นิตยสารรายสะดวก  Memorandum  ๒๐ มิถุนายน ๒๕๕๔
เที่ยวไปตามใจฉัน #60
pilgrim
...​แต่​ที่แน่ใจว่า​ทั้งหมดนี้ ไม่​ได้ฝัน​ไป ก็ตอนเดินจน​เมื่อยขานี่แหละ​

​เพราะมันเดินจริง ​เมื่อยจริง...​.....

ตอน : เที่ยวญี่ปุ่นแบบวุ่นเล็กๆ (13. วิหารย่อยโคโตอิน...ภาพที่เห็นงดงามราวความฝัน)

ออกจากวัดโตฟุคุจิ ตามกำหนดการของหลานปิ๊ก เราควร​จะ​ไปเดินเ​ที่ยวตลาดนิชิกิ (Nishiki Ichiba) ​ซึ่ง​เป็นตลาดสด ​ซึ่ง​ได้ชื่อว่า​เป็น "ครัวของเกียวโต" ด้วย​ความ​ที่ตลาดใหญ่มาก

พวกเราจึงขึ้น​รถเมล์จากวัด มาลง​ที่ป้าย Shijo Karasuma ​แต่พลันสะดุดตา​กับห้างไดมารูเสียก่อน วิญญาณช้อปปิ้งพลันแล่นเข้ามาสิงพี่แจ๊ว น้องอีฟ ​และพี่เนย ฉันก็เลย​​ได้พลอยตื่นตาตื่นใจ​ไป​กับพวก​เขาด้วย

จำ​ได้ว่า ตอนเข้ามาสอบเอนทรานซ์​ที่สนามสอบจุฬาฯ ​เพื่อนรักคนหนึ่ง​ก็พาเด็กบ้านนอกอย่างฉันแวะ​ไปเดินห้างไทยไดมารู ​ที่จัดว่าสุดหรูสำหรับชาวกรุงเทพฯ สมัยนั้น​ ​และฉันเองก็เคยขึ้น​บันไดเลื่อน​เป็นครั้งแรกในชีวิต​ที่ห้างไทยไดมารูนี่เอง
​เมื่อมาดูห้างไดมารู​ที่เกียวโต ​ความหลังครั้งยังเด็กๆ​ ก็ฟุ้งกระจาย ...​ฮ่าๆ​ๆ​ๆ​

พวกเราตรงดิ่ง​ไป​ที่เคาน์เตอร์ถามพนักงานว่า ในนี้มีร้านอาหารไหม เธอแนะนำให้ขึ้น​​ไปชั้นบน ​เมื่อพวกเราขึ้น​​ไป จึง​ได้พบร้านอาหารลักษณะคล้ายๆ​ Food Court นั่น​คือ ​ต้องซื้อคูปองแล้ว​หา​ที่นั่ง​เอาตามใจชอบ อาหารไม่แพงมาก จานละประมาณ 300-500 เยน (จานละ 100-200 บาท​) วิธีสั่งก็ไม่ยาก ​เพราะร้านอาหารญี่ปุ่น ​โดยมาตรฐาน ​จะมีรูปให้ดู ก็​ไปชี้ๆ​ ทำบุ้ยๆ​ ใบ้ๆ​ ​เอาบ้าง ฉันสั่ง​ได้ก๋วยเตี๋ยวผัดหน้าตา​และรสชาติ เหมือนราดหน้าเนื้อ จานใหญ่ อร่อย​ไปอีกมื้อ

พนักงานในห้างหน้าตา​เป็นมิตร สาวๆ​ น่ารัก ​และให้บริการอย่างสุภาพอ่อนน้อม

​เมื่อขึ้น​ลงลิฟต์ พนักงานสาวสวย คิกขุ คิเรเนะ ​จะออกมาเชื้อเชิญให้เข้าลิฟต์ ​พร้อมบอกว่าขึ้น​หรือลง (เดา​เอาจากกิริยาท่าทาง ​เพราะเธอบอก​เป็นภาษาพี่ยุ่น แฮ่) ​เมื่อในอยู่​ในลิฟต์ เธอก็​จะทำการบรรยายสรุป ว่าชั้นต่อ​ไป​จะจอดชั้นไหน แล้ว​ชั้นนั้น​ มีของอะไร​ขายบ้าง (แหม ทำไมเดาเก่งจัง อิๆ​ๆ​ เดา​ได้ตั้งเยอะ)

ลืมเล่า​ไป วันนี้ แทบ​จะไม่​ได้เดิน​กับน้องป๊อบเลย​ ​เพราะแกงอแง ไม่ค่อยอยากเดิน น้องเขย​กับน้องสาว กลัว​จะทำให้พวกเราเสียโอกาสในการเ​ที่ยว ก็เลย​ขอแยกตัว ​เพราะพ่อแม่​ต้องเดิน​ไปแบบตามใจลูก

กินข้าวเย็นเสร็จ เราก็มาเดินชอปปิ้ง พี่แจ๊วซื้อหมวกไหมพรมใบเก๋ไก๋ให้น้องอีฟ ลูกสาว แล้ว​ซื้อร่มให้ตัวเอง ​ส่วนฉัน​ได้​แต่ดู ​เพราะยังไม่รู้​จะซื้ออะไร​

ชอบใจแฟชั่นของคนญี่ปุ่น สาวๆ​ ช่าง​แต่งตัวกันมาก ​แต่งแบบหลุดโลก ไม่เกรงใจ​ใครก็มี ​ส่วนผู้ใหญ่ก็​แต่ง​ได้แบบผู้ดีแท้ นั่น ​คือ เรียบ เฉียบ เก๋ ฉันเคยเรียนตัดเสื้อ ยังชอบแฟชั่นสไตล์สาวออฟฟิศของญี่ปุ่นมาจนกระทั่งบัดนี้ นอกจากนั้น​ สาวญี่ปุ่นยังชอบสวมหมวก คง​เป็น​เพราะ​เขา​เป็นประเทศหนาว เลย​มีหมวกแบบหลากหลาย สวยงาม

จากนั้น​ พวกเราก็กลับโรงแรมกัน กิจวัตรประจำวัน ​คือ อาบน้ำแล้ว​​เอาน้ำมันแก้ปวด​เมื่อย มานวดขาก่อนนอน ​เพราะมัน​เมื่อยขบทุกวัน ​ถ้าไม่นวด วันรุ่งขึ้น​ คงเดินขาลาก

วัน​ต่อมา กำหนดการท่องเ​ที่ยวของพวกเรา ​คือ วัดไดโตคุจิ (Daitokuji temple) ​โดยมีเป้าหมายหลัก ​คือ วัดย่อยโคโตอิน (Kotoin sub temple) ​ซึ่งสวยติดอันดับ1 ใน 3 ของเกียวโต งานนี้ หลานปิ๊กคัดสรรมาให้​เป็นอย่างดี

วัดไดโตคุจิ ​เป็นวัดใหญ่ ​ที่มีหลายๆ​ วัดย่อยถึง 24 วัดรวมกันอยู่​​เป็นคอมเพล็กซ์ เหมือนหมู่บ้านเล็กๆ​

ถึง​แม้​จะ​เป็นวัดใหญ่ ​แต่เงียบ พวกเรา​ไปกัน​แต่เช้า​ตรู่ ยังไม่ค่อยมีคนมา วัดก็ยังไม่เปิดให้เข้า ก็เลย​เดินถ่ายรูปกัน​ไปพลางๆ​

ชมวัดในยามเช้า​อันแสนสงบ

คลิกดูภาพขยาย


คลิกดูภาพขยาย


ทางเดินเข้าวิหารโคโตอิน สวยรำไรท่ามกลางใบไม้สีทอง

คลิกดูภาพขยาย


คลิกดูภาพขยาย


คลิกดูภาพขยาย


ใบไม้ร่วงหล่นบนพรมหญ้าเขียว
คลิกดูภาพขยาย


​แต่ละวัด​จะมีสวนหิน ​ที่ทำจากกรวดเล็กๆ​ ​เอาคราดมาปรับ​แต่งให้​เป็นรูปต่างๆ​ ด้วย​ความซุ่มซ่าม มัว​แต่เล็งหามุมถ่ายรูป ฉันเผลอเดินลง​ไปเหยียบสวนหินของ​พระซะกรวดกระจาย ​เป็นรอยรูปพื้นรองเท้าของฉัน หลวงพี่ หลวงพ่ออย่าเพิ่งด่าหนูนะ หนูไม่​ได้ตั้งใจจริงๆ​ ดีว่ายังเช้า​ เลย​ไม่มี​ใครเห็น ไม่งั้น ฉันคงถูกด่า​โดยมรรคนายก​ที่กวาดวัดอยู่​แถวๆ​ นั้น​ คิดดู​เอาแล้ว​กัน เวลาคนญี่ปุ่นเสียงดัง มันน่ากลัวขนาดไหน

ไดโตคุจิ แท้จริง ​คือ ชื่อของเนิน​เขา ​ซึ่ง​เป็น​ที่ตั้งของวัด มี​ความหมายถึง ภูเขาสมบัติของมังกร (dragon treasure mountain)อิๆ​ๆ​ มังกรท่า​จะรวยนะ

ภูเขานี้​เป็นหนึ่ง​ในห้าของภูเขาศักด์สิทธิ์ ​ที่จักรพรรดิในสมัยโบราณขึ้น​อันดับไว้ ​แต่หลังจากนั้น​ โชกุนอะชิคากะ ​ได้ถอดชื่อไดโตคุจิออกจากบัญชีภูเขาศักดิ์สิทธิ์ ด้วยไม่พึงพอใจทางการเมือง​เป็นการ​ส่วนตัว ประมาณว่า ​พระไม่เข้าข้างตัวเอง

นับ​แต่นั้น​มา วัดไดโตคุจิก็เลย​ การเมืองไม่ยุ่ง มุ่ง​แต่สอน​พระธรรมอย่างเดียว

สวนสวยในวัด
คลิกดูภาพขยาย


คลิกดูภาพขยาย


ภายในตัวอาคารวัด ​เป็นบานเลื่อนมีเสื่อปู

คลิกดูภาพขยาย


อ่านจากประวัติวัดๆ​ หลาย วัด ในเกียวโตแล้ว​รู้สึกว่า​ คุณ​พระ คุณเจ้าสมัยก่อนคง​ต้องอิงการเมือง​เป็นหลัก ในการสร้างอาณาจักรวัดขึ้น​มา ดังนั้น​ จึงมีวัดเก่าแก่หลายๆ​ วัด ถูกเผาโจมตีด้วย​ความขัดแย้งทางการเมือง รวม​ทั้งวัดไดโตคุจิก็เช่นกัน วัด​ที่เราเห็นปัจจุบัน จึง​เป็นวัด​ที่มีการสร้างบูรณะขึ้น​มาใหม่ในภายหลัง

ข้อมูล บอกว่า ปัจจุบันวัดนี้ก็ยังสอนนั่งวิปัสสนา สมาธิในแบบเซน ​ใครสนใจก็เชิญ​ไปดูลาดเลา​ได้
หรือ​ถ้าสนใจ​จะดูใบเมเปิลเปลี่ยนสี ก็​ต้อง​ที่วัดโคโตอิน ​ที่มีบริเวณทางเข้าวัดร่มครึ้ม ลำแสงส่องลอดผ่านกิ่งก้านใบเมเปิล อร่ามเรืองสวยงามราว​กับเดินอยู่​ใน​ความฝัน

ตะไคร่​กับตะเกียงหินโบราณ
คลิกดูภาพขยาย


คลิกดูภาพขยาย


​แต่​ที่แน่ใจว่า​ทั้งหมดนี้ ไม่​ได้ฝัน​ไป ก็ตอนเดินจน​เมื่อยขานี่แหละ​

​เพราะมันเดินจริง ​เมื่อยจริง...​..

 

F a c t   C a r d
Article ID S-3143 Article's Rate 170 votes
ชื่อเรื่อง เที่ยวไปตามใจฉัน --Series
ชื่อตอน เที่ยวญี่ปุ่นแบบวุ่นเล็กๆ (13. วิหารย่อยโคโตอิน...ภาพที่เห็นงดงามราวความฝัน) --อ่านตอนอื่นที่ตีพิมพ์แล้ว คลิก!
ผู้แต่ง pilgrim
ตีพิมพ์เมื่อ ๒๐ มิถุนายน ๒๕๕๔
ตีพิมพ์ในคอลัมน์ ฉันเขียนให้เธออ่าน
จำนวนผู้เปิดอ่าน ๓๕๖ ครั้ง
จำนวนความเห็น ๕ ความเห็น
จำนวนดอกไม้รวม ๗๔๐
| | | |
เชิญโหวตให้เรตติ้งดอกไม้แก่ข้อเขียนนี้  
R e a d e r ' s   C o m m e n t
ความเห็นที่ ๑ : ซิมินิจุก [C-16752 ], [58.8.154.21]
เมื่อวันที่ : ๒๗ ก.พ. ๒๕๕๓, ๒๓.๔๔ น.

บรรยากาศช่างแสนโรมานติกชวนฝันดีแท้

แจ้งลบข้อความ


ความเห็นที่ ๒ : ลุงปิง [C-16753 ], [58.10.216.137]
เมื่อวันที่ : ๒๘ ก.พ. ๒๕๕๓, ๐๑.๑๙ น.

...​​ยลเหล่ามวลหมู่ไม้ผลัดใบสี
ช่างโสภีพราวเพริศบรรเจิดหวาน
​​ทั้งวัดวาอารามงามสะคราญ
เริงสราญแลทางไหนไม่เบื่อเลย​​...​​

แจ้งลบข้อความ


ความเห็นที่ ๓ : Rotjana Geneva [C-16756 ], [188.155.209.146]
เมื่อวันที่ : ๒๘ ก.พ. ๒๕๕๓, ๒๐.๔๒ น.

วุ้ย สวยจริง ๆ​​ จ้า พิล เห็นแล้ว​​อยากแอบ​​ไปเ​​ที่ยวด้วยจังเลย​​ (ทำไม​​ต้องแอบนิ? ​​ไปแบบเปิดเผยก็​​ได้)

ห้า ห้า ห้า ขึ้น​​ต้น​​จะ​​ไปตลาดนิชิกิ (Nishiki Ichiba) ​หรือ "ครัวของเกียวโต" ​​แต่​​ไปลงท้าย​​ที่ห้างไดมารู​​ได้ยังไงจ๊ะ​​ ​​แต่รจก็สนุก​​ไปด้วย

รจก็เหมือนพิล ตอนนั้น​​อยู่​​กรุงเทพฯแล้ว​​ ​​ได้เข้าห้างแรกในชีวิตก็ไดมารูนี่แหละ​​ (ก็​​เพราะ​​เป็นห้างแรกในกรุงเทพฯด้วยมั้ง) ยังจำ​​ความตื่นตาตื่นใจ​​ได้ คิดว่าห้างไหน ๆ​​ ก็ไม่เหมือน ​​เพราะไม่ใช่ห้างแรก

วัดสวยมาก ๆ​​ เลย​​ค่ะ​​

พิลนำเ​​ที่ยวสนุก ​​ใช้คำพูดน้อย ​​แต่​​ได้ใจ​​ความครบถ้วน

​​จะรออ่านจนครบ 25 ตอนนะคะ​​

แจ้งลบข้อความ


ความเห็นที่ ๔ : ลุงเปี๊ยก [C-16760 ], [111.84.36.160]
เมื่อวันที่ : ๐๑ มี.ค. ๒๕๕๓, ๐๖.๑๔ น.

อ้าว.. ประสบการณ์ร่วมอีกแล้ว​​ ไม่ใช่​​ที่ญี่ปุนนะครับ​​​​เพราะไม่เคย​​ไป ​​แต่ไทยไดมารู ถนนราชดำริเนี่ย ขึ้น​​บันไดเลื่อนครั้งแรกเหมือนกันเด๊ะเลย​​ ตื่นเต้นซะ ​​และผมว่าเจ๊พิลฯ ​​กับคุณรจฯ ก็​​ต้องเคยทานข้าว​​ที่ร้านแบง แบง ค้อฟฟี่ฉ่อบชั้นลอยหน้าห้างนี้เหมือนกันด้วย(มั้ง)

เฮ้อ.. พอพูดถึง​​ความหลังผมก็หูตั้งเชียว ภาพชีวิตตรงป้ายรถเมล์หน้าราชดำริอาเขตฉายขึ้น​​กลางอากาศเลย​​ จำ​​ได้ไหม.. "ชิเคล้ด.. ชิกเคล็ด.. หว๊าน.. หวาน มั๊น.. มัน" เสียงเจื้อยแจ้วของคนตาบอดขายหมากฝรั่งชิกเคล็ดหน้าห้าง.. คนนั้น​​

ประสาน​​กับเสียงแม่ค้าขายหวีแบบแผงแบกะดิน.. "เชิญเลือกซื้อจ้าทุกอย่าง ๑๐ บาท​​ หวีสับ หวีเสย หวีเอยสวยดี หวีสับสลับสี สวยดีน่า​​ใช้...​​." ฯลฯ


---​​--
ขออภัย​​ที่นอกประเด็น​​ไปไกล แฮ่ ๆ​​ ภาพปลากอบของพิลกริมสวยมากเลย​​ครับ​​ บรรยากาศก็ช่างโรแมนติกหยั่ง​​ที่คุณซิมิฯว่าไว้เลย​​

แจ้งลบข้อความ


ความเห็นที่ ๕ : pilgrim [C-16777 ], [115.87.13.52]
เมื่อวันที่ : ๐๒ มี.ค. ๒๕๕๓, ๒๒.๕๗ น.

อิๆ​​ๆ​​ๆ​​ บรรดาคนรุ่นเรามารำลึก​​ความหลัง ครั้งเดินห้าง​​กับขึ้น​​บันไดเลื่อนกันเพียบเลย​​จ้า...​​
ชอบจังค่ะ​​ ลุงปิงมาเขียนกลอนให้ทุกทีเลย​​

​​ส่วนน้องซิมิ ก็มีสายตาเล็งเห็น​​ความโรแมนติกเสมอๆ​​ๆ​​

แจ้งลบข้อความ


สั่งให้ระบบส่งเมลแจ้งการเพิ่มเติมความเห็น
 ศาลานกน้อย พร้อมบริการเสมอ และยินดีรับฟังข้อเสนอแนะจากทุกท่าน  ติดต่อเว็บมาสเตอร์ได้ทางคอลัมน์ คุยกับลุงเปี๊ยก หรือทางอีเมลได้ที่ uncle-piak@noknoi.com  พัฒนาระบบ : ธีรพงษ์ สุทธิวราภิรักษ์  โลโกนกน้อย : สุชา สนิทวงศ์  ภาพดอกไม้ในนกแชท : ณัฐพร บุญประภา  ลิขสิทธิ์งานเขียนในนิตยสารรายสะดวก เป็นของผู้เขียนเรื่องนั้น  ข้อความที่โพสบนเว็บไซต์แห่งนี้ เป็นความคิดเห็นส่วนตัวของผู้โพสทั้งสิ้น