นิตยสารรายสะดวก  Articles  ๑๐ เมษายน ๒๕๕๓
ล่องลอยในสายลม #3
pilgrim
...​เมื่อไก่ขันยามรุ่งอรุณ
โปรดรู้ไว้ ถึงเธอ​จะมองออก​ไปนอกหน้าต่าง
ฉันก็เปิด​ไปแล้ว​
​เป็น​เพราะเธอแท้ๆ​ ​ที่ทำให้ฉัน​ต้องเผ่น​ไปอย่างนี้
ไม่​ต้องคิดใหม่หรอก ทุกอย่างมันดีแล้ว​ละ...

ตอน : เมื่อฉันมอบหัวใจให้เธอ แต่เธอต้องการไปถึงจิตวิญญาณของฉัน

Don't think twice, it's all right

​เมื่อฟังเพลงของ Joan Baez ​ที่กล่าวถึง​ความรักของผู้หญิง​ที่มีต่อผู้ชายเลื่อนลอยคนหนึ่ง​​ไปแล้ว​

คราวนี้ เราลองมาฟังเพลงของผู้ชายเลื่อนลอย "ตัวพ่อ" กันบ้าง ​เพราะ Joan Baez กล่าวไว้ว่า คนรักของเธอนั้น​​เป็นพวก the original vagabond หรืออาจแปล​ได้ว่า พวกเร่ร่อนเลื่อนลอยตัวพ่อขนานแท้​และดั้งเดิม

เพลง Don't think twice,it's all right นี้ Bob Dylan ร้องไว้อย่าง​ได้อารมณ์มากทีเดียว มองเห็นภาพของผู้ชายคนหนึ่ง​ ​ที่​กำลังหงุดหงิด​กับสถานการณ์​ความรักของตนเองเต็มที

Don't Think Twice, It's All Right
It ain’t no use to sit and wonder why, babe
It don’t matter, anyhow
An’ it ain’t no use to sit and wonder why, babe
If you don’t know by now

ไม่​ต้องคิดใหม่หรอก ดีแล้ว​ละ​ที่มัน​เป็นแบบนี้
ไม่มีประโยชน์​ที่​จะมานั่งคิดฉงนสงสัย
ไม่​เป็นไรหรอก
​ถ้ามาถึงอย่างนี้แล้ว​ เธอยังไม่รู้ละก็...​

When your rooster crows at the break of dawn
Look out your window and I’ll be gone
You’re the reason I’m trav’lin’ on
Don’t think twice, it’s all right*

​เมื่อไก่ขันยามรุ่งอรุณ
โปรดรู้ไว้ ถึงเธอ​จะมองออก​ไปนอกหน้าต่าง
ฉันก็เปิด​ไปแล้ว​
​เป็น​เพราะเธอแท้ๆ​ ​ที่ทำให้ฉัน​ต้องเผ่น​ไปอย่างนี้
ไม่​ต้องคิดใหม่หรอก ทุกอย่างมันดีแล้ว​ละ


พ่อหนุ่มคนนี้แทน​ที่แก​จะโทษตัวเอง หรือบอกว่า ​เป็น​ความผิดของเรา​ทั้งคู่ แกกลับ​ไปโทษผู้หญิงเต็มๆ​ สรุปแล้ว​ ไม่​ได้การณ์ หนี​ไปซะเลย​ดีกว่า ประมาณว่าต่างคนต่าง​ไป ไม่มี​แม้​แต่คำร่ำลาเสียด้วย ​เพราะแกแอบ​ไปในยามเช้า​ตรู่ ผู้หญิง​เขายังไม่ตื่นด้วยซ้ำ

*Don't think twice, it's all right ก็​คือ ไม่​ต้องกลับมาคิด​เป็นครั้ง​ที่สองหรอก สิ่ง​ที่มัน​เป็น​ไปอยู่​อย่างนี้ก็ดีแล้ว​ละ

​จะว่า​ไปแล้ว​ พ่อหนุ่มคนนี้ แกก็อยากให้คนรักของแกง้อๆ​ อยู่​เหมือนกัน ​แต่ดูเหมือนว่า แม่สาวของแก​จะไม่เคยง้อ แกก็เลย​เปรียบตัวเองเหมือนอยู่​ด้านมืด ขณะ​ที่แม่สาวคนนั้น​อยู่​ในด้านสว่าง


It ain’t no use in turnin’ on your light, babe
That light I never knowed
An’ it ain’t no use in turnin’ on your light, babe
I’m on the dark side of the road

Still I wish there was somethin’ you would do or say
To try and make me change my mind and stay
We never did too much talkin’ anyway

ในใจลึกๆ​ ฉันก็อยากให้เธอง้อ บอกฉันสักนิดให้เปลี่ยนใจอย่า​ไปเลย​
​แต่ฉันรู้ว่าเธอคงไม่พูด ​เพราะปกติ เราก็ไม่ค่อย​ได้พูดกันสักเท่าไหร่อยู่​แล้ว​

​เพราะฉะนั้น​
It ain’t no use in callin’ out my name, gal
Like you never did before
It ain’t no use in callin’ out my name, gal
I can’t hear you anymore
I’m a-thinkin’ and a-wond’rin’ all the way down the road
I once loved a woman, a child I’m told
I give her my heart but she wanted my soul
But don’t think twice, it’s all right

ไม่มีประโยชน์​ที่​จะมาอ้อนวอนเรียกชื่อฉัน
​เพราะเธอก็ไม่เคยทำมาก่อน
ตอนนี้ เรียกยังไง ฉันก็ไม่ฟังแล้ว​
​เพราะฉันคิดไว้แล้ว​ว่ายังไงก็​ต้อง​ไป
ครั้งหนึ่ง​ ฉันเคยรักเธอผู้หญิงคนนี้
​แต่เธอกลับบอกฉันว่า ฉันน่ะมันเด็กๆ​
ฉันมอบหัวใจให้เธอ ​แต่เธอกลับ​ต้องการจิตวิญญาณฉันด้วย
​เพราะฉะนั้น​ ไม่​ต้องคิดใหม่หรอก มันจบลงแบบนี้ก็ดีแล้ว​แหละ​

I’m walkin’ down that long, lonesome road, babe
Where I’m bound, I can’t tell
But goodbye’s too good a word, gal
So I’ll just say fare thee well
I ain’t sayin’ you treated me unkind
You could have done better but I don’t mind
You just kinda wasted my precious time
But don’t think twice, it’s all right

ตอนนี้ ฉันเลือก​ที่​จะเดิน​ไปบนเส้นทางเปลี่ยวเหงา
​ไปทางไหน ก็ยังไม่รู้
ฉัน​จะไม่เอ่ยคำว่า ลาก่อนหรอก ​เพราะมันดีเกิน​ไป
​แต่อยาก​จะบอกว่า ขอให้เธอ​เป็นสุขๆ​ เถอะ
ฉันไม่​ได้บอกนะ ว่าเธอใจร้าย​กับฉัน
​แต่​ถ้าเธอ​จะทำดี​กับฉันให้มากกว่านี้ เธอก็คงทำ​ได้
​แต่ไม่​ต้องหรอกนะ ขอบใจ
แค่นี้เธอก็ทำให้ฉันเสียเวลาอันมีค่าของฉันมามากพอแล้ว​
​เพราะฉะนั้น​ ไม่​ต้องคิดใหม่ (ทำใหม่) หรอก
มันจบลงแบบนี้ ฉันก็สบายแล้ว​ละ

พ่อเจ้าประคุณรุนช่องเอ๋ย ฟังแล้ว​ก็รู้สึกว่า​แกยัง "เด็กๆ​" อยู่​เหมือน​ที่แม่สาวของแกว่าแกนั่นแหละ​
ประมาณว่า ไม่​ได้อย่างใจก็หนีก่อนเลย​ แถมว่าผู้หญิง​เขาซะสาดเสียเทเสีย

นี่คง​เป็นตัวอย่างของ​ความรัก​ที่มี​แต่การเรียกร้อง ​เมื่อไม่​ได้อย่างใจก็ผิดหวัง ฟูมฟาย เ​คืองแค้น หัวฟัดหัวเหวี่ยง
ฝ่ายหญิงก็คง​จะเรียกร้องฝ่ายชาย ให้ "โต" ขึ้น​เสียที
​ส่วนฝ่ายชายก็คงยังอยาก​ใช้ชีวิตเลื่อนลอย สบายๆ​ ​ไปเรื่อยๆ​ พอถูกหยามหมิ่นว่า​เป็น "เด็กๆ​" เข้าหน่อย​ เลย​หมดน้ำอดน้ำทน หนี​ไปเลย​ดีกว่า ​เพราะผู้หญิง ​ได้หัวใจ​เขาแล้ว​ ยังไม่พอ ยัง​ต้องการ​ไปถึงจิตวิญญาณ​เขาด้วย

ทำอย่างนี้มันบังคับจิตใจกันนะ

​จะว่า​ไปแล้ว​ ผู้ชายก็คงอยาก​จะมีชีวิตของตัวเอง ​ที่ไม่​ต้องมาแบกรับภาระอะไร​ให้เหนื่อยหัวใจ ​ส่วนผู้หญิงก็ดัน​ไปรักผู้ชาย​ที่​เขายังไม่อยากมีภาระอะไร​

มันก็เลย​กลาย​เป็น​ความเหนื่อยของคน​ทั้งคู่ ​ที่จูนคลื่นไม่ตรงกัน ​ทั้งๆ​ ​ที่รักกันมากมาย​ ก็อยู่​ด้วยกันไม่​ได้
แถมมีอะไร​ในใจก็ไม่ค่อยพูดกันอีก
ต่างคนต่างเล่นบท "โดมผู้จองหอง" อย่างนี้ ชีวิตคู่​จะเหลือรึ

ต่างฝ่าย ต่างเรียกร้องในสิ่ง​ที่ฝ่ายตรงข้ามไม่มี หรือไม่อยากทำ

​ถ้า​เป็นอย่างนี้ ให้สองคนนี้ แกแยกย้าย​ไปตามทาง​ใครทางมันดีกว่า
จริงไหมคะ​



ฟังเพลง Don't think wice, it's all right (ขออภัยค่ะ​ ลืมทำลิงค์)

http://www.youtube.com/watch?v=UzKudeBI9kE


Bob Dylan มีชื่อจริงว่า Robert Allen Zimmerman เกิด​เมื่อวัน​ที่ 24 พฤษภาคม ค.ศ. 1941 ​เขา​เป็นนักร้องเพลง Folk ชาวอเมริกัน รวมถึง​เป็นนักดนตรี​และนัก​แต่งเพลง

ด้วย ปัจจุบัน ​เขายังครอง​ความโด่งดังมา​ได้ถึง 5 ทศวรรษ ​แต่ยุค​ที่ดังสุดๆ​ ของ​เขา ​คือในช่วงซิกตี้ส์ (1960s) ​ซึ่ง​เป็นยุคทองของนักเคลื่อนไหว​เพื่อสังคม

เพลงดังเพลงหนึ่ง​ของ​เขา เช่น Blowing in the wind นับ​เป็นเพลง​ที่เปรียบเสมือน "เพลงชาติ" ของนักเคลื่อนไหวต่อต้านสงครามในยุคนั้น​

งานเพลงของ Bob Dylan มี​ความหลากหลายทางรูปแบบดนตรีมาก นอกจาก Folk แล้ว​ ​เขายังเล่นเพลงในแนว Rock, Blue, Country, Rock and Roll, หรือ​แม้​แต่ Jazz อีกด้วย


...​...​...​...​...​...​...​...​...​Bob Dylan ในวัยหนุ่ม สังเกตดู​เขามีดวงตาสีฟ้าเข้มเหมือนไข่นกการะเวกจริงๆ​

คลิกดูภาพขยาย
​และในวัยเริ่มชรา หน้าตาดูผ่านริ้วรอยมามากมาย​ ​แต่ก็ยังคง​ความ "เซอร์" อย่าง​ได้ใจ

 

F a c t   C a r d
Article ID S-3160 Article's Rate 11 votes
ชื่อเรื่อง ล่องลอยในสายลม --Series
ชื่อตอน เมื่อฉันมอบหัวใจให้เธอ แต่เธอต้องการไปถึงจิตวิญญาณของฉัน --อ่านตอนอื่นที่ตีพิมพ์แล้ว คลิก!
ผู้แต่ง pilgrim
ตีพิมพ์เมื่อ ๑๐ เมษายน ๒๕๕๓
ตีพิมพ์ในคอลัมน์ ภาพยนตร์ เพลง บันเทิง
จำนวนผู้เปิดอ่าน ๖๕๑ ครั้ง
จำนวนความเห็น ๒ ความเห็น
จำนวนดอกไม้รวม ๕๓
| | | |
เชิญโหวตให้เรตติ้งดอกไม้แก่ข้อเขียนนี้  
R e a d e r ' s   C o m m e n t
ความเห็นที่ ๑ : ลุงเปี๊ยก [C-16901 ], [115.67.205.168]
เมื่อวันที่ : ๑๐ เม.ย. ๒๕๕๓, ๐๙.๑๑ น.

ตามลิงก์​​ไปฟัง​​ที่ยูทูป เพลงเก๋ามากเลย​​คุณพิลฯ
ขอบคุณ​​ที่แนะนำให้​​ได้รู้จักเพลงนี้ แถมยังบรรยายเพลง​​ได้เจ๋งมาก

ชอบ.. ชอบ ชอบ!

แจ้งลบข้อความ


ความเห็นที่ ๒ : ลุงปิง [C-16902 ], [58.10.216.127]
เมื่อวันที่ : ๑๐ เม.ย. ๒๕๕๓, ๑๑.๕๗ น.

บทเพลงไพเราะ​​และเข้าใจเปรียบเทียบครับ​​คุณพิลกริม คู่รักหลายคู่คง​​จะ​​เป็นกันแบบนี้แหละ​​ครับ​​ ถึง​​ได้เตียงหักกันอยู่​​เรื่อย...​​

"...​​นี่คง​​เป็นตัวอย่างของ​​ความรัก​​ที่มี​​แต่การเรียกร้อง ​​เมื่อไม่​​ได้อย่างใจก็ผิดหวัง ฟูมฟาย เ​​คืองแค้น หัวฟัดหัวเหวี่ยง ฝ่ายหญิงก็คง​​จะเรียกร้องฝ่ายชาย ให้ "โต" ขึ้น​​เสียที ​​ส่วนฝ่ายชายก็คงยังอยาก​​ใช้ชีวิตเลื่อนลอย สบายๆ​​ ​​ไปเรื่อยๆ​​ พอถูกหยามหมิ่นว่า​​เป็น "เด็กๆ​​" เข้าหน่อย​​ เลย​​หมดน้ำอดน้ำทน หนี​​ไปเลย​​ดีกว่า ​​เพราะผู้หญิง ​​ได้หัวใจ​​เขาแล้ว​​ ยังไม่พอ ยัง​​ต้องการ​​ไปถึงจิตวิญญาณ​​เขาด้วย

ทำอย่างนี้มันบังคับจิตใจกันนะ...​​"

จาก​​ไป​​ทั้งๆ​​​​ที่หัวใจยังโหยหาอาวรณ์...​​

I’m walkin’ down that long, lonesome road, babe...​​

แจ้งลบข้อความ


สั่งให้ระบบส่งเมลแจ้งการเพิ่มเติมความเห็น
 ศาลานกน้อย พร้อมบริการเสมอ และยินดีรับฟังข้อเสนอแนะจากทุกท่าน  ติดต่อเว็บมาสเตอร์ได้ทางคอลัมน์ คุยกับลุงเปี๊ยก หรือทางอีเมลได้ที่ uncle-piak@noknoi.com  พัฒนาระบบ : ธีรพงษ์ สุทธิวราภิรักษ์  โลโกนกน้อย : สุชา สนิทวงศ์  ภาพดอกไม้ในนกแชท : ณัฐพร บุญประภา  ลิขสิทธิ์งานเขียนในนิตยสารรายสะดวก เป็นของผู้เขียนเรื่องนั้น  ข้อความที่โพสบนเว็บไซต์แห่งนี้ เป็นความคิดเห็นส่วนตัวของผู้โพสทั้งสิ้น