นิตยสารรายสะดวก  Fiction  ๐๑ ตุลาคม ๒๕๕๒
ทางลัดของชีวิต #1
นพ ณ กันยา
...ลืมสิ้นในศักดิศรีของลูกผู้หญิง คิดถึง​แต่หนทาง​ที่สั้นมุ่งสู่บันไดแห่ง​ความฝัน...

ตอน : ทางลัดของชีวิต

ตอน​ที่ 1
ร่มเงาไม้ครึ้มสองข้างทาง​ที่รถ วิ่งผ่าน ตัดขึ้น​​ไปตามภูเขาบางช่วงขึ้น​บางช่วงลง บางครั้ง สองข้างทาง​เป็น ป่าไม้ยูคาลิปตัส ยาวเหยียด​ไปตลอดสองฝั่งถนน บ้านป่า​ที่วรรณวิษาเคย รู้จัก ​และคุ้นเคย​ได้เปลี่ยนแปลง​ไปแล้ว​จนแทบไม่เหลือล่องลอย ภาพผืนนา หรือ​ความทุรกกันดารอย่าง​ที่เคย​เป็นมา
ใจของเธอมันสั่น ลอนๆ​ อยู่​ตลอดเวลา​โดย​ที่ตัวเธอเองก็ไม่รู้ว่า​เป็น​เพราะเหตุอันใด หรือว่า​จะ​เป็น​เพราะ​ต้องหวนกลับ​ไปสู่บ้าน​ที่จากมานานถึง 10 ปี หากไม่ใช่​เพราะพี่พิณ เธอคงไม่เดินทางกลับมาบ้าน​เป็นแน่

“ฉันไม่อยากกลับ​ไปเลย​พี่”
“มาเถอะษา ช่วยพี่หน่อย​นะ มันไม่ไหวแล้ว​จริงๆ​ พวกมันเกเรเหลือเกิน พี่​เอามันไม่อยู่​แล้ว​”
“แล้ว​แม่ละพี่ แม่​เขาเกลียดฉันนะ ฉันไม่รู้​จะสู้หน้าแม่​ได้อย่างไร”
“พี่รู้ว่าแกไม่ผิด พี่คุย​กับแม่แล้ว​ แม่​จะโกรธแก​ได้อย่างไร ใน​เมื่อแกก็ส่งเงินมาให้บ้าน ทำให้แม่​ได้สุขสบาย​ได้ขนาดนี้”
คำพูดของพี่สาว ไม่อาจลบภาพแห่ง​ความหลัง​เมื่อครั้ง​ที่​ต้องเก็บข้าวของออกจากบ้านในคืนนั้น​ ภาพเหล่านั้น​มันมัก​จะออกมาตอกย้ำหัวใจดวงน้อยๆ​ ของอีษาคนนี้ให้เจ็บช้ำไม่มีวันหาย
“อีคนชั่ว มึงออก​ไปออกจากบ้านกู​ไป มึงมันชั่ว มึงไม่ใช่ลูกกู”
“แม่จ๋า หนูไม่​ได้ทำนะ หนูไม่​ได้ทำ” เสียงของผู้​เป็นแม่ ยังคงก้องอยู่​ในทุกโสตประสาท คู่​ไป​กับเสียงหวีดร้อง แห่ง​ความเจ็บช้ำ​และปวดร้าวเหมือนหัวใจสลาย แม่​ทั้งหวด​ทั้งตีกระหน่ำซ้ำ​ความเจ็บช้ำของลูกผู้หญิงคนหนึ่ง​ รอบกายไม่มี​ใครคิดยื่นมือเข้าช่วยเหลือ ทุกสายตารอบข้างต่างดูถูก​และเหยียดหยาม​กับการกระทำ​ที่เธอไม่​ได้​เป็นคนทำ​และไม่​ได้​เป็นคนผิด ไม่เคยมี​ใคร ​จะฟังว่า วรรณวิษาคนนี้ไม่​ได้​เป็นคนกระทำกรรมชั่วนั้น​
ฉันเกลียดทุกคน​ที่นี่ ฉันเกลียดบ้านนี้ ฉัน​จะไม่กลับ​ไปเหยียบมันอีก ฉันเกลียดแม่​ที่ไม่รักฉัน ไม่เคยเข้าข้างฉันเลย​ ไม่มีวัน​ที่ฉัน​จะกลับมาเหยียบ​ที่นี่อีก มากมาย​คำตะโกนร้อง ของเธอ​เมื่อวัน​ที่หันหลังออกจากบ้านอย่างไม่มีวันกลับ

รถเลื่อนเข้าจอดสู่ชานชาลาของสถานีอัน​เป็นจุดหมายปลายทาง ในผู้คนต่างๆ​ ทยอยกันลุกขึ้น​ ​และก้าวลงจากรถกัน ษาจึง​ต้องปาดเช็ดคราบน้ำตาแห่ง​ความโศกเศร้า ​และพยายาม​ที่​จะฝืนยิ้ม​เพื่อเผชิญหน้า​กับผู้คน สุดท้ายแล้ว​วันนี้ ษาก็กลับมายืนตรงนี้
“อีษา อีษา ใช่ไหมนั่น โห มึงสวยจนกูจำแทบไม่​ได้เลย​วะ” ทันที​ที่ก้าวลงมาจากรถ ​และมายืนเก้ๆ​ กังๆ​ อยู่​ตรงท่ารถนั้น​เสียงของหญิงสาว​ที่คุ้นเคย ในร่างอ้วนท้วม​แต่งตัวเรียบๆ​ ตามประสาชาวบ้าน ก็เดินปรี่ตรงเข้ามาหา ​แม้ว่าษา​จะ​แต่งตัวเรียบร้อย​ด้วยกางเกงยีน​และเสื้อยืดธรรมดาแบบ​ที่เคย​แต่งอยู่​ทุกวัน ​แต่ ​ความแตกต่างของเธอ​กับพี่สาว ทำให้เธอดูโดดเด่นกว่า
“มึงสวยขึ้น​มากเลย​วะ​ไปทำอะไร​มาวะเนี่ย โหกูจำแทบไม่​ได้ ​ไปๆ​ รถจอดอยู่​ทางโน้น”
ไม่นาน มอเตอร์ไซค์คันใหม่เอี่ยมของพี่พิณ ก็ขับพาสองสาวออกสู่ถนนชนบท ลาดยางมะตอย​ที่สองข้างทางเต็ม​ไปด้วย ต้นไม้หนาทึบดูเย็นสบาย ​และร่มรื่น ​ที่นี่เคย​เป็นดินลูกรังสีแดง​ที่ฝุ่นฟุ้งตลบอบอวล ​แต่ตอนนี้มัน​ได้พัฒนาขึ้น​มาก ป้ายบอกทาง ​และเส้นสัญญาณจราจรต่างๆ​ยังดูใหม่เอี่ยม ถนนนี้คงเพิ่งเสร็จ​ได้ไม่นาน
“รถคันนี้มันก็เงินเอ็งแหละ​ ษา ขอบใจนะ ฉันสะดวก​ขึ้น​เยอะเลย​”
“แล้ว​แม่​เป็นไงบ้างสบายดีไหม” ถึง​แม้​จะเกลียดสักเพียงไหน ​แต่แม่ ก็​คือแม่ยังไงเธอก็ลืม แม่ไม่​ได้จริงๆ​
“ก็สบายดี” พิณตอบเพียงสั้นๆ​แค่นั้น​ แล้ว​ก็ไม่​ได้คุยอะไร​กันอีกเลย​ ปล่อยให้รถวิ่งผ่านทิวทัศน์อันร่มเย็นสองข้างทาง​ที่นานๆ​ ​จะมีรถสวนมาสักครั้ง
แค่เพียงเห็นมันจากระยะไกลๆ​ มันก็ทำให้เธอแทบน้ำตาไหล บ้าน บ้าน​ที่จาก​ไปนานร่วมสิบปี มันนานมากจน​ความทรงจำเก่าๆ​ ​ที่มีต่อบ้านหลังนี้เริ่มลืมเลือน​ไปแล้ว​ ตอนนนี้มัน​กับจุดปะทุออกมา ษาเงยหน้าขึ้น​มองเห็นหลังคากระเบื้องสีฟ้าสวยเด่นมา​แต่ไกลนี่แหละ​มั้ง​ที่พี่พิณแกเคยโทรมาถามว่าชอบสีอะไร​ ​จะเปลี่ยนกระเบื้อง​ที่บ้านใหม่ ​และ​เมื่อรถเข้าใกล้ตัวบ้านยิ่งขึ้น​​ไปอีกษาจำมัน​ได้นั่นต้นมะม่วง​ที่เคยปีนป่าย สูงใหญ่แผ่กิ่งก้านสาขาออก​ไปมากมาย​ เขียวชอุ่มร่มรื่น บ้านถูกปรับปรุงเปลี่ยนแปลง​ไปมากจนแทบไม่เหลือเค้าเดิมของมัน พิณจอดรถตรงหน้าบ้าน ปล่อยให้ษายืนเหม่อมองต้นมะม่วงด้วย​ความคิดถึง วรรณวิษาเดินอ้อม​ไปมองด้านหลังบ้าน​ซึ่งหันหลังให้​กับภูเขา ษาจำ​ได้ว่าตอนเด็กๆ​ ชอบมานั่งมอง​พระอาทิตย์ค่อยๆ​ หลบซ่อนตัวหลังภูเขาลูกนั้น​ มัน​เป็น​พระอาทิตย์อัสดง​ที่สวยงาม ใน​ความทรงจำ วันนี้ มันจึง​เป็นเหมือนดั่งมนตร์สะกด​ที่ทำให้หน่วยตาของษามีน้ำรินไหลออกมาอย่างไม่รู้ตัว
“ขึ้น​บ้านกันก่อนเถอะษา”

“​พระอาทิตย์ตก สวยจังเลย​นะพี่”

ภายในห้องชั้นบนโอ่โถงกว้างขวาง ​ซึ่งหากแบ่งคง​ได้อีกหลายห้อง ​แต่มันยังไม่มีการแบ่ง หญิงชราคน​ที่นั่งอยู่​กลางบ้าน​เป็นแม่ของษาเอง ไม่ว่า​ความหลัง​และอดีต​จะเคยมีอย่างไร ษา​เป็นคนพูด​เอาไว้เองว่าเกลียดแม่ ​แต่ไม่รู้ว่า​เพราะอะไร​ ษากลับตรงเข้า​ไป ก้มลงกราบแม่​ที่ตัก ​โดยมีพี่พิณ ยืนดูอยู่​ข้างๆ​ ​ทั้งแม่​ทั้งลูกต่างสวมกอดกันร้องไห้ด้วย​ความคิดถึง พี่พิณเองก็พลอยร้อง​ไป​กับษา​และแม่ด้วย
“เดี๋ยวพี่​ไปเตรียม​กับข้าวให้นะมาเหนื่อย”
หญิงสาวไม่ตอบอะไร​​ได้​แต่ พยักหน้า ในขณะ​ที่ตัวเอง​กำลังล้มตัวนอนหนุนตักแม่
“แม่จ๋า แม่ไม่โกรธหนูแล้ว​เหรอจ๊ะ​”
“ช่างมันเถอะ ลูก ลืมๆ​ มัน​ไปเสียเถอะ มันผ่านมานานมากแล้ว​” หญิงชรา ​ใช้มืออันเหี่ยวย่นลูบ​ไปมาบนศีรษะของลูกสาว​ที่ไม่​ได้เจอกันนาน อย่างอ่อนโยน​และคิดถึง ​เป็น​ที่สุด น้ำตาของหล่อนไหลออกมาอย่างต่อ​เนื่อง
“วันนี้แม่อาจยังไม่เชื่อษานะ ​แต่ษาไม่​ได้​เป็นคนทำจริงๆ​”
“ช่างมันเถอะลูก ช่างมัน มันผ่าน​ไปแล้ว​ มันผ่าน​ไปนานแล้ว​ ให้แม่ลืมๆ​ มัน​ไปเสียเถอะนะ”
ษายังลุกขึ้น​สวมกอดหญิงชราผู้​เป็นแม่อย่างคิดถึง อย่างห่วงหาอาทร ตลอดสิบปี​ที่ก้าวออกจากบ้าน หลังนี้​ไป ไม่เคยเหยียบย่างมาอีก แม่แก่ชราลง​ไปมาก นานมากแค่ไหน​ที่ษาไม่เคย​ได้อยู่​ปรนนิบัตรดูแลแม่ให้สม​กับ​เป็นลูกผู้หญิง​ที่ดี

หลังอาหารเย็น อันเรียบง่ายผ่าน​ไป เธอพาตัวเอง มานั่งเหม่อลอยอยู่​ริมระเบียงบ้าน เหม่อมอง​ไปใน​ความมืด การกลับมาครั้งนี้ของเธอไม่ใช่​เป็นการกลับมา​เพื่อมาอยู่​อาศัยร่มเงา​ความสดชื่น ของ​ที่นี่ ​แต่เธอมาทำธุระ ​และ ทำตามคำ​ที่พี่สาวขอร้อง ให้มันเสร็จๆ​ ​ไป ​และ​จะไม่อยู่​​ที่นี่นานนัก ไม่อยากอยู่​นาน ​ที่นี่ไม่มี​ความทรงจำดีๆ​ หลงเหลือ​กับษาอีกแล้ว​ ​ถ้าไม่ใช่ ​เพราะแม่ ​กับพี่สาว ษาคง​จะไม่มีวัน​ที่​จะกลับมาเหยียบ​ที่นี่อีก
พี่พิณเดินเข้ามานั่งยังม้านั่ง ตรงข้าม​กับน้องสาว แล้ว​จ้องมองหน้า สวยงาม ​แต่เต็ม​ไปด้วย​ความเศร้าโศรก
“นานแล้ว​นะ แกยังไม่ลืม มันอีกเหรอ” ษา พยายาม​ที่​จะยิ้มให้​กับ พี่สาว
“ช่างมัน เถอะพี่พิณ ว่า​แต่ พี่เถอะ เรื่อง​​ที่​จะให้หนูช่วยนะ”
“เฮอะ แกก็ดู​เอาสิ ฟ้ามืดป่านนี้แล้ว​มันสองคนยังไม่กลับมาบ้านเลย​” ษาเข้าใจดีว่าพี่สาวของ​กำลังหมายถึง แตน​กับสมุทร สองพี่น้อง
“แล้ว​พี่พิณ​จะให้ฉัน ​เอามัน​ไปทำอะไร​ มันยังเด็กอยู่​เลย​ ​จะ​ไปทำอะไร​กัน​ได้”
“โธ่ษา อีแตนนะปีนี้มันทำบัตรแล้ว​ เอ็งก็ดูๆ​ งานให้มันหน่อย​แล้ว​กัน ทำแบบเอ็งก็​ได้นี่น่า”
พี่พิณพยายาม​ที่​จะยัดเยียด แตนให้​กับษาให้​ได้ ษาเองก็ไม่อยากรับผิดชอบชีวิตหลานไม่อยากให้หลาน ​ได้​ไปพบ​ความเลวร้ายของสังคมเมือง ​แต่ พี่พิณ ​กับโต้แย้ง
“อีแตนนะมันใจแตก​ไปแล้ว​ คบผู้ชายไม่เลือกหน้า อยู่​​ไปมันก็เปลืองตัวเปล่าๆ​”
แทบไม่​ต้องพูดต่อ พี่พิณคิดว่า​จะให้ลูกสาวแท้ๆ​ ของตัวเอง​ไปขายตัวในเมืองใหญ่ใช่ไหม ษาไม่รู้​จะพูดอย่างไร ว่าษาไม่ใช่ผู้หญิงขายตัว​แม้​แต่ ว่า​จะทำงานอยู่​ในย่านนั้น​ ษาก็ไม่เคยทำอาชีพแบบนั้น​
“นั่นไงมันมานั่นแล้ว​”
“พี่คุย​กับหลานให้รู้เรื่อง​ก่อนว่า​จะ​เอาอย่างไร ​จะ​ไป​กับษาแน่หรือเปล่า”
ก็ษาไม่อยากให้​เป็นการบังคับ ​และไม่อยากให้​ใครมาตราหน้าว่า อีษามันพาหลาน​ไปเสียคน ษา​ไป​ใช้ชีวิตอยู​ที่พัทยาไม่​ได้สุขสบายเลย​
“อะไร​กันอีกละแม่” นั่นคง​จะ​เป็นเสียงของ แตน เล็กแหลมมาแบบไม่มีการเกรงกลัวต่อผู้​เป็นแม่
แตนเดินขึ้น​บันไดมาตรง​ที่วรรณวิษา นั่งอยู่​ ​พอดี เด็กสาวกระดกมือไหว้ แบบขอ​ไปทีก่อน ​จะเดินหายเข้า​ไปในบ้าน ตรงมุมหนึ่ง​​ที่ด้านหลังยาย ษามองตามแตน ภาพของเด็กผู้หญิงตัวเล็ก​ที่เคยวิ่ง​ไปมาบนบ้านหลังนี้ เด็กผู้หญิงวัยเพียงห้าขวบ ​ที่น่ารัก ยิ้มหวานทำไมเปลี่ยนแปลง​ไป​ได้ขนาดนี้ วันนี้แตน ​แต่งตัวด้วยชุด กาเกงสั้น แบบวัยรุ่นในตัวเมืองใหญ่ เสื้อสีสัน ฉูดฉาด กลับเข้าบ้านเกือบเ​ที่ยงคืน นี่​เป็นชีวิตเด็กสาวบ้านนอกแน่แล้ว​หรือ ทำไมทีเรื่อง​ราวแบบนี้มันแผ่กระจายมาสู่บ้านนอกคอกนา​ได้ง่ายเหลือเกิน
“ดูมันแกเห็นไหม นี่ยังดีนะวันนี้มัน ยังกลับบ้านมาก่อนเ​ที่ยงคืน”
“แตนมัน​ไปไหนนักหนาละพี่ เดี๋ยวนี้บ้านเรามี​ที่เ​ที่ยวด้วยเหรอ”
“โหยแกไม่รู้อะไร​ ขี่รถ​ไปแป็บเดียวก็ถึงตัวเมืองแล้ว​ ในนั้น​นะมีทุกอย่างแหละ​”
“อืม จริงสินะตอน​ที่ฉันผ่านมา ​แม้​เป็นตอนกลางวัน ​แต่ก็พอมองออกหลอกว่า​เป็นร้านแบบไหน”
“นั่นสิ มันต่างกันไหมละ ​ที่นี่ ​กับในเมืองใหญ่​ที่เอ็งอยู่​นะษา” ษาไม่​ได้ตอบอะไร​อีก ​ได้​แต่จ้องมอง​ไปยังหลานสาว
“อีแตนมึงมานี่สิ” พิณหัน​ไปตะโกนเรียกแตนให้มาหา ทำให้เด็กสาวผู้เจ้าอารมณ์จึง​ต้องเดินกระแทกเท้าปึงปัง เดินออกมา
“อะไร​อีกหละแม่”
“ตกลงมึง​จะ​เอาอย่างไร ​จะ​ไปอยู่​​กับน้าษา​เขา​ที่พัทยาหรือเปล่า”
“​ไป ก็บอกแล้ว​ไงว่า​ไป” ษาจาก​ที่นี่​ไปตั้งแต่ แตนยังเล็ก ​แต่ดูแล้ว​เด็กสาว​กับไม่ใส่ใจเลย​ว่า ​จะ​ต้อง​ไปไหน​กับ​ใคร ​และ​ต้อง​ไปทำอะไร​ แตนดูแก่นแก้ว ไม่ใช่เด็กสาวเรียบร้อย​ ​และคงอยาก​ที่ น้าสาวอย่างษา ​จะคุมอยู่​
“แล้ว​น้า ​จะ​ไป​เมื่อไรละ ฉันก็เบื่อๆ​ ​ที่นี่​จะแย่แล้ว​” พูด​ไปเด็กสาวก็หัน​ไปชำเลืองทางผู้​เป็นแม่
ษา​ได้​แต่ยิ้ม​และคิดอยู่​ในใจ ก็ลอง​ไปดู หากไม่ไหว​เอาไม่อยู่​อย่างไรก็คง​ต้องให้แม่มัน​ไปรับกลับ ในขณะ​ที่ทุกคน​กำลังคุยกันอยู่​ สมุทรพี่ชายของ แตน ก็ขึ้น​มาบนบ้าน ​เขายกมือไหว้น้าสาว ​และเดินหลบเข้า​ไปในบ้าน ในบ้านชั้นบน​เป็นห้องโล่งกว้าง​ที่ยังรอการจัดแบ่งกั้นห้องอีกครั้งตอนนี้ทุกคน นอนแยกกันคนละมุม​แต่ ก็ยังเหมือนนอนรวมๆ​ กัน สมุทรเข้าสู่มุม​ส่วนตัว​โดยไม่แยแส ต่อสายตา​ใคร
“เงินมันหมด​พอดีวะษา เลย​ทำ​ได้แค่นี้ก่อน” พิณ เหมือนรู้ใจษา จึงพยายามอธิบายว่าเงิน​ที่ษาส่งมาให้ นั้น​เธอ​ใช้ทำอะไร​​ไปบ้าง ษาเองก็พอใจ​ที่พี่สาวนำเงิน​ที่ตัวเธอส่งมาให้​ใช้​ไปอย่างมีประโยชน์​และคุ้มค่า
“เอ็งว่าเอ็ง​จะกลับพรุ่งนี้เลย​เหรอ ทำไมไม่พักอยู่​สักสองสามคืนหละ”
“ไม่ละ พี่พิณ ฉันไม่อยากเจอ​ใครไม่อยากอยู่​พูดคุย​กับคน​ที่นี่อีกแล้ว​” พิณ​เป็นพี่สาวของษา​และอยู่​ร่วมในเหตุการณ์วันนั้น​หล่อน หล่อนเองก็​เป็นหนึ่ง​ในกลุ่มคน​ที่ไม่เชื่อว่า ษาไม่​ได้ทำ ​แต่ด้วย​ความรักน้อง น้อง​จะผิดเพียงไร เธอก็ยัง​จะอยู่​เคียงข้างน้องสาวของเธอเสมอ
​แต่นั่น ​เป็น​ความเจ็บใจ อย่าง​ที่สุดของษาก็ใน​เมื่อเธอไม่ผิด ไม่​ได้​เป็นผู้กระทำ เธอ​เป็นฝ่ายถูกกระทำทำไมไม่มี​ใครเชื่อเธอ ​แม้​แต่แม่ วันนี้ยังแค่อยาก​จะลืมมัน ไม่เคยมี​ใคร คิด​จะเรียกร้องสิทธิ์ของผู้หญิงอย่างเธอ สิทธิ์ ของคน​ที่ไม่​ได้ทำอะไร​ผิด
“​เป็นไรละลูกอยู่​บ้านอีกสักสองสามคืนก็ยังดี ยังไงนี่ก็บ้านเอ็งนะ” แม่เดินออกมาสมทบ ด้วย​กับกลุ่มของสาวๆ​​ที่​กำลังคุยกันอยู่​
​และนั่งลงลงหน้าประตูบ้าน
“หนูมีงาน​ต้องทำนะแม่” เธอโกหกอย่างขอ​ไปที ​เพราะไม่อยาก​จะ​ต้องอธิบายอะไร​มากมาย​ในตอนนี้

คำพูดของแม่ ​เมื่อตอน​ที่มาถึงมันยัง​เป็นสิ่งตอกย้ำว่า ทุกคนยังเชื่ออยู่​เสมอว่าเธอ​เป็นคน​ที่ผิด ษารู้สึกดีใจ​ที่แม่ไม่พูดถึงไม่โกรธเกรี้ยวแม่มี​แต่​ความคิดถึง ​แต่ว่า​ความจริงในจิตใจ​ที่ทุกคนไม่ยอมรับว่าเธอ​เป็นคนถูก มันกัดกิน​ความรู้สึกของ วรรณวิษา จนทำให้เธอรู้สึกว่า​ไม่น่า​จะกลับมาเลย​ จริงแล้ว​วันนี้​ที่ทุกคนต้อนรับเธอ​เพราะเธอ มีเงินส่งมาให้​ใช้กันอย่างสม่ำเสมอใช่ไหม

“น้าอยู่​​ที่พัทยา คงสุขสบายมากเลย​สิ”
“ทำไมวะอีแตน แกอยู่​นี่แกลำบากมากเลย​เหรอ” ยังไม่ทัน​ที่ ษา​จะตอบหลานสาว แม่ของแตนก็แย่งตอบเสียก่อน
แตนพยายามซักถาม ถึงเรื่อง​ราว​ที่อยู่​​ที่พัทยา ษา​ได้​แต่ตอบเลี่ยงๆ​ ​ไป​เพราะไม่อยากเล่าอะไร​ให้​ใครฟังมากนัก
“​เอาไว้แตน​ไปเห็นแล้ว​​จะรู้เองแหละ​ ​แต่มันไม่​ได้ดี หรือสบายอย่าง​ที่แตนคิดหรอกนะ”
วรรณวิษาตัดสินใจ ตัดบทแค่นั้น​แล้ว​ขอตัว​ไปนอน ​เพราะว่าอ่อนเพลียจากการเดินทางมามากแล้ว​ คนบ้านนี้ไม่มี​ใครถามถึงเรื่อง​งาน​ที่เธอทำ​เพราะ​เขา​ได้ตัดสินกัน​ไปแล้ว​ว่าเธอหาย​ไปทำอะไร​มา

 

F a c t   C a r d
Article ID S-3058 Article's Rate 3 votes
ชื่อเรื่อง ทางลัดของชีวิต --Series
ชื่อตอน ทางลัดของชีวิต --อ่านตอนอื่นที่ตีพิมพ์แล้ว คลิก!
ผู้แต่ง นพ ณ กันยา
ตีพิมพ์เมื่อ ๐๑ ตุลาคม ๒๕๕๒
ตีพิมพ์ในคอลัมน์ เรื่องยาว ซีรีส์
จำนวนผู้เปิดอ่าน ๙๙๙ ครั้ง
จำนวนความเห็น ๔ ความเห็น
จำนวนดอกไม้รวม
| | | |
เชิญโหวตให้เรตติ้งดอกไม้แก่ข้อเขียนนี้  
R e a d e r ' s   C o m m e n t
ความเห็นที่ ๑ : ลุงเปี๊ยก [C-16369 ], [111.84.71.49]
เมื่อวันที่ : ๐๖ ต.ค. ๒๕๕๒, ๑๑.๓๘ น.

เพิ่ง​​จะ​​ได้แวะเข้ามาอ่านครับ​​

เปิดเรื่อง​​ฉับไว ​​และผูกปมไว้น่าสนใจมากครับ​​
ขอให้มี​​ความสุข​​กับการเขียนต่อ​​ไปเรื่อย ๆ​​ นะครับ​​

แจ้งลบข้อความ


ความเห็นที่ ๒ : น้องจ๋า [C-16387 ], [125.25.40.12]
เมื่อวันที่ : ๑๐ ต.ค. ๒๕๕๒, ๑๕.๕๑ น.

เรื่อง​​ของ ษา น่าสนใจ ติดตามค่ะ​​
​​จะเข้ามาอ่านอีกค่ะ​​

แจ้งลบข้อความ


ความเห็นที่ ๓ : Rotjana Geneva [C-17552 ], [81.62.131.151]
เมื่อวันที่ : ๑๙ ก.ย. ๒๕๕๓, ๐๐.๑๒ น.

รอตอนต่อ​​ไปเช่นกันค่ะ​​ ​​เป็น​​กำลังใจให้นะคะ​​

แจ้งลบข้อความ


ความเห็นที่ ๔ : นพ กันยา [C-17555 ], [124.122.84.56]
เมื่อวันที่ : ๑๙ ก.ย. ๒๕๕๓, ๐๐.๑๙ น.

ขอบคุณ คุณ Rojana อย่างมากเลย​​ครับ​​ ​​ที่มา​​เป็น​​กำลังใจให้

ผมก็เขียนคาไว้หลายเรื่อง​​เลย​​ ​​แต่​​พอดีช่วงนี้ หน้า​​ที่การงานประจำมันมีปัญหาหนัก​​ไปหน่อย​​เลย​​ ไม่​​ได้เข้ามาเขียนต่อเลย​​ครับ​​

แทบ​​จะหมดไฟในการอยากเขียนเลย​​ทีเดียว ​​แต่พอมีคนมาคอมเม็นงานเก่าเข้าหน่อย​​เหมือนมีแรงกระตุ้น ให้นึกถึง ช่วงเวลาเก่าๆ​​ตอน​​ที่จินตนาการมันเลื่อนไหล ขอบคุณมากเลย​​ครับ​​ คอมเม็นของคุณ เหมือน มาสับสวิทย์เลย​​ ผมห่างจากเรื่อง​​การเขียนนี่ปาเข้าแปดเดือนเต็มแล้ว​​ทีเีดียวเลย​​

แจ้งลบข้อความ


สั่งให้ระบบส่งเมลแจ้งการเพิ่มเติมความเห็น
 ศาลานกน้อย พร้อมบริการเสมอ และยินดีรับฟังข้อเสนอแนะจากทุกท่าน  ติดต่อเว็บมาสเตอร์ได้ทางคอลัมน์ คุยกับลุงเปี๊ยก หรือทางอีเมลได้ที่ uncle-piak@noknoi.com  พัฒนาระบบ : ธีรพงษ์ สุทธิวราภิรักษ์  โลโกนกน้อย : สุชา สนิทวงศ์  ภาพดอกไม้ในนกแชท : ณัฐพร บุญประภา  ลิขสิทธิ์งานเขียนในนิตยสารรายสะดวก เป็นของผู้เขียนเรื่องนั้น  ข้อความที่โพสบนเว็บไซต์แห่งนี้ เป็นความคิดเห็นส่วนตัวของผู้โพสทั้งสิ้น