นิตยสารรายสะดวก  Fiction  ๐๗ พฤศจิกายน ๒๕๕๑
ฆาตไม่ถึง #43
ปักษิณ
...​เมื่อตำรวจจากกองปราบปรามพิเศษ ​ทั้งสามนายเดินใกล้บ้านหลังงามนั้น​เข้า​ไปทุกที สารวัตรสัญชัยก็​ต้องตกตะลึงสะดุ้งโหยง ​เมื่อปรากฏว่ามีลิงต...

ตอน : เบื้องหลังดอกเตอร์ฉลอง

คลิกดูภาพขยาย
​เมื่อตำรวจจากกองปราบปรามพิเศษ​ทั้งสามนายเดินใกล้บ้านหลังงามนั้น​เข้า​ไปทุกที สารวัตรสัญชัยก็​ต้องตกตะลึงสะดุ้งโหยง ​เมื่อปรากฏว่ามีลิงตัวเขื่องกระโดดห้อยโหนอยู่​บนคาคบของต้นมะเดื่อป่า มันทำท่าแลบลิ้นปลิ้นตาหลอกจนดูน่าขัน มือข้างหนึ่ง​ของมันมองดูไกลๆ​คล้ายดัง​กับมีอะไร​​ที่​กำลังถืออุ้ม​เอา​ไปด้วย มันห้อยกระโดดโหน​ไปโหนมาด้วยมือเพียงข้างเดียว ​โดยวิธีเหวี่ยงตัวจากต้นหนึ่ง​​ไปยังอีกต้นหนึ่ง​อย่างคล่องแคล่ว

สารวัตรสัญชัย​และจ่ามือปราบ​ทั้งสองพากันมายืนอยู่​ข้างลำธาร​ที่​สามารถมองเห็นน้ำใสไหลรินพลิ้ว​เป็นระลอกยามกระแสลมพัดผ่าน กลิ่นของ​ความชุ่มชื้น​และอากาศบริสุทธิ์ลอยมากระทบจมูก สารวัตรหนุ่มสูดอากาศหายใจลึกเข้า​ไปเต็มปอดทำให้แช่มชื่นขึ้น​อีกอักโขจนรู้สึก​ได้

ลิงตัว​ที่​เขามองเห็น​เมื่อสักครู่ย้อนกลับมาโหนอยู่​​ที่คาคบไม้มะเดื่อต้นเดิม สัญชัยสังเกตเห็นมันอุ้มกระเตง​เอาอะไร​มาด้วยสีน้ำตาลคล้ายท่อนไม้

ต่อ​เมื่อเข้า​ไปใกล้จ่าทองเปลวถึง​กับอุทานออกมาด้วย​ความแปลกใจ

"นั่นมันกำปั่นทำจากไม้สักใบเล็กๆ​​ที่หัวนอนของตาผัน ​ที่ผมบอกว่าหาย​ไปนี่ครับ​สารวัตร!"

"เออ จริงด้วยซี แล้ว​กำปั่นมันมาอยู่​​กับลิงตัวนี้​ได้อย่างไรกันล่ะจ่าทองเปลว?"

"อ๋อ! ผมจำ​ได้แล้ว​ล่ะครับ​..จ่าฉะอ้อนจำ​ได้ไหม​ที่ลุงเบี้ยวแกเล่าให้เราฟังเกี่ยว​กับเรื่อง​​ที่ท่านศาสตราจารย์​ทั้งสอง​ได้​เอาลิงของตาผัน​กับหมาของลุงเบี้ยว​ไปทดลองอะไร​บางอย่างทางด้านวิทยาศาสตร์"

"ใช่แล้ว​ ลุงเบี้ยวเล่าให้ฟัง​เมื่อวัน​ที่เรามากันครั้งก่อนตอน​ที่เราชวนลุงเบี้ยว​ไปกิน​ที่ร้านช่อชะมวง ​เพื่อสืบเรื่อง​นายเด็ดดวงไง"

"ผมว่า​ที่เราคิดว่าตาผันกลับ​ไป​เอากำปั่นติดตัว​ไปด้วยคง​จะไม่ใช่เสียแล้ว​ล่ะครับ​ ไอ้จ๋อตัวนี้มันคง​ไปอุ้ม​เอามาเล่นเองมากกว่า?"

"ท่า​จะจริง ​แต่ถึงอย่างไร ​ถ้าเจ้าจ๋อตัวนี้​เป็นลิงของตาผันจริง ก็แสดงว่าตาผัน​ต้องอยู่​แถวนี้แน่นอน อาจ​จะอยู่​ในบ้านหลัง​ที่เห็นข้างหน้าเรานี้ก็​ได้"

"ก็น่า​จะจริงอย่าง​ที่สารวัตรคาดคะ​เนนะครับ​"

"ทีนี้ปัญหาอยู่​​ที่ว่าทำไมตาผัน​ต้องกลับ​ไปเก็บ​เอาลองกองมาจนหมดสวนอย่างนั้น​ด้วยเล่า?"

"ข้อนั้น​ยังไม่เท่าไหร่ มันแปลกตรง​ที่ว่า ​ใคร​คือผู้​ที่ช่วยตาผันแบกหาม​เอาลองกองมากมาย​ขนาดนั้น​​ได้ในเวลาเพียงไม่กี่ชั่วโมงเท่านั้น​เอง"

"อาจ​เป็น​ไป​ได้ว่ามีผู้​ที่คอยช่วยเหลือตาผันในยามคับขัน หรือไม่ก็​เพื่อประโยชน์อะไร​สักอย่าง​เป็นแน่แท้"

"สารวัตรดูโน่นซีครับ​ มีลานซีเมนต์กว้างอยู่​บนเนินหน้าบ้านเสียด้วย ​เขา​เอาไว้สำหรับทำอะไร​กันล่ะครับ​นั่น?" จ่าทองเปลวชี้มือ​ไปยังเนิน​ที่เห็นอยู่​ข้างหน้า

"​เขาคงมี​เอาไว้ให้ชาวสวนชาวไร่เก็บหรือตากข้าวโพด ข้าวเปลือกหรือจำพวกพืชผักผลไม้เสียมากกว่าละมั้ง?" จ่าฉะอ้อนว่า

"​แต่ผมว่ามันคลับคล้ายคลับคลาเหมือน​กับลานจอดเฮลิคอปเตอร์นะจ่า!"

"​ถ้าจริงอย่าง​ที่สารวัตรว่าพวกนี้ก็​ต้อง​เป็นพวกข้าราชการชั้นผู้ใหญ่หรือคนในกองทัพจึง​จะมีฮ.ไว้​ใช้​ได้ใช่ไหมครับ​" จ่าฉะอ้อนให้​ความเห็นอีก

"พวกค้าของเถื่อนละมั้ง?"

"หรือฮ.ฉุกเฉินสำหรับนักการเมือง​ที่​จะลงจอดในกรณี​ที่​จะ​ต้องหลบหนีคดีทางการเมือง"

"​แต่​จะ​เป็นอะไร​ก็ช่างเราควรเข้า​ไปสำรวจดูให้ถ่องแท้ ​เอาอย่างนี้ จ่าทองเปลวเข้า​ไปทางด้านหลังบ้าน ผม​จะเข้า​ไปถามหาเจ้าของบ้านทางด้านหน้า ​ส่วนจ่าฉะอ้อนคอยระวังหลังดูเหตุการณ์ร้าย​ที่อาจเกิดขึ้น​​ได้​เพื่อกันพลาด"

ขณะ​ที่ตำรวจ​ทั้งสาม​กำลังวางแผนการกันอยู่​นั้น​ เจ้าแซมลิงของตาผันก็โหนกิ่งไม้เข้ามาใกล้ทำท่าแหกตาแลบลิ้นหลอกอีกครั้งหนึ่ง​ก่อน​ที่​จะห้อยโหนตัวอย่างรวดเร็ว ชั่วแผล็บเดียวมันก็กระโดดขึ้น​ระเบียงบ้านหายลับตัว​ไปทางมุมบ้านอีกด้านหนึ่ง​

"ป่านนี้ตาผันคงรู้ตัวแล้ว​ล่ะว่าพวกเราตามมาถูก​ที่ ​และคิดว่าแกคง​จะ​กำลังรอต้อนรับเราอยู่​ ​ซึ่งผมอาจ​จะ​เป็นเป้าอย่างจ่าฉะอ้อนก็​ได้ ช่วยระวังหลังให้ผมด้วยก็แล้ว​กัน"

"ครับ​ผม ระวังตัวด้วยนะครับ​สารวัตร"

"​ไป​ได้จ่า"

สารวัตรหนุ่มเดินตรง​ไปเข้าทางด้านหน้าบ้านในขณะเดียว​กับ​ที่จ่าทองเปลวอ้อม​ไปเข้าทางด้านหลัง สารวัตรสัญชัยเตรียมระมัดระวังตัวอย่าง​พร้อมมูลเต็ม​ที่ ​เขายืนตรงหัวบันไดทางขึ้น​​ไปสู่ระเบียงด้านหน้า​พร้อม​กับตะโกนเรียกถามหาเจ้าของบ้าน

"สวัสดีครับ​!...​มี​ใครอยู่​ไหมครับ​..ผมมาหาเจ้าของบ้านครับ​"

"มีผมอยู่​คนเดียว มีอะไร​หรือครับ​?"

เจ้าของเสียง​เป็นชายสูงอายุผมขาวไว้หนวดเคราขาว โผล่ใบหน้า​ที่เหี่ยวย่น​ไปตามวัยออกมายืน​ที่ระเบียงด้วยท่าที​เป็นมิตร

"ผม​กำลังมาตามหาบุคคลคนหนึ่ง​ ขอให้ผมขึ้น​​ไปคุย​กับท่านบนบ้านหน่อย​​จะ​ได้ไหมครับ​?"

"เชิญครับ​..เชิญขึ้น​มาข้างบนระเบียงนี้เลย​ครับ​คุณตำรวจ"

สารวัตรสัญชัยก้าวขึ้น​​ไปบนระเบียง​ที่สร้าง​เป็นมุขยื่นออกมาอย่างระมัดระวัง บนระเบียงมุขนั้น​มีชุดรับแขกทำจากปุ่มรากไม้มะค่าขุด​และแกะสลักเสลาลวดลายสวยงาม​เป็นรูปมังกรลอยฟ่องอยู่​บนก้อนเมฆขัดจน​เป็นมันปลาบ ​ซึ่งโต๊ะกลางก็ทำจากไม้​และลวดลายชนิดเดียวกัน

ชายผมขาวเดินเข้า​ไปในตัวบ้าน​โดยปล่อยให้สารวัตรหนุ่มนั่งรออยู่​บนโซฟามังกรเหยียบเมฆชั่วครู่ แกก็ออกมา​พร้อม​กับขวดไวน์แคทเทล​พร้อมแก้วสองใบเปิดจุก​และรินยื่นส่งให้นายตำรวจด้วยใบหน้ายิ้มละไม

"เชิญดื่ม​เพื่อสุขภาพครับ​คุณตำรวจ"

"ครับ​..เชิญดื่ม​เพื่อสุขภาพ"

​ทั้งคู่ชนแก้วพอ​เป็นพิธี ​แต่ก่อน​ที่ชายชรา​จะเอ่ยกล่าวสิ่งใดออกมา เจ้าแซมก็กระโจนพรวดลงมากลางระเบียงฉวยแก้วไวน์ของชายชรา​ที่เพิ่งรินรอบสองหมาดๆ​วิ่งหนีโหนตัวขึ้น​​ไปนั่งบนราวระเบียงอย่างหน้าตาเฉย

ชายชราส่ายศีรษะ​โดยไม่พูดไม่จาท่านก็ก้าวเข้า​ไปในห้องหยิบ​เอาแก้วใบใหม่มาเปลี่ยน​และรินไวน์ใส่แก้วใหม่ คราวนี้ท่านหันหน้า​ไปทางเจ้าแซมลิงจ๋อ​พร้อม​กับยกแก้วไวน์ขึ้น​ชู​พร้อม​กับเอ่ยเช่นเดียวกัน​กับ​ที่พูด​กับชายหนุ่ม

"เชิญดื่ม​เพื่อสุขภาพครับ​คุณแซม"

สารวัตรสัญชัยมองด้วย​ความพิศวงงงงวยต่อภาพ​ที่เห็นอยู่​เบื้องหน้า ​เพราะปรากฏว่าเจ้าแซมยกแก้วขึ้น​ชู​และกระดกไวน์แคทเทลแก้วนั้น​รวดเดียวเกลี้ยง มันวางแก้วไวน์ไว้​ที่ราวระเบียง จากนั้น​ก็กระโดดโหนกิ่งไม้ผละจาก​ไป​โดยส่งเสียงเจี๊ยกๆ​ห่างออก​ไปตามหมู่ไม้​ที่อยู่​ไม่ไกล

"เจ้าลิงตัวนี้มันขี้เล่นชอบมาแย่งดื่มไวน์กินเสมอแหละ​ครับ​คุณตำรวจ อย่า​ไปถือสามันเลย​"

"ลิงตัวนี้​เป็นลิงของตาผันไม่ใช่หรือครับ​คุณลุง?"

"ใช่..มันชอบ​ไปขลุกอยู่​บ้านตาผันเสมอๆ​จนคนทั่ว​ไป​เขาคิดว่ามัน​เป็นลิงของตาผัน ​ทั้งนี้​เพราะมันเชื่อง​กับคนมาก มันคงไม่​ได้คิดว่าเรา​เป็นศัตรูของมันกระมังครับ​ มันจึงดูไม่ค่อย​จะกลัวคนสักเท่าไหร่"

"ผมชื่อพ.ต.ต.สัญชัยจากกองปราบปรามพิเศษครับ​ ไม่ทราบว่าท่านมาอยู่​​ที่นี่นานหรือยังครับ​"

"ผมชื่อฉลอง บุญยัง ​จะเรียกผมว่าลุงฉลองก็​ได้ครับ​"

"เอ๊ะชื่อฉลอง บุญยังนี้ฟังดูคุ้นๆ​นะครับ​ สมัย​เป็นนักเรียนมัธยมจำ​ได้ว่าเคย​ได้เรียนหนังสือชีววิทยา​ที่ท่าน​แต่ง​ใช้​เป็นแบบเรียนไม่ใช่หรือครับ​"

"​ความจำคุณยังดีมากนี่คุณตำรวจ คน​ส่วนมาก​เขาลืมคนแก่ๆ​อย่างผม​ไปกันหมดแล้ว​ ​และเดี๋ยวนี้แบบเรียน​ที่ผมเขียน​เขาก็ไม่​ได้​ใช้​เป็นแบบเรียนอีกต่อ​ไปแล้ว​ ​เพราะ​เขาเห็นว่ามัน​เป็นวิทยาการ​ที่เก่าคร่ำครึล้าสมัย"

"จริงหรือครับ​นี่ท่าน​คือศาสตราจารย์ดอกเตอร์ฉลอง บุญยังผู้โด่งดังในอดีตนั่นเอง ผมขอกราบคารวะครับ​ ​เพราะในสมัยหนึ่ง​ผมก็​ได้รับ​ความรู้จากหนังสือแบบเรียนของท่าน ​เพราะฉะนั้น​ท่านจึงเปรียบเสมือน​กับ​เป็นอาจารย์ของผมคนหนึ่ง​ทีเดียวล่ะครับ​"

"เอ้อ..ว่า​แต่คุณมา​ที่นี่ทำไมหรือครับ​คุณตำรวจ?"

"ผมติดตามตาผันมา​เพราะ​เมื่อวันก่อนนี้​เขายิงลูกน้องของผม​ได้รับบาดเจ็บสาหัส ผมจึง​จะมาเชิญ​เขา​ไปสอบสวนในฐานทำร้ายร่างกายเจ้าหน้า​ที่ตำรวจในขณะปฏิบัติหน้า​ที่นะครับ​ ไม่ทราบว่าท่านเห็นตาผันมา​ที่นี่หรือยังอยู่​​ที่นี่บ้างหรือเปล่าครับ​?"

"ตาผันแวะมา​ที่นี่​และกลับออก​ไปแล้ว​"

"กลับออก​ไปแล้ว​หรือครับ​?"

"​เขามาบอกผมว่า​เขายิงตำรวจ ​จะขอหนี​ไปให้ไกล ​แม้ผม​จะห้าม​เขาว่าอย่า​ไปเลย​ ​แต่​เขาก็ยังยืนยันคำเดิม คุยอยู่​ไม่นาน​เขาก็กลับ​ไป สักพักก็ให้คน​เอาลองกองมาให้ผม​ที่นี่ตั้งเยอะแยะ ​เพราะ​เขารู้ว่าผมชอบผลไม้ชนิดนี้​เป็นพิเศษ"

"ทำไมตาผัน​ต้องมาบอกท่านก่อน​ที่​จะหนีล่ะครับ​?"

"อาจ​จะ​เป็น​เพราะว่า​เขานับถือผมมากละมั้ง"

"ตาผันรู้จัก​กับท่านมานานแล้ว​หรือยังครับ​?"

"ก็ตั้งแต่​เขายังรับราชการอยู่​นั่นแหละ​ครับ​"

"รับราชการ?"

"ใช่​เขาเคยอยู่​กระทรวงคมนาคมมาก่อน ผมมาซื้อ​ที่ตรงนี้ก็​เพราะ​เขานี่แหละ​ ​ซึ่งตอนนั้น​​เขามาสำรวจหมุด​ที่​จะขยายถนนหนทางอะไร​นี่แหละ​ครับ​​เป็นคนแนะนำให้ลูกชายของผมมาซื้อ​ที่ดินสปก.แปลงนี้ไว้ก่อน​ที่​จะ​เป็นอำเภอเสียอีกนะครับ​ ผมมาดูแล้ว​ชอบจึง​ได้เข้ามาอยู่​อาศัย​ที่นี่​ได้ยี่สิบกว่าปีแล้ว​แหละ​คุณตำรวจ หากผมชอบธรรมชาติจึง​ได้ปล่อยสภาพทิ้งไว้อย่าง​ที่คุณเห็นนี่แหละ​ครับ​"

"ผมมาเห็นทีแรกยังนึกว่า​เป็นป่าเสียอีก?"

"​ที่ดินผมพันกว่าไร่เชียวนะ​ที่นี่ ​แต่ผม​เป็นนักธรรมชาติวิทยาจึงอนุรักษ์ป่า​และปลูกป่าเพิ่มอยู่​เรื่อย บางทีพวกป่าไม้เองหลงเข้ามายังนึกว่า​ที่นี่อยู่​ในเขตวนอุทยานเลย​ทีเดียว ​เพราะบางทีพวกสัตว์ป่าก็หนีบรรดานักล่าสัตว์เข้ามาอยู่​​ที่นี่ ​ซึ่งก็มีอยู่​เยอะเหมือนกัน"

"ท่านพอ​จะบอก​ได้ไหมว่าผมควร​จะ​ไปตามหาตาผัน​ได้​ที่ไหน?"

"ไม่ทราบซีครับ​ ​เขาอาจ​จะอยู่​แถวบ้านขุนซ่องหรือแก่งหางแมวนี่ละมั้ง นอกจาก​ที่นี่แล้ว​ไม่เคยเห็น​เขา​ไปสมาคม​กับ​ใคร​ที่ไหน ​ที่กรุงเทพฯนั้น​คง​จะไม่กลับ​ไปแล้ว​​เพราะว่า​เขา​ได้ขายทรัพย์สมบัติของ​เขา​ทั้งหมดอพยพมาตั้งรกรากอยู่​​ที่นี่เลย​ทีเดียว"

"​ถ้าอย่างนั้น​ผม​ต้องกราบลาท่านกลับก่อนละครับ​ มีอะไร​แล้ว​ผม​จะแวะมาใหม่ ขอบ​พระคุณท่านมากนะครับ​สำหรับไวน์​และข้อมูล​ที่​ได้รับ"

"ยินดีอย่างยิ่งเลย​ครับ​คุณตำรวจ"

ภายหลังจากบรรดาตำรวจ​ทั้งสามนายจากกองปราบปรามพิเศษพากันพก​เอา​ความผิดหวังกลับ​ไปแล้ว​ ท่ามกลาง​ความดีใจ​และโล่งอกของชายสามคน​ที่แอบฟังอยู่​ภายในบ้านหลังนั้น​ มีเสียงโทรศัพท์มือถือดังเข้ามา ท่านผู้เฒ่าศาสตราจารย์ดอกเตอร์ฉลอง บุญยังรับสาย​และพูดคุยอยู่​สักพัก ก่อน​ที่​จะวางสายก็​ได้ยินเสียงของท่านเอ่ยแกมหัวเราะเสียงใสในตอนสุดท้ายว่า

"เธอทำ​ได้ดีมากมารศรี เดี๋ยวพบกัน ให้​ใช้เส้นทางลับนะมารศรี ​เพราะพวกตำรวจ​กำลังเดินทางกลับ!!"


*********

 

F a c t   C a r d
Article ID S-2843 Article's Rate 47 votes
ชื่อเรื่อง ฆาตไม่ถึง --Series
ชื่อตอน เบื้องหลังดอกเตอร์ฉลอง --อ่านตอนอื่นที่ตีพิมพ์แล้ว คลิก!
ผู้แต่ง ปักษิณ
ตีพิมพ์เมื่อ ๐๗ พฤศจิกายน ๒๕๕๑
ตีพิมพ์ในคอลัมน์ เรื่องยาว ซีรีส์
จำนวนผู้เปิดอ่าน ๑๙๑ ครั้ง
จำนวนความเห็น ๒ ความเห็น
จำนวนดอกไม้รวม ๒๒๐
| | | |
เชิญโหวตให้เรตติ้งดอกไม้แก่ข้อเขียนนี้  
R e a d e r ' s   C o m m e n t
ความเห็นที่ ๑ : Rotjana Geneva [C-15016 ], [83.176.63.35]
เมื่อวันที่ : ๐๓ พ.ย. ๒๕๕๑, ๐๓.๕๑ น.

"ตาผันหาย​​​​ไปไหน?" หรือว่า "เบื้องหลังดอกเตอร์ฉลอง" ดีคะ​​​​

แจ้งลบข้อความ


ความเห็นที่ ๒ : ปักษิณ [C-15018 ], [58.10.216.69]
เมื่อวันที่ : ๐๓ พ.ย. ๒๕๕๑, ๐๙.๑๘ น.

"เบื้องหลังดอกเตอร์ฉลอง" ดีกว่าครับ​​คุณรจนา

ขอบคุณครับ​​...​​..

แจ้งลบข้อความ


สั่งให้ระบบส่งเมลแจ้งการเพิ่มเติมความเห็น
 ศาลานกน้อย พร้อมบริการเสมอ และยินดีรับฟังข้อเสนอแนะจากทุกท่าน  ติดต่อเว็บมาสเตอร์ได้ทางคอลัมน์ คุยกับลุงเปี๊ยก หรือทางอีเมลได้ที่ uncle-piak@noknoi.com  พัฒนาระบบ : ธีรพงษ์ สุทธิวราภิรักษ์  โลโกนกน้อย : สุชา สนิทวงศ์  ภาพดอกไม้ในนกแชท : ณัฐพร บุญประภา  ลิขสิทธิ์งานเขียนในนิตยสารรายสะดวก เป็นของผู้เขียนเรื่องนั้น  ข้อความที่โพสบนเว็บไซต์แห่งนี้ เป็นความคิดเห็นส่วนตัวของผู้โพสทั้งสิ้น