นลูกคนอื่น ผมคิดว่า วันนั้น​ไอ้พริ้งไม่แคล้ว​ต้องโดนไม้เรียวแน่ ​แต่นี่มันเกิด​เป็นลูกตา​พร้อม คุณครูจึง​ได้​แต่หัวเราะหึ หึ ก่อน​จะคาดโทษ​กับมันว่า "นายพริ้ง คราวหลัง ​ถ้าเธอยังขืนทำอะไร​พิเรน ๆ​ แบบนั้น​อีกละก้อ ครู​จะเฆี่ยนเธอครึ่งโหล จำไว้"

ไอ้พริ้งไม่สูบบุหรี่ ไม่แตะเหล้า ผิด​กับไอ้ชน​ที่อายุเพิ่ง​จะ ๑๕ ย่าง ๑๖ ​แต่ริสูบบุหรี่​กับ​เขาแล้ว​ พี่สงัดสูบยาใบจาก ​แต่ไอ้ชนสูบยาเส้นเพียงใจ ซื้อใบยาหั่นฝอยมา​เป็นกระป๋อง แล้ว​นำมามวน​กับกระดาษยาสูบแผ่นเล็ก ๆ​ ​ที่​เขาแถมมาให้ เวลาว่างผม​กับไอ้พริ้งก็​จะช่วยกันมวนให้มัน ​เพราะ​เขามีหลอดพลาสติกสำหรับมวนแถมคู่มาด้วย ​ถ้าหากเรามวนแน่น ๆ​ ก็​จะเหมือน​กับมวนบุหรี่สามิตหรือบุหรี่กรุงทองชนิดซองสั้นไม่ผิดเพี้ยน เพียง​แต่บุหรี่เพียงใจของไอ้ชน​จะเมากว่า ​เพราะเวลาคลุกเคล้าเส้นยา ผม​จะแอบ​เอายาเส้นของพี่สงัดคลุกเคล้าปะปนเข้า​ไปด้วย

การ​ที่มัน​เป็นคนไม่​ต้องชะตา​กับบุหรี่​และเหล้า ไอ้พริ้งเลย​พาลไม่​ต้องชะตา​กับตาปัญญา​ไปด้วย มันหาว่าตาปัญญาขี้โม้ เมาแล้ว​ชอบพูดมาก ​แต่ตาปัญญาก็ไม่ถือสา เวลาแกโดนไอ้พริ้งขัดคอ แกก็​จะหัวเราะ แล้ว​ย้อนกลับ​ไปว่า "สู- -ลูกไอ้​พร้อมขี้เหนียว ​จะ​ไปรู้อะไร​ ฮา ฮา"

วันนี้ ขณะ​กำลังเดิน​ไปด้วยกันตามทาง ไอ้พริ้งถามผมว่า

"ไอ้ไข่นุ้ย ​เมื่อคืนมึง​ได้ยินเสียงเสือเดินเวียนทับจริงหรือ?"

"แรกทีเดียวกูก็ไม่รู้ว่าเสือ ไม่งั้นกู​จะคิดหยิบไฟฉายออก​ไปส่องดูหรือ" ผมพูด​กับมัน

"มึงกลัวไหม-ไข่นุ้ย"

ไอ้ชนถาม ​แต่ผมไม่ตอบ ​เพราะ​ถ้าตอบ ก็​คือ ไม่กลัว ​ซึ่งคนเฒ่าคนแก่​เขาสั่งห้าม อยู่​ป่าอยู่​ดงห้ามคุยโวโอหัง ห้ามผิดลูกเมีย​เขา ห้ามลักขโมย ห้ามสาบถสาบานเหยียดหยามเจ้า​ที่เจ้าทาง ​และยังห้ามอะไร​ ๆ​ อีกตั้งหลายอย่าง ผม​เป็นเด็ก ก็​ต้องเคารพเชื่อฟังไว้ก่อน ​แม้ลึก ๆ​ ผม​จะเชื่อกฎเกณฑ์วิทยาศาสตร์ ​แต่​เมื่อมาอยู่​ใน​ที่​ที่เราไม่คุ้นเคย​จะให้ประมาท​กับสิ่งลี้ลับเหล่านั้น​​ได้อย่างไร

เส้นทางสัญจรจากทับ​ที่พัก​ไปสู่ลำธาร​ที่เสาะหาสายแร่ต่อจาก​เมื่อวาน เรา​ต้องเลาะเลียบริมธารน้ำอันคดเคี้ยวทางด้านซ้ายมือ ​ส่วนทางขวามือ​เป็นป่าโปร่งสลับป่าไผ่ ขณะทอดย่างเดินเรียงแถวตามหลังกัน​ไปนั้น​ พวกเราก็​จะ​ได้ยินเสียงสายน้ำในลำธารกระทบแก่งหินดังซ่านซ่า สลับเสียงใบไม้พลิกพลิ้วล้อเล่นลมอยู่​เกรียวกราวตลอดเวลา

พวกเราสี่คนเดินชักแถวตามหลังกัน​ไปอย่างช้า ๆ​ ไม่รีบเร่ง พี่สงัดอยู่​รั้งท้าย มือขวาถือมีดพร้าด้ามเล็ก ๆ​ ด้ามหนึ่ง​ ผมอยู่​หัวแถว ไม่มีสมบัติใด ๆ​ พกติดตัวมาสักชิ้น ​เพราะเครื่องมือหากินจำพวก จอบ เสียม ชะแลง ปุ้งกี่ ​และเรียงร่อนแร่ เราซุกไว้ในกอหญ้าใกล้ ๆ​ ​กับขุมเหมืองเก่า ไม่​ต้องหิ้ว​ไปหิ้วมาให้​เมื่อยแขน

ข้างหลังผม​เป็นไอ้พริ้งแล้ว​ก็ไอ้ชน ไอ้พริ้งพกมีดเหน็บเล่มหนึ่ง​ ​ส่วนไอ้ชนพก .๓๘ ลูกโม่ไทยประดิษฐ์ไว้​ที่สะเอว ​แต่ผมไม่​ใคร่มั่นใจว่าปืนกระบอกนั้น​ของมัน​จะยิง​ได้หรือไม่ ​เพราะมองสภาพแล้ว​รู้สึก​จะเหลาเหย่เต็มที

ตลอดเส้นทาง​ที่ผ่านมา คณะของเราเดินคุยกันโขมงโฉงเฉง ราว​กับไม่สนใจฟังเสียงนกกา หรือ​แม้​แต่เสียงชะนี​ที่กู่ร้องโหยหวนอยู่​บนเนินสูง ก็ดูเหมือน​จะไม่มี​ใครสนใจมัน คง​เป็น​เพราะ​ได้ยินกันเสียจนชินชาหรืออย่างไรก็ไม่รู้

​แต่​ถ้า​จะมี​ใครสักคน​ที่ไวต่อ​ความรู้สึก​กับสภาพบรรยากาศในขณะนั้น​ผิดแผก​ไปกว่า​ใคร ก็น่า​จะ​เป็นผม ​ซึ่งชอบสูดดมกลิ่นดอกไม้ป่า​ที่หอมระรวยชวยชื่นอยู่​ตลอดเส้นทาง

ยาม​เมื่อลมพัดโชย กลิ่น​ที่หอมขจรมา​กับสายลมช่างเล้าโลมใจผมให้ชุ่มชื่นเย็นฉ่ำเสียจริง ๆ​

​แต่เอ๊ะ...​ นี่มันกลิ่นอะไร​หว่า ? เหม็นสาปเหมือนคนไม่อาบน้ำมาสิบปี

ผี ?

บ้า! -ผีห่าอะไร​​จะโผล่มาหลอกกันตอนกลางวัน

เอ...​ งั้นก็เสือตัว​เมื่อคืนนะซีวะ

คิดแล้ว​นึกหมั่นไส้ตนเอง​ที่ไม่ยอมพกพาสิ่งใดติดมือมาเลย​ คนโบราณสอนว่า ​เมื่อยามเข้าป่าอย่างน้อยก็​ต้องพกมีดเล่มเล็ก ๆ​ ติดตัวไว้สักเล่ม ‘​แม้ไม่​ได้รบรา​กับสัตว์ร้าย ​แต่มีไว้เขี่ยหนามทิ่มเท้าก็ยังดี’ หาก​แต่ผมกลับลืม เดินมามือสิบนิ้ว ประเดี๋ยวก็​ได้วิ่งป่าราบกันละวะ

แล้ว​ผมก็ชะงักเท้าเดิน หัน​ไปถามไอ้พริ้ง "มึง​ได้กลิ่นอะไร​แปลก ๆ​ ไหมวะ"

ไอ้พริ้งทำจมูกฟุตฟิตแล้ว​ส่ายหน้า

"มีอะไร​เหรอ" ไอ้ชนร้องถามข้ามหัวไอ้พริ้งมา ​พร้อมกระตุกปืนไทยประดิษฐ์​ที่สะเอวของมันขึ้น​มาถือไว้ ทำตาเลิ่กลั่กเหลียวซ้ายแลขวา

พี่สงัดว่า "อย่าเพิ่งเอะอะ หยุดอยู่​เฉย ๆ​ ฟังเสียงมันก่อน"

พวกเราหยุดนิ่ง...​

กระทั่งลมป่าพัดโชยมาอีกรอบ คราวนี้ผมจึง​ได้สัมผัส​ทั้งกลิ่น​และเสียงของมัน...​

"​เอาแล้ว​โว้ย" พี่สงัดว่า "เจ้าพ่อฟัดกันเข้าแล้ว​"

"จริงรึ?"

ผมตื่นเต้น กลัวก็กลัว อยาก​จะดูให้เห็น​กับตาเหมือนสมัยเด็ก ๆ​ ​ที่เคยแอบดูพังพอน​กับงูเห่ากัดกัน ก็อยาก​จะดู ​แต่เสียดาย ​ที่ไม่​ได้พกอาวุธติดมือมาเลย​ คราวหน้า​ถ้าเข้าป่า ผม​จะไม่ลืม​ไปขอปืนลูกซองยาว ​ซึ่ง​เป็นสมบัติประจำกายของปู่​ที่เหลือไว้ให้ลูกหลานดูต่างหน้ามาจากย่าแน่นอน มัน​เป็นปืนต้นเหลี่ยมตรามงกุฎ​ใช้ยิงกระสุนลูกโดดล้มช้างก็ยัง​ได้ นับประสาอะไร​​กับเสือตัวเท่าม้าแกลบ...​

หาก​แต่ผมก็คิดของผม​ไปเรื่อยเปื่อย ​เพราะจริง ๆ​ แล้ว​ปืนลูกซองยาวของปู่กระบอกนั้น​ เวลายิงลูกโดด ​แม้​แต่พ่อของผมก็บ่าสะเทือนด้วยแรงถีบของมัน นับประสาอะไร​​กับผมตัวเท่ากะเปี๊ยก ​จะไม่โดนมันถีบจนบ่าแยกออก​เป็นเสี่ยง ๆ​

​แต่ถึงอย่างไรผมก็อยาก​จะ​ได้มันมาจริง ๆ​ ​โดยเฉพาะอย่างยิ่ง​เมื่อเจอเหตุการณ์​ที่ไม่คาดฝันเหมือน​ที่​เป็นอยู่​เวลานี้

​เพราะโดนปืนถีบ ยังดีกว่าโดนเสืองาบคอลากเข้าป่าใช่ไหมครับ​

**********************************************

 

F a c t   C a r d
Article ID S-3184 Article's Rate 78 votes
ชื่อเรื่อง เหมืองป่า --Series
ชื่อตอน บนทางสัญจร --อ่านตอนอื่นที่ตีพิมพ์แล้ว คลิก!
ผู้แต่ง พลอยพนม
ตีพิมพ์เมื่อ ๑๖ ตุลาคม ๒๕๕๓
ตีพิมพ์ในคอลัมน์ เรื่องยาว ซีรีส์
จำนวนผู้เปิดอ่าน ๘๗๐ ครั้ง
จำนวนความเห็น ๑ ความเห็น
จำนวนดอกไม้รวม ๓๓๓
| | | |
เชิญโหวตให้เรตติ้งดอกไม้แก่ข้อเขียนนี้  
R e a d e r ' s   C o m m e n t
ความเห็นที่ ๑ : unclepiak [C-17104 ], [115.67.87.112]
เมื่อวันที่ : ๒๐ มิ.ย. ๒๕๕๓, ๐๘.๔๒ น.

หูย.. ชัก​​จะหวาดเสียวแล้ว​​

แจ้งลบข้อความ


สั่งให้ระบบส่งเมลแจ้งการเพิ่มเติมความเห็น
 ศาลานกน้อย พร้อมบริการเสมอ และยินดีรับฟังข้อเสนอแนะจากทุกท่าน  ติดต่อเว็บมาสเตอร์ได้ทางคอลัมน์ คุยกับลุงเปี๊ยก หรือทางอีเมลได้ที่ uncle-piak@noknoi.com  พัฒนาระบบ : ธีรพงษ์ สุทธิวราภิรักษ์  โลโกนกน้อย : สุชา สนิทวงศ์  ภาพดอกไม้ในนกแชท : ณัฐพร บุญประภา  ลิขสิทธิ์งานเขียนในนิตยสารรายสะดวก เป็นของผู้เขียนเรื่องนั้น  ข้อความที่โพสบนเว็บไซต์แห่งนี้ เป็นความคิดเห็นส่วนตัวของผู้โพสทั้งสิ้น