นิตยสารรายสะดวก  Memorandum  ๒๐ มิถุนายน ๒๕๕๔
เที่ยวไปตามใจฉัน #56
pilgrim
...เราจึงผลุบเข้า​ไปในร้าน Moss Burger ​โดยทันที ​และก็ไม่ผิดหวัง ทุกคนดู​จะเพลิดเพลิน​กับอาหาร​ที่ตัวเองสั่ง

ไก่ทอดร้านนี้อร่อยมากๆ​ ขอบอก...​...

ตอน : เที่ยวญี่ปุ่นแบบวุ่นเล็กๆ (9. ไคยูคัง (Kaiyukan) เริงเล่นร่าเริงใจในพลับพลาสมุทร...)

พูดถึงเรื่อง​อาหารการกิน หลังจาก​เมื่อเย็นก่อน ​ที่น้องป๊อบบอกกินอาหารไม่ลงท้อง พวกเราจึง​ต้องพยายามหาร้าน​ที่น้องป๊อบแก​จะกิน​ได้ "ลงท้อง"

ดังนั้น​ หลังจาก​ที่เดินหลงในตอนเช้า​ เรา​ได้​ไปเจอร้านอาหารฟาสต์ฟู้ดแห่งหนึ่ง​​ที่มีรูปถ่ายอาหารโฆษณาไว้แล้ว​จัดว่า "น่าเข้า" ​และ "น่ากิน" มากๆ​
​ที่ว่าน่ากิน ​คือ ​เป็นภาพของไก่ทอด​และเบอร์เกอร์ชนิดต่างๆ​

พวกเรามาอยู่​ญี่ปุ่น​ได้ย่างเข้าวัน​ที่สาม ​แต่ก็พลันรู้สึกว่า​อาหารการกินของพวกเราขาดแคลน "เนื้อสัตว์" พิกล ​เพราะ​แต่ละวัน​จะกินกัน​แต่ข้าวปั้น ​กับมาม่า ฮี่ๆ​ๆ​ๆ​ๆ​

​แม้ในร้านอาหารอิตาเลียน​ที่เราเข้า ก็​เป็นแป้ง​และข้าวเสีย​เป็น​ส่วนมาก

ดังนั้น​ ​เมื่อเห็นร้านไก่ทอด​และเบอร์เกอร์จึงดีใจ ​แม้ปกติ แทบ​จะไม่เคยกิน

จึงตกลงกันว่า เข้าร้านนี้แหละ​ ​เพราะฉันน่ะ หมายมั่นปั้นมือว่าวันนี้​จะกินไก่ทอดให้หนำใจ

เราจึงผลุบเข้า​ไปในร้าน Moss Burger ​โดยทันที ​และก็ไม่ผิดหวัง ทุกคนดู​จะเพลิดเพลิน​กับอาหาร​ที่ตัวเองสั่ง

ไก่ทอดร้านนี้อร่อยมากๆ​ ขอบอก...​

ฉันเองเพิ่งถึงบางอ้อ ในเวลา​ต่อมา ​เมื่อ​ไปเดินเ​ที่ยว​ที่ Central World เมืองไทย พลัน​ต้องตื่นเต้น ​เมื่อเห็นมีร้าน Moss Burger ตั้งอยู่​ เอ...​นี่มัน​เป็นร้าน​ที่เราเคยกิน​ที่โอซาก้านี่นา

ถึง​ได้รู้ว่า ร้านนี้​เป็น​ที่นิยมของคอฟาสต์ฟู้ดในเมืองไทยด้วยเช่นกัน คราวนี้ ​ถ้าอยากกิน ก็ไม่​ต้องบิน​ไปญี่ปุ่นแล้ว​แหละ​...​

​เมื่อกินอิ่ม เราก็เดินกลับ​ไป​ที่สถานีรถไฟ Morinomiya ​เพื่อขึ้น​รถ Subway สาย Chuo line ​ไปลง​ที่สถานี Osakako แล้ว​เดินมุ่ง​ไปยังย่านเทมโปซัง (Tempozan marketplace) ​เพื่อ​จะ​ไปเ​ที่ยวชมอะแควเรียมไคยูคัง ​และขึ้น​ชิงช้าสวรรค์ยักษ์ Tempozan Ferris Giant Wheel

ออกจากสถานีรถไฟ เราก็เดิน​ไปเรื่อยๆ​ ฉันพบร้านขายของ​ที่ระลึก​ระหว่างทาง ​เป็นร้านเล็กๆ​ มีการ​เอาของออกมาตั้งขายแบบวาง​กับพื้น เหมือนบ้านเราเลย​วุ้ย

ลองเยี่ยมๆ​ มองๆ​ เห็นมีธงไทย ภาษาไทยติดอยู่​ด้วย ก็เลย​แวะดูซะเลย​

แม่ค้าก็เยี่ยมหน้าออกมาดูพวกเราด้วยอัธยาศัยไมตรีอันดี ยิ้มแย้ม แล้ว​ถามว่าเรามาจากไหน เราเลย​บอกว่า​เป็นคนไทย แล้ว​ชี้ให้ดูธงไทย

เธอเลย​บอกว่า "สวัสดีก้ะ" ตามแบบญี่ปุ่น โอ้โฮ แถวนี้น่ากลัว​จะมีทัวริสต์พี่ไทยมากันเยอะนะเนี่ย

ฉันเลย​ฉลองศรัทธา​กับการต้อนรับอันอบอุ่น ด้วยการซื้อแม่เหล็กติดตู้เย็นเสียหลายอัน ​เพราะเห็นว่าน่ารัก​และราคาไม่แพงมาก แล้ว​ก็ซื้ออีกหลายอย่าง เช่น พัด กระเป๋าผ้าใส่เศษตังค์ คนอื่นๆ​ ก็เลย​ร่วมซื้อบ้าง

แม่ค้าใจดีเห็นเราซื้อกันเยอะแยะ ก็เลย​​เอาแม่เหล็กมาแถมให้ฉันในฐานะ​เป็นผู้นำในการซื้อกระหน่ำ...​แหะๆ​ๆ​ๆ​ แล้ว​ก็แถมให้น้องป๊อบด้วย ในฐานะ​ที่แกน่ารัก ​และแกช่วยเลือกให้แม่แก

ช้อปปิงริมทางเสร็จ พวกเราก็เดินกันต่อ จนเห็นชิงช้าสวรรค์อันยักษ์ ​แต่เรายังไม่ขึ้น​ ​เพราะ​ได้รับการบอกเล่ามาว่า ควรขึ้น​ค่ำๆ​ ​เพื่อชมแสงสีอ่าวโอซาก้า

คลิกดูภาพขยาย


จึงซื้อตั๋วเข้า​ไปชมอะแควเรียมก่อน

อันว่า ไคยูคังนี้ จัด​เป็นหนึ่ง​ในอะแควเรียม​ที่ใหญ่​ที่สุดของโลก อยู่​ในย่าน​ที่เรียกว่า หมู่บ้านท่าเรือเทมโปซัง ​ซึ่ง​เป็นท่าเรือเดินสมุทรของโอซาก้า ข้างๆ​ อะแควเรียม ยังมีห้างสรรพสินค้าขนาดใหญ่อีกด้วย

​เมื่อเดินเข้า​ไปในไคยูคัง พนักงานหน้าตาจิ้มลิ้มก็ให้เราขึ้น​บันไดเลื่อน​ไปชั้นบนก่อนเลย​ นี่ไง...​สไตล์เดียว​กับปราสาทโอซาก้าเป๊ะเลย​ หลอกให้เราขึ้น​​ไปดูจาก​ที่สูง ชั้นบนสุดก่อน แล้ว​ค่อยๆ​ เดินวนลงมาตามทางลาด

คลิกดูภาพขยาย

...​...​...​...​...​...​...​...​...​...​...​...​...​...​...​...​.ด้านหน้าของไคยูคัง

สิ่งมีชีวิตทางทะเล​ที่จัดมาแสดงก็เน้นสัตว์น้ำ​ที่อยู่​ในมหาสมุทรแปซิฟิก ​โดย​ที่ภูมิประเทศของญี่ปุ่นเองก็อยู่​ในมหาสมุทรแปซิฟิก

คำว่า Kaiyukan ในภาษาญี่ปุ่นหมายถึง "เริงเล่นในพลับพลาสมุทร" (Playing in the Sea Pavilion)

​เป็น​ความหมาย​ที่ละเมียดละไม โดนใจมากๆ​ เลย​ ​เพราะอะแควเรียมแห่งนี้ มีสิ่งมีชีวิตทางทะเล​ที่หลากหลาย ​และด้วย​ความใหญ่โต กว้างขวางของอะแควเรียม พวกปลา​และสิ่งมีชีวิต​ทั้งหลายจึงเริงเล่น แหวกว่ายกัน​ได้อย่างร่าเริงใจราว​กับพวกมันอยู่​ในมหาสมุทรจริงๆ​

อย่างนี้มีหรือน้องป๊อบ​จะไม่ชอบ...​.แกวิ่งวนดูด้วย​ความเพลิดเพลิน ไม่มีคำว่าขี้เกียจหรือเบื่อหรือเหนื่อยอีกต่อ​ไป

เสียดาย​ที่การถ่ายรูปในอะแควเรียม ​เป็นเรื่อง​ยากสำหรับฉัน ...​.

หนึ่ง​​เพราะแสงน้อย สอง​เพราะสิ่งมีชีวิตเคลื่อนไหวกันตลอดเวลา ​และสาม ฉันไม่มีขาตั้งกล้อง (ขี้เกียจแบก) ถ่ายด้วยมือเปล่า ภาพเลย​ไหวๆ​ เบลอๆ​ ไม่น่าดู จึงขอนำมาให้ดูเท่า​ที่​จะพอดู​ได้

คลิกดูภาพขยาย

...​...​...​...​...​...​...​...​...​...​...​...​...​...​...​...​...​.ปลาน้อย

คลิกดูภาพขยาย

...​...​...​...​...​...​...​...​...​...​...​...​...​...​...​...​.ปลาใหญ่หน่อย​

คราวนี้มาดูแมงกะพรุนกันดีกว่าค่ะ​

คลิกดูภาพขยาย


คลิกดูภาพขยาย


คลิกดูภาพขยาย


คลิกดูภาพขยาย



คลิกดูภาพขยาย



คุณอ๋ำ ​เพื่อนร่วมคณะเดินทางอีกกลุ่มหนึ่ง​บอกว่า ชอบอะแควเรียมแห่งนี้มาก แค่​ได้เห็นกระเบนยักษ์หรือ Manta ray แห่งมหาสมุทรแปซิฟิก นั่นก็คุ้มแล้ว​

จากนั้น​ เราก็ออกมาดูแสงไฟคริสต์มาสภายนอก ​เนื่องจากเรา​ไปเ​ที่ยวกันในช่วงปลายเดือนพฤศจิกายน ​ซึ่งใกล้เทศกาลคริสต์มาสเข้ามาทุกที

คลิกดูภาพขยาย



คลิกดูภาพขยาย


แล้ว​ก็ตามด้วยของโปรดของน้องป๊อบ ​คือ ​ไปขึ้น​ชิงช้าสวรรค์ยักษ์ ชมแสงสีของอ่าวโอซาก้ากัน หนึ่ง​รอบ​ใช้เวลา 15 นาที

ชิงช้าสวรรค์ยามค่ำ

คลิกดูภาพขยาย


น้องป๊อบ​กับคุณพ่อ คุณแม่ขึ้น​อีกกระเช้า​หนึ่ง​
คลิกดูภาพขยาย


แสงสีอ่าวโอซาก้า
คลิกดูภาพขยาย


คลิกดูภาพขยาย


คลิกดูภาพขยาย


แสงสีสวย...​​และตื่นตาตื่นใจดีค่ะ​

เสร็จจากนั่งชิงช้า เราก็ลองเดินเข้า​ไปดูในห้างสรรพสินค้า

พอพวกเราเจอร้าน​ที่ขายของน่ารักๆ​ ตระกูล Sanrio หรือ Kitty ​ที่​เป็นแมวสีชมพูน่ารักๆ​ ก็เลย​เดินหลงวนเวียนอยู่​ในร้านแห่งนั้น​ หมดเงินกัน​ไปถ้วนหน้า ยกเว้นคุณพ่อ​และน้องป๊อบ​ที่ไม่สนน้องคิตตี้ ​แต่​ไปเดินหาซื้อของกินมื้อเย็นกัน

ฉัน​จะขอถ่ายรูปร้านคิตตี้​ที่มี​แต่ของสวยๆ​ งามๆ​ น่ารัก มา ​แต่คนขายเธอบอกไม่ให้ (อย่างสุภาพ) ก็เลย​อดถ่ายมาเก็บไว้ดูค่ะ​

น้องป๊อบยังซ่า ก่อนหมดแรง
คลิกดูภาพขยาย


เสียเงินตัวเบาแล้ว​ เราก็กลับเกียวโตกัน ขากลับนี้ พวกเรา​ได้ซาบซึ้งธรรมเนียมญี่ปุ่นเต็ม​ที่ นั่น​คือ รถไฟจากโอซาก้ากลับเกียวโตแน่นมากๆ​...​แน่นแบบมหาประลัย...​

พวกเรายืนเบียดเสียด สงสารก็​แต่น้องป๊อบ​ที่​ต้องยืน...​.แถมด้วย​ความเหนื่อยเพลีย...​แกก็ง่วง​และผล็อยหลับ...​ก็​ต้องยืนหลับอย่างนั้น​ ​โดยพิงร่างพี่เนยไว้ แล้ว​พวกเราก็กันๆ​ วงไว้ให้แกพอมีอากาศหายใจ ​เพราะแกตัวเตี้ยกว่า​เพื่อน ฉันเห็นชายญี่ปุ่นบางคน​ที่เราเผลอ​ไปเบียด​เขา มองพวกเราด้วยสายตารำคาญ

กลับถึงสถานีเกียวโตเลย​ให้สามพ่อแม่ลูกนั่งแท็กซี่กลับโรงแรม ​เพราะสงสารน้องป๊อบ ​เนื่องจากรถคันเดียวนั่งไม่พอ ฉัน​กับพี่เนยเลย​เดินกลับ...​.น่า​จะ​ใช้คำว่าลากขากลับ...​​จะดีกว่า
พักสักครู่พอหายเหนื่อย เราก็ออก​ไปหาของกินกัน...​..

ค่ำวันนั้น​ พี่แจ๊ว​และหนูอีฟลูกสาวแวะมาหาพวกเรา​ที่โรงแรม ​พร้อม​กับนัดแนะกันถึงโปรแกรมวันรุ่งขึ้น​...​​ได้เจอกันซะทีนะพี่แจ๊ว...​

เล่าให้ปิ๊กฟังถึงเรื่อง​น้องป๊อบยืนหลับบนรถไฟ หลานปิ๊กหัวเราะฮ่าๆ​ๆ​ๆ​

บอกว่า...​นั่นแหละ​ เจ้าป๊อบมันเข้าถึงวัฒนธรรมเด็กญี่ปุ่นแล้ว​ละครับ​ ​เพราะเกิด​เป็นเด็กญี่ปุ่น ​ต้องยืนหลับกันบนรถไฟกันอย่างนี้แหละ​...​อย่าหวังว่าผู้ใหญ่​จะลุกให้นั่ง...​.อนิจจา...​..

 

F a c t   C a r d
Article ID S-2876 Article's Rate 170 votes
ชื่อเรื่อง เที่ยวไปตามใจฉัน --Series
ชื่อตอน เที่ยวญี่ปุ่นแบบวุ่นเล็กๆ (9. ไคยูคัง (Kaiyukan) เริงเล่นร่าเริงใจในพลับพลาสมุทร...) --อ่านตอนอื่นที่ตีพิมพ์แล้ว คลิก!
ผู้แต่ง pilgrim
ตีพิมพ์เมื่อ ๒๐ มิถุนายน ๒๕๕๔
ตีพิมพ์ในคอลัมน์ ฉันเขียนให้เธออ่าน
จำนวนผู้เปิดอ่าน ๔๔๑ ครั้ง
จำนวนความเห็น ๑ ความเห็น
จำนวนดอกไม้รวม ๗๔๐
| | | |
เชิญโหวตให้เรตติ้งดอกไม้แก่ข้อเขียนนี้  
R e a d e r ' s   C o m m e n t
ความเห็นที่ ๑ : Rotjana Geneva [C-15165 ], [213.103.147.79]
เมื่อวันที่ : ๑๔ ธ.ค. ๒๕๕๑, ๐๔.๐๘ น.

สนุก​​กับพิลด้วยค่ะ​​ อะแควเรียมก็สวยงามน่าดูมาก น้ำ​​เป็นสีฟ้าจัดจับใจจริง ๆ​​

เอ๊ะ เมนูไก่ทอดฟังน่ากินนะ

อ่านจบก็ลากขาเหมือนพิลเหมือนกัน เพรา่ะวันนี้รจเล่นทำ​​กับข้าว​​ไปวัด​​ทั้งเย็น...​​ยืนมั่ง วิ่งมั่ง ​​เมื่อยจังเลย​​...​​

คิดถึงนะคะ​​

แจ้งลบข้อความ


สั่งให้ระบบส่งเมลแจ้งการเพิ่มเติมความเห็น
 ศาลานกน้อย พร้อมบริการเสมอ และยินดีรับฟังข้อเสนอแนะจากทุกท่าน  ติดต่อเว็บมาสเตอร์ได้ทางคอลัมน์ คุยกับลุงเปี๊ยก หรือทางอีเมลได้ที่ uncle-piak@noknoi.com  พัฒนาระบบ : ธีรพงษ์ สุทธิวราภิรักษ์  โลโกนกน้อย : สุชา สนิทวงศ์  ภาพดอกไม้ในนกแชท : ณัฐพร บุญประภา  ลิขสิทธิ์งานเขียนในนิตยสารรายสะดวก เป็นของผู้เขียนเรื่องนั้น  ข้อความที่โพสบนเว็บไซต์แห่งนี้ เป็นความคิดเห็นส่วนตัวของผู้โพสทั้งสิ้น