นิตยสารรายสะดวก  Fiction  ๐๗ พฤศจิกายน ๒๕๕๑
ฆาตไม่ถึง #41
ปักษิณ
...เด็ดดวงขึ้น​จากห้องใต้ดิน มานั่งคุย​กับอัมพิกา ทวีศักดิ์​และหมอลิซ่า แฟรี่ ณ ห้องรับรองแขกของศูนย์วิจัยวิทยาศาสตร์แห่งบ้านขุนซ่อง อย่า...

ตอน : ลางสาดคืนร่าง

คลิกดูภาพขยาย
เด็ดดวงขึ้น​จากห้องใต้ดินมานั่งคุย​กับอัมพิกา ทวีศักดิ์​และหมอลิซ่า แฟรี่ ณ ห้องรับรองแขกของศูนย์วิจัยวิทยาศาสตร์แห่งบ้านขุนซ่อง อย่างไม่​ต้องคอยระวังระไวสิ่งใดมากมาย​นัก​เมื่อทราบว่าตำรวจจากกองปราบปรามพิเศษของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ​ทั้งสามคน​ได้จาก​ไปแล้ว​

บัดนี้ทุกคนภายในศูนย์วิจัยฯต่างก็รู้กันทั่ว​ไปแล้ว​ว่า เด็ดดวง​สามารถ​ที่​จะอยู่​ในสภาพกึ่งล่องหน​ได้ชั่วคราวก็ด้วยฤทธิ์ของไวน์แคทเทล

ลุงเบี้ยวบริการยกไวน์แคทเทลขึ้น​มาช่วยเสิร์ฟเรียกน้ำย่อยให้​กับบุคคล​ทั้งสี่ตามคำสั่งของศาสตราจารย์แฝด​ทั้งสอง ​พร้อม​ทั้งยก​เอาถาดผลไม้​ซึ่งก็​คือลองกองของตาผัน​ที่แกฝากลุงเบี้ยวมาให้ในวันก่อน

​ส่วนป้าบุญมานั้น​​กำลังเข้าครัวปรุงอาหาร​เพื่อจัดการเลี้ยงฉลอง​เนื่องในโอกาสต้อนรับหมอลิซ่า แฟรี่สมาชิกใหม่ของศูนย์วิจัยวิทยาศาสตร์แห่งบ้านขุนซ่อง

​โดยท่านศาสตราจารย์เอกวิทย์​ได้สั่งว่า ตัวท่าน​และศาสตราจารย์รองฤทธิ์​จะมาร่วมสมทบหลังจากทำการวิจัยเรื่อง​การสลับร่างสัตว์เช่นเดียว​กับกรณีเจ้ากี้หมาของลุงเบี้ยว​และเจ้าแซมลิงของตาผัน หาก​แต่คราวนี้​จะทดลอง​กับสัตว์ครึ่งบกครึ่งน้ำอย่างกบหรือตะพาบน้ำ

​ทั้งนี้​เพื่อศึกษา​ความ​เป็น​ไป​ได้ในการ​ที่​จะปรับปรุงพันธุกรรม​โดยวิธีแปรสภาพร่างกายของสัตว์โลกให้เหมาะสมในการ​ที่​จะดำรงชีวิตอยู่​ให้รอดให้​ได้ในสภาพภาวะโลกร้อน​ที่มนุษย์เรา​กำลังหวาดกลัวอยู่​ในขณะนี้

​เนื่องจากมีการวิพากษ์วิจารณ์กันอย่างกว้างขวางเกี่ยว​กับการ​ที่​จะรณรงค์​เพื่อให้ชาวโลกช่วยกันหาทาง​ที่​จะหยุดภาวะโลกร้อนให้จง​ได้...​

​แต่ก็ดูเหมือนว่า​จะไม่​ได้ผล​เพราะมัว​แต่​ไปเสียเวลาคิดหาทาง​ที่​จะแก้ปัญหาภาวะแฮมเบอร์เกอร์​เป็นพิษกันอยู่​อย่างขะมักเขม้น!!

ท่านศาสตราจารย์อัจฉริยะสมองกลแฝดมหัศจรรย์แห่งประเทศไทย จึงมีวิธีคิดในทางตรงกันข้าม​ที่​จะให้สัตว์โลก​ได้อยู่​ร่วม​กับภาวะโลกร้อน​ได้อย่างปกติสุข ​โดยการปรับปรุงสภาพพันธุกรรมเสียใหม่ให้เหมาะสม​กับภาวะโลกร้อน​ที่​จะ​ต้องเผชิญในอนาคต

จึงมาสรุปลง​ที่กบ​และตะพาบน้ำ ​ซึ่งพบว่ากบน่า​จะ​เป็นกรณีศึกษา​ที่ดี​ที่สุด...​

สำหรับกบน่า​จะเหมาะ​ที่สุด​ที่​จะอยู่​รอด​ได้ในสภาพภาวะโลกร้อนดังกล่าว​ได้ดีกว่าสัตว์ชนิดใดในโลก​เพราะ​สามารถ​ที่​จะอดอาหาร​และจำศีล​ได้ครั้งละนานๆ​​โดยหายใจ​ได้ทางผิวหนัง...​

ศาสตราจารย์แฝด​ทั้งสองหายขลุกเข้า​ไปอยู่​ในห้องทดลองประมาณสองชั่วโมงจึง​ได้ออกมาสมทบตามสัญญา ​ซึ่งก็​ได้เวลา​ที่ป้าบุญมาปรุงอาหาร​ทั้งหมดเสร็จ​พอดี

​แต่ในขณะ​ที่ท่านศาสตราจารย์​ทั้งสองเริ่มเข้ามาร่วมวงนั้น​ปรากฏว่าอาคันตุกะ​ทั้งสี่ชัก​จะเริ่มหน้าแดงก่ำ​ได้​ที่กันเกือบ​จะทั่วทุกคนแล้ว​ เห็นดังนั้น​ท่านศาสตราจารย์เอกวิทย์จึง​ได้ยกแก้วไวน์แคทเทลชูขึ้น​แล้ว​พูดอย่าง​เป็นงาน​เป็นการ...​

"เชิญทุกท่านร่วมสนุกกันต่อ​ไปเลย​ครับ​..​แต่ก่อนอื่น​ต้องขอแสดง​ความยินดี​กับคุณหมอลิซ่า แฟรี่​ที่​ได้ตัดสินใจเข้าร่วม​เป็นสมาชิกใหม่ของศูนย์วิจัยฯแห่งบ้านขุนซ่องนี้ ​และพวกเราทุกคนถือโอกาสจัดเลี้ยง​เพื่อแสดง​ความยินดีต้อนรับคุณหมอในวันนี้..เชิญทุกท่านดื่ม​เพื่อ​เป็นเกียรติให้​กับคุณหมอลิซ่า แฟรี่ด้วยครับ​ เชิญครับ​!"

​เมื่อผ่านขบวนการต้อนรับลิซ่า แฟรี่ด้วยพิธีการง่ายๆ​แล้ว​ ทุกคนก็ร่วมดื่มกิน​และพูดคุยกันอย่างสนุกสนานต่อ ในตอนหนึ่ง​ท่านศาสตราจารย์รองฤทธิ์​ได้พูด​กับเด็ดดวง​โดยตรงว่า...​

"คุณเด็ดดวงไม่เห็นกินลองกองเลย​ล่ะครับ​?"

"ผมไม่ค่อย​จะชอบอะไร​​ที่มีรสหวานๆ​สักเท่าไหร่หรอกครับ​ท่านศาสตราจารย์"

"ลองดูหน่อย​เถิดน่ะ แล้ว​คุณ​จะติดใจ ​เพราะว่าลองกองในสวนของตาผันเนี่ยลูกงามๆ​​และหอมอร่อยเกือบ​ทั้งนั้น​เลย​ ​เอาหน่อย​น่า"

พูดจบท่านแฝดรองก็ปลิดลองกองยื่นให้ชายหนุ่ม​ซึ่งในขณะนั้น​​เขาไม่​ได้อยู่​ในสภาพล่องหน

"ขอบคุณครับ​ท่านศาสตราจารย์..อื..ม..เนื้อฉ่ำน่ากินจริงๆ​เลย​นะครับ​...​."

เด็ดดวงพูดขึ้น​หลังจาก​ได้แกะเปลือกออกแล้ว​...​ต่อ​เมื่อ​เขา​ได้ทดลองลิ้มรสเท่านั้น​เอง..ชายหนุ่มก็อุทานออกมาด้วย​ความตื่นเต้น

"โอ้โฮ ผมนี่มัวโง่อยู่​เสียตั้งนาน ไม่นึกเลย​ว่า​จะมีผลไม้อะไร​​ที่มีรสชาติหอมอร่อยถึงปานนี้ คุณอัมพิกา​กับคุณลิซ่าลองดูซิครับ​ รับรองไม่ผิดหวังอย่างแน่นอน"

"อัมพิกาทดลองชิม​ไปหลายลูกแล้ว​ล่ะค่ะ​ ยังติดใจไม่หายเลย​"

"ลิซ่าก็เหมือนกันคุณเด็ดดวง ชิมแล้ว​ติดใจจริงๆ​"

"เหรอครับ​ งั้นก็มีผมเพียงคนเดียวสินะครับ​​ที่เพิ่ง​จะเคย​ได้ลองชิม อ่ะฮะ..ต่อ​ไปนี้ผมไม่รอให้​ใครคะยั้นคะยออีกแล้ว​นะครับ​"

เด็ดดวงปลิดลองกองออกมาบิแล้ว​​เอาใส่เข้าปากอย่างมันมือด้วย​ความอิ่มเอมในรสชาติของลองกองสวนตาผัน...​

ศาสตราจารย์รองฤทธิ์มองชายหนุ่มอย่างไม่วางตา ราว​กับว่าท่านแฝดรอง​กำลังสังเกตดู​ความผิดปกติอะไร​บางอย่าง​ที่​กำลัง​จะเกิดขึ้น​อยู่​กระนั้น​

​ทั้งนี้มิ​ได้มีเพียงท่านศาสตราจารย์รองฤทธิ์​แต่เพียงผู้เดียวเท่านั้น​​ที่คอยจ้องมองดูเด็ดดวงอยู่​ หากยังมีอีกผู้หนึ่ง​​ที่คอยสังเกต​โดยยืนมองจ้องเขม็งอยู่​แทบตาไม่กระพริบเช่นเดียวกัน

​โดยเจ้าของสายตาคมกริบคู่นั้น​ยืนอยู่​ ณ ​ที่ข้างโต๊ะสำหรับวางถ้วยชามสัมภาระ​และข้าวของเครื่อง​ใช้​เพื่องานเลี้ยงนี้...​

​ซึ่งเธอผู้นี้ก็​คือ..ป้าบุญมานั่นเอง...​

"ไอ้เด็ดดวง​เมื่อไหร่มึงถึง​จะเลิกทำตัวว็อบๆ​แวมๆ​เสีย​ที่วะ มองหน้ามึงทีไร กูงี้เวียนหัว​จะตายชักอยู่​แล้ว​รู้ไหมวะ?"

ทวีศักดิ์​ซึ่งนิ่งเงียบอยู่​นาน​ได้พูดเปรยๆ​ขึ้น​​กับเด็ดดวง

"เรื่อง​นี้มึง​ต้องถามท่านศาสตราจารย์​ทั้งสอง​เอาเองแล้ว​ล่ะไอ้​เพื่อนยาก จริงไหมครับ​ท่านศาสตราจารย์?"

"​ถ้าอย่างนั้น​ผมขอเรียนถามท่านศาสตราจารย์ตามตรงก็แล้ว​กันนะครับ​ ว่า​เมื่อไหร่ไอ้เด็ดดวง​เพื่อนรักของผมคนนี้ถึง​จะ​ได้หายจากอาการว็อบๆ​แวมๆ​​ที่ผมว่านี้เสียทีล่ะครับ​?"

"เราสองคนก็​กำลังทดลองอยู่​อย่างรีบเร่งแล้ว​ล่ะคุณทวีศักดิ์​และคุณเด็ดดวง ​แต่มันยังไม่สัมฤทธิ์ผลสักที"

"ทดลองอย่างรีบเร่งหรือครับ​?"

"ใช่ซีครับ​คุณเด็ดดวง พวกเราไม่​ได้นิ่งนอนใจเลย​นะ​จะบอกให้"

ศาสตราจารย์แฝดผู้พี่​เป็นคนให้คำตอบ

"​แต่ทำไมผมถึงไม่เห็นรู้เรื่อง​ด้วยเลย​สักนิดล่ะครับ​ท่านศาสตราจารย์?"

"ทำไมคุณเด็ดดวงถึงพูดอย่างนั้น​ล่ะครับ​?"

"อ้าว..ก็​ถ้าท่านศาสตราจารย์​ได้ทำการทดลองเกี่ยว​กับเรื่อง​นี้ ผมก็​ต้องรู้ด้วยไม่ใช่หรือครับ​ ​เพราะว่าตัวผมก็​คือมนุษย์ทดลองของท่านนี่ครับ​"

"ใช่คุณ​จะ​ต้อง​ได้รับรู้​เป็นคนแรกเลย​ทีเดียว ผมขอยืนยันในเรื่อง​นี้"

"ก็แล้ว​ทุกๆ​ครั้ง​ที่ผ่านๆ​มาทำไมท่านศาสตราจารย์ถึงไม่เห็นปริปากบอกผมเลย​สักคำล่ะครับ​?"

"ครั้งไหนกันล่ะ ​ที่คุณเด็ดดวงว่า​ที่ผ่านๆ​มาเนี่ย?"

"ไม่รู้ซีครับว่า​ท่านศาสตราจารย์ทดลองเกี่ยว​กับเรื่อง​นี้กี่ครั้งกัน ผมยังไม่เคยรู้เรื่อง​ด้วยเลย​สักครั้งเดียว ท่านศาสตราจารย์พูดแบบนี้ยิ่งทำให้ผมงงนะครับ​"

"มันก็พูดยากนะครับ​เรื่อง​การทดลองของเราสองคนเนี่ยนะ!"

"พูดยากอย่างไรกันล่ะครับ​ท่านศาสตราจารย์?"

"ผม​จะอธิบายให้คุณฟังอย่างไรดีนะ ​เอาอย่างนี้ก็แล้ว​กัน ​คืออย่างนี้นะ การทดลองของผม​โดยทั่ว​ไป​จะแบ่งการทดลองออก​เป็นสองประเภทใหญ่ๆ​ ก็​คือ หนึ่ง​การทดลองในห้องปฏิบัติการหรือห้องแล็บหรือห้องทดลอง​ที่พวกคุณทุกคนก็เห็นอยู่​แล้ว​ ​ส่วนข้อสองก็​คือการทดลองนอกห้องปฏิบัติการหรือนอกห้องแล็บ"

"อ๋อ..เข้าใจแล้ว​ล่ะครับว่า​​คือปฏิบัติการในห้อง​และปฏิบัติการนอกห้องทดลองว่าอย่างนั้น​เถอะ?"

"ถูก​ต้องแล้ว​ครับ​คุณเด็ดดวง"

"นอกห้องแล็บ​ที่ท่านศาสตราจารย์ว่าเนี่ย​จะ​ต้อง​ไปทดลอง​ที่ไหนกันล่ะครับ​?"

"​ส่วนสถาน​ที่​ที่​จะปฏิบัติการนอกห้องทดลองนั้น​​จะ​เป็น​ที่ไหนก็​ได้ ​ทั้งนี้​ทั้งนั้น​ก็แล้ว​​แต่​ความเหมาะสม"

"ของง่ายๆ​แค่นี้พูดจากันเสียยาวยืด​ไปเลย​กว่า​ที่​จะรู้เรื่อง​กัน​ได้"

"ของบางสิ่งบางอย่างคนทั่ว​ไปก็เข้าใจกัน​ได้ง่ายๆ​ บางสิ่งบางอย่างก็​ต้องยก​เอาแม่น้ำ​ทั้งห้ามาพูดกัน​เป็นคุ้ง​เป็นแควกว่า​ที่​จะรู้เรื่อง​​ได้ ​ทั้ง​ที่จริงๆ​แล้ว​ง่ายนิดเดียวจริงไหมครับ​คุณทวีศักดิ์​และคุณเด็ดดวง?"

"จริงครับ​"

​ทั้งทวีศักดิ์แลเด็ดดวงต่างก็ประสานเสียงตอบอย่าง​พร้อมเพรียงกัน

"ทีนี้เรามาพูดกันเกี่ยว​กับการทดลองในกรณีของคุณเด็ดดวง!"

"กรณีของผม​เป็นอย่างไรหรือครับ​?"

"ในกรณีของคุณ​ที่ผ่านๆ​มาก็​คือการทดลองนอกห้องปฏิบัติการ"

"​ที่ไหน..ทำไมผมไม่เห็น​จะรู้เรื่อง​สักครั้งเลย​ล่ะครับ​?"

"ครั้งแรกเลย​ทีเดียวก็​ที่ห้องประชุมลับใต้ดิน"

"ห้องประชุมลับใต้ดิน?"

"ใช่ครับ​..เราทดลองให้คุณดื่มไวน์ในห้องนั้น​ ผม​เป็นคนดำเนินการด้วยตัวผมเองในครั้งนั้น​"

ท่านศาสตราจารย์แฝดรอง​เป็นผู้อธิบาย​พร้อมใบหน้ายิ้มพราย คำพูดของท่านทำให้ทุกคน​ที่อยู่​ในห้องรับรองแขกของศูนย์วิจัยฯต่างพา​กับนั่งนิ่งเงียบกริบกัน​ไปหมด ต่างคนต่างคอยตะแคงเงี่ยหูฟังด้วย​ความตั้งอกตั้งใจ

"​ซึ่งก็​ได้ผลในระดับหนึ่ง​ ​แต่บังเอิญสารวัตรสัญชัยท่านเข้ามาขัดจังหวะเสียก่อน จึงทำให้การทดลอง​ต้องหยุดชะงักลงกลางคัน"

"หยุดลงกลางคัน?"

"ใช่แล้ว​ครับ​ หยุดลงกลางคัน​โดยเราไม่​สามารถ​ที่​จะดำเนินการต่อ​ไป​ได้ในวันนั้น​ เรื่อง​นี้ผมคิดว่าทุกคนก็คง​จะทราบดีกันอยู่​แล้ว​ ว่า​เพราะเหตุใด?"

"ครับ​พวกเราทราบกันดี"

"ครั้ง​ต่อมา​เป็นครั้งสำคัญก็​คือในครั้งนี้ ท่านศาสตราจารย์เอกวิทย์​และผม​ได้ตกลงใจ​ที่​จะทดลองอย่างรีบด่วน ในขณะ​ที่สารวัตรสัญชัย​กับพวกตำรวจ​กำลังออก​ไปติดตามล่าตัวตาผัน​ที่หลัง​เขา ​ซึ่งเราคิดว่า..กว่า​ที่พวก​เขา​จะกลับมาอีกทีก็คง​จะเย็นค่ำ หรือไม่ก็อาจ​จะ​เป็นพรุ่งนี้เลย​ทีเดียวก็​ได้"

"เรา​จะทำการทดลองกันเดี๋ยวนี้เลย​หรือครับ​ท่านศาสตราจารย์?"

"ไม่ใช่เดี๋ยวนี้หรอกคุณเด็ดดวง"

"อ้าว! ไม่ใช่ตอนนี้แล้ว​​จะเริ่มกัน​เมื่อไหร่กันล่ะครับ​?"

"การทดลอง​ได้จบลงแล้ว​ต่างหาก!!"

"หา..จบลงแล้ว​!!"

"​ถ้าไม่เชื่อ..ผมขอให้ทุกคนหัน​ไปสำรวจดูร่างคุณเด็ดดวงให้ดีๆ​ว่ามีสิ่งใด​ที่ผิดปกติเกิดขึ้น​บ้าง?"

สายตาทุกคู่​ที่อยู่​ภายในห้องรับรองแขกของศูนย์วิจัยฯแห่งบ้านขุนซ่องต่างพากันเพ่งมอง​ไปยังร่างของเด็ดดวงแทบไม่กระพริบเลย​ทีเดียว

ทำให้เด็ดดวงพลอยนั่งนิ่งราว​กับถูกมนต์สะกดก็ไม่ปาน!!


*********

 

F a c t   C a r d
Article ID S-2837 Article's Rate 47 votes
ชื่อเรื่อง ฆาตไม่ถึง --Series
ชื่อตอน ลางสาดคืนร่าง --อ่านตอนอื่นที่ตีพิมพ์แล้ว คลิก!
ผู้แต่ง ปักษิณ
ตีพิมพ์เมื่อ ๐๗ พฤศจิกายน ๒๕๕๑
ตีพิมพ์ในคอลัมน์ เรื่องยาว ซีรีส์
จำนวนผู้เปิดอ่าน ๑๙๒ ครั้ง
จำนวนความเห็น ๒ ความเห็น
จำนวนดอกไม้รวม ๒๒๐
| | | |
เชิญโหวตให้เรตติ้งดอกไม้แก่ข้อเขียนนี้  
R e a d e r ' s   C o m m e n t
ความเห็นที่ ๑ : Rotjana Geneva [C-14996 ], [85.232.184.87]
เมื่อวันที่ : ๓๑ ต.ค. ๒๕๕๑, ๐๓.๕๗ น.

"ลางสาดคืนร่าง" ดีไหมคะ​​ ลุงปิง

เฮ้อ ยิ่งอ่านยิ่งทึ่ง​​กับ​​ความคิดสร้างสรรค์ของลุงปิง ทำให้นึกถึงนักเขียนเจ เค โรลลิ่ง เจ้าแม่ฮารี่ พ็อตเตอร์ค่ะ​​...​​. เจ้าจินตนาการเหมือนกัน

ด้วย​​ความนับถือค่ะ​​

แจ้งลบข้อความ


ความเห็นที่ ๒ : ปักษิณ [C-14997 ], [58.10.216.101]
เมื่อวันที่ : ๓๑ ต.ค. ๒๕๕๑, ๐๔.๕๑ น.

โอ้โฮ..เขียนมาตั้งนาน น่า​​จะ​​ใช้ชื่อผลไม้วิเศษนี้ว่า ‘ลางสาด’ แทน ‘ลองกอง’ ​​จะเหมาะกว่า​​เป็นไหนๆ​​ ถึง​​แม้​​จะ​​เป็นไม้พันธุ์เดียวกันก็เถอะ ไม่ใช่​​แต่คนเขียนช่างจินตนาการนะครับ​​ คนอ่านมองเห็นภาพมากกว่าคนเขียนเสียอีก หุ หุ

"ลางสาดคืนร่าง" ​​เป็น ‘ลองกอง’ อิ อิ

ขอบคุณครับ​​คุณรจนา...​​

แจ้งลบข้อความ


สั่งให้ระบบส่งเมลแจ้งการเพิ่มเติมความเห็น
 ศาลานกน้อย พร้อมบริการเสมอ และยินดีรับฟังข้อเสนอแนะจากทุกท่าน  ติดต่อเว็บมาสเตอร์ได้ทางคอลัมน์ คุยกับลุงเปี๊ยก หรือทางอีเมลได้ที่ uncle-piak@noknoi.com  พัฒนาระบบ : ธีรพงษ์ สุทธิวราภิรักษ์  โลโกนกน้อย : สุชา สนิทวงศ์  ภาพดอกไม้ในนกแชท : ณัฐพร บุญประภา  ลิขสิทธิ์งานเขียนในนิตยสารรายสะดวก เป็นของผู้เขียนเรื่องนั้น  ข้อความที่โพสบนเว็บไซต์แห่งนี้ เป็นความคิดเห็นส่วนตัวของผู้โพสทั้งสิ้น