นิตยสารรายสะดวก  Memorandum  ๒๗ มิถุนายน ๒๕๕๓
รจนารำพึง (ภาคมนุษย์เงินเดือน) #3
รจนา ณ เจนีวา
...ชีวิตประจำวันไม่มีอะไร​ให้น่าเบื่อเลย​ บางวันทีปัญหาโครมเข้ามาให้แก้ทีละหลายเรื่อง​...

ตอน : ชีวิตประจำวัน

งานใหม่​ที่ฉันทำนี้ อาจกล่าว​ได้ว่า ฉัน​ได้​ใช้​ความรู้ ​ความ​สามารถ ทักษะ ประสบการณ์ ​ความอดทน ไหวพริบ ​ความพยายาม การสังเกต การเรียนรู้ บทเรียน ทัศนคติ ธรรมะประจำใจ​ที่​ได้สั่งสมมาตลอดชีวิตการทำงาน

​จะว่า​เป็นงาน​ที่สมบูรณ์แบบก็คงไม่ใช่...​ ​แต่​เป็น​เพราะว่า ฉันถึงวัย​ที่เข้าใจโลกแห่งการทำงานมากขึ้น​ ถึงวัย​ที่ "ขอบคุณ" การมีงานทำ...​. ​แต่ถึงวัย​ที่เลิกโอดครวญ​กับงานหนัก ​แต่ดีใจ​ที่มี "งานหนัก" ให้ทำ ​เพราะแสดงว่า ฉันยังมีไฟอยู่​

ขณะเดียว​กับ ฉันก็พยายามเช็คตัวเองเสมอ ไม่ให้บ้างานจนลืมเวลาพักผ่อนเหมือนสมัยยังเด็กกว่านี้

​เพราะงาน​ที่ทำอยู่​นี้ หากไม่ระวังก็นั่งทำ​ไปจนถึงสี่ห้าทุ่ม​ได้​โดยไม่รู้ตัว ​เพราะ​เป็นงาน​ที่ทำเท่าไรก็ไม่มีวันเสร็จ

อายุ​ที่มากขึ้น​อาจ​จะทำให้ปล่อยวาง​ได้ดีขึ้น​ การ​เป็นคนมีครอบครัวก็​เป็น​ส่วนหนึ่ง​​ที่ทำให้ฉัน​ต้องแบ่งชีวิตการงาน​และครอบครัวให้สมดุล

ประสบการณ์ทำงาน​ที่มากขึ้น​ ทำให้จัดงานดีขึ้น​ ​และจัดการ​กับภารกิจ​ได้อย่างมีประสิทธิภาพ ​ใช้เวลาน้อยลง ตัดสินใจ​ได้ดีขึ้น​ ขบปัญหายาก ๆ​ แตกเร็วขึ้น​

​การปฏิบัติธรรมทำให้ทำงาน​ได้มีสมาธิ ใจจดจ่อ​กับงาน ทำงาน​ได้เสร็จ​เป็นเปลาะ ๆ​ ไม่ค้างงาน มองเห็นธรรมะในการทำงาน

ฉันสังเกตว่า คนรุ่นใหม่มัก​จะคิดว่า ​จะก้าวหน้า​ต้องทำงานหนัก ​แต่การทำงานหนัก ไม่​ได้หมายถึงการทำงาน​ที่มีประสิทธิภาพเสมอ​ไป บางทีเราทำงาน​ใช้เวลานาน​และทำงานหนัก ​เพราะเราจัดลำดับ​ความสำคัญไม่ถูก เราขาดทักษะในงานนั้น​เลย​​ต้อง​ใช้เวลา​และแรงเพิ่ม หรือเรา​ใช้เวลาไม่​เป็น หรือเราทำงาน​ที่ไม่ตรง​กับ​ความถนัด หรือเราหนีปัญหา​ไปจมอยู่​​กับงาน...​ เรียกว่า ​ใช้งาน​เป็น​ที่พึ่ง

​ที่พูดนี้​เพราะฉันก็เคย​เป็นเช่นนี้ ​และตอนนี้ก็เผลอ​เป็นอยู่​ บางครั้งก็จมอยู่​​กับงาน ​เพราะไม่อยากกลับบ้าน​ไปเจอปัญหา หรือไม่อยากเผชิญ​กับ​เพื่อนร่วมงาน​ที่เราไม่ชอบ หรืออยากให้คนอื่นเห็นว่า เราเก่ง เราขยัน เราทำงานหนัก ​เป็นการข่มคนอื่น​ไปในตัว

หาก​ใคร​ต้องทำงานจนตีหนึ่ง​ตีสองทุกวัน ฉันไม่สรรเสริญ ​เพราะแสดงว่า ​เขา​กำลังขาดสมดุลแห่งชีวิตแล้ว​ ​โดยเฉพาะหากขยันทำงานตอนค่ำ ​แต่ตลอดเวลา​ทั้งวันหมด​ไป​กับการเจ๊าะแจ๊ะ​ นินทาเจ้านาย โทรคุย​กับ​เพื่อน หรือทำเรื่อง​​ที่ไม่ใช่งาน

ฉันไม่ส่งเสริมให้คนทำงานในรุ่นไหน ๆ​ ​ทั้งนั้น​​ต้องทำงานจนดึกดื่ีน​เป็นประจำ...​ งานบางงานอาจมีเส้นตาย​ที่​ต้องทำให้เสร็จ (งานธนาคาร ปิดบัญชี งานหนังสือพิมพ์ ฯลฯ) บางครั้ง​ต้องทำหามรุ่งหามค่ำ ​แต่ไม่ควร​จะทุกวัน ​เพราะ​ถ้า​เป็นอย่างนั้น​ ก็แสดงว่า งานไม่เหมาะ​กับเรา หรือเราไม่เหมาะ​กับงาน...​ หรือมีอะไร​ผิดปกติสักอย่างแล้ว​

อย่างไรก็ดี ในภาวะเศรษฐกิจตกต่ำทั่วโลกเช่นนี้ เราก็อดไม่​ได้​ที่​จะดีใจ​ที่มีงานทำ ​และยอมทุ่มเททำงานหนักมากขึ้น​​เพื่อยืนยันว่า ตัวเรายังมีงานทำ ยังโชคดีกว่าคน​ที่​ต้องตกงาน

งาน​ที่ฉันทำมีหน้า​ที่​ต้องประสานงาน​กับผู้บริจาคทุน​และเจ้าหน้า​ที่โครงการต่าง ๆ​ ​โดยเฉพาะในเรื่อง​ของการส่งรายงาน ตัวเลขผู้​ได้รับประโยชน์ การแก้ไขงบประมาณ การแก้ไขโครงการ การเปิดโครงการใหม่ การปิดโครงการ การตรวจระเบียนวัสดุ การติดตามผลจากการตรวจบัญชี การสร้างระบบประกัน​ความถูก​ต้องของข้อมูลผู้รับประโยชน์ การให้ข้อมูล​กับผู้บริจาคตาม​ที่ขอมาทุกเรื่อง​...​

ฟังเผิน ๆ​ ก็ดูไม่ยุ่งยาก ​และดูเหมือน​จะน่าเบื่อด้วยซ้ำ​ไป ​เพราะ​เป็นงานกึ่งธุรการ​และกึ่งจัดการ

​แต่ชีวิตประจำวันไม่มีอะไร​ให้น่าเบื่อเลย​ บางวันทีปัญหาโครมเข้ามาให้แก้ทีละหลายเรื่อง​ ชวนให้ผมหงอกทีละหลายเส้น ​แต่ท้าทายรอยหยักในสมอง ​และท้าทายทักษะนักการฑูต นักวางแผน นักเจรจา นักต่อรอง ​และนักทวงหนี้ (รายงาน​และตัวเลข) ยิ่งนัก ​เป็นการ​ที่​ต้องตัดสินใจ แก้ไขปัญหา ​และ​ใช้วาทะศิลป์อย่างยิ่งยวด

บ่อยครั้ง​ต้องรบรา​กับ​เพื่อนร่วมงาน ​ต้องพูดโน้มน้าวให้​เขาเข้าใจก่อน​ที่​เขา​จะให้​ความร่วมมือ งานของฉัน​จะทำ​ได้สำเร็จ ​ต้อง​ได้รับ​ความร่วมมือจาก​เพื่อนร่วมงานหลายคน ​ต้องเถียงกันคอ​เป็นเอ็น ​แต่ข้อดีของสังคมทำงานแบบฝรั่งหลากชาติก็​คือ เราเถียงก็เถียงกัน​ไป เถียง​เพื่อหาข้อสรุป ไม่​ได้เถียง​เอาชนะ เถียงแล้ว​ก็จบ ไม่มีการ​ไปกัดลับหลัง (หรือ​ถ้า​เขา​จะกัด ฉันก็ไม่รู้ไม่ชี้เสียดีกว่า เรื่อง​อะไร​​จะ​ต้อง​ไปรับ​เอามาให้เปลืองใจ) ไม่มีอารมณ์ขุ่นหรือหน้าบูดใส่กันหลังจากนั้น​ (คง​จะมีแอบ​ไปเม้าท์เล็ก ๆ​ บ้าง​เพื่อระบาย​ความคับข้องใจ)

โชคดี​ที่เจ้านาย​โดยตรงของฉันปล่อยมือให้ฉันดูแลงานเกือบ​ทั้งหมด...​. (เอ หรือโชคไม่ดีกันแน่ ​เพราะฉันก็รับไว้เยอะเหมือนกัน) ​เพราะเจ้านายคนนี้เข้ามาทำงาน​ที่หลังฉัน ​เขาเลย​มอบให้ฉัน​เป็นใหญ่ในหน้า​ที่​ที่ฉันทำอยู่​ ​และฉันก็รายงานให้​เขาทราบ​เป็นระยะ ๆ​ ​เนื่องจากเจ้านายเองก็มีปัญหาอื่น​ต้องแก้ไข

งานหลักของฉันก็​คือ การติดตามให้คนอื่นส่งงานตามเวลา ​และฉัน​เป็นคนรวบรวมผลงานเหล่านั้น​ส่งผู้บริจาคอีกทีนึง การรวบรวมนี่ไม่ใช่แค่​เอาข้อมูลมารวมกันก็เสร็จ ​เพราะ​ต้องตรวจสอบ​ความถูก​ต้องเรียบร้อย​สมบูรณ์ ​ซึ่งแน่ละ มัก​จะมีอะไร​ขาด ๆ​ เกิน ๆ​ อยู่​เสมอ ฉันก็​ต้องตามแก้ไข ตามทวง บ่อยครั้งก็ช่วยแก้ไขให้เสียเลย​

เรื่อง​งานทวงถามนี้ บางครั้งนึกถึงแขกโพกหัวทวงหนี้ตามตลาดเหมือนกัน ลูกหนี้เห็นแล้ว​หวาดผวา ​แต่​เนื่องจากฉัน​เป็นคนไทย หน้าตายิ้มแย้ม เวลา​จะทวงรายงานหรือข้อมูลจาก​ใคร ก็ทวงด้วยรอยยิ้ม...​ จน​เป็น​ที่พรั่นพรึงของ​เพื่อนร่วมงานชายฝรั่งหลายคน ​โดยเฉพาะ​ถ้า​เขาเห็นฉันเดินยิ้มหวาน​เป็นพิเศษ​ไปหา​เขา​เมื่อไร ​เขา​จะทำท่าหนาว ๆ​ ร้อน ๆ​ ทันที ​เพราะรู้ว่าเรื่อง​เดือดร้อนมาถึงแล้ว​ (รายงาน ตรวจบัญชี แขกเยี่ยมโครงการ ผู้บริจาคส่งคำถามมาให้ตอบ งานค้าง) ทำให้ฉันแอบอมยิ้มในใจบ่อย ๆ​

​แต่​ที่จริงทุกคนก็ทำงานอย่างมืออาชีพ​ทั้งนั้น​ ​และต่างให้​ความร่วมมือ​กับฉันอย่างดียิ่ง เพียง​แต่​เขาชอบทำท่าผวาฉัน ​เพื่อหยอกฉันเล่นนั่นเอง ทำให้ชีวิตวัน ๆ​ หนึ่ง​ไม่น่าเบื่อจนเกิน​ไป

​แต่​โดยทั่ว​ไป วันหนึ่ง​ ๆ​ ใน​ที่ทำงานของฉันหมด​ไป​กับหน้าจอ ฉัน​ไปถึง​ที่ทำงานประมาณ ๘ โมง หรือ ๘ โมงครึ่ง ​ซึ่งค่อนข้างเช้า​ของ​ที่นี่ ​เพื่อนร่วมงานคนอื่นมาถึงประมาณ ๙ โมงกว่า ๆ​ พวกเรากลับบ้านกันราว ๆ​ ๖ โมง ถึงทุ่มกว่า ๆ​ บ่อยครั้งฉันอยู่​จนสองทุ่ม

​ระหว่างวัน ฉันไม่ค่อย​ได้ออก​ไปเดินเพ่นพ่านเท่าไร พวกเรามีห้องทำงานคนละห้อง ห้อง​ใครห้องมัน ...​ งานของฉันมีให้ทำไม่รู้จบ เรียกว่า​ทั้งวัน​จะ​เอาเวลา​ไปเล่นเน็ตนี่ลืม​ไป​ได้เลย​ อย่างมากก็เปิดอ่านจดหมายน้อย​ได้นิดนึง ตอบ​ได้สั้น ๆ​ พอหอมปากหอมคอ ​เพราะไม่มีเวลามากกว่านั้น​ เปิดเครื่องคอมฯ ​เมื่อไร งานมาจ่อรอให้ทำจากเช้า​ยันเย็น เวลา​ไปกินข้าวกลางวันบางทีแค่ ๑๕ นาทีหรือครึ่งชั่วโมง ​ทั้งทีเราหยุด​ได้​เป็นชั่วโมง ไม่มี​ใครบังคับให้กินเร็ว ​แต่ฉันอยากทำงานให้เสร็จ

หากมีคำถามก็​จะวิ่ง​ไปถาม​เพื่อนร่วมงาน​ที่ห้อง​เขา หรือโทรศัพท์สายใน​ไป หรือหากไม่ด่วนก็ส่งเมล์​ไป ​จะ​ได้มีหลักฐานเก็บไว้ บางที​เพื่อนร่วมงานก็แวะมาถามปัญหา หรือมาถกเถียงหรือขอคำชี้แจง...​ หรือแค่เข้ามาเจ๊าะแจ๊ะ​ด้วยสัก ๕ นาที ๑๐ นาทีแล้ว​​แต่ว่า​เป็นเรื่อง​อะไร​ บางวันก็มีประชุม ​แต่งานฉันมีประชุมน้อยกว่า​เพื่อนคนอื่น ​ซึ่งก็ดี​ไปอย่าง พวกเรามีชีวิตการทำงาน​ที่มีวินัย ​แต่ก็พยายามรักษา​ความ​เป็นมนุษย์ตามปกติไว้ด้วย

ตอน​ที่เขียนบทนี้ ฉันทำงานใหม่นี้​ได้หกเดือน ในหกเดือนนั้น​ มีช่วงงานหนัก​เป็นระยะ ๆ​ ​ต้องอยู่​สามสี่ทุ่ม​เพื่อส่งรายงาน​ไปอเมริกาให้ทันกำหนดอยู่​ประมาณอาทิตย์นึง ​แต่พอพ้นช่วงนั้น​ก็กลับบ้านตามปกติ ทุ่มหนึ่ง​หรือทุ่มครึ่ง ​ส่วนใหญ่คนข้างตัวของฉัน​จะโทรมาตามให้กลับบ้าน เราทำงาน​ที่เดียวกัน ​แต่​เขาอยู่​คนละแผนก ​ส่วนใหญ่​เขากลับบ้านก่อน ก็​ได้​เขานี่แหละ​​ที่​เป็นนาฬิกาเตือนไม่ให้เราบ้างานเกิน​ไป

งานของ​เขาก็คล้ายงานของฉันตรง​ที่มีช่วงหนึ่ง​​ที่​ต้องทำถึงตีหนึ่ง​ตีสอง ​เป็นช่วงประชุมนานาชาติ ดังนั้น​เราจึงเข้าใจงานของกัน​และกัน นับ​เป็นโชคดีของเรา กลับบ้านเราก็คุยกันเรื่อง​อื่น เรื่อง​งานมีน้อยมาก เราสองคนพยายามออก​ไปเ​ที่ยวพักผ่อนหย่อนใจกันตามสมควร ​เพื่อไม่ให้ชีวิตเครียดจนเกิน​ไป ฉันชอบทำอาหารอร่อย ๆ​ ให้​เขา​และตัวเองทานในวันหยุด

สรุป​ได้ว่า ฉัน​เป็นคนทำงานค่อนข้างสันโดษ รัก​ที่​จะทำงานคนเดียวเงียบ ๆ​ ​เพราะ​เป็นช่วง​ที่แก้ไขปัญหา​ได้หลายอย่าง ​แต่ก็เห็นคุณค่าของการประสานงานในฐานะ​ที่เราทุกคนต่าง​เป็นกลไกขององค์กร ​เมื่อ​ไปถึง​ที่ทำงาน ฉันพยายามให้ใจ​และเวลา​กับงานเต็มร้อย ไม่พยายามปนเวลางาน​กับเรื่อง​​ส่วนตัว

ฉันพยายามให้วันทำงาน​แต่ละวันจบลง​พร้อมด้วย​ความรู้สึกว่า​เรา​ได้ทำอะไร​บางอย่างสำเร็จ เสร็จสิ้น...​ ไม่มีอะไร​​ต้องค้างคาใจ...​ เรียกว่ากลับบ้านแล้ว​หลับสบาย...​...​ แน่ละว่า บางวันก็ไม่​ได้ดังใจเสมอ​ไป แอบ​เอางาน​ไปฝันก็มี

อย่างนี้ก็​ต้องปล่อยวาง...​..

 

F a c t   C a r d
Article ID S-2914 Article's Rate 27 votes
ชื่อเรื่อง รจนารำพึง (ภาคมนุษย์เงินเดือน) --Series
ชื่อตอน ชีวิตประจำวัน --อ่านตอนอื่นที่ตีพิมพ์แล้ว คลิก!
ผู้แต่ง รจนา ณ เจนีวา
ตีพิมพ์เมื่อ ๒๗ มิถุนายน ๒๕๕๓
ตีพิมพ์ในคอลัมน์ บันทึกเงาความคิด
จำนวนผู้เปิดอ่าน ๒๙๔ ครั้ง
จำนวนความเห็น ๓ ความเห็น
จำนวนดอกไม้รวม ๑๓๑
| | | |
เชิญโหวตให้เรตติ้งดอกไม้แก่ข้อเขียนนี้  
R e a d e r ' s   C o m m e n t
ความเห็นที่ ๑ : pilgrim [C-16810 ], [115.87.13.57]
เมื่อวันที่ : ๐๙ มี.ค. ๒๕๕๓, ๒๑.๒๔ น.

ท่าทางรจนา​​จะทำงานหนักเหมือนกันนะ
​​แต่นี่ก็​​คือสไตล์การทำงานแบบฝรั่ง ​​ที่ไม่ค่อยยุ่งอะไร​​กันมากมาย​​ ผิด​​กับคนไทย มี​​แต่โกงเวลา เม้ากัน​​ได้​​ทั้งวันจ้ะ​​

แจ้งลบข้อความ


ความเห็นที่ ๒ : ลป. [C-16812 ], [111.84.32.189]
เมื่อวันที่ : ๑๐ มี.ค. ๒๕๕๓, ๑๐.๑๑ น.

​​ถ้าทำงานมากขนาดนี้ เงินเดือนแพง ๆ​​ ก็สมควรอยู่​​ครับ​​ อีกฟากหนึ่ง​​ของโลกใบเดียวกัน พวกรัฐวิสาหกิจ​​ที่ทำกำไร​​ได้มากนั้น​​ วัน ๆ​​ เดิน​​ไปเดินมา ​​แต่งตัวสะสวย เดี๋ยวก็​​ไปสัมมนาดูงาน ปลายปีก็แจกโบนัสมโหฬาร ​​เขาไม่ใช่มนุษย์เงินเดือนแบบคุณรจฯนะครับ​​ น่า​​จะเรียกพวก​​เขาว่า เทวดาเงินเดือน

"อิจฉา​​เขาละซี้.."
"บ๊ะ มาอีกแระ"
"ก็จริงไหมล่าววว.."
"เออ.. จริงก็​​ได้วะ"

แจ้งลบข้อความ


ความเห็นที่ ๓ : ลุงปิง [C-16815 ], [58.10.216.253]
เมื่อวันที่ : ๑๐ มี.ค. ๒๕๕๓, ๑๑.๕๗ น.

แสดงว่าคุณรจนา​​กำลังสนุกอยู่​​​​กับงานนะครับ​​เนี่ย..

เคยตื่นลุกจาก​​ที่นอน พอรู้ตัวอีกที..ก็มานั่งหน้าเหรออยู่​​​​ที่ทำงาน​​โดยไม่รู้ตัวบ้างหรือเปล่าครับ​​?

​​และดูจากวิธีปรับตัว​​และการจัดระเบียบเวลาการทำงาน น่า​​จะ​​เอา​​เป็นตัวอย่างของคนทำงาน​​ที่มีประสิทธิภาพ​​ที่ดีเยี่ยม!

แจ้งลบข้อความ


สั่งให้ระบบส่งเมลแจ้งการเพิ่มเติมความเห็น
 ศาลานกน้อย พร้อมบริการเสมอ และยินดีรับฟังข้อเสนอแนะจากทุกท่าน  ติดต่อเว็บมาสเตอร์ได้ทางคอลัมน์ คุยกับลุงเปี๊ยก หรือทางอีเมลได้ที่ uncle-piak@noknoi.com  พัฒนาระบบ : ธีรพงษ์ สุทธิวราภิรักษ์  โลโกนกน้อย : สุชา สนิทวงศ์  ภาพดอกไม้ในนกแชท : ณัฐพร บุญประภา  ลิขสิทธิ์งานเขียนในนิตยสารรายสะดวก เป็นของผู้เขียนเรื่องนั้น  ข้อความที่โพสบนเว็บไซต์แห่งนี้ เป็นความคิดเห็นส่วนตัวของผู้โพสทั้งสิ้น