นิตยสารรายสะดวก  Fiction  ๐๗ พฤศจิกายน ๒๕๕๑
ฆาตไม่ถึง #38
ปักษิณ
..."คุณเด็ดดวง!?" เรียกชื่อของชายในดวงใจ ออก​ไปแล้ว​ อัมพิกาถึง​กับอ้าปากค้างอย่างตกตะลึง ​เพราะร่าง​ที่เห็นยืนอยู่​ตรงหน้าน...

ตอน : ความรักไม่โปร่งแสง-แหล่งเบาะแส

คลิกดูภาพขยาย
"คุณเด็ดดวง!?"

เรียกชื่อของชายในดวงใจออก​ไปแล้ว​ อัมพิกาถึง​กับอ้าปากค้างอย่างตกตะลึง ​เพราะร่าง​ที่เห็นยืนอยู่​ตรงหน้านี้ไม่ใช่ร่างโปร่งแสงอีกต่อ​ไป ​เป็นร่าง​ที่มีเลือดเนื้อมองเห็น​ได้อย่างชัดถนัดตา

ผมเผ้า​ที่ไม่​ได้ตัดมาแรมเดือนกลับช่วยเสริมให้รับ​กับร่างอันสูงโปร่งของชายหนุ่ม ​ซึ่งผิว​ที่ดูคมเข้มช่างเหมาะสม​กับบุคลิกภาพ ​โดยเฉพาะหนวดเครา​ที่ขึ้น​เขียวครึ้มกลับทำให้ใบหน้าของ​เขามีเสน่ห์อย่างประหลาด

นี่​เป็นครั้งแรก​ที่อัมพิกา​ได้เห็นใบหน้า​และเรือนร่าง​ที่แท้จริงของเด็ดดวง!

"ครับ​ผมเองคุณอัมพิกา ห่างกันแค่ไม่กี่ชั่วโมงทำไมถึง​ได้คิดถึง​แต่คุณอยู่​ตลอดเวลาก็ไม่รู้"

อัมพิกา​ได้ยินเสียงทุ้ม​ที่ชวนฟังของ​เขาบ่งบอกถึง​ความรู้สึกนึกคิดอัน​เป็น​ความในใจ​ที่ทำให้เธอเสียวซ่าน​เมื่อ​ได้ยิน ราว​กับน้ำทิพย์จากสรวงสวรรค์​ที่ส่งมาชโลมใจของเธอ

ชายหนุ่มกางมือออกคล้าย​กับ​จะรอให้หญิงสาวโผร่างเข้าหาอ้อมกอดอันอบอุ่น​ที่เคยชื่นใจ​และอิ่มเอม​เมื่อ​ได้สัมผัส หาก​แต่พอชั่วเธอกระพริบตาเท่านั้น​ร่าง​ที่มองเห็นอยู่​เบื้องหน้าก็พลันหายวับ​ไปทันที

ร่างของอัมพิกา​ที่เตรียม​จะผวาเข้าหาอ้อมกอดหยุดชะงัก​โดยอัตโนมัติ!

อัมพิกาไม่แน่ใจว่า​เขา​จะยังยืนอยู่​​ที่เดิมหรือเปล่า!?

​ทั้งๆ​​ที่เธอยัง​ได้กลิ่นสาบเหงื่อของ​เขาลอยอยู่​ใกล้ๆ​ ณ ตรงเบื้องหน้าของเธอนี่เอง ​แต่การหายตัววับ​ไปของ​เขาทำให้อัมพิกาสับสน

ต่อ​เมื่ออ้อมกอด​ที่เคยกระชับร่างของเธอ สัมผัส​กับเรือนกายนั่นแหละ​อัมพิกาถึง​ได้เรียก​เอา​ความรู้สึกของเธอกลับคืนมาอีกครั้งหนึ่ง​ เธอเผยอปากรับการประทับรอยจุมพิตของ​เขาด้วยดวงใจเสน่หา

หญิงสาวหลับตาพริ้มด้วย​ความรู้สึก​ที่​เป็นสุขราว​กับ​ได้ล่องลอยอยู่​บนวิมานก็ไม่ปาน เธอลูบไล้ใบหน้า ลำคอ​และผมเผ้าของเด็ดดวงคล้าย​กับกลัวว่า​จะลอยหายวับ​ไปด้วย​ความเคยชินของอารมณ์​ที่เคยกอดกระชับ​แต่เรือนร่าง​ที่มองไม่เห็น

ครั้นพอเธอลืมตาขึ้น​อีกครั้งร่าง​ที่มีเลือดเนื้อก็กลับปรากฏให้เห็นแนบชิดอยู่​​กับเธอเหมือนตื่นจากฝันกระนั้น​!!

เสียงเดินกุกกักบนทางเท้าพื้นคอนกรีตด้านล่าง​ที่ปูลาดออก​ไปจากห้องทดลองวิทยาศาสตร์มุ่งสู่อาคารคอนกรีตหลังเล็กห่างกันเพียงยี่สิบเมตรเท่านั้น​เอง ​ซึ่ง​เป็นอาคารปิดทึบมีเฉพาะช่องแสง​ที่​เป็นกระจกอยู่​ด้านบน​ทั้งสี่ด้าน

ณ ​ที่นี้ก็​คือ...​

ห้องเพาะเลี้ยงหนอนมหัศจรรย์ของศูนย์วิจัยวิทยาศาสตร์แห่งบ้านขุนซ่อง!

ลิซ่า แฟรี่เดินตามหลังท่านศาสตราจารย์รองฤทธิ์​ที่​กำลังก้าว​ไปไขกุญแจ​เพื่อเปิดประตูห้องเพาะเลี้ยงหนอนมหัศจรรย์นั้น​

คล้าย​กับมีลางสังหรณ์ ลิซ่า แฟรี่หันหน้ากลับแหงนขึ้น​​ไปดูยังห้องรับรองแขกของศูนย์วิจัยฯ​ซึ่งอยู่​ด้านบน เธอสังเกตเห็นเงาของคนสองคนยืนอยู่​ ณ บานหน้าต่างด้านหลัง ​เมื่อเพ่งพินิจอย่างถ่องแท้ก็ทำให้ลิซ่า แฟรี่พลอยงุนงงไม่วาย...​

เธอเห็นร่างของอัมพิกายืนคู่อยู่​​กับผู้ชายคนหนึ่ง​ ​ทั้งคู่แนบใบหน้าชิดเคียงกันในขณะ​ที่​ทั้งสองคนก็​กำลังก้มลงมองมาทางเธอ​พอดี ลิซ่าแปลกใจ​ที่เธอไม่เคยเห็นหน้าชายผู้นี้มาก่อน เธอกระพริบตาถี่ด้วย​ความพิศวง หาก​แต่ริมฝีปากยังคงเผยอยิ้มให้​ทั้งคู่อย่างมีไมตรี

ลิซ่า แฟรี่เห็นร่างของคน​ทั้งสองยิ้มตอบรับ​และโบกมือให้...​

​เขา​เป็น​ใครกันหนอ..?

ลิซ่า แฟรี่โบกมือตอบในขณะ​ที่เท้า​กำลังก้าวตามท่านศาสตราจารย์รองฤทธิ์เข้า​ไปภายในห้องเพาะเลี้ยงหนอนมหัศจรรย์...​

ทันที​ที่บานประตูห้องเพาะเลี้ยงหนอนมหัศจรรย์ปิดลงตามหลังบุคคล​ทั้งสอง เด็ดดวงก็ดึงร่างบอบบางนั้น​กระชับกอดแน่นเข้ากว่าเดิม ​พร้อม​ทั้งประทับรอยจูบ​ไปบนริมฝีปากของอัมพิกาอย่าง​กับว่า​จะไม่ยอมให้เธอ​ได้มีโอกาส​ที่​จะหยุดพัก​เพื่อหายใจเลย​กระนั้น​

ลุงเบี้ยวเสเบือนหน้า​ไปทางอื่น​เมื่อเดินผ่านเข้ามาในห้องรับรองแขก​โดยไม่​ได้ตั้งใจ ชายสูงอายุถอยหลังกรูด แกล้งเดินลงระเบียงก้าวออก​ไปทางบ้านพักของแก​ที่อยู่​ด้านข้างด้วยสีหน้าแสดง​ความสงสัยเสียเต็มประดา

ใบหน้าของชายหนุ่ม​ที่เห็นว้อบๆ​แวบๆ​กระชับกอด​และบรรจงจูบ​กับนางสาวอัมพิกาอยู่​ภายในห้องรับแขกนั้น​ ลุงเบี้ยวจำ​ได้แม่นว่า​เป็นชายหนุ่มคนเดียวกัน​กับ​ที่แกเห็นร่างปรากฏแวบๆ​หายๆ​ผลุบๆ​โผล่ๆ​ นั่งดื่มไวน์อยู่​ในห้องประชุมลับใต้ดิน​กับท่านศาสตราจารย์แฝด​ทั้งสอง

​ซึ่งนางบุญมาเมียของแกบอกว่า​เขาชื่อนายเด็ดดวง!

อัน​เป็นคนเดียวกัน​กับ​ที่จ่าทองเปลว​และจ่าฉะอ้อน​ได้พยายามเพียรสอบถามหาเบาะแสเกี่ยว​กับ​ความเคลื่อนไหวของนายคนนี้จาก​เขาอยู่​ตลอดมานั่นเอง...​

​เมื่อก้าวเข้า​ไปภายในเรือนพัก​ส่วนตัวของแก​และนางบุญมาแล้ว​ ลุงเบี้ยวก็หยิบ​เอาขวดรีเจนซี่​ที่จ่ามือปราบซื้อมาฝากเปิดจุกออกรินใส่แก้วจนเต็ม แกกระดกเข้าลำคอรวดเดียว​พร้อม​กับถอนหายใจออกมาคล้าย​กับ​ได้ระบายอารมณ์บางอย่างออก​ไป​กับน้ำอมฤต

‘โล่งอก​ไปหน่อย​​ที่รู้ว่า​เป็นเหตุผลทางวิทยาศาสตร์ ไม่อย่างนั้น​มีหวังจับไข้หัวโกร๋นแน่ๆ​’ ลุงเบี้ยวคำนึงนึกอยู่​คนเดียวในใจอย่างคนปลงตก...​

เออหนอ..โลกในปัจจุบันนี้มันช่างหมุนเร็ว​และเหตุการณ์ต่างๆ​ก็เปลี่ยนแปลง​และเกิดขึ้น​อย่างมากมาย​ก่ายกองจนปรับตัวแทบไม่ทัน

​แต่ก็ช่างมันเถอะนะ อะไร​​จะเกิดอะไร​​จะปรากฏอย่าง​ที่ไม่เคยเห็นก็ให้มันเกิด​ไป นึกเสียว่ามัน​เป็นปรากฏการณ์ทางธรรมชาติเท่านั้น​เอง...​

นึก​ได้เสียอย่างนี้แล้ว​ ลุงเบี้ยวก็รินรีเจนซี่ใส่แก้วเพียวๆ​กระดกอีกหนึ่ง​แก้วเต็มๆ​ ก่อน​ที่​จะปิดจุกขวดซุกป้าบุญมาไว้ดังเดิม...​

​เมื่อแกก้าวกลับเข้า​ไปในห้องรับรองแขกอีกครั้งก็ไม่เห็นร่างของชายหนุ่ม​ที่ล่องหนผลุบๆ​โผล่ๆ​คนดังกล่าวแล้ว​ คงเหลือเพียงนางสาวอัมพิกา​ที่นั่งทำตาลอยอยู่​บนโซฟาไม้มะค่าผ่าครึ่ง​แต่ผู้เดียว ใบหน้าของเธอแฝงอมยิ้มอย่างมี​ความสุข ทำท่าราว​กับว่าโลกใบนี้​ทั้งใบ​กำลังอยู่​ภายในกำมือของเธอ

"อะแฮ่ม..คุณหนูอัมพิกา​จะรับอะไร​เพิ่มไหมล่ะครับ​ กาแฟหรือน้ำหวานดีครับ​?"

"ขอบคุณค่ะ​..อัมพิกาขอกาแฟ​ได้ไหมค่ะ​ลุงเบี้ยว กาแฟอย่างเดียวไม่​เอาครีมหรือน้ำตาลนะคะ​?"

"​ได้ครับ​ โปรดรอสักครู่นะครับ​คุณหนูอัมพิกา"


*********


สารวัตรสัญชัยมอง​ไปทางทิว​เขา​ที่แลเห็นตระหง่านอยู่​เบื้องหน้าด้วย​ความคิดทบทวนถึงเหตุการณ์​ที่เกิดขึ้น​​ทั้งหมดนับตั้งแต่วันแรก​ที่​เขาเริ่มแกะรอยเด็ดดวงผู้​ต้องหา​ที่เคย​เป็นอดีตสหายรักของ​เขาในวัยเด็กมาจนถึง​ที่ศูนย์วิจัยวิทยาศาสตร์แห่งบ้านขุนซ่องนี้

รอยเท้าของเด็ดดวง​ได้หายเข้า​ไปในศูนย์วิจัยฯแห่งนี้​และไม่ปรากฏให้เห็นอีกเลย​ในเวลา​ต่อมา ​เขาเพียง​แต่​ได้ยินข่าวคราวจากสายสืบ​ที่​ได้วาง​เอาไว้ทั่วตามบุคคล​ที่เคย​ไปมาหาสู่​กับเด็ดดวงหลายต่อหลายแห่ง

ข่าวคราว​และเบาะแส​ที่​เขา​ได้รับจากสายสืบ ก็​เป็น​แต่เพียงการคาดเดา​และการเคลื่อนไหว​ที่น่า​จะ​เป็น​ไป​ได้ว่าเด็ดดวง​ได้ร่วมอยู่​ในเหตุการณ์ด้วยเท่านั้น​เอง หากไม่มีผู้ใดเคย​ได้พบเห็นตัวตนของเด็ดดวงเลย​​แม้​แต่คนเดียว

ฉะนั้น​จึง​สามารถ​ที่​จะสรุป​ได้ว่าตัวของสารวัตรสัญชัยเอง​และจ่าคู่ใจอีกสองคนเท่านั้น​​ที่เคยเห็นเด็ดดวง​เป็นครั้งสุดท้าย ก่อน​ที่​เขา​จะหลบหนีเข้า​ไป ณ ศูนย์วิจัยวิทยาศาสตร์แห่งบ้านขุนซ่องนี้

​เขา​ไปหลบซ่อนอยู่​​ที่ใด​โดยไร้ร่องรอย ​ทั้งๆ​​ที่คน​ที่​เขา​ได้เคยเกี่ยวข้อง​และเคยช่วยเหลือหรือเคยคบค้าสมาคมด้วย​ได้ต่างพากันแวะเวียน​ไปมาหาสู่ ณ ศูนย์วิจัยฯแห่งนี้ไม่ขาดสาย

​และ​แม้​แต่กระทั่งทวีศักดิ์​เพื่อนรักของเด็ดดวงอีกคนหนึ่ง​จากบ้านฉาง ​ซึ่งขณะนี้ก็​ได้มาอยู่​​กับ​เขา​ที่นี่ด้วยสาเหตุ​ที่น่าสงสัย​เป็นอย่างยิ่ง ​ทั้งๆ​​ที่ร้อยวันพันปีนายทวีศักดิ์ผู้นี้ไม่ค่อย​ได้ย่างก้าวออก​ไปไหนไกลกว่าเมืองระยองเลย​

​แต่​เขาก็​ได้ประกาศ​เป็นสัจ​จะ​โดยให้เวลาแก่ทวีศักดิ์ถึง ๗ วันในการ​ที่​จะติดต่อนำเด็ดดวงเข้ามอบตัว​เพื่อต่อสู้คดี​และยอมรับผิดในสิ่ง​ที่​เขา​ได้ก่อขึ้น​

​เพราะฉะนั้น​ในช่วงเวลานี้​เขาจึงไม่ควร​ที่​จะเข้า​ไปยุ่งเกี่ยว​กับเรื่อง​ราวของเด็ดดวงอีกจนกว่า​จะครบกำหนด ๗ วัน

คงมีคดีเฉพาะหน้าเกี่ยว​กับ​ที่จ่าฉะอ้อนถูกลอบยิงนี้เพียงคดีเดียวเท่านั้น​เอง ​ที่​ต้องรีบจัดการอย่างรีบด่วน!

การ​ที่จ่าฉะอ้อนถูกยิงนี่รู้สึกว่า​​จะสำคัญ​และซับซ้อนซ่อนเงื่อนเกี่ยวโยง​กับคดี​ที่ตาผัน​ได้หายตัว​ไปอีกคนหนึ่ง​ด้วย...​

นับว่าเรื่อง​ราว​ทั้งหมดนี้ช่างประจวบเหมาะ​และเกี่ยวข้อง​กับคนภายในศูนย์วิจัยวิทยาศาสตร์แห่งบ้านขุนซ่องอย่างช่วยไม่​ได้

"ผมสงสัยว่า​ที่บริเวณเชิง​เขาข้างหน้านี้น่า​จะมีอะไร​ไม่ชอบมาพากลซุกซ่อนอยู่​นะครับ​ ​เพราะดูจากร่องรอยของการหลบหนี​โดยสังเกตจากรอยเท้าอย่างน้อยก็คงมีคนสามคนขึ้น​​ไปวิ่งออก​ไปทางนั้น​"

"สารวัตรคิดว่าเราควร​จะสะกดรอยตามต่อ​ไปดีไหมครับ​?" จ่าทองเปลวถาม​ความเห็นผู้บังคับบัญชา

"ขืนตาม​ไปตอนนี้นั้น​เราก็​จะยังคงมืดแปดด้านอยู่​ดีว่า​ใครล่ะ​คือเป้าหมาย​ที่เรา​กำลังติดตามตัวอยู่​ในขณะนี้?"

"อย่างนั้น​สารวัตรคิดว่าเราควร​จะทำอย่างไรกันต่อ​ไปดีล่ะครับ​?"

"เรายังไม่​ได้สอบถามจ่าฉะอ้อนเลย​ว่า​ใคร​คือตัวการ​ที่ลอบยิง​เขา ​และคน​ที่อยู่​ในรูปถ่ายนั้น​เกี่ยวข้องด้วยหรือไม่?"

"คง​ต้องกลับ​ไปสืบหาเบาะแสก่อนใช่ไหมครับ​?"

"​ที่สำคัญผมว่า​ใคร​คือเจ้าของถุงกระดาษสีน้ำตาลใบใหญ่นั้น​มากกว่า ​เพราะ​เป็นสิ่งสุดท้าย​ที่เข้ามาเกี่ยวข้อง​กับคดีลอบทำร้ายเจ้าหน้า​ที่ตำรวจในครั้งนี้?"

"ผมว่าข้อนี้เราคง​จะสืบ​ได้ไม่ยากนักหรอกครับ​สารวัตร"

"จ่าคิดว่า​จะง่ายอย่างนั้น​หรือ?"

"ครับ​สารวัตร..เราคง​ต้องกลับ​ไปเริ่มต้น​ที่ลุงเบี้ยว​และท่านศาสตราจารย์แฝด​ทั้งสองก่อนแล้ว​ล่ะครับ​งานนี้ ​เพราะคิดว่า​ทั้งสามคนนี่​จะ​ต้องมีอะไร​เกี่ยวข้อง​กับถุงสีน้ำตาล​และบุคคล​ที่อยู่​ในรูปถ่ายนี้อย่างแน่นอน"

"นับว่า​เป็น​ความคิด​ที่ตรง​กับใจของผมเลย​ทีเดียวล่ะครับ​ จ่าทองเปลว ​แต่​ถ้า​จะให้ดี..เราควรนับรวม​เอาป้าบุญมาเข้า​ไปด้วยอีกหนึ่ง​คน ​เพราะดูเหมือนว่าแก​จะรู้อะไร​ดีๆ​ ภายในศูนย์วิจัยฯนี้​ทั้งหมด จริงไหม?"


*********

 

F a c t   C a r d
Article ID S-2834 Article's Rate 47 votes
ชื่อเรื่อง ฆาตไม่ถึง --Series
ชื่อตอน ความรักไม่โปร่งแสง-แหล่งเบาะแส --อ่านตอนอื่นที่ตีพิมพ์แล้ว คลิก!
ผู้แต่ง ปักษิณ
ตีพิมพ์เมื่อ ๐๗ พฤศจิกายน ๒๕๕๑
ตีพิมพ์ในคอลัมน์ เรื่องยาว ซีรีส์
จำนวนผู้เปิดอ่าน ๑๗๖ ครั้ง
จำนวนความเห็น ๓ ความเห็น
จำนวนดอกไม้รวม ๒๒๐
| | | |
เชิญโหวตให้เรตติ้งดอกไม้แก่ข้อเขียนนี้  
R e a d e r ' s   C o m m e n t
ความเห็นที่ ๑ : Rotjana Geneva [C-14964 ], [83.176.48.167]
เมื่อวันที่ : ๒๘ ต.ค. ๒๕๕๑, ๐๒.๓๖ น.

"​​ความรักไม่โปร่งใส" หรือ "เด็ดดวงไม่โปร่งใส" ดีคะ​​

ลุงปิงนี่เยี่ยมจริิง ๆ​​ ผูกเรื่อง​​​​ได้(หนอน)มหัศจรรย์พันลึกเหลือเชื่อเลย​​ค่ะ​​

วันนี้รจนาขับรถกลับบ้านก็นั่งนึกเรื่อง​​​​แต่งของลุงปิง​​ไป อดภูิมิใจ​​กับนักเขียนไทยไม่​​ได้...​​

แจ้งลบข้อความ


ความเห็นที่ ๒ : fishbud [C-14966 ], [206.227.160.12]
เมื่อวันที่ : ๒๘ ต.ค. ๒๕๕๑, ๐๓.๐๔ น.

ไม่รู้​​จะตั้งชื่ออะไร​​ "สืบหาเบาะแส" ละกันค่ะ​​

แจ้งลบข้อความ


ความเห็นที่ ๓ : ปักษิณ [C-14968 ], [58.10.216.233]
เมื่อวันที่ : ๒๘ ต.ค. ๒๕๕๑, ๐๙.๕๓ น.

สวัสดีครับ​​คุณRotjana Geneva & คุณfishbud

"​​ความรักไม่โปร่งแสง-แหล่งเบาะแส"

ขอ​​เอาชื่อมารวมกันแบบสมานฉันท์นะครับ​​...​​

​​เพราะมีน้ำหนัก​​ทั้งสองชื่อ...​​ ขอบคุณครับ​​...​​

แจ้งลบข้อความ


สั่งให้ระบบส่งเมลแจ้งการเพิ่มเติมความเห็น
 ศาลานกน้อย พร้อมบริการเสมอ และยินดีรับฟังข้อเสนอแนะจากทุกท่าน  ติดต่อเว็บมาสเตอร์ได้ทางคอลัมน์ คุยกับลุงเปี๊ยก หรือทางอีเมลได้ที่ uncle-piak@noknoi.com  พัฒนาระบบ : ธีรพงษ์ สุทธิวราภิรักษ์  โลโกนกน้อย : สุชา สนิทวงศ์  ภาพดอกไม้ในนกแชท : ณัฐพร บุญประภา  ลิขสิทธิ์งานเขียนในนิตยสารรายสะดวก เป็นของผู้เขียนเรื่องนั้น  ข้อความที่โพสบนเว็บไซต์แห่งนี้ เป็นความคิดเห็นส่วนตัวของผู้โพสทั้งสิ้น