นิตยสารรายสะดวก  Fiction  ๐๗ พฤศจิกายน ๒๕๕๑
ฆาตไม่ถึง #40
ปักษิณ
..."ขอดูรูปถ่ายหน่อย​​ได้ไหมค่ะ​สารวัตร?" อัมพิกาเอ่ยปากบอกสารวัตรสัญชัยในขณะ​ที่ชายหนุ่ม​กำลัง​จะก้าวเดินออกจากห้องทดลองวิทยาศาสตร์...

ตอน : สัญชัยตาฝาด

คลิกดูภาพขยาย
"ขอดูรูปถ่ายหน่อย​​ได้ไหมค่ะ​สารวัตร?"

อัมพิกาเอ่ยปากบอกสารวัตรสัญชัยในขณะ​ที่ชายหนุ่ม​กำลัง​จะก้าวเดินออกจากห้องทดลองวิทยาศาสตร์

"​ได้ซิครับ​คุณอัมพิกา คุณคิดว่าพอ​จะรู้จัก​กับบุคคลในภาพนี้อย่างนั้น​หรือครับ​?"

"ไม่รู้สิค่ะ​ ​แต่ก็แค่เพียงอยากเห็นบ้างเท่านั้น​เอง เผื่อ​จะช่วยคลี่คลาย​ได้บ้าง"

"เชิญครับ​นี่​คือภาพถ่าย​ที่ว่า ผมอยากทราบว่าคุณอัมพิกาพอ​จะบอก​ได้ไหมครับว่า​บุคคลในภาพ​เป็น​ใครกันบ้าง"

อัมพิกาเพ่งพินิจมองภาพถ่ายเก่า​ที่พอ​จะมองเห็น​ได้ชัดเบื้องหน้าอย่างตั้งใจ...​

เธอไม่​ได้นึกมาก่อนเลย​ว่า ​จะ​ได้พบ​กับสิ่งแปลกประหลาด​ที่ทำให้เธอเกือบช็อก ดวงตาของหญิงสาวเบิกกว้าง คล้าย​กับมองเห็นอะไร​ในภาพถ่ายนั้น​​ที่ทำให้เธอตกใจ​โดยไม่คาดคิด!

​แต่​เมื่อพลันนึกขึ้น​​ได้ว่าเธอ​กำลังยืนอยู่​ต่อหน้าสารวัตรมือปราบ ผู้​ที่​กำลังคอยจ้องดู​ความเคลื่อนไหวของเธอ​และ​กำลังรอคำตอบอยู่​ด้วย​ความอยากรู้...​

อัมพิกาจึงพยายาม​ที่​จะควบคุมอารมณ์​และ​ความรู้สึกของตัวเองมิให้แสดงออกจนอีกฝ่าย​ที่​กำลังจ้อง​จะจับผิดอยู่​นั้น​จับไต๋เธอ​ได้​โดยง่าย

ครั้งแรกทีเดียว​ที่อัมพิกา​ได้ยินท่านศาสตราจารย์เอกวิทย์เอ่ยถึงชื่อดอกเตอร์เฉลียวหรือเฉลียงนั่น ก็​เป็นครั้งหนึ่ง​แล้ว​​ที่ทำให้เธอตกตะลึง คิดว่า​จะใช่ดอกเตอร์เฉลียงคนเดียวกัน​กับคน​ที่เธอเคยรู้จักมาก่อนหรือเปล่า

​ซึ่งนั่น​คือประกายแรก​ที่ถูกจุดขึ้น​​โดยท่านศาสตราจารย์เอกวิทย์นักวิทยาศาสตร์อัจฉริยะสมองกลผู้อำนวยการศูนย์วิจัยวิทยาศาสตร์แห่งบ้านขุนซ่อง

ปรากฏว่าใช่​เขาจริงๆ​เสียด้วยซี...​

ดอกเตอร์เฉลียง บุญยัง

บุคคล​ที่​ใครๆ​ต่างพากันโจษจันกันว่า​เขา​ได้หลบหนีคดีการเมืองหายสาบสูญ​ไปอย่างไร้ร่องรอย...​

ข่าวบางแหล่งก็ว่าท่านหนี​ไปอยู่​ลอนดอน​กับ​เพื่อนรักของท่าน...​

ข่าวบางแหล่งก็ว่าท่านหลบหนีคดี​ไปอยู่​แวนคูเวอร์​กับนักการเงินชื่อก้อง...​

มีข่าวบางแหล่งอ้างส่งเดชว่าท่านหนี​ไปอยู่​​กับซัดดัม ฮุดเซนตัวจริง​และบิน ลาเดน​ที่อัฟกานิสถาน​ไปนู่นเลย​...​

​ที่จริงท่าน​ไปอยู่​​ที่ใดกันแน่ยังไม่มีผู้ใด​ได้เบาะแสหรือระแคะ​ระคายถึงข่าวคราว​ที่แท้จริงเลย​สักข่าวเดียว...​

​ซึ่งข่าว​ทั้งหมดล้วน​เป็นข่าวจากแหล่งข่าวโคมลอยแทบ​ทั้งสิ้น...​

​จะหาแหล่งข่าวหรือสำนักข่าว​ที่พอ​จะยึดถือ​เป็นแก่นสารมิ​ได้เลย​...​

อัมพิกาซุกซ่อน​ความรู้สึกประหลาดใจไว้อย่างมิดชิดเท่า​ที่เธอคิดว่า​จะทำ​ได้ เธอส่ายหน้าน้อยๆ​​เพื่อไม่ให้​เป็น​ที่ผิดสังเกต ยื่นภาพถ่ายในมือคืนให้​กับสารวัตรหนุ่มพลางยิ้มน้อยๆ​​และเอ่ยปากบอก​เขาอย่างเรียบๆ​

"อัมพิกาไม่รู้จัก​ใครในรูปเลย​สักคนเดียว คลับคล้ายคลับคลาอยู่​​แต่ท่านอดีตรัฐมนตรีเพียงคนเดียวเท่านั้น​ เสียใจด้วยนะคะ​​ที่ช่วยอะไร​ไม่​ได้เลย​"

"ไม่​เป็นไรครับ​..อย่างน้อยคุณอัมพิกาก็​ได้พยายามช่วยแล้ว​นี่ครับ​ ขอบคุณมากนะครับ​คุณอัมพิกา"

"ยินดีค่ะ​ มีอะไร​​ที่พอ​จะช่วย​ได้ก็ขอให้บอกนะคะ​"

"เรื่อง​สำคัญ​ที่ผมอยาก​จะขอร้องก็คง​จะมี​แต่เรื่อง​ของนายเด็ดดวงเพียงเรื่อง​เดียวเท่านั้น​ ​ถ้าเผื่อว่า​เขาติด​ต่อมา คุณอัมพิกาก็ช่วยพูดเกลี้ยกล่อมให้​เขาเข้ามอบตัวด้วยก็แล้ว​กัน ผม​จะถือ​เป็น​พระคุณอย่างสูงทีเดียวเชียวล่ะครับ​"

"อัมพิกา​จะพยายามค่ะ​ท่านสารวัตร ​แต่ก็ไม่รับปากว่า​จะ​ได้ผลหรือเปล่านะคะ​ ​เพราะ​เป็นสิทธิ์​ส่วนตัวของ​เขา​ที่​จะตัดสินใจเอง"

"ข้อนั้น​ผมเข้าใจดี ผม​ต้องลาก่อนล่ะครับ​ ขอให้โชคดี"

"เช่นกันค่ะ​"


*********


เช้า​วันรุ่งขึ้น​

บาดแผลของจ่าฉะอ้อนหายสนิท​เป็นปลิดทิ้งจริงดังคำพูดของศาสตราจารย์รองฤทธิ์ สมดังคำโอ้อวด​ที่นางบุญมา​ได้สาธยายให้สารวัตรสัญชัย​และจ่าทองเปลว​ได้ฟัง

อาการบาดเจ็บไม่ทิ้งเค้าโครงเหลือไว้ให้เห็นเลย​ บาดแผล​แม้สักนิดก็แทบไม่หลงเหลือให้เห็น คงมีให้เห็นเพียงรอยจางๆ​เท่านั้น​

"ทิ้งไว้อย่างช้าพรุ่งนี้เช้า​จ่าฉะอ้อนก็​จะเปรียบเสมือน​กับบุคคล​ที่ไม่เคยมีบาดแผลมาก่อนเลย​ในชีวิต ​เพราะร่องรอยอื่นๆ​​ที่เคยเกิดมาก่อนในอดีตก็​จะพลอยลบเลือนหายตาม​ไปด้วย​ทั้งหมด"

ท่านศาสตราจารย์รองฤทธิ์อธิบายแก่ตำรวจ​ทั้งสามถึงประสิทธิภาพ​และสมรรถภาพของหนอนมหัศจรรย์​ที่ท่าน​ได้มี​ส่วนคิดค้นขึ้น​ด้วย​ความภาคภูมิใจ

"ช่างมหัศจรรย์จริงๆ​!"

"ผม​กำลังหาวิธี​ที่​จะเพาะเลี้ยงหนอนมหัศจรรย์เหล่านี้ให้เพียงพอแก่​ความ​ต้องการ ​เพื่อส่ง​ไปให้สถานพยาบาล​ที่​เป็นหน่วยงานของรัฐ​ได้รู้จักวิธีการรักษาแผนใหม่ในอนาคต"

"นับว่า​เป็นการค้นพบครั้งยิ่งใหญ่จริงๆ​นะครับ​ท่านศาสตราจารย์?"

"ใช่ผม​กำลังคิดหาชื่อ​ที่เหมาะสม​เพื่อให้​เป็นเกียรติประวัติของชาติอยู่​หลังจาก​ที่​ได้จดสิทธิบัตร​ไปเรียบร้อย​แล้ว​"

"ทำให้พวกเราพลอยภาคภูมิใจ​ไป​พร้อม​กับท่านศาสตราจารย์ด้วยจริงๆ​ครับ​ เกี่ยว​กับ​ความสำเร็จของผลงานวิจัยในครั้งนี้"

ในขณะ​ที่สารวัตรสัญชัย​กำลังยืนคุยอยู่​​กับท่านศาสตราจารย์รองฤทธิ์​และตำรวจ​ทั้งสอง​โดยมีหมอลิซ่า แฟรี่ยืนอยู่​ด้วยนั้น​ สายตาของสารวัตรก็มองขึ้น​​ไปบนห้องรับรองแขก​ที่อยู่​ภายในสำนักงานของศูนย์วิจัยวิทยาศาสตร์แห่งบ้านขุนซ่องทำให้สารวัตรหนุ่ม​ต้องขนลุกซู่ด้วย​ความตื่นเต้น ​เขาอุทานออกมาเบาๆ​คล้าย​กำลังรำพึง​กับตัวเอง

"เด็ดดวง!"

สารวัตรหนุ่มกระพริบตาอีกครั้งหนึ่ง​​เพื่อ​ความแน่ใจ ​แต่แล้ว​ก็ทำให้​เขา​ต้องผิดหวัง ​เพราะปรากฏว่าร่างของเด็ดดวง​ได้เลือนหาย​ไปจากสายตาเสียแล้ว​

​เขาเห็นชัดๆ​ว่าเด็ดดวง​กำลังยืนคุยอยู่​​กับอัมพิกา​และทวีศักดิ์ ​ทั้งหมดยืนกัน​เป็นสามเส้า​โดยมีเด็ดดวงยืนอยู่​ตรงกลางหันหน้ามาทาง​เขาเสียด้วยซี สารวัตรสัญชัยคิดว่าตา​เขาคงไม่​ได้ฝาด​ไปอย่างแน่นอน ​เพราะว่าภาพ​ที่เห็น​กำลังคุยแสดงกิริยาออกท่าออกทางนั้น​ ​เขาจำ​ได้อย่างแม่นยำ

"สารวัตรพูดว่าอะไร​นะครับ​?"

ศาสตราจารย์แฝดรองถาม​เมื่อมองเห็น​เขาทำปากขมุบขมิบ​แต่พึมพำจนฟังไม่​ได้ศัพท์

"เปล่าครับ​ท่านศาสตราจารย์ ผมเพียงพูดรำพึงบางอย่าง​กับตัวเองเท่านั้น​ ไม่​ได้มี​ความหมายอะไร​หรอกครับ​"

สารวัตรหนุ่มพยายามพูดกลบเกลื่อน​ทั้งๆ​​ที่สายตาของ​เขายังคงเพ่งมอง​ไปทางหน้าสำนักงานศูนย์วิจัยฯ ​ซึ่งภาพ​ที่​เขาเห็นนั้น​ยังคงเหมือนเดิม ​คือบุคคล​ทั้งสองยังคงยืนคุยกันอยู่​มองดูราว​กับว่ายังมีร่างของเด็ดดวง​ที่เคยยืนอยู่​ตรงนั้น​ก่อนหน้านี้

​ซึ่งพวก​เขาทำราว​กับว่าเด็ดดวงยังคงยืนคุยอยู่​​ที่นั้น​ด้วยเพียง​แต่​เขามองไม่เห็นร่างของ​เขาเท่านั้น​

​เป็น​ไป​ได้อย่างไรกัน หรือว่า​เขาเครียด​กับการ​ที่​ต้องคอยสืบเสาะหาเบาะแสของเด็ดดวงอยู่​ตลอดเวลา จึงทำให้​เขามองเห็นภาพหลอนของเด็ดดวงปรากฏขึ้น​ภายใต้จิตสำนึกแปลกๆ​ต่อหน้าต่อตา

​เขาเกือบ​จะเบือนหน้าหนี​ไปทางอื่นอยู่​แล้ว​​เพื่อ​จะสะบัดให้ภาพหลอนนั้น​หลุด​ไปจาก​ความทรงจำ ​แต่​เขาก็​ต้องผวาวูบในหัวใจจนขนลุกซู่ขึ้น​มาอีก​เป็นคำรบ​ที่สอง ​เมื่อจู่ๆ​ภาพของเด็ดดวงก็ปรากฏให้เห็นเด่นชัดขึ้น​มาอีกแล้ว​ก็หาย​ไป​เมื่อ​เขากระพริบตา​ที่​จะมองดูให้ถนัดอีกครั้งหนึ่ง​

ใช่แน่แล้ว​..​เขาตาฝาดด้วยประสาทหลอนจากการ​ที่​ต้องคร่ำเคร่ง​กับคดีของเด็ดดวงนานเกิน​ไปนั่นเอง

นึก​ได้อย่างนี้แล้ว​ทำให้สารวัตรสัญชัยเสียววูบเข้า​ไปในหัวใจ ด้วยกลัวว่าภาพหลอน​จะปรากฏให้​เขาเห็นจน​เขากลาย​เป็นโรคประสาทหรือ​เป็นบ้า​ไปใน​ที่สุด

สารวัตรหนุ่มหัน​ไปชวนจ่าคู่ใจ​ทั้งสองให้รีบออกเดินทาง​เพื่อ​ที่​จะหนี​ไปเสียจากภาพหลอน...​

​ซึ่ง​ถ้าหาก​เขารู้ว่าภาพ​ที่ปรากฏให้​เขาเห็นนั้น​​เป็นของจริงไม่ใช่ภาพหลอนแล้ว​ไซร้ ​เขาคง​ต้องเปลี่ยนใจปฏิบัติการอย่างหนึ่ง​อย่างใด​เป็นแน่แท้

ตำรวจ​ทั้งสามนายพากันเดินตรง​ไปทางด้านหลังของศูนย์วิจัยฯ ​ทั้งนี้ก็​เพื่อ​ไปสำรวจยัง​ที่เกิดเหตุ ณ บ้านตาผัน สถาน​ที่​ซึ่งจ่าฉะอ้อนถูกตาผันยิงด้วยอาวุธปืนจน​ได้รับบาดเจ็บในวันก่อน

ปรากฏว่ากำปั่นทำจากไม้สักใบเล็กๆ​​ที่หัวนอนของตาผันหาย​ไป​เมื่อตำรวจจากกองปราบปรามพิเศษ​ทั้งสาม​ไปถึง ไม่มีร่องรอยของการรื้อค้นอย่างอื่นอีกเลย​ เสื้อผ้าชุดชาวสวนของตาผันยังอยู่​ครบเหมือนวันก่อน

แสดงว่ากำปั่นใบนี้​จะ​ต้องมี​ความหมายต่อตาผันเหนือสิ่งอื่นใด แกจึง​ได้หวนกลับมานำ​เอา​ไปด้วย!

รอยเท้า​ที่ย่ำ​เป็นร่องรอยพอ​ที่​จะสังเกตเห็น​ได้ มุ่งตรง​ไปทางเชิง​เขา​ที่เห็นตระหง่านอยู่​เบื้องหน้า ลองกอง​ที่เคยเห็นห้อยอยู่​ตามคาคบในวันก่อนหาย​ไปหมดไม่มีเหลือให้เห็นเลย​สักลูกเดียว

นี่คง​เป็นการตุนเสบียง​ที่อุตส่าห์ดูแลประคบประหงมมาตลอด​ทั้งปี​เอาติดตัว​ไปด้วยอีกอย่างหนึ่ง​ ​ซึ่งก็คงมีอยู่​ด้วยกันหลายกระบุงทีเดียว

​ทั้งหมดออกเดินตามรอยเท้า​ที่เห็นก้าว​เป็นแนวตามกอหญ้า​และกิ่งไม้​ที่หักมุ่งหน้า​ไปทางชาย​เขา นานๆ​​จะเห็นเปลือกลองกองหล่นอยู่​สักลูกหรือสองลูก

นี่แสดงให้เห็นว่าพวก​เขา​กำลังตามมาถูกทางแล้ว​ ไม่พลาดแน่!

"ต่อ​ไปนี้พวกเรา​จะ​ต้องระมัดระวังตัวกันทุกฝีก้าวเลย​นะ ห้ามทำเสียงดังเอะอะให้ตาผันหรือพวก​เขารู้ตัว​เป็นอันขาด!"

"ครับ​สารวัตร"

"อีกอย่างผมคิดว่าพวกนี้คง​จะไม่ใช่ชาวสวนธรรมดาเสียแล้ว​ ​ที่ดูจากรูปถ่ายเนี่ยน่า​จะมีอะไร​ลึกลับไม่ชอบมาพากล​ที่เราไม่รู้หรือคาดไม่ถึงก็​เป็น​ได้"

"ผมก็คิดอย่างนั้น​เหมือนกันครับ​" จ่าทองเปลวยอมรับ

​แต่​เมื่อ​ทั้งสามมือปราบจากกองปราบปรามพิเศษของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ​ไปถึง ณ บริเวณเชิง​เขาก็ไม่พบเห็นผู้ใดหรือสิ่งก่อสร้างใดๆ​ให้เห็นเลย​ มี​แต่หนทางคดเคี้ยว​ไปตามไหล่​เขา ​ซึ่งน่า​จะ​เป็นหนทาง​ที่นำ​ไปสู่ช่อง​เขา​ที่มองเห็นอยู่​ลิบๆ​

อย่างไม่ย่อท้อ ตำรวจ​ทั้งสามนายก็พากันเดินตามร่องรอย​ที่พอ​จะมองให้เห็น​เป็นแนวทาง​ไปเรื่อยๆ​ จนกระทั่งมาถึงช่อง​เขา​ที่จำ​เป็น​จะ​ต้องไต่เนิน​ที่สูงขึ้น​​ไป เสียงบรรดาสัตว์ นกป่า​และแมลงร้องระงมให้​ได้ยินอยู่​​เป็นช่วงๆ​ ​ทั้งสามไต่มาจนเกือบถึงยอดเนิน

"คิดว่าพวกเราตาม​ไปจนพ้นเนินนี้ก็คง​ต้องหยุดพักกันแล้ว​ล่ะจ่า"

"ดีเหมือนกันครับ​สารวัตร ชัก​จะหืดขึ้น​คอแล้ว​เหมือนกัน" จ่าฉะอ้อนลงนั่งหอบ

"ดี​แต่ว่าเราพกน้ำดื่มมาด้วยนะเนี่ย ไม่ยังงั้นคง​จะหมดแรงเสียก่อน​ที่​จะถึง​เป็นแน่!" จ่าทองเปลวยกกระติกน้ำประจำตัวขึ้น​ดื่มก่อน​ที่​จะล้มตัวลงนอนแผ่หลา

สารวัตรสัญชัย​เป็นผู้เดียว​ที่เดินต่อ​ไปจนถึงยอดเนิน​ที่ห่างออก​ไปอีกเพียงห้าหกก้าวเท่านั้น​เอง

ลมหนาวพลิ้วสะบัดพัดโชยมาตามช่อง​เขาจนเย็นยะเยือก รู้สึกสะท้าน​เมื่อกระทบเข้า​กับเหงื่อ​ที่ชุ่มอยู่​ภายในอกเสื้อ พลอยทำให้​ความเหนื่อยล้าจากการ​ที่​ต้องปีนเนิน​เขาค่อยคลายลง​ไปด้วย

สายตาของสารวัตรหนุ่มถึง​กับตะลึงลาน...​

​เมื่อมองเห็นบ้านหลังงาม​ที่​เป็นอาคารครึ่งตึกครึ่งไม้หลังใหญ่ตั้งเด่นอยู่​บนทางลาดของทางลงเนินเบื้องหน้า...​

มีลำธารเล็กๆ​ยาวคดเคี้ยวขนาน​กับตัวบ้าน​และช่อง​เขาลง​ไปยังพื้นราบอีกด้านหนึ่ง​​ที่มองเห็นหมู่ไม้เขียวขจี...​


*********

 

F a c t   C a r d
Article ID S-2836 Article's Rate 47 votes
ชื่อเรื่อง ฆาตไม่ถึง --Series
ชื่อตอน สัญชัยตาฝาด --อ่านตอนอื่นที่ตีพิมพ์แล้ว คลิก!
ผู้แต่ง ปักษิณ
ตีพิมพ์เมื่อ ๐๗ พฤศจิกายน ๒๕๕๑
ตีพิมพ์ในคอลัมน์ เรื่องยาว ซีรีส์
จำนวนผู้เปิดอ่าน ๑๘๗ ครั้ง
จำนวนความเห็น ๒ ความเห็น
จำนวนดอกไม้รวม ๒๒๐
| | | |
เชิญโหวตให้เรตติ้งดอกไม้แก่ข้อเขียนนี้  
R e a d e r ' s   C o m m e n t
ความเห็นที่ ๑ : Rotjana Geneva [C-14977 ], [212.152.24.172]
เมื่อวันที่ : ๓๐ ต.ค. ๒๕๕๑, ๐๓.๓๐ น.

"สัญชัยประสาทหลอน" หรือ "สัญชัยตาฝาด" ดีไหมคะ​​

แจ้งลบข้อความ


ความเห็นที่ ๒ : ปักษิณ [C-14985 ], [58.10.216.101]
เมื่อวันที่ : ๓๐ ต.ค. ๒๕๕๑, ๑๓.๐๓ น.

สารวัตร "สัญชัยตาฝาด" จริงๆ​​ด้วย...​​

ขอบคุณครับ​​คุณรจนา...​​

แจ้งลบข้อความ


สั่งให้ระบบส่งเมลแจ้งการเพิ่มเติมความเห็น
 ศาลานกน้อย พร้อมบริการเสมอ และยินดีรับฟังข้อเสนอแนะจากทุกท่าน  ติดต่อเว็บมาสเตอร์ได้ทางคอลัมน์ คุยกับลุงเปี๊ยก หรือทางอีเมลได้ที่ uncle-piak@noknoi.com  พัฒนาระบบ : ธีรพงษ์ สุทธิวราภิรักษ์  โลโกนกน้อย : สุชา สนิทวงศ์  ภาพดอกไม้ในนกแชท : ณัฐพร บุญประภา  ลิขสิทธิ์งานเขียนในนิตยสารรายสะดวก เป็นของผู้เขียนเรื่องนั้น  ข้อความที่โพสบนเว็บไซต์แห่งนี้ เป็นความคิดเห็นส่วนตัวของผู้โพสทั้งสิ้น