นิตยสารรายสะดวก  Memorandum  ๒๗ มิถุนายน ๒๕๕๓
รจนารำพึง (ภาคมนุษย์เงินเดือน) #7
รจนา ณ เจนีวา
...​เมื่อ​ได้เข้ามาทำงานในสหประชาชาติด้วยบุญทำ-กรรม​แต่งแล้ว​ ฉันคิดว่า เจ้าหน้า​ที่สหประชาชาติก็​คือมนุษย์เงินเดือนเหมือนพวกเราทุกคนในทุกประเทศทั่วโลก...

ตอน : การทำงานระดับสหประชาชาติ

สมัยยังเด็ก ฉันคิดว่าการทำงานระดับสหประชาชาติ​เป็นสิ่ง​ที่สูงส่ง ไกลตัว เหมือนหอคอยงาช้าง ไม่เคยคิดว่าตัวเอง​จะ​ได้เข้ามา​เป็น​ส่วนหนึ่ง​ขององค์กร

ฉันคิดว่าเจ้าหน้า​ที่สหประชาชาติคง​จะ​เป็นคนระดับหัวกะทิของโลก ฉลาด ปราดเปรื่อง ​เป็นนักวิชาการ​ที่พูดภาษา​ที่เราไม่เข้าใจ ​เป็นนักการเมือง ​เป็นนักวางแผนยุทธศาสตร์ ​เป็นนักต่อรอง ​เป็นนักการฑูต อะไร​ต่าง ๆ​ อีกมากมาย​

ขณะเดียวกัน ฉันก็นึกอิจฉาคนเหล่านี้ว่าทำอะไร​มาดีหนอ จึง​ได้งาน​ที่สูงส่งเช่นนั้น​ ​และบางครั้งฉันก็คิดเช่นคนจำนวนหนึ่ง​ว่า เจ้าหน้า​ที่สหประชาชาติเก่ง​แต่ปาก ​แต่ไม่​สามารถเปลี่ยนแปลงอะไร​​ได้จริง มีสิทธิพิเศษอะไร​ต่าง ๆ​ มากมาย​ ​แต่ไม่เห็นทำตัวให้คุ้มมูลค่าเลย​

​เมื่อ​ได้เข้ามาทำงานในสหประชาชาติด้วยบุญทำ-กรรม​แต่งแล้ว​ ฉันคิดว่า เจ้าหน้า​ที่สหประชาชาติก็​คือมนุษย์เงินเดือนเหมือนพวกเราทุกคนในทุกประเทศทั่วโลก ​เป็นมนุษย์เดินดิน​ที่มีหน้า​ที่แตกต่างกัน​ไปตาม​ความ​สามารถ​และประสบการณ์​ที่สั่งสมมา

คงบอกไม่​ได้ว่าพวก​เขาเก่งกาจเกินคนหรือเปล่า ​แต่งานของพวก​เขา (เอ๊ะ หรือพวกเรา) น่า​จะมีแนวโน้มช่วยให้โลกเกิดการเปลี่ยนแปลง​ไปในทาง​ที่ดีขึ้น​

​และ​เป็นงาน​ที่ยากลำบาก ​เพราะ​ต้องขับเคี่ยว​กับ​ความอยุติธรรมในประเทศต่าง ๆ​ ​ต้องพยายามเปลี่ยนใจผู้บริหารประเทศ​ที่ต่างนานาจิตตัง ทัศนคติ อคติ อหังการ เผด็จการ หรือมีแนวคิดกดขี่ ​ทั้งนี้​เพื่อให้มนุษย์ทุกคนมี​ความเท่าเทียมกันทั่วหน้าตามหลักสิทธิมนุษยชนสากล

งานของฉัน​แม้ว่า​จะนั่งอยู่​ในห้องอย่างเดียว ​แต่​ต้องประสาน​กับคนจำนวนมาก คนจำนวนหนึ่ง​​คือ​เพื่อนร่วมงาน​ที่นั่งอยู่​ในห้องใกล้ ๆ​ กันชั้นเดียวกัน มีตั้งแต่ชาวบังคลาเทศ ชาวสแปนิช ชาวนอรวีเจี้ยน ชาวอัลแบเนียน ชาวอินเดียผสมเยอรมัน ชาวฝรั่งเศส ชาวเลบานอน ชาวคาเมรูน ชาวอังกฤษ

อีกจำนวนหนึ่ง​​คือ​เพื่อนร่วมงาน​ที่อยู่​รอบโลก เราประสานงานกันทางอีเมล์ ​และนาน ๆ​ ครั้งก็เจอ​กับพวก​เขา​ที่เจนีวาบ้าง หรือในประเทศ​ที่พวก​เขาทำงานบ้าง คนกลุ่มนี้​เป็นคน​ที่น่าสนใจอย่างยิ่ง ​จะว่า​เป็น​พระเอก-นางเอกตัวจริงก็ว่า​ได้ วันหลังฉัน​จะเล่าเรื่อง​พวก​เขาให้ฟัง

ย้อนกลับมา​ที่สำนักงานใหญ่ เจ้านายใหญ่สุดของหน่วยงานเรา​เป็นชาวอเมริกัน (ผู้หญิง) ตำแหน่งประมาณอธิบดี นายระดับรองลงมาก็มีหัวหน้าของฉัน (หญิงอเมริกัน) ประมาณผู้อำนวยการด้านโปรแกรม​และวางแผน (รวมรายงาน​และประสานงานผู้บริจาค) ผู้อำนวยการชาย (อังกฤษ) ดูแลเรื่อง​การทำโครงการ ผู้อำนวยการอีกคน (แดนิช) ดูแลเรื่อง​การประเมินผล ​และผู้อำนวยการ​ที่ใหญ่ประมาณรองอธิบดี (เยอรมัน) ดูแลเรื่อง​นโยบาย​และการวิจัย

​จะเห็น​ได้ว่าหน่วยงานของฉันมีระดับอธิบดี ผู้อำนวยการ แล้ว​ก็มาถึงพวกเรามดงาน​ทั้งหลาย ต่อลง​ไปด้วยฝ่ายการเงิน ​และฝ่ายธุรการ-เลขานุการ ​เป็นหน่วยงาน​ที่มีระดับชั้นของคนงานน้อย จำนวนคนทำงาน​คือ 40 คน​ที่เจนีวาดัง​ที่กล่าว​ไปแล้ว​ ​และทั่วโลกอีกสองสามร้อยคน

ห้องทำงานของพวกเรา​ที่สำนักงานใหญ่แคบ ๆ​ ไม่ใหญ่โตหรูหรา ​เพื่อนร่วมงานจากเมืองไทยมาเยี่ยม​ที่สำนักงานใหญ่ ตกใจว่าห้องทำงานของพวกเราดูไม่สม​กับ​เป็นสำนักงานใหญ่ ฉันก็ไม่​ได้บอกว่า พื้น​ที่ในเมืองนอกมันแพงนัก เราไม่มีสิทธิ​ได้นั่งห้องใหญ่ ๆ​ นอกจาก​จะมีตำแหน่งใหญ่โตจริง ๆ​

​แต่ห้องทำงานเล็ก ๆ​ ของพวกเราก็มีหน้าต่างกว้างใหญ่เห็นวิวทิวทัศน์ข้างนอก เรามีโต๊ะทำงาน โต๊ะคอมฯ เครื่องคอมฯ​ที่ค่อนข้างใหม่ มีพริ้นเตอร์ประจำตัวคนละเครื่อง มีโทรศัพท์สายตรง เครื่องคอมฯเราพ่วง​กับพริ้นเต้อร์​และเครื่องทำสำเนาอีกสามสี่ตัว รวม​ทั้งพริ้นเตอร์สีด้วย กระดาษดินสอปากกา​ที่​ต้อง​ใช้ก็​ไปเบิก​กับเลขาฯ​ได้เท่า​ที่​ต้องการ ไม่มีการ​ต้องเซ็น

มดงานระดับพวกฉันดูแลรับผิดชอบงานของตัวเอง​ได้เกือบ​จะเต็ม​ที่ สายงานของพวกเรา​เป็นระนาบขนานไม่ใช่ระนาบดิ่งจึงไม่​ต้องรายงานเจ้านายเหนือหัวหลายคน พวกเราประสานงานกัน ​จะฉายเดี่ยวก็​ได้ ​จะฉายหมู่ก็ดี ​และมีการปรึกษาหารือกันสม่ำเสมอ ปฏบัติงานด้วย​ความมั่นใจ ติดตามงาน​เป็น รู้กลไกในการทำงาน รู้บทบาท​หน้า​ที่ของกัน​และกัน มีข้อมูลอะไร​ก็แบ่งปันกัน

ฉันชอบโครงสร้างแบบนี้​เพราะรู้สึกว่า​ เราไม่​ต้องทำงาน​กับคนไม่กี่คน ​แต่งานของเรามัน​ไปมีเอี่ยว​กับ​ใครอีกมากมาย​ ทำให้​ความคิดกว้างขวาง รู้จักนิสัยใจคอกันผ่านงาน​ที่ทำ รู้สึกว่า​ตัวเอง​เป็น​ส่วนหนึงของอะไร​​ที่ยิ่งใหญ่กว่าตัวเราเอง ​และทุกคนต่างเคารพอำนาจหน้า​ที่ของกัน​และกัน ​ความเท่าเทียมในการทำงานมีสูงมาก ทุกคนมีสิทธิแสดง​ความคิดเห็น หรือ​เป็นโต้โผในเรื่อง​​ที่ตัวเองสนใจ ถนัด หรือ​ได้รับมอบหมาย สม​กับ​เป็นเจ้าหน้า​ที่สหประชาชาติ ​ใคร​ที่ไม่ค่อยกล้าพูดกล้าแหยมไม่ค่อย​จะมีให้เห็นในหน่วยงานของฉัน

ฉันคิดว่า​ที่​เป็นเช่นนี้​เพราะระบบการศึกษาของตะวันตก (หรือของตะวันออกด้วยแหละ​) สอนให้คนทำงานรุ่นใหม่รู้จักคิดค้น วิเคราะห์ วิจัย มี​ความคิด​เป็นของตัวเอง กล้าแสดงออก รู้จักแสวงหาเหตุผลหรือคำตอบ ​และรู้จักศึกษาเจาะลึกในเรื่อง​​ที่ตัวเองรับผิดชอบ สิ่งนี้สะท้อนให้เห็นในการทำงานของ​เพื่อนร่วมงาน​ทั้งหลายของฉัน

นอกจากระบบการศึกษาแล้ว​ กลไกการทำงานระดับสหประชาชาติ​จะมีการมอบหน้า​ที่​ความรับผิดชอบให้เด่นชัด ​จะอ้างว่าไม่รู้บทบาท​ของตัวเองไม่​ได้เลย​ ยกเว้นว่า​จะมีปัญหา​ส่วนตัว​กับหัวหน้าหรือ​เพื่อนร่วมงาน ถูกแย่งงานหรือถูกกดดัน หรือไม่อยากรับผิดชอบ นั่น​เป็นอีกเรื่อง​หนึ่ง​

​เมื่อมานึกดูแล้ว​ ฉันก็ซาบซึ้ง​กับคำว่า "สหประชาชาติ" จริง ๆ​ ​เพราะ​ความหลากหลาย​ที่หล่อหลอมรวมเรา​เป็นหนึ่ง​เดียวเหมือนหม้อจับฉ่าย ฉัน​ได้เรียนรู้วิธีคิด วิธีทำงาน วิธีการวางตัวก็จาก​เพื่อน ๆ​ ​และเจ้านาย ​และทำให้ปรับตัว​กับการ​ใช้ชีวิตในต่างประเทศ​ได้ดียิ่งขึ้น​

ภาษาพูดก็ต่างหลากหลาย เราพูดอังกฤษ ฝรั่งเศส ​และสแปนิชกันในสำนักงาน ​ได้้ยินผ่านหูทุกวัน ไม่รวมภาษาประจำชาติของ​ใครของมัน​ที่​เอาไว้พูดคุยในกลุ่มคนชาติเดียวกัน

สิ่ง​ที่ฉันแอบสรุปในใจ​โดยไม่​ได้​ใช้หลักวิชาการใด ๆ​ ​ทั้งสิ้นก็​คือ คน​ที่​จะทำงานในระดับสหประชาชาติ​ได้นั้น​ หนึ่ง​ ​ต้องมี​ความ​เป็นหนึ่ง​เดียวภายใต้​ความแตกต่างของภาษา วัฒนธรรม ​ความคิด ​ความ​เป็นอยู่​ สอง ​ต้องเชื่อ​และมีเป้าหมายร่วมกัน​เพื่อส่งเสริมสิทธิมนุษยชน ว่าง่าย ๆ​ ​ต้องพูดภาษาเดียวกัน ​และมี​ความภูมิใจในเป้าหมายขององค์กร สาม ​ต้องมี​ความรู้แตกฉานในสิ่ง​ที่ทำ (​ต้องอ่านเก่ง พูดเก่ง) ​และ​ต้อง​เป็นผู้ค้นคว้าไม่อยู่​นิ่งในหน้า​ที่การงาน​เพื่อตามให้ทันการเปลี่ยนแปลง ​และ​ต้อง​เป็นผู้ตามทันโลก ทันเหตุการณ์ ทันวิทยากร ทัน​ความเปลี่ยนแปลงทางการเมือง เศรษฐกิจ​และสังคม สี่ ​ต้องรู้จักถกเถียง​เพื่อหาข้อสรุปอย่างสร้างสรรค์​โดยไม่​ต้องทะเลาะคัดง้างกันแบบ​เอา​เป็น​เอาตาย ถึงไม่เห็นด้วย ก็คุยกัน​ได้​โดยไม่กลาย​เป็นศัตรูกัน ห้า-สุดท้าย (​แต่ไม่ท้าย​ที่สุด) ​ต้อง​พร้อม​ที่​จะย้าย​ไปอยู่​ไกลบ้านเกิดเมืองนอน บางครั้ง​ต้อง​ไปในพื้น​ที่ยากลำบาก​และกันดาร

​จะว่า​ไปก็คง​จะคุณสมบัติประมาณข้าราชการ​ทั้งหลายนี่แหละ​ ฉันไม่​ได้มีคุณสมบัติเหล่านี้ครบถ้วนหรอก ก็กะพร่องกะแพร่งตามประสาคน​ที่ไต่เต้ามาจากรากหญ้า เรียนรู้จากประสบการณ์จริง มิ​ได้มีปริญญาโทหรือปริญญาเอกรองรับ

ในระดับ​ส่วนตัว ฉันพบว่าตัวเองเปลี่ยน​ไป กล่าว​คือ ฉันไม่ตะขิดตะขวงใจเรื่อง​​ความแตกต่างของผิวพรรณอีกต่อ​ไป รู้สึกว่า​ผิวขาว ผิวเหลือง ผิวดำ ผิวกาแฟล้วนเหมือน ๆ​ กัน ​เป็นคนเหมือนกัน ​ความรู้สึกว่า​ ผิวดำเหมือนหมึก​เป็นสิ่งประหลาดเริ่มหมด​ไปจากใจ ​ความรังเกียจผิวดำลึก ๆ​ ​ที่เคยมีอยู่​ค่อย ๆ​ หาย​ไป ​และรู้สึกว่า​ คนเราต่างดีชั่วด้วยการกระทำเท่านั้น​เอง เราเลือกเกิดเลือกผิวสีไม่​ได้ ​แต่เราเลือก​ที่​จะ​เป็นคนดี​ได้

สุดท้าย การทำงานในสหประชาชาติทำให้เรียนรู้​ที่​จะเคารพ​ความคิดเห็นอันแตกต่างรู้จักรับฟังด้วย​ความจริงใจ ยอมรับว่า​ความเห็นของคนอื่นก็อาจ​จะดีเท่า​กับของเรา ​แม้​จะไม่เห็นตรงกัน ​และรู้จักยืนยันในจุดยืนของตัวแบบหัวไม่​ต้องชนฝาหรือดับเครื่องชน

​เป็น​ความน่าทึ่งสำหรับฉัน ลูกสาวสัสดี​และแม่ค้าขายขนม​ที่สมัยเด็ก ๆ​ เคยนั่งรถเมล์ผ่านองค์การสหประชาชาติ​ที่ถนนราชดำเนินอยู่​บ่อย ๆ​ มีธงชาติเรียง​เป็นทิวแถว ​แต่ไม่รู้ว่า​เขาทำอะไร​กัน​ที่นั่น ​และไม่เคยคิด​แม้​แต่น้อยว่าวันนี้เรา​จะ​ได้​เป็นเจ้าหน้า​ที่สหประชาชาติ​กับ​เขาด้วย !!

 

F a c t   C a r d
Article ID S-3149 Article's Rate 27 votes
ชื่อเรื่อง รจนารำพึง (ภาคมนุษย์เงินเดือน) --Series
ชื่อตอน การทำงานระดับสหประชาชาติ --อ่านตอนอื่นที่ตีพิมพ์แล้ว คลิก!
ผู้แต่ง รจนา ณ เจนีวา
ตีพิมพ์เมื่อ ๒๗ มิถุนายน ๒๕๕๓
ตีพิมพ์ในคอลัมน์ บันทึกเงาความคิด
จำนวนผู้เปิดอ่าน ๗๒๒ ครั้ง
จำนวนความเห็น ๕ ความเห็น
จำนวนดอกไม้รวม ๑๓๑
| | | |
เชิญโหวตให้เรตติ้งดอกไม้แก่ข้อเขียนนี้  
R e a d e r ' s   C o m m e n t
ความเห็นที่ ๑ : Rotjana Geneva [C-17003 ], [193.134.193.5]
เมื่อวันที่ : ๐๑ มิ.ย. ๒๕๕๓, ๒๑.๕๕ น.

ฝาก​​​​เพื่อน ๆ​​​​ ช่วยติชมผลงานด้วยนะคะ​​​​ คิดว่า​​​​เพราะเราใกล้ชิด​​​​กับงาน​​​​ที่เราทำมากเกิน​​​​ไป ก็เลย​​​​เขียนแบบเรื่อยเรื่อยมาเรียงเรียง ไม่ค่อยมีอะไร​​​​น่าตื่นเต้น ​​​​แต่ก็อยาก​​​​ที่คุณนามฯว่าไว้ว่า อย่างน้อยก็เขียนให้ตัวเอง​​​​ได้ถ่ายทอดสิ่ง​​​​ที่​​​​ต้องการก็แล้ว​​​​กัน ​​​​ที่เหลือให้ผู้่อ่าน​​​​ไปตัดสินเอง

ขอบคุณค่ะ​​

แจ้งลบข้อความ


ความเห็นที่ ๒ : นาม อิสรา [C-17004 ], [112.142.48.223]
เมื่อวันที่ : ๐๑ มิ.ย. ๒๕๕๓, ๒๒.๔๐ น.

​​ต้องท่องให้ขึ้น​​ใจนะครับว่า​​ การงาน ​​คือ ​​การปฏิบัติธรรม

​​การปฏิบัติธรรม!!!

​​ถ้าพูดง่าย ๆ​​ ก็​​คือทำตามหน้า​​ที่ให้ดี​​ที่สุด ทำให้ถูก​​ต้อง ​​เป็นครูก็​​ต้องอบรมสั่งสอนลูกศิษย์ให้​​เป็นคนดี มีศีลธรรม ​​และ​​ถ้า​​เป็นหมอ ก็​​ต้องรักษาคนไข้ให้หายจากการเจ็บป่วยจนสุด​​ความ​​สามารถ

คุณรจนา​​เป็นผู้​​ที่มี​​ส่วนช่วย​​เอาใจใส่ดูแลมิตรประเทศ​​เพื่อบ้านให้สมัครสมานสามัคคี ก็​​ต้องรู้จัก​​และทำ​​ความเข้าใจ ตลอดจนศึกษาวัฒนธรรมประเพณีของ​​แต่ละประเทศให้แจ่มแจ้ง เกิดปัญหาข้อพิพาทขึ้น​​มาก็​​จะ​​ได้โน้มน้าวจิตใจของพวก​​เขาง่ายขึ้น​​

สหประชาชาติมีหน้า​​ที่ปรองดอง ส่งเสริม​​ความรักสามัคคี ขจัด​​ความแตกแยก การ​​ที่​​จะทำหน้า​​ที่ให้สำเร็จลุล่วง ไม่ใช่​​จะทำกัน​​ได้ง่าย ๆ​​ ​​จะ​​ต้องมี​​ความตั้งใจจริงเท่านั้น​​จึง​​จะประสบ​​ความสำเร็จ

ผม​​เอาใจช่วยองค์การสหประชาชาติอยู่​​เสมอครับ​​ ขอให้ภาระกิจสำคัญ ๆ​​ สำเร็จลุล่วงตลอด​​ไป

แจ้งลบข้อความ


ความเห็นที่ ๓ : Rotjana Geneva [C-17006 ], [193.134.193.5]
เมื่อวันที่ : ๐๑ มิ.ย. ๒๕๕๓, ๒๓.๑๖ น.

ขอบคุณคุณนามฯนะคะ​​​​ที่แวะมาให้​​กำลังใจอย่างรวดเร็ว

รจนาเชื่อเหมือนคุณนามฯค่ะว่า​​ การทำงาน​​และการ​​ใช้ชีวิต​​คือ​​การปฏิบัติธรรมอย่างแท้จริง ​​และดีใจ​​ที่คุณนามฯย้ำเรื่อง​​นี้อยู่​​บ่อย ๆ​​

ตั้งใจว่า​​จะเขียนแนวปฏิบัติธรรมในการทำงานด้วย ​​และอยากเรียบเรียงดี ๆ​​ ​​เพื่อให้เห็นว่า ธรรมะต่าง ๆ​​ นั้น​​สอดแทรกในชีวิตประจำวัน​​ที่ทำงานอย่างไรบ้าง​​ ​​โดยไม่​​เป็นการเทศน์คนอื่น​​โดยไม่ตั้งใจ

แล้ว​​ยังไง​​จะรออ่านงานเขียนต่อ​​ไปของคุณนามฯเช่นกันนะคะ​​

แจ้งลบข้อความ


ความเห็นที่ ๔ : pilgrim [C-17007 ], [124.121.119.22]
เมื่อวันที่ : ๐๒ มิ.ย. ๒๕๕๓, ๐๐.๔๔ น.

ดีค่ะ​​ เขียนเรื่อง​​​​ที่คนอื่นยังไม่ค่อยรู้

แจ้งลบข้อความ


ความเห็นที่ ๕ : ลุงปิง [C-17014 ], [58.10.216.103]
เมื่อวันที่ : ๐๓ มิ.ย. ๒๕๕๓, ๐๔.๐๑ น.

มีตัวละคร​​ที่น่าสนใจหลายตัวทีเดียวครับ​​ ทำให้มองเห็นภาพการทำงาน​​ที่​​เป็นรูปธรรมมากขึ้น​​

เรื่อง​​ราวแบบนี้น้อยคน​​ที่​​จะมีโอกาส​​ได้สัมผัสนะครับ​​ ​​จะขอติดตามผลงานต่อ​​ไปเรื่อยๆ​​...​​

แจ้งลบข้อความ


สั่งให้ระบบส่งเมลแจ้งการเพิ่มเติมความเห็น
 ศาลานกน้อย พร้อมบริการเสมอ และยินดีรับฟังข้อเสนอแนะจากทุกท่าน  ติดต่อเว็บมาสเตอร์ได้ทางคอลัมน์ คุยกับลุงเปี๊ยก หรือทางอีเมลได้ที่ uncle-piak@noknoi.com  พัฒนาระบบ : ธีรพงษ์ สุทธิวราภิรักษ์  โลโกนกน้อย : สุชา สนิทวงศ์  ภาพดอกไม้ในนกแชท : ณัฐพร บุญประภา  ลิขสิทธิ์งานเขียนในนิตยสารรายสะดวก เป็นของผู้เขียนเรื่องนั้น  ข้อความที่โพสบนเว็บไซต์แห่งนี้ เป็นความคิดเห็นส่วนตัวของผู้โพสทั้งสิ้น