นิตยสารรายสะดวก  Fiction  ๐๗ พฤศจิกายน ๒๕๕๑
ฆาตไม่ถึง #36
ปักษิณ
...ก้าวพ้นดงกระถินใกล้บ้านตาผัน เข้า​ไปทุกที เบื้องหลังทิวสาบเสือข้างหน้าก็​จะล่วงเข้าสู่เขตรั้วบ้านแล้ว​ สารวัตรสัญชัยกระชับปืนแน่นอยู่​ใ...

ตอน : ใครยิงจ่าฉะอ้อน

คลิกดูภาพขยาย
ก้าวพ้นดงกระถินใกล้บ้านตาผันเข้า​ไปทุกที เบื้องหลังทิวสาบเสือข้างหน้าก็​จะล่วงเข้าสู่เขตรั้วบ้านแล้ว​ สารวัตรสัญชัยกระชับปืนแน่นอยู่​ในมือ

ลมหนาวกระโชกวูบพัดผ่านจนยอดกระถิน​และสาบเสือปลิวลู่​ไปตามกระแสลม อากาศเย็นกระทบใบหน้าทำให้ขนลุกเกรียว

"จ่าทองปลิววิ่งอ้อมหลบ​ไปเข้าทางปลายสุดดงกระถินด้านซ้ายมือนะ เราสามคน​จะบุกเข้า​ไปทางต้นมังคุดด้านขวามือ"

สารวัตรหนุ่มกระซิบบอก​กับจ่าคู่ใจถึงแผนการ​ที่​จะจู่โจมเข้า​ไปยังตัวเรือนไม้กึ่งกระท่อมหลังนั้น​ จ่าทองเปลวพยักหน้ารับคำ​พร้อม​กับก้มร่างวิ่งเหยาะๆ​เลาะดงกระถิน​ไปทางด้านซ้ายมือ

มองจากดงสาบเสือหลังต้นมังคุดเตี้ยสองต้นคู่เข้า​ไปยังตัวบ้านตาผัน ภาพ​ที่เห็นปรากฏอยู่​เบื้องหน้าทำให้สารวัตรสัญชัยถึง​กับหายใจสะดุด

จ่าฉะอ้อนนอนคว่ำหน้าอยู่​​ที่เชิงบันได ​กำลังพยายาม​ที่​จะยันกายลุกขึ้น​ด้วย​ความยากลำบากเลือดปนเหงื่อไหลโซมร่าง ไม่รู้ว่าถูกกระสุนปืนหรืออาวุธชนิดใดกันแน่

สารวัตรสัญชัยก้าวกระโจนพรวดถึงตัวผู้ใต้บังคับบัญชาอย่างรวดเร็ว​พร้อม​กับช่วยประคองร่างให้ลุกขึ้น​ยืนอย่างทุลักทุเล

​เป็นเวลาเดียวกัน​กับ​ที่จ่าทองเปลวชาร์ตเข้ามาถึง​พอดี จ่ามือปราบก้าวขึ้น​บันได​ไปบนบ้าน ยกอาวุธปืนส่ายเล็งเตรียมยิงอยู่​เบื้องหน้าในขณะ​ที่สายตาสอดส่ายมองเข้า​ไปในตัวบ้านเผื่อว่า​จะมีคนร้ายยังคงหลบซ่อนตัวอยู่​ภายใน

"ข้างบนนี้เหตุการณ์ปกติครับ​สารวัตร ไม่มี​ใครอยู่​บนบ้านสักคนเลย​ครับ​!"

"ตาผันไม่​ได้อยู่​ข้างบนบ้านหรอกหรือจ่า?" ​เป็นเสียงถามของท่านศาสตราจารย์รองฤทธิ์

"ไม่เห็นมี​ใครอยู่​ข้างบนนี้เลย​นี่ครับ​!"

"เอ๊ะ..ตาผันหาย​ไปไหนของ​เขานะนี่ ทิ้งบ้านทิ้งช่อง​ไป​ได้อย่างไรกันนะ!?"

"​เขาอาจ​จะหลบหนี​ไป​เพราะ​ความหวาดกลัว​ที่เห็นตำรวจถูกยิงนะครับ​ หรือไม่อีกทีแกก็​เป็นคนยิงเสียเองด้วย​ความเข้าใจผิด เลย​เตลิดหนี​ไปก็​ได้" สารวัตรหนุ่มตั้งข้อสังเกต

"อย่างสารวัตรว่านั้น​ก็อาจ​จะ​เป็น​ได้​เพราะไม่มีเรื่อง​อื่นใด​ที่ตาผันมี​ความจำ​เป็น​ที่​จะ​ต้องหนีเลย​นี่นา"

"​แต่ตาผันแก​จะยิงจ่าฉะอ้อนด้วยเรื่อง​อะไร​กันล่ะ ใน​เมื่อแกก็ไม่มีเหตุผลเกี่ยว​กับการหลบหนีคดีอยู่​ไม่ใช่รึ..ท่านศาสตราจารย์?"

"คิดว่าไม่มีนะครับ​"

"เอ๊ะ..หรือว่าแกมีคดีสำคัญอะไร​ติดตัว​โดย​ที่เราไม่รู้?" ทวีศักดิ์ให้​ความเห็น

"ก็อาจ​เป็น​ไป​ได้นะครับ​คุณทวีศักดิ์ ท่านศาสตราจารย์พอ​จะรู้ระแคะ​ระคายเรื่อง​ตื้นลึกหนาบางอะไร​เกี่ยว​กับตาผันบ้างไหมครับ​?"

"ไม่ทราบซีครับ​เห็น​แต่แกทำไร่ทำสวนของแกง่วนอยู่​คนเดียว แถมสติสตังก็ไม่ค่อยสมประกอบ ไม่เห็นแกเคย​ไปสุงสิง​กับ​ใครแถวนี้เลย​นี่ครับ​"

"เห็นลุงเบี้ยวบอกว่าท่านศาสตราจารย์เอกวิทย์ฝากถุงเสื้อผ้ามาให้ตาผันวันนี้มิใช่หรือครับ​?"

"ครับ​​เป็นถุงใส่เสื้อผ้าของตาผัน"

"ถุงแบบไหนกันครับ​ พอ​จะบอกลักษณะหน่อย​​ได้ไหมครับ​ท่านศาสตราจารย์?"

"ถุงพลาสติกใบใหญ่ๆ​สีน้ำตาลมีหูหิ้วครับ​ สารวัตรสงสัยอะไร​เกี่ยวของ​ที่อยู่​ข้างในถุงหรือครับ​?"

"ครับ​อาจ​จะ​เป็นเบาะแสอะไร​บางอย่าง​ที่เราไม่รู้ จ่าทองปลิวลองค้นดูซิว่ามีถุงสีน้ำตาลอย่าง​ที่ท่านศาสตราจารย์บอกหรือเปล่า?"

"ครับ​ผม"

"อ้าว..จ่าฉะอ้อน..จ่าฉะอ้อน!"

สารวัตรสัญชัยเขย่าร่างของจ่าฉะอ้อน​ที่จู่ๆ​ก็​เป็นลมหมดสติ​ไป​เพราะพิษบาดแผล​และ​ความอ่อนล้าภายในวงแขนของ​เขานั่นเอง

"อ้าวหมดสติ​ไปแล้ว​ ท่าทาง​จะอาการสาหัสนะนี่!"

"ผมว่าทาง​ที่ดี​เอา​ไป​ที่สถานพยาบาลในห้องทดลองก่อนดีกว่านะครับ​ เรามีเครื่องไม้เครื่องมือ​และหยูกยาอยู่​​พร้อมมูล" ศาสตราจารย์รองฤทธิ์กล่าวขึ้น​เบาๆ​

"ดีเหมือนกันครับ​..​ถ้าอย่างนั้น​เราช่วยกันหามร่างของจ่าฉะอ้อนกลับกันก่อนดีกว่า แล้ว​ประเดี๋ยวค่อยย้อนกลับมา​ที่นี่ใหม่"

"ให้ผมอยู่​เฝ้าดูสถานการณ์​ที่นี่ก่อนดีไหมครับ​สารวัตร?"

"ตกลง จ่าอยู่​เฝ้าดูลาดเลา​ที่นี่​ไปก่อนก็แล้ว​กัน ระวังตัวหน่อย​นะ ​ถ้ามีเหตุการณ์อะไร​ไม่ชอบมาพากลล่ะก็ วิทยุเรียกผมหรือยิงปืนขึ้น​ฟ้าให้สัญญาณก็​ได้​ถ้าจำ​เป็นจริงๆ​"

"ครับ​ผม"

สารวัตรสัญชัย​เอาบันไดไม้ไผ่ห้าขั้น​ที่​ใช้ปีนขึ้น​บ้านตาผัน​เป็นเปลชั่วคราวในการหามร่างจ่าฉะอ้อนกลับคืน​ไปยังศูนย์วิจัยวิทยาศาสตร์บ้านขุนซ่อง ​โดย​ใช้ทางเดินเล็กๆ​​ที่​ใช้​เป็นทางสัญจร​ไปมาหากัน​ระหว่างบ้านตาผัน​กับศูนย์วิจัยวิทยาศาสตร์แห่งนี้

ผู้​ที่หามร่างของจ่าฉะอ้อนก็​คือทวีศักดิ์​ซึ่งเดินหามอยู่​ด้านหน้า​และสารวัตรหนุ่มเดินหามอยู่​ด้านหลัง ​ส่วนศาสตราจารย์รองฤทธิ์นั้น​คอยจับชีพจร​และสังเกตอาการคนเจ็บ​ไปตลอดทาง

​เมื่อพาคนเจ็บเข้าห้องทดลองเรียบร้อย​ ​โดยมีหมอลิซ่า แฟรี่​และศาสตราจารย์รองฤทธิ์คอยดูแลรักษาแล้ว​ สารวัตรสัญชัยก็ทำท่า​จะกลับ​ไปยัง​ที่เกิดเหตุ​แต่เพียงลำพัง ​แต่ทวีศักดิ์​ได้ยุดมือไว้​และบอกว่า

"ให้ผมตาม​ไปด้วยอีกคนก็แล้ว​กันนะครับ​ เหลือสารวัตร​กับจ่าทองเปลวเพียงสองคนคง​จะลำบาก ​ถ้าพวกมันเกิดหวนกลับมากันอีกครั้งหนึ่ง​"

"ตามใจ ก็ดีเหมือนกัน ว่า​แต่ว่าคุณทวีศักดิ์มีอาวุธแล้ว​หรือครับ​?"

"นี่ไงครับ​..บาเรตต้า ๙๒ เอฟเอส เดินทางไกลผมไม่ค่อยไว้วางใจกลัว​จะ​เป็นแบบไอ้อำนวย​กับไอ้ศรชัย เลย​​ต้องติดตัวไว้​เป็นประจำเผื่อฉุกเฉิน"

"ดีเลย​ครับ​ ​ถ้าอย่างนั้น​เรารีบ​ไปกันเถอะ!"

กลับ​ไปถึง​ทั้งสองก็พบว่าจ่าทองเปลว​กำลังยืนรออยู่​​ที่เชิงบันไดบ้าน​ที่ถูกยกออก​ไปหามร่างของจ่าฉะอ้อนอยู่​ด้วย​ความกระวนกระวาย เดินกลับ​ไปกลับอย่างงุ่นง่านราว​กับเสือติดจั่น

ทันที​ที่เห็น​ทั้งสองคนเดินพ้นป่าละเมาะออกมา จ่าทองเปลวก็รีบวิ่งตรงเข้า​ไปรายงานทันที

"สารวัตรครับ​ ไม่พบถุงพลาสติกสีน้ำตาล​ที่ว่าเลย​ครับ​ ​แต่ผมค้นพบอะไร​แปลกๆ​​ที่บนบ้านของตาผันครับ​!"

"ค้นพบอะไร​หรือ?"

"รูปถ่ายครับ​!"

"รูปถ่ายอะไร​หรือจ่าทองเปลว?"

"​เป็นรูปถ่ายของท่านอดีตรัฐมนตรี​ที่ตามข่าวบอกว่า​ได้หายสาบสูญ​ไป​โดยไร้ร่องรอย"

"ไหนขอดูซิจ่า!?"

"นี่ยังไงล่ะครับ​..รูปท่านยืนถ่าย​กับ​ใครก็ไม่รู้อีกสองคน ท่าทาง​กำลังคุยกันเพลินอยู่​ทีเดียวเลย​ครับ​"

"จริงด้วยซิ นี่มันอดีตรัฐมนตรีวัชรินทร์​ที่หนีคดีคอรัปชั่นเมกกะโปรเจ็คแล้ว​ก็หายสาบสูญ​ไปเลย​นี่?"

"ครั้งสุดท้าย​ได้ข่าวว่าท่านหนี​ไปอยู่​เกาะกงประเทศกัมพูชา ​เพราะข่าวว่าท่านมีบ่อนกาสิโนอยู่​​ที่นั่นด้วยนะครับ​"

"จ่าทองเปลว​ไปพบรูปนี้เข้า​ที่ไหนหรือ?"

"ในกำปั่นเล็กๆ​บนหัวนอนในห้องของตาผันครับ​"

"แล้ว​ยังมีอะไร​นอกจากของสิ่งนี้ด้วยหรือเปล่า?"

"มีครับ​ มีนามบัตรเล็กๆ​อีกใบหนึ่ง​นะครับ​ สัญลักษณ์​เป็นรูปม้าพยศตามนามสกุลของท่านรัฐมนตรี ​พร้อมชื่อ​และนามสกุลของท่าน นี่ครับ​สารวัตร มีลายเซ็นสลักหลังด้วยครับ​"

สารวัตรสัญชัยรับนามบัตรมาจากจ่าหนุ่ม ​ซึ่ง​เป็นนามบัตรใบกะทัดรัดเคลือบเงาอย่างดีมีรูปม้าพยศ​เป็นลายดุนนูนให้เห็นอย่างเด่นชัด ตรงกลาง​คือรายชื่อเจ้าของนามบัตร...​

ดร.วัชรินทร์ มโนมัยผยอง

ด้านหลังนามบัตรมีข้อ​ความ​พร้อมลายเซ็นด้วยหมึกสีดำ ​แม้​จะเลือน​ไปบ้าง​แต่ก็ยังพอ​ที่​จะอ่าน​ได้ใจ​ความ

​เพื่อนรัก

กรุณาอำนวย​ความสะดวก​ให้คนของอั๊วด้วย

ลงชื่อลายเซ็น

วัชรินทร์

สารวัตรสัญชัยพลิกนามบัตรกลับ​ไปกลับมาด้วย​ความพิศวง ​เพราะนอกจากข้อ​ความดังกล่าวแล้ว​ ไม่มีวัน​ที่เขียนระบุไว้บนนามบัตรนั้น​​แต่อย่างใด

​เขาพยายาม​ที่​จะนึกย้อน​ไปถึงอดีต​ที่ครั้งหนึ่ง​​เขาเคยอารักขาท่านรัฐมนตรีผู้นี้​เมื่อ​เขามียศเพียงแค่ร้อยตำรวจเอกเท่านั้น​ ในคราว​ที่ท่านเดินทาง​ไปเจรจากรณีพิพาทเขมร​ที่ช่องจอม​เมื่อหลายปีมาแล้ว​

ดูเหมือนว่าท่านดอกเตอร์วัชรินทร์ในขณะนั้น​​จะเพิ่งเริ่มก่อสร้างบ่อนกาสิโนใหม่ๆ​ การเจรจาจึงราบรื่น​ไปด้วยดีก่อน​ที่ฟองสบู่​จะแตก​ได้ไม่นานในปีสี่ศูนย์

​แต่ภาพ​ที่ปรากฏบนรูปถ่ายนี่สิ​คือปัญหา​ที่น่า​จะขบ​ได้ไม่ยากนัก ​ถ้าเผื่อว่า​สามารถ​ที่​จะบอก​ได้ว่าบุคคล​ทั้งสอง​ที่อยู่​ในภาพนั้น​​คือ​ใครบ้าง?

สารวัตรหนุ่มคิดคำนึงอยู่​ในใจคนเดียวว่า หนึ่ง​ในสองของบุรุษแปลกหน้านั้น​น่า​จะ​เป็น...​ตาผัน!?

ผู้​ที่​จะไขปริศนานี้​ได้ก็​คือ...​

คนของศูนย์วิจัยวิทยาศาสตร์แห่งบ้านขุนซ่องนั่นเอง...​

ศาสตราจารย์แฝด​ทั้งสอง รวม​ทั้งลุงเบี้ยว​และป้าบุญมา..!?


*********

 

F a c t   C a r d
Article ID S-2832 Article's Rate 47 votes
ชื่อเรื่อง ฆาตไม่ถึง --Series
ชื่อตอน ใครยิงจ่าฉะอ้อน --อ่านตอนอื่นที่ตีพิมพ์แล้ว คลิก!
ผู้แต่ง ปักษิณ
ตีพิมพ์เมื่อ ๐๗ พฤศจิกายน ๒๕๕๑
ตีพิมพ์ในคอลัมน์ เรื่องยาว ซีรีส์
จำนวนผู้เปิดอ่าน ๑๙๔ ครั้ง
จำนวนความเห็น ๒ ความเห็น
จำนวนดอกไม้รวม ๒๒๐
| | | |
เชิญโหวตให้เรตติ้งดอกไม้แก่ข้อเขียนนี้  
R e a d e r ' s   C o m m e n t
ความเห็นที่ ๑ : Rotjana Geneva [C-14947 ], [83.181.111.248]
เมื่อวันที่ : ๒๖ ต.ค. ๒๕๕๑, ๑๕.๑๕ น.

"​​ใครยิงจ่าฉะ้อ้อน"

หรือไม่ก็ "ปริศนาภาพถ่าย" ค่ะ​​

​​แต่ว่าตั้งชื่อปริศนา​​ไปหลายตอนแล้ว​​ เกรงว่าอาจ​​จะซ้ำซ้อนมาก​​ไป???

แจ้งลบข้อความ


ความเห็นที่ ๒ : ปักษิณ [C-14950 ], [58.10.216.150]
เมื่อวันที่ : ๒๖ ต.ค. ๒๕๕๑, ๑๘.๒๔ น.

"​​ใครยิงจ่าฉะอ้อน"

"ไม่ทราบจริงๆ​​ครับ​​คุณรจนา ผมไม่​​ได้อยู่​​ในเหตุการณ์...​​"

​​ความลับสุดยอดนะครับ​​เนี่ย ผู้เขียนเองก็ยังไม่รู้เหมือนกัน...​​แฮ่...​​

แจ้งลบข้อความ


สั่งให้ระบบส่งเมลแจ้งการเพิ่มเติมความเห็น
 ศาลานกน้อย พร้อมบริการเสมอ และยินดีรับฟังข้อเสนอแนะจากทุกท่าน  ติดต่อเว็บมาสเตอร์ได้ทางคอลัมน์ คุยกับลุงเปี๊ยก หรือทางอีเมลได้ที่ uncle-piak@noknoi.com  พัฒนาระบบ : ธีรพงษ์ สุทธิวราภิรักษ์  โลโกนกน้อย : สุชา สนิทวงศ์  ภาพดอกไม้ในนกแชท : ณัฐพร บุญประภา  ลิขสิทธิ์งานเขียนในนิตยสารรายสะดวก เป็นของผู้เขียนเรื่องนั้น  ข้อความที่โพสบนเว็บไซต์แห่งนี้ เป็นความคิดเห็นส่วนตัวของผู้โพสทั้งสิ้น