นิตยสารรายสะดวก  Fiction  ๐๗ พฤศจิกายน ๒๕๕๑
ฆาตไม่ถึง #10
ปักษิณ
..."พี่เอกไม่น่า​ที่​จะ​ต้องรอ ให้ไอ้หมอนั่นมันกลับมาเลย​นี่ครับ​ เราทดลองเก็บข้อมูล​กับคนอื่นก็​ได้มีออกถม​ไป เสียเวลาเปล่าๆ​?" "แกไม่​ต้องม...

ตอน : เปิดปูมชีวิตเด็ดดวง

คลิกดูภาพขยาย
"พี่เอกไม่น่า​ที่​จะ​ต้องรอให้ไอ้หมอนั่นมันกลับมาเลย​นี่ครับ​ เราทดลองเก็บข้อมูล​กับคนอื่นก็​ได้มีออกถม​ไป เสียเวลาเปล่าๆ​?"

"แกไม่​ต้องมาสอนฉันนายรอง แกรู้ไหมว่าเรา​กำลังทำอะไร​กันอยู่​ นี่มันมนุษย์มะนาเหมือนแกเหมือนฉันนี่เองไม่ใช่หนูทดลอง​ที่ไหน ​จะทำกันส่งเดช​ได้อย่างไร ​ถ้าเกิดผิดพลาดมีผลเสียต่อสิ่งแวดล้อม​และ​ความสงบสุขของประเทศชาติแล้ว​แก​จะทำอย่างไรหือ?"

"อ้าวแล้ว​​ที่เราทำการทดลอง​กับนายเด็ดดวงล่ะ​จะทำยังไง ใน​เมื่อเราปล่อย​เขา​ไปเสียแล้ว​?"

"มีทางเดียว​ที่เราทำ​ได้ในขณะนี้ก็​คือรอ"

"แล้ว​​ถ้า​เขาเกิดไม่กลับมาล่ะ?"

"ฉันเชื่อว่าอย่างไรเสีย​เขา​ต้องกลับมา ​เพราะการ​ที่​เขาอยู่​ในสภาพล่องหนนั้น​มันไม่​เป็นธรรมชาติ การ​ที่​เขา​จะคบค้าสมาคม​กับ​ใครก็ไม่มี​ใครยอมรับ​ได้ง่ายๆ​ แกเห็นด้วยกัน​กับฉันหรือเปล่าล่ะนายรอง?"

"พี่เอกพูดอย่างนี้ก็ถูก​ต้อง ​แต่ผมกลัวว่ากว่า​ที่​เขา​จะสำนึก​ได้ มิ​ต้องรอให้​เขาแก่เฒ่าเข้าวัดเข้าวาก่อนดอกรึ?"

"แกคิดมาก​ไปน่ะนายรอง ฉันกลับคิดตรงกันข้าม​กับแกว่า​เขา​จะสำนึก​ได้ในเวลาไม่นาน ​เพราะ​เมื่อ​เขาพบคน​ที่​เขาอยาก​จะปรากฏกายให้เห็น​เมื่อไหร่ ​เมื่อนั้น​แหละ​​เขา​จะรีบกลับมาหาเราทันที"

"แล้ว​พี่เอกมีวิธี​ที่​จะช่วย​เขาแล้ว​หรือ?"

"นั่นแหละ​​คือนักวิทยาศาสตร์​ที่สมองใสอย่างแกอย่างฉัน​จะ​ต้องคิดให้​ได้ ไม่ใช่ให้ฉันคิดคนเดียว เข้าใจ๋?"

"เรื่อง​นั้น​อย่าห่วง ผม​ต้องช่วยพี่เอกคิดค้นอยู่​แล้ว​ ​แต่ตอนนี้ผมยังคิดอะไร​ไม่ออกเลย​จนกว่า​จะเจอปัญหาเสียก่อน"

"จ๊ะ​..พ่อนักวิทยาศาสตร์สมองกล พ่อนักแก้ปัญหา!"

"ก็หรือไม่จริงล่ะครับ​มีปัญหาเกิดขึ้น​ทีไรไม่พ้นผมสักที?"

"​เอาเถอะๆ​ รอให้ถึงเวลานั้น​เสียก่อน แล้ว​เรา​จะรู้ว่าควร​จะทำอย่างไรกันต่อ​ไป"

"ขืน​เอา​แต่รออยู่​อย่างนี้​โดยไม่มีอะไร​ทำเลย​นะ..เซ็งตายเลย​พี่เอกรู้ไหม?"

"​ถ้าอย่างนั้น​ตอนนี้เรามาคิดแปรสภาพกล้วยน้ำว้าให้กลาย​เป็นกล้วยหอมทองปลอดสารพิษด้วยวิธีกึ่งธรรมชาติกันก่อนดีกว่า ใน​ระหว่าง​ที่เรารอกว่า​ที่นายเด็ดดวงพ่อนักฆ่าคนนั้น​​จะกลับมา"

"อ้าว..ก็คราว​ที่แล้ว​ ผมคิดวิธีแปรสภาพจากกล้วยน้ำว้าให้​เป็นกล้วยไข่​ได้แล้ว​นี่ครับ​ ยังไม่เห็นพี่​เอามัน​ไปทำประโยชน์อะไร​เลย​?"

"เฮ้ย! แกไม่รู้อะไร​นายรอง..ฉัน​เอาเรื่อง​นี้​ไปคุย​กับท่านอธิบดีกรมส่งเสริมการเกษตร​และอธิบดีกรมเศรษฐกิจการเกษตรแล้ว​"

"แล้ว​ท่านว่าอย่างไรบ้าง​ล่ะครับ​ ​เป็นปลื้มเลย​ซิท่า..​ที่นักวิทยาศาสตร์ไทยเรานี่ช่างเฉียบแหลมเหลือเกิน..จริงมะ?"

"ปลื้มกะผีอะไร​กัน! ท่าน​ทั้งสองบอกว่ากลัว​จะ​ไปกระทบกระเทือนเศรษฐกิจการท่องเ​ที่ยวของชาวบ้าน​และเกษตรกรแถวจังหวัดกำแพงเพชร​เขา ​ซึ่งนี่ก็ใกล้หน้าเทศกาลกล้วยไข่​พอดี ​ถ้าเกิดมีพ่อค้าหัวใสแปรสภาพกล้วยน้ำว้า​เป็นกล้วยไข่​ซึ่งมีตลอด​ทั้งปีรับรองว่า ท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตร​และสหกรณ์การเกษตรโดนเกษตรกรม็อบกล้วยไข่เดินขบวนปิดถนน​เอากล้วยไข่​ไปเททิ้ง​ที่หน้ากระทรวงอย่างแน่นอน หรือไม่ก็โดนพันธมิตรกล้วยไข่เล่นงานจนเดินไม่​เป็นทีเดียว"

"ยังงั้นแล้ว​เรา​จะคิดวิธีทำการทดลองแปรสภาพกล้วยน้ำว้าให้​เป็นกล้วยหอมทองอีกทำไมกันล่ะพี่เอก เสียเวลาเปล่าๆ​?"

"แกนี่มันบ้องตื้นเสียจริงๆ​นายรองเอ๊ย!"

"บ้องตื้น..บ้องตื้นยังไง?"

"อุวะ! ก็กล้วยหอมเนี่ย ราคาซื้อขายท้องตลาดมันแพงกว่ากล้วยน้ำว้า​เป็นไหนๆ​ แกไม่รู้หรือ?"

"ไม่รู้ซี ผมไม่ชอบกินกล้วยหอม!"

"ตลาดส่งออกต่างประเทศเนี่ยนะ เฉพาะ​ที่สหกรณ์การเกษตรอำเภอท่ายางจังหวัดเพชรบุรีแห่งเดียว ส่งกล้วยหอมทองปลอดสารพิษให้สหกรณ์ผู้บริโภคโตโต้ของญี่ปุ่นถึงเดือนละตั้ง ๖๐ ตัน นี่เฉพาะแห่งเดียวรายเดียวนะเฟ้ย..ยังไม่นับรายอื่นๆ​จาก ราชบุรี นครปฐม ปราจีนบุรี ระยอง จันทบุรี​และตราดอีกต่างหาก นอกจากญี่ปุ่นแล้ว​ยังมีประเทศอื่นแถบยุโรป​และตะวันออกกลางอีกมากมาย​"

"แล้ว​ไม่​เป็นการแย่งตลาดกันหรือพี่เอก เดี๋ยวชาวบ้านก็พาม็อบกล้วยหอมเข้า​ไปเดินขบวนกันอีกหรอก?"

"ไม่แย่งตลาดกันหรอก ​เพราะการตลาดซื้อขายต่างประเทศเนี่ยนะมัน​ต้องมีสัญญาซื้อขายรับประกันสินค้ากันมากมาย​ก่ายกอง มันไม่​ได้แย่งกันซื้อแย่งกันขาย​ได้อย่างในท้องตลาดทั่ว​ไปของบ้านเรา ​เขามีนายหน้ามีโบรกเก้อร์มีซื้อขายกันล่วงหน้าจิปาถะ เราอย่า​ไปรู้เลย​ ​เอา​เป็นว่า ​ถ้าเราแปรสภาพกล้วยน้ำว้าให้​เป็นกล้วยหอมทอง​โดยเฉพาะปลอดสารพิษ​ซึ่ง​กำลัง​เป็น​ที่​ต้องการของตลาดต่างประเทศ​ได้ รับรองว่าเรา​จะมีชื่อเสียงก้องโลกทีเดียวแหละ​นายรองเอ๊ย!"

"จริงหรือครับ​พี่เอก..แหมผมไม่น่า​ไปเสียเวลาคิดแปรสภาพกล้วยน้ำว้า​เป็นกล้วยไข่ให้เปลืองพลังงานสมองเลย​จริงจรื๊ง"

"น่าน..ท่านศาสตราจารย์สติเฟื่อง อย่ามัวกลัวเปลืองสมองอยู่​เลย​พ่อคุณ มาช่วยกันทำประโยชน์ให้​กับประเทศชาติดีกว่าน่า..เชื่อพี่เถอะ"

"ถามจริงๆ​เถอะพี่เอก ทำไมเราถึง​ได้มาสร้างศูนย์วิจัยวิทยาศาสตร์อยู่​ในป่าในดงอย่างนี้เล่าครับ​ ทำไมไม่​ไปอยู่​ในเมืองให้มันศิวิไลซ์กว่านี้หน่อย​ไม่ดีหรือ?"

"ศูนย์วิจัยของเรา​ที่บ้านขุนซ่องนี่แหละ​เหมาะ​ที่สุดแล้ว​นายรอง บรรยากาศธรรมชาติไม่ไกลจากกรุงเทพฯมากนัก อยู่​ใกล้อุทยานแห่งชาติ​เขาสิบห้าชั้น ​และอยู่​ในเขตป่าสงวนแห่งชาติป่าขุนซ่อง อากาศดีๆ​อย่างนี้แกไม่ชอบหรือวะนายรอง อยู่​มา​ได้ตั้งหลายปีทำไมเพิ่ง​จะมาบ่น​เอาตอนนี้ล่ะ?"

"ไม่​ได้บ่น ​แต่ถามดูเท่านั้น​เอง เห็นเจ้าหน้า​ที่​เขา​ต้องเพียรมาส่งเสบียงกรังรวม​ทั้งอุปกรณ์​และสารเคมีในการทดลองแล้ว​ดูมันช่างลำบากยากเย็น กว่า​ที่​จะเดินทางมา​ได้​แต่ละที พี่เอกว่าจริงไหมล่ะ?"

"เราอยู่​​ที่นี่ก็สมควรแก่อัตภาพแล้ว​​ทั้งยัง​เป็นการช่วยให้เราคิดงานวิจัย​ที่​เป็นประโยชน์ต่อมวลมนุษยชาติ​ได้ตั้งพะเรอเกวียนไม่เห็นหรอกรึ พวกนักวิทยาศาสตร์จากต่างประเทศทั่วโลกยังมาดูงานวิจัยของเรา แกควร​จะภูมิใจนะนายรอง"

"มันก็ภูมิใจอยู่​หรอก​แต่มันเหงาๆ​อย่างไรพิกล อยาก​จะกลับ​ไปเยี่ยมลูกๆ​ดูซิว่า ทำไมหมู่นี้ถึงไม่ค่อยติดต่อหรือมาเยี่ยมเยียนกันบ้างเลย​?"

"พวก​เขาคงมัวทำงานกันยุ่งอยู่​ละมั้ง ​เขา​เป็นด็อกเตอร์กัน​ทั้งสองคนแล้ว​ไม่ใช่เรอะ​ทั้งนายรุ่งศักดิ์​ทั้งนายเรืองโรจน์ อย่า​ไปห่วง​เขาเลย​ ​เอาไว้อีกสองปีพอเราเกษียณแล้ว​ค่อยคิดกันใหม่ดีกว่าน่า"

"พี่ตัวคนเดียวก็ไม่มีห่วงนะซี มันไม่เหมือนกันนี่"

"อย่างนั้น​แก​จะกลับ​ไปเยี่ยมเยียนลูกแกก็​ได้ ​จะ​ไปสักห้าวันสิบวันก็ตามใจ ฉันอนุญาต ฉัน​จะอยู่​​ที่นี่คนเดียวดูสักพัก ​ถ้าเหงา​เมื่อไหร่แล้ว​จึง​จะตามแก​ไป"

"​แต่​เมื่อเย็นวานนี้ ผมเข้า​ไป​ที่อำเภอแก่งหางแมว บังเอิญเจอ​กับท่านสารวัตรกองปราบชื่อสัญชัย​ที่เคยมาไล่ตามจับนายเด็ดดวงคราวนั้น​ด้วยล่ะ"

"อ้าว..​เขายังวนเวียนอยู่​แถวนี้อีกรึ นึกว่า​เขากลับ​ไปตั้งนานแล้ว​เสียอีก?"

"​เขาบอกว่า​เขาเพิ่งกลับมาใหม่​เพราะ​ได้เบาะแสว่านายเด็ดดวง​ได้กลับ​ไปเยี่ยมน้องสาว​ที่ตลาดหนองมน บางแสน"

"แล้ว​​เขาบอกว่าอย่างไรอีกล่ะ?"

"​เขาถามผมว่าพอ​จะมีเบาะแสว่านายเด็ดดวง​ได้กลับมาทางนี้บ้างหรือเปล่า?"

"แล้ว​แกบอกสารวัตรสัญชัย​เขา​ไปว่าอย่างไรบ้าง​?"

"ผม​จะ​ไปบอกอะไร​​ได้ ก็วันนั้น​เราบอก​กับ​เขาว่าเราไม่รู้ไม่เห็นอะไร​​ทั้งนั้น​ไม่ใช่หรือ ​จะ​ไปบอก​ความจริง​กับ​เขา​ได้อย่างไรกัน"

"ดีแล้ว​​ที่แกไม่ลืมตัวปากโป้ง​ไปล่ะเสียเรื่อง​กันหมดแน่"

"ผมไม่ใช่คนปากโป้งซักหน่อย​!"

"​เขาไม่​ได้บอกหรือว่า​เขามา​ที่นี่ทำไม?"

"​เขาบอกว่า​เขาวางสายสืบไว้แถวนี้ เผื่อว่ามัน​จะกลับมาหรืออาจ​จะยังกบดานอยู่​​ที่นี่ก็​เป็น​ได้"

"กบดานอยู่​​ที่นี่หรือ..ไม่น่า​ที่​จะ​เป็น​ไป​ได้เลย​?"

"อ้าวนั่น​ใครขับรถเก๋งเข้ามาถึง​ที่นี่​ได้ล่ะนี่ หรือว่า​เป็นพวกลูกๆ​ของผม?"

"แหม..พูดถึงก็มา​พอดีเชียวหรือ?"

"ไม่รู้ซิ..เพียง​แต่คิดว่าน่า​จะใช่ ​เพราะพวกนี้ชอบเปลี่ยนรถกันอยู่​เรื่อยเชียว"

ศาสตราจารย์รองฤทธิ์แสดงสีหน้าท่าทางดีอกดีใจ ​เมื่อเห็นรถเก๋งโตโยต้ายาริสสีเหลืองมะนาวเลี้ยวเข้าประตูศูนย์วิจัยวิทยาศาสตร์​และธรรมชาติประยุกต์บ้านขุนซ่องมา​แต่ไกล

​แต่พอรถแล่นเข้ามาใกล้​และจอดลงตรงหน้าศูนย์วิจัยฯ​ที่ศาสตราจารย์​ทั้งสองยืนอยู่​ ใบหน้าของศาสตราจารย์แฝดผู้น้องก็แสดงสีหน้าผิดหวังเล็กน้อย​เมื่อเห็นใบหน้ารูปไข่งามระหงของหญิงสาวคนขับ​ที่​กำลังก้าวลงจากรถคันดังกล่าว

มีผู้​ที่ก้าวลงเดินตามลงมาอีกคน​เป็นหญิงสูงอายุ​ที่ศาสตราจารย์​ทั้งสองพอ​ที่​จะรู้จักมักคุ้นอยู่​บ้าง ​เพราะเธอ​คือนางอุทุมพร​ซึ่ง​เป็นเจ้าของร้านจำหน่ายอุปกรณ์ก่อสร้าง​ที่ค่อนข้างมีฐานะของตลาดอำเภอแก่งหางแมว ​ทั้งสองคนต่างยกมือไหว้ท่านศาสตราจารย์​ทั้งสองด้วยใบหน้ายิ้มแย้ม

"สวัสดีค่ะ​ท่านศาสตราจารย์​ทั้งสอง"

"สวัสดีครับ​เจ๊อุทุมพรเองหรือ นึกว่า​ใครเสียอีก?" ศาสตราจารย์เอกวิทย์เอ่ยทักบ้างอย่างคนคุ้นเคย

"นี่อัมพิกาหลานสาวของดิฉันค่ะ​ เพิ่งมาจากกรุงเทพฯ​เมื่อสักครู่นี่เองค่ะ​"

"​จะ​ไปไหนกันหรือครับ​หรือว่าหนูสนใจงานวิจัยของพวกเรา?"

"มิ​ได้ค่ะ​ หนู​จะมาขอ​ความกรุณาให้ท่านศาสตราจารย์ช่วยติดต่อตามหาคนให้คนหนึ่ง​ค่ะ​"

"​ใครกันหรือจ๊ะ​ รู้จักชื่อหรือเปล่า?"

"รู้จักค่ะ​..​เขาชื่อเด็ดดวง พอ​จะติดต่อให้​ได้ไหมคะ​?"

"เด็ดดวง!" ศาสตราจารย์คู่แฝดอุทานออกมาเกือบ​จะ​พร้อมกัน

"ท่านรู้จัก​เขาใช่ไหมคะ​?"

"ทำไมหนูถึงคิดว่าพวกเรารู้จัก​กับนายเด็ดดวงล่ะครับ​?" แฝดพี่​เป็นผู้ถาม

"​เพราะ​เขาทำสมุดบันทึกหล่นอยู่​​ที่ใต้เบาะรถของหนูในวัน​ที่​เขาช่วยชีวิตหนูไว้นะซีคะ​!"

"สมุดบันทึก!?" นี่​เป็นอีกครั้งหนึ่ง​​ที่ศาสตราจารย์คู่แฝดอุทานออกมา​พร้อมกัน!


*********

 

F a c t   C a r d
Article ID S-2789 Article's Rate 47 votes
ชื่อเรื่อง ฆาตไม่ถึง --Series
ชื่อตอน เปิดปูมชีวิตเด็ดดวง --อ่านตอนอื่นที่ตีพิมพ์แล้ว คลิก!
ผู้แต่ง ปักษิณ
ตีพิมพ์เมื่อ ๐๗ พฤศจิกายน ๒๕๕๑
ตีพิมพ์ในคอลัมน์ เรื่องยาว ซีรีส์
จำนวนผู้เปิดอ่าน ๒๐๗ ครั้ง
จำนวนความเห็น ๔ ความเห็น
จำนวนดอกไม้รวม ๒๒๐
| | | |
เชิญโหวตให้เรตติ้งดอกไม้แก่ข้อเขียนนี้  
R e a d e r ' s   C o m m e n t
ความเห็นที่ ๑ : ม่านแพร [C-14650 ], [118.174.50.72]
เมื่อวันที่ : ๒๔ ก.ย. ๒๕๕๑, ๒๐.๑๓ น.

เรื่อง​​​​กำลังเข้มข้น สนุกเชียวค่ะ​​

แจ้งลบข้อความ


ความเห็นที่ ๒ : ปักษิณ [C-14652 ], [58.10.216.123]
เมื่อวันที่ : ๒๔ ก.ย. ๒๕๕๑, ๒๑.๒๕ น.

สวัสดีครับ​​คุณม่านแพร

ขอบคุณครับ​​​​ที่ติดตามอ่าน

แจ้งลบข้อความ


ความเห็นที่ ๓ : Rotjana Geneva [C-14698 ], [83.180.75.247]
เมื่อวันที่ : ๒๘ ก.ย. ๒๕๕๑, ๒๑.๓๙ น.

ขอร่วมตั้งชื่อตอนนี้ว่า "เปิดปูมชีวิตเด็ดดวง" ค่ะ​​ อยากรู้จังว่า ในสมุดบันทึกมีอะไร​​บ้าง

แจ้งลบข้อความ


ความเห็นที่ ๔ : ปักษิณ [C-14725 ], [58.10.216.50]
เมื่อวันที่ : ๒๙ ก.ย. ๒๕๕๑, ๑๔.๓๐ น.

ขอบคุณครับ​​คุณรจนา

"เปิดปูมชีวิตเด็ดดวง"

แจ้งลบข้อความ


สั่งให้ระบบส่งเมลแจ้งการเพิ่มเติมความเห็น
 ศาลานกน้อย พร้อมบริการเสมอ และยินดีรับฟังข้อเสนอแนะจากทุกท่าน  ติดต่อเว็บมาสเตอร์ได้ทางคอลัมน์ คุยกับลุงเปี๊ยก หรือทางอีเมลได้ที่ uncle-piak@noknoi.com  พัฒนาระบบ : ธีรพงษ์ สุทธิวราภิรักษ์  โลโกนกน้อย : สุชา สนิทวงศ์  ภาพดอกไม้ในนกแชท : ณัฐพร บุญประภา  ลิขสิทธิ์งานเขียนในนิตยสารรายสะดวก เป็นของผู้เขียนเรื่องนั้น  ข้อความที่โพสบนเว็บไซต์แห่งนี้ เป็นความคิดเห็นส่วนตัวของผู้โพสทั้งสิ้น