นิตยสารรายสะดวก  Memorandum  ๒๐ มิถุนายน ๒๕๕๔
เที่ยวไปตามใจฉัน #63
pilgrim
...บ่ายวันนั้น​ จุดหมายปลายทางของเรา ​คือวัดสวนหินเรียวอันจิ ​ซึ่ง​เป็นวัด​ที่ขึ้น​ทะเบียน​เป็นมรดกโลก
แสดงว่า ​เขา​จะ​ต้องมีอะไร​​ที่น่าดู...

ตอน : เที่ยวญี่ปุ่นแบบวุ่นเล็กๆ (16. วัดสวนหินเรียวอันจิ (Ryoanji Temple)....ปริศนาธรรมแห่งก้อนหินแบบรินไซ)

ชีวิตในเกียวโต​แต่ละวันของพวกเรา ดูๆ​ แล้ว​ก็น่าสนุก เรื่อง​กิจวัตรนั้น​อาจ​จะซ้ำๆ​ ​เป็นแบบแผน นั่น​คือ ตื่น​แต่เช้า​ อาบน้ำ ​แต่งตัว เดิน​ไปขึ้น​รถเมล์หรือรถไฟ แล้ว​​ไปเ​ที่ยววัด ​แต่รายละเอียดใน​แต่ละวันนั้น​​จะเปลี่ยน​ไป ไม่ค่อยซ้ำ

นึกถึงการหากินอาหารกลางวัน ใน​แต่ละวันก็น่าสนุก ​เพราะแล้ว​​แต่ร้านอาหาร​จะอำนวยใน​แต่ละสถาน​ที่​ที่เรา​ไปเ​ที่ยว

บางทีก็ซื้ออาหารแพ็คพวกข้าวปั้นจากร้านสะดวก​ซื้อ บางทีก็แวะกินราเม็งหรือบะหมี่ญี่ปุ่น ​ที่น้ำซุปร้อนควันลอยฉุย เหมาะแก่อากาศอันหนาวเย็น บางทีก็ซื้ออาหารกล่อง​ที่เรียกว่า เบนโตะ ​ไปหา​ที่นั่งกินตามวัด หรือบางทีก็แวะซื้อของกินเล่น กิน​ไปกินมาก็อิ่มแทนข้าว​ได้

ดังนั้น​ แบบแผนการท่องเ​ที่ยวของพวกเรา จึง​เป็นเช้า​ออกเ​ที่ยว กลางวันกิน แล้ว​จากนั้น​ ก็​ไปเ​ที่ยวยังสถาน​ที่อื่นต่อ​ไป

บ่ายวันนั้น​ จุดหมายปลายทางของเรา ​คือวัดสวนหินเรียวอันจิ ​ซึ่ง​เป็นวัด​ที่ขึ้น​ทะเบียน​เป็นมรดกโลก
แสดงว่า ​เขา​จะ​ต้องมีอะไร​​ที่น่าดู

วัดนี้อยู่​ไม่ไกลจากวัดปราสาททองคินคาคุจินัก

ทางเข้าวัดอันสวยอร่าม
คลิกดูภาพขยาย


คลิกดูภาพขยาย


แอบถ่ายหลานปิ๊ก

คลิกดูภาพขยาย


วัดเรียวอันจิ แปล​ความหมายชื่อวัด​เป็นไทย​ได้ว่า วัดมังกรกมลาวาส...​เอ๊ย วัดมังกรสันติ (The Temple of the Peaceful Dragon) ​เป็นวัดเซนสาขารินไซ ​ที่ตั้งวัด​แต่เดิม​เป็นของตระกูล Fujiwara ​ต่อมาเปลี่ยนมือมา​เป็นของ Hosokawa แล้ว​ถูกเผาทำลายในสงครามโอนิน (Ōnin War) เช่นเดียว​กับวัด​ส่วนใหญ่ในเกียวโต

สงครามนี้มีสาเหตุเกิดขึ้น​มาจาก​ความบาดหมางของสองตระกูลใหญ่ในสมัยนั้น​ แล้ว​ขยายตัวกลาย​เป็นการสู้รบทำลายล้าง

หลังสงคราม ทายาทของตระกูลจึงเปลี่ยนบ้านให้กลาย​เป็นวัด

ทางเดินสวยๆ​ ​และสงบ
คลิกดูภาพขยาย


คลิกดูภาพขยาย



ระฆังใหญ่ในวัด

คลิกดูภาพขยาย


ของดีของวัดนี้ นอกจากใบไม้เปลี่ยนสีสวยงามแล้ว​ ยังมีสวนหินอันกว้างใหญ่ ลักษณะ​เป็นสวนกรวด มีก้อนหินใหญ่น้อยเรียงกัน 15 ก้อน

​เป็นปริศนาธรรมอีกเช่นเคย ​แต่​ถ้ามองๆ​ ​ไป ​จะเห็นก้อนหินเพียง 14 ก้อนเท่านั้น​

ดังนั้น​ ​เมื่อเข้า​ไปถึงใกล้บริเวณสวนหิน จึงมองเห็นนักท่องเ​ที่ยว​ไปยืนนับหินกันใหญ่ว่า​ได้กี่ก้อน ​เพื่อ​ที่​จะ​ได้ยืนยันด้วยตัวเองว่ามี 15 ก้อน
จริงๆ​ ​เพราะตามตำนานกล่าวว่า ผู้​ที่แลเห็น​ได้ 15 ก้อน ​จะมีก็​แต่ผู้​ที่ตรัสรู้พุทธธรรมแล้ว​เท่านั้น​
ตัวฉันเอง จำไม่​ได้เหมือนกันว่านับ​ได้กี่ก้อน...​แหะๆ​ๆ​

สวนหินในมุมกว้าง ​แต่กล้องก็ยังเก็บมาไม่หมด

คลิกดูภาพขยาย


ดูลวดลายใกล้ๆ​ กรวดก้อนเล็กถูกจัดเรียงไว้​เป็นลวดลายอย่างละเอียด มีดีไซน์สวยงาม

คลิกดูภาพขยาย

คราด​และอุปกรณ์​ที่​ใช้ทำสวนหิน

คลิกดูภาพขยาย


​แต่ข้อมูล​เขาบอกว่า ​ถ้ายืนบางมุม ​โดยเฉพาะทางด้านขวาของสวนหิน เล็งให้ดีๆ​ ก็​จะเห็น 15 ก้อน​ได้ไม่ยาก ​เพราะมัน​เป็นหินก้อนเล็ก ก้อน
ใหญ่เหลื่อมซ้อนกันอยู่​

ฉันคิดว่า ปริศนาธรรมนี้คงมุ่งให้​พระหรือผู้ชมสวนหิน​ได้ตั้งสมาธิ ​และจดจ่อ​กับสิ่ง​ที่​เป็นปัจจุบันขณะนั่นเอง

นอกจากนั้น​ ​ที่วัดนี้ยังมีอักษรจารึกไว้ แปล​เป็นไทย​ได้ว่า "ฉันเรียนเพียง​เพื่อให้ยินดี" (I learn only to be contented) หรือ "ฉันรู้เพียง​ความพึงพอใจเท่านั้น​"(I just know satisfaction) ​และยังมี​ความหมายว่า "​ความรู้​ที่​ได้รับเท่านั้น​ก็เพียงพอแล้ว​" (The knowledge that is given is sufficient) ​ซึ่งนับ​เป็นปรัชญาสำคัญของเซน (ตาม​ที่ The Yamasa Institute ให้ข้อมูล) ​ซึ่งอธิบายว่า ...​

ตาม​ความเชื่อของเซน การเรียนรู้​และ​ความรู้ไม่จำ​เป็น​ต้องนำ​ไปสู่​การปฏิบัติ ​แต่​เป็นการเรียน​เพื่อรู้เติมเต็มในตัวเอง (knowledge for its own sake is sufficient unto itself) ​เพราะ​ใครก็ตาม ​ที่เรียนจนรู้​และยินดีใน​ความรู้ของตน นับ​เป็นบุคคล​ที่มี​ความสุขอยู่​ในตัว ​เป็น​ความสุขทางตัวตน​และจิตวิญญาณ ขณะ​ที่คน​ที่มี​ความมั่งคั่งทางทรัพย์สิน กลับมี​ความยากจนทางจิตวิญญาณ​และไม่​สามารถหา​ความพึงพอใจใดๆ​ ​ได้

​ความสุข​และ​ความพอใจ ​คือ การมีจิตเมตตา ​เป็นผู้ให้ ​และปลอดพ้นจาก​ความโลภ

ฉันเดินอย่างหลงใหลใน​ความงามตามธรรมชาติของวัดเรียวอันจิ ​แม้คำสอนของเซน​จะบอกไว้ไม่ให้เกิด​ความโลภ ​ความหลง ​แต่ฉันก็สุด​จะหัก
ห้ามใจ ​เพราะภาพเบื้องหน้าอันสวยงาม สงบ ​และร่มเย็น...​​แม้​แต่มังกร ​ถ้า​ได้มาอยู่​ ณ ​ที่นี้ ก็​จะกลาย​เป็นสัตว์​ที่เชื่อง สงบ ไม่ดุร้ายทำลาย​ใคร

ทางเดินพาเราเวียนลัดเลาะ​ไปตามสวน แล้ว​วนรอบสระน้ำใหญ่ ​ที่แลเห็น​ได้รำไรจากกิ่งก้านใบไม้เปลี่ยนสี ​เป็น​ความงาม​ที่สงบ ชวนให้นึกถึง
การเดิน​เพื่อฝึกสติ​ไปตามทางเดินรอบสระน้ำ​แต่เพียงลำพัง

ริมสระน้ำ
คลิกดูภาพขยาย


คลิกดูภาพขยาย


คลิกดูภาพขยาย



แอปเปิลริมสระ

คลิกดูภาพขยาย


ฉันรู้สึกหลงรักวัดมังกรสันติจับใจ...​..

​ความงามของใบไม้เปลี่ยนสีหลากหลายมุมในวัดเรียวอันจิ

คลิกดูภาพขยาย



คลิกดูภาพขยาย


คลิกดูภาพขยาย



คลิกดูภาพขยาย


คลิกดูภาพขยาย


คลิกดูภาพขยาย

 

F a c t   C a r d
Article ID S-3154 Article's Rate 170 votes
ชื่อเรื่อง เที่ยวไปตามใจฉัน --Series
ชื่อตอน เที่ยวญี่ปุ่นแบบวุ่นเล็กๆ (16. วัดสวนหินเรียวอันจิ (Ryoanji Temple)....ปริศนาธรรมแห่งก้อนหินแบบรินไซ) --อ่านตอนอื่นที่ตีพิมพ์แล้ว คลิก!
ผู้แต่ง pilgrim
ตีพิมพ์เมื่อ ๒๐ มิถุนายน ๒๕๕๔
ตีพิมพ์ในคอลัมน์ ฉันเขียนให้เธออ่าน
จำนวนผู้เปิดอ่าน ๔๐๓ ครั้ง
จำนวนความเห็น ๓ ความเห็น
จำนวนดอกไม้รวม ๗๔๐
| | | |
เชิญโหวตให้เรตติ้งดอกไม้แก่ข้อเขียนนี้  
R e a d e r ' s   C o m m e n t
ความเห็นที่ ๑ : ลุงเปี๊ยก [C-16863 ], [111.84.61.153]
เมื่อวันที่ : ๒๔ มี.ค. ๒๕๕๓, ๐๗.๒๖ น.

​​ถ้ามนุษย์​​คือผลผลิตของสภาพแวดล้อม
การ​​ได้พาตัวเข้า​​ไปอยู่​​ท่ามกลาง​​ความงาม ​​และสงบของวัดสวนหินเรียวอันจิ
ย่อมหล่อหลอมจิตใจของมนุษย์ผู้นั้น​​ให้งาม​​และสงบตาม​​ไปด้วย​​เป็นแน่

ศิลปกรรมต่าง ๆ​​ ​​ที่ถูกรังสรรค์ขึ้น​​บนโลก
ต่างทำหน้า​​ที่สำคัญอย่างหนึ่ง​​เหมือนกัน
​​คือการพาจิตใจของผู้เสพ..
​​ไปอยู่​​ท่ามกลางสภาพแวดล้อมตามเจตนาของศิลปิน

​​เมื่อมนุษย์มองศิลปกรรมอย่างพิเคราะห์
จิตใจ​​เขาย่อมถูกหล่อหลอมให้​​เป็น​​ไปตามทิศทาง​​ที่จัดวางไว้

ศิลปินจึงมีภาระหน้า​​ที่อันสำคัญต่อผู้เสพผลงานของ​​เขา
การ​​ได้เห็นงานศิลปะแท้ จิตวิญญานย่อมเติบโตขึ้น​​ เบ่งบานขึ้น​​ สว่างไสวขึ้น​​
​​และบางครั้งศิลปะ​​จะก่อแรงบันดาลใจต่อผู้เสพ
เหมือนเชื้อเห็ด ​​ที่ถูกเพาะลงบนโรงเพาะชำ​​ที่ร้อนชื้น
แล้ว​​วันหนึ่ง​​ ดอกเห็ดจำนวนมาก ก็เผยตัวออกมาสู่โลก

ภาพ​​และบท​​ความชิ้นนี้ของพิลกริม สร้างแรงบันดาลใจให้เขียนสิ่งเหล่านี้ออกมาครับ​​

แจ้งลบข้อความ


ความเห็นที่ ๒ : ลุงปิง [C-16864 ], [58.10.216.17]
เมื่อวันที่ : ๒๔ มี.ค. ๒๕๕๓, ๑๖.๕๘ น.

ผมเห็นด้วย​​กับลุงเปี๊ยกทุกประการครับ​​..

ขอบคุณคุณพิลกริม​​ที่พา​​ไปเ​​ที่ยวเมืองญี่ปุ่น อันงดงาม​​ไปด้วยธรรมชาติ วัฒนธรรม ​​และภูมิสถาปัตย์...​​

การเปลี่ยนบ้านให้กลาย​​เป็นวัดหรือ​​เป็น​​ที่ธรณีสงฆ์เนี่ย ญี่ปุ่น​​เขายังคงวัฒนธรรม​​และรักษาสภาพแวดล้อมไว้​​ได้อย่างเหนียวแน่น ​​โดยเฉพาะสภาพภูมิทัศน์รอบๆ​​วัด​​และสถาปัตยกรรมโบราณ

เมืองไทยเราก็เคยมีให้เห็นในสมัยก่อนเหมือนกัน หาก​​แต่ปัจจุบันนี้กลับถูกบดบัง​​ไปด้วยสภาพภูมิทัศน์​​และสถาปัตยกรรมตึกแถวหรือบ้านห้องแถวหรือชุมชน​​ที่ยุ่งเหยิงอยู่​​ล้อมรอบวัด​​ซึ่ง​​เป็น​​ที่ธรณีสงฆ์...​​

ไม่รู้ว่าท่าน​​ที่เกี่ยวข้อง​​ทั้งหลาย​​จะคิดกันออกบ้างไหมเนี่ย?
หรือ​​จะทนให้มัคคุเทศก์พาเ​​ที่ยวชม​​และถ่ายรูป​​แต่สภาพภายในวัดเพียงอย่างเดียวเท่านั้น​​?

แจ้งลบข้อความ


ความเห็นที่ ๓ : Rotjana Geneva [C-16869 ], [193.134.193.5]
เมื่อวันที่ : ๒๘ มี.ค. ๒๕๕๓, ๑๗.๕๔ น.

ชื่นใจ​​กับพิลกริมพาเ​​ที่ยวแบบสงบ-พบธรรมะ-​​ได้ปัญญา (​​และท้องอิ่มด้วย หุหุ)

ภาพสวยมาก ๆ​​ เลย​​ค่ะ​​ อดคิดไม่​​ได้ว่า หาก​​ได้​​ไปปฏิบัติธรรมในบรรยากาศ​​ที่งดงามเช่นนี้ ผล​​จะ​​เป็นอย่างไร คง​​จะทำให้จิตใจเราอ่อนโยนขึ้น​​​​เป็นแน่

ตอนนี้เมืองเจฯสปริงผ่านมาแล้ว​​ค่ะ​​ ทิวลิป​​ที่บ้านออกดอกเล็ก ๆ​​ มา 7 ดอกแล้ว​​ เห็นแล้ว​​ก็มี​​ความสุข ​​และมีดอกแพนซีอีกเกือบสิบกระถางแข่งกันบานหลากสี

ธรรมชาติ​​ที่สวยงาม​​คือของขวัญ​​ที่ล้ำค่าของมนุษย์เราแท้จริงเทียว

ขอบคุณพิลกริมนะคะ​​

แจ้งลบข้อความ


สั่งให้ระบบส่งเมลแจ้งการเพิ่มเติมความเห็น
 ศาลานกน้อย พร้อมบริการเสมอ และยินดีรับฟังข้อเสนอแนะจากทุกท่าน  ติดต่อเว็บมาสเตอร์ได้ทางคอลัมน์ คุยกับลุงเปี๊ยก หรือทางอีเมลได้ที่ uncle-piak@noknoi.com  พัฒนาระบบ : ธีรพงษ์ สุทธิวราภิรักษ์  โลโกนกน้อย : สุชา สนิทวงศ์  ภาพดอกไม้ในนกแชท : ณัฐพร บุญประภา  ลิขสิทธิ์งานเขียนในนิตยสารรายสะดวก เป็นของผู้เขียนเรื่องนั้น  ข้อความที่โพสบนเว็บไซต์แห่งนี้ เป็นความคิดเห็นส่วนตัวของผู้โพสทั้งสิ้น