นิตยสารรายสะดวก  Memorandum  ๐๘ มกราคม ๒๕๔๘
เรื่องเล่าจากเจนีวา ปีสาม #10
รจนา ณ เจนีวา
...แม่บ้านเข้าใจว่าไม่มี​ใครทำสถิติ​เอาไว้ว่า ผู้หญิงหรือผู้ชายไทยมีแฟน​เป็นฝรั่งมากกว่ากัน...

ตอน : ผู้หญิงไทยในต่างแดน

แม่บ้านเข้าใจว่าไม่มี​ใครทำสถิติ​เอาไว้ว่า ผู้หญิงหรือผู้ชายไทยมีแฟน​เป็นฝรั่งมากกว่ากัน ​แต่หลักฐาน​ที่เห็นตำตาพอ​จะทำให้เชื่อ​ได้ว่า ผู้หญิงไทย​ที่มีแฟน​เป็นฝรั่งนั้น​น่า​จะมีจำนวนมากกว่าผู้ชายไทย​ที่มีแฟน​เป็นแหม่มหลายสิบเท่า

ฝรั่งใน​ที่นี้ขอเน้น​เอาชาวตะวันตกแล้ว​กัน​ทั้งผิวขาวผิวไม่ขาว ผมทอง ผมน้ำตาล ผมเงิน ผมขาว ผมดำ ทุกกลุ่มอายุ ทุกขนาดสูงต่ำอ้วนผอม ทุกอาชีพ สัญชาติไม่จำกัด ไม่ว่า​จะอเมริกัน ออสเตรเลีย นิวซีแลนด์ เยอรมัน สวิส อังกฤษ ฝรั่งเศส นอวีเจียน แดนิช ดัชท์ ฯลฯ

ผู้หญิงไทย​ที่มีแฟน​เป็นฝรั่งคงตอบ​ได้ดีว่าทำไมถึงมีแฟน​เป็นฝรั่ง ในกรณีแม่บ้านขอตอบแบบกำปั้นทุบดินว่า บุพเพสันนิวาส ​เป็นผู้เสกสรรค์ให้

แม่บ้านเคยคิดว่าทำไมผู้หญิงไทยเหล่านี้ถึงไม่มีแฟน​เป็นคนไทย ​แต่ก็ตอบไม่​ได้มาก​ไปกว่าว่า บางคนก็มีแฟน​เป็นคนไทยมาก่อนแล้ว​จริงๆ​ เลิกกัน​ไปแล้่วมา​ได้แฟนฝรั่ง หรือบางคนพบรักก็​เป็นฝรั่งเลย​ ​และเหตุผลไม่น่า​จะเกี่ยว​กับว่าพูด​กับผู้ชายไทยไม่รู้เรื่อง​ ​เพราะคู่ต่างชาติจำนวนหนึ่ง​ก็สื่อสารกันไม่ค่อย​จะ​ได้เหมือนกัน

​ความลำบากในการมีแฟน​เป็นฝรั่งนั้น​มีหลายอย่าง ตั้งแต่เรื่อง​ภาษาพูด​และสื่อสาร ทัศนคติในชีิวิต ​ความ​เป็นอยู่​ อาหารการกิน วัฒนธรรม การปรับตัวเข้า​กับครอบครัวของฝ่ายสามี ​ซึ่งหลายเรื่อง​ก็​เป็นปัญหาสากลไม่ว่า​จะ​แต่งงาน​กับชาติเดียวกันหรือต่างชาติ เช่นเรื่อง​วิธีคิด วิธีวางตัว ​ความสัมพันธ์​กับครอบครัวของ​แต่ละฝ่าย (แม่สามี แม่ยาย)

เรื่อง​ภาษา แม่บ้านคิดว่า​เป็นเรื่อง​ใหญ่มาก ​เพราะการ​จะมีชีวิตคู่​ที่ราบรื่นมัน​ต้องคุยกันรู้เรื่อง​ ไม่ใช่เฉพาะตัวภาษา​ที่​ใช้ ​แต่ว่ารวม​ไปถึงแนวคิดเลย​ทีเดียว ​แต่ดูเหมือนภาษากลับไม่​เป็นอุปสรรคในกลุ่ม​ที่รักแท้หวังอยู่​กินด้วยกันหลายคู่

แม่บ้านรู้จักหญิงไทยในสวิตฯหลายคน​ที่มาหัดพูดภาษาฝรั่งเศส หรือ เยอรมันก็หลังจากย้ายมาอยู่​​ที่นี่แล้ว​ บางคนก็พูด​ได้ไม่กี่คำจริงๆ​ แค่พอพูดคุยนิดๆ​หน่อย​ๆ​ ​ที่เหลือ​ใช้ภาษามือ ภาษาท่าทาง ​ใช้ศัพท์เฉพาะ​ที่รู้กันเฉพาะคู่ ​และอาศัย​ความคุ้นเคย​เป็นเครื่องมือการสื่อสาร หมาย​ความว่าเรื่อง​​ที่พวก​เขา​จะพูดคุยกันในวันหนึ่ง​ๆ​ก็คงมีไม่เท่าไร

​แต่ก็มีอีกหญิงไทยอีกจำนวนหนึ่ง​​ที่เก่งเรื่อง​ภาษา พูด​ได้คล่อง มี​เพื่อน​เป็นชาวสวิสฯมากมาย​ ในขณะ​ที่กลุ่มแรก​จะคบหา​ได้ก็เฉพาะคน​ที่พูดภาษาไทย ทำให้โลกทัศน์ก็พลอย​เป็นจำกัดเฉพาะกลุ่มตน​ไปด้วย

ยกตัวอย่าง มาลี ​ซึ่ง​ได้คู่​เป็นชายสวิสฯลักษณะแบบนายบอนน์เปี๊ยบ​คือ เงียบ เรียบ สมถะ รู้​แต่ทำงานหาเงินอย่างเดียว ชีวิตไม่มีอะไร​น่าตื่นเต้น มาลี​กับแฟนมีลูกชายน่ารักสองคน​กำลังวิ่งเล่นซน พูดไทย​ได้นิดหน่อย​ ครองรักกันมาเจ็ดแปดปี ​แต่มาลีพูดภาษาเยอรมันแค่พอทักทายเรียกกินข้าว​ได้ ทะเลาะกัน​ได้สองสามคำ นอกนั้น​เธอบอกว่า​ส่วนใหญ่ก็​ใช้มือ​ใช้ภาษาใบ้​เอา แม่บ้านก็เลย​สงสัยว่าวันๆ​​เขาคุยกันบ้างไหม

แฟนของมาลีเคยมีภรรยาชาวไทยผ่านมาแล้ว​สองคน ​แต่แยกกัน​ไปใน​ที่สุด ไม่มีลูกด้วยกัน ก็คาดว่ามาลีน่า​จะอยู่​​ได้ยั่งยืน​ที่สุด มาลี​เป็นแม่บ้านเต็มตัว เลี้ยงลูก ทำ​ความสะอาดบ้าน (ตึกโรงงานสามชั้นให้เช่าด้วย) ทำอาหาร วิ่ง​ไปช่วยแฟน​ที่โรงงานเวลาขาดคน (เอ๊ะ ก็ไม่ใช่งานแม่บ้านแล้ว​สิ)

มาลีรักคนไทย​และ​เป็นคนโอบอ้อมอารี เวลามีคนไทยผ่าน​ไปมาแถวนั้น​ ก็​จะเชิญมาทานอาหาร​ที่บ้าน​โดยไม่รังเกียจว่าไม่เคยรู้จักกันมาก่อน แม่บ้าน​ได้รู้จักมาลีก็​เพราะเหตุนี้ ​คือ​ได้​ไปทานข้าวบ้านเธอ ​ได้รับในน้ำใจแห่งคนไทย​ที่​ใครมาถึงเรือนชานก็ต้อนรับ แม่บ้านพบว่า มาลี​เป็นคนงามทีเดียวจากรูปถ่ายของเธอ​ที่เมืองไทย ​แต่​ที่นี่เธอเหมือนเด็กวัยรุ่น ​แต่งตัวสบาย ไม่​แต่งผม​แต่งหน้า กลาย​เป็นอีกคนหนึ่ง​

​ส่วนบางคู่ ฝ่ายชายก็แสนดี เรียนภาษาไทย พูดภาษาไทย ​แม้​จะผูกประโยครู้เรื่อง​มั่งไม่รู้เรื่อง​มั่ง​แต่ก็มี​ความพยายามอย่างยิ่งยวด​เพื่อให้คุย​กับญาติของฝ่ายหญิง​ได้ บางคู่ฝ่ายหญิงก็ตั้งใจ​ไปเรียนภาษา​เพื่อให้คุย​กับพ่อเจ้าประคุณ​และครอบครัวของพ่อเจ้าประคุณรู้เรื่อง​ ต่างก็​ได้อานิสงค์​ที่สื่อสารกัน​ได้รู้เรื่อง​ จนบางคนอยู่​มานับสิบๆ​ปีพูดภาษาฝรั่งเศสปร๋อ เข้าใจธรรมเนียมวัฒนธรรมสวิสฯ​เป็นอย่างดี

ตัวอย่างคู่แบบนี้ ​คือ ธิดา ​กับ ปิแอร์ อยู่​ด้วยกันมาสิบห้าปี มีลูกสองคนเหมือนกัน ปิแอร์หัดพูดภาษาไทยจนคล่อง เจอแม่บ้านทีไรเธอ​จะพูดภาษาไทยด้วย (​แต่แม่บ้านฟังไม่ค่อยรู้เรื่อง​ ​ต้องเดาๆ​​เอาว่าแกพูดอะไร​) ปิแอร์รักเมืองไทย นับถือศาสนาพุทธตามธิดา กลับบ้าน​กับธิดาทุกปีไม่ขาด พี่น้องธิดารักปิแอร์ ธิดา​ไปวัด ​ไปฟังธรรม ปิแอร์ก็​ไปด้วย

เห็นหน้าแม่บ้าน ปิแอร์​ที่​เป็นฝรั่งยกมือไหว้ก่อนเสมอ ช่าง​เป็นไทยเสียไม่มี ​ส่วนธิดาพูดภาษาฝรั่งเศส​ได้ดี มีงานรับทำอาหารส่งตามงานเลี้ยงต่างๆ​ ฝีมือทำอาหารแบบชาววัง ดูแลครอบครัว​ได้ ขณะ​ที่ปิแอร์ทำงาน​กับการรถไฟ​ที่นี่ ​ทั้งคู่เลี้ยงลูกให้มี​ความ​เป็นไทย มือไม้อ่อน พูดไทย​ได้ เข้าวัดเข้าวา​ได้ไม่ขัดเขิน

สำหรับหญิงไทย​ที่ไม่สนใจเรียนภาษานี่ แม่บ้านสรุปว่าอาจ​เป็น​เพราะหัวไม่ให้ สามีไม่สนับสนุน ​ต้องคอย​แต่เลี้ยงลูก ไม่มีเวลา​ไปเรียน หรือไม่มีปัจจัย​ไปเรียน (ค่าเรียนค่อนข้างแพง) ​เมื่อมีลูกขึ้น​มา เด็กๆ​​จะพูดภาษาฝรั่ง​ได้ ทำให้เกิดช่องว่าง​กับแม่​ซึ่งพูด​ได้ไม่มากเท่าไร

แม่บ้านเคยอ่านคอลัมน์ตอบปัญหาให้หญิงไทยในต่างแดน​ที่สงสัยว่า ลูกพูดฝรั่งเศส​ได้​แต่ตัวเองพูดไม่​ได้ ​จะทำอย่างไรดี ควรพูด​กับลูก​เป็นภาษาไทยอย่างเดียวดีหรือไม่ ก็​เป็นทุกข์ของคน​ที่​เป็นแม่อีกแบบหนึ่ง​ ​แต่สุภาพสตรีท่านนี้เธอก็ไม่​ได้คิด​จะ​ไปเรียนภาษาเพิ่ม ก็​เป็นเรื่อง​น่าคิดนะว่า​ความสัมพันธ์แม่ลูก​จะพัฒนา​ไปแบบไหน

​ความยากลำบากถัด​ไป​คือเรื่อง​วัฒนธรรม​และการวางตัว ​เป็นเรื่อง​​ที่​ต้องปรับตัวมาก​เพราะเกือบร้อย​ทั้งร้อยของผู้หญิงไทย ​ต้องจากบ้านมาอยู่​​กับแฟน​ที่ต่างประเทศ น้อยมาก​ที่ฝ่ายชาย​จะปักหลักอยู่​เมืองไทย ​แต่ผู้หญิงไทยเราสบายเสมอ ​แม้​จะลำบากแค่ไหน(เอ๊ะ ก็ไม่สบายน่ะสิ) ก็อดทนไม่บ่น อะไร​​ที่​เป็นของชาย​ที่เรารักแล้ว​ดีเสมอ ยอมรับวัฒนธรรมของฝ่ายชาย​ได้อย่างง่ายดาย ​แม้ั​จะปรับตัวยังไม่ไ้้ด้ในหลายๆ​กรณี​เพราะไม่เข้าใจ​ความ​เป็นมาของวัฒนธรรมเหล่านั้น​หรือวิธีคิด หรือ การเข้าสังคม "แบบฝรั่ง" ​ซึ่งก็ไม่ใช่เรื่อง​ผิดอะไร​

​แต่ผลก็​คือ หญิงไทยเหล่านี้มัก​จะโดดเดี่ยว พูด​กับสามีก็ไม่รู้เรื่อง​ อยาก​จะบอก​ความคับข้องใจมันก็จำกัด​ไปหมด เข้า​กับพ่อแม่พี่น้องของฝ่ายสามีก็ลำบาก บางครั้งเจอฝรั่งโลกแคบก็พลอย​ได้รับการดูถูกดูผิดว่า ​เป็นแค่คนรับ​ใช้ในบ้าน ไม่มีปากเสียงหรือสิทธิเสียง การมา​ได้แฟน​เป็นฝรั่งจึงไม่​ได้ช่วยยกระดับทางสังคมให้พวกเธอ​แต่อย่างไร ​ที่แย่กว่านั้น​​คือ ​จะ​ไปหา​เพื่อนปรับทุกข์นอกบ้านก็​ต้องเลือกหา​แต่คนไทยเท่านั้น​​ซึ่งก็มัก​จะตก​ที่นั่งคล้ายๆ​กัน โลกก็เลย​แคบกัน​ไปหมด

ตอนนี้ว่าเรื่อง​หญิงไทยในต่างแดนแค่นี้ก่อนค่ะ​ เดี๋ยว​จะหนักมาก​ไปกว่านี้ วันหลังเจอกรณีตัวอย่าง​ที่น่าสนใจ​จะนำมาเล่าสู่กันฟังอีกที ฉบับ​นี้ไม่​ได้แถมรูปนะคะ​ ​เอา​แต่เนื้อหาล้วนๆ​

แม่บ้านหญิงไทยคนหนึ่ง​

 

F a c t   C a r d
Article ID S-294 Article's Rate 72 votes
ชื่อเรื่อง เรื่องเล่าจากเจนีวา ปีสาม --Series
ชื่อตอน ผู้หญิงไทยในต่างแดน --อ่านตอนอื่นที่ตีพิมพ์แล้ว คลิก!
ผู้แต่ง รจนา ณ เจนีวา
ตีพิมพ์เมื่อ ๐๘ มกราคม ๒๕๔๘
ตีพิมพ์ในคอลัมน์ ฉันเขียนให้เธออ่าน
จำนวนผู้เปิดอ่าน ๑๐๔๙ ครั้ง
จำนวนความเห็น ๑ ความเห็น
จำนวนดอกไม้รวม ๓๐๘
| | | |
เชิญโหวตให้เรตติ้งดอกไม้แก่ข้อเขียนนี้  
R e a d e r ' s   C o m m e n t
ความเห็นที่ ๑ : add [C-1343 ], [169.210.18.200]
เมื่อวันที่ : ๒๑ ก.ค. ๒๕๔๗, ๑๑.๑๒ น.

สรุปว่า ผู้หญิงไทยน่ารัก​​ที่สุดในโลก อิอิ

แจ้งลบข้อความ


สั่งให้ระบบส่งเมลแจ้งการเพิ่มเติมความเห็น
 ศาลานกน้อย พร้อมบริการเสมอ และยินดีรับฟังข้อเสนอแนะจากทุกท่าน  ติดต่อเว็บมาสเตอร์ได้ทางคอลัมน์ คุยกับลุงเปี๊ยก หรือทางอีเมลได้ที่ uncle-piak@noknoi.com  พัฒนาระบบ : ธีรพงษ์ สุทธิวราภิรักษ์  โลโกนกน้อย : สุชา สนิทวงศ์  ภาพดอกไม้ในนกแชท : ณัฐพร บุญประภา  ลิขสิทธิ์งานเขียนในนิตยสารรายสะดวก เป็นของผู้เขียนเรื่องนั้น  ข้อความที่โพสบนเว็บไซต์แห่งนี้ เป็นความคิดเห็นส่วนตัวของผู้โพสทั้งสิ้น