นิตยสารรายสะดวก  Fiction  ๐๗ พฤศจิกายน ๒๕๕๑
ฆาตไม่ถึง #46
ปักษิณ
...นางบุญมา ลุงเบี้ยว​และท่านศาสตราจารย์รองฤทธิ์ เดินเรียงแถวออกมาจากโขดหินด้านล่าง​ที่​ซึ่งสารวัตรสัญชัย​และจ่ามือปราบ​ทั้งสอง​ได้ซุ่มหลบซ...

ตอน : เผยโฉมหน้า

คลิกดูภาพขยาย
นางบุญมา ลุงเบี้ยว​และท่านศาสตราจารย์รองฤทธิ์ เดินเรียงแถวออกมาจากโขดหินด้านล่าง​ที่​ซึ่งสารวัตรสัญชัย​และจ่ามือปราบ​ทั้งสอง​ได้ซุ่มหลบซ่อนตัวอยู่​อย่างมิดชิด

​ซึ่งนับว่า​เป็น​ความโชคดีของพวกตำรวจกองปราบ ​เนื่องจากระยะแค่นั้น​ไม่​ได้ห่างกันสักเท่าไหร่เลย​ ​เพราะมัน​คือเส้นทางลับ​ที่มาจากศูนย์วิจัยฯบ้านขุนซ่อง​ได้อีกทางหนึ่ง​ ​โดย​ใช้เวลาน้อยกว่าเส้นทางปกติถึงหนึ่ง​เท่าตัว

ท่านผู้เฒ่าศาสตราจารย์ดอกเตอร์ฉลองออกมายืนยิ้มเผล่รอรับ​ทั้งสามคนอยู่​​ที่หน้าระเบียงมุข โบกไม้โบกมือให้ด้วยท่าทีกิริยาราว​กับว่าช่างดีอกดีใจอะไร​ปานนั้น​

"สวัสดีค่ะ​อาจารย์"

นางบุญมากระพุ่มมือไหว้อย่างอ่อนช้อยทำให้ลุงเบี้ยว​และศาสตราจารย์แฝดรอง​ต้องพากันยกมือไหว้ตาม

"แม่มารศรี หล่อนมา​ได้จังหวะเวลา​พอดีเลย​ทีเดียว"

"จังหวะเวลา​พอดีอะไร​กันหรือคะ​อาจารย์?"

"อ้าวก็ฮ.​ที่หล่อนนัดไว้ให้มารับยังไงล่ะ ​เขาเพิ่งวิทยุมาบอก​เมื่อครู่นี้เองว่าดินฟ้าอากาศไม่ค่อย​จะอำนวยขอเลื่อนเวลาออก​ไปอีกสักประมาณครึ่งชั่วโมง"

"มารศรีคิดว่าพวก​เขามากันแล้ว​เสียอีกนะคะ​นี่?"

นางบุญมาเรียกตัวเองว่ามารศรีตาม​ที่ท่านดอกเตอร์ฉลองเรียกเธอว่าแม่มารศรีทำให้เค้าเดิมของนางบุญมาแทบไม่มีเหลือให้เห็นเลย​สักนิด ลุงเบี้ยวเหลียวหัน​ไปมองหน้าภรรยา​พร้อม​กับทำตาปริบๆ​

"อ้าว..​ถ้าฮ.มาแล้ว​ พวก​เขา​จะ​ไป​โดยไม่มีท่านศาสตราจารย์รองฤทธิ์​ได้อย่างไรกันล่ะ ​โดยเฉพาะฉัน​ต้องขอขอบใจแม่มารศรี​และยอดชายนายใบบุญ​ที่​ได้ช่วยกระทำการครั้งนี้ให้เกิดผลดีบรรลุตามเป้าหมาย​ที่กำหนด?"

ลุงเบี้ยวหรือนายใบบุญหน้าบาน​เมื่อดอกเตอร์ฉลองผู้​เป็นเจ้านาย​ได้เอ่ยชื่อเสียงเรียงนามของตัวเองอย่างเต็มยศ ​เขารีบเสนอหน้ารับมุขทันทีด้วย​ความตื่นเต้นดีใจ

"การ​ที่ผลงานออกมา​เป็น​ที่พอใจท่านมากนั้น​ก็​เป็น​เพราะว่าพวกเราทำงานกันอย่างสุดฝีมือเลย​ล่ะครับ​?"

"สุดฝีมือเลย​เชียวหรือพ่อใบบุญ?"

"อาจารย์อย่า​ไปฟังนายคนนี้​เขาพูดเลย​ค่ะ​ เพ้อเจ้ออะไร​​ไปตามเรื่อง​ตามราว ไม่รู้ด้วยซ้ำกระมังว่า​เขา​กำลังพูดถึงเรื่อง​อะไร​กันอยู่​?"

"อ้าวก็พูดถึงเรื่อง​ผลงานของพวกเราไม่ใช่หรือ?"

"ผลงานอะไร​ล่ะพ่อใบบุญ?" ดอกเตอร์ฉลองเอ่ยถามยิ้มๆ​

"ก็ผลงาน​ที่เอ้อ..​ที่เราจับตัวท่านศาสตราจารย์แฝดรองมา​ได้ไม่ใช่หรือครับ​อาจารย์"

"นั่นยังไงคะ​อาจารย์ มารศรีบอกแล้ว​ไม่เชื่อว่านายคนนี้​เขาชอบพูดจาอะไร​เพ้อเจ้อเลอะเทอะบอกกี่ครั้งๆ​ก็ไม่เคยฟังสักที"

"พูดอย่างนี้กลัวว่าฉัน​จะแย่งคะแนนผลงานของเธอ​ไปหรืออย่างไรแม่บุญมาเอ๊ย..แม่มารศรี?"

"ฉันขี้เกียจพูด​กับแกแล้ว​ตาเบี้ยวใบบุญ ยิ่งพูดยิ่งเลอะ​ไปกันใหญ่"

"สองคนนี่ยิ่งนานวัน ​ความรักดูยิ่ง​จะกระชับมั่นเพิ่มขึ้น​ทุกวันนะ!"

"กระชับมั่นกะผีอะไร​กันล่ะคะ​อาจารย์ นายใบบุญของอาจารย์เนี่ยยิ่งนานวัน​จะยิ่งกวนโมโหหนักข้อขึ้น​ทุกทีละซีไม่ว่า...​"

"พูดให้ดีนะแม่บุญเอ๊ย..มารศรี ฉัน​ไปกวนเบื้องไหนของแม่เข้าล่ะจ๊ะ​?"

"ก็กวน​ทั้งเบื้องสูงเบื้องต่ำนั่นแหละ​อีตาบ้า อยาก​จะลองดูซักเบื้องไหมล่ะเบื้องต่ำของฉัน​กำลังว่างอยู่​​พอดี?"

ลุงเบี้ยวเอ๊ยนายใบบุญกระโดดโหยงถอยหลังกรูด​ไปตั้งหลักหลบอยู่​หลังท่านศาสตราจารย์แฝดรองทำตาปริบๆ​

"นี่​ถ้าไม่เกรงว่าท่านศาสตราจารย์รองฤทธิ์​จะขาดสองท่อน อยาก​จะลองเหวี่ยงดูสักป้าบ ดูทีหรือว่าเบื้องต่ำของฉัน​จะขนาดไหน?"

"พอกัน​ได้แล้ว​แม่มารศรีกะพ่อใบบุญ นึกว่าฉันขอก็แล้ว​กัน ทะเลาะกันอย่างนี้​เขาว่าระวัง​จะหัวปีท้ายปีนะ!"

"หน้าอย่างนี้หรือ​จะมีน้ำยา เชอะ!" นางมารศรีสะบัดหน้าพรืด

"​เอาไว้ถึงทีกูมั่งอย่ามาสะกิดกูเชียวนะ​จะบอกให้!"

"เอ้า..อย่ามัวกระเง้ากระงอดกันอยู่​เลย​ เชิญขึ้น​มาบนระเบียงนี่กันก่อนเถอะ ฉันมีอะไร​ให้พวกเรา​ได้ชื่นชมผลงานกันให้กระ​จะแก่ลูกตา"

​เมื่อ​ทั้งสามผู้มาใหม่ก้าวขึ้น​​ไปนั่งบนโซฟามังกรเหยียบเมฆกันหมดแล้ว​ ท่านศาสตราจารย์ดอกเตอร์ฉลอง บุญยังก็ให้สัญญาณด้วยการปรบมือขึ้น​สามครั้ง

สิ้นเสียงปรบมือร่างของชายสามคนก็ก้าวพ้นประตูออกมาจากภายในตัวบ้านไร่ไพรพนา​โดยเดินเรียงกันออกมาอย่างสง่าผ่าเผย...​

บุคคลแรก​คือท่านอดีตรัฐมนตรีดอกเตอร์วัชรินทร์ มโนมัยผยองอยู่​ในชุดสูทสีน้ำเงินเข้ม ผูกเน็คไทสีแดงอันถือ​เป็นสีนำโชคประจำตัวของท่าน สวมรองเท้าหนังสีดำขัดมันปลาบ

ท่าน​ที่สอง​คือท่านอดีตสส.ดอกเตอร์เฉลียง บุญยังอยู่​ในชุดสูทสีเทาเข้ม ผูกเน็คไทสีเขียวมะกอก​และสวมรองเท้าหนังสีดำเช่นเดียวกัน

​ส่วนคนสุดท้าย​คือท่านอดีตข้าราชการชั้นผู้ใหญ่ของกรมทางหลวงนายผัน สวรรค์ประทานพร อยู่​ในชุดข้าราชการระดับซีสิบของกระทรวงคมนาคม ในมือของ​เขาถือถาดโลหะสีเงิน ​ซึ่งมีชุดสูทสีเทาอ่อน​พร้อมเน็คไทสีฟ้าสดใส​และถุงเท้า​พร้อมรองเท้าขัดมันปลาบครบชุดวางอยู่​ด้านบน

​ทั้งหมดเดินตามกันออกมายืนเรียงแถวหน้ากระดานต่อหน้าท่านศาสตราจารย์ดอกเตอร์ฉลอง โค้งคำนับทำ​ความเคารพ​พร้อมๆ​กัน​ทั้งสามคน

"ทีนี้ก็เหลือบุคคลสำคัญอีกเพียงคนเดียว​คือท่านศาสตราจารย์รองฤทธิ์​ที่​จะ​ต้องรีบเข้า​ไป​แต่งตัวให้สม​กับตำแหน่งยอดนักวิทยาศาสตร์ผู้เกรียงไกรแห่งยุค​เพื่อ​ที่​จะ​ได้​ไปแสดงตนต่อสาธารณชนให้ชาวโลก​ได้รับรู้ถึง​ความยิ่งใหญ่ในครั้งนี้"

นายผันถือถาดเดินเข้า​ไปหาท่านศาสตราจารย์รองฤทธิ์​พร้อม​กับโค้งคำนับ​และยื่นถาด​ที่ใส่ชุดสูทให้พลางกล่าวเชื้อเชิญ

"เชิญท่านรับชุดของท่าน​และโปรดกรุณารีบเข้า​ไป​แต่งตัวในห้อง​ได้แล้ว​ครับ​ท่านศาสตราจารย์ เหลือเวลาอีกเพียงไม่ถึงครึ่งชั่วโมงฮ.ก็​จะมารับแล้ว​ครับ​"

​เมื่อท่านศาสตราจารย์รองฤทธิ์​แต่งตัวเสร็จ​และกลับออกมายืนเรียงแถวอีกครั้งหนึ่ง​ ศาสตราจารย์ดอกเตอร์ฉลองก็ตรงเข้า​ไปตบบ่าแฝดรองด้วยใบหน้ายิ้มแย้ม

"ผมขออวยพรให้พวกคุณเดินทาง​โดยปลอดภัย ขอให้การประชุมสัมมนาครั้งนี้จงสำเร็จลงด้วยดี ​และคิดว่าผลงานพิเศษของมูลนิธิฯสำหรับหน่วยงานของเราในครั้งนี้​จะทำให้ทั่วโลกตะลึงงัน เราหวัง​ที่​จะ​ได้รับรางวัลโนเบลเช่นเดียว​กับท่านศาสตราจารย์หยวน ที. ลีแห่งไต้หวัน​และท่านศาสตราจารย์มาริโอ เจ. โมริน่าแห่งเม็กซิโก ​ทั้งหมดขึ้น​อยู่​​กับการสัมมนาในครั้งนี้เท่านั้น​ หวังว่าพวกคุณ​ทั้งสี่คนคง​จะ​พร้อมแล้ว​สินะ?"

"พวกเรา​พร้อมแล้ว​ครับ​" ดอกเตอร์วัชรินทร์ตอบแทน​เพื่อนร่วมทีม

"​ถ้าเราออกเดินทางตามกำหนดเวลา พวกคุณก็​จะถึงเกาะตะรูเตากันภายในเวลาไม่เกินสองชั่วโมงเท่านั้น​เอง จากนั้น​​จะมีเรือโฮเวอร์คราฟท์มารับพวกคุณ​ทั้งสี่คน​ไปส่งยัง​ที่พัก ณ โรงแรมโฟร์ซีซั่นส์ รีสอร์ตในเกาะลังกาวีของมาเลเซีย ทางเรา​ได้สำรอง​ที่พักให้พวกคุณเรียบร้อย​หมดแล้ว​​และก็​จะมีคนของมูลนิธิฯคอยอำนวย​ความสะดวก​ปลอดภัยให้พวกคุณ​ที่โน่นอีกต่างหาก"

"พวกเรา​ทั้งหมดขอขอบคุณท่านอาจารย์มากนะครับ​​ที่​เป็นธุระให้ทุกสิ่งทุกอย่าง"

"พวกเธอก็เหมือน​กับลูกของฉันทุกคนนั่นแหละ​ มีอะไร​ช่วย​ได้มันก็​ต้องช่วยกันวันยังค่ำจริงไหม?"

"นับว่าพวกเรา​ทั้งหมดนี้​เป็นหนี้บุญคุณท่านอาจารย์มากเลย​ทีเดียวละครับ​"

"พวกเธอ​ต้อง​ไปขอบคุณแม่มารศรี​และนายใบบุญ​เขาด้วยจึง​จะถูก ไม่ใช่มาขอบคุณฉันเพียงคนเดียว"

"พวกเรา​ทั้งหมด​ต้องขอขอบคุณคุณมารศรี​และคุณใบบุญ​ที่​ได้ช่วยให้ผลงานวิจัยต่างๆ​ลุล่วงลง​ได้ด้วยดี"

"ไม่​เป็นไรค่ะ​ มารศรี​และคุณใบบุญยินดีช่วยเหลือเต็ม​ที่!"

"นี่​ถ้าพวก​เขาไม่เลื่อนการประชุมจากกรุงเทพฯ​ไปเกาะลังกาวีพวกเราก็คง​จะหมดโอกาส​ที่แสดงให้ทั่วโลกเห็นผลงานมหัศจรรย์ในการค้นพบ​ที่ยิ่งใหญ่ของพวกเรานะครับ​ ​ทั้งนี้​เพราะเรา​ทั้งสามคนต่างก็มีคดีหลบหนีหมายศาลกันอยู่​ในขณะนี้ ​และสำหรับ​ความสำเร็จของผลงานในครั้งนี้นั้น​ ท่านศาสตราจารย์ดอกเตอร์ฉลอง บุญยัง​คือหัวใจของงาน​ทั้งหมด"

"อย่ามัว​แต่เจรจาต้าอ่วยกันอยู่​เลย​ นี่ก็ใกล้​จะ​ได้เวลา​ที่ฮ.​จะมาแล้ว​ ผมว่าพวกเราทยอยพากันเดิน​ไปรออยู่​​ที่ใกล้ลานจอดก่อนดีกว่า พวกคุณ​จะ​ได้​ไปกันเลย​ทีเดียว​เพื่อไม่ให้​เป็นการเสียเวลา อีกอย่าง​เมื่อ​ไปถึง​ที่โน่นพวกคุณ​จะ​ได้​ไปทันงานเลี้ยงต้อนรับนักวิทยาศาสตร์หลายสาขาจากทั่วโลกคืนนี้ยังไงล่ะ"

"เสียงฮ.ดังมาใกล้แล้ว​ครับ​ท่าน"

นายใบบุญป้องปากกระซิบข้างหูศาสตราจารย์ดอกเตอร์ฉลองเบาๆ​

ท่านผู้เฒ่าผมขาวยกมือขึ้น​ป้องหน้าผาก​เพื่อสังเกตดูวิถีทางบินของเฮลิคอปเจอร์​ที่​กำลังบินร่อนมา เสียงดังผับๆ​ค่อยๆ​แรงขึ้น​เรื่อยๆ​จนแลเห็นตัวเครื่อง​ได้ชัดใน​ที่สุด

โทรศัพท์มือถือของท่านศาสตราจารย์ดอกเตอร์ฉลองดังขึ้น​ ​เมื่อ​เขารับสาย​และวางสายลงแล้ว​ ​เขาก็โบกมือให้สัญญาณแก่นักบินแสดงอาการว่า​พร้อมแล้ว​

เฮลิคอปเตอร์เบลล์ ๒๐๖ "เจ็ทแรงเยอร์" สีขาวปลอดมีสัญลักษณ์นกฮูกอยู่​บนตัวถังเครื่อง​ทั้งสองด้านค่อยๆ​ทิ้งตัวลงจอดบนลานซีเมนต์ด้านหน้าใกล้​กับลำธาร เสียงใบพัดหมุนควงดังผับๆ​​โดยนักบินไม่ยอมดับเครื่อง ยอดไม้ใบหญ้าปลิวลู่​ไปตามกระแสลมแรงจากการหมุนของใบพัดเฮลิคอปเตอร์

ท่านผู้เฒ่าผมขาวเร่งให้บุคคล​ทั้งสี่รีบวิ่งตรง​ไปยังเฮลิคอปเตอร์เจ็ทแรงเยอร์ลำนั้น​ ​เพื่อ​ที่​จะ​ได้บินออก​ไปยังจุดหมายปลายทางกันทันทีเลย​ทีเดียว

ขณะ​ที่ชาย​ทั้งสี่​กำลังก้มตัววิ่งเหยาะๆ​​เพื่อ​ที่​จะมุ่งหน้า​ไปทางเฮลิคอปเตอร์ลำนั้น​ ก็​ได้ยินเสียงตะโกนจากโทรโข่งขนาดจิ๋ว

"หยุด! ขอให้ทุกคนหยุดอยู่​​กับ​ที่เดี๋ยวนี้..นี่เจ้าหน้า​ที่ตำรวจ"

ท่านผู้เฒ่าผมขาวศาสตราจารย์ดอกเตอร์ฉลอง บุญยัง​ได้ยินเสียงนั้น​แว่วๆ​หากยังไม่ค่อยชัดเจนนัก ​เนื่องจากเสียงใบพัด​และเสียงเครื่องยนต์ของเฮลิคอปเตอร์เจ็ทแรงเยอร์ดังกลบเสียงอื่นจนเกือบหมดสิ้น

"หยุดเดี๋ยวนี้..นี่เจ้าหน้า​ที่ตำรวจ!!"

เสียงดังขึ้น​อีกนิดทำ​เอาท่านผู้เฒ่าผมขาวหันหน้าขวับ​ไปทาง​ที่มาของเสียงนั้น​ทันที ชายชราแลเห็นนายตำรวจหนุ่มถืออาวุธปืน​และโทรโข่ง​พร้อม​กับตำรวจอีกสองนาย​กำลังวิ่งตรงลงมาจากโขดหิน​ที่ซ่อนทางต้นยางใหญ่สามต้นนั้น​

ปัง!!

เสียงกระสุนปืนกัมปนาทขึ้น​ฟ้าแสดงถึงการยิงขู่​เพื่อให้กระทำตาม ​แต่ดูเหมือนว่า​จะยิ่งเร่งให้​ทั้งหมดก้าวเท้าเร็วขึ้น​​ไปอีก ​โดยตามหลังมาด้วยเสียงสำทับของท่านผู้เฒ่าผมขาว​เพื่อกระตุ้นให้รีบ​ไปให้พ้นจากสถานการณ์อันวิกฤตเช่นนี้

"​ไป..รีบขึ้น​ฮ.​ไปเลย​อย่าหยุด!"


*********

 

F a c t   C a r d
Article ID S-2846 Article's Rate 47 votes
ชื่อเรื่อง ฆาตไม่ถึง --Series
ชื่อตอน เผยโฉมหน้า --อ่านตอนอื่นที่ตีพิมพ์แล้ว คลิก!
ผู้แต่ง ปักษิณ
ตีพิมพ์เมื่อ ๐๗ พฤศจิกายน ๒๕๕๑
ตีพิมพ์ในคอลัมน์ เรื่องยาว ซีรีส์
จำนวนผู้เปิดอ่าน ๒๑๐ ครั้ง
จำนวนความเห็น ๒ ความเห็น
จำนวนดอกไม้รวม ๒๒๐
| | | |
เชิญโหวตให้เรตติ้งดอกไม้แก่ข้อเขียนนี้  
R e a d e r ' s   C o m m e n t
ความเห็นที่ ๑ : Rotjana Geneva [C-15032 ], [212.152.9.114]
เมื่อวันที่ : ๐๖ พ.ย. ๒๕๕๑, ๑๓.๐๗ น.

"เผยโฉมหน้า" หรือ "เปิดหน้ากาก" ดีคะ​​

น่าลุ้นมากเลย​​ค่ะ​​ ว่าตำรวจ​​จะล้อมจับ ฮ. ​​ได้หรือเปล่า

มอบ ให้เช่นเคยค่ะ​​

แจ้งลบข้อความ


ความเห็นที่ ๒ : ปักษิณ [C-15033 ], [58.10.216.75]
เมื่อวันที่ : ๐๖ พ.ย. ๒๕๕๑, ๑๕.๓๑ น.

"เผยโฉมหน้า" ดีกว่าครับ​​คุณรจนา

ขอบคุณครับ​​...​​..

แจ้งลบข้อความ


สั่งให้ระบบส่งเมลแจ้งการเพิ่มเติมความเห็น
 ศาลานกน้อย พร้อมบริการเสมอ และยินดีรับฟังข้อเสนอแนะจากทุกท่าน  ติดต่อเว็บมาสเตอร์ได้ทางคอลัมน์ คุยกับลุงเปี๊ยก หรือทางอีเมลได้ที่ uncle-piak@noknoi.com  พัฒนาระบบ : ธีรพงษ์ สุทธิวราภิรักษ์  โลโกนกน้อย : สุชา สนิทวงศ์  ภาพดอกไม้ในนกแชท : ณัฐพร บุญประภา  ลิขสิทธิ์งานเขียนในนิตยสารรายสะดวก เป็นของผู้เขียนเรื่องนั้น  ข้อความที่โพสบนเว็บไซต์แห่งนี้ เป็นความคิดเห็นส่วนตัวของผู้โพสทั้งสิ้น