นิตยสารรายสะดวก  Memorandum  ๒๗ มิถุนายน ๒๕๕๓
รจนารำพึง (ภาคมนุษย์เงินเดือน) #2
รจนา ณ เจนีวา
...ตอน​ที่ฉัน​ได้งานประจำทำ ลุงเปี๊ยกแซวว่า "ตอนนี้รจ​ไป​เป็นมนุุษย์เงินเดือนแล้ว​หรือ" ทำให้ฉันเฝ้าครุ่นคิดถึงคำนี้ตลอดเวลา...

ตอน : ทำไม "มนุษย์เงินเดือน"

ฉันสอบบรรจุ​ได้งานปัจจุบันนี้​เมื่อเกือบสองปี​ที่ผ่านมา หลังจากล้มลุกคลุกคลานในเจนีวาเรื่อง​งานเสียเจ็ดปี

ตอน​ที่ฉันเริ่มทำงานใหม่นี้ ฉัน​ได้คุย​กับลุงเปี๊ยกทางเมล์ ลุงเปี๊ยกแซวว่า "ตอนนี้รจ​ไป​เป็นมนุุษย์เงินเดือนแล้ว​หรือ"

ฉันเฝ้าครุ่นคิดถึงคำนี้ตลอดเวลา นึกชอบวิธี​ใช้คำของลุงเปี๊ยก...​ ฉันเลย​ตัดสินใจว่า ​จะเขียนประสบการณ์ของตัวเองในฐานะมนุษย์เงินเดือนคนหนึ่ง​ ​และ​ใช้​เป็นชื่อเรื่อง​...​.

ฉันไม่รู้หรอกว่าลุงเปี๊ยก​ใช้คำนี้ในนัยยะไหน

ฉันมาคิดเล่น ๆ​ คำว่า มนุษย์เงินเดือน มันอาจ​จะเหมือน​เป็นการถากถางน้อย ๆ​ ว่า เรา​เป็นมนุษย์​ที่อยู่​​เพื่อเงินเดือน ​ที่ทำ​เพื่อเงินเดือน ​ที่มีเป้าหมาย​เป็นเงินเดือน ​ที่มีเงินเดือน​เป็น​ที่พึ่ง

หรือมนุษย์เงินเดือนก็​คือ มนุษย์งาน ​ที่เราเคย​ได้ยินนั่นแหละ​ "งาน" นั้น​​เป็นภาคหนึ่ง​ของ​ความ​เป็นมนุษย์ โลกเจริญเติบโตก้าวหน้า​ได้ ก็​เพราะคนมีงานทำ งานสร้างคน คนสร้างงาน งานสร้างผลผลิต งานสร้างสังคม งานสร้างทุน ทุนสร้างงาน งานสร้าง​ความเจริญก้าวหน้า แล้ว​​แต่ว่า​จะมองจากมุมไหน

มนุษย์เงินเดือนอาจ​จะหมายถึง ​ความมีผลิตภาพ การสร้างสรรค์ ​ความแน่นอน (เงินเดือนมัน​ต้องมาทุกเดือนใช่ไหม) ​ความมั่นคง (ไม่้​ต้องหาเช้า​กินค่ำ) ​ความสัมพันธ์เชิงองค์การ (ก็​ต้องมีคนจ่ายเงินเดือนใช่ไหม?) ​ความมีค่ามีราคาของแรงงาน

ฉันเชื่อว่า รากฐานแห่งการ​เป็นมนุษย์ทำงานมาจากครอบครัว​เป็นปฐม อย่างน้อยก็สำหรับฉัน สิ่ง​ที่ฉันเรียนรู้ในครอบครัว ​เป็นการเตรียมเราสู่โลกของการทำงาน ในแง่ของ​ความอดทนต่อการทำงานซ้ำซาก​เป็นเวลานาน ๆ​ เช่น การปอกมะม่วงทีละร้อยลูก ก็เท่า​กับการแปลจดหมายเด็กทีละหลายสิบฉบับ​จนดึกดื่น หรือการห่อขนมเทียนครึ่งค่อนคืน ก็เหมือนการพิมพ์ดีดนาน ๆ​ หรือการตรวจแก้ไขรายงานซ้ำแล้ว​ซ้ำอีก หรือการตำน้ำพริก ก็เหมือนการนั่งแปลงาน​ที่ไม่รู้​จะถึงหน้าสุดท้าย​เมื่อไร หรือการขัดถูพื้นจนสะอาดก็เหมือนการตรวจแก้ไขงานจนถูก​ต้องไม่มี​ที่ติ

พอเรา​เป็นนักเรียน เราก็เรียนรู้สิ่ง​ที่เรา​จะ​เอา​ไป​ใช้ในการทำงาน เช่น การ​ใช้ภาษาให้ถูก​ต้อง (ไวยกรณ์) การบวกลบคูณหาร การคำนวณ (​เอา​ไป​ใช้​ได้​กับทุกเรื่อง​) การเข้าใจ​ความสัมพันธ์ของสิ่งต่าง ๆ​ การเข้าใจหน้า​ที่พลเมือง ศีลธรรม ประวัติศาสตร์ ภูมิศาสตร์ การเมือง กฎหมาย สิทธิมนุษยชน การบริหารองค์กร การทำบัญชี การทำสถิติ ฯลฯ (หรือเรียนรู้ว่า สิ่ง​ที่โรงเรียนสอน เรา​เอา​ไป​ใช้ไม่​ได้ เหมือน​ที่บิลล์ เกต พูดว่า ฮาร์วาร์ดไม่​ได้สอน) ฉันเชื่อว่า โรงเรียน​และมหาวิทยาลัยสอนอะไร​เราหลายอย่าง ​ที่อาจ​จะ​เอา​ไป​ใช้ไม่​ได้​ทั้งดุ้น ​แต่เตรียม​พร้อมเราเรื่อง​การรู้คิด รู้วิเคราะห์ รู้ประเมินมอง รู้จักทำงานให้ทันกำหนด (วิทยานิพนธ์) รู้จักการทำงานให้​ได้มาตรฐาน (เหมือนสอบให้ผ่าน) รู้จักสร้างโลกร่วม​กับคนอื่น เตรียมเปิดโลกทัศน์รับสิ่งใหม่่ ๆ​

พอเรา​เป็นคนทำงานรุ่นเยาว์ รุ่นเริ่มต้นเตาะแตะ เราก็เรียนรู้งานจากสามัญ​ที่สุด ​และเติบโต​ไป​พร้อม​กับงาน ช่วงแรกของชีวิตการทำงาน เราอาจ​เป็นหนี้บุญคุณคนจำนวนมาก เจ้านาย​ที่ใจดี หรือเจ้านาย​ที่ดุ ต่างให้บทเรียน​กับเรา ​เพื่อนร่วมงานรุ่นพี่​ที่เมตตาสั่งสอน ​เพื่อนร่วมงานรุ่นเดียวกัน​ที่​เป็น​เพื่อนปรับทุกข์ หรือ​เป็นคู่แข่ง พนักงาน​ที่ด้อยกว่าเราให้เรา​ได้ฝึก​ความมีเมตตา ​และมองคนเสมอกัน

เราสั่งสม​ความมีวินัย การทำงานร่วม​กับหมู่คณะ ​ความรับผิดชอบ การ​ใช้มาตรฐาน การ​เป็นฟันเฟืองของเครื่องจักรใหญ่ ​และการสร้างวิสัยทัศน์​ทั้งในระดับ​ส่วนตัว​และระดับองค์กร

มนุษย์เงินเดืิอนจึงหมายถึงมนุษย์​ที่มีสังคม​เป็นเผ่าพันธุ์เงินเดือนเหมือนกันด้วย

ฉัน​เป็นมนุษย์เงินเดือนต่อ​เนื่อง​ได้ ๑๗-๑๘ ปี แล้ว​ก็มาหยุดชะงักลง​เมื่อย้ายมาอยู่​ต่างประเทศ

ช่วง ๗ ปี​ที่่ผ่านมาหลังจากย้ายมาต่างประเทศ ฉันไม่มีงานประจำทำ ​แต่มีงานเข้ามาให้ทำ​เป็นชิ้น ๆ​ ​เป็นระยะ ๆ​ จาก​ความมั่นคง กลาย​เป็น​ความไม่แน่นอน สงสัยในศักยภาพของตัวเองอยู่​บ่อย ๆ​ ​แต่ดวงการงานคง​จะไม่ยากไร้จนเกิน​ไป ก็ยังมีอะไร​ให้ทำอยู่​เสมอ พอไม่ให้สมองฝ่อ​ไปเสียก่อน

ชีวิตฉันมีสิ่ง​ที่น่าสนใจอยู่​อย่างหนึ่ง​ ​คือ พอว่างมันก็ว่างจริง ๆ​ ไม่มีอะไร​ทำ ​แต่พอ​จะมีอะไร​ทำสักอย่างมันก็​จะโถมเข้ามาหลาย ๆ​ อย่าง​พร้อมกัน ​เป็นการพิสูจน์​ความอดทนอย่างเยี่ยมยอด (​แต่ตอนมันเกิดนี่ก็หงิก​ไปเหมือนกัน)

​ระหว่างไม่มีคนจ้าง (งาน) ฉันก็​ได้​ใช้เวลาว่าง​ที่​ได้มานี้อย่างดี​ที่สุด ​ไปลงเรียนภาษาฝรั่งเศสจน​ได้ประกาศนีบัตรระดับสูงในช่วงหกปี ​ใช้ชีวิตปรับตัว​กับสังคมใหม่ เรียนรู้เรื่อง​วัฒนธรรม ทำ​ความรู้จักผู้คน​ไป​พร้อมกัน ​ไปลงเรียนเพิ่มเติม ​เอา​ความรู้ใส่หัว ท้าย​ที่สุดลงเรียนพัฒนาหลักสูตรหนึ่ง​ปี (เริ่ม​เมื่อปลายปี คศ ๒๐๐๗) มาจน​เอาตอนต้นปีนี้เอง หมดเวลา​ไปหนึ่ง​ปีครึ่ง

​แต่ชีวิตก็แปลก พอฉันเริ่มลงเรียน กลาย​เป็นว่า งานเข้ามาจ่อ ​แม้ว่า​จะ​เป็นงานชั่วคราว ฉันก็ไม่อยากปฏิเสธ ​เพราะ​ความ​ที่อยาก​เป็นมนุษย์งาน เลย​ทำให้​ต้องเรียน​ไป-ทำงาน​ไปจนหนักอึ้ง แบ่งเวลา​เป็นรายชั่วโมงเลย​ทีเดียว

เท่านั้น​ยังไม่พอ พองานชั่วคราวหมดลง กลับสอบผ่าน​ได้งานประจำ ​ซึ่งตอน​ที่รู้ว่า​ได้งาน ​เป็นตอน​ที่​จะ​ต้องทำวิทยานิพนธ์ส่ง พอ​จะเริ่มงานใหม่ ฉันก็รู้ว่าคงไม่มีทางส่งวิทยานิพนธ์​ได้ทันเวลา ​ต้องขอเลื่อนกำหนดส่ง​ไป ทำให้​ต้องเสียค่าเล่าเรียนเพิ่มอีกหนึ่ง​เทอม (จำนวนเงินเกือบครึ่งนึงของเงินเดือน)

ชีวิตช่างเลือกไม่​ได้เลย​ ​จะไม่​เอางานก็​เป็น​ไปไม่​ได้ ​เพราะเวลา-วารี-งานย่อมไม่คอย​ใคร ​จะยกเลิกการเรียน ก็ไม่ใช่นิสัยของฉันอีกนั่นแหละ​

ก็เลย​ควบ​ทั้งสองอย่างในช่วงหกเดือน​ที่ผ่านมา ​เป็นช่วง​ที่หนัก​ที่สุดในชีวิต จนบางครั้งนึกท้อแท้ อยากยอมแพ้ ​แต่แรงฮึดมันก็เกิดขึ้น​ ​เพราะเราเลือกเอง ​จะ​ไปโทษ​ใคร เรา​ต้องสู้ สุดท้าย ช่วงเวลาอันยากลำบากเรียน-การงานก็ผ่านพ้น​ไป

จนตอนนี้ฉันกลาย​เป็นมนุษย์เงินเดือนอย่างสมบูรณ์ หมดภาระเรื่อง​เรียน

​เมื่อฉันกลับมา​เป็นมนุษย์เงินเดือนอีกครั้งเต็มตัว จึงทำให้ฉันซาบซึ้ง​กับคำนี้อย่างไม่เคย​เป็นมาก่อน

​เมื่อเราไม่มีงานประจำทำ เราจึงรู้คุณค่าของงาน​ที่มีเงินเดือน

​เมื่อเราไม่รู้ว่าเดือนต่อ​ไป​จะมีราย​ได้เท่าไร เราจึงนึกขอบคุณราย​ได้สม่ำเสมอ​ที่​แม้​จะน้อยนิด

​เมื่อเรามีเงินเดือน เราจึงรู้คุณค่าของการเก็บออมสม่ำเสมอ

​และ​เมื่อเรามีงานประจำทำ เราจึงรู้คุณค่าของคำว่า "มนุษย์เงินเดือน"

 

F a c t   C a r d
Article ID S-2913 Article's Rate 27 votes
ชื่อเรื่อง รจนารำพึง (ภาคมนุษย์เงินเดือน) --Series
ชื่อตอน ทำไม "มนุษย์เงินเดือน" --อ่านตอนอื่นที่ตีพิมพ์แล้ว คลิก!
ผู้แต่ง รจนา ณ เจนีวา
ตีพิมพ์เมื่อ ๒๗ มิถุนายน ๒๕๕๓
ตีพิมพ์ในคอลัมน์ บันทึกเงาความคิด
จำนวนผู้เปิดอ่าน ๓๘๘ ครั้ง
จำนวนความเห็น ๔ ความเห็น
จำนวนดอกไม้รวม ๑๓๑
| | | |
เชิญโหวตให้เรตติ้งดอกไม้แก่ข้อเขียนนี้  
R e a d e r ' s   C o m m e n t
ความเห็นที่ ๑ : ลุงเปี๊ยก [C-16783 ], [111.84.81.164]
เมื่อวันที่ : ๐๖ มี.ค. ๒๕๕๓, ๐๐.๐๐ น.

๕๕๕ โดนพาดพิง ๆ​​

คำว่า มนุษย์เงินเดือน ​​ที่เอ่ยถึงในเมลผมน่า​​จะหมายถึง คนทำงาน​​ที่มีราย​​ได้ประจำน่ะครับ​​ ไม่​​ได้มีนัยยะแอบแฝงอะไร​​ สี่ห้าปี​​ที่ผ่านมาผมก็​​เป็นมนุษย์เงินเดือน คำแพง​​เป็นข้าราชการก็ถือ​​เป็นมนุษย์เงินเดือนประเภทหนึ่ง​​

มนุษย์เงินเดือน อาจ​​จะมาจากการแปลคำว่า Salary man แบบดื้อ ๆ​​ มั้ง คน​​ที่​​ใช้คำนี้​​เป็นคนแรก อาจ​​จะตั้งข้อสังเกตว่าคน​​ที่มีราย​​ได้จากเงินเดือนนั้น​​ มีลักษณะร่วมคล้าย ๆ​​ กัน ​​คือดีใจ​​เมื่อถึงวันศุกร์ (TGI Friday) ​​และไม่ค่อยอยาก​​จะลุกจากเตียงในเช้า​​วันจันทร์​​เป็นต้น

เจอะ​​ใคร​​ที่ดูท่า​​จะมี​​ความสุขในบ่ายวันศุกร์ ก็​​จะเดา​​ได้ว่า หมอนี่น่า​​จะ​​เป็นมนุษย์เงินเดือนแน่ ๆ​​ ๕๕๕

เคย​​ได้ยินพรรคพวกคนหนึ่ง​​พูดว่า โอ..ปาฏิหาริย์ ​​ได้กลับบ้านสี่โมง คำพูดแบบนี้คน​​ที่ไม่ใช่มนุษย์เงินเดือนด้วยกัน ฟังแล้ว​​ไม่เก็ทหรอก จริงไหม?

แจ้งลบข้อความ


ความเห็นที่ ๒ : pilgrim [C-16784 ], [124.122.24.174]
เมื่อวันที่ : ๐๖ มี.ค. ๒๕๕๓, ๐๐.๔๐ น.

คน​​ที่​​กำลังเบื่องานย่า​​จะอ่านนะคะ​​

มีงานทำ ก็ยังดีกว่าว่างงานแหละ​​ค่ะ​​ จริงไหมคะ​​ รจ

แจ้งลบข้อความ


ความเห็นที่ ๓ : ข้าวฟ่าง [C-16785 ], [111.84.118.245]
เมื่อวันที่ : ๐๖ มี.ค. ๒๕๕๓, ๐๘.๔๔ น.

มนุษย์เงินเดือนใน​​ความหมายของข้าวฟ่าง ​​คือคน​​ที่มีชีวิตอยู่​​เดือนชนเดือนจากราย​​ได้ ​​ที่มันอาจไม่ถูก​​ต้องตาม​​ความหมายนัก ข้าวฟ่างเองแทบไม่มีโอกาส​​ได้ถือเงินเดือนเหมือนกัน ​​เพราะเดือน​​ที่มันชนเดือน​​พอดีไงคะ​​

​​แต่สิ่ง​​ที่​​ได้จากการทำงาน​​คือ การเรียนรู้ทุกข์​​และสุข การ​​ได้แบ่งปัน ​​ได้รับรู้รสของ​​ความรู้สึกหลากหลาย ​​ทั้งรัก,ชอบ, เกลียด,ชัง,เฉย หรือเริ่มเซ็ง​​กับชีวิต นั่นต่างหาก​​คือค่าจ้าง​​ที่​​เป็นเงินออมในกระปุกออมสินแห่งชีวิต​​ที่มี​​แต่วันเพิ่มขึ้น​​ไม่มีวันหมดเหมือนเงินเดือน​​ที่​​ได้รับ​​เป็นมูลค่า

...​​นี่แหละ​​ทำให้มนุษย์เงินเดือนอย่างข้าวฟ่างอยู่​​​​ได้​​กับทุกวัน ทุกคืน ทุกเดือน​​และทุกปี​​ที่ผ่านมา...​​ขอบคุณคุณพี่รจนา ​​กับข้อคิดดีๆ​​คะ​​

แจ้งลบข้อความ


ความเห็นที่ ๔ : ลุงปิง [C-16814 ], [58.10.216.253]
เมื่อวันที่ : ๑๐ มี.ค. ๒๕๕๓, ๑๑.๔๖ น.

ห่างหายจากชีวิตมนุษย์เงินเดือนมานาน ​​ได้มาอ่านเรื่อง​​นี้ เท่า​​กับ​​ได้ทบทวนอดีตอีกครั้ง

นับว่าการเปลี่ยนงาน​​และการตัดสินใจ​​เป็นเรื่อง​​​​ที่สนุก​​และน่าตื่นเต้นดีครับ​​ ​​และคุณรจนาก็​​เป็นนักสู้​​ที่เลือก​​ทั้งเรียน​​และทำงาน​​ไป​​พร้อมๆ​​กัน จนประสบผลสำเร็จ น่านับถือครับ​​!

แจ้งลบข้อความ


สั่งให้ระบบส่งเมลแจ้งการเพิ่มเติมความเห็น
 ศาลานกน้อย พร้อมบริการเสมอ และยินดีรับฟังข้อเสนอแนะจากทุกท่าน  ติดต่อเว็บมาสเตอร์ได้ทางคอลัมน์ คุยกับลุงเปี๊ยก หรือทางอีเมลได้ที่ uncle-piak@noknoi.com  พัฒนาระบบ : ธีรพงษ์ สุทธิวราภิรักษ์  โลโกนกน้อย : สุชา สนิทวงศ์  ภาพดอกไม้ในนกแชท : ณัฐพร บุญประภา  ลิขสิทธิ์งานเขียนในนิตยสารรายสะดวก เป็นของผู้เขียนเรื่องนั้น  ข้อความที่โพสบนเว็บไซต์แห่งนี้ เป็นความคิดเห็นส่วนตัวของผู้โพสทั้งสิ้น