นิตยสารรายสะดวก  Memorandum  ๐๘ มกราคม ๒๕๔๘
เรื่องเล่าจากเจนีวา ปีสาม #13
รจนา ณ เจนีวา
...มาเล่าต่อเรื่อง​นาฬิกานกคุ้กคูนะคะ​ หากไม่​ได้เล่า​จะถือว่าเชยสนิทค่ะ​ ป่าดำนี่ละค่ะ​แหล่งการผลิตตัวจริงเสียงจริง คู่แข่งนาฬิกาสวิสฯเลย​...

ตอน : ชมป่าดำ (สอง)

ค่ะ​ มาเล่าต่อเรื่อง​ นาฬิกานกคุ้กคูนะคะ​ หากไม่​ได้เล่า​จะถือว่าเชยสนิทค่ะ​ ป่าดำนี่ละค่ะ​แหล่งการผลิตตัวจริงเสียงจริง คู่แข่งนาฬิกาสวิสฯเลย​ ​ที่นี่ยังมีพิพิธภัณฑ์นาฬิกาคุ้กคู​ที่ใหญ่​ที่สุด (ในโลกหรือเปล่าไม่แน่ใจค่ะ​) ค่าดูประมาณแปดสิบบาท​ไทย นาฬิกานี่ไขลาน​โดย​ใช้ระหัดวิดน้ำค่ะ​ แล้ว​ก็ถามเคยค่ะ​ มี "เส้นทางสายนาฬิกา" ระยะทางประมาณสองร้อยกิโลเมตร ​ที่​จะ​เป็นเมืองผลิต​และจำหน่ายแบบพื้นบ้านตลอดทาง ร้าน​ส่วนใหญ่ก็​ต้อง​เป็นบ้านทรงพื้นเมือง น่ารักมากค่ะ​

ประวัติศาสตร์การทำนาฬิกาไม้แบบมีลูกตุ้มแกว่ง​ไปแกว่งมานี่นับย้อนหลัง​ไป​ได้ถึงปี 1668 ทีเดียว แล้ว​เทคโนโลยีการผลิตก็พัฒนามาเรื่อยๆ​ ​เป็นทรงเหลี่ยม มีลูกตุ้มคู่ ​ไปจนถึงการนำถ่านควอทซ์มา​ใช้


เมืองไฟรแบร์กก็เต็ม​ไปด้วยธุรกิจขายนาฬิกาเต็มสองข้างถนน​เพราะ​เป็นเมือง​ที่เกิดของนาฬิกาคุ้กคู​และ​เป็นเมืองหลวงของย่านป่าดำด้วยค่ะ​ แล้ว​เมืองนี้​จะว่า​เป็นเมืองแห่งมันสมองก็คง​ได้ ​เพราะมีผู้​ได้รับรางวัลโนเบล​ที่มาจากเมืองนี้ถึงเก้าคนด้วยกันค่ะ​

ถัดจากนาฬิกาก็ปราสาท​กับป้อมปราการค่ะ​ ป่าดำ​เป็นแหล่งของสถาปัตยกรรม​ที่ว่า​ซึ่งมี​ความ​เป็นมาน่าทึ่ง ​ความ​ที่ทำสงครามแย่งชิงดินแดน​และรักษาดินแดนกันมาก เจ้าบ้านผ่านเมืองในสมัยนั้น​ก็เลย​​ต้องสร้างปราสาท​และป้อม​ที่แข็งแรง​เพื่อป้องกันตัวเองค่ะ​ บาง​ส่วนก็คง​ไปรุกรานคนอื่นตามประสาการเมืองในสมัยนั้น​​จะพา​ไป เมืองวิลลิเกนถือ​เป็นรัฐ​ที่มีการทำนุบำรุงสภาพไว้​ได้ดีเยี่ยม เมืองคองสเฟลด์ก็มีสถาน​ที่เล็กๆ​​ที่​ที่เรียกว่า "ป่าอันมีเสน่ห์" ​ที่​เป็น​ที่พักพิงของหมอใจ​พระชาวเยอรมัน​ที่หลายคนรู้จักดี​คือ นายแพทย์อัลเฟรด ชไวท์เซ่อร์ หลังจาก​ที่ท่านถูกอัปเปหิออกมาจากทวีปอาฟริกาในช่วงสงครามโลก


บ้านพื้นเมืองของป่าดำนี้​เป็นบ้านทำจากไม้ซุง มีคาน​เป็นไม้ ​และวางซ้อนกันอย่าง​ได้สัด​ส่วน บางทีก็​จะทาสีไม่ให้เหมือน​กับฝาบ้านมองเห็น​เป็นลวดลายสวยงาม เมืองชิสทัค​ซึ่งอยู่​ปลายถนนสายนาฬิกาถือ​เป็นเมือง​ที่มีตัวอย่างบ้าน​ที่สวยงามสมบูรณ์ยิ่งหลังนี้ แล้ว​ตรงข้ามบ้านหลังนี้ก็มีพิพิธภัณฑ์ร้านขายยาให้เยี่ยมชมด้วย

มีเืมืองหนึ่ง​ชื่อว่า ฮอร์นแบร์ก​ซึ่งมี​ความเกร็ดประวัติศาสตร์​ที่น่าสนใจ ​คือมีท่านดุ้คผู้สูงศักดิ์ท่านหนึ่ง​​จะมาเยี่ยม ทางปราสา​ที่​จะต้อนรับก็เตรียมยิงสลุตให้เกียรติ ​โดยส่งคนดูต้นทางว่าหากเห็นขบวนท่านดุ้คมาถึง​เมื่อไรก็เตรียมยิงปืน​ได้เลย​ ปรากฎว่าคนดูต้นทางคงตื่นเต้นให้สัญญาณพลาด​ไปหลายที จนยิงปืนหมดกระสุนแล้ว​ท่านดุ้คก็ไม่มาเสียที พอท่านมาถึงจริงๆ​ไม่มีลูกปืน ฝ่ายต้อนรับก็เลย​ช่วยกันทำเสียงปืนใหญ่ต้อนรับ ทำ​เอาท่านดุ้คหัวร่องอหาย พอทราบว่า​เป็น​เพราะอะไร​ก็ยิ่งหัวเราะใหญ่

ใน​ส่วนเรื่อง​สนุกๆ​ก็​ต้องงานคานิวัลสินะ ​ที่ป่าดำ​จะมีทุกเดือนกุมภาพันธ์ แม่บ้านไม่เคย​ไปค่ะ​ ไม่ชอบเบียดคน ​แต่ทราบว่า​เป็นงานสนุกสนาน มีสีสัน ดนตรี การแสดงตลกๆ​ มีแม่มด ปีศาจมาร้องรำให้ครื้นเครงกัน ผู้คนพากัน​แต่งตัวแบบพื้นเมืองหรือ​แต่งหน้า​แต่งตาฉูดฉาด บ้านเรือนก็ตกแต่งงดงาม ขบวนพาเหรด ดื่ม กิน ร้องเพลง พลอดรัก ​ใครๆ​ก็อยาก​ไป แล้ว​เก้าเดือนให้หลังสถิติเด็กเกิดใหม่ก็​จะสูง​เป็นพิเศษตาม​ที่​เขาเล่ากันมา


แล้ว​สิ่ง​ที่น่ากล่าวถึงอีกอย่าง ​คือพิพิธภัณฑ์กลางแจ้ง​ที่มีการแสดง หมวกสักหลาดอันถือ​เป็นสัญญลักษณ์ของ​ที่นี่เลย​ทีเดียว ​และการสานฟางทำหลังคาบ้าน (หมวก​กับหลังคามันก็เรื่อง​เดียวกันนะคะ​) การทำรังผึ้งให้ผึ้งมาสะสมน้ำผึ้ง เตาอบขนมปังพื้นบ้าน ร้านช่างไม้​และคอกม้า ​ซึ่งล้วนแล้ว​​แต่สะท้อนให้เห็นรากเหง้ากันเก่าแก่ของวัฒนธรรมเยอรมันค่ะ​

​ส่วน​ใครชอบอะไร​หนาวๆ​ก็น่า​จะมาลองเล่นสกี​ที่นี่นะคะ​ มีทางเล่นสกีมากกว่ากว่าหนึ่ง​ร้อยแห่ง ในหุบ​เขา​ระหว่างเมืองโชนนัค​และโชนวาลด์

​แต่แม่บ้านผ่านทาง​ไปตอนหน้าร้อนค่ะ​ จึงไม่เห็น​ที่เล่นสกี ​แต่เห็นทางดิ่งสกีแบบ​ที่เราเห็นในการแข่งขัน​ที่นักสกีทิ้งตัวลงมา ถลาลมก่อน​จะโฉบลงมาบนลานสกีด้วย​ความเร็วราว​กับลมพัด ​เพื่อ​ไปให้ถึงเส้นชัยในเวลาน้อย​ที่สุดนั่นแหละ​ค่ะ​ แม่บ้านเห็นตอน​ที่​เป็นลานดินแดงๆ​



อยากบอกว่าแม่บ้านไม่​ได้ดูหมดทุกอย่าง​ที่กล่าวถึง แล้ว​ก็กล่าวถึงไม่หมดทุกอย่างด้วย​เพราะช่างหลากหลายเหลือเกิน เส้นทาง​ที่เราัขับรถผ่าน งดงามชวนให้เพลิดเพลินจนเหมือนกันว่า การเดินทางก็​คือเป้าหมายในตัวของมันเอง แม่บ้าน​ได้ลองชิมขนมปังเปรี้ยว ไส้กรอกรมควันแบบแห้งๆ​แสนอร่อย ​กับขนมอบแอปเปิ้ลลูกเกดเรียกว่า แอปเปิ้ลชตรูเดล (apfelstruedel) คู่​กับไอศครีมวานิลา (ขนมออสเตรีย​ที่มามีชื่อในเยอรมนีด้วยเช่นกัน) แค่นี้ก็แสนสุขใจแล้ว​ค่ะ​ ​เพราะเรา​ใช้เวลาแค่ครึ่งวันบ่ายวิ่งเส้นทางเหนือจรดใต้ป่าดำ ถึงชายแดนสวิสฯก็สักทุ่มหนึ่ง​ ​ใช้เวลาเตร็ดเตร่ในป่าหกชั่วโมง แวะตรงนี้นิดตรงนั้น​หน่อย​

ป่าดำ​จะ​เป็นป่า​ที่สดใสในใจของแม่บ้านต่อ​ไป ​ใครไม่กลัวเสียดุลย์การท่องเ​ที่ยว ลองมาพิสูจน์ป่าดำกันหน่อย​ดีไหมคะ​

รูป​ทั้งหมดนี่​ไปขอยืม​เขามาจากเว็บนะคะ​ หาใช่ของแม่บ้านไม่ค่ะ​ ​ส่วนขนมเค้ก​ที่เห็นในรูปนั้น​น่าทานกว่าของจริง​ที่แม่บ้าน​ไปเห็น ​ซึ่งชั้นสีขาว​จะหนากว่า​แต่ชั้นสีดำ​จะบางนิดเดียวค่ะ​

แม่บ้านผู้เชียร์ป่าดำ

 

F a c t   C a r d
Article ID S-297 Article's Rate 72 votes
ชื่อเรื่อง เรื่องเล่าจากเจนีวา ปีสาม --Series
ชื่อตอน ชมป่าดำ (สอง) --อ่านตอนอื่นที่ตีพิมพ์แล้ว คลิก!
ผู้แต่ง รจนา ณ เจนีวา
ตีพิมพ์เมื่อ ๐๘ มกราคม ๒๕๔๘
ตีพิมพ์ในคอลัมน์ ฉันเขียนให้เธออ่าน
จำนวนผู้เปิดอ่าน ๘๒๗ ครั้ง
จำนวนความเห็น ๑ ความเห็น
จำนวนดอกไม้รวม ๓๐๘
| | | |
เชิญโหวตให้เรตติ้งดอกไม้แก่ข้อเขียนนี้  
R e a d e r ' s   C o m m e n t
ความเห็นที่ ๑ : พญาไฟ [C-1395 ], [202.47.247.130]
เมื่อวันที่ : ๑๓ ส.ค. ๒๕๔๗, ๑๖.๐๑ น.

เห็นภาพแล้ว​​ก็อยากเห็นสถาน​​ที่จริง จังเลย​​ค่ะ​​

แจ้งลบข้อความ


สั่งให้ระบบส่งเมลแจ้งการเพิ่มเติมความเห็น
 ศาลานกน้อย พร้อมบริการเสมอ และยินดีรับฟังข้อเสนอแนะจากทุกท่าน  ติดต่อเว็บมาสเตอร์ได้ทางคอลัมน์ คุยกับลุงเปี๊ยก หรือทางอีเมลได้ที่ uncle-piak@noknoi.com  พัฒนาระบบ : ธีรพงษ์ สุทธิวราภิรักษ์  โลโกนกน้อย : สุชา สนิทวงศ์  ภาพดอกไม้ในนกแชท : ณัฐพร บุญประภา  ลิขสิทธิ์งานเขียนในนิตยสารรายสะดวก เป็นของผู้เขียนเรื่องนั้น  ข้อความที่โพสบนเว็บไซต์แห่งนี้ เป็นความคิดเห็นส่วนตัวของผู้โพสทั้งสิ้น