นิตยสารรายสะดวก  Fiction  ๐๗ พฤศจิกายน ๒๕๕๑
ฆาตไม่ถึง #9
ปักษิณ
...อัมพิกาขับรถโตโยต้ายาริส สีเหลืองมะนาวคันเก่งหักเลี้ยวหลบวูบจนแฉลบตกลง​ไปข้างทาง ​ทั้งนี้ก็​เพื่อ​ที่​จะหลบให้พ้นจากรถปิ๊กอัพอีซูซุสีเทา...

ตอน : พลเมืองดีที่ไม่มีตัวตน

คลิกดูภาพขยาย
อัมพิกาขับรถโตโยต้ายาริสสีเหลืองมะนาวคันเก่งหักเลี้ยวหลบวูบจนแฉลบตกลง​ไปข้างทาง ​ทั้งนี้ก็​เพื่อ​ที่​จะหลบให้พ้นจากรถปิ๊กอัพอีซูซุสีเทา​ซึ่งหักเบนหลบรถมอเตอร์ไซค์​ที่​กำลังแล่นข้ามถนนตัดหน้าอย่างกระชั้นชิด

หญิงสาวเหยียบเบรกสุดแรงเกิดจนรถหมุนคว้างขวางตะแคงพลิกคว่ำหลายตรลบกว่า​ที่​จะหยุดนิ่ง​ได้ใน​ที่สุด อารามตกตะลึงทำให้เธอเอื้อมมือปิดสวิทซ์กุญแจรถ​โดยไม่รู้สึกตัว

รถปิ๊กอัพอีซูซุสองตอนคู่กรณีไพล่หลบตกไหล่ถนน​ไปคนละทาง ​แต่ด้วย​ความ​สามารถของคนขับ​ที่คง​จะยังมีสติดี จึงพารถหวนคืนสู่ถนนลาดยาง​ได้อย่างปลอดภัย

​โดย​ที่เจ้าของรถปิ๊กอัพคันนั้น​ไม่​ได้เหลียวกลับมาดูรถโตโยต้ายาริสสีเหลืองมะนาว​ที่จอดสงบนิ่งอยู่​ใต้ต้นตะแบกใหญ่หลังจาก​ที่​ได้พลิกคว่ำอย่างน่าหวาดเสียวมาแล้ว​ จนน่ากลัวว่าคนขับ​ที่อยู่​ภายในรถเก๋งยาริสคันนั้น​​จะ​ได้รับอันตรายสาหัสตาม​ไปด้วย

​ซึ่งคนขับรถปิ๊กอัพคันดังกล่าวก็กลับพลันรีบเร่งเครื่องมุ่งหน้าเปิดแน่บกลับ​ไปทางกรุงเทพมหานครอัน​เป็นทางเดียวกัน

อัมพิกาค่อยๆ​คลานออกมาจากรถด้วย​ความยากลำบาก เธอรู้สึกเจ็บร้าว​ไปหมด​ทั้งตัว พยายามสังเกตดูว่าตัวเอง​ได้รับบาดแผล​ที่ตรงไหนบ้างหรือเปล่า ​ซึ่งตัวเธอเองก็ไม่อาจบอก​ได้ว่าตรงไหนแตกหักหรือมีแผลบ้าง​เพราะมันรู้สึกระบม​ไปทั่ว

​เนื่องจากช่วงนั้น​​เป็นเวลาใกล้ค่ำมากแล้ว​ อัมพิกาเหลือบตามองดูนาฬิกาข้อมือบอกเวลา ๑๗.๔๕ นาฬิกา ​ซึ่งรถราบนถนนขณะนั้น​พากันวิ่งให้ขวักไขว่​โดยไม่มี​ใครสนใจเธอเลย​สักคนเดียว

​ทั้งนี้​เพราะสภาพ​ที่รถโตโยต้ายาริสสีเหลืองมะนาวของเธอจอดอยู่​ใต้ต้นตะแบกใหญ่นั้น​ ทำให้ผู้คน​ที่สัญจร​ไปมาต่างพากันคิดว่า​เป็นการนำรถ​ไปจอดพักรถตามธรรมดา มองดูไกลๆ​คล้าย​กับว่าเธอจงใจนำรถ​ไปจอดพัก​เพื่อ​ที่​จะรอ​ใครสักคนหนึ่ง​​ที่​ได้นัดหมายกัน​เอาไว้

​ความ​ที่อัมพิกาเกร็ง​ทั้งข้อมือ​และข้อเท้าในขณะ​ที่รถพลิกคว่ำนั้น​ทำให้เธอขยับตัวด้วย​ความยากลำบาก การ​ที่เธอ​จะพาร่างออกจากรถจึง​เป็น​ไป​ได้ยากด้วยตัวคนเดียว มันปวดร้าวระบมจนสุดแสน​จะทรมาน

เธอทำ​ได้​แต่เพียงเปิดประตูให้กว้างออกเพียงนิดเดียวเท่านั้น​เอง ​แต่พอเธอขยับข้อเท้า​จะก้าวออกจากรถเท่านั้น​เธอก็​ต้องร้องออกมาสุดเสียงด้วย​ความเจ็บปวด

"โอ๊ย!"

ปรากฏว่าอัมพิกาไม่​สามารถ​ที่​จะขยับข้อเท้าของเธอ​ได้เลย​​แม้​แต่น้อย!

นี่เธอ​จะทำอย่างไรดี​เพราะเวลาก็ใกล้ค่ำมากแล้ว​ โทรศัพท์มือถือเจ้ากรรมแบตเตอรี่ก็หมดตั้งแต่​เมื่อเช้า​ ​และเธอก็ดันลืม​เอา​ที่ชาร์ตแบตเตอรี่มาจากบ้านตั้งแต่​เมื่อวาน ​ทั้งนี้​เพราะเหตุ​ที่เธอ​ต้องมาสัมมนาด่วน​ที่พัทยาเพียงวันเดียว​และก็ค้างเพียงคืนเดียวเท่านั้น​จึง​ได้ลืมเรื่อง​​ที่ชาร์ตแบตเตอรี่เสียสนิทใจเลย​ทีเดียว

​ทั้งนี้​เป็น​เพราะ​ความสะเพร่าของตัวเธอเองแท้ๆ​​จะ​ไปโทษ​ใคร​ได้!

อัมพิกาจำ​ได้ว่าเธอ​ได้ขับรถออกมาจากพัทยาประมาณห้าโมงเย็นกว่าแล้ว​ ด้วยเธอมัว​แต่​ไปแวะเยี่ยมคุย​กับโสมสุดา​เพื่อนรัก​ที่มาทำงานประจำอยู่​​ที่พัทยานี้ตั้งแต่เช็คเอ๊าท์จากโรงแรม​ที่พักหลังเ​ที่ยงแล้ว​ ​ความ​ที่นานๆ​เจอกันทีจึงทำให้​ทั้งคู่ต่างก็เม้าท์กันเพลินจนกระทั่งเย็น

ด้วย​ความรีบร้อน​ที่​จะเดินทางกลับบ้าน ​แต่เธอก็ไม่ลืม​ที่​จะแวะตลาดหนองมนตามคำสั่งของนางอมรามารดาของเธอ ​เพื่อซื้อห้อยจ๊อคุณรักษ์เจ้าเก่า​และข้าวหลามแม่เผือเจ้าเดิมแห่งตลาดหนองมน​ไปฝากให้​ได้

เธอจึงค่อนข้าง​จะร้อนรน​เพราะใกล้ค่ำแล้ว​เกรงว่าตลาด​จะวายเสียก่อน อัมพิกาค่อนข้าง​จะขับรถเร็ว​และประมาท​ไปหน่อย​ จึงทำให้ขาด​ความระมัดระวังเท่า​ที่ควร

ฉะนั้น​​เมื่อรถมอเตอร์ไซค์แล่นตัดหน้า​เพื่อข้ามถนนตรงยูเทิร์น ​ซึ่ง​เป็นขณะเดียวกัน​กับ​ที่รถปิ๊กอัพอีซูซุสีเทาคันนั้น​​กำลังเร่งมา​เพื่อ​ที่​จะแซงรถยาริสของเธอด้วย​ความเร็วสูงจึง​ต้องหักหลบรถมอเตอร์ไซค์คันนั้น​อย่างกะทันหัน

เสียงเบรกดังสนั่นหวั่นไหว รถปิ๊กอัพนั้น​แฉลบมาทางรถยาริสของเธอจึงทำให้อัมพิกาหักหลบอย่างแรง​พร้อม​กับเหยียบเบรกจนจมมิดเช่นเดียวกันจึงทำให้รถยาริสของเธอเสียหลัก​และพลิกคว่ำดัง​ได้กล่าวมาแล้ว​

อัมพิกาโมโหคนขับรถปิ๊กอัพคันนั้น​มาก น้ำใจสักนิดก็ไม่มี ​ซึ่ง​เขาน่า​จะแวะจอดลงถามอาการกันบ้าง ​ที่ไหน​ได้กลับเร่งเครื่องหนีเตลิด​ไปเลย​!

อนิจจาเดี๋ยวนี้ช่างหาคน​ที่มีน้ำใจ​ที่คิด​จะช่วยเหลือผู้อื่นนั้น​ยากเต็มทน!

เธอบ่นว่าคนขับรถปิ๊กอัพคันนั้น​เสียงดังงึมงำ ​โดย​ที่ตัวเธอเองไม่รู้หรอกว่าตัวเองนั้น​​กำลัง​จะสิ้นสติสมประดี อันเกิดจากแรงกระแทกบวก​กับแรงต้าน​ที่เธอเกรง​ไปหมด​ทั้งตัว​และเหยียบเบรกเต็มแรง

​แม้ว่าร่างกายภายนอก​จะดูไม่เจ็บหนักหนาสาหัสในตอนแรกนั้น​ ​แต่อัมพิกาก็เริ่มรู้สึกว่า​ตา​กำลัง​จะพร่าเบลอมองอะไร​เลือนๆ​ไม่ชัดเข้าทุกที เธอนึก​ไปว่าเวลาคง​จะเริ่มค่ำมืดแล้ว​จึงทำให้ตาของเธอมองอะไร​ไม่ค่อยแจ่มชัด ​ซึ่งก็คง​เป็นเรื่อง​ธรรมดา

อัมพิกาพยายาม​ที่​จะตะกายออกมาให้พ้นตัวรถให้จง​ได้ ​แต่เธอก็ออกมา​ได้เพียงครึ่งตัวเท่านั้น​เอง ​เนื่องจากปวดข้อเท้าจนขยับเขยื้อนไม่​ได้เลย​ แข้งขาก็ไม่มีเรี่ยวแรง​ที่​จะเคลื่อนไหวใดๆ​​ทั้งสิ้น อย่าว่า​แต่​จะให้เธอลุกขึ้น​เดินเลย​

​ความรู้สึกนึกคิดของอัมพิกาในตอนนั้น​ดูเหมือน​กับว่า​กำลัง​จะหมดอาลัยตายอยากในชีวิตเสียเลย​ทีเดียว

นอกเสียจากว่า​จะมีอภินิหารจากสิ่งศักดิ์สิทธิ์​ที่​จะช่วยดลบันดาลให้มีผู้มาพบเห็นเข้าเพียงอย่างเดียวเท่านั้น​เอง!

ฉับพลันนั้น​เองอัมพิกาก็รู้สึกว่า​ร่างของเธอถูกอุ้ม​โดย​ใครคนหนึ่ง​​ที่มีแขนแข็งแรง ​เขาอุ้มเธอให้พ้นออกมานอกตัวรถ​และวางเธอ​พร้อม​กับช่วยพยุง​เพื่อให้เธอยืน​กับพื้นหญ้าข้างๆ​รถ

​แต่อัมพิกาก็ไม่มี​กำลัง​ที่​จะยืนตัวตรง​ได้เลย​ ​เพราะปวด​ที่ข้อเท้า​และแข้งขาก็ปราศจากเรี่ยวแรง​ไปเสียสิ้น ร่างของเธอจึงซบ​ไปบนร่างของชายคน​ที่อุ้มเธอออกมานั้น​ ​โดย​เขากอดร่างของเธอไว้แน่น​เพราะเกรงว่าอัมพิกา​จะรูดกองลง​ไป​กับพื้น

​เขาอุ้มช้อนร่างของอัมพิกาขึ้น​เดินอ้อมหน้ารถ​ไปอีกด้านหนึ่ง​​เพื่อ​ที่​จะนำร่างของเธอกลับเข้า​ไปในรถใหม่ คราวนี้​เขา​ใช้มือ​ที่อุ้มร่างของเธออยู่​นั้น​ดึงประตูเปิดแล้ว​ค่อยๆ​บรรจงวางร่างของเธอให้เธอเข้า​ไปนั่งด้านผู้​โดยสารด้านซ้ายมือ

ขณะ​ที่​เขาอุ้มประคองเธอกระชับแน่นอยู่​นั้น​ อัมพิการู้สึกสัมผัส​ได้ถึงกลิ่นเหงื่อของผู้ชาย​ที่ปราศจากเครื่องสำอาง!

มัน​เป็นกลิ่นประหลาด​ที่ทำให้อัมพิกามี​ความรู้สึกมั่นใจ​และไว้วางใจยาม​เมื่อ​ได้อยู่​เคียงข้าง​ได้รับการปกปักรักษาอย่างบอกไม่ถูก เธอไม่เคยมี​ความรู้สึกเช่นนี้​กับผู้ชายคนไหนมาก่อนเลย​

​โดยเฉพาะขณะ​ที่​เขา​กำลังอุ้มประคองร่างของเธออยู่​นั้น​ ทำให้เธอรู้สึกวาบหวิวใจอย่างไรพิกล!

อัมพิกาปรือตาพยายาม​ที่​จะเปิดเปลือกตาขึ้น​มองหน้าชายผู้​ซึ่ง​กำลังกอดประคองร่างเธออยู่​นั้น​ ​แต่ก็แปลก!

เธอกลับมองไม่เห็นสิ่งใดเลย​ ไม่เห็น​แม้​แต่ใบหน้าหรือ​ส่วนหนึ่ง​​ส่วนใดของร่างของ​เขา​ที่ยังคงอยู่​ใกล้ชิด​กับเธอจนสัมผัส​ได้ถึงลมหายใจ​พร้อม​ทั้งกลิ่นกาย​และสาบเหงื่อ​ที่ปราศจากเครื่องสำอางนั้น​

อัมพิการู้ว่าเจ้าของกลิ่นกาย​ที่ยังหลงเหลืออยู่​นั้น​ยังไม่​ได้ปล่อยมือจากเธอ​ไปไหน...​

เธอกระพริบตา​ทั้งๆ​​ที่​จะลืมตาแทบ​จะไม่ขึ้น​อยู่​แล้ว​​เพื่อ​ที่​จะเพ่งมองใบหน้า​เขาให้เห็นชัดๆ​ ​จะ​ได้จดจำไว้ว่า​ใคร​คือคน​ที่ช่วยเหลือเธอในยามนี้

​แต่ยิ่งเพ่งมองก็ดูเสมือนว่าสัมผัส​แต่เพียง​ความว่างเปล่า สายตาของเธอ​สามารถ​ที่​จะมองทะลุ​ไปยังรถ​ที่วิ่งขวักไขว่อยู่​บนถนนอัน​เป็นหลังฉาก​ได้อย่างชัดเจน

หญิงสาวใจหายวูบนึกถึงสิ่งศักดิ์สิทธิ์ขึ้น​มาในมโนสำนึกอย่างช่วยไม่​ได้!?

​เขาไม่ใช่คนหรือ?

​เขา​เป็น​ใคร?

หรือว่าเธอเองนั่นแหละ​​ที่ไม่ใช่คน​ที่ยังอยู่​ในโลกนี้?

นี่เธอตาย​ไปแล้ว​จากอุบัติเหตุครั้งนี้กระนั้น​หรือ?

ทำไมเธอจึงมองไม่เห็นคน​ที่ช่วยเหลือเธอเลย​ล่ะ?

​ทั้งๆ​​ที่​เขาก็อยู่​ใกล้เธอนี่เอง!

"คุณ​กำลังเจ็บหนัก กระดูกอาจ​จะหักหรือบอบช้ำอยู่​ภายใน กรุณานอนนิ่งๆ​นะครับ​เดี๋ยวผม​จะพาคุณ​ไปส่งสถานพยาบาล​ที่ใกล้​ที่สุด ทำใจดีๆ​ไว้นะครับ​ อย่าเพิ่งหลับนะครับ​"

หญิงสาวพยักหน้ารับทราบ เธอพยายามมองหน้า​เขา​ทั้งๆ​​ที่มองไม่เห็นอะไร​เลย​ ​เขาปิดงับประตูรถด้านผู้​โดยสาร​ที่เธอนั่ง แล้ว​เธอก็​ได้ยินเสียง​เขาก้าวเดินสวบๆ​อ้อมด้านหน้ารถ​ไปยังด้านคนขับ

อัมพิกามองเห็นถนัดว่าประตูถูกเปิดออก​และมีร่างคนนั่งลงบนเบาะคนขับจน​เป็นหลุมด้วยน้ำหนักตัว

คุณ​พระช่วย!

ทำไมเธอถึงมองไม่เห็นร่างของ​เขาเลย​นะ..แปลกจริงเชียว!

​เขา​ต้อง​เป็นวิญญาณของสิ่งศักดิ์สิทธิ์อย่างใดอย่างหนึ่ง​​ที่คอยช่วยผู้​ที่​กำลังบาดเจ็บสาหัส​และช่วยตัวเองไม่​ได้อย่างเธอนี้​เป็นแน่แท้ทีเดียว!

คิด​ได้อย่างนี้แล้ว​ก็สบายใจ อัมพิกานึกขอบคุณ​ที่ยังมีสิ่งศักดิ์สิทธิ์คอยช่วยคุ้มครองเธออยู่​ นี่คง​เป็นอานิสงส์​ที่เธอใส่บาตรกรวดน้ำ​กับคุณแม่เกือบทุกเช้า​ตั้งแต่ยัง​เป็นนักเรียน ​แม้ตอนเรียนจบทำงานแล้ว​ หากวันใดมีโอกาสเธอ​จะรีบ​ไปช่วยคุณแม่ของเธอใส่บาตร​ที่หน้าบ้าน​เป็นประจำมิ​ได้ขาด

อัมพิกาหลับตาพริ้มอย่างโล่งใจ​ที่ตัวเองคิด​ได้เช่นนี้ ​ซึ่งทำให้เธอไม่หวาดกลัวชายผู้นี้อีกต่อ​ไป เธอ​ได้ยินเสียง​เขาสตาร์ทรถ​ซึ่งเครื่องยนต์ยังคงติด​ได้ดีหลังจาก​ที่พลิกมาแล้ว​หลายตรลบ

ไม่ถึงยี่สิบนาทีอัมพิกาก็​ได้ยินเสียง​เขาเบรกรถจอด​และดับเครื่องยนต์ เธอลืมตาขึ้น​​เมื่อ​เขาเปิดประตูก้าวลงจากรถ​พร้อม​กับปิดประตู

แปลกจริง..​ที่เธอยังคงมองไม่เห็นร่าง​เขาอยู่​ดี ​แต่​เมื่อเหลือบดูสถาน​ที่ชัดๆ​แทน​ที่​จะ​เป็นโรงพยาบาลกลับกลาย​เป็นสถานีอนามัย...​

สถานีอนามัยตำบลแสนสุข!

อัมพิกา​ได้ยินเสียง​เขาร้องเรียก​ใครสักคนทางด้านหลังสถานีอนามัยนั้น​ ​ซึ่งเธอคิดว่าอาจ​จะ​เป็นบ้านพักแพทย์หรือพยาบาลเจ้าของสถาน​ที่

"คุณหมอครับ​ คุณหมอแฟรี่อยู่​ไหมครับ​?"

"อยู่​ค่ะ​..เดี๋ยวนะคะ​?"

"ผม​เอาคนเจ็บมาส่งครับ​..อยู่​ในรถ​ที่หน้าอนามัยนะครับ​คุณหมอ"

"ค่า..ประเดี๋ยวดิฉัน​จะออก​ไปนะคะ​"

อัมพิกาเห็นบานประตูรถถูกเปิดออกอีกครั้ง กลิ่นเหงื่อคุ้นจมูก​ที่ปราศจากเครื่องสำอางโชยเข้ามาใกล้อีกแล้ว​

"อีกสักครู่คุณหมอคง​จะลงมานะครับ​ คุณคงปลอดภัยแล้ว​ คุณหมอคนนี้เก่งมาก นิสัยดีด้วย ทำใจดีๆ​ไว้นะครับ​ ไว้เจอกันใหม่"

"คุณ​จะ​ไป​โดยไม่บอกชื่อของผู้มี​พระคุณให้ดิฉันทราบบ้างเลย​หรือคะ​?"

"ผมชื่อเด็ดดวงครับ​"

"ดิฉันชื่ออัมพิกาค่ะ​ นามบัตรของดิฉันอยู่​ในกระเป๋าถือ​ที่วางอยู่​บนเบาะด้านหลังรถนะคะ​ คุณกรุณาหยิบ​เอาเอง​ได้ไหมคะ​ คุณ​จะ​ได้ติดต่อดิฉัน​ได้ เผื่อมีโอกาสดิฉัน​จะ​ได้ช่วยคุณ​เพื่อ​เป็นการตอบแทนบ้าง"

"ไม่​เป็นไรหรอกครับ​คุณอัมพิกา​แต่ผมยินดี​ที่​จะเก็บนามบัตรไว้​เพื่อโทรศัพท์สอบถามอาการ​ความคืบหน้าในการรักษา ขอให้โชคดี​และหายไวๆ​นะครับ​"

ประตูรถถูกปิด​พร้อม​กับกลิ่นสาบเหงื่อนั้น​พลอยจางหาย​ไปด้วย...​

แสดงว่า​เขาจาก​ไปแล้ว​!


*********

 

F a c t   C a r d
Article ID S-2787 Article's Rate 47 votes
ชื่อเรื่อง ฆาตไม่ถึง --Series
ชื่อตอน พลเมืองดีที่ไม่มีตัวตน --อ่านตอนอื่นที่ตีพิมพ์แล้ว คลิก!
ผู้แต่ง ปักษิณ
ตีพิมพ์เมื่อ ๐๗ พฤศจิกายน ๒๕๕๑
ตีพิมพ์ในคอลัมน์ เรื่องยาว ซีรีส์
จำนวนผู้เปิดอ่าน ๒๒๑ ครั้ง
จำนวนความเห็น ๓ ความเห็น
จำนวนดอกไม้รวม ๒๒๐
| | | |
เชิญโหวตให้เรตติ้งดอกไม้แก่ข้อเขียนนี้  
R e a d e r ' s   C o m m e n t
ความเห็นที่ ๑ : fishbud [C-14669 ], [66.169.119.158]
เมื่อวันที่ : ๒๗ ก.ย. ๒๕๕๑, ๑๑.๓๓ น.

"พลเมืองดี​​ที่ไม่มีตัวตน"

แจ้งลบข้อความ


ความเห็นที่ ๒ : ปักษิณ [C-14686 ], [58.10.216.91]
เมื่อวันที่ : ๒๗ ก.ย. ๒๕๕๑, ๒๑.๕๘ น.

"พลเมืองดี​​ที่ไม่มีตัวตน"

ขอบคุณครับ​​คุณfishbud

แจ้งลบข้อความ


ความเห็นที่ ๓ : Rotjana Geneva [C-14697 ], [83.180.75.247]
เมื่อวันที่ : ๒๘ ก.ย. ๒๕๕๑, ๒๑.๓๕ น.

โรแมนติคจังค่ะ​​ ​​แต่สงสัยว่า​​ระหว่างอัมพิกา​​กับคุณหมอแฟรี่ (นางฟ้า) ​​ใคร​​จะครองหัวใจเด็ดดวงหนอ?

แจ้งลบข้อความ


สั่งให้ระบบส่งเมลแจ้งการเพิ่มเติมความเห็น
 ศาลานกน้อย พร้อมบริการเสมอ และยินดีรับฟังข้อเสนอแนะจากทุกท่าน  ติดต่อเว็บมาสเตอร์ได้ทางคอลัมน์ คุยกับลุงเปี๊ยก หรือทางอีเมลได้ที่ uncle-piak@noknoi.com  พัฒนาระบบ : ธีรพงษ์ สุทธิวราภิรักษ์  โลโกนกน้อย : สุชา สนิทวงศ์  ภาพดอกไม้ในนกแชท : ณัฐพร บุญประภา  ลิขสิทธิ์งานเขียนในนิตยสารรายสะดวก เป็นของผู้เขียนเรื่องนั้น  ข้อความที่โพสบนเว็บไซต์แห่งนี้ เป็นความคิดเห็นส่วนตัวของผู้โพสทั้งสิ้น